การวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ผลของการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพของผู้เข้ารับการอบรมสุขภาพแพทย์วิถีธรรม

บทความวิจัย (Research Article)

การวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ผลของการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพของผู้เข้ารับการอบรมสุขภาพแพทย์วิถีธรรม

Download งานวิจัยฉบับอัพเดท 20/9/2019

(urine-therapy-on-health-care-of-the-trainees-on-the-buddihist-dhamma-medicine.pdf)

ไฟด์ pdf ขนาด 0.6 mb เนื้อหาทั้งหมด 32 หน้า

ที่ปรึกษา งานวิจัย

1. ดร.ใจเพชร กล้าจน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม
กองการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
ปร.ด.สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค สาขา (สาธารณสุขชุมชน)

2. แพทย์หญิงกานดา ศักดิ์ศรชัย
นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัย
สำนักงานปลัด กองโรงพยาบาลภูมิภาค กระทรวงสาธารณสุข (ข้าราชการบำนาญ)
จิตอาสา กลุ่มงานรังสีวินิฉัย โรงพยาบาลศูนย์ อุตรดิตถ์
แพทยศาสตร์บัณฑิต วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัย
นักวิชาการอิสระ

3. ดร.อนงค์ลักษณ์ ฤทธิวุฒิ
หัวหน้าพยาบาล(พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ)
โรงพยาบาลคำเขื่อนแก้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต (พยาบาลและผดุงครรภ์).
สส.ม. (สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารสาธารณสุข)
ปร.ด.สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน)

4. ดร.พิมลพรรณ น้อยบัวทิพย์
ข้าราชการบำนาญ /นักวิชาการอิสระ
ปร.ด.สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน)

5. แพทย์หญิงสุภารัตน์ องค์พัฒนาวุฒิคุณ
แพทยศาสตร์บัณฑิต วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญีวิทยา นักวิชาการอิสระ

คณะผู้วิจัย

1. แพทย์หญิงลักขณา แซ่โซ้ว,
นายแพทย์ชำนาญการด้านเวชกรรม
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
แพทยศาสตร์บัณฑิต (พ.บ.)

2. ดร.ภูเพียรธรรม กล้าจน
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
ปร.ด.สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน)

3. ดร.ผุสดี เจริญไวยเจตน์
นักวิชาการอิสระ
ปร.ด.สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน)

4. ดร.วรรณศรี สาเสน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ปร.ด.สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน)

5. ทิพย์สุคนธ์ เนินทราย
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลตาดทอง
อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์)

6. ศิริพร จิระสถาวร
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลวังม่วงสัทธธรรม
อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์)

7. นิตยาภรณ์ สุระสาย
ข้าราชการบำนาญ
อดีตพยาบาลวิชาชีพ
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
พยาบาลศาสตร์ (พย.บ)
สส.ม. (สาธารณสุขศาสตร์)

8. วรางคณา ไตรยสุทธิ์
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
วท.ม.(การแพทย์แผนไทยประยุกต์)

9. ดินแสงธรรม กล้าจน
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์).

10. เอมอร แซ่ลิ้ม
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์)

11. แพรลายไม้ กล้าจน
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์).

12. ผ่องไพรธรรม กล้าจน
นักวิชาการ สถาบันวิชชาราม
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์).

13. แก่นเกื้อ นาวาบุญนิยม
นักวิชาการอิสระ
วท.ม.(สาธารณสุขศาสตร์)

 

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพของผู้เข้ารับการอบรมสุขภาพแพทย์วิถีธรรม เป็นการศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา (Retrospective Descriptive Study) ประชากร คือ ผู้เข้ารับการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 – 2559 จำนวนทั้งสิ้น 305,187 คน กลุ่มตัวอย่าง เป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยการ 1) ทบทวนเวชระเบียนที่มีการบันทึกผลการใช้น้ำปัสสาวะ ในการบำบัดอาการเจ็บป่วย  จำนวน   20,202  คน   2) วีดีโอที่บันทึกการแบ่งปันประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะ จำนวน  2,442 คน   3) เครื่องบันทึกเสียงที่บันทึกการสัมภาษณ์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ จำนวน   3,004  คน   รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น จำนวน   25,648  คน   วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ( Descriptive Statistics ) ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ( Content Analysis ) โดยวิเคราะห์ในประเด็นของอาการหรือโรคที่ใช้ วิธีการใช้ ผลการบำบัด และผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้น้ำปัสสาวะมีจำนวน 25,648คน เป็นเพศชาย  6,553คน(ร้อยละ 25.55) เพศหญิง  19,095คน (ร้อยละ 74.45) อายุต่ำสุด 1 วันอายุสูงสุด  92 ปี มาจากหลากหลายอาชีพ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจพนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของกิจการ เกษตรกร รับจ้างทั่วไป พ่อบ้านแม่บ้าน  ว่างงาน และมาจากหลากหลายลักษณะงาน เช่น แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข อสม. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าฯ  ตำรวจ ทหาร ครู อาจารย์มหาวิทยาลัย พระภิกษุ ภิกษุณี แม่ชี นักเรียน นักศึกษา นักบิน แอร์โฮสเตส  คนขับรถ ช่างตัดผม ช่างประปา ช่างไฟ ช่างก่อสร้าง ช่างภาพ นักเขียน ดารานักแสดง สถาปนิก วิศวกร นักการเมือง นักการทูต นักกฎหมาย ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ส่วนระดับการศึกษามีทุกระดับตั้งแต่ไม่ได้ศึกษาจนถึงปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศ

อาการหรือโรคที่มีการนำน้ำปัสสาวะมาใช้ในการบำบัด ได้แก่ แผลอักเสบ(2644 ราย) แผลกดทับ(352) แผลสุนัขกัด(181)งูสวัด(167) เริม(2148) หลอดลมอักเสบ(553) ต่อมทอนซิลอักเสบ(3084) กระเพาะปัสสาวะอักเสบ(1556) ฝี(1864) วัณโรค(27) ไวรัสตับอักเสบบี(88) เชื้อราในช่องคลอด(221) กลากเกลื้อน(153) ฝีคัณฑสูตร(51) หูด(998) ไข้เลือดออก(84) มาลาเรีย(4) ไข้ฉี่หนู(25)เนื้องอกมดลูก(540) เนื้องอกรังไข่(348) ซิสต์รังไข่(224) มะเร็งเต้านม(1543) มะเร็งต่อมไทรอยด์(334) มะเร็งต่อมลูกหมาก(726) มะเร็งปากมดลูก(1876)เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง(56) เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว(31) เพิ่มจำนวนเกล็ดเลือด(22)ไขมันในเลือดสูง(3229)เบาหวาน(4284) ไทรอยด์เป็นพิษ (286)อ้วน(315) ไขมันพอกตับ(87)ซึมเศร้า(396) นอนไม่หลับ(1294)เด็กก้าวร้าว(15)กล้ามเนื้ออ่อนแรง(147) สมองขาดเลือด(176) อัมพาตครึ่งซีก(123)ความจำเสื่อม(44)คันตา(3951) ตามัว(1022) ตาบวม(884) ตาแดง(1435) ตาแห้ง(2438) แผลที่กระจกตา(12) ต้อลม(2193) ต้อเนื้อ(1063) ต้อกระจก(367) ต้อหิน(27) วุ้นในตาเสื่อม(36) จอประสาทตาเสื่อม(174)สายตายาว(95) สายตาสั้น(64) สายตาเอียง(14)หูตึง(8) ปวดหู(39) หูชั้นกลางอักเสบ(26) ประสาทหูเสื่อม(23)ความดันโลหิตสูง(3548) เส้นเลือดหัวใจตีบ(89) แน่นหน้าอกหายใจไม่อิ่ม(104) เส้นเลือดขอด(3)หายใจลำบาก(184)คัดจมูก(1165) น้ำมูกไหล(1235) ไอ(4495) เจ็บคอ(3846) ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน(2556) ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง(528)  หลอดลมอักเสบ(385) หอบหืด(164) ปอดอักเสบ(143) วัณโรคปอด(29) ภูมิแพ้เรื้อรัง(974)จุกเสียด แน่นท้อง(1824) แผลในกระเพาะอาหาร(1532) กรดไหลย้อน(2258) ท้องผูก(633)ตับอักเสบ(869) ตับแข็ง(56)ผื่นลมพิษ(3548) ตุ่มคัน(1213) เหงื่อออกมากผิดปกติ(5) ผิวหยาบ(113) รูขุมขนกว้าง(258) สิวอักเสบ(354) สิวเสี้ยน(344) สิวอุดตัน(251) ผมหงอก(987)  เล็บขบ(54) น้ำกัดเท้า(264) คันเท้า(166) กลิ่นเท้า(182) ผมบาง(475) ผมร่วง(589) รังแค(547) แผลพุพอง(258) แผลเปื่อย(2564) แผลสด(5784) แผลอักเสบ(2645) ฝี(1332) แมลงกัดต่อย(2541) แผลสุนัขกัด(89) แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก(365) จุดด่างดำ(354) ส้นเท้าแตก(465) กระเนื้อ(64) รอยย่นหน้าผาก(103)  หมักผมทำให้ผมนุ่ม(526)ทากันแดด(2161)โรคสะเก็ดเงิน(237)นิ้วล็อก(285) ข้อมือขัด(195) เข่าขัด(645) เข่าเสื่อม(923) ปวดเกาต์(1375) ปวดบ่า(456) ปวดหลัง(867) ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ(3) ปวดข้อรูมาตอยด์(1482)กระเพาะปัสสาวะอักเสบ(1574) นิ่วไต(85) โรคไตเรื้อรัง(2873) ไตวายระยะสุดท้าย(547) ไตรั่ว(198) ตัวบวม(2512) ตกขาว(945) คันช่องคลอด(854) ปวดประจำเดือน(1578) เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด(231)ช็อกโกแลตซิสต์(346)วัยทอง(1642)เลือดออกผิดปกติขณะตั้งครรภ์(1)  ครรภ์เป็นพิษ(5) เบาหวานขณะตั้งครรภ์(34)ร้อนใน(3684) เหงือกอักเสบ(2516) เลือดออกตามไรฟัน(56) แผลถอนฟัน(185) แผลผ่าฟันคุด(143) ลิ้นเป็นฝ้าขาวในทารก(135)อ่อนเพลีย(2645) ไข้(1253) ง่วงนอน(46) ปวดหัว(66) ไม่สบายเนื้อตัว(345)

