ข่าว วิชา Content Admin 2 ครั้งที่ 15 (จบคลาส)

ข่าว วิชา Content Admin 2 ครั้งที่ 15 (จบคลาส)

วันที่อังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 18:00 – 20:00 น. โดยประมาณ
โดย มีคุรุดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ เป็นผู้สอนหลักในวิชานี้ และมี คุรุตรงพุทธ ทองไพบูลย์ คุรุวรางคณา ไตรยสุทธิ์ เป็นคุรุฝ่ายสนับสนุนและเป็นพลังร่วม มีพี่น้องมาร่วมทั้งหมด 19 ท่าน

เดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายแล้ว ของการเรียนวิชา Content Admin 2 ครั้งที่ 15 (จบคลาสเรียน) วิชา Admin เป็นคอร์สพัฒนาสื่อด้านเว็บไซต์ของสถาบันวิชชาราม ซึ่งเป็นอีก 1 วิชาของสถาบันที่มีการเรียนการสอนอย่างเข้มข้นต่อเนื่องยาวนานและได้นำวิชาที่เรียนมาทำงานกันจริง ๆ คือเรียนไปก็ทำงานไป ซึ่งจุดเด่นของวิชานี้คือ การที่ทีมคุรุประจำวิชาได้นำหลักของอปริหานิยธรรมมาใช้ในกลุ่มอย่างควบแน่นและเข้มข้นในการขับเคลื่อนงาน ทำให้นักศึกษาสามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีมเวิร์ค รู้รักสามัคคีกันด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง เจริญไปด้วยกันทั้งงานนอกและงานในได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นับว่าประสบผลสำเร็จทั้งทีมคุรุผู้สอนและนักศึกษาผู้เรียนเลย เพราะต่างก็ได้ปฏิบัติทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านกันอย่างเต็มที่เท่าที่องค์ประกอบของแต่ละท่านจะสามารถทำได้นั่นเอง ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ทั้งคุรุและนักศึกษาได้สรุปงานสรุปใจกันกับตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่า ที่ได้เรียนรู้ร่วมกันมาก่อนที่จะร่ำลากันไปด้วยความอบอุ่นที่มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตากันเลยทีเดียว บรรยากาศจะเป็นอย่างไร มีประเด็น ที่น่าสนใจอะไรบ้าง ไปติดตามกัน


ประเด็นที่น่าสนใจ

นักศึกษา ฝึกนำเสนอผลการสรุป วิชาแอดมิน โดยแบ่งเป็น 3 หมวด โจทย์คือแต่ละกลุ่มมีเวลาในการนำเสนอ 3 นาที

    • กลุ่มรวงข้าว รายงานเรื่องสถิติของเว็บไซต์ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา (ใช้เวลาไป 12 นาที)
    • กลุ่มตะวัน รายงายเรื่อง ประโยชน์ตน (ใช้เวลาไป 2.47 นาที)
    • กลุ่มทุ่งนา (ใช้เวลาไป 4.27 นาที)

คุรุว่ากลุ่มรวงข้าวใช้เวลามากไป และแนะนำให้ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อจะลดเวลาลงกลุ่มตะวันใช้เวลาได้ดี แต่ข้อมูลทั่วไปเยอะกว่าเนื้อหาในส่วนของประโยชน์ตน โดยเฉพาะด้านจิตวิญญาณน้อยไป ควรจะเพิ่มหรือเน้นในส่วนนี้เพิ่มได้ และสามารถยกเคสตัวอย่างของพี่น้องที่มีผัสสะจากการปฏิบัติงานจริงสัก 1-3 เคส คุรุว่าควรเพิ่มเวลาให้กลุ่มตะวันเพิ่ม โดยให้เฉลี่ยเวลาจากกลุ่มรวงข้าวมากลุ่มทุ่งนาทำเวลาประมาณนี้พอได้ ถือว่ากำลังดี แต่ควรซ้อมให้คล่องกว่านี้ และ slide ควรทำให้อ่านง่าย สีของ background มันกวนตัวหนังสือไป การทำงานหากสามารถทำได้ดีสุดคือ ทั้งสวยและอ่านง่าย แต่ถ้าสวยแล้วอ่านยากให้กลับไปที่เดิมคือ เอาอ่านง่ายเป็นหลักก่อน

สรุป ทีมแอดมินนัดรวมกันเพื่อที่จะซักซ้อมร่วมกันอีกทีก่อนไปนำเสนอต่อหน้าอาจารย์หมอเขียวและพี่น้อง (ยังไม่ทราบวันนัดชัดเจน)

