ทีมงาน คลายรักคลายทุกข์

ทีมงานผลิตรายการคลายรักคลายทุกข์ เป็นทีมงานที่ผลิตรายการร่วมกันมาตั้งแต่โครงการเก็บข้อมูล โสดดีหรือมีคู่ เมื่อปี 2562 ซึ่งเมื่อมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง ก็เป็นโอกาสที่จะพัฒนาทักษะและจิตวิญญาณร่วมกัน

สามารถอ่านรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับรายการคลายรักคลายทุกข์ได้ที่ “บันทึกโครงการ” ,”รวมรายการคลายรักคลายทุกข์

ผู้ดำเนินรายการ

  • ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  • ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  • วรางคณา ไตรยสุทธิ์ (พุทธพรฟ้า)
  • ปิ่น คำเพียงเพชร

ตัดต่อ

  • ปิ่น คำเพียงเพชร

ฝ่ายศิลป์

  • ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  • ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  • ปิ่น คำเพียงเพชร

อื่น ๆ

  • n/a

ประวัติผู้ดำเนินรายการคลายรักคลายทุกข์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

การศึกษา

ปริญญาตรี B.F.A. (ศิลปกรรม คอมพิวเตอร์อาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต)

ปริญญาโท M.B.A. (บริหารธุรกิจ การจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

การงาน ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ, จิตอาสา, และทำสวน

ประสบการณ์การศึกษาและปฏิบัติธรรม

เคยศึกษาธรรมะตามกระแสที่เด่นดังในสังคม ซื้อหนังสือครูบาอาจารย์ที่เขาว่าดีมาอ่าน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจแบบทะลุปรุโปร่ง เหมือนอธิบายทางเริ่มต้น แล้วก็ปลายทาง แต่ตรงกลางหายไป ที่หายไปเพราะทำตามเขาแล้วมันไม่ได้ ทางมันตัน มันตื้น มันไม่สูงพอจะไปถึงเป้าหมาย

จนมาได้ฟังอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน ในค่ายสุขภาพ ที่ตั้งใจจะไปพักผ่อน หาความรู้ทั่วไป เพราะเราก็ไม่ได้ป่วยไข้อะไร คือไปศึกษาเรียนรู้เรื่อย ๆ แต่ก็พบว่าคำตอบที่ตามหานั้น อาจารย์หมอเขียวสามารถตอบให้ได้ จึงได้ลองศึกษาและปฏิบัติตามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้พบกับความผาสุกที่ยั่งยืนขึ้นโดยลำดับ

แนวคิดเกี่ยวกับความรัก

สมัยวัยรุ่นก็วนเวียนอยู่กับรักตามกระแสโลกอยู่นาน คนทั่วไปเขาคิดอย่างไร เราก็คิดอย่างเขา มาเริ่มเปลี่ยนเอาตอนเจอธรรมะจริง ๆ  เป็นธรรมที่พาทวนกระแสอย่างมาก ก็ใช่ว่าจะปรับใจได้ทันที ต้องศึกษา ต้องปฏิบัติ พยายามทวนกระแสความรักโลกีย์ตามที่ครูบาอาจารย์ได้พากเพียรพยายามสอนเรา

