ห้องเรียน ส่งการบ้านนักเรียนวิชชาราม ระดับพื้นฐาน 

ห้องเรียน ส่งการบ้านนักเรียนวิชชาราม ระดับพื้นฐาน 
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2564 เวลา 12.43 – 15.17 น.
เนื้อหาที่เรียน :  ตั้งศีล ลดกิเลส  ให้อภัย น้อมรับคำตำหนิ เพราะคำตำหนิคือรางวัลของนักบำเพ็ญ

วันนี้มีนักเรียนเข้าเรียนประมาณ 11 ท่าน โดยมีคุรุภูเพียรธรรม กล้าจน คุรุจิ๋ว เย็นน้อมพุทธ  คุรุขวัญ ขวัญไพรเย็น และคุรุกิ๊บ ขวัญชวนไพร เป็นคุรุประจำห้องเรียน

หลังจากนั้นคุรุให้นักเรียนวิชชารามแนะนำตนเอง ส่งการบ้าน ลดกิเลส และทำกิจกรรมการงาน ดังนี้

    • น้องบุญ พิมพ์ไพร – ได้รับคำตำหนิจากผู้ใหญ่ สวน 2 ในเรื่องเข้าซูมแล้ว ทำท่าทางไม่สงบ เล่นบ้าง กินข้าวบ้าง ดูไม่เหมาะสม น้องบุญ เห็นกิเลสตัวน้อยใจ โกรธ ทุกข์ หน้าบูด ร้องไห้ ชังคำตำหนิ จึงได้สารภาพผิด สำนึกผิด ขอยอมรับผิด และตั้งศีลหยุดทำแก้ไขตนเอง น้องบุญไม่โกรธ ไม่น้อยใจ ไม่ร้องไห้ เบิกบานได้พลังปัญญาเพิ่ม ได้ใช้วิบาก เพราะคำตำหนิคือ ขุมทรัพย์อันล้ำค่า คำตำหนิคือรางวัลของนักบำเพ็ญ
    • น้องยูนิ – ส่งการบ้านเรื่องทำศีล 4 ข้อได้ครบ ฝึกทำดีท็อกซ์ ปรับสมดุลโดยใช้น้ำมันเขียวทำให้นอนไม่ต้องเปิดแอร์ได้ 4 วันแล้ว และช่วยงานผู้ใหญ่
    • น้องปุ้ย พราวแสงศีล – อยากเล่นมือถือ หาไม่เจอ ใจทุกข์ ผิดศีล กิเลสอยากหามือถือเจอ สอนกิเลสว่าเพราะมีวิบากจึงหาไม่เจอ ให้วางใจ กิเลสยอม ใจเบิกบาน แม้ไม่ได้เล่นมือถือ ตั้งจิตสำนึกผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม ตั้งศีลไม่เดาใจผู้อื่น ลดความชังผู้อื่นร่วมกันเป็นทีม
    • น้องถนอม ผ่องแสงศีล – เห็นกิเลสตัวไม่ชอบ ที่แม่นาลีเดาใจว่าพี่บุญจะต้องส่งการบ้านเรื่องโดนตำหนิ สอนกิเลสว่า แล้วตัวเองไม่เคยเดาใจคนอื่นหรือไง แม่เดาใจคนอื่นแล้วเป็นไง เราก็เคยเดาใจคนอื่นมา กิเลสยอมแต่ก็ดิ้น บอกกิเลสว่าจะพาเข้าหมู่ กิเลสอ่อนแรงไม่มีกำลัง
    • น้องนาเดีย – เห็นน้องเล่นอยู่บนโต๊ะ มีสีเปื้อนอยู่บนโต๊ะ จึงบ่น และว่าน้อง โมโหน้อง สอนกิเลสว่าเปื้อนนิดเดียวไม่เห็นต้องว่าน้อง ตั้งจิตไม่ว่าน้องให้อภัยน้อง

