FAQ : ตอบคำถามต่าง ๆ แนะนำนักศึกษาใหม่ ปี 64

แนะนำนักศึกษาใหม่ ตอบคำถามต่าง ๆ

นักศึกษาใหม่ สามารถหาคำตอบของคำถามต่าง ๆ ที่ทีมงานได้รวบรวมมา (กดลิงก์ที่คำถาม จะเลื่อนไปยังคำตอบ) ถ้าหากมีคำถามที่สงสัยเพิ่มเติมนอกจากที่นำมาเสนอหรือยังไม่ตอบโจทย์สามารถพิมพ์คำถามเข้ามาเพิ่มเติมได้ในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

  1. การรับเข้าระบบ
  2. การสอบสัมภาษณ์
  3. ผู้สมัครที่สอบสัมภาษณ์แต่ยังไม่ได้กรอกใบสมัคร
  4. การส่งเอกสารเพิ่มเติม
  5. การสอบปรนัยและอัตนัย
  6. รหัสนักศึกษา
  7. การเรียนรู้ในปัจจุบัน
  8. การศึกษาตามอัธยาศัย
  9. ความแตกต่างของหลักสูตร 7 ปีและหลักสูตร 6 เดือน
  10. ผู้ที่สมัครทั้งหลักสูตร 7 ปี และหลักสูตร 6 เดือน
  11. App zoom
  12. การเข้าเรียนของหลักสูตร 7 ปี
  13. การใช้เวลาในการเรียนในปัจจุบันของหลักสูตร 7 ปี
  14. การส่งการบ้านของหลักสูตร 7 ปี
  15. ต้องเข้าส่งการบ้านทุกวันที่จัดกิจกรรมหรือไม่?
  16. การพูดเพื่อส่งการบ้านหน้าชั้นเรียน
  17. การเขียนเพื่อส่งการบ้าน
  18. การติดตามเรียนย้อนหลัง
  19. เรียน 7 ปีจบการศึกษาหรือไม่?


1.การรับเข้าระบบ

ในช่วงเริ่มต้นของการรับสมัครช่วงที่ 1 จะใช้ค่ามาตรฐานในการรับนักศึกษาเข้าระบบ แต่ในปัจจุบันจะใช้หลักอนุโลมไปตามยุคสมัย เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคโควิด การศึกษาจึงเป็นช่องทางออนไลน์ทั้งหมด จึงทำให้สามารถลดข้อจำกัดในการรับสมัครได้หลายข้อ


2.การสอบสัมภาษณ์

การสอบสัมภาษณ์ในปัจจุบันจะเป็นการสอบในช่วงเวลากิจกรรมการศึกษา (ช่วงหลังกิจกรรมอบรม 10 วัน) ซึ่งจะมีเวลา 5-6 วัน ต่อหนึ่งช่วงให้ผู้สมัครได้เข้ามาติดต่อขอสัมภาษณ์ในกิจกรรมการศึกษาต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ในเวลานั้น (8:00 น. – 13:00 น. โดยประมาณ) ซึ่งจะเป็นการสอบสัมภาษณ์แบบย่อย ในส่วนการนัดสัมภาษณ์แบบกำหนดหมายวันเวลานั้น ถ้ามีจำนวนนักศึกษาแจ้งขอสอบเข้ามาจำนวนพอประมาณก็อาจจะเสนอจัดกันเป็นรอบ ๆ ได้


3.ผู้สมัครที่สอบสัมภาษณ์แต่ยังไม่ได้กรอกใบสมัคร

มีผู้สมัครบางส่วนที่มาขอสอบสัมภาษณ์โดยไม่ได้ผ่านระบบการกรอกแบบฟอร์มสมัครตามปกติ ชื่อของผู้สมัครจะติดตัวอักษรสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เพื่อแจ้งให้ทราบว่ายังไม่มีข้อมูลของผู้สมัครท่านนั้น ๆ โดยทางฝ่ายทะเบียนจะติดต่อให้กรอกแบบฟอร์มอีกครั้งในกรณีที่สามารถติดต่อได้


