สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : สำรวม แก้วแกมจันทร์

สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : สำรวม แก้วแกมจันทร์/ร้อยแสงศีล

การปฏิบัติธรรมนั่นได้อะไร เคยมีคำถาม ถามพ่อครู,ถามอาจารย์หมอเขียว คำตอบคือ ไม่ได้อะไรเลย นอกจากความว่างเปล่า ว่างจากกิเลส ความว่างจากการสลายตัวตน สลายอัตตา ตามฐานวิบากบาปวิบากวิบากบุญ ของแต่ละคน ยากนะสำหรับเราที่เริ่มฝึกฝนการเรียนรู้ในการเอากิเลสออก เพราะเราเป็นคนที่ละโมบเอาเข้าไว้มากๆๆๆ ได้ค่อยๆ เรียนรู้ไปกับสัตบุรุษ และหมุ่กลุ่มมิตรดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ขอบพระคุณ สาธุ


ประวัติ

เป็นข้าราชการบำนาญ เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ประจำสวนป่านาบุญ 2 ชะอวด นครศรีธรรมราช เริ่มบำเพ็ญตนสมัครใจเป็นจิตอาสา ตั้งแต่ พฤษภาคม 2555

รู้จักแพทย์วิถีธรรมครั้งแรก ปี2549 จากการอ่านหนังสือเล่มแรก “”ปรับสมดุลร้อน-เย็น” ได้เข้าค่ายสุขภาพครั้งแรก 7 วัน (25-31 พ.ค. 2555)

หลังจากเข้าค่ายฯ ครั้งแรก ได้ปฏิบัติการดูแลสุขภาพตนเอง ฝึกการเป็นหมอดูแลตนเองได้ ด้วย ยา 9 เม็ด เน้นยาเม็ดเลิศเม็ดที่8 ,9 ใช้เม็ดหลัก เม็ด 7,6 และเม็ดเสริม เม็ดที่1,2,3,4,5. จึงเป็นการ”ปฏิบัติตน -แนะนำคนที่ศรัทธา” ชีวิตผาสุก ขึ้นเป็นลำดับๆ

สรุปสาระธรรมที่ได้จากค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 31 “รุ่น กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก”

ได้ฟังธรรมที่อาจารย์สอนแล้ว ตั้งศีล อธิศีล เป็น เมื่อผิดศีลก็รู้ตัวเร็ว สำนึกผิดยอมรับผิด ได้เร็วขึ้น วางสิ่งมี่เคยยึดได้เร็ว ทำให้เห็นตัวเองมากขึ้น รู้จักตนเองมากขึ้นอัตตาเล็กลง กิเลสลดน้อยลงเป็นลำดับ

ค่ายพตฏ. ครั้ง 31 นี้ ตั้งใจว่า ต้องการสลายตัวตน ลดความสำคัญของตนเอง ให้เหลือน้อยลงๆ ตามลำดับ มาปฏิบัติธรรมเพื่อ “ไม่เอาอะไรจากใครให้ได้” ยอมรับศรัทธาผู้อื่นได้มากขึ้น ให้ความสำคัญของหมู่กลุ่ม ให้ได้ เมื่อได้เจอผัสสะทุกครั้ง มีสติ เกิดปัญญารู้เท่าทัน เห็นกิเลสเห็นอัตตาตัวเองชัดขึ้น ซึ่งแตกต่างจากที่เมื่อก่อน จะมองไม่ค่อยเห็น จะเห็นแต่ข้อบกพร่องของคนอื่นก่อนเห็นของตัวเง แต่ครั้งนี้ที่พอมีผัสสะ ก็จะย้มได้ทันที เห็นตัวเองทันทีเลยว่า ออ!ๆๆ เราทำมา เราทำมามากกว่านั้น เราผิดเอง และไม่ซ้ำเติม ไม่ทับถมตัวเองเพราะว่าตอนนั้นเรายังไม่ได้เรียนรู้ธรรมะที่แท้จริง ไม่เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมา เป็นวิบากดีร้ายที่ตนเองได้ทำมาแล้ว จริงๆ รับเต็มๆ แล้วจะโชคดีขึ้น