วิธีการนำน้ำปัสสาวะมาใช้ ได้แก่ ใช้ดื่ม อม กลั้วคอ สูดดม ฉีดพ่น ทาผิวหนัง หมักผม หยอดตา หยอดหู เช็ดแผล แช่มือแช่เท้า พอก นวดตัว สวนล้างลำไส้ใหญ่ สวนล้างช่องคลอด และใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย

ผลจากการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการดังกล่าวข้างต้น กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (ร้อยละ 100) มีความพอใจในผลการบำบัด เพราะผลที่ได้รับคืออาการดีขึ้น หรือหายสนิทได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับวิธีเดิม ๆ ที่เคยใช้กับอาการเดียวกัน นอกจากนี้ยังหาได้ง่าย ไม่ต้องซื้อจึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก   และสามารถพึ่งตนเองได้จึงทำให้รู้สึกอุ่นใจ และลดความกังวลไปได้มาก

ในด้านของอาการข้างเคียง ไม่พบว่ามีอาการข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการเจ็บป่วย แต่อาจจะมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์บ้าง เช่น ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน (ในผู้ที่ยังรับประทานเนื้อสัตว์) รสจัด (ในผู้ที่รับประทานอาหารรสจัด) ความรู้สึกชิงชังรังเกียจในการใช้ปัสสาวะ (ซึ่งกลุ่มตัวอย่างจะพยายามล้างความชิงชังรังเกียจออกจากจิต โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรม ลดกิเลส เมื่อล้างความชิงชังรังเกียจได้ จึงกล้ารับประทานปัสสาวะได้

บทนำ

ในปัจจุบัน มีงานวิจัยที่กล่าวถึงการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรคเป็นจำนวนมาก มีตัวอย่างกรณีศึกษาที่หายจากโรคต่าง ๆ มากมาย บุคลากรในวงการสุขภาพทั่วโลก ทั้งการแพทย์กระแสหลัก การแพทย์ทางเลือก นักวิทยาศาสตร์ และ นักวิจัยต่างก็ให้ความสนใจในผลอันมหัศจรรย์นี้ มีการประชุมในระดับโลกถึง 2 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1996 ที่อินเดีย และ ค.ศ. 1999 ที่เยอรมัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จะมีข้อมูลสนับสนุนมากมายถึงประโยชน์ของการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรค ทั้งด้านผลการรักษา ด้านความปลอดภัย ด้านความประหยัด แต่ก็ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากทั่วโลกที่ยังไม่รู้จักการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรค หรืออาจจะรู้แต่ยังไม่กล้าใช้ หรือยังไม่แน่ใจ หรืออีกทั้งยังมีบุคคลบางกลุ่มที่ต่อต้านและมีทัศนคติด้านลบต่อวิธีการนี้

ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่งที่มีการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการเจ็บป่วยมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี คือ ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม ซึ่งมีข้อมูลจากประสบการณ์การบำบัดที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก มีตัวอย่างกรณีศึกษามากมายเกือบทุกโรค ทุกอาการ เป็นแหล่งความรู้และแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่สามารถนำข้อมูลมาทำการศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างได้

คณะผู้วิจัยเห็นความสำคัญและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อผู้คนเป็นจำนวนมากที่กำลังทุกข์กายทุกข์ใจจากความเจ็บป่วย จึงมีความสนใจที่จะทำการศึกษาให้ทราบรายละเอียดเพื่อให้เกิดความชัดเจนมีหลักฐานเชิงประจักษ์ มีเหตุมีผล และสามารถอธิบายได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ในเรื่องของปัสสาวะบำบัดซึ่งองค์ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้ป่วยเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ และต่อโลก

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  • เพื่อสำรวจข้อมูลของผู้ที่เคยใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพ ของผู้เข้ารับการอบรมสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 -2559
  • เพื่อศึกษาวิธีการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพ
  • เพื่อศึกษาผลของการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพ
  • เพื่อศึกษาอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพ

ประโยชน์ที่จะได้รับ

  • ได้องค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพด้วยน้ำปัสสาวะที่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งด้านบุคคลผู้ใช้ วิธีการใช้ ผลการบำบัด ผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ และตัวอย่างกรณีศึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์จริง
  • ได้ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อทำการศึกษาในระดับที่ละเอียดมากขึ้นต่อไป

รูปแบบของการวิจัย

เป็นการศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา ( Retrospective Descriptive Study) โดยศึกษาจากข้อมูลที่ได้ทำการบันทึกไว้ ได้แก่เอกสารบันทึกอาการแบบแพทย์วิถีธรรม (Retrospective Chart Review)วีดีโอบันทึกการแบ่งปันประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะ และ เสียงบันทึกการสัมภาษณ์กรณีศึกษาที่น่าสนใจของศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ มูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทยเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการศึกษาในขั้นต่อไป

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร คือ ผู้เข้ารับการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 – 2559 จำนวนทั้งสิ้น 305,187คน

กลุ่มตัวอย่าง เป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)โดยการ 1) ทบทวนเวชระเบียนที่มีการบันทึกผลการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการเจ็บป่วย จำนวน   20,202คน   2) วีดีโอที่บันทึกการแบ่งปันประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะ จำนวน  2,442คน   3) เครื่องบันทึกเสียงที่บันทึกการสัมภาษณ์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ จำนวน   3,004คน   รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น จำนวน   25,648คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

  • เอกสารบันทึกอาการแบบแพทย์วิถีธรรม(เวชระเบียนแพทย์วิถีธรรม)
  • วีดีโอบันทึกการแบ่งปันประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพของผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม
  • เทปบันทึกเสียงที่บันทึกการสัมภาษณ์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย

  • รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากเอกสารบันทึกอาการ เครื่องบันทึกวีดีโอ และเทปบันทึกเสียง
  • ทำการวิเคราะห์ข้อมูล
  • สรุปผล และเขียนรายงานการวิจัย

การวิเคราะห์ข้อมูล

  • ข้อมูลทั่วไป วิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนา ( Descriptive Statistics )
  • ข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์ด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ
  • ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ( Content Analysis ) โดยวิเคราะห์ในประเด็นของอาการหรือโรคที่ใช้ วิธีการใช้ ผลการบำบัด และผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์

ผลการวิจัย

1). ข้อมูลทั่วไป พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้น้ำปัสสาวะมีจำนวน 25,648คน เป็นเพศชาย 6,553  คน(ร้อยละ 25.55) เพศหญิง  19,095คน (ร้อยละ 74.45) อายุต่ำสุด 1 วันอายุสูงสุด  92ปี มาจากหลากหลายอาชีพ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของกิจการ เกษตรกร รับจ้างทั่วไป พ่อบ้านแม่บ้าน  ว่างงาน และมาจากหลากหลายลักษณะงาน เช่น แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข อสม. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าฯ ตำรวจ ทหาร ครู อาจารย์มหาวิทยาลัย พระภิกษุ ภิกษุณี แม่ชี นักเรียน นักศึกษา นักบิน แอร์โฮสเตส  คนขับรถ ช่างตัดผม ช่างประปา ช่างไฟ ช่างก่อสร้าง ช่างภาพ นักเขียน ดารานักแสดง สถาปนิก วิศวกร นักการเมือง นักการทูต นักกฎหมาย ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา ส่วนระดับการศึกษามีทุกระดับตั้งแต่ไม่ได้ศึกษาจนถึงปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศ

ตารางที่ 1 แสดงอาชีพของผู้ที่ใช้ปัสสาวะบำบัด

อาชีพ

จำนวน(คน)

คิดเป็นร้อยละ

ข้าราชการ

6,284

24.50

พนักงานรัฐวิสาหกิจ

3,632

14.16

พนักงานบริษัทเอกชน

3,895

15.19

เจ้าของกิจการ

5,474

21.34

เกษตรกร

1,032

4.02

รับจ้างทั่วไป

1,253

4.89

พ่อบ้านแม่บ้าน 

2,085

8.13

ว่างงาน

523

2.04

นักเรียน นักศึกษา

502

1.96

อื่น ๆ

968

3.77

รวม

25,648

100

ตารางที่ 2 แสดงระดับการศึกษาของผู้ที่ใช้ปัสสาวะบำบัด

ระดับการศึกษา

จำนวน(คน)

คิดเป็นร้อยละ

ต่ำกว่าประถมศึกษา

152

0.59

ประถมศึกษา

983

3.83

มัธยมต้น

1,238

4.83

มัธยมปลาย หรือ เทียบเท่า

3,732

14.55

อนุปริญญา หรือ เทียบเท่า

4,347

16.95

ปริญญาตรี

12,449

48.54

ปริญญาโท

2,374

9.26

ปริญญาเอก

373

1.45

รวม

25,648

100

 

2). อาการหรือโรคที่มีการนำน้ำปัสสาวะมาใช้ในการบำบัดคณะผู้วิจัยได้แยกกลุ่มอาการต่างๆ ตามระบบ ดังนี้

ระบบ

อาการ
หรือ โรค(จำนวนของผู้ใช้บำบัดอาการนี้)

โรคติดเชื้อ

(Infectious
disease)