4.การส่งเอกสารเพิ่มเติม

การส่งเอกสารเพิ่มเติม จะเป็นไปตามความสมัครใจของผู้สมัคร ที่จะยินดีเปิดเผยตัวตนกับทางสถาบันวิชชาราม ซึ่งในยุคเรียนออนไลน์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเอกสารส่วนนี้มากนัก แต่ก็เป็นประโยชน์เพื่อประเมินนักศึกษาและการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้ศึกษาในอนาคตต่อไป


5.การสอบปรนัยและอัตนัย

การสอบปรนัยและอัตนัย ในปัจจุบันจะถูกนับเป็นการทำแบบทดสอบตามอัธยาศัย เพื่อประเมินตนเองกับหมวดความรู้พื้นฐานแพทย์วิถีธรรม ในการรับสมัครช่วงที่ 2 ได้มีการถอดการทดสอบแบบอัตนัยออกไป คงเหลือไว้แต่การสอบปรนัย 80 ข้อ ซึ่งผู้สมัครเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้


6.รหัสนักศึกษา

ในปัจจุบัน ผู้สมัครที่กรอกแบบฟอร์มสมัครส่งมา จะขึ้นทะเบียนด้วยรหัสนักศึกษาเพื่อลดขั้นตอนในการสมัคร ซึ่งรหัสนักศึกษานั้นหมายถึงการรับเข้าในทะเบียน แต่การคงสถานะนักศึกษาเป็นหน้าที่ของนักศึกษาท่านนั้น ๆ ที่จะพยายามร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมไปตลอด 7 ปีหรือมากกว่านั้น


7.การเรียนรู้ในปัจจุบัน

การเรียนรู้ในปัจจุบัน ถูกปรับมาเป็นเรียนวิชาเดียว และเรียนร่วมกันทุกหลักสูตร ทุกชั้นปี คือวิชาแพทย์แผนไทยวิถีธรรมค้ำจุนโลก (หลักสูตร 6 เดือน)  คือเรียนร่วมกันกับหลักสูตร 6 เดือนไปเลย ใช้กระบวนการศึกษาเดียวกันทั้งหมด มีการบ้านเพียงรูปแบบเดียว (แต่ส่งหลายครั้ง) หรือนักศึกษาหลักสูตร 7 ปี สามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย เรียนตามที่ตนเองสนใจและมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ตามสื่อหลักของแพทย์วิถีธรรม


8.การศึกษาตามอัธยาศัย

แม้ว่าทางสถาบันจะจัดสรรการศึกษาให้นักศึกษา แนะนำ ชักชวน แต่ก็ไม่ได้หมายความนักศึกษาทุกท่าน “จะต้อง” ศึกษาตามทั้งหมด การศึกษาทั้งหมดในสถาบันวิชชาราม ยังอยู่ภายใต้หลักการศึกษาตามอัธยาศัย คือนักศึกษาเลือกที่จะศึกษาตามอัธยาศัย ตามความต้องการเรียนรู้ของผู้เรียน


9.ความแตกต่างของหลักสูตร 7 ปีและหลักสูตร 6 เดือน

หลักสูตร 7 ปีเป็นการศึกษาระยะยาว โดยมีหลักอยู่ที่การสานพลังกับหมู่มิตรดีได้อย่างยั่งยืนยาวนาน ซึ่งนักศึกษาก็จะร่วมกิจกรรมที่สนใจ ไปตามที่สถาบันได้จัดการเรียนการสอนขึ้นในขณะนั้น โดยโครงสร้างหลักสูตรนั้นมีวางแผนไว้ แต่จะประเมินว่า ณ สถานการณ์นั้น ๆ ควรจะเปิดให้นักศึกษาได้เข้าร่วมการเรียนหรือกิจกรรมใดบ้าง

