สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : จิราภรณ์ ทองคู่

สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : จิราภรณ์ ทองคู่

เป็นจิตอาสาประจำ สังกัดสวนป่านาบุญ 8 บำเพ็ญมาตั้งแต่ปี 2559 มาสนใจเนื่องจากเจ็บป่วยมาและได้รักษาโดยใช้ เทคนิค 9 ข้อ ของอาจารย์ดร. ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) แล้วหายทั้งโรคทางกายและโรคทางใจ ทุกวันนี้ได้พากเพียรลดกิเลส ช่วยเหลือผู้อื่น ทำสมดุลร้อนเย็นและออกกำลังกาย พาตัวเองเข้าหาอยู่ในหมู่มิตรดี สัตบุรุษ

สาระธรรมที่ประทับใจในค่ายนี้คือการกินอาหารมื้อเดียว ซึ่งจะช่วยให้เจ็บป่วยน้อย ลำบากกายน้อย เบากายเบาใจ มีกำลัง และเป็นอยู่ผาสุก

มาอยู่ที่ภูผาฟ้าน้ำได้ฟังธรรมทุกวันช่วยให้โรคใจลดลง ได้อยู่กับหมู่มิตรดี ได้บำเพ็ญ ในรายการหมู่มิตรดีปลูกปัญญาพาพ้นทุกข์ ได้กินอาหารปลอดภัย ได้อยู่ในที่สัปปายะ ได้ช่วยงานอาจารย์ทุกอย่างที่ทำได้ตามฐานตัวเอง ทำให้โรคกายหายไป มีแต่เหตุการณ์ดีๆเกิดขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.

6 thoughts on “สรุปสาระธรรม ค่ายพระไตรปิฎก 31 : จิราภรณ์ ทองคู่”

  1. นางสาวสุพัชชญา ทองเปรม รหัสศึกษา6314009002

    ชื่อน้ำผึ้ง สุพัชชญา ทองเปรม
    การศึกษา นศ.วิชชาราม ปัญญาตรี ปี1
    เหตุที่สนใจ พวธ. เป็นสนามการทดสอบภาคปฏิบัติ ด้านร่างกาย และจิตใจ เพื่อเตรียมพร้อมในยุคภัยพิบัติที่มาทุกด้าน..ซึ่งเกิดจากปุถุชนที่มีกิเลส จนกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายทุกสิ่งอย่างบนโลกรวมทั้งเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง..(จากการได้มีเหตุปัจจัยที่พร้อม ณ วันได้เข้าร่วมงานวิชาการและต่อด้วยค่ายสุขภาพ ที่สวน 9 จากการไปดูแล อาวุโส ที่รักษาตัวกับศาสตร์ พวธ.)
    สาระธรรม : จากการตั้งศีลเมื่อครั้งที่ 30 ว่าจะพากเพียรในการงาน และใช้ชีวิตในหมู่กลุ่มเวลา 26 วัน ก็ได้นำกลับมาทำเองที่ จ.น่าน และบ้านไร่ ที่ชลบุรี แบบไร้สารพิษ..โดยมิได้พิจารณากำลัง..ประกอบกับที่ไร่ชลบุรี ขาดแรงงานช่วงโควิท และเร่งงาน เพื่อรีบกลับมาเคลียร์งานส่งเสริมสุขภาพและธรรมะกับเยาวชน ในชั้นเรียนออนไลน์ทุกคืนทำให้เกิดอาการปวดเอวและสะโพกนั่งไม่ได้..และเรื่องของคนที่จะไปส่งที่เรามั่นใจไม่มีโควิทไม่ว่างอีก..มีผู้อาสาจะไปส่วให้แต่เราพิจารณาแล้วสมควรจึงได้ หยุดที่จะเดินทาง…พอถึงวันค่ายพระไตรปิฎกเริ่มขึ้น อาการปวดที่ทุเลาลงก็กลับมาเยือนจากการไปยกของหนักและพรวนดินอีกรอบ
    ทำให้การเข้าร่วมฟังครั้งทำได้ดีที่สุด คือ นอนชมรายการ พี่แม่บ้านที่เป็นญาติธรรมเมตตาคอยให้ยาให้น้ำ..(สิ่งที่ได้นอกเหนือจากประสบการณ์ของพี่น้องในการแชร์ประสบการณ์ต่างๆ และคำวิพากษ์ของอาจารย์หมอและจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ในการย้อนมองส่องตน วิปัสสนาตนเอง และนำมาปรับใช้ กับตนเอง..สาระธรรมกับการทดสอบกับตนเองครั้งนี้ สอนให้รู้ว่า..คิดจะโน่นนี่นั่น..แต่เจอสอบให้ต้องอยู่เฉยเฉย..เราควรทำใจให้สงบแบบได..ควรประมาณการและเดินสายกลางให้เป็น ใจเย็นให้ได้ รอให้ได้..ขอบคุณอาจารย์หมอและพี่น้อง พวธ. ที่มีน้ำใจในการให้เข้าร่วมบำเพ็ญ..ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมยิ่งยิ่งขึ้นค่ะ..(นัั่ั