แผลอักเสบ(2644) แผลกดทับ(352)แผลสุนัขกัด(181)งูสวัด(167)
เริม(2148)หลอดลมอักเสบ(553) ต่อมทอนซิลอักเสบ(3084)กระเพาะปัสสาวะอักเสบ(1556)ฝี(1864)วัณโรค(27)ไวรัสตับอักเสบบี(88)เชื้อราในช่องคลอด(221) กลากเกลื้อน(153)
ฝีคัณฑสูตร(51) หูด(998) ไข้เลือดออก(84) มาลาเรีย(4) ไข้ฉี่หนู(25)

เนื้องอกและมะเร็ง

(Tumor and
cancer)

เนื้องอกมดลูก(540)
เนื้องอกรังไข่(348)ซิสต์รังไข่(224) มะเร็งเต้านม(1543)
มะเร็งต่อมไทรอยด์(334) มะเร็งต่อมลูกหมาก(726) มะเร็งปากมดลูก(1876) มะเร็งตับ(1203)
มะเร็งลำไส้ใหญ่(1489) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง(102) มะเร็งเม็ดเลือดขาว(176)
มะเร็งโพรงจมูก(6) มะเร็งในช่องปาก(32) มะเร็งผิวหนัง(47) มะเร็งปอด(69)
มะเร็งกระเพาะอาหาร(35)

ระบบการสร้างเลือดและภูมิคุ้มกัน(Hematological
system)

เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง(56) เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว(31)
เพิ่มจำนวนเกล็ดเลือด(22)

ระบบต่อมไร้ท่อ โภชนาการ
และเมตะโบลิซึม(
Endocrine system and Metabolism)

ไขมันในเลือดสูง(3229)เบาหวาน(4284)
ไทรอยด์เป็นพิษ (286)อ้วน(315) ไขมันพอกตับ(87)

ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม(Psychology
and Behavior)

ซึมเศร้า(396) นอนไม่หลับ(1294)เด็กก้าวร้าว(15)

ระบบประสาท

(Nervous
system)

กล้ามเนื้ออ่อนแรง(147)
สมองขาดเลือด(176) อัมพาตครึ่งซีก(123)ความจำเสื่อม(44)

ตาและอวัยวะข้างเคียง

(Visual system)

คันตา(3951) ตามัว(1022) ตาบวม(884) ตาแดง(1435) ตาแห้ง(2438)
แผลที่กระจกตา(12) ต้อลม(2193) ต้อเนื้อ(1063) ต้อกระจก(367) ต้อหิน(27)
วุ้นในตาเสื่อม(36) จอประสาทตาเสื่อม(174)สายตายาว(95) สายตาสั้น(64) สายตาเอียง(14)

หูและอวัยวะข้างเคียง

(Auditory
system)

หูตึง(8) ปวดหู(39)
หูชั้นกลางอักเสบ(26) ประสาทหูเสื่อม(23)

ระบบหัวใจและหลอดเลือด

(Cardiovascular
system)

ความดันโลหิตสูง(3548)
เส้นเลือดหัวใจตีบ(89) แน่นหน้าอกหายใจไม่อิ่ม(104) เส้นเลือดขอด(3)

ระบบหายใจ

(Respiratory
system)

หายใจลำบาก(184)คัดจมูก(1165)
น้ำมูกไหล(1235) ไอ(4495) เจ็บคอ(3846) ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน(2556)
ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง(528)
หลอดลมอักเสบ(385) หอบหืด(164) ปอดอักเสบ(143) วัณโรคปอด(29)
ภูมิแพ้เรื้อรัง(974)

ระบบทางเดินอาหาร

(Digestive
system)

จุกเสียด แน่นท้อง(1824) แผลในกระเพาะอาหาร(1532) กรดไหลย้อน(2258)
ท้องผูก(633)ตับอักเสบ(869) ตับแข็ง(56)

ระบบผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

(Integumentary
system)

ผื่นลมพิษ(3548) ตุ่มคัน(1213)
เหงื่อออกมากผิดปกติ(5) ผิวหยาบ(113) รูขุมขนกว้าง(258) สิวอักเสบ(354)
สิวเสี้ยน(344)สิวอุดตัน(251)ผมหงอก(987)
เล็บขบ(54) น้ำกัดเท้า(264) คันเท้า(166) กลิ่นเท้า(182) ผมบาง(475)
ผมร่วง(589) รังแค(547) แผลพุพอง(258) แผลเปื่อย(2564) แผลสด(5784) แผลอักเสบ(2645)
ฝี(1332) แมลงกัดต่อย(2541)แผลสุนัขกัด(89) แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก(365) จุดด่างดำ(354)
ส้นเท้าแตก(465) กระเนื้อ(64) รอยย่นหน้าผาก(103)  หมักผมทำให้ผมนุ่ม(526)ทากันแดด(2161)โรคสะเก็ดเงิน(237)

ระบบกล้ามเนื้อโครงร่าง(Musculoskeletal
system)

นิ้วล็อก(285) ข้อมือขัด(195) เข่าขัด(645)
เข่าเสื่อม(923) ปวดเกาต์(1375) ปวดบ่า(456) ปวดหลัง(867) ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ(3)
ปวดข้อรูมาตอยด์(1482)

ระบบสืบพันธุ์และระบบปัสสาวะ(Reproductive
and Urological system)

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ(1574) นิ่วไต(85) โรคไตเรื้อรัง(2873) ไตวายระยะสุดท้าย(547)
ไตรั่ว(198) ตัวบวม(2512) ตกขาว(945) คันช่องคลอด(854) ปวดประจำเดือน(1578)
เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด(231)ช็อกโกแลตซิสต์(346)วัยทอง(1642)

การตั้งครรภ์ การคลอดและหลังคลอด(Obstetrics)

เลือดออกผิดปกติขณะตั้งครรภ์(1)  ครรภ์เป็นพิษ(5) เบาหวานขณะตั้งครรภ์(34)

ปากและฟัน(Mouth
and teeth)

ร้อนใน(3684) เหงือกอักเสบ(2516)
เลือดออกตามไรฟัน(56) แผลถอนฟัน(185) แผลผ่าฟันคุด(143)ลิ้นเป็นฝ้าขาวในทารก(135)

อื่น ๆ(Miscellaneous)

อ่อนเพลีย(2645) ไข้(1253) ง่วงนอน(46)
ปวดหัว(66) ไม่สบายเนื้อตัว(345)

3). วิธีการนำน้ำปัสสาวะมาใช้ ได้แก่ ใช้ดื่ม อม กลั้วคอ สูดดม ฉีดพ่น ทาผิวหนัง หมักผม หยอดตา หยอดหู เช็ดแผล แช่มือแช่เท้า พอก นวดตัว สวนล้างลำไส้ใหญ่ สวนล้างช่องคลอด และใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ปัสสาวะที่ใช้มีทั้งปัสสาวะใหม่และปัสสาวะที่เก็บไว้เป็นเวลานานหลายวันจนถึงหลายปี และมีการนำน้ำปัสสาวะไปหมักกับสมุนไพรต่างๆ เช่น หมักกับสาบเสือใช้เป็นยาทาแผลได้ผลดี หมักกับเปลือกมังคุดใช้ฆ่าเชื้อโรคได้ผลดี ส่วนการหยอดตาจะนิยมใช้น้ำปัสสาวะใหม่ไม่เกิน 1 วัน หรือใช้น้ำปัสสาวะสกัดน้ำสกัดปัสสาวะจะใสไม่มีสี รสชาติเหมือนน้ำเปล่าและกลิ่นไม่แรง เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่กล้าใช้น้ำปัสสาวะสด นอกจากนี้ยังมีการทำปัสสาวะนาโน โดยหลักการทำนาโนคือการสลายอนุภาคของสสารจนได้พลังงานที่มาจากอะตอมของสสารนั้น ๆ ซึ่งเป็นพลังงานที่มีฤทธิ์ในการขับพิษหรือสิ่งที่ไม่สมดุลในร่างกายออกไปได้อย่างแรงและรวดเร็วแต่อาจทำให้เกิดอาการซ่านพิษได้ จึงมักจะเอาไว้ใช้เป็นวิธีสุดท้ายเมื่อทำอย่างอื่นแล้วยังไม่ดีขึ้น

4).ผลจากการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการดังกล่าวข้างต้น กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (ร้อยละ 100) มีความพอใจในผลการบำบัดเพราะผลที่ได้รับคืออาการดีขึ้น หรือหายสนิทได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับวิธีเดิม ๆ ที่เคยใช้กับอาการเดียวกัน นอกจากนี้ยังหาได้ง่าย ไม่ต้องซื้อจึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก และสามารถพึ่งตนเองได้จึงทำให้รู้สึกอุ่นใจ ลดความกังวลไปได้มาก กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจึงรู้สึกยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลเพื่อให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น เป็นธรรมทาน เพราะเป็นข้อมูลที่มาจากประสบการณ์ตรงของตนเอง

5).ไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายจากการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการเจ็บป่วย แต่อาจจะมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์บ้าง เช่น ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน (ในผู้ที่ยังรับประทานเนื้อสัตว์) รสจัด (ในผู้ที่รับประทานอาหารรสจัด) ความรู้สึกชิงชังรังเกียจในการใช้ปัสสาวะ (ซึ่งกลุ่มตัวอย่างจะพยายามล้างความชิงชังรังเกียจออกจากจิต โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรม ลดกิเลส เมื่อล้างความชิงชังรังเกียจได้ จึงรับประทานปัสสาวะได้) กรณีที่หยอดตา ถ้าปัสสาวะสีเข้มหรือมีรสจัด เมื่อหยอดตาอาจมีอาการแสบตาได้ชั่วคราว จากนั้นอาการจะหายไปเองโดยไม่มีอันตราย แต่ถ้าเป็นปัสสาวะสีใสรสจืดจะไม่แสบตา และยังทำให้รู้สึกเย็นสบายลูกตา การใช้ภายนอกถ้าน้ำปัสสาวะติดเสื้อผ้าจะทำให้มีกลิ่น แต่ถ้ารอให้แห้งเองโดยไม่ติดเสื้อผ้าจะไม่มีกลิ่น การดื่มน้ำปัสสาวะนาโนต้องระวังการเกิดอาการซ่านพิษ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ผื่น ท้องเสีย เป็นต้น

