คลายรักคลายทุกข์ ep.10 โสดอย่างไรให้มีความสุข

ความทุกข์ นั้นเริ่มตั้งแต่มีความรัก รักอะไรขึ้นมาก็ต้องทุกข์เพราะสิ่งนั้น แม้จะยังไม่ได้ครอบครองเลยก็ตามที ในตอนนี้เราก็จะพาท่านมาฟังการวิเคราะห์ความทุกข์ของคนโสดในสังคมว่าเป็นอย่างไร

รายละเอียด

เนื้อหาหลัก  : เป็นโสดดี หรือมีคู่ (45 นาที)

วันบันทึกรายการ 24 ธันวาคม 2563

ผู้ดำเนินรายการ 1.ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ 2.ตรงพุทธ ทองไพบูลย์ 3. ปิ่น คำเพียงเพชร

ปก : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ / ตัดต่อ : ปิ่น คำเพียงเพชร

รีวิวเนื้อหาในตอนนี้ (ผู้ดำเนินรายการ)

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ถ้าไม่ได้เข้ามาศึกษาธรรมะอย่างถูกตรง เราก็จะถูกมอมเมาจนหลงเข้าใจว่า การอยู่เป็นโสดนั้นเป็นทุกข์ เป็นความพร่อง จนถึงขั้นมีบทความที่ว่า “โสดอย่างไรให้เป็นสุข” เหมือนตอกย้ำสภาพโสดเป็นสภาพของความทุกข์ และเมื่อเอารูปแบบการโสดที่คนทั่วไปเขายกมาวิจารณ์กันก็พบว่ามีแต่ทุกข์จริง ๆ ด้วย เรียกว่ามืดแปดด้าน ไปทางไหนก็เจอทุกข์ ในตอนนี้เราจะเริ่มคุยกันในเนื้อหาหมวด “เป็นโสดดี หรือมีคู่” ที่อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน เคยได้เขียนหนังสือไว้

ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

ในสังคมทั่วไปเขาว่าคนมีคู่จะมีความสุขกว่าคนโสด คนโสดส่วนใหญ่คนจะมองว่าตนเองไม่มีความสุข แล้วทำไมคนที่เป็นโสดถึงจะไม่มีความสุขละ คนโสดมีหลายประเภท เช่น โสดเพราะยังหาใครที่ถูกใจไม่ได้ มีคนคุยเยอะแต่ไม่จริงจังไปทางเจ้าชู้ โสดเพราะรอคนที่ใช่ มีสเปกสูง โสดเพราะไม่มีใครสนใจ จะเห็นได้ว่าถ้าโสดแบบที่ว่ามาเป็นความโสดแบบไม่ได้อยากโสดหรือตั้งใจโสดสักเท่าไร ยังแสวงหาความรักให้เข้ามาและเตรียมที่จะสละความโสดออกไป

แล้วมีไหมวิธีที่จะโสดอย่างไรให้มีความสุข มั่นใจในความโสด รักษาความโสดไว้ เห็นทุกข์ในการไปมีคู่ ต้องทำอย่างไรมาติดตามกันได้ในตอนนี้

ปิ่น คำเพียงเพชร

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ยังไม่ได้พบ สัตบุรุษ คือครูบาอาจารย์ที่ถูกตรง อย่างอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน และพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ยังไม่ได้ฟังไม่ได้ศึกษาธรรมะที่ถูกตรงจากท่าน ก็จะไม่มีทางมีปัญญารู้ตามได้เลยว่า คนที่เขาอยู่เป็นโสดนั้นจะอยู่อย่างผาสุกได้อย่างไร และถ้ามีคนมาถามเราว่า โสดดีหรือมีคู่ เราก็จะหลงเชื่อหลงคิดไปตามกระแสโลกนั่นแหละ ว่ามีคู่ดี เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาก็ต้องมีคู่ เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ ฯ คือต้องยอมรับว่าคนในโลกเขาก็จะเชื่อและเป็นอย่างนั้นกันจริงๆ รวมถึงตัวเราเองด้วย แต่หลังจากที่ได้ศึกษาธรรมะที่ถูกตรงจากครูบาอาจารย์ทั้งสองท่านนี้ ได้ฟังเรื่อง “โสดดีหรือมีคู่” ก็ทำให้ความเข้าใจในเรื่องนี้ของเราเปลี่ยนไป