คุรุแจ้ง รูปแบบการทำงานของแอดมินต่อจากนี้ไป

ต่อไปเราไม่ต้องมาเจอกันในวันอังคารแล้ว พี่น้องจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง หรือสามารถไปเรียนวิชาอื่นได้ด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีชั่วโมงเรียนแล้ว อีกอย่างปกติเราก็เจอกันในกลุ่มย่อยอยู่แล้ว โดยต่อไปเราจะเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ และเราจะไปเจอกันที่วันศุกร์ เราจะไปทำงานร่วมกับพี่น้องสื่อส่วนอื่น เช่นงานยูทูป งานบรรณารักษ์ ซึ่งเราจะเป็นงานเว็บไซต์ของสถาบันวิชชารามและงานแอดมินก็คืองานบรรณารักษ์โดยตรงอยู่แล้ว ส่วนเวลามีปัญหาอะไรที่เราต้องมาช่วยกันแก้ไข หรือใครมีประเด็นอะไร ก็โน้ตไว้ในห้องแอดมินสีฟ้า โดยเราจะใช้ห้องแอดมินเป็นห้องประสานงานกัน นอกจากเรายังจะเจอกันได้ในห้องทีมย่อยแล้ว เราก็ค่อยมาเจอกันมาอปริหานิยธรรมกันเป็นคราว ๆ อีกทีตามวาระและโอกาส

สรุปงาน สรุปใจ ร่ำลากันด้วยความอบอุ่นก่อนจบคลาส

คุณบัณฑิตา โฟกท์ (แบม, มุกแสงธรรม) Germany

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา การศึกษายังมีวันสำเร็จ ในที่สุดก็ถึงวันนี้ซึ่งไม่ได้จากไปไหนก็คอยติดตามกันอยู่ด้วยความเคารพศรัทธาสุดหัวใจ โดยส่วนตัวมีความประทับใจที่ได้เป็นนักเรียน Admin ทำให้ได้เปิดโลกกว้างขึ้นในมิติของการใช้คอมพิวเตอร์ถือเป็นพระคุณอย่างสูงที่ได้รับโอกาสตรงนี้ จากที่ได้ร่วมสานพลังกับพี่น้องกลุ่มตะวันและพี่น้องหมู่ใหญ่ ทำให้ได้เห็นกิเลสตัวเองแล้วก็ได้ล้างไป เป็นบุญกุศล รู้สึกประทับใจและจะต่อยอดไปตามที่มีโอกาส

คุณโยธกา รือเซ็นแบรก์ (แจ้งศีล) Germany

ขอบคุณที่ให้โอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้ จากที่คิดว่าเราทำอะไรไม่เป็นงงว่าเรามาทำอะไรที่นี่เราไม่ได้เก่งคอมพิวเตอร์เราคงเข้าร่วมกลุ่ม Admin ไม่ได้ แต่ก็ได้มาร่วม ก็เห็นพัฒนาการของตัวเองคือมีความใจเย็นขึ้น นิ่งขึ้น ลดกิเลสได้มากขึ้น จะขอพากเพียรต่อไป และต้องกราบขอโทษขออภัยที่ได้เป็นผัสสะให้พี่น้อง

คุณกานดา ศักดิ์ศรชัย (ป้าหมอกานดา) อุตรดิตถ์

ในฐานะที่เป็นนักเรียนรุ่นอาวุโสที่สุด ขอบคุณทีมคุรุที่จัดคอร์สนี้ขึ้นมา รู้สึกนับถือ มันเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เลย มันเป็นทั้งองค์ความรู้ จริง ๆ มันเป็นแบบฝึกหัดของจิตใจเรานี่แหละ ได้ดีมาก ๆ เลย ทำให้ป้าสามารถที่จะยัง Keep ตัวเองให้รู้สึกมีชีวิตชีวาและทำกิจกรรมไปกับเด็ก ๆ เขาได้ ขอบคุณทุกคนด้วยค่ะ

คุณมาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆลมฟ้า) เพชรบุรี

สภาวะของตนเองกับการทำงานที่ผ่านมา รู้สึกเหมือนคนกำลังวิ่งเพื่อจะไปถึงเป้าหมาย คือจะทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ ในปริมาณที่มากได้คนเดียวโดยไม่ต้องมีหมู่ก็ได้ แต่งานแอดมินหรืองานสาระธรรมมันเหมือนทำให้เราได้หยุด ไม่ต้องรีบ และได้คิดว่าจะทำงานมาก ๆ ไปทำไม แล้วก็ได้เดินช้า ๆ ได้มองดูข้างทาง มีดอกไม้สวย ๆ มีเพื่อนมีมิตรภาพดี ๆ แล้วค่อย ๆ เดินจุงมือกันไป อย่างวันนี้ก็มีพี่น้องไลน์มาบอกว่ามีคำผิดนะ เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นแต่ก่อนก็จะว่าส่งงานไปแล้วจะมาอะไรนุ่นนี่นั่นเราก็จะมองนอกตัว แต่วันที่พี่น้องไลน์มารู้สึกว่าชอบและขอให้บอกมาได้เต็มที่เลย เพราะรู้สึกยินดีที่พี่น้องเอาภาระช่วย เพราะฉะนั้นห้องเรียนสาระธรรมหรือห้องเรียน Admin เนี่ยสุดยอดไปเลยค่ะ ดีมาก ๆ และเราก็รู้ว่าการทำงานเป็นหมู่แบบนี้แหละมันทำให้เราได้สามัคคีกันได้ช่วยเหลือกันแบบเป็นพี่เป็นน้องกันจริง ๆ ค่ะ

คุณณัฐพร คงประเสริฐ : กทม.