ตัวอย่างประสบการณ์ของผู้ใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการเจ็บป่วย

กลุ่มตัวอย่าง

(นามสมมุติ)

/ (อายุ)

ข้อมูล

พอเพียง(69)

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ฉี่เป็นเลือดเลย เจ็บมาก เดิมถ้ามีอาการแบบนี้จะทานยาปฏิชีวนะ
Ciprofloxacin
5 วัน วันที่ 3 ถึงจะดีขึ้น ครั้งนี้ไม่ทานยา อยากทดลอง ฉี่ออกมาก็ดื่มเลย
อีกประมาณ 10 นาที รู้สึกปวดฉี่ ฉี่ครั้งนี้เจ็บน้อยลง เลือดจางลง ปริมาณปัสสาวะมากขึ้น  ก็ดื่มกลับเข้าไปทั้งหมด อีกประมาณ 2
ชม. ฉี่อีก ครั้งนี้เจ็บน้อยลงมากและไม่มีเลือดแล้ว ก็ดื่มกลับเข้าไปอีก
แล้วก็นอนเพราะได้เวลานอนพอดี นอนหลับสนิทตลอดคืน พอตื่นมา อาการหายสนิทเลยค่ะ
ไม่น่าเชื่อว่าจะเร็วขนาดนี้ ไม่ต้องกินยาเลย

เพียงพอ(37)

ผมเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน
ไม่ค่อยเชื่อหรอก แล้วก็ไม่อยากดื่มด้วย ตอนนั้นเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ
เจ็บคอมากแม่คะยั้นคะยอให้ดื่ม ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงก็เลยลอง ดื่มไปอึกเดียว เฮ้ย
! มันหายเจ็บ ก็เลยดื่มอีกเรื่อย ๆ ทั้งวัน วันต่อมา อ้าว! หายแล้ว แปลกดีเหมือนกัน แต่ผมก็ยังไม่กล้าแนะนำคนไข้นะ

พอใจ(42)

แผลที่นิ้วกลาง บวม แดง เป็นหนอง
ปวดมาก กินยาฆ่าเชื้อมา 3 สัปดาห์ เปลี่ยนยาไป 3 ครั้งแล้ว ไม่ดีขึ้น
พอได้ยินเรื่องน้ำปัสสาวะ ไปเข้าห้องน้ำ ฉี่ใส่มือเลย นี่ผล(โชว์นิ้วให้ดู)
หายบวม หายปวดแล้ว เพิ่งฉี่ใส่เมื่อกี๊นี้เอง ดีจริง

ใจพอ(33)

เป็นต้อลม เจ็บ แสบ คัน ตาแดงมาก
ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา เช้า เที่ยง เย็น มันรู้สึกสบายตา หายแสบหายคันตั้งแต่วันแรก
ตาก็หายแดง ใช้อยู่ประมาณ 1 เดือน เยื่อที่เป็นต้อลมมันหายไปเลย

พอดี(23)

ผ่าฟันคุด
ปกติที่เคยไปผ่ามาแก้มจะบวมเหมือนลูกมะนาวเลยแผลที่ผ่าใช้เวลาประมาณ 1
เดือนถึงจะหาย แต่ครั้งล่าสุดเราไม่อยากกินยา เลยอมฉี่วันละครั้ง แผล 5 วันหาย
ไม่บวมด้วย

ดีพอ(45)

เหนื่อย เพลีย ไม่มีแรง เวียนศีรษะ ผิวดำคล้ำ
คลื่นไส้ อาเจียน ไปตรวจ เป็นไตวายเรื้อรัง
GFR =5 หมอจะให้ฟอกไต
แต่เราไม่อยากฟอกเพราะเคยเห็นคนฟอกแล้วมันทรมานแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะหายด้วย กลับจากโรงพยาบาลเลยดื่มปัสสาวะ
เคยได้ยินมา ก็ไม่แน่ใจหรอก แต่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ดีกว่าต้องฟอกไต
ปรากฏว่าพอดื่มไปมันมีแรงขึ้นมา หายอ่อนเพลีย เดินไปมาได้ดีขึ้น ก็เลยมีกำลังใจ
ดื่มมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ดื่มมาเดือนครึ่งแล้ว ใช้ทาตัวทาผิวด้วย ผิวที่ดำ ๆ แห้ง ๆ
กร้าน ๆ หายเป็นปกติแล้วค่ะ ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้น กินข้าวอร่อย
แต่ยังไม่ได้ไปตรวจ
GFR ซ้ำ เพราะยังไม่อยากไปเจอหมอ

พอแล้ว(55)

ผมบาง ตรงกลางเป็นไข่ดาว
ใช้ปัสสาวะทาเช้าเย็น 2 วัน มันเหมือนขนอ่อน ๆ ขึ้นมา ก็เลยทาทุกวัน ตอนนี้ 4
เดือน นี่ไง ขึ้นมา 4 ซม. ไม่เป็นไข่ดาวแล้ว

แล้วพอ(68)

ให้ยาคีโมทุกครั้ง
มีผลให้เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือดต่ำทุกครั้ง หมอต้องฉีดยากระตุ้นให้สร้างเลือด
ถ้าค่าเลือดขึ้นถึงจะให้คีโมได้ ครั้งหลัง ๆ ลองดื่มน้ำปัสสาวะร่วมไปด้วยปรากฏว่า
ค่าเลือดปกติทุกอย่าง ไม่ต้องฉีดยาเพื่อให้สร้างเลือดอีกเลย
ร่างกายเค้าสร้างได้เอง

พอเหมาะ(85)

เป็นสะเก็ดเงินมา 20 ปี ผิวเป็นผื่น
พุพอง น้ำเหลืองเยิ้ม ปวดแสบปวดร้อน ขาบวม มดแมลงวันตอม ทรมานมาก
ลองแช่ตัวด้วยน้ำปัสสาวะ ทาที่ผื่น ใช้ทำดีท็อกซ์
แล้วก็ดื่มด้วย วันเดียวผื่นที่กำลังเยิ้ม ๆ แห้งเลย จากนั้นเริ่มตกสะเก็ด
อาทิตย์เดียวหายเกลี้ยงเลย ชีวิตดีขึ้นมาก แต่ถ้าช่วงไหนไปกินเนื้อสัตว์
อาการมันจะกลับมา พองดกินอาการก็หาย

เหมาะพอ(55)

มีหมา 2 ตัว เป็นโรคระบาด ตายไปแล้ว
1 ตัว อีกตัวกำลังจะตาย ขาอ่อนแรง นอนหายใจแผ่ว ๆ ใกล้จะหมดลมแล้ว
เลยเอาน้ำฉี่+ผงถ่าน+น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น+น้ำมันเขียว ใส่ปากให้กลืน 2วันลุกได้
3 วันวิ่งปร๋อเลย ไม่ตาย

พอสวย(51)

เป็นรังแคมานาน ใช้ปัสสาวะหมักผม
ครั้งเดียวหายเลย

สวยพอ(84)

เป็นภูมิแพ้มา 20 กว่าปี มีน้ำมูก
จามตลอด ดื่มน้ำปัสสาวะ แล้วก็ใช้ล้างจมูก หายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ลืมไปเลย

พอมี(40)

เป็น SLE
อาการกำเริบ หลอดลมตีบ หอบ หายใจไม่ออก อยู่บ้านคนเดียว
จะไปโรงพยาบาลก็ไม่ไหว มันเหนื่อยมาก จะหมดแรงแล้ว ไม่รู้จะทำไง
มีน้ำปัสสาวะวางอยู่ เลยเอาผ้าชุบน้ำปัสสาวะมาพอกที่คอและหน้าอก แล้วก็ดื่มด้วย
อาการค่อย ๆดีขึ้น หายใจโล่งขึ้น 30 นาทีหายสนิท เกือบตายซะแล้ว

มีพอ(53)

แมลงป่องต่อย ปวด บวมมาก แดงด้วย
แช่ปัสสาวะ อาการปวดลดลงทันที แช่อยู่ประมาน 1 ชม. หายบวมหายแดง

พอกิน(31)

เด็กทารก 3 เดือน เป็นไข้
ใช้น้ำปัสสาวะสวนก้นไป 100 ซีซี ประมาณ 3 นาที ถ่ายออกมา ไข้ลงเลย

กินพอ(60)

คันช่องคลอด มีตกขาว มีกลิ่น
ใช้น้ำปัสสาวะสวนล้างช่องคลอด ครั้งเดียว หายเลย

พอใช้(36)

เป็นเนื้องอกรังไข่ 2 ข้าง ปวดท้อง
หมอแนะนำให้ผ่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ ลองดื่มน้ำปัสสาวะ อาการปวดลดลงเรื่อย ๆ จนหาย
1 เดือนไปตรวจซ้ำ ไม่เจอก้อนแล้ว