รายการ “คลายรักคลายทุกข์” ใน EP. 10 นี้ จะพูดถึงคนโสด 3 ประเภท ที่คนส่วนใหญ่ในโลกไม่อยากเป็นกัน เพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นทุกข์ มันเป็นข้อด้อย จนมีคำถามต่อมาว่า “คนที่เป็นโสดเขาจะอยู่เป็นโสดอย่างไรให้มีความสุขได้” มาติดตามดูกันค่ะว่า คนที่อยู่เป็นโสด นอกจากจะอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ใจแล้ว ยังอยู่ได้อย่างมีคุณค่าและผาสุกที่สุดได้อีกด้วยนั้น เขาทำได้อย่างไร…

 

รีวิวจากผู้รับชมสดในวันบันทึกรายการ

พรพรรณ

ฟังคลิป คลายรัก คลายทุกข์ EP.10 แล้วนึกถึงตัวเองสมัยยังอายุยังไม่มาก (555) จำได้ว่าตัวเองค่อนข้างเลือกเหมือนกัน เพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่า…เราก็พอตัว..คนหนึ่ง

พอมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ล่วงเลยเข้าไปถึงเลข 3 กว่า ๆ แล้ว ณ เวลานั้นตกใจนิดหน่อย ว่าทำไม เราไม่มีคู่ เลยเกิดอยากมีคู่ เพราะอยากได้สิ่งที่เหมือนคนอื่นบ้าง อยากลองในสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกว่าดี และอยากลองใช้ชิวีตแบบใหม่ดูบ้างเพราะช่วงนั้นเริ่มมีความคิดเบิรอ เซ็งกับชีวิตของตนเองที่จำแจด้วยนะค่ะ คิดว่าการมีชีวิตคู่คงจะสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งพอมีคู่เข้าจริง ๆ ทุกอย่างที่คิดไว้ก็ดีระดับหนึ่งไม่ได้ไม่ดี และดีซะทีเดียว แต่ที่จำได้ชัดคือ ตัวเองชอบที่จะทำทุกอย่างให้สามี อยากให้สามีกินอะไร แต่งตัวอย่างไรจัดการให้เขาหมด ไม่รู้สึกว่าตัวเองทุกข์นะ มีความสุขดีค่ะ พูดได้ง่าย ๆ คือชีวิตคู่ของตัวเองไม่มีอุปสรรคใดเลย แต่เรื่องการมีอิสระ ในเรื่องต่าง ๆ ยอมรับค่ะว่า ความมีอิสระลดลงมากเหมือนกัน เพราะ เราต้องแบ่งความรู้สึกให้ฝ่ายสามีเราด้วย เดินทางมาคนละครึ่งทางค่ะ  เหมือนกับท่านพิธีกรได้พูดไว้ในรายการค่ะ ทุกข์เพราะบางครั้งก็ยังอยากได้กับสามีของเราเพื่อเสริมกิเลสตัวเองอยู่ค่ะ. สาธุ


Leave a Reply

Your email address will not be published.

5 thoughts on “คลายรักคลายทุกข์ ep.10 โสดอย่างไรให้มีความสุข”

  1. อรวิภา กริฟฟิธส์

    การที่เราไม่ได้พบสัตบุรุษไม่มีทางที่จะได้พบความสุขอย่างแท้จริง มันมีแต่สุขปลอมทุกข์จริงคือตัวเองโสดก็มีความสุขแต่พอแต่งงานแล้วก็สุขนะ แต่มันก็มีสุข ๆ ทุกข์ ๆ แต่ก็มีความสุขในทุกข์นั่นแหล่ะคือมันหลง มันก็วนอยู่อย่างนั้นนะคือการแต่งงานมันก็คือการรวมหัวกันเสพกิเลสในทางโลกๆก็รวมกันเสพกิเลสและเสพมากกว่าตอนเป็นโสดเสียอีก เพราะมันเป็นการมาส่งเสริมกามอัตตากันอย่างเต็มที่ เขาถึงบอกว่ามีครอบครัวสร้างเนื้อสร้างตัว( เนื้อตัวกิเลส ) พอได้ดังใจเราก็เห็นว่าดี พอมาพบอาจารย์ ดร.ใจเพชร กล้าจน ได้ฟังธรรมะที่ถูกตรงจึงรู้ว่าการแต่งงานคือการรวมหัวกันเสพกิเลส รวมหัวกันทำชั่ว ใครไม่รู้ธรรมะฟังแล้วหูหักเลยทีเดียว ตัวเองรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้พบสัตตบุรุษหมู่มิตรดี ทำให้เห็นกลลวงของกิเลสแม้ว่าไม่โสดแล้วนะคะแต่ก็พากเพียรออกคือลดละเลิกการเอาจากคนคู่เพราะการเอาคือการต่อก็ไม่ง่ายนะคะ บอกเลยว่าคุณที่ไม่ได้พบธรรมะที่ถูกตรงไม่มีทางออกจากกลลวงนี้ได้ แม้มีแนวทางธรรมะแล้วจะปฏบัติออกยังยากอยู่เลยค่ะ ก็จะพากเพียรต่อไปค่ะ