จนวันหนึ่งจึงเข้าใจ อย่างเต็มใจ ตามที่พระพุทธเจ้าท่านว่า ไม่มีรัก ไม่มีทุกข์เลย ผู้ไม่มีรักย่อมมีแต่ความสุข ไม่มีความเศร้าหมอง ไม่ต้องไปเจอสารพัดทุกข์จากความรัก ไม่ต้องแสวงหาอยากได้รัก ไม่ต้องประคอง ไม่ต้องดูแล ไม่ต้องใส่ใจ ไม่มีภาระ คือไม่ต้องเข้าไปรัก อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านว่า “สิ่งใดที่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น สิ่งนั้นจะไม่ทุกข์เป็นไม่มี” เมื่อเราเข้าใจตามดังนั้นแล้ว เราก็นำความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ ประยุกต์เข้ากับทักษะที่มี ปรับใช้ในบริบทสังคมที่เราอยู่ แล้วเผยแพร่แบ่งปันไปในอินเตอร์เน็ต ทำให้ยิ่งพบว่า การจะออกจากความหลงงมงายในความรักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ง่าย ๆ แต่ก็ยังมีคนที่ยินดี พยายามทำความเข้าใจ ในที่สุดแห่งทุกข์ของความรักอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นจึงมีความยินดีในการพากเพียรปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างและเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับความรักที่พ้นจากโลกียวิสัยต่อไป เพื่อให้คนที่สนใจ เข้าใจในรักแบบโลกุตระมากยิ่งขึ้น

ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

การศึกษา

ปริญญาตรี B.F.A. (ศิลปกรรม คอมพิวเตอร์อาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต)

ปริญญาโท M.M. (การจัดการและการท่องเที่ยว การจัดการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมหาวิทยาลัยบูรพา)

การงาน

    1. ทำธุรกิจส่วนตัว ร้านทำป้ายโฆษณา
    2. จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

ประสบการณ์การศึกษาและปฏิบัติธรรม

เริ่มเรียนรู้ธรรมะในเชิงเพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ใครว่าดังก็ไปศึกษาดู ก็ได้ความรู้มาประมาณหนึ่งไปทางสงบจิตสงบใจ แต่ก็มีคำถามว่ายังไงต่อ รู้สึกว่ายังไม่สุดตามที่ศาสนาพุทธสอน

จนได้มาพบ อ.หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน จากคำแนะนำของแม่ที่ได้ไปเข้าค่ายสุขภาพมา ตอนนั้นก็ว่าดีไปเรียนรู้เรื่องสุขภาพดู ก็ได้คำตอบในการดูแลสุขภาพแบบพึ่งตน ลดยา ลดโรค จนไปถึงการลดทุกข์ ได้คำตอบที่ไม่เคยได้จากที่อื่น เป็นคำตอบที่ทำให้รู้ว่าชีวิตควรจะมุ่งไปทางไหน ได้ศึกษาและปฏิบัติตาม ก็ได้พบความผาสุกขึ้นมาเป็นลำดับ คลายทุกข์ได้มากขึ้น

แนวคิดเกี่ยวกับความรัก

ก่อนศึกษาธรรมะที่ถูกตรง ก็เป็นคนหนึ่งที่แสวงหาความรัก อยากมีคู่เหมือนคนทั่วไป ก็มีประสบการณ์มีแฟนอยู่ ตอนนั้นก็คิดว่าเป็นสิ่งดี เป็นความรักที่ดี ได้ช่วยเหลือ ดูแลกัน แต่ก็ยังสุข ๆ ทุกข์ ๆ ปนกันไป

พอเริ่มได้ฟังและศึกษาธรรมะที่ถูกตรงแล้วก็เห็นความจริงมากขึ้น การที่เราสุข ๆ ทุกข์ ๆ ปนกันนั้นคือการได้สมใจและไม่สมใจ ไปยึด ไปคาดหวังในตัวคนรัก อยากให้เขาเป็นอย่างใจเราต้องการ เป็นความรักที่มุ่งไปแค่คนเดียว สิ่งที่คิดมาตลอดว่ามีความรักดี ถ้าดีก็ไม่ควรทุกข์สิ แต่นี่ยังทุกข์อยู่ แล้วที่ว่ารัก รักจริงหรือ รักตัวเองต่างหาก ทำให้ตัวเองมีความสุข ทำให้ตัวเองได้ดั่งใจ ความสุขเราขึ้นอยู่ที่คนอื่น พอเขาไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีความสุข ไม่เป็นไปอย่างที่หวังก็ทุกข์ สรุปแล้วเป็นความเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ทำเพื่อตัวเอง เห็นความน่ารังเกียจของตัวเอง