ส่วนหลักสูตร 6 เดือน เป็นการศึกษาระยะสั้น โดยมีใบประกาศนียบัตรเป็นเป้าหมาย ซึ่งจะมีข้อกำหนดและเงื่อนไขในการจบการศึกษาที่เข้มงวดกว่าหลักสูตร 7 ปี ซึ่งหลักสูตร 7 ปี เป็นการเรียนรู้ที่ไม่ได้บังคับ หรือไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่ใบประกาศฯ


10.ผู้ที่สมัครทั้งหลักสูตร 7 ปี และหลักสูตร 6 เดือน

ผู้ที่สมัครทั้งหลักสูตร 7 ปี และหลักสูตร 6 เดือน จะต้องร่วมกิจกรรมทั้งสองหลักสูตร ดังนโยบายของอาจารย์หมอเขียวที่แบ่งวันการศึกษาหลังจบกิจกรรมอบรม 10 วัน เป็นของหลักสูตร 7 ปี 2 วัน และหลักสูตร 6 เดือนอีก 2 วัน ดังนั้นผู้ที่สมัคร 2 หลักสูตรจะต้องมีความขยันเป็นสองเท่า* ของการศึกษาหลักสูตร 7 ปี คือ เข้าเรียนทั้ง 2 หลักสูตร และส่งการบ้านสำหรับ 2 หลักสูตร แปลง่าย ๆ ว่า 2 เท่านั่นเอง (อ้างอิงแนวทางจากอาจารย์หมอเขียว ในประชุมช่วงค่ำวันที่ 10 ต.ค.64)


11.App zoom

ในปัจจุบันการศึกษาส่วนมาก ล้วนเป็นการศึกษาออนไลน์ ดังนั้นนักศึกษาจำเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานในการติดต่อสื่อสารเช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเร็วเพียงพอและติดตั้ง app zoom เพื่อใช้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับทางสถาบันวิชชาราม


12.การเข้าเรียนของหลักสูตร 7 ปี

แม้ว่าในตอนนี้ นักศึกษาอริยปัญญาตรี 7 ปี จะเรียนร่วมกับหลักสูตร “แพทย์แผนไทยวิถีธรรมค้ำจุนโลก” แต่ถ้านักศึกษาไม่ได้ศึกษาเพื่อที่จะเอาใบประกาศฯ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าเรียนทุกครั้ง เพียงแค่หมั่นติดตาม ส่งการบ้านบ้าง ตลอด 6 เดือน ถ้าเข้าร่วมสักเดือนละครั้ง หรือส่งการบ้านเดือนละครั้ง ก็ถือว่าเป็นพลังร่วมในการศึกษาได้แล้วเช่นกัน แต่ถ้ามีเวลาสะดวกเข้าร่วมกิจกรรม ก็สามารถส่งการบ้านและเข้าร่วมบ่อยได้เท่าที่ต้องการ


13.การใช้เวลาเรียนในปัจจุบันของหลักสูตร 7 ปี

ตามปกติในการเรียนที่ผ่านมานั้น นักศึกษาจะเข้าเรียนตามอัธยาศัย โดยจะมีการประเมินต่าง ๆ เพื่อกำหนดเกณฑ์การผ่านวิชานั้น ๆ แจ้งให้ทราบ ในปัจจุบันการเรียนร่วมกับหลักสูตรแพทย์แผนไทยวิถีธรรมฯ เป็นการเรียนรู้เบื้องต้นที่จะให้นักศึกษาคุ้นเคยกับหมู่มิตรดี การใช้โปรแกรม zoom การใช้งานเว็บไซต์ในเครือข่าย การส่งการบ้านด้วยกูเกิ้ลฟอร์ม หรือแม้กระทั่งการสอบปรนัยหรืออัตนัยก็เป็นการฝึกนักศึกษาให้คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน ดังนั้นการใช้เวลาเรียนในปัจจุบัน คือเรียนได้ตั้งแต่มากไปจนถึงขั้นน้อยที่สุด คือเข้าเรียนได้ทุกวันหรือจะเข้าเรียนเดือนละครั้งก็สามารถเก็บหน่วยกิตในวิชานี้ได้เช่นกัน (ส่วนใหญ่วิชาพื้นฐานเบื้องต้นจะประเมินผลเป็น ผ่าน/ไม่ผ่าน)