  2. บัณฑิตา โฟกท์ แบม มุกแสงธรรม

    ได้ฟังท่านคุรุพิธีกรวิเคราะห์และขยายธรรม เรื่องการอยู่เป็นโสดอย่างไรให้เป็นสุข และ โสดดี หรือ มีคู่ ในมุมมองของการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ถูกตรงตามครูบาอาจารย์ คือ ท่านพ่อครู และท่านอาจารย์หมอเขียว ทำให้น่าสนใจและน่าติดตาม เพราะ ได้มาเน้นย้ำซ้ำทวนว่า การเป็นโสดนั้นเป็นสถานภาพที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและบรรลุธรรมพ้นทุกข์ ได้ดี กว่าคนคู่ เห็นด้วยสุดหัวใจ เพราะ ก่อนจะตัดสินใจมีคู่แต่งงานนั้น เป็นคนฝักใฝ่และสนใจปฏิบัติธรรม รู้สึกเป็นอิสรภาพและมีความสุขสบายดี และตั้งจิตว่าจะอยู่เป็นโสด แต่ตอนนั้นยังไม่เจอครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องถูกตรง พอตั้งจิตไม่นานเลยก็มีคนติดต่อให้รู้จักกับพ่อบ้าน ตอนนั้นหวั่นไหวลังเลใจและได้ตัดสินใจคบหาดูใจกับพ่อบ้านก่อนแต่งงานถึงสี่ปี และคงเป็นวิบากกรรมเรื่องคนคู่ บวกกิเลสของตัวเอง จึงได้ตัดสินใจสละโสด และได้บอกข้อตกลงกับพ่อบ้าน ว่าเจอกันครึ่งทางนะ คือให้อิสระภาพในส่วนบุคคลที่แต่ละคนชอบและสนใจคือเราชอบปฏิบัติธรรม สนใจใฝ่ธรรมะ พ่อบ้านยอมรับข้อตกลงนี้ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนตอนโสดอยู่ดี แต่ก็ยอมรับและวางใจได้ พอเจอครูบาอาจารย์ที่ถูกตรงก็ได้เรียนรู้ว่า ในเมื่อมันได้พลาดไปมีคู่แล้ว ก็ไม่ทำทุกข์ทับถมตน ดูแลเกื้อกูลกันให้ถึงที่สุดเพื่อจะลดวิบากกรรมคนคู่ให้เบาบางลง กายไม่อิสระ แต่ ใจอิสระได้ เพราะการปฏิบัติธรรม นั้น” ปฏิบัติที่ใจ มันอยู่ที่ใจจริงๆ ” แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ยังสนับสนุนให้คนที่ครองตัวเป็นโสดอยู่แล้ว จงตั้งมั่นครองตัวเป็นโสดให้ดีๆ (เกาะคานเพชร คานทองให้แน่นๆ) เพราะนั่นคือ การได้อิสรภาพทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ อย่างแท้จริง และ รู้สึกว่าเท่ห์ด้วยค่ะ กราบอนุโมทนาสาธุกับพี่น้องที่เป็นโสดค่ะ

  3. ขวัญจิต เฟื่องฟู

    ตัวเองตอนที่ยังไม่เเต่งงาน คงจะอยู่ระหว่างกึ่งกลางของเเบบที่สองเเละสาม เเต่ตอนนั้นมันก็ยังอยากมีแฟนหรือคู่กับเขาเหมือนกัน โดยที่ไม่คิดหรือตรึกตรองให้ถี่ถ้วน

