รายการ “รวมพลังภาคกลางสู้กิเลส” ครั้งที่ 13

รายการ “รวมพลังภาคกลางสู้กิเลส” ครั้งที่ 13
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564
เวลา 19.13 -21.00 น.

ประเด็นเด่นจากรายการ

    • สื่อสาร “การฉีดวัคศีล” ด้วยใจที่ผาสุก
    • การวางใจ เมื่อสามีอาจป่วยติดเตียง
    • ยืนหนึ่งในการทำดี แต่ไม่เอาดีจากใคร
    • รู้หน้าที่ของตน จาก “บททบทวนธรรม”

วันนี้มีจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง เข้าร่วมรายการทั้งหมด 26 ท่าน ดำเนินรายการ โดย คุณเม กิ่งแก้ว คุณหมอรัตน์ สิริรัตน์ คุณกุ้ง พันธุ์ทิพา และคุณต่าย มาลิน ซึ่งครั้งนี้ มีผู้ร่วมแบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ คุณติ๋ม สมทรง คุณหมวย วิภาวัลย์ และคุณแก้ว เครือแก้ว

เริ่มด้วยบรรยากาศการแบ่งปันเรื่องราวของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง ที่ร่วมกันบำเพ็ญจัดส่งมอบขนมและอาหารให้แก่โรงพยาบาลดอนเจดีย์ จากนั้นจึงเริ่มแบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 ของแต่ละท่าน ซึ่งพี่น้องได้ช่วยกันวิเคราะห์การบ้านอริยสัจ 4 ในแง่มุมหลากหลายอย่างเข้มข้นด้วยใจผาสุก

คุณติ๋ม สมทรง แบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 เรื่องข่าวโควิดไม่คิดกลัว เนื่องจากมีความทุกข์กังวลสงสาร ไม่อยากให้เพื่อนของคุณติ๋มมีความระแวงหวั่นไหวที่ไม่มั่นใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 จึงได้ให้ธรรมะเพื่อนไปว่า “ใจหนักแน่น เพราะกินผัก ฉีดวัคศีล”

คุณกุ้ง พันธุ์ทิพา แบ่งปันอีกประเด็นว่า คุณติ๋มมั่นใจในเรื่องการใช้วัคศีลแบบแนวทางแพทย์วิถีธรรม แต่อาจยังไม่สามารถช่วยหรืออธิบายให้เพื่อนเข้าใจในเรื่องวัคศีลได้ ไม่แน่ใจว่าลึก ๆ แล้วในจิตมีกิเลสตัวนี้หรือไม่

คุณติ๋ม สมทรง เล่าเพิ่มเติมว่า ได้มีการแบ่งปันข้อมูลของศาสตร์แพทย์วิถีธรรมให้เพื่อนทราบ ซึ่งเพื่อนก็มีความสนใจบ้าง แต่ก็ยังสนใจปฏิบัติธรรมและเชื่อแนวทางในสายอื่น ๆ มากกว่า

คุณหน่อง จิดาวรรณ วิเคราะห์ว่า คุณติ๋มได้ทำทุกสิ่งอย่างดีที่สุดแล้ว เสนอให้แบ่งปันข้อมูล ด้วยใจที่วางดี เพราะเมื่อเพื่อนได้รับฟังว่าคุณติ๋มไม่ฉีดวัคซีนแน่นอนแล้ว เพื่อนอาจมีความรู้สึกไม่สบายใจ

คุณศรีเรือน รักศีล แบ่งปันบททบทวนธรรม ข้อที่ 130 คือ “อย่าทำผิดหน้าที่ อย่าทำเกินหน้าที่ ถ้าเขาไม่ฟังเรา ให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น ให้เขาทำอย่างที่เขาต้องการจะทำ ปล่อยวางให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต ถ้าเราได้พยายาม บอกแล้วสอนแล้ว เตือนแล้ว แต่เขายังไม่ฟัง เราสอนเขาไม่ได้ แปลว่า การสอนเขาไม่ใช่หน้าที่ของเราเราไม่ใช่สัตบุรุษของเขา หน้าที่เราคือทำเต็มที่เต็มแรงอย่างรู้เพียรรู้พัก แล้วปล่อยวางให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต” อย่าปล่อยให้ทุกข์ของเพื่อน ดึงใจเราลงมาด้วย มิฉะนั้นเราจะไม่มีความสุข

