วิธีหมักดินจุลินทรีย์พลังศีลแบบแห้งด้วยเศษอาหารในครัวเรือน : วันยา เรียนจันทร์

วิธีหมักดินจุลินทรีย์พลังศีลแบบแห้งด้วยเศษอาหารในครัวเรือน : นางวันยา เรียนจันทร์ (วันแสงพุทธ : อี๊ด)

อาชีพเปิดร้านขายเครื่องนอนจังหวัดอยุธยา


วิธีที่1

1.ใช้ถังมีฝาปิด ขนาดพอเหมาะกับแรงตนที่ยกได้เมื่อหมักดินเต็ม ใบนี้ครัวที่บ้านใช้เวลาสะสมเศษอาหารประมาณ 5-7 วันแล้วแต่เมนู

2.ใส่ดินก้นถัง เพื่อดูดซับสารอาหารที่ย่อยแล้ว

3.ใส่เศษอาหารเศษผักทุกชนิดลงถัง

4.โรยหัวเชื้อจุลินทรีย์แบบแห้งลงไป

5.คลุกเคล้าให้เข้ากันก็ดี ไม่คลุกก็ได้

6.เติมดินปิดเตรียมชั้นต่อไป

7.ปิดฝา ให้เกิดการหมัก จะมีไอน้ำเกาะฝาถังสร้างความชุ่มชื่น

8.ตั้งไว้ครบ 7 วันจะมีราขาวปรากฏ

9.นำไปใช้ได้

วิธีใช้ดินหมัก

1.เพื่อความโปร่งและน้ำหนักเบาควรผสมอินทรีย์วัตถุแห้ง เช่น แกลบดำ ใบไม้ กาบหรือขุยมะพร้าวเท่าที่หาได้ เพิ่มคุณภาพของดิน

2.ผสมกับดินธรรมดาตามความสมดุล

ปัญหาดินหมักแฉะเกินไป มีกลิ่นย่อยเมื่อเทมาใช้ เพราะขาดสมดุลระหว่างน้ำกับดิน หรือของสด~แห้ง หรือเศษอาหารมีน้ำมากกว่าดิน

วิธีแก้ไขเพิ่มจุลินทรีย์พลังศีลและดินหรืออินทรีย์วัตถุแห้งลงผสม เช่น แกลบเก่า แกลบดำ ใบไม้ รำ กาบหรือขุยมะพร้าว อื่นๆเท่าที่หาได้ ก่อนนำไปปลูกพืช

สรุปผล

1.ได้กำจัดเศษอาหารและขยะสดในครัวเรือน

2.ได้ดินหมักที่มีพลังชีวิตปุ๋ยสะอาด

3.ได้ฝึกพึ่งตน รักษาสิ่งแวดล้อมลดภาระขยะโลก

สภาวะธรรม

ก่อนรู้จักแพทย์วิถีธรรม(ความลวงที่ตนเห็น)คิดว่าการเก็บขยะสดขยะแห้งในครัวเรือนทิ้งลงถังหน้าบ้าน เป็นการทำดีที่สุดแล้วเป็นคนรักสะอาด เคยรู้สึกเห็นใจคนเก็บขยะของเทศบาล(แต่ก็ไม่รู้ตัวว่า ตนนั้นแหละสร้างความสกปรกให้ผู้อื่น ยังคิดว่าตนเป็นคนสะอาดอยู่)”ทำกรรมอะไรนะ ถึงได้มาทำงานอย่างนี้”

หลังได้รู้จักแพทย์วิถีธรรม(ความจริงที่ตนเห็น)”คนทิ้งขยะ”จะเป็นคนสะอาดได้อย่างไรขยะเกิดจากจิตตนที่ชิงชังรังเกียจ ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วผลักออกจากตัว ให้เป็นภาระผู้อื่น เป็นภาระสิ่งแวดล้อม  เป็นภาระโลก

“คนเก็บขยะ”จะเป็นคนสกปรกได้อย่างไรในเมื่อกำลังเอาภาระผู้อื่น เอาภาระสิ่งแวดล้อม เอาภาระฺโลก

ความจริงที่ตนเห็นคือ”คนที่เก็บขยะสะอาดกว่าคนที่ทิ้งขยะ”ยิ่งกว่านั้น ผลวิบากของการสร้างขยะถ้าเราได้พลาด ทิ้งสะสม พลาดส่งเสริมการสร้างขยะมา ต้องมารับวิบาก มาสร้างวิบากใหม่ด้วยการเก็บขยะ เพราะ”สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา”รู้สึกละอายที่คิดว่าตนสะอาดกว่าและเกรงกลัวต่อผลวิบากเมื่อเข้าใจเรื่องกรรม(เรื่องการทิ้งขยะ)

ปัจจุบันพยายามมองให้เห็นคุณค่าของสิ่งนั้นๆแล้วนำไปสร้างประโยชน์แทนการสร้างขยะ ตามกำลังกายและกำลังปัญญาที่จะทำได้จริง ขอเป็นกำลังใจให้คนทิ้งขยะเกิดพลังศัทธา เกิดปัญญาและคนเก็บขยะทั้งของตนและผู้อื่นเป็นพลังสนิทานสูตรเกื้อกูลซึ่งกันและกันต่อไปเจริญธรรม สำนึกดี มีใจไร้ทุกข์

Leave a Reply

Your email address will not be published.