สรุปการเรียนรู้ งานกลุ่มภาพประกอบสาระธรรม “ศิลา”

กลุ่มงานสาระธรรมศิลา

สรุปการเรียนรู้ของสมาชิก

บัณฑิตา โฟกท์

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทุกพระองค์
กราบคารวะท่านอาจารย์ หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
คารวะท่านคุรุ ทุกท่านด้วยความเคารพค่ะ

ข้าพเจ้าชื่อ นางบัณฑิตา โฟกท์ ชื่อเล่น แบม ชื่อทางธรรม ท่านพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เมตตาตั้งให้ “มุกแสงธรรม” นามสกุลทางธรรม ท่านอาจารย์ ดร.ใจเพชร เมตตาตั้งให้ “รู้แก่นศีล”
ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรม ต้นปี พ.ศ. 2556 ทางยูทูบ และตั้งจิตเป็นลูกศิษย์ทางจิตวิญญาณกับท่านอาจารย์และปฏิบัติตามในยูทูบเป็นเวลาหนึ่งปี
ปี พ.ศ .2557 ไปเข้าค่ายที่ประเทศไทยและตั้งใจจะไปกราบคารวะท่านอาจารย์ แต่ท่านอาจารย์ได้ไปจัดค่ายที่อเมริกา
ปี พ.ศ. 2558 จึงได้ไปเข้าค่ายและได้กราบท่านอาจารย์ที่สวนป่านนาบุญ1 ปีต่อๆมา จนถึง ปัจจุบัน ก็ได้ไปเข้าค่ายสุขภาพและค่ายพระไตรปิฎก รวมแล้วมากกว่า สิบครั้ง
และในช่วงกลางปีนี้ (2563) ทีมคุรุสถาบันวิชชรามมีท่านคุรุ ดิณห์ และ ท่านคุรุตรงพุทธ ได้เมตตา กรุณา เปิดคอร์ส สอนทางออนไลน์ “การทำภาพประกอบสาระธรรม” ข้าพเจ้าจึงได้สมัครเรียนตลอดหลักสูตร ที่ท่านคุรุกำหนด
ข้าพเจ้ามีความซาบซึ้งใจและรู้สึกเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มต้นจนจบคอร์ส ที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้และบำเพ็ญในห้องเรียน ทำภาพประกอบสาระธรรม กับทีมท่านคุรุ และ พี่น้องหมู่กลุ่มนักศึกษาทุกท่าน

บทบาทที่สมัครใจร่วมเรียนรู้ คือ ผู้ตรวจคำคม และนำเสนอผลงานในกลุ่มประจำสัปดาห์ และ มีการยืดหยุ่นให้พี่น้องในกลุ่มเข้ามาฝึกฝน ในบทบาทนี้ ได้ตามความสมัครใจ
โดยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องที่จะได้ฝึกฝนทำหน้าที่บทบาทอื่น และ จะได้เกิดความคุ้นเคยกันมากขึ้น และข้าพเจ้าเอง ก็ได้สมัครใจทำหน้าที่บทบาทอื่นเช่นกัน
คือ หาสาระธรรม ช่วยพี่น้อง ส่วน การทำภาพประกอบสาระธรรมนั้น รู้ว่าสถานะฝีมือตัวเองว่ายังต้องฝึกฝนไปก่อนขอเรียนรู้ตามไปก่อน
ให้ความเคารพและศรัทธากับพี่น้องที่มีความสามารถและความถนัดได้แสดงความสามารถเต็มที่ไปเลย