14.การส่งการบ้านของหลักสูตร 7 ปี

การส่งการบ้านในตอนนี้เหลือวิชาเดียว ซึ่งจะส่งโดยผ่านกูเกิ้ลฟอร์ม ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าไปศึกษาได้ใน [ลิงก์ส่งการบ้านของหลักสูตร 6 เดือน] ความถี่ในการส่งก็ตามฉันทะ หรือความยินดี พอใจ เต็มใจ


15.ต้องเข้าส่งการบ้านทุกวันที่จัดกิจกรรมหรือไม่?

ถ้าทำส่งได้ครบก็จะดี แต่ในความจริงแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นถ้านักศึกษาไม่ได้มุ่งหวังใบประกาศฯ ให้ทำเท่าที่สะดวก ทำเท่าที่ยินดี ทำเท่าที่เห็นประโยชน์ แม้การร่วมกิจกรรมโดยไม่แสดงออก ก็ยังเป็นการสานพลังกับหมู่มิตรดี ซึ่งยังอยู่ในกรอบการศึกษาของสถาบันวิชชาราม


16.การพูดเพื่อส่งการบ้านหน้าชั้นเรียน

การพูดส่งการบ้านหน้าชั้น เป็นการเอื้อให้นักศึกษาที่เขียนไม่เก่งได้นำเสนอและส่งการบ้าน เป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง ข้อดีคือ สามารถส่งสารกระจายได้ฉับไว คนรับรู้ทั่วกันได้เร็ว ข้อควรระวังคือ มีการใช้เวลาร่วมกันจึงต้องประมาณปริมาณและเนื้อหาในการสื่อสารให้ดี


17.การเขียนเพื่อส่งการบ้าน

การเขียน (พิมพ์) การบ้านส่ง เป็นการเอื้อให้นักศึกษาที่พูดไม่เก่ง ได้นำเสนอและส่งการบ้าน เป็นการสื่อสารรูปหนึ่ง ข้อดีคือส่งได้ไม่จำกัด ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องใช้เวลาร่วมกัน ข้อเสียคือ อาจจะมีคนเข้าไปอ่านการบ้านไม่มากเหมือนการพูดหน้าชั้นเรียน


18.การติดตามเรียนย้อนหลัง

สำหรับนักศึกษาที่ไม่สะดวกในเวลาที่จัดกิจกรรมการศึกษา การเรียนย้อนหลังผ่านสื่อต่าง ๆ ก็นับเป็นชั่วโมงเรียนเช่นกัน ซึ่งนักศึกษาวิชชารามนั้นมีอยู่ทั่วโลก ที่เวลาในแต่ละวันไม่ตรงกัน แต่ในเทอมที่ผ่านมาก็มีนักศึกษาที่จบการศึกษาในวิชานั้น ๆ โดยไม่เข้าเรียนแม้แต่ครั้งเดียวมาแล้ว (แต่ติดตามย้อนหลังและร่วมกิจกรรมกลุ่ม)


19.เรียน 7 ปีจบการศึกษาหรือไม่?

อาจจะจบหรือไม่จบก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเพียรของนักศึกษาในการร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเป็น 8 ปี 9 ปี 10 ปี หรือ 20 ปีค่อยจบก็ได้ การจบการศึกษาเป็นหน้าที่ของนักศึกษาในการยื่นขอจบโดยการแจ้งว่าได้เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาอะไรบ้าง หรือมีหลักฐานในการเก็บหน่วยกิตการเรียนในวิชาใดบ้าง เพื่อให้กรรมการได้ประเมินและอนุมัติการจบการศึกษาในลำดับต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published.