รายการ “ค่ายแพทย์วิถีธรรมออนไลน์ new normal” ครั้งที่ 12

รายการ “ค่ายแพทย์วิถีธรรมออนไลน์ new normal” ครั้งที่ 12
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564
เวลา 18.30 – 21.15 น.

ประเด็นเด่นจากรายการ

    • ป่วยกันทั้งครอบครัว ต้องทำอย่างไร ?
    • ทำแบบเดิม ก็วนทุกข์อยู่ทุกชาติไป
    • พึ่งตนได้ ลดวิวาทะ

วันนี้มีพี่น้องทั้งจิตอาสาและชาวค่ายเข้าร่วมรายการทั้งหมด 37 ท่าน ดำเนินรายการ โดย ดร. นิตยาภรณ์ สุระสาย (นิดหน่อย) ซึ่งครั้งนี้มีชาวค่ายขอเข้าสอบถามปัญหาสุขภาพ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ คุณระวีวรรณ วงค์กะวัน คุณทัศนีย์ จันทร์เมือง และ คุณชลิดา วรรณเกษมสุข


เริ่มบรรยากาศที่เป็นกันเองด้วยการแนะนำหนังสือบททบทวนธรรม จากนั้นทุกท่านร่วมกันกล่าวบททบทวนธรรม ตั้งแต่ข้อ 21 – 27 เพื่อยกจิตวิญญาณด้วยยาเม็ดที่ 8 คือ ธรรมะพาพ้นทุกข์ และได้แบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ

ชาวค่ายได้เล่าสภาวธรรมในชีวิตของตนที่ตรงกับบททบทวนธรรมข้อที่ 26 คือ มีนิสัยชอบรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น มันฝรั่งทอด ทุเรียน หรืออาหารขนมที่มีโซเดียมเยอะ ทำให้เจ็บป่วยและสร้างความทุกข์ใจให้แก่ตนเองและครอบครัว

เหล่าจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมแบ่งปันเรื่องราวที่ตรงกับบททบทวนข้อที่ 26 คือ ความทรมานในอาการป่วยของท่านสิกขมาตุ ซึ่งคำสอนของพ่อครูสมณะรักษ์ได้ทำให้คลายทุกข์ใจว่า “เราทำบาปมามากกว่านั้น สิ่งที่เราพบเจอในเวลานี้ เบาบางแล้ว และน้อยกว่าที่เราเคยทำมามาก” เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับตนเอง คนเรามักโทษผู้อื่นหรือสิ่งอื่น ท่านอาจารย์หมอเขียวได้ให้คำสอนเตือนตน คือ “นับหนึ่งที่ตน เริ่มต้นที่เรา”

และแบ่งปันประสบการณ์ของผู้ที่ชอบรับประทานทุเรียนมาก จนต้องเข้าโรงพยาบาล และความรู้ในเรื่องอาการปวดฟันและเหงือกอักเสบ สามารถใช้ไหมขัดฟันชุบน้ำปัสสาวะ และนำมาขัดตรงจุดที่อักเสบ หรืออมน้ำปัสสาวะ ทำให้มีอาการดีขึ้น อาการเจ็บป่วยทางกายของเรานั้นเป็นเพียงทุกข์แค่ฝุ่นปลายเล็บ ทุกข์ใจนั้น คือ ทุกข์ทั้งแผ่นดิน


คำถามที่ 1 จากคุณระวีวรรณ วงค์กะวัน :

ป่วยเป็นมะเร็งปอดด้านซ้าย ระยะที่ 4 ปัจจุบันทำตามหลักการแพทย์วิถีธรรม งดรับประทานเนื้อสัตว์มาเป็นเวลา 23 ปี สวนล้างลำไส้ ดื่ม / ทา /พอกด้วยน้ำปัสสาวะ และพอกอกด้วยถ่านและดินสอพอง แช่มือแช่เท้า ร่างกายผอมลงมาก ไม่ชอบใช้ยาเคมี จึงลองหยุดยาเคมี 1 เม็ดที่ทานอยู่ แต่ทำให้ครอบครัวกลุ้มใจ

ตอบคำถามปัญหาสุขภาพ โดย จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม :

  1. แนะนำให้ยอมรับความห่วงใยและหวังดีของญาติพี่น้องที่รักเรา
  2. หากยังไม่สามารถดูแลตนเองได้อย่างเต็มที่ในตอนนี้ และยังต้องพึ่งพาคนในครอบครัวอยู่ ต้องเข้าใจว่าบางครั้งชีวิตของเรา ก็ไม่ใช่ของเราทั้งหมด ให้น้อมทำสิ่งที่ไม่ทำให้เกิดวิวาทะ ไม่ควรเลิกยาหรือการรักษาแพทย์ปัจจุบันอย่างกะทันหัน
  3. หากมีคำถามในใจ ลองตั้งจิตทุกครั้ง จากนั้นเปิดอ่านหนังสือทบทวนธรรม เพื่อรับปัญญาพาพ้นทุกข์ และอ่านหนังสือวางร่างวางขันธ์
  4. เมื่อวันที่เราสามารถพึ่งตนเองได้แล้ว ให้ลองปรับอาหารให้สมดุล กดจุดสมปราณ โยคะ ฝึกระบายพิษทางลมหายใจ
  5. หากรับประทานอาหารไม่ดีเหมือนเดิม และไม่ลองเปลี่ยนวิถีชีวิตและวิถีจิต ก็จะวนป่วยเช่นนี้ทุกชาติไป เพราะจิตจำวิถีไม่ดีแบบเดิม
  6. แช่มือแช่เท้า งดเนื้อ นม ไข่ ดื่มน้ำปัสสาวะ และวางใจไม่กลัว เพื่อปกป้องเซลล์ หากต้องรับยาเคมี
  7. ชีวิตเรายังโชคดีกว่าผู้อื่นอีกหลายท่าน ที่ยังป่วยท่ามกลางครอบครัว เพราะบางท่านป่วยและตายคนเดียว
  8. ใช้โอกาสของชีวิตให้อย่างคุ้มค่าในการดูแลร่างกายตนเองอย่างไม่เป็นทุกข์