สรุป สาระธรรมประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านที่ได้ตั้งแต่เริ่มเรียนจนจบคอร์สดังนี้
1. ครั้งแรกที่ได้รู้ว่ามีห้องเรียนนี้และมีทีมท่านคุรุนำพาก็รู้สึกมีความยินดีสุดหัวใจ รู้สึกว่ามีพลังดึงดูดเหนี่ยวนำให้เข้ามาอย่างน่าสนใจอย่างยิ่ง
เมื่อเข้ามาแล้วก็ยิ่งน่าติดตาม และติดตาม เห็นความเบิกบานในใจขึ้นเรื่อยๆ ได้มีโลกทัศน์กว้างขึ้นทั้งงานนอกและงานใน
2.ได้ฝึกฝนเอาชนะความประหม่าและความตื่นเต้นในการพูดต่อที่ประชุมกับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย
3. ฝึกแสดงความคิดเห็นต่อหน้าพี่น้องหมู่กลุ่มที่ไม่คุ้นเคยด้วยใจไร้กังวลได้
4. ได้ปฏิบัติตาม คำคมนี้ “คิดดี พูดดี เสนอดี สลายอัตตา สามัคคีนี้ผาสุก เย่! ในระดับจิตวิญญาณ คือได้มีการแสดงความคิดเห็นกันในกลุ่มตลอดการเรียนรู้
ซึ่งเป็นการฝึกฝนในขั้นรูปธรรม และนามธรรม จนเกิดความเบิกบานและผาสุกในใจยิ่ง ๆ ขึ้นไป
5. มีความเคารพรักพี่น้องหมู่กลุ่มทุกท่านที่มาเติมเต็มให้กันและกันในเหลี่ยมมุมที่ต่างกันออกไป คือ ถึงแม้บางครั้งจะมีความคิดเห็นที่ต่างกันเราก็เคารพปรองดองกันได้ไม่วิวาทะ
6. ได้ฝึกฝนในการประสานการทำงานเป็นทีมโดยน้อมนำหลักธรรมพรหมวิหารสี่มาปฏิบัติในระดับจิตวิญญาณ โดยเฉพาะความเมตตา ตามที่ท่านอาจารย์หมอเขียวสอนไว้ว่า
เมตตากับพี่น้องที่ปฏิบัติแนวทางเดียวกันให้ได้ก่อน พอได้เมตตาแล้วจะเกิดศรัทธา พอได้ศรัทธาแล้วจะเกิดปัญญาตามมา และจะเคารพได้หมด ไม่เลือกคนเคารพ คือเคารพในส่วนดี
เมตตาและอุเบกขาในส่วนด้อย จะเป็นหนทางที่จะพัฒนาจิตวิญญาณให้เจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือ ได้ให้โอกาสทั้งตัวเองและพี่น้องในกลุ่มได้ปรับเปลี่ยน
สลับหมุนเวียนในการรับบทบาทแต่ละหน้าที่เพื่อจะได้เรียนรู้และฝึกฝน
7. ข้าพเจ้ารู้สึกสนุก และ ทึ่ง ที่เห็นพัฒนาการของตัวเองในการใช้ มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ ได้ มากกว่า แต่ก่อน จากที่ เปิดอะไรไม่เป็น ก็เปิดเป็น จากที่กลัวคอมพิวเตอร์
ก็ไม่กลัว จากที่ ไม่สนใจในงานศิลปะ ก็สนใจ ได้ความรู้งานศิลปะเพิ่มมากมายจนบรรยายไม่หมด และจะศึกษาเพิ่มเติม ตามที่ท่านคุรุและพี่น้องได้มาแลกเปลี่ยน เติมเต็มให้กัน
คิดว่าตัวเองเป็นคนละคนในช่วงเวลาที่ได้เข้าเรียนในหลักสูตรนี้
8. ข้าพเจ้า ขอกราบคารวะธรรม ท่านคุรุทุกท่าน และ พี่น้องนักศึกษาทุกท่านที่ได้เมตตา กรุณา ชี้แนะ ทั้งงานนอกและงานใน จนเห็นความกระจ่างในใจเกิดขึ้น เจริญขึ้น กว้างขึ้น
ในหลายมิติ ที่ไม่สามารถจะบรรยายออกมาเป็นภาษาเขียนได้ทั้งหมด แต่ได้บันทึกไว้ในจิตวิญญาณเรียบร้อยแล้ว และจะขอตั้งจิตเร่งพากเพียรฝึกฝนเรียนรู้ตามให้เจริญขึ้นเรื่อย ๆ ตามฐานจิตที่จะทำได้
9. จะขอน้อมนำและปฏิบัติตามคำสอนนี้ค่ะ
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
“มิตรดี สหายดี สังคม สิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของการปฏิบัติมรรคมีองค์แปดสู่ความพ้นทุกข์”
คำสอนท่านพ่อครู “บรรลุทำ เป็นทีม บรรลุธรรม เป็นทีม”
คำสอนท่านอาจารย์ ดร.ใจเพชร ” พุทธ ต้องเป็นทีม พุทธะ ไม่มีศิลปินเดี่ยว”
กราบสาธุธรรมค่ะ