ยังมีตัวอย่างอีกจำนวนมากที่ไม่ได้นำมาลง เนื่องจากพื้นที่จำกัด

สรุปและอภิปรายผล

จากผลการวิจัย สรุปได้ว่า

  1. น้ำปัสสาวะสามารถนำมาใช้ในการบำบัดอาการเจ็บป่วยได้จริง โดยมีการนำมาใช้ครอบคลุมทุกระบบของร่างกาย หลากหลายอาการและหลากหลายโรค
  2. วิธีการใช้ สามารถใช้ได้ทุกรูปแบบ ทั้งการดื่ม อม กลั้วคอ สูดดม ฉีดพ่น ทาผิวหนัง หมักผม หยอดตา หยอดหู เช็ดแผล แช่มือแช่เท้า พอก นวดตัว สวนล้างลำไส้ใหญ่ สวนล้างช่องคลอด และใช้ได้กับทุกส่วนในร่างกาย
  3. กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (ร้อยละ 100) จากหลากหลายอาการหรือโรคในทุกระบบของร่างกาย มีความพอใจในผลการบำบัด เมื่อเทียบกับวิธีเดิมที่เคยใช้เมื่อเกิดอาการเดียวกัน
  4. ไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรงใด ๆ จากการใช้น้ำปัสสาวะ
  5. ปัสสาวะมีข้อดีที่เป็นความพิเศษเหนือกว่าทุกวิธีที่ใช้บำบัดอาการเจ็บป่วยในปัจจุบันนี้ คือ ทุกคนสามารถผลิตได้เอง เปรียบเสมือนเป็นโรงงานผลิตยาเอง จึงเป็นการพึ่งตนเองได้อย่างแท้จริง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและความกังวลใจได้อย่างมาก

ผลการวิจัยสอดคล้องกับพระไตรปิฎก เล่มที่ 4 ข้อ 143 พุทธานุญาตให้บอกนิสสัย ๔

“ ทันใดนั้นแหละ พึงวัดเงา พึงบอกประมาณแห่งฤดู พึงบอกส่วนแห่งวันพึงบอกสังคีติ พึงบอกนิสสัย ๔ ว่าดังนี้:-

๑. บรรพชาอาศัยโภชนะ คือคำข้าวอันหาได้ด้วยกำลังปลีแข้ง เธอพึงทำอุตสาหะในข้อนั้นจนตลอดชีวิต. อติเรกลาภ คือภัตถวายสงฆ์ ภัตเฉพาะสงฆ์ การนิมนต์ ภัตถวายตามสลาก ภัตถวายในปักษ์ ภัตถวายในวันอุโบสถ ภัตถวายในวันปาฏิบท.

๒. บรรพชาอาศัยบังสุกุลจีวร เธอพึงทำอุตสาหะในข้อนั้นจนตลอดชีวิต. อติเรกลาภคือผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าป่าน ผ้าแกมกัน.

๓. บรรพชาอาศัยโคนต้นไม้เป็นเสนาสนะ เธอพึงอุตสาหะในข้อนั้นจนตลอดชีวิตอติเรกลาภ คือวิหาร เรือนมุงแถบเดียว เรือนชั้น เรือนโล้น ถ้ำ.

๔. บรรพชาอาศัยมูตรเน่าเป็นยาเธอพึงทำอุตสาหะในข้อนั้นจนตลอดชีวิต. อติเรกลาภคือเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย.”

และสอดคล้องกับพระไตรปิฎก เล่มที่ 21 ข้อ 27สันตุฎฐิสูตร มีข้อความว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัย ๔ อย่างนี้ ทั้งน้อย หาได้ง่าย และ

หาโทษมิได้ ปัจจัย ๔ อย่างเป็นไฉน คือ บรรดาจีวร บังสุกุลจีวร ทั้งน้อย

หาได้ง่าย และหาโทษมิได้ ๑ บรรดาโภชนะ คำข้าวที่หาได้ด้วยปลีแข็ง ทั้งน้อย

หาได้ง่าย และหาโทษมิได้ ๑ บรรดาเสนาสนะ รุกขมูล ทั้งน้อย หาได้ง่าย

และหาโทษมิได้ ๑ บรรดาเภสัช มูตรเน่า ทั้งน้อย หาได้ง่าย และหาโทษ

มิได้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปัจจัย ๔ อย่างนี้แล ทั้งน้อย หาได้ง่าย หาโทษ

มิได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุที่ภิกษุเป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัย อันน้อยและหา

ได้ง่าย เราจึงกล่าวข้อนี้ว่า เป็นองค์แห่งความเป็นสมณะอย่างหนึ่งของเธอ ฯ

เมื่อภิกษุสันโดษด้วยปัจจัยอันหาโทษมิได้ ทั้งน้อยและหาได้ง่าย ปรารภเสนาสนะ จีวร ปานะ และโภชนะ จิตของเธอ ก็ไม่คับแค้นไม่กระทบกระเทือนทุกทิศ และธรรมเหล่าใดอันภิกษุนั้นกล่าวแล้ว อนุโลมแก่สมณธรรม ธรรมเหล่านั้นอันภิกษุผู้ไม่ประมาท มีความสันโดษถือเอาโดยยิ่ง ฯ”

สอดคล้องกับผลการวิจัยของ กลุ่มงานพัฒนาวิชาการ กองการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขที่ศึกษาเรื่องการใช้น้ำมูตรบำบัดในเครือข่ายชาวอโศก ปี 2547 ที่พบว่ามีการใช้น้ำปัสสาวะเพื่อรักษาโรค สุขภาพดีแข็งแรง และป้องกันโรค โดยส่วนใหญ่ (87%)ได้ผลจากการใช้ปัสสาวะบำบัด และส่วนใหญ่(85%)ไม่มีผลข้างเคียง  มีเพียงส่วนน้อย(10%)ที่มีอาการข้างเคียง เช่น ท้องเสีย ไข้ อ่อนล้า คัน

สอดคล้องกับหนังสือ “ YOUR OWN PERFECT MEDICINE”เขียนโดย Martha M. Christy นักธรรมชาติบำบัด นักเขียน นักวิจัยชาวอเมริกัน ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมบทความวิจัย และ บทความวิชาการเกี่ยวกับการใช้ปัสสาวะบำบัดทางการแพทย์ ที่ตีพิมพ์ในวารสารต่าง ๆ รวมถึงกรณีศึกษาจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

สอดคล้องกับหนังสือ “ THE WATER OF LIFE”เขียนโดย John W. Armstrong ซึ่งบอกเล่าประสบการณ์ในการใช้ปัสสาวะบำบัดโรคของตนเอง และได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยหลากหลายโรคที่ล้มเหลวจากการรักษาในระบบโรงพยาบาลจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเป็นจำนวนมาก

 

ข้อเสนอแนะ

  1. การวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากผู้ที่มาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ซึ่งเป็นการแพทย์ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งด้านอาหารการกิน การใช้ชีวิต สังคมสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้ธรรมะในการปรับเปลี่ยนจิตวิญญาณให้ผาสุก จึงอาจเป็นไปได้ที่จะมีผลให้การใช้น้ำปัสสาวะบำบัดอาการต่างๆ ได้ผลไปในทางที่ดีคณะผู้วิจัยจึงมีความเห็นว่า สำหรับผู้ที่ต้องการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดอาการหรือโรคต่างๆ ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณร่วมด้วยเพื่อให้การดูแลสุขภาพได้ผลสมบูรณ์มากขึ้น(สุขภาพ ตามความหมายขององค์การอนามัยโลกคือ สภาวะอันสมบูรณ์ของร่างกาย จิตใจ สังคม และ จิตวิญญาณ มิได้หมายถึงเพียงแค่ร่างกายไม่เป็นโรคเท่านั้น)
  2. นักวิจัยที่สนใจทำการศึกษาในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับน้ำปัสสาวะ สามารถนำองค์ความรู้นี้ไปใช้อ้างอิงได้
  3. ควรมีการเผยแพร่องค์ความรู้นี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมต่อไป

 

อ้างอิง

กรมการศาสนา. (2541) พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ. กรุงเทพมหานคร :

สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

กลุ่มงานพัฒนาวิชาการ กองการแพทย์ทางเลือก, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย

และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข.(2547).  การใช้น้ำมูตร

บำบัดในเครือข่ายชาวอโศก.https: thaicam.go.th.

จรรยา ภัทรอาชาชัย. (2551). ชีวสถิติสำหรับงานวิจัยทางการแพทย์.

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ใจเพชร กล้าจน. (2562, มกราคม). มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะบำบัด ยาดีที่คนส่วน   

ใหญ่ไม่รู้. สำนักพิมพ์ศูนย์วิชาการการแพทย์วิถีธรรม.

สมเกียรติ  ศรไพศาล,นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ.บทความปัสสาวะบำบัด.

กองการแพทย์ทางเลือก, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์

ทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข. https: // thaicam.go.th

John W. Armstrong.(1971). The Water of Life, A Treatise on Urine

Therapy.

Martha M. Christy.YOUR OWN PERFECT MEDICINE.Arizona, USA.

Wishland, Inc. Publishing.