คุณต้อม ณัฐพร ชื่นชมในความกล้าหาญและความขยันในการส่งการบ้าน ทุกข์ครั้งนี้เป็นการมองออกไปข้างนอกตัว แต่ไม่กลับมามองที่กิเลสของตนเอง จึงเสนอให้ลองการวิเคราะห์กิเลส “รัก โลภ โกรธ หลง” ในทุกข์ครั้งนี้เพิ่มเติม ว่ามีอาการอย่างไร จริง ๆ แล้ว เพื่อนอาจแค่สอบถามเข้ามา เพื่อเก็บข้อมูลเท่านั้น แต่เพื่อนไม่ได้ทุกข์ใจอะไร กลายเป็นว่าเราทุกข์ เพราะยึดว่าวิธีของเรานั้นดีจริง และอยากให้เพื่อนใช้วิธีเดียวกับเรา จึงตรงกับฉันทะข้อที่ 2 (ฉันทะ 8) ถ้าเพื่อนทำตามวิธีของเราได้ จะสุขใจ หากเพื่อนไม่ทำตามวิธีของเรา จะทุกข์ใจ เราโดนกิเลสหลอกว่า เพื่อนต้องหนักแน่นเหมือนเรา

คุณต่าย มาลิน แบ่งปันว่า ความกังวลใจในเรื่องการฉีดวัคซีนของเพื่อน คือ ตัวทุกข์ใจของคุณติ๋ม แต่จริง ๆ แล้วพอเล่าเรื่องราวเพิ่มเติม จึงกลายเป็นทุกข์อีกตัวหนึ่ง หากเราสามารถรู้ทุกข์ได้ ก็จะเดินมรรคได้ง่ายขึ้น

คุณเม กิ่งแก้ว สอบถามในเรื่องสมุทัย ว่าคุณติ๋มชอบสุขใจ หากเพื่อนไม่ทุกข์ แต่ไม่ชอบไม่สุขใจ หากเพื่อนมีทุกข์ เสนอให้คุณติ๋มลองเลือกตัดสินใจว่า ลึก ๆ แล้วนั้น เป็นกิเลสตัวใดที่ใช่มากที่สุด

คุณหมวย วิภาวัลย์ แบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 เป็นครั้งแรก เรื่องใจหวั่นไหวรับไม่ได้กับคำพูดของคุณหมอในอาการป่วยของสามี ว่าอาจเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ในชีวิตตนเองจะไม่ค่อยได้อยู่คนเดียว แต่ยืนยันว่ามีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตคนเดียวมาก่อน จึงพยายามมีสติ วางใจเข้มแข็งและทำทุกอย่างแทนสามี เพื่อไม่ให้สามีเห็นความกังวล น้อมนำทำตามคำสอนของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ “หลักประกันของชีวิต คือ ทำชีวิตให้หมดกิเลส”

คุณต้อม ณัฐพร วิเคราะห์ว่าเป็นทุกข์ใจที่มีความกลัวแฝงอยู่ในทุกเรื่อง เช่น กลัวการพลัดพราก กลัวที่จะต้องบอกลูก ฯลฯ และยังมีกิเลสตัวโกรธที่คุณหมอมาแจ้งอาการเจ็บป่วยแบบตรงไปตรงมา ทำให้ใจรับไม่ได้ จึงมีอาการอ่อนแรง ซึ่งทุกข์ครั้งนี้ถือว่าได้กำไร เพราะได้เห็นอาการของทุกข์ทั้งทางกายและใจชัดเจน ได้แนะนำให้ลองดูรายการ “คลายรัก คลายทุกข์” เพื่อคลายใจเรื่องชีวิตคนคู่ โดยโจทย์เข้ามาช่วยคุณหมวยให้ได้ล้างกิเลสแต่ละตัวที่ยังยึดติดอยู่ เสนอให้เพิ่มการใช้ “มรณานุสติ” และฝึกลด ละ กิเลสเท่าที่สามารถทำได้

คุณกุ้ง พันธุ์ทิพา วิเคราะห์ว่าตอนนี้คุณหมวยได้วางใจให้ตนเองพ้นทุกข์แล้ว เพราะตั้งจิตอยู่กับปัจจุบันขณะ คุณกุ้งแบ่งปันสภาวธรรมช่วงสูญเสียคุณแม่แบบกะทันหัน ว่าได้ตั้งการวางใจไว้แล้ว แต่พอถึงเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น ช่วงแรก ๆ ก็มีอาการไปไม่เป็นเช่นกัน หากพอพิจารณาไปเรื่อย ๆ ก็สามารถเข้าใจในสัจธรรม