มัณฑนา ชนัวร์ร

ข้าพเจ้า มัณฑนา ชนัวร์ร (ชื่อทางธรรม ศีลประดับ) มีความประทับใจซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่ได้มีโอกาสเข้าร่วมบำเพ็ญเรียนทำภาพประกอบสาระธรรม
กับท่านคุรุและพี่น้องหมู่กลุ่มทุกท่าน สรุป สาระธรรมประโยชน์ตนประโยชน์ท่านที่ได้ตั้งแต่เริ่มเรียนจนจวนจะจบคอร์ส
ตั้งแต่เริ่มก็รูสึกยินดีบวกความประหม่า พอเริ่มได้ฟังท่านคุรุและพี่น้องคุยและสนทนาเป็นพลังและมีอะไรที่น่าสนใจ
ข้าพเจ้าเคยคิดที่อยากจะเขียนบทความหรือสื่อสิ่งที่เราปรารถนาอยากให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้รู้ได้อ่าน “ในบทความของทางธรรม”
แต่ก็ไม่มีพลังหรือสิ่งดึงดูดที่จะให้เขียนได้ เพราะไม่ชอบเขียน ตอนได้เริ่มงานชิ้นแรกข้าพเจ้าใส่เต็มที่เพราะข้าพเจ้าเห็นทางและได้เรียนรู้กับเทคนิคในมือถือ
ได้ความรู้ทั้งงานนอกได้ความแกร่งทั้งงานใน ได้เห็นความตั้งใจ ความเสียสละและการบำเพ็ญของพี่นัอง เห็นการการทำงานเป็นกลุ่ม การยอมรับมติหมู่กลุ่ม

และมีโอกาสได้ขยายมาทำงานกลุ่มย่อย ข้าพเจ้าได้มีโอกาสร่วมบำเพ็ญกับกลุ่มศิลา จากกลุ่มใหญ่จนถึงกลุ่มย่อยงาน ps ข้าพเจ้าต้องยอมรับว่าพอใช้ได้ (สำหรับตัวเองค่ะ)
แต่งานในข้าพเจ้าแกร่งขึ้นเยอะจากที่ข้าพเจัาได้ร่วมเรียนบำเพ็ญกับพี่น้อง ข้าพเจ้ามีความยินดี รับรู้ถึงความเมตตา ความเอื้ออารี
จากท่านที่มีความสามรถมากรับฟังและทำตามที่พี่น้องท่านอื่นมติกลุ่ม ” เป็นที่ประทับใจมาก”
สำหรับข้าพเจ้า งานจะเป็นบุญเป็นกุศล เกิดตั้งแต่จิตของคนทำ งานเย็น ใจเย็น งานร้อน ใจร้อน ความสำเร็จของงานไม่ใช่ความสำเร็จของงาน ความสำเร็จของงานคือความสำเร็จของใจ
ข้าพเจ้ากราบขอบพระคุณพี่น้องหมู่กลุ่ม ศิลา ที่ข้าพเจ้ารู้สึกผูกพันยินดีสามัคคีที่ได้ร่วมในทางธรรม จะพากเพียรสู้กับกิเลสไปด้วยกันตลอดไป

ขอกราบขอบพระคุณท่านคุรุทุก ๆ ท่านและพี่น้องหมู่มิตรดีทุก ๆ ท่าน กราบสาธุค่ะ


ขวัญจิต เฟื่องฟู

ข้าพเจ้าชื่อ ขวัญจิต เฟื่องฟู (ชื่อทางธรรม: สร้างสงบ) มีความรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมเรียน PS กับคุรุพี่น้องทุกท่าน มีความประทับใจในตัวพี่น้องทุกท่านมาก
ซึ่งรับรู้เละสัมผัสได้ว่าทุกท่าน ที่เข้ามาเรียนมาความตั้งมาเรียนธรรมะเพื่อขัดเกลากิเลส อัตตา ตัวตนของเเต่ละท่าน
ตอนเข้าเรียนใหม่ ๆ ข้าพเจ้าก็มีอาการประหม่ามีการตื่นเต้น ไม่ค่อยกล้าพูด เเต่เรียนไปเรื่อย ๆ อาการนี้ก็ค่อย ๆ คลายลง มีความเบิกบานเข้ามาเเทน
ด้วยความเป็นกันเองของพี่น้องที่เริ่มสนิทเเละคุ้นเคยกันมากขึ้น

