วิชชา 12
พลังกลุ่ม เครือข่าย และสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลง
คำอธิบายหมวดวิชา

การเรียนรู้และปฏิบัติธรรมตามหลัก "อุปัฑฒสูตร" เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของกัลยาณมิตร สหายดี และสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบทั้งหมด (100%) ของพรหมจรรย์ มุ่งเน้นการพัฒนากายและจิตใจด้วยการเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 โดยมี "สัมมาทิฏฐิ" เป็นประธาน น้อมนำหลักพรหมวิหาร 4 มาปฏิบัติร่วมกับหมู่มิตรมิตรดีเพื่อลดกิเลสและดับทุกข์ พร้อมทั้งเชื่อมโยงธรรมะสู่การดำเนินชีวิตจริงผ่านการสร้างเครือข่ายจิตอาสาที่เกื้อกูลกัน ตลอดจนการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาพึ่งตนเอง เช่น การบริหารจัดการน้ำรับมือภัยธรรมชาติด้วยระบบบาราย และการทำน้ำหมักจุลินทรีย์พลังศีล เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมอย่างยั่งยืน
เริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ทดสอบการเรียนรู้
แบบทดสอบ วิชชาที่ 12: พลังกลุ่ม เครือข่าย และสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลง (รหัส 12)
โดยให้เลือกตอบว่า : ถูกหรือผิด
1. ในอุปัฑฒสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสแก้คำกล่าวของพระอานนท์ โดยยืนยันว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี สหายดี และสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี นั้นเป็น "ทั้งหมดทั้งสิ้น" ของพรหมจรรย์ (การปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์) ไม่ใช่เพียงครึ่งเดียว ตามที่พระอานนท์เข้าใจ
2. นิยามของมิตรดีตามแนวทางวิถีธรรม ระบุว่า "มิตรดี" หมายถึง คนที่คอยตามใจเราในทุกๆ เรื่อง ชวนเราไปเสพสุขสมใจอยาก และคอยช่วยเหลือปกป้องไม่ให้เราต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆ
3. บทบาทของพระพุทธองค์ในฐานะมิตรดี: ทรงยกพระองค์เองเป็นตัวอย่างของ "มิตรดี" โดยตรัสว่า สัตว์ทั้งหลายที่มีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ และความตายเป็นธรรมดา เมื่อได้อาศัยพระองค์ผู้เป็นมิตรดีแล้ว จะพ้นจากสิ่งเหล่านั้นได้ เพราะเมื่อผู้ใดได้เข้ามาพึ่งพิงและปฏิบัติตามคำสอน ย่อมสลัดหลุดจากวัฏสงสารและกองทุกข์ได้
4. การอยู่ร่วมกันในหมู่มิตรดี สหายดี และสังคมบุญนิยมตามแนวทางแพทย์วิถีธรรม จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นและอ่านอาการกิเลสของตัวเองได้ง่ายที่สุด หมู่มิตรดีคือ "เครื่องมือหรือกระจกเงา" ที่ดีที่สุดในการซักฟอกกิเลสในใจเรา เพราะมีผัสสะและแรงกระแทกจากการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเป็นเครื่องมือช่วยขัดเกลา ความไม่ได้ดั่งใจของเรา
5. ผลลัพธ์ของการขาดกัลยาณมิตร: หากผู้ปฏิบัติธรรมแยกตัวไปอยู่ลำพังหรือแวดล้อมด้วยมิตรที่ไม่ดี จะทำให้ได้กุศลน้อย เกิดความหลงทางได้ง่าย และยากต่อการสลายวิบากกรรมร้ายเพราะขาดพลังปัญญาเกื้อกูลกัน ตรงตามสัจธรรมที่ว่า จิตวิญญาณย่อมไหลไปตามสิ่งแวดล้อมและจะไปจมอยู่กับพลังงานของกิเลสรอบตัว การขาดมิตรดีย่อมทำให้การพัฒนาจิตใจเป็นไปได้ยากและฝืดเคือง
6. สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมที่เรียนรู้อยู่ทางบ้านและยังไม่มีโอกาสเดินทางมาเข้าค่ายในพื้นที่จริง ไม่สามารถเชื่อมต่อพลังความดีได้เลย จะต้องเดินทางมาเจอกันต่อหน้าเท่านั้น เพราะธรรมทั้งหลายย่อมไม่สามารถหลั่งไหลสู่ผ่านสื่อและการเรียนรู้ทางไกลได้