    พอมาเเต่งงานถึงได้รู้ว่า การอยู่เป็นโสดมันดีอย่างไง ถึงเเม้ว่าชีวิตคู่ของตัวเองก็อยู่ในระดับว่าดีเเต่อาจจะเป็นดีเเละได้ดั่งใจในเกือบทุกเรื่อง จึงทำให้เข้าใจว่า การออกจากคนคู่มันยากอย่างไร
    อย่างเเรกที่เห็นชัดๆ ที่มันเเตกต่างระหว่างคนคู่เเละโสดคือความอิสรภาพ เพราะเราต้องเเบ่งให้เขาเเหละครึ่งหนึ่ง ถึงเเม้เขาจะไม่ได้มายืนขอสิทธิ์ของเขา เเต่เราก็มีความรู้สึกว่าเราต้องเเบ่งให้เขาเอง เเละยังมีความอยากได้จากเขาคืนด้วย ซึ่งบ่อยครั้งที่ทำให้เราทุกข์เพราะไม่ได้ดั่งใจเรา

    การมีคู่เป็นทุกข์จริงๆ ตัวเองขอยืนยันเพราะเอาบ่วงมามัดเเขน มัดขาตัวเองด้วยความห่วง ความรัก ความผูกพันธ์ ความรับผิดชอบ มันเป็นความรู้สึกว่า อยากออกเเต่ก็ทำไม่ได้ กิเลสบอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เพราะเขาดีนี่เเหละมันก็เลยซิ่งมัด เเละมัด มันก็เลยกลายเป็นทุกข์
    ขออนุญาตฝากคำคมให้พี่น้องไว้อ่านก่อน เผื่อท่านใดที่คิดจะมีคู่ อาจจะทำให้ท่านสะดุดนึกถึงคำคมนี้

    “ใครอยากเเต่งงาน ทำตัวเองให้เป็นสุขก่อน ล้างวิบากให้เป็นสุขก่อน เเล้วค่อยไปเเบกวิบากเพิ่ม”

  4. ขวัญจิต เฟื่องฟู

    ตัวเองตอนที่ยังไม่เเต่งงาน คงจะอยู่ระหว่างกึ่งกลางของเเบบที่สอง ตัวเองตอนที่ยังไม่เเต่งงาน คงจะอยู่ระหว่างกึ่งกลางของเเบบที่สองเเละสาม เเต่ตอนนั้นมันก็ยังอยากมีแฟนหรือคู่กับเขาเหมือนกัน โดยที่ไม่คิดหรือตรึกตรองให้ถี่ถ้วน

    พอมาเเต่งงานถึงได้รู้ว่า การอยู่เป็นโสดมันดีอย่างไง ถึงเเม้ว่าชีวิตคู่ของตัวเองก็อยู่ในระดับว่าดีเเต่อาจจะเป็นดีเเละได้ดั่งใจในเกือบทุกเรื่อง จึงทำให้เข้าใจว่า การออกจากคนคู่มันยากอย่างไร
    อย่างเเรกที่เห็นชัดๆ ที่มันเเตกต่างระหว่างคนคู่เเละโสดคือความอิสรภาพ เพราะเราต้องเเบ่งให้เขาเเหละครึ่งหนึ่ง ถึงเเม้เขาจะไม่ได้มายืนขอสิทธิ์ของเขา เเต่เราก็มีความรู้สึกว่าเราต้องเเบ่งให้เขาเอง เเละยังมีความอยากได้จากเขาคืนด้วย ซึ่งบ่อยครั้งที่ทำให้เราทุกข์เพราะไม่ได้ดั่งใจเรา

    การมีคู่เป็นทุกข์จริงๆ ตัวเองขอยืนยันเพราะเอาบ่วงมามัดเเขน มัดขาตัวเองด้วยความห่วง ความรัก ความผูกพันธ์ ความรับผิดชอบ มันเป็นความรู้สึกว่า อยากออกเเต่ก็ทำไม่ได้ กิเลสบอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เพราะเขาดีนี่เเหละมันก็เลยซิ่งมัด เเละมัด มันก็เลยกลายเป็นทุกข์
    ขออนุญาตฝากคำคมให้พี่น้องไว้อ่านก่อน เผื่อท่านใดที่คิดจะมีคู่ อาจจะทำให้ท่านสะดุดนึกถึงคำคมนี้