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

19 thoughts on “การวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ผลของการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลสุขภาพของผู้เข้ารับการอบรมสุขภาพแพทย์วิถีธรรม”

  1. 🙏😊วิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อวลมนุษยชาติอย่างมาก

  2. อนุโมทนา สาธุค่ะ 🙏
    ขอแสดงความยินดีเพื่อประโยชน์มวลมนุษยชาติ

  3. หมอแผนปัจจุบันก็บอกว่าเป็นของเสีย หมอแผนโบราณก็บอกว่าดีมีประโยชน์ก็เลยต้องทดลองเอง ทดลองกินเช้าและก่อนนอนมาหกเดือนผลที่ได้สรุปได้ดังนี้ไม่ได้คิดไปเองนะ 1.อาการชอบมึนหัวตอนตื่นนอนก็แทบหายไปเลย 2.อาการคันตาก็หายใช้ล้างตาทุกเช้าเดี๋ยวนี้เลิกใช้ยาหยอดแล้ว 3.ระบบขับถ่ายก็ดีอุจาระไม่แข็ง 4.ชอบเป็นตระคิวที่น่องตอนนอนหลับตั้งแต่กินยังไม่เคยเป็นเลย 5.เป็นหวัดลองทำนาโนมาสองครั้งมันหายเร็วมากยาแก้แพ้ไม่ต้องกินเลย 6.เมื่อก่อนเป็นเริมที่ก้นบ่อยๆตั้งแต่ทดลองกินเริมยังไม่กลับมาเป็นเลย
    ขอบอกว่าไม่ได้มโนไปเองนะและก็ไม่ได้กินมังสะวิรัสด้วย ได้ผลเร็วมาก หากกินแล้วไม่หายฉันคงเลิกกินไปนานแล้วละแรกๆก็ทำใจอยู่นานเหมือนกันกว่าจะกินได้พอกินบ่อยๆมันก็ชินไปเอง

  4. หมอแล็บแพนด้า ทำไมไม่มาอ่านข้อมูลให้ครบก่อนวิพากษ์วิจารณ์ คนดูที่เชื่อคุณเขาเสียประโยชน์สิ
    เก่งแต่เล่นมุกไม่ได้ ต้องพูดความจริงให้ครบด้วย

  5. บอกว่าได้ผลลัพธ์ดีจากการที่แค่ให้คนทำแบบสำรวจเองงั้นหรอ แต่ละโรคที่อ้างมามันมีพยาธิของโรคที่ต่างกันมากโขนะ

    *มั่นใจแค่ไหนว่าไม่ได้กรอกข้อมูล เมคตัวเลขมาเองมั่วๆ?*

    แล้วผู้เข้าทดลองอายุต่ำสุดคือ 1 วัน (????) คุณบังคับให้เด็กทารกกินฉี่โดยที่เขาไม่มีอำนาจตัดสินใจเองได้ด้วยเหรอ แค่นี้จริยธรรมงานวิจัยชิ้นนี้ก็ไม่ผ่านแล้ว ความน่าเชื่อถือติดลบเลย

    *คนเคยทำวิจัยจะทราบว่า ข้อบกพร่องของงานวิจัยนี้มีอยู่เพียบ Inclusion / exclusion criteria คืออะไร? ถ้าจะวัดว่าสิ่งที่คุณทำได้ผลจริง ควรทำวิจัยแบบCohort study ตามติดชีวิตผู้เข้าร่วมวิจัยไปตลอดชีวิตเขาวัดกันไปเลยว่ามันส่งผลดีหรือไม่ดียังไง ไม่ใช่ Retrospective Descriptive Study ทำแค่ให้คนกรอกแบบสำรวจ ไม่กี่นาที แล้วมาสรุปผลพรรณาว่ามันดีอย่างนั้นอย่างงี้ ทางการแพทย์เขาเรียกว่าไม่น่าเชื่อถือสักนิดเลย

    1. เห็นด้วยครับ ถึงแม้จะไม่ได้คลุกคลีกับงานวิจัยยังรู้สึกเลยว่าแปลกมากๆ ตั้งแต่มีคนร่วมวิจัย3แสนกว่า? ความพึงพอใจทั้งหมด100เปอร์เซนต์เลยหรอ? ละก็descriptiveอะไรนั่นอีก biasล้วนๆ อยากเปิดโปงเรื่องนี้มากเลยครับ ปัสสาวะอะไรยังไงก็ช่าง งานวิจัยอะไรแบบนี้ออกไปใครใช้ตามแย่เลย sepsisนอนกินฉี่อยู่บ้านงี้

    2. น.ส.ลักขณา แซ่โซ้ว

      เด็กที่อายุ 1 วัน ที่เขาได้กินน้ำปัสสาวะ เพราะแม่ของเขาเคยป่วยด้วยโรค SLE รักษาในโรงเรียนแพทย์ชื่อดังอยู่หลายปี อาการหนักเข้าขั้นวิกฤติ แพทย์ให้ญาติตัดสินใจว่าจะให้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลหรือจะกลับไปตายที่บ้าน เมื่อหมดความหวังกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ก็เลยต้องแสวงหาแพทย์ทางเลือก โดยมาศึกษาเรียนรู้การดูแลสุขภาพแบบพึ่งตนเองที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตน สวนป่านาบุญ ซึ่งมีการใช้ธรรมะในการปรับใจให้หายทุกข์ หายกังวลใจ มีการกินอาหารสุขภาพที่ทำจากผักผลไม้ไร้สารพิษ งดหรือลดการกินเนื้อสัตว์ ปรุงรสไม่จัด มีการปรับสมดุลร่างกายด้วยการระบายพิษโดยวิธีต่างๆ มีการให้องค์ความรู้เกี่ยวกับปัสสาวะบำบัด ส่วนการจะใช้ปัสสาวะร่วมด้วยหรือไม่ อันนั้นเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคล เพราะเป็นสุขภาพพึ่งตน คนไข้ทำหน้าที่เป็นหมอรักษาตัวเอง เลือกวิธีรักษาด้วยตัวเอง และประเมินผลด้วยตนเอง จะหายหรือไม่หายก็เป็นไปตามความสามารถของตนเอง (ทางศูนย์เพียงแต่ให้องค์ความรู้เท่านั้น และเป็นการอบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ) ซึ่งผู้ป่วยท่านนี้ ท่านเลือกที่จะดื่มน้ำปัสสาวะร่วมด้วย และอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายจากโรค SLE ท่านก็ยังดื่มปัสสาวะต่อมาเรื่อยๆ จนเมื่อตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ก็ยังดื่มปัสสาวะ เมื่อลูกคลอด ก็ให้ลูกดื่มด้วย เวลาลูกเป็นผดผื่น ก็เอาปัสสาวะทาก็หาย พอเด็กเริ่มโต กินอาหารเองเป็น เด็กก็ดื่มน้ำปัสสาวะตัวเองเป็นปกติของชีวิต เวลาป่วยเขาก็รู้วิธีใช้น้ำปัสสาวะรักษาตัวเอง ปัจจุบันเด็กคนนี้โตจนเข้าโรงเรียนแล้วก็ยังดื่มน้ำปัสสาวะอยู่ ก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไร แถมยังเป็นเด็กที่แข็งแรงมาก พลังเยอะอีกด้วย ถ้าเป็นยาสมัยใหม่ กินนานขนาดนี้ ก็อาจจะมีผลข้างเคียงเป็นตับวาย ไตวาย หรือถึงแก่ชีวิตได้ ผู้ที่มีประสบการณ์ดื่มน้ำปัสสาวะมานานที่สุดคือ มากกว่า 50 ปี ก็ไม่พบผลข้างเคียงอะไร หนึ่งในจำนวนผู้วิจัยเองก็เป็นแพทย์ และดื่มปัสสาวะมา 5 ปีแล้ว ก็ไม่พบผลข้างเคียงอะไรนะ และก็ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงด้วยค่ะ ถ้าเทียบกับยาทุกตัวที่มีในร้านขายยาและโรงพยาบาล ลองไปอ่านฉลากยาดูก็จะรู้ว่า ไม่มียาตัวไหนเลยที่ไม่มีผลข้างเคียง แล้วแบบนี้อย่างไหนจะปลอดภัยกว่ากัน

    3. น.ส.ลักขณา แซ่โซ้ว

      งานวิจัยนี้ จะมีคนเชื่อหรือไม่เชื่อ ผู้วิจัยก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร เพราะไม่สามารถขายปัสสาวะได้ โอกาสจะรวยจากงานวิจัยนี้คงไม่มี และผลการวิจัยก็ไม่ได้เอาไปทำตำแหน่งทางวิชาการใดๆ เพราะฉะนั้น ท่านใดจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ใช้ปัญญาในการพิจารณาเอาเองว่าเป็นประโยชน์หรือโทษ ตามหลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า เป็นอิสระเสรีภาพของแต่ละท่านค่ะ ส่วนผู้ที่ได้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ และมาแบ่งปันประสบการณ์ของตนเอง ก็ต้องขออนุโมทนาด้วยค่ะ

  6. ขอเอกสารอ้างอิงในส่วนบทนำด้วยครับ
    1) “มีงานวิจัยที่กล่าวถึงการใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรคเป็นจำนวนมาก” ขอเอกสารอ้างอิงครับ
    2) “มีตัวอย่างกรณีศึกษาที่หายจากโรคต่าง ๆ มากมาย” ขอกรณีศึกษาที่ลงในวารสารpeer review ครับ
    3) “นักวิทยาศาสตร์ และ นักวิจัยต่างก็ให้ความสนใจในผลอันมหัศจรรย์นี้” researchers คนไหนบ้างครับ
    4) “มีการประชุมในระดับโลกถึง 2 ครั้ง ในปี ค.ศ. 1996 ที่อินเดีย และ ค.ศ. 1999 ที่เยอรมัน” ขอ link ของ conferences ด้วยครับ
    5) “แต่ก็ยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากทั่วโลกที่ยังไม่รู้จักการใช้น้ำปัสสาวะ” ขออ้างอิงกลุ่มผู้โต้แย้งด้วยครับ
    ขอบคุณครับ

  7. น.ส.ลักขณา แซ่โซ้ว

    http://www.shivambu.in/water-element/information-on-urine-therapy/world-conference-on-urine-therapy/

    การประชุมระดับโลกครั้งที่ 1 เกี่ยวกับการบำบัดด้วยปัสสาวะในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 จัดขึ้นที่อินเดีย

    ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 500 คนที่เบื่อหน่ายกับการแพทย์แผนโบราณมารวมตัวกันในการประชุมระดับโลกครั้งแรกเกี่ยวกับการบำบัดด้วยปัสสาวะ Devidas Tirocdkar ประธานาธิบดีเป็นผู้จัดงาน urotherapy World Congress ครั้งแรก หนึ่งในวิทยากรหลักคือ GK Thakkar หัวหน้ามูลนิธิ Water of Life ในอินเดียดร. การนวดบำบัด

    การประชุมระดับโลกครั้งที่ 2 เกี่ยวกับการบำบัดด้วยปัสสาวะในเดือนพฤษภาคม 2542 จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี

    2nd World Congress Urinotherapy, Stadthalle City, Germany พฤษภาคม 2542
    Weltkonferenz uber Urin-Therapie, 13 ทวิ 16 พฤษภาคม 2542

    นักวิทยาศาสตร์แพทย์ 650 คนและนักเคมีเพียง 2 คนจากเม็กซิโกและเกาหลีเข้าร่วมในการประชุมนี้ ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ 8 ภาษาโดยมี 23 ประเทศเข้าร่วม ดร. โคเอนแวนเดอร์ครูนจากเนเธอร์แลนด์เป็นประธานคณะกรรมการองค์กรที่รวมโดย Miss Ingeborg Allman, Goftfried Jilg, Edeltraud Schaferperras จากเยอรมนีและ Volker Moritz จากเนเธอร์แลนด์ วิทยากรที่ยอดเยี่ยมเช่น Dr. Ryosuke Uryu จากประเทศญี่ปุ่นพร้อมด้วย Dr. Nakao จากประเทศญี่ปุ่นด้วย QFB Sonia Rodriguez จากเม็กซิโกดร. Jhon Wynhausen จากสหรัฐอเมริกาและ Dr. Christian Tal Schaller จากฝรั่งเศสร่วมแสดงด้วย
    มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คนจากทั่วทุกมุมโลก

    Chistian Tal Schaler และภรรยาของเขา Johanne จาก Frace
    QFB Sonia Rodríguez, México
    ดร. Pierfrancesco Paolo อิตาเลีย.