  2. นางโยธกา รือเซ็นแบรก์

    สรุปสภาวะธรรมค่ายพระไตรปิฏก ครั้งที่ 31 รุ่น “กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก ”

    ชื่อ นางโยธกา รือเซ็นแบรก์ ชื่อทางธรรม แจ้งศีล ประเทศ เยอรมันนี
    จิตอาสา สวน 6
    รู้จักแพทย์วิถีธรรม กลางปี 2560 มิตรดีชวนไปเข้าค่าย 1วัน สุขภาพแข็งแรง
    ประทับใจ การทำงานของจิตอาสาทำงานฟรี ทำด้วยใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส ตรงข้ามกับคนโลกๆที่เคยเจอ ตามครายไปหลายค่าย จนได้ไปเข้าค่ายที่เมืองไทย ได้ฟังธรรมะที่อาจารย์หมอเขียวฟังธรรมแล้วเข้าใจง่ายยิ่งน่าประทับใจ 0 บาท รักษาทุกโรคทางกาย โรคทางใจ เพิ่งจะรู้สึกตัว ว่าตัวเองป่วยทางใจหนักมาก
    2561สมัครเป็น นักศึกษาวิชาราม เรียน อริยสัจ๔
    มาทำกาารบ้าน กับหมู่มิตรดี อปริหานิยธรรม สนทนาธรรมกันบ่อยๆ ตั้งอริยศีลสู้กับกิเลส
    รู้ทันกิเลสมากขึ้นทุกข์ใจน้อยลง เข้าใจเรื่องวิบากกรรมดี วิบากกรรมร้าย เห็นใจ ,เข้าใจความรู้สึกคนอื่นมากขึ้น.

    ประโยชน์ที่ได้รับกับการเข้าค่ายพระไตรปิฎกทางออนไลน์ ครั้งนี้
    -ตื่นเช้า มาชร์ชิ่ง สวดมนต์ ทบทวนธรรม กดจุด โยคะ ฝึกหายใจ ร้อน -เย็น ทานอาหารมื้อเดียว
    ฟังธรรมะจากท่านอาจารย์ทุกวัน
    ตอนบ่ายหรือเย็น มาสนทนาธรรมเกือบทุกวันพวกเรามิตรดี ก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว
    ประโยชน์ของการทานอาหารมื้อเดียว ไม่ลำบากเบากาย ประหยัดเวลา
    และตั้งใจจะปฏิบัติต่อไป แต่ทานอาหารมื้อเดียว ก็ต้องพิจารณาถ้าทำงานหนักร่างกายต้องการ หรือวันสำคัญของครอบครัว .

    สาระธรรม ประทับใจ และน้อมนำมาปฏิบัติตาม
    บุญคือการชำระกิเลส
    กุศลคือการช่วยเหลือผู้อื่น
    ลดกิเลสให้มากๆ
    สานพลังหมู่มิตรดีช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้อาศัยสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต
    ถ้าไม่มีบุญกุศลชีวิตจะยากสุดๆ
    เพราะพลังบุญกุศลและมีมิตรดีแล้วชีวิตจะง่ายๆไปเรื่อยๆ
    ถ้าอยากให้ชีวีตง่ายต้องทำบุญกุศลทุกอย่างจะง่ายหมดไม่มีอะไรง่ายเท่านี้อีกแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุดในโลกแล้ว ไม่มีอะไรยากกว่านี้อีกแล้ว
    จะมีพลังบุญกุศลช่วย
    จะมีพลังมิตรดีช่วย
    ชีวิตยากสุดๆถ้าไม่มีพลังบุญกุศล
    ถ้ามีพลังบุญกุศลชีวิตจะง่ายสุดเพราะมีหมู่มิตรดี .