ในวันนี้คุรุ กิ๊บ ขวัญชวนไพร ได้เล่านิทานชาดกเรื่องชูชก ให้เด็ก ๆ ได้รับฟัง พร้อมให้ปัญญาพาลดกิเลส หลังจากนั้นให้นักเรียนได้สรุปว่าวันนี้ได้รับประโยชน์อะไรกันบ้าง

    • น้องนาเดีย – ใจเบิกบาน มีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาลดกิเลส ได้มาเพิ่มศีลกับหมู่มิตรดี ได้เรียนรู้การให้อภัย การไม่ถือผู้อื่น การไม่โมโห
    • น้องบุญ พิมพ์ไพร – ไม่ควรตำหนิผู้อื่น ไม่หน้าบูดใส่แม่เมื่อแม่ขวัญเรียก
    • น้องถนอม ผ่องแสงศีล – คำตำหนิเป็นสมบัติของนักบำเพ็ญ
    • ปุ้ย พราวแสงศีล – ถูกผู้ใหญ่ตำหนิควรน้อมรับ รู้สึกใจเบิกบาน มีพลังเพิ่มขึ้น ดีใจที่ได้ฟังนิทาน
    • นาลี – ตอนเช้าโดนกิเลสรุมจนร้องไห้ เมื่อได้มาเข้าหมู่กลุ่มทำให้ได้พลังแรงกาย แรงใจ แรงปัญญา จากเด็กๆ และคุรุ ลืมไปเลยว่ามีกิเลส กราบขอบพระคุณอาจารย์และหมู่กลุ่มที่ให้โอกาสมาบำเพ็ญ ได้ลดทุกข์
    • น้องยูนิ – ตอนเข้าซูม ถ้ามีคนตะโกนมาดังขอความช่วยเหลือ ให้รีบไปช่วย แต่ถ้าเบาๆ ก็อนุโลมวิชาได้
    • น้องแพม – ได้ปัญญาล้างกิเลสตัวชังน้อง ขอโทษขออโหสิกรรม ที่เคยทำผิดพลาดมา เด็กในห้องพากันกระตือรือร้นเรียนรู้กิเลสการลดกิเลสคือ ทำความจริงที่อยู่ในชีวิตประจำวัน นำการบ้านมาส่งคุรุ ได้ปัญญาเป็นความรู้อันยอดเยี่ยมไปสู่ความพ้นทุกข์
    • ป้าเพ็ญศรี – ได้พลังได้ปัญญาจากหมู่กลุ่ม เด็กๆ แววไว มีกำลังใจ เป็นแรงเหนี่ยวนำให้พยายามลดกิเลส นำปัญญาจากเด็ก ๆ ไปลดกิเลส
    • ป้าเอี้ยง กาญจนา – รู้สึกว่ามีความโชคดีมากได้ปัญญาทุกวัน มีคนช่วยเอาภาระ ทำให้ได้ล้างกิเลสวันละนิดละหน่อย แม้จะทำค่อนข้างยาก แต่ก็จะพยายามลดอยาก ลดทุกข์ไปเรื่อย ๆ ตามที่อาจารย์สอน ขอบคุณคุรุทุกท่าน
    • น้ากิ๊บ ขวัญชวนไพร – เวลาเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าใครจะมาเรียกหรือเจออะไรมากระทบเรา สิ่งแรกที่ควรทำคือ อ่านใจว่ามีกิเลสเข้าหรือเปล่าในเหตุการณ์นี้ เมื่ออ่านกิเลสได้ แล้วค่อยล้างใจ ดังนั้นไม่ว่าจะทำงานนอก งานนอกเจออะไร อย่าลืมอ่านใจทำงานใจไปด้วย
    • อาสุมา –  ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กๆ ทั้งนิทาน และเด็ก ๆ ก็ให้ปัญญา ได้ปัญญาจากเด็ก ๆ คนเราต้องคิดดี ๆ ต้องมีการแบ่งปัน ไม่ชัง
