ทบทวนชีวิต 63 ตั้งศีล 64 : เครือแก้ว คุ​ณะ​วัฒนา

ทบทวนชีวิต 63 ตั้งศีล 64 : นางเครือแก้ว คุ​ณะ​วัฒนา​ (ดั่งทรายฟ้า)

ทบทวนสภาวธรรม ทบทวนชีวิต ในปี พ.ศ. 2563

ข้าพเจ้า​ตั้งศีล เรื่อง การไม่โกรธ มีสติจับกิเลสในทุกขณะจิต เบิกบานแจ่มใส

1. เรื่องการแยกขยะในบ้าน รู้สึกเหมือนเราทำอยู่คนเดียว มีแต่คนสร้างขยะ ให้เราเก็บ-คัด-แยก-ล้าง-ตาก วัน ๆ ไม่ค่อยได้ทำอะไร เพราะเวลาหมดไปกับการจัดการกับขยะ อยากมีสัก 10 มือ เพราะทำงานไม่ทัน บ้านรกสกปรกไปหมด ตรงนี้กอง ตรงนั้นกอง ตรงโน้นกองและอีกหลายๆกอง ไม่ได้นำไปขายให้ได้สตางค์กับใครเขาหรอก ทำเพื่อโลกสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อม
สภาวธรรม รู้สึกน้อยใจ ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีใครช่วย จับอาการทุกข์ใจได้ทั้งวัน เราจะทุกข์ใจไปทำไม เราได้ช่วยโลก แม้เพียงคนเดียวก็ดีมากแล้ว เพราะสิ่งที่ทำมันเป็นประโยชน์ มีคุณค่าความดี ไม่ต้องมีใครเห็น​ ใครรู้ ใครเข้าใจ ก็ไม่เป็นไร เพราะทำดี ที่ดีที่สุดแล้ว ใช้บททบทวนธรรมของอาจารย์หมอเขียว ว่า เราทำเป็นแบบอย่าง เขาไม่ศรัทธาเรา เพราะเรามิใช่สัตบุรุษของเขา แล้วต้องวางดี ที่ใจเรา เท่านี้ก็สุขพอแล้ว

ใช้ทบทวนธรรมบทที่ 130 อย่าแบกชีวิตคนอื่น อย่าทำผิดหน้าที่ อย่าทำเกินหน้าที่ ถ้าเขาไม่ฟังเรา ให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น ให้เขาทำอย่างที่เขาต้องการจะทำ ปล่อยวาง ให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต ถ้า​เราได้พยายามบอกแล้ว สอนแล้ว เตือนแล้ว แต่เขายังไม่ฟัง เราสอนเขาไม่ได้ แปลว่า การสอนเขา ไม่ใช่หน้าที่​ของเรา​เราไม่ใช่​สัตบุรุษของ​เขา หน้าที่​เราคือ ทำเต็ม​ที่เต็มแรง​อย่างรู้​เพียรรู้พัก แล้วปล่อยวางให้เป็น​ไป​ตาม​วิ​บากดีร้ายของแต่ละชีวิต

2. เรื่องอาหาร ทำกินคนเดียว ไม่มีใครกินกับเรา ปั่นน้ำผลไม้ และอาหารพืชผักต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผักที่ปลูกเองในบ้าน สดสะอาด ปลอดภัยไร้สารพิษ ทำเผื่อเขา ก็ไม่มีใครสนใจ เขาไม่ชอบกินกัน เรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำ มีคุณค่าและมีประโยชน์ ทั้งประหยัดเรียบง่าย แต่รู้สึกสิ้นเปลืองพลังงานแก๊สและไฟ จากการเตรียมการปรุง และอื่นๆ ก็คิดไปว่า ถ้าเราทำที่ศูนย์กับหมู่มิตรดีสหายดี ก็น่าจะดีนะ

สภาวธรรม เพราะว่า สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา ก็นึกไปถึงตอนเราเป็นเด็ก เราก็เป็นแบบนี้เช่นกัน คุณย่าเตรียมอาหารให้เต็มโต๊ะ เราก็ไม่อยากกิน อยากไปซื้อกินอื่น ๆ ที่แพง ๆ และไม่มีประโยชน์
ได้ทบทวนธรรมะ ที่ได้ฟังจากอาจารย์หมอเขียว และธรรมะของชาวอโศก ของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เป็นประจำ ช่วยให้เราค่อย ๆ เข้าใจว่า แต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน เราต้องเมตตาให้เขามาก ๆ อย่าไปดูหมิ่นคนอื่นๆ ให้หมั่นกลับมาตรวจจิตของตนเอง คิดถึงสิ่งที่เรากระทบ สัมผัส แล้วนำมาทบทวนใคร่ครวญให้พ้นทุกข์ จะโง่จะทุกข์ไปทำไม จับกิเลสโลภโกรธหลงได้เมื่อไหร่ ก็รับประทานอาหารที่ทำเองทันที ใจไร้ทุกข์ จิตเบิกบาน และจะพยายามทำให้ได้ในทุก ๆ วัน ทุก ๆ วินาที

ความตั้งใจที่จะตั้งศีล เพิ่มศีล ลดกิเลส ตั้งใจทำดี ในปี พ.ศ. 2564

ข้าพเจ้าตั้งศีล 2 ข้อ คือ
1.ทานมื้อเดียวเป็นหลัก
2.คิดก่อนพูด ไม่โกรธใคร

Leave a Reply

Your email address will not be published.