คุณต่าย มาลิน วิเคราะห์การบ้านของคุณหมวยว่า พบกิเลสหลายตัว ในเรื่องที่คุณหมอพูด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ได้ แต่ในเวลานั้นใจมีความทุกข์เกิดขึ้นแล้ว อาจไม่ชอบใจคุณหมอผู้พูด คุณต่ายแนะนำวิธีการเขียนการบ้านอริยสัจ 4 เพิ่มเติมเพื่อให้ลงหัวข้อได้ถูกต้อง และเสนอให้ลองลด ละ เลิกกิเลสเรื่องอาหาร เพื่อช่วยลดความทุกข์ใจในเรื่องตัวยึดอื่นที่อาจละเอียดมากกว่า

คุณหมวย วิภาวัลย์ แบ่งปันประสบการณ์ของการเป็นจิตอาสาเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาจะคอยปรึกษาอาจารย์หมอเขียว ไม่เคยทะเลาะกับใคร หากมีเรื่องทุกข์ใจกับผู้ใด จะไปพูดคุยกับท่านนั้น ๆ อย่างตรงไปตรงมา ครั้งนี้อยากลองส่งการบ้าน ตามคำชักชวนของคุณเม

คุณแก้ว เครือแก้ว แบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 เรื่องศรัทธาที่หายไป เพราะสมาชิกในครอบครัวไม่รับฟังคำแนะนำของตนเอง คุณแก้วทำทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์เพียงคนเดียว และทำอะไรไปก็ไม่ถูกใจ ระลึกถึงวิบากกรรมที่เคยดื้อกับพ่อแม่ และใช้บททบทวนธรรมนำใจ คือ ข้อที่ 130 เช่นกัน

คุณต่าย มาลิน รับอาสาช่วยสรุปการบ้านอริยสัจ 4 ลงตามหัวข้อให้คุณแก้ว

คุณหน่อง จิดาวรรณ ชื่นชมด้วยความเบิกบานว่า ได้ติดตามการบำเพ็ญความดีของคุณแก้วมาตลอด และขอเป็นกำลังใจให้คุณแก้วในการทำดี พร้อมยินดีในการวางความยึดดีให้ได้

คุณต้อม ณัฐพร แบ่งปันเพิ่มเติมคำสอนของอาจารย์หมอเขียวว่า “ถ้าเราพึงตนเองไม่ได้ อย่าหวังที่จะหลุดออกจากบ่วงของความผูกพัน”

คุณหมอรัตน์ สิริรัตน์ วิเคราะห์ว่า การชักชวนสมาชิกในครอบครัวให้ร่วมทำความดี บางครั้งเป็นการเบียดเบียน เพราะพวกเขาอาจไม่เต็มใจทำก็ได้ และคุณแก้วอาจมีกิเลสที่มองว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่ผู้อื่นทำ พอท่านอื่นไม่ทำสิ่งที่ดีตาม จึงเกิดทุกข์ใจ

คุณหมู ศิริพร มีสภาวธรรมคล้ายคุณแก้ว ได้ส่งกำลังใจให้คุณแก้วยืนหนึ่งในการทำความดีต่อไป แต่พากเพียรยืนหนึ่งในการเมตตาสมาชิกในครอบครัวไปด้วยกัน

คุณป้าย่านาง จงกช วิเคราะห์ว่า หากได้สอบถามทุกครั้งในการเสนอดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น คือ เป็นวิบากดีร้ายที่เข้ามา และส่งกำลังใจให้คุณแก้วสู้ต่อไป

สรุปเนื้อหาของวันนี้ คือ
1. มีความเจริญทางจิตวิญญาณ เนื่องด้วยพี่น้องมีความเข้าใจในการทำการบ้านอริยสัจ 4 ได้มากยิ่งขึ้น
2. การรวมพลังหมู่ของพี่น้องที่ได้มาร่วมพากเพียรเรียนรู้การเท่าทันกิเลสแต่ละตัวนั้น เมื่อสามารถระบุได้ว่ามีกิเลสในเรื่องใด ก็จะทำให้พบทางพ้นทุกข์ได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น โดยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

รายงานข่าวโดย :
ศิริพร คำวงษ์ศรี (หมู) / สวนป่านาบุญ ๙ สังกัดภาคกลาง

Leave a Reply

Your email address will not be published.