    • ป้าผาสุก – ได้หลายแง่คิด ตรงกับบททบทวนธรรมข้อที่ 9 จากชาดก ทำให้เห็นกิเลสของตัวเองมาก เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นว่าสิ่งที่เราเคยทำมา ผิดพลาดมาตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบันและอดีต เราได้มาตั้งศีลพร้อมกับหมู่กลุ่ม เด็ก ๆ เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ดี เป็นกำลังใจ เป็นพลังที่สุดยอดมาก ได้เข้าใจสภาวธรรมของบททบทวนธรรมข้อที่ 9 ถ้าเรายังไม่เข้าใจตนเอง แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจผู้อื่น
    • ป้าขวัญ – อนุโมทนากับพี่น้องทุกท่าน รวมทั้งเด็ก ๆ คนที่จะมาฟังธรรมละเอียดลึกซึ้งแบบนี้และมีพลังขนาดนี้ ไม่ธรรมดา มีพลังร่วมกันมา ทางนี้ทางเดียวที่พาเจริญแล้วไม่มีเสื่อม ป้าขวัญได้พลังรักษาโรค เติมปัญญาจากเด็ก ๆ  ได้พลังจากผู้ใหญ่และเด็ก ๆ ได้ปัญญาเพิ่มไปทำงานต่อ อนุโมทนากับองค์ประกอบนี้ทุกท่าน สาธุ
    • ป้ายุ้ย – ขออนุโมทนากับทุกท่านทั้งคุรุ และผู้ใหญ่ ที่มารวมพลังกัน เรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ไม่มีสิ่งอื่นที่ดีนอกจากนี้แล้วคือการมีครู อาจารย์ที่ถูกต้องถูกต้อง และท่านพาเราให้ทำปัญญาพาพ้นทุกข์ ต้องมีหมู่มิตรดี สังคม สิ่งแวดล้อมดี จึงจะเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของความพ้นทุกข์ มาเติมพลังการลดกิเลส สู้กิเลสไปด้วยกัน เด็ก ๆ แม่นตรงประเด็น ชับไว แววไว สอนให้เราต้องแววไวเหมือนเขา ได้พลังจากพี่น้องหมู่มิตรดี
    • อาป้อม – จริง ๆ แล้วเราก็ได้เห็นว่าครอบครัวของนาลี การเหนี่ยวนำของกิเลสที่มีความเชื่อตัวนั้นว่ามันเป็นสุขอยู่ แล้วเราทำผิดศีล จริง ๆ แล้วทั้ง 3 ท่านไม่ใช่เป็นคนไม่ดี แต่ความชั่วที่เราบอกกันมันคือความไม่ดีของกิเลส หลอกเราให้เราไปหลงทำผิดศีล กิเลสหลอกให้แม่ต้องทุกข์ ต้องผิดศีล นั่นแหละคือสิ่งที่ไม่ดี ไม่ใช่แม่เป็นคนไม่ดี เด็ก ๆ ไม่ใช่เป็นคนไม่ดี แต่พยายามออกจากความไม่ดีด้วยการถือศีล เพราะความไม่ดีจริง ๆ คือ กิเลส ที่มาหลอกเราให้เราทำกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ผิดศีล ยินดีที่เห็นเด็ก ๆ และคุรุ ที่เสริมเติมเต็มกันในเหลี่ยมมุมต่าง ๆ มาเรียนความพลาด เรียนรู้กรรม เข้าใจในกรรม และให้อภัยกัน ให้กำลังใจ มีความประทับใจตรงนี้ตลอดเวลา อนุโมทนากับพี่น้องทุกท่าน

สรุป การสานกับหมู่มิตรดีลดกิเลส เพิ่มศีล เป็นพลังที่ทำให้เกิดปัญญา ออกจากความทุกข์ เกิดความผาสุก ณ ปัจจุบัน เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ดีให้ผู้อื่นทำตาม เป็นวิบากดีทำให้เกิดสิ่งดี ๆ มากมาย

เจริญธรรมสำนึกดี มีใจไร้ทุกข์ค่ะ
นฤมล ยังแช่ม (เข้มแสงศีล)
ผู้จดบันทึก

Leave a Reply

Your email address will not be published.