สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : ศิริพร คำวงษ์ศรี

สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : ศิริพร คำวงษ์ศรี (มั่นผ่องพุทธ)

วางอัตตาที่ยึดว่าจะต้องไปค่ายพระไตรปิฎกให้ครบทุกครั้ง ครั้งนี้เข้าค่ายผ่านออนไลน์ แต่ก็เรียนธรรมะผ่านครูบาอาจารย์ และพี่น้องอย่างสนุกสนาน มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา การนำทางทั้งด้านจิตวิญญาณ วัตถุด้านการเลี้ยงชีพด้วยการเกษตร คือ เส้นทางของมรรค ๘ อย่างแท้จริง ล้มลุกคลุกคลาน แต่ก็ยังมั่นใจในเส้นทางนี้ต่อไป


ประวัติ

ปัจจุบันเป็นผู้บำเพ็ญคบคุ้น สังกัดสวนป่านาบุญ ๙ ภาคกลาง บำเพ็ญมาโดยประมาณ ๒ ปี เริ่มต้นที่ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรม อาจารย์หมอเขียว และหมู่มิตรดี จากการชักชวนของเพื่อนสนิทที่ต้องการมาเข้าค่าย เนื่องจากคุณแม่ของเพื่อนป่วยเป็นโรคมะเร็ง พอได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้าผ่านการอธิบาย โดย อาจารย์หมอเขียว รู้สึกว่าเป็นธรรมะที่เข้าใจง่าย ไม่ย้อนแย้ง ได้เข้าใจในสัจธรรมของชีวิต และค่อยๆลด ละ เลิกการติดในวัตถุ เงิน งาน ทางโลกียะที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต และได้เห็นแบบอย่างการเสียสละที่ดีงามของอาจารย์หมอเขียวและจิตอาสาด้วยรอยยิ้มแห่งความผาสุก จึงอยากมีชีวิตเช่นนั้นบ้าง

สรุปสาระธรรมที่ได้จากค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 31 “รุ่น กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก”

1.การได้ฟังสภาวธรรมจากเพื่อหมู่มิตรดี ทำให้ใจเบิกบานผาสุกมากๆ รู้สึกไม่เหงา ไม่ได้สู้กิเลสบางตัวลำพัง หากเราสามารถเก็บประโยชน์ และเรียนรู้จากหมู่มิตรในทุกฐานะ ทุกอายุ ก็เป็นหนทางที่ทำให้เรามีปัญญาในการพ้นทุกข์ได้ ไม่ดูถูกผู้ใดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกชีวิตล้วนต้องการความพ้นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น

2.การเกษตร คือ ทางรอดด้านชีวิตทางโลก อาหารคือหนึ่งในโลก การได้มีหมู่มิตรดี ทำให้เหนี่ยวนำทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์เพื่อมนุษยชาติไปด้วยกัน มีหมู่ทำอะไรก็เหนื่อยน้อย ได้ขัดเกลากันและกัน ช่วยเหลือไม่ทอดทิ้งกัน เมื่อเรานำเกษตร การลดขยะ และสำนึกถึงความรับชอบต่อโลก ก็จะนำพาความดีสู่คนรอบข้าง ให้ได้เห็นประโยชน์ในการมุ่งทำสิ่งจำเป็นไปด้วยกัน

3.อัตตาที่นอนเนื่อง โผล่ขึ้นมาให้เห็นชัด เมื่อเจอเพื่อนส่งผัสสะมาทดสอบ ได้เห็นทุกข์ที่ดิ้นทุรนทุรายจากการยึดมั่นถือดีในตน หมู่มิตรดีไม่ทอดทิ้ง ช่วยให้ปัญญาเพื่อแก้ปัญหาในใจจนคลายใจในดีขึ้น ซาบซึ้งในมิตรภาพและความรักอันไร้เงื่อนไขที่หมู่มิตรพร้อมมอบให้ บนเส้นทางการฝึกฝนตนเองสู่ความพ้นทุกข์

Leave a Reply

Your email address will not be published.