สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม

สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)

การเดินทางมาภูผาฟ้าน้ำครั้งนี้ ยังคงมีกิเลสตัวขี้เกียจ ไม่อยากมาในตอนแรกเหมือนเดิม เหมือนทุกครั้ง แต่พอมาถึงก็ไม่มีรอยอาลัยอาวรณ์อยากกลับบ้าน ทำงานเต็มที่ ได้พลังจากพี่น้อง ไม่รู้สึกคิดถึงบ้านแต่อย่างไร แม้ว่าจะมีอุปสรรคและเรื่องกังวลจนเกือบจะไม่ได้มา แต่สุดท้ายก็ตัดรอบ เดินทางมากับพี่น้องจนได้ รอบนี้รู้สึกอบอุ่นใจได้พูดคุยกับพี่น้องที่สนิทกัน ได้คุยสภาวธรรมกัน แม้ไม่ได้เจอกันบ่อย แต่พอเจอกัน ก็ยังคงเหมือนเดิม มีความสุข กิจกรรมบนภูผาฟ้าน้ำ ตื่นเช้ามา ออกกำลังกาย ฟังธรรมะจากอาจารย์ ไปทำงานกสิกรรม กลับมากินข้าวมื้อเดียว แล้วช่วงบ่ายก็ไปทำงานต่อ นอนแต่หัวค่ำประมาณ 2ทุ่มครึ่ง ชีวิตดูเรียบง่ายและสบายเหมือนอยู่แดนสวรรค์


ประวัติ

เข้าค่ายสุขภาพเมื่อปี 2555 ด้วยอาการเจ็บป่วย หลังจากกลับไปปฏิบัติที่บ้าน อาการดีขึ้น แต่ยังไม่หายสนิท ค้นหาว่าทำไมถึงไม่หาย ได้ฟังธรรมะอาจารย์เลยรู้ว่า ใจ สำคัญที่สุด หลังจากนั้นได้มาร่วมบำเพ็ญกับพี่น้อง แพทย์วิถีธรรมและเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมในเวลาต่อมา

สรุปสาระธรรมที่ได้จากค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 31 “รุ่น กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก”

พระไตรปิฎก เล่มที่ 11 ข้อที่ 42 จักวัตติสูตร คำว่า ผู้นำ ไม่ใช่เพียงผู้นำประเทศ ไม่ใช่แค่กษัตริย์ พระราชา ฟังเหมือนไกลตัว แต่จริงๆหมายถึง ผู้เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำในระดับต่างๆ รวมถึงนายทุน ผู้นำทางเศรษฐกิจด้วย ผู้นำที่เอาแต่กอบโกย โลกถึงได้ขัดสน แม้แต่ในหน่วยเล็กอย่างครอบครัว ชุมชน ในครอบครัว หันมามองดูตัวเอง ในบางเรื่อง เราก็เป็นผู้นำในครอบครัว บางครั้ง ศีลเรายังพร่องอยู่ คนในครอบครัวก็ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา เหมือนกับที่พระไตรปิฎกว่าไว้

หากผู้นำไม่ปฏิบัติศีล ไม่ปฏิบัติธรรม ก็จะส่งผลถึงความขัดสน อุปสรรค ส่งผลถึงวรรณะที่เสื่อมถอยด้วย วรรณะไม่ใช่แค่ ลาภ ยศธรรมดา รวมถึงผิวพรรณวรรณะนัยยะลึก รวมถึงการทำตัวเป็นผู้น่ายกย่องสรรเสริญ 9 อย่าง เป็นความสูงส่งของชีวิต ความเป็นผู้เลี้ยงง่าย บำรุงง่าย มักน้อย สันโดษ ใจพอ ขัดเกลา ถ้าวรรณะเสื่อมถอย ก็จะไม่ขัดเกลากิเลส ไม่ขัดเกลาสิ่งที่เป็นโทษเป็นภัย มีแต่เสพกิเลส เหมือนคนทุกวันนี้ เสพติดมือถือ พวกกิเลสหนา ปัญหาจะเยอะ และจะมีมิจฉาทิฏฐิมาก จะส่งผลให้ความรุนแรงมากขึ้น ความอาฆาตพยาบาลจะมากขึ้น เพราะคนเสพกิเลสมากขึ้น ศีลจะเริ่มเสื่อมไปเรื่อยๆ รวมถึงความแข็งแรงของร่างกายก็จะเสื่อม คนยุคนี้ ขี้เกียจ คนสมัยก่อนขยันหมั่นเพียรมากกว่า

รากเหง้าคือกิเลส กิเลสคือ คนโง่ ให้คนโง่สอน เราไปเชื่อคนโง่ เราให้กิเลสสอน ไปเชื่อกิเลสอีก ยิ่งโง่ไปใหญ่ ความขี้เกียจ อาจารย์บอกไม่เห็นจะสดชื่นตรงไหน ขี้เกียจแล้วไม่สนุก ความขยัน คือความสดชื่น มีชีวิตชีวา กิเลสที่หนา อายุจะสั้นและวรรณะจะเสื่อมถอย

Leave a Reply

Your email address will not be published.