ประโยชน์ที่ได้จากการเรียนในครั้งนี้มี

1. ได้กล้าฝึกพูดในหมู่กลุ่มพี่น้อง ฝึกล้างความประหม่า ความตื่นเต้น

2. ได้กล้าฝึกเสนอความคิดของตนเองเเละได้ฝึกวาง เมื่อเสนอไปเเล้ว หมู่จะเอาก็ได้ไม่เอาก็ได้

3. ได้ฝึกทำงานเป็นกลุ่ม โดยมีงานเป็นตัวเชื่อมให้พี่น้องได้ประสานพูดคุยกัน

ข้าพเจ้าขอกราบคาราวะคุรุเเละพี่น้องกลุ่มทุกท่าน ที่ให้โอกาสให้ข้าพเจ้าได้ร่วมเข้าบำเพ็ญด้วย สาธุค่ะ


ปิ่น คำเพียงเพชร

การได้มาบำเพ็ญห้องสาระธรรม รู้สึกว่างานนอกเป็นเพียงเหตุปัจจัย ที่ท่านอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน และคุรุทั้ง 2 ท่าน ได้ออกแบบมาเพื่อให้พวกเราทุกคนได้มารวมตัวกัน
ได้มาคบคุ้นกัน ได้มาทำสิ่งดี ๆ ร่วมกัน ที่สำคัญคือได้มาทำปริหานิยธรรมร่วมกัน สาระสำคัญของการทำงานห้องสาระธรรมของเรา คือใจที่ได้ขัดเกลากิเลส คือการได้พัฒนาจิตวิญญาณ
ทุกครั้งที่ได้มาเข้าเรียนห้องสาระธรรม จะรู้สึกประทับใจและได้ประโยชน์มาก โดยเฉพาะช่วงที่หลังจากส่งงานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพี่น้องก็ได้สนทนาธรรมกันเพิ่มเติม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ประทับใจมาก ๆ

ถ้าถามว่าได้อะไรจากการทำงานกลุ่ม ได้เรียนรู้การทำงานกลุ่ม ได้เห็นกิเลสของการจะเอาจากงานกลุ่ม และได้ล้างกิเลสตัวนั้นได้ ได้ลดความใจร้อน ได้วางใจเรื่องการทำภาพประกอบคำคมสาระธรรม
จากตอนแรกที่เป็นคนที่ทำงานเยอะ ๆ ไม่คิดว่าพอช่วงหลัง ๆ จะวางใจได้ถึงขนาดว่าไม่ทำเลยก็ยังได้ คือวางใจให้พี่น้องในกลุ่มบำเพ็ญเลย ได้ฝึกการประมาณ ได้เชื่อมจิตวิญญาณของพี่น้องในกลุ่ม
ได้เห็นความสามัคคี ได้เห็นใจได้เข้าใจพี่น้องในกลุ่ม ได้ฝึกฝนเรื่องการเสนอดีและสลายอัตตา

ห้องสาระธรรมเป็นห้องที่รู้สึกรอคอยในการที่จะได้เข้ามาร่วมเรียนในแต่ละสัปดาห์ รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ไม่ใช่แค่การทำงานแต่มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ รู้สึกเป็นความโชคดีที่เหตุปัจจัยส่งให้ได้มาบำเพ็ญในห้องสาระธรรม

ท้ายนี้…
ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน ที่เมตตาสอนสั่งพวกเราเสมอมา

กราบขอบพระคุณ…
คุรุ ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
คุรุ ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
ที่เอาภาระ นำความรู้ความสามารถที่มีมาถ่ายทอดให้พวกเราได้เรียนรู้ตาม รวมถึงที่ได้ช่วยขัดเกลากิเลสพี่ทำให้พี่มีจิตวิญญาณที่เจริญขึ้นมาตามลำดับ