    9.12.2563 ท่านอาจารย์หมอเขียว ให้โอวาทพี่น้องสอบอริยสัจ๔
    ถ้าเรารอเก่งแล้วค่อยทำ ก็เท่ากับว่าเราหวังเป็นพระพุทธเจ้าก่อน โดยที่ไม่บำเพ็ญ
    “อย่าเป็นอสุรกายปิดกั้นความเจริญของตนเองและผู้อื่น ”
    ให้ซื่อสัตย์ บอกเท่าที่รู้ตามภูมิที่มี เต็มใจทำ
    สั่งสมบารมีไปเรื่อยๆ ได้เท่าไหร่ก็ดีเท่านั้นแล้ว .

    9.12.2563 อะไรก็ตามที่เรายังสอบไม่ผ่าน
    จะมีผัสสะ เหตุการณ์มาทดสอบเราอยู่เสมอๆ
    จนกว่าเราจะสอบผ่านได้ ผัสสะมากระแทกกิเลสออกมา ให้เราเห็นกิเลสและสามารถกำจัดกิเลสออกไปได้
    <<>>
    ถ้าเราสอบผ่านแล้ว เวลาเจอผัสสะนั้นมากระทบเราจะไม่รู้สึกอีกเลย .

    ถ้าเราเข้าใจเรื่องกรรม อย่างแจ่มแจ้ง
    เราจะไม่โทษคนอื่น 10.12.2563

    กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียว
    และพี่น้องหมู่มิตรดีทั่วโลก.
    ขอบคุณเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้มีโอกาสเข้าค่ายพระไตรปิฎกทางออนไลน์
    ถึงแม้ข้าพเจ้าไม่ได้ไปเข้าค่ายที่เมืองไทยแต่มีความรู้สึกเหมือนได้ไปเข้าค่ายจริงๆแม้จะปฏิบัติที่บ้าน และจดไว้ในใจ ประโยคหนึ่งของ อาจารย์หมอเขียว “”ถ้าเราชนะกิเลสได้ ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว จะอยู่ที่ใหนก็ไม่ทุกข์ใจ “”จำไม่ได้ทั้งหมดและจำวันไม่ได้
    ข้าพเจ้าจะขอพากเพียรล้างกิเลสต่อไป .
    กราบสาธุธรรมค่ะ

  3. สำรวม แก้วแกมจันทร์

    สรุปสาระธรรม “ค่ายพตฏ.ครั้งที่31
    เมื่อทราบว่า จะมีค่ายพตฏ. ครั้งที่31 ระหว่างวันที่6-12 ธ.ค. 63 ความรู้สึกตอนนั้น กิเลสมันบอกว่า “อากาศหนาวมากนะ” ก็วางใจว่า “ไปก็ได้ ไม่ไปก็ได้” ด้วยใจที่ไม่กลัวหนาว “หนาวสู้ได้ๆๆๆ”
    ด้วยตระหนักและเห็นความสำคัญของค่ายฯ รุ่น “กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก” “อาหารเป็นหนึ่งในโลก”
    ฟังอาจารย์บรรยายธรรม หัวข้อ “โพชฌงค์7” องค์แห่งการตรัสรู้ คือ เครื่องย่ำยีมาร7(กิเลส) ประกอบด้วย การระลึกรู้แจ้งกิเลส พิจารณาแยกแยะกิเลส พากเพียรลดละกิเลส อิ่มใจกำจัดกิเลสได้ สงบใจจากกิเลส ได้สภาวะตั้งมั่น เกิดอุเบกขา จิตเที่ยงธรรมเป็นกลาง ได้ทบทวนพิจารณาถึงการล้างชอบ-ชัง จนเกิดความเข้าใจ เห็นกิเลสตัวเอง หลายตัว ที่สามารถพากเพียร ลด ละ เลิก กิเลสบางตัวได้ ได้เห็นความเจริญในธรรมได้มากขึ้นเป็นลำดับๆ ได้สัมผัสกับบรรยากาศอันอบอุ่นที่เป็นพังงานความดีที่หมู่กลุ่มร่วมกันเสียสละ ทำงานฟรี เสีสละเวลา เงิน แรงใจ แรงงาน วัตถุสิ่งของ ร่วมแบ่งปัน “ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน” ด้วยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์
    มีความยินดี พอใจ ในการทำงานที่ขาดแคลนบุคลากร ได้ทุกงาน เช่น ได้ฝึกทำงานเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ เป็นการที่ได้เรียนรู้ใหม่ครั้งแรก ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ มีความที่เบิกบาน ตลอดเวลา 2-3 วัน
    ลงฐานงานกสิกรรม ช่วยปลูกต้นไม้ ช่วยเก็บผัก ช่วยไปถอนหัวมัน ช่วยงานครัวบางวัน เป็นต้น
    ได้เห็นความสำคัญของ “กสิกรรมไร้สารพิษชีวิตผาสุก” โดยการปลูกอยู่ปลูกกิน กับนวัตกรรมใหม่ที่ได้เรียนรู้ คือ “ยาฆ่าหญ้า” (ตราหมอเขียว) ยาแก้หนาว และยาแก้ง่วง ฯลฯ

    ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอและหมู่กลุ่มมิตรดีสหายดีทุกท่าน

  4. นางบัณฑิตา โฟกท์ แบม มุกแสงธรรม

    สรุปสาระธรรม ที่ข้าพเจ้าได้รับ จากค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่31
    รุ่น ” กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก”
    การเข้าค่ายครั้งนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเป็นค่ายพระไตรปิฎก ที่ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก(โลกของข้าพเจ้า) ที่ข้าพเจ้าได้เพาะถั่วงอกได้สวยที่สุดตั้งแต่เพาะมา สมกับเป็นค่ายกสิกรรมไร้สารพิษจริงๆ ข้าพเจ้าจึงตั้งชื่อถัวงอกนี้ว่า ถั่วงอกไร้สารพิษพลังศีล รสกรอบหวาน และข้าพเจ้าได้ส่งการบ้านทั้งกสิกรรมไร้สารพิษ และการบ้านอาหารสุขภาพแพทย์วิถีธรรม จากผลิตผลของถั่วงอก เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อค่าย “กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก”
    ในสถานการณ์โรคระบาด ณ เวลานี้ ที่ต้องหยุดเชื้ออยู่บ้านตามนโยบายของทางราชการเยอรมนี ก็ได้รับความอบอุ่น มีพลังและกำลังใจ จากครูบาอาจารย์ท่านอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน และพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมทั่วโลก ผ่านซูม เทคโนโลยีการสื่อสารที่มีส่วนสำคัญช่วยทำให้ได้รับโอกาสเข้าค่ายออนไลน์และได้สอบสภาวะธรรมอริยสัจสี่ทางออนไลน์ รับรู้ได้จริงๆ ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณ ว่า แม้อยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้ เป็นการปฏิบัติธรรมยุค New normal ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าถึงธรรม ผ่านเทคโนโลยีสื่อต่างๆ สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส คือได้ตั้งศีลมาปฏิบัติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อจะ เข้าสู่วิถีชีวิตที่ กินน้อยใช้น้อย เรียบง่าย พึ่งตน และ ช่วยคนให้พ้นทุกข์ตามที่ตัวเองจะทำได้ในเวลานี้ และจะปฏิบัติตนเหมือนเข้าค่ายพระไตรปิฎกทุกวัน คือจะมีการแลกเปลี่ยนสภาวะธรรมอริยสัจสี่กับพี่น้องหมู่กลุ่มตามที่ได้ตกลงกันไว้คือ พี่น้องท่านใดมีสภาวะธรรม อยากจะเล่า ทุกขอริยสัจอะไรๆ ก็ให้กดเข้าไลน์กลุ่มได้ตลอดเวลา (ห้องไลน์ธรรมะEmergency)ข้าพเจ้ายินดีที่จะแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำเสมอตามที่ตัวเองสะดวก และ ยินดีช่วยพี่น้องที่ต้องการให้ช่วยทำการบ้านนักศึกษาวิชชารามส่งในแต่ละสัปดาห์ นับจากวันนี้ไปข้าพเจ้าจะเร่งพากเพียรลดกิเลสตัวละเอียดให้ได้มากๆเจริญสติเพื่อตรวจจับกิเลสและตั้งมั่นให้ถึงจิตที่จะเพิ่มศีลขึ้นเรื่อยๆตามที่ตัวเองจะทำได้โดยไม่ยากไม่ลำบากฝืดฝืนจนเกินไป
    สาระธรรมที่ประทับใจในค่ายนี้คือ
    # บุญ คือการชำระกิเลส
    #กุศลคือ การช่วยเหลือผู้อื่น
    #ศีลดี มิตรดี เป็นส่วนสำคัญในการทำกสิกรรมไร้สารพิษตามหลักแพทย์วิถีธรรม
    #ลดกิเลสให้มากๆ สานพลังหมู่มิตรดีช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้อาศัยสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต
    #ถ้าเรารอเก่ง แล้วค่อยทำ ก็เท่ากับว่าเราหวังเป็นพระพุทธเจ้าก่อน โดยที่ไม่บำเพ็ญ อย่าเป็นอสูรกาย ปิดกั้นความเจริญของตนเองและผู้อื่น ให้ซื่อสัตย์ บอกเท่าที่รู้ตามภูมิที่มี เต็มใจทำ สั่งสมบารมีไปเรื่อยๆได้เท่าไหร่ก็ดีเท่านั้นแล้ว
    ข้าพเจ้าได้ฟังแล้วยิ่งมีพลังและกำลังใจยิ่งๆขึ้นไป ในการพากเพียรลดกิเลสไปด้วยช่วยพี่น้องไปด้วย กราบสาธุธรรมค่ะ