ตัวอย่างจากการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ คือตัวเองตั้งใจ(คือการตั้งศีล)ไว้ว่าจะช่วยงานที่ขาดแคลนด้วยมีฉันทะ จะความยินดี พอใจ ทุกครั้ง ทุกงาน มี 3 ตัวอย่าง 3 เหตุการณ์. ดังนี้ เหตุการณ์ที่1 : ฝึกเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ เพื่อนมาชวนให้ไปช่วยงานที่ขาดแคลน คือ ไปฝึกหัดเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งวันแรกติดงานอื่นก่อนแล้ว จึงได้บอกเพื่อนไปตามความจริงว่า ไม่ว่าง พอวันที่สอง ตัวเองว่างพอดี เพื่อนก็มาชวนอีก จึงไปช่วยด้วยความยินดีพอใจ ด้วยใจที่ไม่ชอบ-ไม่ชัง-ไม่กลัว ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับทันตแพทย์มาก่อนเลย เป็นบทเรียนใหม่ เป็นการเรียนรู้ใหม่ทุกอย่าง แรกๆ ก็รู้สึกเกรงๆ แกร็งๆ นิด แต่ด้วยอยู่ในหมู่กลุ่มมิตรดี ก็รู้สึกโล่ง สบายๆ ฝึกงานวันแรกผ่านไปด้วยดี ตลอดตั้งแต่ประมาณสามโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น (พักกินอาหารกลางวัน) ในที่สุด ก็ต้องรับผิดชอบต่ออีก จนถึงเก็บอุปกรณ์ ซักล้าง เช็ด กวาดถูพื้น เก็บอุปกรณ์ ทุกอย่าง ต้องความตั้งใจใส่ใจอย่างมุ่งมั่น ตลอดเวลา สิ่งที่ได้รับ คือ มีมากมาย ไม่ใช่แค่เป็นผู้ช่วยหมอ นั่นคือได้ “ปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องถูกตรง” ด้วยใจที่นิ่งสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่สับสน ใจเบา สบาย เบิกบาน ผาสุกได้จริง

เหตุการณ์ที่ 2 : ช่วยงาน “กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก” ได้รับข้อมูลจากหมู่กลุ่มว่า “ไปขุดมันสะปะหลัง” จึงอาสาด้วยความเต็มใจ ยินดี ได้เอ่ยปากชวนเพื่อนเพื่อไปเป็นเพื่อน ตัวเองจะขุดหัวมันเอง เพราะมีประสบการณ์การขุดหัวมัน ระหว่าง เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ ก็รอเพื่อน เพื่อนช้า ก็เดินไปก่อน เจอเพื่อนอีกคน ซึ่งเขาไม่ค่อยมีแรง แต่ก็เต็มใจไปช่วย พอถึงแปลงมัน ก็เริ่มใช้พร้าถางหญ้าที่ค่อนข้างรกมาก แล้วลงมือขุดหัวมัน เพื่อนเห็นมะเขือพวงมีเยอะ เขาขอไปเอามีดมาตัดมะเขือพวง เพื่อนคนแรกก็ไปช่วยขุดห้วมันได้สักพัก เพื่อนขอไปเข้าห้องน้ำ ตัวเองก็ขุดต่ออย่างมุ่งมั่น ต้องออกแรงมากเพราะดินแห้งและแข็งมาก เพื่อนที่ไปห้องน้ำกลับมาพร้อมเสียบ 2 เล่ม และชวนเพื่อนอีกคนมาเดินออกแรง และเป็นกำลังใจให้พวกเรา เพราะเขาเพิ่งฟื้นจากไข้ ขุดหัวมันด้วยความยากมาก ก็มีเพื่อนอีกคนมาช่วย เป็นคนที่4 ตัวเองเองก็เพลินกับการขุดหัวมัน ระมัดระวังไม่ให้ขาด แต่ก็ยังขาดเป็นท่อนๆ เพราะ ดินแข็งมาก ได้เห็นชัดว่า ตัวเองยังมีความใจร้อนมากอยู่กว่าทั้ง 3 คน เรา3คนก้มหน้าก้มตาขุดหัวมันกันจนเพลินได้เหงื่อโทรมเลย เพื่อนคนที่ป่วยก็ช่วยเก็บมันใส่ตะกร้า ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นคือมีตัวต่อฝูงใหญ่ประมาณเป็นร้อยตัวบินมาจากไหนไม่ทันสังเกต ต่อยที่ข้อมือของเพื่อน เพื่อนตกใจรีบปัดแล้วรีบเดิน-วิ่งหนีตัวปลิวไปจากที่ขุดหัวมัน ตัวเองก็เอ๊ะใจ แต่มีสติ ไม่ตกใจ ไม่กลัว ยืนนิ่งๆ พูดไปว่าเราต้องไปตั้งหลักใหม่ ออกไปก่อน ใจก็ตั้งจิตคุยกับตัวต่อว่า เราไม่ได้มาให้ร้ายนะ ไม่ได้รังแกนะ ขอโทษๆๆ ต่างคนต่างอยู่นะ ไม่คิดร้ายต่อกันนะ ชั่วอึดใจยืนนิ่ง แล้วค่อยๆก้มหยิบพร้า จอบ เท่าที่ได้ รีบเดินกลับพร้อมชวนเพื่อนอีกสองคนให้หยุดก่อน ตัวเองเดินตามหลังคนป่วยมาติดๆ ตัวต่อก็ยังบินตามมาติดๆ ไกลออกไปประมาณ100 เมตร แต่ไม่ได้ต่อย เพื่อนอีกคนไม่ไปไหน ยังขุดหัวมันอยู่ ตะโกนบอกว่า มันไม่ต่อย มันบินไปหมดแล้ว ด้วยความที่เป็นห่วงเพื่อนที่ถูกต่อต่อยต้องตามไปดูแลก่อน แต่ตอนนั้นเพื่อนได้ใส่ยา น้ำมันสาบเสือ,น้ำมันเขียวแล้ว เจ็บนิดเดียว แต่ตกใจมากกว่า หายเจ็บแล้ว จึงรีบเดินกลับไปหาเพื่อนอีกคน ภาพที่เห็นคือเขายังขุดหัวมันตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แปลกดีนะ