กราบขอบพระคุณ พี่น้องสมาชิก กลุ่มศิลา และพี่น้องห้องสาระธรรม ทุกท่าน สาธุค่ะ…

ปิ่น คำเพียงเพชร
29 ธันวาคม 2563
สมาชิกกลุ่ม ศิลา
นักศึกษา PS.
ทำภาพประกอบ “คำคมเพชรจากใจเพชร”


ศิริกัญญา ศรีประสม

ชื่อทางธรรม: สื่อสารศีล

ก่อนได้มีโอกาสเข้าห้องสาระธรรม ตัวเองทำงานหลักคือการบำเพ็ญออกแบบทำหน้า websit: morkeaw.net กับจิตอาสาอีกท่าน (นุ้ย: ชื่อทางธรรม-สื่อสารธรรม)
และได้มีโอกาสปรึกษางานด้านอื่น ๆ กับ คุรุ ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ และ คุรุ ตรงพุทธ ทองไพบูลย์ เนือง ๆ ได้รับข่าวว่า คุรุ สองท่านนี้ริเริ่มในการสอนงานด้านต่าง ๆ เพื่อประกอบกับงานสาระธรรม
เช่น ภาพประกอบคำคมสาระธรรม โดยใช้โปรแกรม PhotoShop ในการทำงาน และมีการตั้งกลุ่มย่อย ๆ ในการเรียนรู้
ส่วนตัวรู้สึกว่า เราน่าจะเข้าร่วมงานในด้านต่าง ๆ ของ พวธ เพื่อที่จะได้ออกแบบงานให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนขององค์กร และได้มีโอกาสคบคุ้นกับพี่น้องจิตอาสาท่านอื่น ๆ บ้าง
เลยอาสาเข้ากับกลุ่มศิลา เพื่อมาร่วมการเรียนรู้กับพี่น้อง และอาจจะมีโอกาสได้ช่วยงานเรื่อง PhotoShop บ้าง เพราะมีความถนัดในการใช้พอสมควรอยู่แล้ว
ความตั้งใจเดิมคิดว่าช่วยทำงานในด้านการออกแบบงาน และไม่ได้ทราบว่าต้องมีการเข้าประชุมบ่อยครั้ง พอเข้าร่วมจริง ต้องมาเข้าร่วมการประชุม ปรึกษา
และมีการแลกเปลี่ยนสภาวะใจในการทำงาน ช่วงแรกรู้สึกว่า ตัวเองไม่ค่อยสบายใจ เพราะว่างานประจำไม่ค่อยอำนวยเวลา (แอร์โฮสเตท) พลาดการประชุมบ่อยครั้ง
รู้สึกเกรงใจพี่น้อง แต่หลังจากได้เข้ามาคบคุ้น ได้รับความเมตตา ความไว้วางใจ ความเข้าใจ ได้พลังเหนี่ยวนำของทุก ๆ ท่านในการบำเพ็ญ การเสียสละ ด้วยใจอันบริสุทธิ์
ที่พร้อมจะเกื้อกูลกัน พร้อมให้อภัยกัน และเรียนรู้ไปด้วยกัน รู้สึกประทับใจ อิ่มใจ ที่สำคัญที่สุด ได้เห็นกิเลสของตัวเอง ในการยึดมั่นถือมั่น ติดดี เห็นความใจร้อน ความไม่ดีของตัวเองในหลาย ๆ เรื่อง
คิดว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะถ้าไม่มีผัสสะ ก็จะไม่สามารถเห็นกิเลสตัวเอง โชคดีแท้ ๆ

ท้ายสุดกราบขอบพระคุณคุรุ ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ และ คุรุ ตรงพุทธ ทองไพบูลย์ รวมถึงพี่น้องทุกท่าน ที่ให้โอกาสบำเพ็ญ ได้ล้างกิเลสค่ะ