เป็นห้องเรียนแรกที่มีโอกาศนำความรู้ที่เรียนมาใช้จริง ทั้งงานนอกและงานใจ

คุณจรูญ สุยะ (ชาติพุทธ) สุโขทัย

รู้สึกเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งที่ได้ก้าวขึ้นรถไฟขบวนนี้ซึ่งก็เกือบจะก้าวขึ้นแทบไม่ทันแล้ว ที่ผ่านมาได้แต่เน้นบำเพ็ญในพื้นที่แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิค ก็ทำให้มีโอกาสได้มาพบปะกับพี่น้องทุกท่าน ทำให้ได้รู้ว่างาน Admin ก็ทำให้ได้ช่วยพี่น้องบำเพ็ญได้เหมือนกัน และเป็นงานที่สำคัญอีกด้านหนึ่งเหมือนกัน มันสำคัญไปทุกอย่าง เราจะต้องสานพลังร่วมกันไปอย่างนี้แหละ ถึงจะมาในช่วงท้ายแล้วก็แต่ก็จะพากเพียรพยายามช่วยพี่น้องให้ได้มากที่สุด

คุณอรวิภา กริฟฟิธส์ : Australia

ขอบคุณคุรุและหมู่กลุ่มที่จัดองค์ประกอบแบบนี้ขึ้นมา ทำให้ตัวเองที่ไม่ได้มีความรู้ด้านนี้เลยและเป็นคนที่เรียนช้าที่สุดในคลาสแต่ก็มีจิตที่อยากจะบำเพ็ญมากที่สุด น่าจะเป็นคนที่สร้างผัสสะให้พี่น้องในกลุ่มคันหัวใจหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่มีอะไรบังเอิญ ส่วนตัวก็รู้สึกอบอุ่นและมีความเป็นพี่เป็นน้องกันมากขึ้น ความคุ้นเคยความคบคุ้นของเราทำให้รู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว รู้สึกว่ามีพี่น้องที่พร้อมที่จะช้อนจะช่วยเหลือเราอยู่ ขอเพียงแค่เราพยายามลดกิเลสของเราไปก็จะมีพี่น้องที่จะคอยช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกดี ๆ  รู้สึกขอบคุณคุรุและพี่น้องที่ให้โอกาสได้บำเพ็ญ

คุณปิ่น คำเพียงเพชร : Malaysia

สถาบันวิชารามเป็นการเรียนการสอนที่ได้ทั้งรูปและนาม พอเราเรียนวิชาความรู้และเราก็ได้นำมาใช้จริงอย่างที่พี่น้องว่าแล้ว อีกอย่างคือมันเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ได้ทำงานกันเป็นทีมเป็นหมู่เป็นกลุ่มที่มีขบวนการอปริหานิยธรรมอย่างชัดเจน ไม่มีใครได้ดั่งใจเต็มที่เลยด้วยดูองค์ประกอบมันจะต้องขัดกันอยู่แล้วเพราะเราใช้มติหมู่มิตรดี มันเป็นองค์ประกอบของการที่เราจะได้ขัดเกลาซึ่งกันและกันแล้วก็มีความเป็นพี่เป็นน้องกัน สิ่งที่เห็นชัดที่สุดก็คือกระบวนการของการอปริหานิยธรรมที่ชัดเจนนี่แหละเข้มข้นมากเลย โดยเฉพาะทีม Admin ที่สืบเนื่องมาจากคลาสเรียนสาระธรรมจะเห็นภาพชัดมาก มันเป็นการศึกษาที่ดีที่สุดเลย หมายถึงว่าการศึกษาของทางโลกเขาก็อยากมีการศึกษาที่ดีกันนะแต่เขาเข้าไม่ถึงไง แต่พอมาเป็นการศึกษาของสถาบันวิชารามมันเป็นขบวนการที่ทำให้เราได้ทำความดี ได้ทำกุศลไปด้วย แล้วก็ทำให้เราได้ขัดเกลาตัวเองไปด้วย คือการได้ลดกิเลสไปตามภูมิของตัวเอง ซึ่งอยู่ในขีดที่เราต่างก็เจริญในธรรมกันไปตามลำดับ รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นอะไรที่คุ้มเกินคุ้มแล้วกับการที่เราได้มาพบมาเจอกันในแพทย์วิถีธรรม ในสถาบันวิชาราม รู้สึกประทับใจมากขอบคุณคุรุพี่น้องทุกท่านค่ะ