ยิ่งมีมุมยึดอยู่เท่าไรก็ทุกข์มาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “มีรัก 1 ก็ทุกข์ 1 มีรัก 100 ก็ทุกข์ 100 ไม่มีรักเลยก็ไม่ทุกข์เลย” ความรักเป็นเครื่องผูกมัดให้ทุกข์ เพราะเราย่อมอยากให้เกิดสิ่งดีกับคนที่เรารัก อยากให้คนรักเป็นตามที่เราหมาย มีห่วง มีกังวล เมื่อเราเอาใจไปผูกกับคนอื่นย่อมทุกข์อยู่แล้วเพราะไม่มีทางได้อย่างใจเราหมายแน่นอน มีเรื่องให้ทุกข์มากมายตามมา

วรางคณา ไตรยสุทธิ์ (พุทธพรฟ้า)

การศึกษา

ปริญญาตรี แพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2553

ปริญญาตรี จิตอาสาวิถีธรรมบัณฑิตสถาบันวิชชาราม 2562

ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2558

กำลังศึกษา ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาคมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี

การงาน

จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย (2552-ปัจจุบัน)

วิทยากรแพทย์วิถีธรรมกองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (2556-ปัจจุบัน)

วิชชาจารย์ (อาจารย์)หลักสูตรจิตอาสาวิถีธรรมบัณฑิตสถาบันวิชชาราม(2562-ปัจจุบัน)

อาจารย์พิเศษ หลักสูตรประกาศนียบัตร การดูแลสุขภาพวิถีธรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ร่วมกับสถาบันวิชชาราม(2562-ปัจจุบัน)

ประสบการณ์การศึกษาและปฏิบัติธรรม

เริ่มจากการถามพ่อแม่และคนรอบข้างว่า “เราเกิดมาทำไม ทำไมเกิดมาแล้วต้องทุกข์ ทำยังไงจะพ้นทุกข์” หลายท่านตอบว่า “ไม่รู้” บางท่านก็ตอบว่า “เราเกิดมาเพราะมีกรรม ต้องใช้กรรม ชีวิตก็ทุกข์อย่างนี้ล่ะ! อย่าคิดให้เยอะเลย” พอรู้ว่าคนรอบตัวเราก็ไม่รู้มากไปกว่านี้เหมือนกันจึงเริ่มหาวิธีอื่นเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งอ่านหนังสือและดูสารคดี เกี่ยวกับจักรวาลวิทยา ศาสนาและลัทธิต่าง ๆ ความรู้มากมายเหล่านี้เหมือนจะช่วยให้ได้ตอบแต่ก็ไม่ให้ได้คำตอบที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง

จนกระทั่งได้มาศึกษาและเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ตอนอายุ 22 ปี ช่วงนั้นเป็นค่ายแฟนพันธุ์แท้ ปี 2552 ได้ฟังสิ่งที่อาจารย์หมอเขียวบรรยาย การใช้วิถีชีวิตที่เรียบง่าย การพึ่งตัวเองได้และช่วยเหลือผู้คนด้านสุขภาพ ทำงานด้านอื่น ๆ ไปด้วย เช่น ทำกสิกรรมไร้สารพิษ ใช้อาหารเป็นยา ทำยาหรือผลิตภัณฑ์ใช้เองเท่าที่จำเป็น และเชื่อมโยงการล้างกิเลสที่เป็นต้นต่อของความทุกข์ในชีวิตประจำวันไปด้วยตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าโดยฝึกฝนเป็นลำดับขั้นตอนที่เข้าใจได้ง่าย ปฏิบัติตามได้ง่าย ปรึกษาข้อสงสัยได้โดยตรงเวลาที่ทำต่อไม่ถูก จึงเลือกปฏิบัติตามเพื่อพิสูจน์ด้วยตนเองทำให้ชัดเจนในการลดทุกข์ได้อย่างยั่งยืนมาเป็นลำดับ ๆ จนถึงปัจจุบัน