กานดา ศักดิ์ศรชัย

กราบคารวะ ท่าน อจ.หมอเขียว คารวะคุรุห้องสาระธรรมและเจริญธรรมหมู่ทุกท่านค่ะ

ชื่อ กานดา ศักดิ์ศรชัย

รู้จัก อาจารย์หมอเขียวจากเห็นบนเวที พันธมิตร ติดตามการถ่ายทอดทาง ASTV หลังจากนั้น ในเดือน ธันวาคม 2555 จิตอาสาภาคเหนือ ร่วมกับงานสุขศึกษารพ.อุตรดิตถ์
ได้เชิญ อจ หมอเขียว มาบรรยายที่ห้องประชุมโรงพยาบาล มีผู้เข้าร่วมรับฟังเป็น จนท. รพ.และ ประชาชน ที่ทราบข่าวล้นห้องประชุม มีเรื่องราวที่น่าสนใจในมุมมองใหม่ๆให้ได้เรียนรู้
เมื่อกลุ่มงานสุขศึกษาทำโครงการไปเรียนรู้ที่ดอนตาลในปี 2556 คือ ค่ายสุขภาพ ในเดือน กุมภาพันธ์ ค่ายพระไตรปิฎก ในเดือน กรกฎาคม และค่าย แฟนพันธุ์แท้ในเดือน ตุลาคม
ก็ได้ร่วมกิจกรรมทุกครั้ง ซึ่ง ในค่ายแฟนพันธุ์แท้นั้น มีการเดินจาริกไปกราบพระธาตุพนม เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมาก
ในปี 2557 มีโอกาสไปร่วมเข้าค่ายแฟนพันธุ์แท้เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้น ก็ติดตามมาตลอด มากบ้างน้อยบ้างตามโอกาส
เมื่อมีกิจกรรมห้องสาระธรรมเกิดขึ้น พร้อมกับอีกหลาย ๆ ห้อง ได้เลือกที่จะเข้าห้องนี้โดยสนใจชื่อ ไม่ทราบว่าจะเป็นกิจกรรมแบบที่ทำอยู่ (ถ้าทราบอาจไม่เข้าค่ะ เพราะร่วมทำกิจกรรมได้ไม่มาก)
แรก ๆ ก็พยายามทำงานไปตามหมู่ แต่เมื่องานเพิ่มความถนัดทางทักษะไปเรื่อย ๆ โดยไม่สามารถทำบทเรียนได้แล้ว ก็ยังดีที่มีรูปแบบให้ใช้ความคิดความเห็นเป็นส่วนร่วมต่อมาได้
จากการทำห้องย่อย แต่ละคนมีบทบาทที่ถนัดให้ทำ

กลุ่มที่อยู่เบื้องต้นคือกลุ่ม ปฐพี เรามีการทำงานกันไปเรื่อย ๆ การพูดคุยไม่มากโดยส่วนตัว ยังรู้สึกมีความเกรงใจกันที่จะให้ความเห็น ผัสสะ เกิดมีแต่ก็รับรู้ ฝึกล้างไปได้เรื่อย ๆ
เมื่อคุรุเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนเพิ่มกับกลุ่มอื่น และกลุ่มศิลารับเป็นสมาชิกจึงได้เข้ามารู้จักกัน

สิ่งที่ประทับใจในกลุ่มศิลา มีความเป็นกันเอง ไม่มีความต่างวัยให้รู้สึก สมาชิกทุกท่านมีการพูดคุยกันสม่ำเสมอ กว่าจะได้งานมาแต่ละชิ้นจะมีการสังเคราะห์กันไปเรื่อย ๆ ไม่รีบ
รู้สึกในความผ่อนคลายเป็นมิตร บ่อยครั้งก็ได้ให้ความเห็นไปเหมือนกับเป็นสมาชิกตัวจริงไปกับหมู่ รู้สึกสนุก และได้เห็นความเจริญในธรรมกันของหมู่รวมทั้งตัวป้าเองด้วย

ขอขอบคุณประสบการณ์ดี ๆ ที่เป็นความทรงจำมีค่าในช่วงเวลาหนึ่งที่ได้มาพบกันแม้เป็นแค่สื่อกันทางออนไลน์ ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนได้คบคุ้นกันตัวจริงขออนุโมทนากับทุกท่าน
หากป้าทำสิ่งใดที่ไม่เป็นที่เหมาะควรก็ต้องขอรับผิดและขออโหสิกรรมมา ณ. ที่นี้ด้วยค่ะ
ขอบคุณคุรุ ที่ออกแบบการเรียนรู้ดี ๆ นี้ให้ด้วยค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.