คุณขวัญจิต เฟื่องฟู (สร้างสงบ) Germany

จากคลาสสาระธรรมมาต่อคลาส Admin แม้จะไม่เก่งคอมพิวเตอร์และไม่ได้มีความรู้อะไร แต่ที่ได้ก็คือได้สภาวะธรรมได้เห็นตัวเองช่วงหลังจะไม่ค่อยได้เข้าหมู่กลุ่มเพราะไม่สบาย ทำให้ได้ดูใจตัวเองซึ่งในช่วงแรกก็รู้สึกตัดไม่ค่อยได้ยังห่วงในงานอยู่ยังเห็นประโยชน์ตนจากการเข้าหมู่กลุ่มอยู่ แต่ว่าร่างกายมันไม่ไหว พอผ่านไปซัก 2-3 อาทิตย์ก็เริ่มค่อย ๆ ห่างออกมา ตอนนี้เกือบจะไม่ได้ทำอะไรแล้วแต่สิ่งที่ได้จากคลาสเรียนสาระธรรมและแอดมินคือการได้ทำประโยชน์ตน และได้กลับมาดูใจตัวเอง ระหว่างที่ป่วยก็ได้ตรวจใจตัวเองว่ามีความรู้สึกอย่างไรทำให้ได้กลับมาบ้านของตัวเองจริง ๆ คือได้มาดูจิตดูใจตัวเองซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ รู้สึกดีใจและมีพลังทุกครั้งที่ได้เข้ามาร่วมกับพี่น้อง งานตัวเองก็ไม่ค่อยได้ทำแต่ก็ตาหมู่ไปเรื่อย ๆ ได้ฟังสภาวธรรมของพี่น้องได้เห็นการทำงานของพี่น้อง เราทำอะไรไม่ได้เราก็เอาใจร่วม ขอบพระคุณที่มีโอกาสได้ร่วมกับพี่น้องหมู่กลุ่ม

คุณชาลิตา แลงค์ : Germany

รู้สึกว่าเวลามันเร็วมากจบแล้วเหรอนี่ เป็นคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้ทางด้านเว็บไซต์เลยพอได้มาเรียนรู้จนได้เป็นในวันนี้ก็รู้สึกมีความภาคภูมิใจในตัวเองที่สามารถเผยแพร่งานในเว็บไซต์ได้ แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือการได้พัฒนาจิตวิญญาณของตัวเอง จากปกติเป็นคนที่ไม่กล้าเข้ามาอยู่ในหมู่ใหญ่เพราะไม่มีความมั่นใจ โดยเฉพาะกับหมูที่ไม่คุ้นเคยจึงมีการปิดกั้นตัวเองมาก จากวันนั้นจนถึงวันนี้คลาสสาระธรรมจนมาถึงคลาส Admin องค์ประกอบต่าง ๆ ที่คุรุได้จัดขึ้นทำให้เราได้ทำงานร่วมกันได้ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กัน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความกล้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพี่น้องมากขึ้น ทำให้กล้าที่จะเดินเข้าไปทำความรู้จักกับพี่น้องมากขึ้น กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นกล้าที่จะพูดซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน ซึ่งดูได้จากตัวเองที่เริ่มเข้ามาสารธรรมจนถึงวันนี้ ในช่วงแรกๆที่พูดจะรู้สึกสั่น เวลาพูดต่อหนแปลกหน้าซึ่งวันนี้มีความรู้สึกว่าตัวเองมั่นใจมากขึ้น แล้วการทำงานต่าง ๆ มันทำให้เราได้เห็นกิเลสตัวเองเยอะมาก อย่างเช่นเวลามีคอนติมาเราจะรู้สึกไม่ชอบใจ ทำให้เห็นว่าเรามีความเอาแต่ใจเยอะอยุ่ พอได้มาเรียนรู้ได้ทำอปริหานิยธรรมได้คำชี้แนะจากพี่น้องได้เห็นตัวอย่างจากพี่น้องอื่นก็ได้น้อมนำมาใส่ตัวเองและได้ลองนำมาใช้เวลาที่เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน รู้สึกว่ามีความกล้ามีความมั่นใจแล้วก็รู้แนวทางที่จะล้างกิเลสตัวเองมากขึ้น ที่สุดของที่สุดก็คือมีความซาบซึ้งใจกับท่านคุรุเป็นอย่างมาก และขอบคุณพี่น้องที่ให้โอกาสได้บำเพ็ญและเป็นองค์ประกอบให้ได้พากเพียรฝึกฝนพัฒนาจิตวิญญาณของตัวเองในวันนี้  ขอกราบอนุโมทนาสาธุกับคุรุทุกท่านและพี่น้องทุกท่าน

