ผู้ใดฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง : ชลิตา แลงค์

ผู้ใดฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง : ชลิตา แลงก์

พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า ผู้ประพฤติตนเป็นโสดเขารู้กันว่าเป็นบัณฑิต ส่วนคนโง่ฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง ข้าพเจ้าน้อมจิตพิจารณาตามเห็นว่าเป็นอย่างนั้นจริง


ข้อความประทับใจในหนังสือเป็นโสดดี หรือมีคู่ ที่ท่านอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจนได้เขียนไว้มีดังนี้

คนคู่นั้น มักหลงติดไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรือหลงติดทั้ง 2 อย่าง

1. ลงติดในเรื่องการสมสู่

2.หลงเข้าใจผิดว่า ถ้าได้อยู่ด้วยกัน เป็นคู่ครอง มีครอบครัวแล้วจะเป็นสุข จากการที่คิดว่าจะได้อยู่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

จริงๆแล้วเป็นการเพิ่มทุกข์เพิ่มวิบากกรรมให้แก่กันและกัน เป็นการลดโอกาสในการทำบำเพ็ญกุศลมากกว่า ให้แก่กันและกันก็หลงอยู่ 2 อย่างหลักๆถ้าเรามีคู่ครองครอบครัว เราก็ต้องเอาภาระในความจำเป็นหรือวิบากของกิเลสของคู่ครอง ครอบครัวทำให้พลาดโอกาสในการเอาพลังเอาเวลาไปทำคุณงามความดีต่าง ๆให้มาก ๆ พลาดการบำเพ็ญที่สำคัญ ๆ ที่เป็นมหากุศล แล้วเราเอาพลังและเวลาที่มีไปช่วยเขาสนองกิเลสอีกต่างหาก ไม่ได้บุญอะไร เป็นบาปด้วยซ้ำคู่ครองครอบครัวนั้น ไม่ใช่มีรักอย่างเดียวนะ มีชังด้วย แล้วก็ไม่ใช่มีชังอย่างเดียวนะ มีรักด้วย ไม่ชอบใจก็ชิงชัง เบื่อวันนี้ๆ อยากเลิกวันนี้ๆ ที่ชอบ ที่เห็นข้อดีของเขาก็สงสารเขาเห็นใจเขาห่วงใยเขาก็ผูกพันระลึกถึงห่วงหาอาลัยอาวรณ์ การผูกพันจองเวรจองกรรมกันเมื่อไหร่จะหมดจะจบเสียที เมื่อไหร่จะอโหสิกรรมให้กันเสียทีรักก็จองเวรเกลียดก็จองเวรคู่รักคู่เกลียดละครน้ำเน่ามันก็อยู่อย่างนี้ตั้งไม่รู้กี่ภพกี่ชาติเมื่อไหร่จะอโหสิกรรมกันเสียที

ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่เคยดิ้นรนที่จะออกจากสถานะความโสด เต็มใจเข้ามาอยู่ในสถานะคนคู่โดยหวังว่าจะทำให้ขีวิตมีความสุขได้ แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ มันมีความทุกข์อยู่มากด้วย จากการที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเป็นหนังสือที่ดีมากเป็นคำภีร์ที่เหมาะสำหรับทั้งคนที่เป็นโสดและคนที่หลงไปมีคู่ครองแล้ว จะได้มีความรู้และทิศทางในการปฏิบัติตนอย่างไรจะได้ความผาสุกที่แท้จริง ขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ลองมาอ่านกันดู สาธุค่ะ


Leave a Reply

Your email address will not be published.