    ห้องประชุมของ Stadthalle Gersfeld ประเทศเยอรมนี

    การประชุมระดับโลกครั้งที่ 3 เกี่ยวกับการบำบัดด้วยปัสสาวะในเดือนเมษายน พ.ศ. 2546 ที่เบโลโอรีซอนชีบราซิล

    3rd World Congress Urintherapy
    Belo Horizonte ประเทศบราซิล
    30 เมษายนถึง 30 พฤษภาคม 2546

    มีการเชิญแพทย์นักวิทยาศาสตร์และบุคคลทั่วไปจากทั่วทุกมุมโลก หอประชุม Louciadas ได้รับการจัดแสดงนิทรรศการที่ยอดเยี่ยมเช่น Dr. Coen Van Der Kroon จากเนเธอร์แลนด์, Dr. Jhon Wynhausen จากสหรัฐอเมริกา, Dr. Roviere Pier Fransesco จากอิตาลี, QFB Sonia Rodriguez จากเม็กซิโก, Dr. Christhian Tal Schaller จากฝรั่งเศส, Atom Inoue จาก โคลอมเบีย.
    ประธานดร. ฟาติมาพิเมียนตาเป็นประธานจัดงานโดยมีคุณพ่อเรนาโตโรเกบาร์ ธ ช่วย

    การประชุมระดับโลกครั้งที่ 4 เกี่ยวกับการบำบัดด้วยปัสสาวะในเกาหลีใต้ในเดือนกันยายน 2549

    Urinetherapy ของ World Congress ครั้งที่ 4 ที่
    กรุงโซลประเทศเกาหลี
    15, 16, 17, 2006

    มากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม ภาษาเกาหลีเป็นภาษาราชการ แต่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ประธานาธิบดีกุ๊กฮีคังต้อนรับผู้คนจากเม็กซิโกญี่ปุ่นอิตาลีออสเตรเลียเยอรมนีสหรัฐอเมริกาบราซิลโคลอมเบียอาร์เจนตินาฝรั่งเศสเนเธอร์แลนด์อินเดียแอฟริกาและเวเนซุเอลา

    อันดับที่ 5 World Congress Urotherapy ใน Guadalajara Jalisco, México 2009

    เพื่อนรัก:

    เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะทักทายและต้อนรับคุณในขณะที่เรารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันและเรียนรู้เกี่ยวกับความสนใจร่วมกันของเราในงานที่ยิ่งใหญ่นี้ The Fifth World Congress of Urotherapy 2009 ในกวาดาลาฮาราเม็กซิโก ที่ซึ่งองค์การการดูแลสุขภาพที่เป็นเลิศของโลกจะรวมตัวกันเพื่อเสนอและให้ความรู้และประสบการณ์ในด้านการแพทย์และเคมีตลอดจนสถาบันและผู้คนที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการดำเนินการตามรูปแบบชีวิตที่มีสุขภาพดีควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับ มนุษยชาติ. เรากำลังเชิญตัวแทนของหลายประเทศจาก 5 ทวีป ได้แก่ อเมริกายุโรปเอเชียโอเชียเนียและแอฟริกาซึ่งทุกคนจะมีส่วนร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์การทดลองและคำรับรองที่ยอดเยี่ยมมากมายซึ่งจะมีส่วนช่วยให้มนุษยชาติโลกมีสุขภาพที่ดี
    .
    Atte.
    Comité organizador
    Dr. Ryosuke Uryu
    Dr Rovere Pierfrancesco
    Q.FB Sonia Rodriguez
    Dr. Coen Van Der Kroon
    Pe. Raymundo Reyna
    Pe. Jorge E. Zarraga

    ญี่ปุ่น Italia México, Alemania, África, Australia
    ครั้งที่ 5 World Congress Urotherapy México 2009
    http://www.5thworldcongressurotherapy.org
    worldcongressmexico2009@hotmail.com

    การประชุม Urotherapy โลกครั้งที่ 6 ที่กำลังจะมาถึง:งานนี้จะจัดขึ้นที่เมืองซานดิเอโกประเทศสหรัฐอเมริกา
    ในวันที่ 14,15,16- พฤศจิกายน 2556

  8. สำราญ มะลิลา

    ดีครับ แผลถูกมีดบาด แช่ฉี่ ประมาณ 10 นาที เลือดหยุดไหล แผลติด ไม่เป็นแผลเป็น ครับ อ.สำราญ มะลิลา 279/33 หมู่บ้านริมชล 9 ถนนเทศบาล 4 อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี 18000 โทร.0944895789

  9. น.ส.ลักขณา แซ่โซ้ว

    แหล่งข้อมูลสำหรับท่านที่ต้องการศึกษาทางวิชาการเพิ่มเติมค่ะ

    กรมการศาสนา. (2541). พระไตรปิฎกฉบับหลวง. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

    กลุ่มงานพัฒนาวิชาการ กองการแพทย์ทางเลือก, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2547). การใช้น้ำมูตรบำบัดในเครือข่ายชาวอโศก. https: thaicam.go.th.

    กองบรรณาธิการ “น้ำปัสสาวะรักษาโรคได้จริงหรือ?”, หมอชาวบ้าน 20,240 (เมษายน 2542): 6-11.

    จรรยา ภัทรอาชาชัย. (2551). ชีวสถิติสำหรับงานวิจัยทางการแพทย์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

    จุลดิน, ประสบการณ์จริงของนักปฏิบัติธรรม. สารอโศก ฉบับที่ 169 –241(2537 –2544) ฉบับที่
    244 –255 (มกราคม –ธันวาคม 2545)

    ใจเพชร กล้าจน. (2562, มกราคม). มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะบำบัด ยาดีที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้. สำนักพิมพ์ศูนย์วิชาการการแพทย์วิถีธรรม.

    ใจเพชร กล้าจน. 2553. ความเจ็บป่วยกับการดูแลสุขภาพแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลักแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ ของศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนบูรณาการศาสตร์ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

    ใจเพชร กล้าจน. 2558. จิตอาสาแพทย์วิถีพุทธเพื่อมวลมนุษยชาติ. ดุษฎีนิพนธ์ สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) คณะกรรมการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

    นิดดา หงษ์วิวัฒน์, (2556). ยาพระพุทธเจ้า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค(ฉบับเพิ่มเติม). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์แสงแดด.

    บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยน้ำปัสสาวะบำบัดโรค. (กรุงเทพ: สำนักพิมพ์รวมทรรศน์,2546) หน้า 24-25,34-36,43,71,36-37,69,40.

    บัวใต้น้ำ, ท้าพิสูจน์ดื่มปัสสาวะรักษาโรคฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. (กรุงเทพ:สำนักพิมพ์สุขภาพใจ)
    หน้า 16-20,23-30,32-34,45,51,66-69,79,88-90,95,100-110,113,114.

    สมเกียรติ ศรไพศาล,นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ. บทความปัสสาวะบำบัด. กองการแพทย์ทางเลือก, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข.
    https: // thaicam.go.th

    สุวิชญ์ ปรัชญาปารมิตา, การแพทย์นอกระบบ 177 ทางเลือกไปสู่สุขภาพ(กรุงเทพ: หจก.
    ภาพพิมพ์, 2541 : 179-182)

    A.H. Free., H.M. Free, (1975). INGREDIENTS OF NORMAL HUMAN URINE. from Urinalysis in Clinical Laboratory Practice, Miles Laboratories. (จากหนังสือ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 138 – 143)

    Ashok D.B.Vaidya. (2018). Urine therapy in Ayurveda: Ancient insights to modern discoveries for cancer regression. Journal of Ayurveda and Integrative Medicine. Volume 9, Issue 3, July–September 2018, Pages 221-224.

    Basavaraj Aski. (2014). Urine Therapy Prevent Early Bed Sore. http://www.rroij.com/open-access/urine-therapy-prevents-early-bed-sore.php?aid=34808

    Beatrice Bartnett and Margie Adelman . 1988. The Miracles of Urine Therapy. Water of Life Institute, Box 22-3543, Hollywood, Florida.

    Bob Silverstein, Urine is a Divine Nectar, with Supernatural Qualities. http://www.shirleys-wellness-cafe.com/UT/Urine

    Charles H. Duncan, (1918). Urine as and auto therapeutic remedy. (จากหนังสือ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 76 – 79)

    Coen van de groon, (1996). The Golden Fountain : The Complete Guide to Urine Therapy. Wishland; English translation edition (October 1, 1996)

    Corton SR, Kumar V, Collins T,( 2003). Robbins Pathologic Basis of Disease. 6th Ed. New Delhi: Harcourt Limited : 96-111.