คุณพรพรรณ เอ็ทสเลอร์ : Germany

พี่พรเริ่มเห็นประโยชน์และคุณค่าของตัวเอง จากชีวิตตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันตายคิดว่าอ๋อเรายังมีประโยชน์อยู่ เรื่องประโยชน์ตนเราได้อยู่แล้วเพราะเราได้จากคลาสทั้งหมดที่คุรุจัดขึ้นมาแล้วเรามีโอกาสได้เข้าไปร่วมเรียนรู้และปฏิบัติกับหมู่มิตรดี เกือบทุกวิชาที่เราเข้าไปเรียนรู้มันรู้สึกว่ามันยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่า จริง ๆ แล้วประโยชน์ของเราเราสามารถทำตรงไหนที่จะดีที่สุด ตอนมาเรียนคลาสสาระธรรมก็ยังไม่ชัดแต่พอมาเรียนคลาส Admin นี่แหละค่ะ วิชา Admin ทำให้พี่พรเห็นว่าเราทำได้ จากที่ไม่รู้เรื่องเลยว่าอะไรเป็นยังไง ตอนที่เข้ามาใหม่ ๆ จะมีพี่ประคองกับพี่ต้อมที่คอยเป็นโคชคอยเป็นที่ปรึกษาที่ดีมาก ทั้ง 2 ท่านจะช่วยประคองซ้ายขวา เราก็คิดว่าเราจะทำยังไงที่จะไม่เป็นภาระให้พี่ทั้งสองต้องมาดูแลเราหนักจนเกินไป คือเราเข้ามาเราจะต้องช่วยหมู่กลุ่มก่อนเราจึงจะออกไปช่วยข้างนอกได้ใช่ไหมคะ ก็คือการที่เราทำหน้าที่เราให้เต็มที่ พอเกิดความรู้สึกนี้เราคิดว่าตรงนี้มันเหมาะกับเราแล้วทุกอย่างมันมีในกลุ่มรวงข้าวหมดเลย ผัสสะทุกอย่างซึ่งเป็นผลดีกับเราทั้งที่เราเคยเรียนรู้และเราไม่เคยได้เรียนรู้เราก็ได้มาเรียนรู้ในกลุ่มรวงข้าว ซึ่งมันทำให้เราได้เห็นตัวเองชัดว่าเราถนัดด้านไหน ทำให้รู้ว่าเรามีความสามารถแล้วเราก็จะใช้ความสามารถที่เรามีอยู่นี่แหละบำเพ็ญร่วมกับไปกับคุรุและพี่น้องหมู่มิตรดีไปเรื่อย ๆ อย่างเต็มที่เต็มความสามารถของเราเท่าที่มีโอกาสเวลาว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างพี่พรก็จะรีบบำเพ็ญ และต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตพี่พรก็จะไม่เสียใจ แม้อนาคตข้างหน้าเราจะไม่มีองค์ประกอบเหตุปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้สามารถได้บำเพ็ญได้แบบนี้ก็จะไม่เสียใจ เพราะเรารู้สึกว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำในสิ่งที่เราคิดว่าเราถนัด เราทำได้ดีแล้ว แม้วันนี้จะเป็นวันอังคารสุดท้ายของคลาสเรียนของพวกเรา แต่ตราบใดที่พี่พรยังมีลมหายใจ ยังมีปัจจัย 4 ที่จะเสริมให้พี่พรทำในสิ่งนี้ได้ พี่พรก็จะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าปัจจัยเหล่านั้นจะไม่อำนวยแล้ว ค่อย ๆ ถอยหลังกลับมาและพิจารณาตัวเองว่าเราควรจะออกไปหรือควรจะนิ่งหรือควรจะหยุดก็ค่อยว่ากัน กราบขอบพระคุณท่านคุรุและพี่น้องทุกท่านค่ะ ที่ได้ให้กำลังใจและฝึกฝนให้พี่พรได้มีความรู้ให้ได้ช่วยพี่น้องและองค์กรได้มาถึงวันนี้ ขอบพระคุณค่ะ สาธุ

คุรุดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ก็ไม่คิดว่าการเรียนรู้ของเราจะมาไกลถึงขนาดนี้ เพราะเราเป็นเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนะทำกุศลไปด้วย เราไม่ได้เรียนอย่างเดียวเราไม่ได้เอาแต่ความรู้นะเราทำประโยชน์ไปด้วย นี่ก็จะเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้มีการขับเคลื่อนของวิบากดีที่มันจะเหนี่ยวนำให้เกิดผัสสะแก่กันและกัน เราก็จะเห็นว่ามาอยู่เถอะ ๆ เดี๋ยวมันจะกระทบเอง ผมเชื่อว่าการเจอกันทาง Zoom มันไม่ด้อยไปกว่าการไปเจอกันจริง ๆ หรอก บางทีมันจะโหดกว่าการไปเจอกันจริง ๆ ด้วยซ้ำ การเจอกันทาง Zoom แบบนี้มันก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะขัดใจเราได้ดี ซึ่งโจทย์ของเรามันก็ไม่ได้อยู่แถวไหนหรอกก็อยู่แถวใกล้ ๆ ตัวเรานี่แหละ อยู่รอบ ๆ เราที่วิบากกรรมได้จัดสรรให้เราว่าเราควรจะทำอะไรตรงไหน คเราอยู่ตรงไหน ณ วินาทีไหน เราก็ล้างตรงนั้นไปนั่นแหละ เราไม่ได้มีจิตโลภโมโทสันว่าจะไปทำอย่างนั้นไปทำอย่างนี้ตามอุดมคติ จริง ๆ มันมีดีมากกว่านี้แล้วก็มีดีอีกหลายสารพัดดีที่เราจะไปเอา แต่ถามว่า ณ ตอนนี้เรามีสิทธิ์ไหมเราก็ไม่มี ณ ปัจจุบันนี้เราก็มีสิทธิ์อยู่ตรงนี้นี่แหละ คือการพบเจอกันและร่วมกันกับหมู่มิตรดีบำเพ็ญผ่าน Zoom แล้วก็ไม่ได้มีสิทธิ์เข้าทุกวันด้วยบางวันก็จะมีธุระ บางวันก็ยุ่ง นั่นแหละศิษย์ที่จะมาร่วมกับหมู่ จริง ๆ แล้วองค์ประกอบนี้เกิดขึ้นได้ยากมากเลยนะถ้าพระโพธิสัตว์ท่านไม่บำเพ็ญ ถ้าท่านไม่พาสร้างหมู่สร้างกลุ่มมันจะไม่เกิดองค์ประกอบนี้ ถ้าพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ท่านไม่ทำ อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน ท่านไม่ต่อ ก็จบเลย ซึ่งในตอนแรกพ่อครูท่านตั้งใจ ว่าจะไปสร้างบ้านอยู่คนเดียวท้ายวัดด้วยนะ หลังวัดอโศการาม แต่ตอนหลังมีคนมาเยอะ ท่านเห็นว่ามีองค์ประกอบที่ควรจะบวช ท่านก็เลยบวชสุดท้ายก็มาถึงจุดนี้ จุดที่มีอโศกมี มีแพทย์วิถีธรรม จนมีองค์ประกอบให้เราได้มาบำเพ็ญกันนี่แหละ อาจารย์หมอเขียวท่านก็สร้างองค์ประกอบต่าง ๆ หรือแม้แต่สถาบันวิชารามอาจารย์ท่านก็สร้างให้เราได้มาบำเพ็ญกันนี่แหละ