แนวคิดเกี่ยวกับความรัก

เคยตามหาว่า“การมีรักแท้ที่ไม่ต้องทุกข์เป็นยังไง” ก็พบแต่ความรักที่มีทั้งความสุขและความทุกข์ปนกันไปพอได้มาศึกษากับแพทย์วิถีธรรมจึงเริ่มรู้ว่า “ความจริงแล้วความรักมันไม่ได้มีอยู่จริงหรอก ! มีแต่ความปรารถนาดีที่เป็นความเมตตาไปจนถึงอุเบกขาต่างหากที่จริงและไม่มีทุกข์”เพราะว่า “รักที่มีเงื่อนไขของกิเลสที่ไม่ได้ล้างจนถึงอุเบกขา ยังไงก็ทุกข์” เราควรมีความรักที่ปรารถนาดีแบบไม่มีเงื่อนไขไปตามลำดับในการล้างกามล้างอัตตา ไม่ชิงชังคนอื่นที่มีคู่แต่ก็ปรารถนาให้ทุกคนเป็นโสด ให้มีความอิสระต่อกันตอนนี้รู้แล้วว่า “ความรักที่แท้จริงและผาสุกที่สุด คือการให้อิสระต่อกัน (อิสระจากความผูกพันธ์ อิสระจากกิเลส)” จึงพากเพียรที่ตัวเองในการเป็นโสดและปฏิบัติไปสู่ความรักแบบโลกุตระในมิติที่สูงขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ร่วมกับหมู่มิตรดี

 

ปิ่น คำเพียงเพชร

การศึกษา

ศึกษาด้วยตนเอง

การงาน ปัจจุบันเป็นแม่บ้าน, เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

ประสบการณ์การศึกษาและปฏิบัติธรรม

จุดประกายที่ทำให้สนใจธรรมะครั้งแรก จากการได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เนื้อหาพูดถึงเรื่อง “การเกิดของมนุษย์” ว่าไม่ใช่แค่ เกิดจากการที่ น้ำอสุจิของผู้ชายมาเข้าสู่ในรังไข่ของผู้หญิงเท่านั้น แต่เกิดจากจิตวิญญาณที่มีกรรม เป็นตัวกำหนด ถึงได้มาเริ่มมองหาธรรมะอ่าน แต่ก็จะพบว่าหนังสือธรรมะเหล่านั้นมีมากมายและหลากหลาย ทั้งจากพระและจากฆราวาส มีทั้งที่สัมมาทิฏฐิและทั้งที่ไม่สัมมาทิฐิ จึงได้ตั้งอธิษฐานจิตว่า ขอให้ได้พบครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องถูกตรงอย่างถูกสัมมาทิฏฐิ แล้วตอนนั้นมีความสนใจ เรื่องการปฏิบัติธรรม แบบที่เขาเรียกกันว่า เข้าคอสวิปัสสนากรรมฐาน เคยคิดไว้ว่า อยากจะลองไปเข้าคอร์สกับเขาดูสักครั้ง อยากอยากปฏิบัติดู อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไปสักครั้ง จึงเริ่มจากอ่านหนังสือธรรมะที่พูดถึงเรื่องความรักว่า รักแท้แบบหญิงชายมีจริงหรือไม่ (ตอนนั้นคาดหวังว่าจะมีจริงอยากเจอรักแท้) เราก็ได้อ่านหนังสือธรรมะมาตามลำดับ แล้วก็เริ่มได้ฟังธรรมะจากพระหลายๆท่านจาก youtube ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับของจิตวิญญาณ แต่ ก็ยังไม่มีรายละเอียดและรูปแบบของภาคปฏิบัติที่ชัดเจน และหลายๆเรื่อง มันยังไม่ชัดเจน มันจึงยังเป็นคำถามที่ค้างคาใจแบบยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