    “ใครอยากเเต่งงาน ทำตัวเองให้เป็นสุขก่อน ล้างวิบากให้เป็นสุขก่อน เเล้วตค่อยไปเเบกวิบากเพิ่ม”
    สาม เเต่ตอนนั้นมันก็ยังอยากมีแฟนหรือคู่กับเขาเหมือนกัน โดยที่ไม่คิดหรือตรึกตรองให้ถี่ถ้วน

    พอมาเเต่งงานถึงได้รู้ว่า การอยู่เป็นโสดมันดีอย่างไง ถึงเเม้ว่าชีวิตคู่ของตัวเองก็อยู่ในระดับว่าดีเเต่อาจจะเป็นดีเเละได้ดั่งใจในเกือบทุกเรื่อง จึงทำให้เข้าใจว่า การออกจากคนคู่มันยากอย่างไร
    อย่างเเรกที่เห็นชัดๆ ที่มันเเตกต่างระหว่างคนคู่เเละโสดคือความอิสรภาพ เพราะเราต้องเเบ่งให้เขาเเหละครึ่งหนึ่ง ถึงเเม้เขาจะไม่ได้มายืนขอสิทธิ์ของเขา เเต่เราก็มีความรู้สึกว่าเราต้องเเบ่งให้เขาเอง เเละยังมีความอยากได้จากเขาคืนด้วย ซึ่งบ่อยครั้งที่ทำให้เราทุกข์เพราะไม่ได้ดั่งใจเรา

    การมีคู่เป็นทุกข์จริงๆ ตัวเองขอยืนยันเพราะเอาบ่วงมามัดเเขน มัดขาตัวเองด้วยความห่วง ความรัก ความผูกพันธ์ ความรับผิดชอบ มันเป็นความรู้สึกว่า อยากออกเเต่ก็ทำไม่ได้ กิเลสบอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เพราะเขาดีนี่เเหละมันก็เลยซิ่งมัด เเละมัด มันก็เลยกลายเป็นทุกข์
    ขออนุญาตฝากคำคมให้พี่น้องไว้อ่านก่อน เผื่อท่านใดที่คิดจะมีคู่ อาจจะทำให้ท่านสะดุดนึกถึงคำคมนี้

    “ใครอยากเเต่งงาน ทำตัวเองให้เป็นสุขก่อน ล้างวิบากให้เป็นสุขก่อน เเล้วค่อยไปเเบกวิบากเพิ่ม”

  5. ได้ติดตามชมรายการ คลายรักคลายทุกข์ ep.10 ตอน โสดอย่างไรให้มีความสุข แล้ว ทำให้ย้อนทบทวนถึงชีวิต ในช่วงวัยที่เรียนจบแล้วเริ่มทำงาน มองชีวิตตามสังคมส่วนใหญ่เขาทำกัน คิดว่าเราสามารถสร้างชีวิตที่ผาสุกและสมบูรณ์แบบได้ มองชีวิตว่าการมีครอบครัว มีคู่มีลูกตามสังคมส่วนใหญ่เป็น สิ่งที่ดีที่ควรทำ

    แต่พอมาพบสัตบุรุษ จึงได้รู้ความจริงว่า “เป็นโสดนั้นเป็นบัณฑิต ” การมีคู่มันเป็นทุกข์ แม้ตัวเองมามีคู่มีลูกแล้ว และเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าชีวิตที่ผ่านมาเป็นสภาพทุกข์ พอมาพิจารณาใหม่ มารู้แล้วว่าเป็นสภาพทุกข์จริง ๆ ก็ต้องมาพิจารณาทำใจตามลำดับ ยอมรับวิบากกรรม ก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งเลยนะ

    เรื่องราวในรายการวันนี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่จะได้มุมมองดี ๆ ต่อการเลือกเส้นทางชีวิตตัวเอง ว่าจะอยู่เป็นโสดดีกว่ามีคู่หรือไม่ โสดอย่างไรให้มีความสุข มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้เล่าถึงมุมมองที่รับรู้มาในสมัยนี้ จนถึงสมัยพุทธกาล ลองติดตามดูเพราะยุคนี้สมัยนี้หาฟังแบบนี้ยากค่ะ