    Cronbach, L.J. (1970). Essential of Psychological Testing. 3rd ed. New York : Harper and Row.
    David J. Sandweiss, Sugarman, Friedman, Saltzstein, (1941). TREATMENT OF STOMACH ULCERS WITH URINE EXTRACTS. Research aided by grants from the Mendelson Fund and Parke-Davis & Co. ( จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 96-97.)

    Didapper. 2013. Wee, piddle, pee, golden liquid, biofluid : are you extracting the urine? The Pharmaceutical journal. December,17.

    Eaton M. MacKay and Charles R. Schroeder, (1936). : DESTRUCTION OF THE RABIES AND POLIO VIRUS BY UREA. The American Proceedings of the Society of Experimental Biology.
    (จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 89-90.)

    J.Plesch, (1947). Use of Urine Therapy in the treatment of infectious diseases, asthma, allergies, migraines, vival infections, Hayfever, diabetes, gout, dysfunction of the adrenal and thyroid glands, heart conditions. English Medical journal. (จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 101-108)

    John FL Foulger and Lee Foshay, (1935).THE ANTISEPTIC AND BACTERICIDAL ACTION OF UREA. Journal of Laboratory and Clinical Medicine. ( จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 79-82.)

    John W. Armstrong. (1971). The Water of Life, A Treatise on Urine Therapy. Health Science Press, Rustington, Sussex, England.

    José Ramón Vallejo, Alfonso J. Aparicio Mena, José Antonio González. 2017. HUMAN URINE-BASED THERAPEUTICS IN SPAIN FROM THE EARLY 20th CENTURY TO THE PRESENT: A HISTORICAL LITERATURE OVERVIEW AND A PRESENT-DAY CASE STUDY. Acta Med Hist Adriat. 15(1) ; 73-108.

    Joseph Eldor. 2017. Combined Intralipid-urotherapy for Patients with Cancer: A Creative Review. Journal of Cancer and Tumor International. 5(3): 1-31, 2017; Article no.JCTI.32940 ISSN: 2454-7360 SCIENCEDOMAIN international. http://www.sciencedomain.org

    K.B. Bjornesjo, (1951). ANTI-TUBERCULE EFFECT OF URINE. From the Department of Medical Chemistry, Uppsala, Sweden. ( จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 108-110.)

    Leon Muldavis and Jean M Holtzman, (1938). HEALING INFECTED WOUNDS, SKIN ULCERS AND BURNS WITH UREA. The English medical journal, The London Lancet. ( จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 91-96.)

    M. Garotescu, TREATMENT OF COLIBACILLARY CYSTITIS WITH AUTO URINE THERAPY. (1935). The medical journal, Romania Medicala. (จากหนังสือ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 87 – 88)

    Martha M. Christy, 2000. YOUR OWN PERFECT MEDICINE. Wishland, Inc. Publishing. Arizona, USA.

    Martin Krebs, (1934). AUTO-URINE THERAPY. (จากหนังสือ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 82 – 84)

    Michael Braunstei,. Urine Therapy (If health is what you urine for, try this..) http://www.heartlandhealing.com/pages/archive/urine_therapy/index.html

    Rao CM, Ghosh A, (1997). Indian J. Pharmacology. 29: 29.

    Ramesh HA,Mohammad Azmathulla,Malay Baidya, Mohammed Asad,(2010).Wound healing activity of human urine in rats. Research Journal of Pharmaceutical, Biological and chemical sciences. July-September Vol. 1 Issue 3 Page 750-758.

    R. Tiberi, (1934). AUTO-URINE VACCINE THERAPY FOR ACUTE HEMORRHAGIC NEPHRITIS. Institute of Clinical Medicine, University of Perugia, Italy. (จากหนังสือ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 84 – 87)

    Starkey RH, Cohen S, Orth DN. Science. 1975; 189: 800 – 802.

    Sunil Munot, Munot’s alternative medicine. http://www.shivambu.in ,
    http://www.munot.in/information_about_urine_therapy/world_conference_on_urine_therapy

    Telgenhoff D, Lam K, Ramsay S, Vasquez V, Villareal K, Slusarewicz P, Attar P, Shroot B. Wound Repair Regen. 2007 Sep-Oct; 15(5): 727-735.

    Tietze, H.W., 1996. Urine the Holy Water. Phree Books, P O Box 34, Bermagui South, Australia.

    Williams TC, Frohman LA, (1986). Pharmacotherapy. 6 : 311-318.

    W. James Wilson,(1906). THE ANTI-BACTERIAL EFFECT OF UREA. The Journal of Pathological Bacteria, London. ( จากหนังสือของ Martha M. Christy, Your Own Perfect Medicine, 2000 : 73-74.)

  10. น.ส.ลักขณา แซ่โซ้ว

    งานวิจัยของนายแพทย์ John FL Foulger และนายแพทย์ Lee Foshay (1935) เรื่อง
    The Antiseptic and Bactericidal Action of Urea ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Laboratory and Clinical Medicine. From the Departments of Pharmacology and Experimental Bacteriology, University of Cincinnati. ผลการศึกษาพบว่า สารยูเรียมีประสิทธิภาพสูงมากๆ ในการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างกว้างขวาง ไม่เหมือนยาซัลฟา (Sulfa) ซึ่งมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายมากแต่ก็ยังมีการใช้กันอยู่ ส่วนการใช้ยูเรียในการรักษาแผล ไม่มีอันตรายต่อเนื้อเยื่อของผู้ป่วย มีตัวอย่างเคสที่เป็นแผลและติดเชื้อ Staphylococcus ในกระแสเลือด ผู้วิจัยได้ใช้ผลึกยูเรียโรยบริเวณแผลเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง จากนั้นเย็บปิดแผล ผลพบว่า แผลหายเป็นปกติ และอาการของการติดเชื้อในกระแสเลือดก็หายไปด้วย เขาสรุปได้ว่า การรักษาแผลด้วยสารยูเรียให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรักษาแผลด้วยวิธีอื่น นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างเคสเด็กผู้ชายอายุ 10 ขวบ เป็น Scarlet fever ขณะนอนโรงพยาบาลได้ 3 สัปดาห์ก็มีอาการหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) และไตอักเสบ (Hemorrhagic nephritis) ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นใด แต่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยูเรีย นอกเหนือไปจากนี้ ในการรักษาแผลที่ดูเน่าเฟะ มีน้ำหนอง และมีกลิ่นเหม็น ก็รักษาได้ผลดีมาก อีกทั้งยูเรียยังมีราคาถูกและไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายใดๆ จึงเหมาะมากที่จะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยทางคลินิก (Martha M. Christy. 2000 : 79-80)

  11. น.ส.ลักขณา แซ่โซ้ว

    น้ำปัสสาวะ คือน้ำทิพย์ จากพระเจ้า ซึ่งมีคุณภาพเหนือธรรมชาติ โดย Bob Silverstein, N.U.T (นักธรรมชาติ-ปัสสาวะบำบัด) กล่าวว่า การรักษาที่เรียกว่า “ปัสสาวะบำบัด” หรือ “การกระตุ้นภูมิคุ้มกันตนเอง (Auto- immune therapy)” หรือ “การแพทย์ภายในตนเอง (Intrinsic medicine)” หรือ U.T. (Urine Therapy) และรู้จักกันในประเทศอินเดียในชื่อว่า Amaroli (การปฏิบัติด้วยตนเอง) และ Shivambu (น้ำปัสสาวะ น้ำจากพระศิวะ) เป็นที่กล่าวขวัญถึงกันอย่างแพร่หลาย มีการบันทึกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มันมีพลังที่จะทำให้หายป่วยได้หลากหลายโรคอย่างมหัศจรรย์ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายใดๆ น้ำปัสสาวะคือน้ำทิพย์จากพระเจ้า ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เหมือนในคัมภีร์ไบเบิล ที่กล่าวว่า “ชีวิตหรือพลังชีวิต อยู่ในเลือดของเราเอง” และน้ำปัสสาวะก็มาจากเลือด มันจึงบรรจุแน่นไปด้วยพลังชีวิต น้ำปัสสาวะสดใหม่และอุ่น เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย มันคืออาหารที่มีพลังชีวิต เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ซึ่งมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดร่างกาย และเป็นยารักษาโรคได้อย่างดี น้ำปัสสาวะ คือยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ยาต้านเชื้อรา และยาต้านเชื้อไวรัส มันเคยถูกใช้ในผู้ป่วยโรคเอดส์ (มีวัคซีนของโรคเอดส์อยู่ในน้ำปัสสาวะของผู้ป่วยเอดส์) โรคมะเร็ง อาการเหนื่อยล้า ซีด โรคทางเดินปัสสาวะทุกชนิด น้ำหนักลด ไข้หวัด และ ไข้หวัดใหญ่ เชื้อราในช่องคลอด เบาหวาน ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ดีซ่าน และอื่นๆ มันได้รับการพิสูจน์ยืนยันทางการแพทย์ ว่าสามารถต้านเชื้อโปลิโอ เชื้อพิษสุนัขบ้า และเชื้อวัณโรค ในลิสต์ข้างล่างนี้ คือโรคที่น้ำปัสสาวะมีประสิทธิภาพในการรักษามาเป็นเวลายาวนาน และประมาณ 175 โรคที่เป็นที่รู้จักแล้ว และมีการกล่าวถึงแล้ว ว่าตอบสนองต่อการรักษาชนิดนี้ ดูรายละเอียดข้างล่าง ลิสต์บางส่วนอยู่ที่ส่วนท้ายของรายงานนี้ น้ำปัสสาวะบำบัด คือการรักษาที่ครอบจักรวาลจริงๆ (Bob Silverstein, http://www.shirleys-wellness-cafe.com/UT/Urine)