ในขณะที่ผมเป็นคุรุนี่ผมก็เป็นนักเรียนคุรุไปด้วยเหมือนกัน ผมก็ได้เรียนรู้ว่าการเป็นคุรุนี่มันเป็นอย่างนี้ วันหนึ่งทุกท่านก็ต้องมาเป็นคุรุเหมือนกัน เพราะว่าแต่ละท่านก็จะมีทักษะที่แต่ละท่านถนัดแล้วก็เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เราก็จะใช้องค์ประกอบอันนั้นแหละมาแบ่งปันให้ผู้อื่น การเป็นคุรุนี่ก็เป็นองค์ประกอบของการแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น โดยที่เราเสียสละความรู้เสียสละตัวตน แล้วในขณะเป็นคุรุนี่เราก็ต้องไม่เพิ่มตัวตนด้วยนะ เราก็ต้องมาขัดตัวตนออกนะไม่ใช่มาฉาบทาตัวตนเราเพิ่มขึ้นไป ว่าเป็นคุรุแปะทองไปทั่วตัวมันก็ไม่ใช่ เราก็ต้องแบบว่าระวังกิเลสเราเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราสอนไปแล้วเราก็ไม่ดูกิเลสนะ กิเลสนักเรียนนักศึกษาเราดูได้เราก็ดูแต่กิเลสเราก็ต้องดูเหมือนกัน เราพูดคำนี้เหมาะไหมเราพูกเกินไปไหมท่าทีแบบนี้เหมาะไหมเราก็ต้องตรวจใจเหมือนกัน เพราะจริง ๆ แล้วทุกคนก็เป็นพี่น้องเป็นเพื่อนนักปฏิบัติธรรมที่เราอาศัยสมมุติร่วมกัน ในการทำกุศลเราก็ใช้สมมุตินี้แหละ ก็คือสมมุติ Admin นี่แหละมาทำกุศลร่วมกัน

ซึ่งมันก็ได้ประโยชน์เยอะ ประโยชน์ค่อนข้างเยอะมาก การที่เรามีเนื้อหาดี ๆ ที่ได้เผยแพร่มาแล้วจะเผยแพร่ต่อไป ผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์อย่างมากนะครับ ให้คนอื่นได้ศึกษา จะมีพี่น้องที่อยู่ในยุคนี้ที่จะไปไหนไม่ได้ ที่ทำได้แต่เล่นอินเตอร์เน็ต เข้าค่ายสุขภาพก็เข้าไม่ได้ ท่านอาจจะฟรุ๊คมาเจอเราก็ได้ นอกจากอาจารย์หมอเขียวท่านจะมีบารมีแรงอยู่แล้วแหละแต่มันก็จะมีองค์ประกอบแวดล้อมที่จะกระจายออกไปก็คือผลงานต่าง ๆ ที่เราจะส่งออกไป ซึ่งอันนี้มันจะเป็นพลังสะนิทาน คือพลังสะนิทานของเราไปร่วมกับอาจารย์สังเคราะห์กันอีกทีมันจะไกลขึ้นมันก็จะช่วยคนได้มากขึ้น และมันก็เป็นกุศลที่เราพึงทำได้ในยุคนี้ ในยุค covid นี่ทำอะไรกันมากไม่ได้เท่าไหร่หรอก เพราะว่าตอนนี้ covid รอบนี้ก็ร้ายเหลือเกิน ธุรกิจร้านค้าต่าง ๆ ก็ต้องปิดตัวไปเหมือนกัน แต่ว่าธุระบุญธุระกุศลของเรานี่ยังเปิดต่อ ไปไม่อั้นเท่าที่เราจะมีแรงไหวซึ่งตอนนี้งานเริ่มล้นคนแล้วนะ หาคนทำไม่ได้บางทีเราก็ต้องวางไปเหมือนกัน ถือว่าเรากิจการดียุคนี้ถือว่าทำมาค้าขึ้นอยู่นะ ถึงเวลาก็ปันผลกันไปทุกท่านก็จะได้ตามที่ทุกท่านได้บำเพ็ญมา จะมีพลังหมู่เป็นพลังร่วมอยู่แล้วก็มีพลังสานกับอาจารย์หมอเขียวอีกที เพราะว่าองค์ประกอบตรงนี้ก็ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ ทั้งวิชา Admin แล้วก็วิชาต่าง ๆ ที่ทางสถาบันวิชชารามได้ทำมา เราอาจจะมองเผิน ๆ ว่ายุคนี้เป็นยุคที่ลำบาก แต่ถ้าเรามองดี ๆ ยกตัวอย่างเช่น วิชาอริยสัจ 4 แพทย์วิถีธรรมไม่เคยวิจารณ์กันได้ขนาดนี้มาก่อน ที่เราเห็นว่าบางทีไม่วิจารณ์กันเลยนี่อันนี้เป็นเรื่องปกตินะ เพิ่งมีปีนี้แหละที่เริ่มมาวิจารณ์กัน สมันก่อนนะอาจารย์เปิดให้วิจารณ์ก็มีผมกับแอลนั่งวิจารณ์กันหน้าเวทีอยู่สองคนตอนนั้นอยู่สวนสอง มายุคนี้นี่ถือว่าเจริญมากแล้ว ที่พี่น้องกล้าพูดกล้าบอกล้าเปิดเผยตัวตนแล้วก็ให้แบ่งปันซึ่งกันและกัน อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นยุค covid ด้วยมั้ง เราอาจจะต้องขนขวาย หาอะไรดี ๆ ทำไม่งั้นเราตายแน่ ๆ เพราะว่าโควิดก็รุทเร้าแถมการงานก็ลำบากว่ากันตรง ๆ ก็ต้องใช้องค์ประกอบนี้แหละเร่งได้ทำกุศลกันไป