คำถามที่ 2 จากคุณทัศนีย์ จันทร์เมือง:

มีอาการปวดเข่า ยอมรับว่าตนเองยังทานอาหารที่หาง่ายและชื่นชอบอยู่ เช่น หน่อไม้ อาหารฤทธิ์ร้อนต่าง ๆ ระลึกถึงกรรมที่เคยเพ่งโทษคุณแม่ที่ได้บอกเล่าอาการเจ็บปวดทางร่างกายของท่าน ในปัจจุบันจึงได้รับผลของการกระทำ

ตอบคำถามปัญหาสุขภาพ โดย จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม :

  1. อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่สามารถทำใหม่ได้ในปัจจุบัน โดยใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 22 หากพลาดรับประทานอาหารทำร้ายสุขภาพไปแล้ว ก็ตั้งจิตใหม่ในการพากเพียรปรับอาหารให้เป็นยา เปลี่ยนเป็นฤทธิ์เย็น ลดการทานหน่อไม้ และอาหารฤทธิ์ร้อนรับประทานอาหารที่ปรับสมดุลร่างกาย โดยวางใจให้ผาสุก
  2. สุขภาพอยู่ในกำมือของเรา อยากหาย ก็ต้องปฏิบัติตนเพื่อสุขภาพที่ดี
  3. ใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นที่หาง่าย นำมาคั้นน้ำ เพื่อดื่มระบายพิษ ทำให้ปัสสาวะคล่องมากขึ้น
  4. นำใบย่านาง / เสลดพังพอน / ใบบัวบก หรือกากที่เหลือจากการทำน้ำสมุนไพร นำมาผสมกับน้ำปัสสาวะ หรือน้ำสมุนไพร ดินสอพองและผงถ่าน หรือข้าวสารที่แช่น้ำและนำมาตำ จากนั้นพอกตรงจุดที่มีอาการปวด เพื่อลดความพิษร้อน
  5. กดจุดลดพิษที่หัวเข่า และแช่มือแช่เท้าหรือนำผ้าชุบน้ำปัสสาวะมาโพกตรงจุดที่มีอาการปวดบวม และคลายเส้น
  6. กัวซาด้วยน้ำมันเขียว ตรงบริเวณที่มีอาการปวด จะสามารถบรรเทาอาการได้

คำถามที่ 3 จากคุณชลิดา วรรณเกษมสุข:

มีก้อนที่หน้าอกด้านขวาขนาด 4 นิ้ว ปัจจุบันทำตามหลักแพทย์วิถีธรรม งดทานเนื้อสัตว์ไปแล้ว แต่พลาดกลับไปทานเนื้อสัตว์อีก จึงมีอาการเจ็บปวด ทางครอบครัวอยากให้ไปผ่าตัด ลังเลว่าควรผ่าตัดออกดีหรือไม่ มีภาวะเครียดกับผู้ป่วยภายในบ้านที่ไม่ยอมดูแลตนเอง อยากให้ผู้ป่วยในบ้านหายป่วย แต่ตนเองก็มีอาการป่วยเช่นกัน ด้านจิตวิญญาณมีความตั้งใจอยากทำงานจิตอาสา เพื่อบำเพ็ญกุศล

ตอบคำถามปัญหาสุขภาพ โดย จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม :

  1. หากก้อนเนื้อใหญ่มาก แต่มีผลเลือดที่ดี ควรปรึกษาแพทย์และผ่าตัดออก แต่หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ก้อนเนื้อก็จะสามารถกลับมาอีก
  2. มะเร็งในอารมณ์นั้นร้ายที่สุด ความเครียดทำให้เกิดเนื้อร้าย
  3. กดจุดด้วยใจไร้ทุกข์และวางใจให้ผาสุก
  4. ไม่ค้ากำไรเกินควร ดูแลตนเองได้เท่าไร ยอมรับผลลัพธ์เท่านั้น
  5. ดูแลตนเองอย่างดีที่สุดเท่าที่ได้ก่อน และวางในผลว่าจะเป็นอย่างไรก็ได้ จิตเมตตาในการเอาภาระดูแลผู้อื่นนั้นดี แต่ยังไม่ถึงเวลาอันควร ต้องหายจากอาการป่วยให้ได้ก่อน จึงจะเป็นพลังให้กับผู้ป่วยท่านอื่นในครอบครัวได้

สรุปเนื้อหาของวันนี้ คือ

  1. พากเพียรทำยา 9 เม็ด ตามหลักแพทย์วิถีธรรม ด้วยใจผาสุก หากไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตและวิถีจิตไปในทางที่ถูกตรง ก็ไม่มีทางมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงดีขึ้นในทุกชาติไป
  2. ครอบครัวของผู้ป่วยมีความปรารถนาดีและเจตนาที่ดีต่อผู้ป่วย เมื่อเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความเมตตาของท่าน จะน้อมรับด้วยความยินดีโดยไม่ก่อให้เกิดวิวาทะ แต่หากเราพึงตนทั้งสุขภาพใจกายได้แล้ว จึงลดวิบากความเดือดเนื้อร้อนใจภายในบ้าน

รายงานข่าวโดย :

ศิริพร คำวงษ์ศรี (มั่นผ่องพุทธ) / สวนป่านาบุญ ๙ สังกัดภาคกลาง

Leave a Reply

Your email address will not be published.