สรุปว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นอาจินไตยนะ ตัวเองคิดได้แบบนี้ ตัวต่อทั้งรังออกมา แต่ไม่ได้ทำความเดือดร้อนมากมายให้เรา เพียงแต่มีแค่ตัวเดียวที่มันต่อยก็แค่เป็นการป้องกันตัว “สัตว์ทุกชนิด รักชีวิตเหมือนท่าน” จิตใจเราคิดด้วยความบริสุทธิ์ เมตตาที่ออกมาจากกาย วาจา ใจ อย่างบริสุทธิ์จริง เชื่อมั่นและศรัทธาที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ “จิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ เท่านั้นที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้” “รู้ตื่น รู้เบิกบาน ไม่ทุกข์ เป็นเช่นนี้เอง การขุดหัวมันสำปะหลังวันนี้(ได้ประมาณ30ก.ก) เป็นผัสสะให้ตัวเองได้ปฏิบัติธรรม “ทำงานนอก-งานในสำเร็จ” ไม่ได้เน้นแต่งานนอก “งานในสำคัญกว่า” ขอบคุณสัตบุรุษ ขอบคุณหมู่กลุ่ม

เหตุการณ์ที่ 3 : ช่วยลงทะเบียนออนไลน์และช่วยแนะนำให้เพื่อนทำการบ้าน เหตุเกิดขึ้น ในวันที่ 11-12 ธ.ค. 2563 ซึ่งเป็น 2 วันสุดท้ายของค่ายฯ ยังมีผู้ทีไม่ได้ลงทะเบียนอีกมาก (จากข้อมูลที่ได้รับมา มี 71คน แต่ที่ลงชื่อในสมุด เกือบ200 คน) จึงเอาภาระในการบำเพ็ญช่วยลงทะเบียนให้เพื่อนๆ (มีหลายสาเหตุ เช่น ไม่มีสัญญาณ, สัญญาณอ่อนไม่เสถียร, ลงทะเบียนไม่เป็น …. ได้ใช้เวลาในการช่วยลงทะเบียนไปได้หลายคน อย่างต่อเนื่องมา 2 วันแล้ว ณ เวลานั้น วันนี้เป็นวันที่ 3 เพื่อนๆ ต่างก็ได้ลงฐานงานกสิกรรมไปแล้ว ตัวเองก็ลงฐานงานด้วย แต่ด้วยที่งานที่ไปทำเป็นงานเบาๆ คนช่วยก็เยอะแล้ว เพราะว่า ตัวเองเป็นคนที่ยึดดี ยึดความสมบูรณ์เกินไป จึงตามหาคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ยังตามไปหาตามฐานงาน ในที่สุดเขาก็ส่งมาตลีมาเตือน ไม่ให้เราทำผิดมากกว่านี้ รู้ได้ทันทีเมื่อได้เจอผัสสะ โดนเต็มๆ รับเต็มๆ ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา ร้ายหมดอีกแล้ว รับแล้วจะโชคดีขึ้น ได้เห็นกิเลสตัวชอบความสมบูรณ์ ตัวอยากได้ดีจากคนอื่น ตัวไม่ยอมแพ้ เห็นความโง่ของตัวเองเต็มๆ มันไม่ดีนะ ความอยากได้เกิน เขาไม่อนุญาต แต่กิเลสมันจะเอาให้ได้มันไม่ยอม มันยึดอยู่ พอได้สติ ปัญญาเกิด ฃอบคุณมาตลีด้วยใจจากใจที่บริสุทธิ์อีกครั้ง ขอบคุณๆๆๆ วิบากร้ายจะได้ค่อยลดลงๆๆ รู้สึกโล่ง เบา สบายใจ ไม่ทับถมตัวเอง ขอบคุณมิตรดี การแนะนำให้เพื่อนทำการบ้านได้รับความสนใจ ความร่วมมือ ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ บรรลุผล สำเร็จ ยินดี พอใจ เบิกบานกันทุกคน

จึงคิดได้ว่า เรามาปฏิบัติธรรมเพื่อจะ “ให้ โดยไม่เอาอะไรจากใคร ให้ได้ ” ท่องไว้ๆ เป็นคาถาที่อาจารย์หมอให้มาสำหรับปราบกิเลสมาร

Leave a Reply

Your email address will not be published.