7. จุดเริ่มต้นของการแพทย์วิถีธรรม เกิดจาก “หมอเขียว” ซึ่งมีความรู้ด้านการแพทย์หลายแขนง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาคนไข้และความเจ็บป่วยได้มาก จึงไปปฏิบัติธรรมและค้นพบแนวทางแก้ปัญหาจากพระไตรปิฎก ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเฉลยไว้แล้ว และพบว่าพระองค์เป็นหมอที่ดีและเก่งที่สุดในโรค
8. ในการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติครบทั้ง 9 ข้อ" สามารถเลือกทำข้อที่ทำแล้วรู้สึกสบาย เบา เกาย มีกำลัง และเหมาะสมกับข้อจำกัดของแต่ละคนได้เลย ตามความรู้สึกของร่างกาย
9. ในการเข้าสู่สภาวะ "ใจไร้ทุกข์" ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องทำจิตใจให้สงบนิ่ง หลบมุมอยู่คนเดียวและตัดขาดจากสังคมภายนอก เพื่อไม่ให้สิ่งแวดล้อมหรือบุคคลรอบตัวเข้ามาสร้างผัสสะกระแทกจิตใจให้เกิดความขุ่นมัว ตึงเกร็งไม่พอใจ
10. การตั้งศีลในเรื่องอาหารให้ละเอียดขึ้นตามแนวทางวิถีพุทธ หมายถึง การเปลี่ยนมาบริโภคผลไม้ พืช ผักไร้สารพิษ แทนการกินเนื้อสัตว์ ซึ่งถือเป็นการให้ที่สูงที่สุดเพราะไม่เบียดเบียนชีวิตอื่น และเป็นการสร้างวิบากดีที่จะดึงดูดสิ่งแวดล้อมที่ดีและมิตรดีเข้ามาในชีวิตสอดคล้องกับจูฬกัมมวิภังคสูตร
1. ถูก
2. ผิด คำตอบที่ถูกต้อง คือ
"มิตรดี" หมายถึง คนที่ไม่ตามใจเราในทุกๆ เรื่อง ไม่ชวนเราไปเสพสุขสมใจอยาก และคอยให้ปัญญาให้กำลังใจเมื่อเราต้องเผชิญกับอุปสรรคใดๆ
3. ถูก
4. ถูก
5. ถูก
6. ผิด คำตอบที่ถูกต้อง คือ
สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมที่เรียนรู้อยู่ทางบ้านและยังไม่มีโอกาสเดินทางมาเข้าค่ายในพื้นที่จริง สามารถเชื่อมต่อพลังความดีได้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเจอกันต่อหน้าเท่านั้น เพราะธรรมทั้งหลายย่อมหลั่งไหลสู่ธรรมทั้งหลายผ่านสื่อและการเรียนรู้ทางไกลได้
7. ถูก
8. ถูก
9. ผิด คำตอบที่ถูกต้อง คือ
ในการเข้าสู่สภาวะ "ใจไร้ทุกข์" ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องทำจิตใจให้ผ่องใส อยู่ร่วมกับมิตรดีสหายดีและอยู่กับสังคมภายนอก เพื่อให้สิ่งแวดล้อมหรือบุคคลรอบตัวเข้ามาสร้างผัสสะกระแทกจิตใจให้เกิดความขุ่นมัว ตึงเกร็งไม่พอใจ (เห็นทุกข์) จะได้ใช้ปัญญาล้างทุกข์ จะได้พ้นทุกข์
10. ถูก

13 วิชชา
การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด
การเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อเราดูจบ อ่านจบ หรือทำตามบทเรียนแล้ว แต่จะค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับการลงมือทำ การสังเกต และการเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต เราไม่จำเป็นต้องทำได้ดีตั้งแต่ครั้งแรก ขอเพียงเปิดใจเรียนรู้ ทดลองปรับเปลี่ยนตามกำลังของตนเอง และก้าวต่อไปทีละน้อย เพื่อให้ความรู้กลายเป็นปัญญา และนำไปสู่ชีวิตที่พึ่งตนเองได้อย่างมีความสุข
"เรียนรู้จากชีวิต ลงมือทำด้วยปัญญา เติบโตไปอย่างไม่สิ้นสุด."
13 วิชชา ประตูสู่การเรียนรู้
แต่ละวิชชาเชื่อมโยงกับเรื่องราวของชีวิต การพึ่งตน และการเปลี่ยนแปลง
ไม่มีลำดับที่ต้องเรียน
คุณสามารถเลือกเริ่มจากเรื่องที่สนใจ หรือเรื่องที่กำลังเป็นโจทย์ของชีวิต แล้วค่อย ๆ เชื่อมโยงไปสู่วิชชาอื่นตามความเหมาะสม
กดดูรายละเอียดแต่ละวิชชาได้ที่รูปข้างล่าง