จนกระทั่ง มีโอกาสได้มาพบกับแพทย์วิถีธรรม และได้รู้จักจาก อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน จากการเข้าค่ายสุขภาพ แต่ปรากฏว่า นอกจากอาจารย์หมอเขียวท่านจะสอนองคค์ความรู้เรื่องสุขภาพแล้ว ท่านยังสอนธรรมะที่ลึกซึ้งและเข้าใจง่ายด้วย จึงทำให้ได้คำตอบในข้อสงสัยหรือคำถามที่ค้างคาใจต่างๆเกี่ยวกับธรรมะ กระจ่างชัดเจนขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องของการปฏิบัติธรรมเรื่องของคำสอนพระพุทธเจ้า ที่เราไม่เคยเข้าใจมาก่อน ก็ได้เข้าใจถึงขนาดสามารถนำมาฝึกปฏิบัติตามได้เองและลดละล้างกิเลสล้างทุกข์ใจของตนเองได้จริงมาตามลำดับ

แนวคิดเกี่ยวกับความรัก

ก็ไม่ต่างจากผู้หญิงทั่วๆไป ก็คือ อยากมีรักแท้ และเมื่อถึงวัยที่คิดว่าเหมาะสม ก็คิดว่าเราควรจะมีครอบครัวได้แล้วนะ จึงมองหาผู้ชายดี ๆ สักคนหนึ่งที่รักเราจริง แล้วก็ได้เจอผู้ชายคนนั้นจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่เป็นสามีที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ดีถึงขนาดที่เพื่อนๆผู้หญิงหลายๆคนว่าน่าอิจฉาชีวิตเราที่เจอสามีที่ดีแบบนี้เลย แต่ในขณะที่เพื่อนๆหลาย ๆ คนบอกว่าอิจฉาเรา เราก็กลับยังมีมุมที่เราเป็นทุกข์ใจอยู่ แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

จนได้มาเจอธรรมะที่แท้จริง ได้ฟังคำสอนจากอาจารย์หมอเขียว จากเรื่องโสดดีหรือมีคู่ เรื่องของความรักที่แท้จริง ได้ฟังคำสอนจาก พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เรื่องของความรัก 10 มิติ จึงทำให้รู้ว่า ความรักที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร และความรักนั้นมีตั้งหลายระดับ ไม่ได้มีแค่รักกันแบบหญิงชายแล้วมาจบลงด้วยการครองคู่กันเท่านั้นนะ มันมีรักแบบไม่ต้องมีความทุกข์ได้นะ มันมีความรักที่บริสุทธิ์กว่าสูงส่งกว่าการรักแบบครองคู่นะ ความรักที่รักแบบหญิงชายที่เราบอกว่ารักเขานั้น จริงๆแล้วเราไม่ได้รักเขานะ ที่เรารักเขาเพราะเรารักความต้องการของเรา เราอยากให้เขามาทำสิ่งดีๆที่เราต้องการให้สมใจเรา อยากให้เขามาสนองความต้องการของเรา แท้ที่จริงแล้วเรารักตัวเราเอง เรารักความต้องการของตัวเราเอง เราไม่ได้รักเขานะ ซึ่งเมื่อได้น้อมใจพิจารณาตามก็เห็นอย่างนั้นจริงๆ จึงได้พากเพียรลดละความติดความยึดในคนคู่ที่ทำให้ใจเป็นทุกข์ ในเรื่องความรักของตัวเองมาตามลำดับ เพื่อจะก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ก็คือ การเป็นอิสระจากความทุกข์ และหนึ่งในนั้นก็คือ เป็นอิสระจากความทุกข์ในเรื่องความรัก ก็จะยังพากเพียรต่อไปเรื่อยๆ จะบรรลุเป้าหมายเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น จะได้ชาตินี้หรือชาติต่อๆไป ก็ให้เป็นไปตามที่มันเป็นไปได้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published.