คุรุตรงพุทธ ทองไพบูลย์

มาถึงตรงนี้มันก็เกินคาด จับพลัดจับผลูแล้วเราก็เรียนกันมาเรื่อย ๆ เป็นองค์ประกอบที่มีทีมงานมีคุรุ มีองค์ความรู้ที่จะมาสอนมาถ่ายทอดกันได้ พี่น้องก็ตั้งใจเรียนกันมา ก็เหมือนที่ดินว่านั่นแหละจริง ๆ เราก็ไม่เคยสอนใครเหมือนกันเราก็เป็นคุรุฝึกหัดเหมือนกันโดยเฉพาะผมถ้าจะให้ไปสอนใครจริงจังก็ไม่ใช่งานถนัด ผมจะเป็นสไตล์ที่ว่าถ้ามาถามมาให้แนะนำก็เข้ามาได้ แต่ถ้าให้จับมือทำตั้งแต่แรกก็จะไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่เราก็ได้มาฝึก จริง ๆ ก็เป็นส่วนดีแหละที่ในยุคนี้มันมีเทคโนโลยีครอบคลุม นี่ก็ห่างหายไปเป็นปีกว่าแล้วที่ไม่มีค่ายุขภาพเราก็ไม่ได้ไปรวมตัวกันไปเจออาจารย์ แต่ผมว่าพวกเราแนบชิดกันกว่าเดิมนะ ผัสสะผมว่า มากกว่าเดิมนะเพราะการมาคุยกันอย่างนี้เอาจริง ๆ นะบางทีเราไปค่ายนี่มันไม่ค่อยได้คุยกันหรอก กิจกรรมเขาก็มีเยอะแยะเนาะตื่นมาก็ฟังอาจารย์แล้วก็มีฐานงานอีกเยอะแยะวัน ๆ บางทีพี่ต่ายมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยก็ต้องรอไปเจอกันในค่ายนู่น มีอะไรก็บอกให้จดไว้อย่าลืม บางทีไปค่ายก็ไม่ได้มีเวลาคุยนะ  อย่างที่พี่ต่ายชอบแซวว่าต้องไปดักรอหน้าห้องน้ำ แต่พอเรามาเป็นแบบนี้เราก็มาเจอกันอาทิตย์หนึ่งได้หลายวันเลยนะไม่ใช่แค่เจอกันทุกอาทิตย์นะ ซึ่งมันก็ดีครับมันก็เป็นโอกาสที่เราได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนั่นแหละ มันเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เราได้เจริญแล้วมันเป็นสิ่งที่อาจารย์ท่านได้ทำไว้ให้พวกเรานั่นแหละ สร้างสถาบันวิชาราม นี่ถ้าไม่มีสถาบันวิชชารามเนี่ย ก็จะเป็นอีกโหมดหนึ่งก็จะมีแต่ฐานงานสุขภาพ ฐานงานช่วยคน สถาบันวิชชารามนี่ก็ทำให้เราได้มาบําเพ็ญกันตรงนี้