  5. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    ค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 31 วันที่ 6-12 ธันวาคม 2563 ณ พุทธสถาน ภูผาฟ้าน้ำ ต.ป่าแป๋ อ.ป่าแป๋ จ.เชียงใหม่
    รุ่น กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก

    หลังจบค่าย พตปฎ ครั้งที่ 31 และเดินทางกลับถึงบ้านที่กทม ข้าพเจ้ารีบมาทำการบ้านทันที และเป็นการทบทวนเนื้อหาบางส่วนที่ได้มีโอกาสที่ดีในชีวิตนี้ ที่ได้ไปร่วมทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกับหมู่มิตรดี บนภูผาฟ้าน้ำ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ขอเรียกว่า “แดนสวรรค์ชั้นฟ้า” เพราะเกินกว่ากว่าจะบรรยายเป็นภาษาได้หมด

    ตามที่อาจารย์ได้พูดคุยสั่งสอนให้ฟังว่า สภาวะที่เกิดขึ้น มีรายละเอียดที่มากกกก บรรยายเป็นภาษาได้ครอบคลุมได้ยาก เพราะฉะนั้น การอ่านภาษา หรือการรับฟังภาษามา เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจในการปฏิบัติเดินมรรคเท่านั้น สิ่งสำคัญ คือ การลงสนามจริง กระทบผัสสะด้วยอายตนะทั้ง6จริง ณ ปัจจุบันขณะ แล้วตรวจดู ในสติปฏฐาน4 ที่เกิดขึ้นใน กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม เพื่อฝึกฝนขัดเกลากิเลสในตนให้สิ้นหมดไปนั้น มีรายละเอียดในกระบวนการพิจารณาดังกล่าว มากกว่าภาษาที่ใช้อธิบายยิ่งนัก จึงเชื้อเชิญให้มาพิสูจน์กัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้สภาวะธรรมซึ่งกันและกัน เพื่อไปสู้เป้าหมายเดียวกันไม่เร็วก็ช้า ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า หรือชาติอื่น ๆ ๆสืบไป

    เก็บตกสาระธรรมคำคมบางส่วนมาจารึกไว้

    -ทุกอย่างจะง่ายหมด ถ้าเราลดกิเลสได้
    -กิเลส เป็นอาวุธที่มองเห็นได้ยาก เป็นโทษ เป็นภัย ต่อชีวิต
    -ถ้าเราลดกิเลสได้ เราก็ช่วยผู้อื่นให้ลดกิเลสได้
    -การตั้งตนบนความลำบาก แต่เราไม่รู้สึกยากลำบาก เพราเราตั้งตนบนความลำบาก ที่ไม่เบิกบูด ไม่ทรมาจนย่ำแย่
    -ต้องฝึกทำใจเรา ให้รู้สึกอนุโมทนา กับเพื่อนที่เขาทำบุญกุศล ความดีที่เขาทำได้ มันน่าชื่นชม น่าลุ้น น่าให้กำลังใจกัน เราเองก็พลอยได้ปัญญาไปด้วย ก็ได้ช่วยเหลือตนเอง และผู้อื่น แม้การฟังซ้ำกับเรื่องราวที่รู้อยู่แล้ว ก็เป็นการตอกย้ำ ซ้ำเติม เติมเต็ม ในชีวิต เวลาจะดึงเอามาใช้ได้ง่าย เร็ว ทันกาล นี่แหละ คือ อนิสงส์ ของการ ได้ยิน ได้ฟัง ได้ฝึกฝน สิ่งดี เราอย่าไปรำคาญในสิ่งที่ดี ควรยินดีเข้าไว้ เอประโยชน์เข้าไว้ในแต่ละเรื่อง อย่าเผลอไปรำคาญไปเพ่งโทษ
    -การไม่ประกอบกุศลธรรมเนือง ๆ จะทำให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดเกิด และกุศลธรรมที่มีจะเสื่อมไป

    ขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์และหมู่มิตรดี เมตตาบารมีท่านทั้งหลายได้สร้างองค์ประกอบเหตุปัจจัยให้ข้าพเจ้่าได้ถึงพร้อมในการเดินบนเส้นทางธรรมที่ถูกตรง เท่าที่สามารถจะ
    ทำได้ สาธุค่ะ

  6. จิตรา พรหมโคตร

    สรุปสาระธรรมค่ายพระไตรปิฏกครั้งที่31 รุ่น “กสิกรรมไร้สารพิษ ชีวิตผาสุก”

    การไปค่ายครั้งนี้ ไม่ได้หวังว่าจะได้ไป เพราะอยู่ในช่วงโควิดและต้องดูแลพ่อบ้านป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินที่เท้าทั้งสองข้าง แต่ก็พากเพียรปฏิบัติอยู่ที่บ้านด้วยการตั้งศีลว่า”จะไม่ถือสาและยอมพ่อบ้านทุกเรื่อง”ซึ่งทำให้เห็นกิเลสของตัวเองที่จ้องจะเอาเรื่องพ่อบ้าน ก็สามารถกำจัดให้ลดลงเบาบางไปตามวาระของแต่ละเรื่อง และทำกิจกรรมร่วมกับหมู่กลุ่มทางไลด์ เช่น ฟังธรรม ทำการบ้านอริยสัจ4 เข้าร่วมอปริหานิยธรรมเท่าที่จะทำได้ ปรากฏว่าได้มีโอกาสไปค่ายเพื่อไปฝึกฝนกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น กลางคืนเย็นถึง 10 องศา แต่ก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ยากลำบากเท่าไรนัก เพราะได้ฟังธรรมจากท่านอาจารย์ว่า การฝึกฝนอดทนต่อความหนาวเย็นด้วยปัญญาคือ เข้าใจเรื่องกรรมว่าเมื่อก่อนเราเคยกินเนื้อสัตว์ที่เอาเขามาแช่น้ำแข็งไว้ เมื่อมีโอกาสได้มาฝึกก็พิจารณาตามคำสอนเห็นประโยชน์ว่าเราโชคดี2อย่างคือ
    1.ได้ฝึกความอดทนต่อความหนาวเย็น ตั้งอยู่บนความอยากลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่ง
    2.ดันวิบากร้ายที่เคยกินเนื้อสัตว์มา ไปเบียดเบียนสัตว์อื่นก็ต้องได้รับผลกรรมมาฝึกอยู่กับความหนาวเย็น ทำให้เข้าใจความเป็นจริงว่าทุกอย่างอยู่ที่การปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา และสิ่งที่จะทำให้เกิดปัญญาได้ก็ต้องมีหมู่มิตรดี

    สาระธรรมที่ได้คือ

    1.เข้าใจเรื่องกรรมว่าทุกการกระทำในปัจจุบันทุกอย่างจะง่ายหมด ถ้าลดกิเลสได้

    2.กิเลสเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ยาก เป็นโทษ เป็นภัยต่อชีวิต ซึ่งจะต้องพากเพียรกำจัด

    3.ถ้าเราลดกิเลสได้ เราก็ช่วยผู้อื่นให้ลดกิเลสได้

    4.การตั้งอยู่บนความยากลำบาก แต่เราก็รู้สึกอดทนได้เพราะเราเข้าใจได้ด้วยการมีปัญญา รู้ชัดในผลของกรรม

    ขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์ และหมู่มิตรดีที่ได้เมตตาสร้างองค์ประกอบ เหตุปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนบนเส้นทางสายมรรคที่ถูกตรง ซึ่งข้าพเจ้าจะพากเพียรปฏิบัติเท่าที่จะสามารถทำได้ สาธุค่ะ