คุรุพุทธพรฟ้า ดร.วรางคณา ไตรยสุทธิ์

เป็นฝ่ายสนับสนุนนะคะไม่ได้สอนทั้ง 2 วิชาเลย ทั้งคลาสสาระธรรมและแอดมิน แต่ว่าเป็นคุรุร่วมด้วยในส่วนของการรับผิดชอบการสนับสนุนฝ่ายการศึกษาของสถาบันวิชารามที่ได้ร่วมบำเพ็ญมา แล้วพอมาช่วงของที่ต้องใช้ออนไลน์มากขึ้นนี่ก็ทำให้ต้องได้ปรับเปลี่ยนต้องฝึกวิทยายุทธกันใหม่เยอะมากพอสมควร แต่ก็ยังดีที่เราได้เรียนรู้มาจากอาจารย์หมอเขียว (ดร.สจเพชร กล้าจน) ในส่วนของการใช้อปริหานิยธรรม แล้วก็ท่านใดที่มีความรู้ความสามารถอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกัน ใครสนใจเรียนก็มาเป็นลูกศิษย์ มันก็เลยเกิดเป็นองค์ประกอบสมมุติเป็นครูและลูกศิษย์ขึ้นมาโดยปริยาย เริ่มต้นโดยตอนแรกก็เพียงแค่คิดว่าใครสนใจเรียนรู้เรื่องนี้ก็มาร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนกันแต่รูปลอยมันกลับไม่ได้หยุดอยู่แค่เท่านั้นน่ะสิคะ ก็เลยทำให้ได้เห็นว่ามันเป็นยุครุ่งเรืองของการเรียนรู้แบบพุทธะของสถาบันวิชชาราม ที่จะพยายามกอปก่อป์ที่น้อมนำมาจากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ จากพระพุทธเจ้า แล้วเราก็เป็นลูกหลานลูกศิษย์ที่จะนำมาสืบร้อยสืบทอดต่อไปเท่าที่จะเป็นไปได้ตามที่เราจะพากเพียรร่วมกันไปได้

ก็ทำให้ได้เห็นผัสสะเห็นกิเลสหลายเรื่องหลายตัวเหมือนกัน แต่ละท่านที่แลกเปลี่ยนมานี่ คุรุก็ไม่ใช่ย่อยนะคะ ที่คุยกันเองในทีมย่อยหรือว่าตอนต้องคุยกับทีมอื่น หรือต้องประสานกันร่วมกับหลาย ๆ ท่าน แล้วก็ประสานกันกับพี่น้องนักศึกษาที่มาเป็นผู้เรียนรู้ โอ้โหเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้อย่างงดงามมากเลยเหมือนกัน แต่ว่าต่อจากนี้อย่างที่หลายท่านมองกันว่าเราก็ยังจะเจอกันอยู่นะ แต่มันก็มีโอกาสที่มันจะไม่สามารถเป็นแบบนี้ได้ อาจจะดีกว่าหรืออาจจะแย่กว่านี้ก็ได้ แต่ถือว่า ณ วันนี้เราได้มาสรุปงานสรุปใจร่วมกันแล้วว่า นี่แหละคือสิ่งที่เราสามารถร่วมกันสร้างสรรกันมาได้ขนาดนี้ ต่อจากนี้ไม่ว่าเราจะได้ร่วมกันแบบนี้หรือไม่หรือว่าจะแยกย้ายกันไป หรือไปรวมกับทีมอื่นบ้างหรือมีจุดที่ว่าเราจะต้องสลายตัวกันไป หรือต้องกอปก่อป์ใหม่ แต่เราก็ได้รูปรอยของการที่ได้มาทำร่วมกันแล้ว ก็อนุโมทนาทุกท่านนะคะ ก็ได้ฝึกหัดใหม่กันทุกฝ่ายเลยทั้งฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายคุรุผู้สอน แล้วก็ฝ่ายผู้เรียนด้วย อนุโมทนาทุกท่านค่ะ

พี่น้องแอดมินร่วมร้องเพลงขอบคุณทีมคุรุผู้มีศีลที่เอาภาระ

ระหว่างที่พี่น้องเปิดใจก็มีพี่น้องแอดมินกลุ่มตะวันได้ร่วมกันร้องเพลงวิชชารามเพื่อขอบคุณทีมคุรุ และพี่โยธกาจากเยอรมนีได้ร้องเพลงพระคุณที่ 3 ตบท้ายในการขอบคุณทีมตคุรุอีกครั้ง น้ำเสียงอันไพเราะบวกกับบรรกาศอันเต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบเป็นพี่เป็นน้องกันอย่างจริงใจนั้นก็ทำเอาพี่น้องบางท่านถึงกับน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว

สรุป คลาสเรียนวิชาแอดมินของสถาบันวิชชารามที่ได้จัดขึ้นก่อให้เกิดเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ทั้งนักศึกษาและทีมคุรุเองได้ขัดเกลาซึ่งกันและกันทั้งงานนอกและงานใน คือการได้ทำทั้งประโยชน์ตน (ก็คือบุญ หรือการได้ลดกิเลส) และประโยชน์ท่าน (คือการได้ทำกุศล ได้ทำดีเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น) ได้ความเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องหมู่มิตรดีสหายดี อันเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเป็นสังคมสิ่งแวดล้อมดี ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำให้พวกเราสามารถพ้นทุกข์ไปได้ตามลำดับ ซึ่งก็ตรงกับคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านได้ตรัสเอาไว้ว่า มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีคือทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ (ความพ้นทุกข์) นั่นเอง

เจริญธรรมสำนึกดีมีใจไร้ทุกข์

ปิ่น คำเพียงเพชร แอดมินกลุ่มทุ่งนา รายงาน

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *