ห้องเรียน ส่งการบ้านนักเรียนวิชชาราม ระดับพื้นฐาน 

ห้องเรียน ส่งการบ้านนักเรียนวิชชาราม ระดับพื้นฐาน 
วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เวลา 12.26 – 14.22 น.
เนื้อหาที่เรียน : เพิ่มศีล ลดกิเลส และคนวรรณะ 9

วันนี้มีนักเรียนเข้าเรียนประมาณ 10 ท่าน โดยมีคุรุภูเพียรธรรม กล้าจน คุรุจิ๋ว เย็นน้อมพุทธ  คุรุบ่าว สุขแสงพุทธ  คุรุป้อม เป็นคุรุประจำห้องเรียน

หลังจากนั้นคุรุให้นักเรียนวิชชารามแนะนำตนเอง ส่งการบ้าน ลดกิเลส และทำกิจกรรมการงาน ดังนี้

    • น้องยูนิ – ตัดผม เป็นแรงเหนี่ยวนำให้ผู้ใหญ่ คุณแตงในการตัดผมสั้น เนื่องจากเห็นโทษของการไว้ผมยาว ต้องมีภาระในการดูแล และโดนสารเคมีในการยืดผม ดัดผม
    • ท่านอาจารย์หมอเขียว – ให้สัมมาทิฏฐิเกี่ยวกับเรื่องการไว้ผมยาวว่า ทำให้โง่
    • น้องนาลี – ฟังธรรมมานาน เพิ่งทราบวันนี้ว่า การไว้ผมยาวทำให้โง่
    • น้องแทม – ได้แนะนำน้องเด็กชาย นัว ลูกชายคุณสวรส เลาเวอร์ที่เพิ่งกลับมาจากเยอรมัน ตอนนี้อยู่เมืองไทยแล้ว น้องไม่ทานอาหารเนื้อสัตว์ และมีความต้องการในการเรียนกับสถาบันวิชชารามได้เข้ามาในซูมเพื่อขอเข้าร่วมศึกษาด้วย ได้รับการสัมภาษณ์จากท่านอาจารย์หมอเขียว ท่านอนุญาติให้มาลองเรียนได้ ให้ผู้ปกครองกับเด็กและครอบครัวปรึกษากันก่อน
    • คุรุป้ายุ้ย คุรุป้าจิ๋ว -ได้แสดงความปิติยินดี ที่ครอบครัวพุทธะได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆจากธรรมะจัดสรร โดยผู้บอกต่อ ชวนแล้ววางใจ หากท่านทั้งหลายมีกุศลถึงรอบ ก็จะได้มาเอง
    • อาป้อม อนุโมทนากับคุรุ ผู้ใหญ่และเด็ก ๆ และกล่าวเรื่องผม ว่าการไว้ผมยาวนั้นเป็นภาระอย่างมาก
    • น้องยูนิ – ขอฟังชาดก จากลุงหมอ เพราะได้ดูวิดิทัศน์ เกี่ยวกับชาดก จนเกือบหมดยูทูปแล้ว
    • น้องเมจิ – จากภูผา อาการเจ็บขาบรรเทาลงไปได้มาก จากการปล่อยวาง และเพิ่มศีลมีความรู้สึกเหมือน น้องๆ ไล่ตามมาติดๆ จึงเป็นแรงเหนี่ยวนำให้ตั้งศีลเพิ่มขึ้นๆ ต่อไป
    • น้องยูนิ – ทำศีลครบ 5 ข้อ ตัดผม ช่วยคุณตาจัดของใส่กระเป๋า จับกิเลสใน ชม.เรียน ยูนิพูดส่งการบ้านคุรุ แล้วยูนิบอกพี่บุญพูดแบบนี้เหมือนไปทายใจคุรุป้ายุ้ยใช่มั๊ยคะ แล้วพี่บุญพูดเสริมแต่พูดนานมาก กิเลสมันขึ้นมาว่าทำไมพูดนานจัง เรายังพูดไม่จบเลย แต่ยูนิจับกิเลสได้ว่าเราเป็นคนให้พี่เค้าพูดเอง ไม่เป็นไร รอให้พี่เค้าพูดจบก่อนแล้วค่อยส่งการบ้านต่อ
    • น้องถนอม ผ่องแสงศีล- ส่งการบ้าน อยากเล่นมือถือ เมื่อน้องปุ้ยเล่นมือถือ น้องก็ถนอมไปขอเล่น แล้วน้องปุ้ยก็ขอคืน แต่กิเลส ถนอมก็บ่นว่า ฉันเพิ่งเล่นวันนี้เอง ก็ขอคืนแล้ว น้องถนอนก็สวนหมัดว่า ก็แกเล่นนาน เขาก็มาขอคืนสิ เราก็คืน แต่น้องถนอม ไม่กล้าขอโทษน้องปุ้ยค่ะ
    • น้องปุ้ย พราวแสงศีล– ส่งการบ้าน ไปเก็บผ้า กลับไปตอนท้ายรายการ พบว่าคุรุ ไม่ถ่ายรูปแล้ว เมื่อมาไม่ทันถ่ายรูป น้องปุ้ย มีกิเลสว่าอยากถ่ายรูปแต่ไม่ได้ถ่ายรูป ก็เลยสวนหมัดไปว่า ไม่ได้ถ่ายวันนี้ ก็ถ่ายวันใหม่ก็ได้ (จากการวางใจ) ป้ายุ้ย ก็บอกจะถ่ายให้อีกรูปค่ะ

หลังจากนั้นคุรุให้เด็ก ๆ สรุปสาระประโยชน์ที่ได้รับในวันนี้ ดังนี้

    • ป้าผาสุข – สรุปเรื่องเกี่ยวกับผม เป็นภาระในการดูแล และ จะทำให้หลงอยู่ในกามคุณ เรื่องรูป
    • น้องยูนิ – ผมสั้น ข้อดี ไม่เปลืองยาสระผม ผมแห้งไว ไม่เสียเวลาหวีผมทำผม ไม่ตามใจกิเลส ผมยาว ข้อเสีย เปลืองยาสระผม เสียค่าไฟเวลาไดร์ผม เวลานอนแล้วผมพันกันร้อนคอ เสียเวลาหวีผม
    • น้องถนอม ผ่องแสงศีล – เราไม่ควรไปเดาใจผู้อื่น ถ้าเราพลาดไปเดาใจผู้อื่น เราควรสารภาพผิดค่ะ
    • น้องปุ้ย พราวแสงศีล– เราไม่ควรเป็นคนใจร้อน เราควรเป็นคนใจเย็นค่ะ
    • น้องนาลี – ได้ข้อมูลใหม่ว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่ไว้ผมยาว คือ คนที่ไม่ฉลาด นาลีเพิ่มรู้ว่า ที่เราโง่ดักดาน เพราะตัวเองไว้ผมยาว ตัวเองก็เรียนนะ แต่ก็ยังโง่ จึงไว้ผมยาว ก็จะหาโอกาสตัดผม จะได้ฉลาดบ้าง
    • คุรุ ป้าจิ๋ว – สรุปวันนี้เกี่ยวกับเรื่องของ การล้างกิเลสความสวยงามจากผมยาวมาเป็นผมสั้นได้ได้แรงบันดาลใจจากน้องยูนิ ที่ตัดผมสั้นแล้วได้ความสบายไม่เป็นภาระกับการที่มีผมยาวเกิดเป็นแรงยึดเหนี่ยวนำให้ผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านทำตามรวมทั้งเด็ก ๆ แต่ก็อาจจะเป็นกิเลสซ้อนอีกที เด็ก ๆ บางคนที่อาจจะยังไม่สามารถที่จะตัดผมได้เนื่องจากทางโรงเรียนเป็นกฎข้อบังคับหรือที่ทำงานอย่างน้องนาลี ที่ สปป.ลาว จึงยังไม่ถึงเวลาที่จะตัดผมแต่ก็ทราบถึงประโยชน์และโทษในการที่มีผมยาว
    • ได้ข้อธรรมจากอาจารย์หมอเขียวที่ว่าคนมีปัญญาดี ฉลาดก็จะมีผมสั้น ฉะนั้น น้องนาลีก็จะรอเมื่อถึงเวลาก็จะได้ตัดผมเพื่อความสบายสบาย คิดได้ดีอีกทั้งจะได้เป็นคนมีปัญญาดี ส่วนตัวเองเป็นคนที่รักความสวยความงามมาตั้งแต่สมัยก่อนที่ยังไม่เข้าแพทย์วิถีธรรม มักจะต้องไปยุ่งยากกับเรื่องของผมไว้ผมยาวถึงกลางหลังเป็นคนผมหยิกหยักศกก็จะต้องไปยืดไปย้อมให้มีสีออกน้ำตาลแดงให้ทันสมัยสมกับในสมัยที่เป็นวัยรุ่นแต่กว่าจะรู้ว่าได้สะสมคิดมาตั้งมากมาย
    • ปัจจุบัน ผมสั้นซอย ตัดได้ด้วยตัวเองแล้วจะมีผู้มาบำเพ็ญก็ยินดีได้ ล้างว่าเราได้ไม่ได้ต้องตามใจตัวเองท่านจะจัดว่าทรงไหนก็ได้ จึงรู้สึกสบายไม่ได้ติดลูกรักว่าจะต้องดูดี แต่กลับมีพลัง ความดีสะสมจากข้างในทำให้รู้สึกเบิกบานแจ่มใส ผมก็ไม่ต้องยอมแต่ก็สามารถบอกดำได้นะว่าอายุ 57 ปีใกล้จะ 60 แล้ว เห็นความสำคัญว่าทุกๆคนสามารถเป็นแรงเหนี่ยวนำที่ดีได้ไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่ก็สามารถจะเป็นแรงดลบันดาลใจให้ทำในสิ่งดีเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวและศีลเท่านั้นที่จะเป็นสิ่งที่คุ้มกันประกันภัยได้อย่างยั่งยืน

สรุป การดำเนินชีวิตที่เข้าสู่คนวรรณะ 9 เป็นชีวิตที่พอเพียง เรียบง่าย ทำให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจดีงามและเป็นสุข

เจริญธรรมสำนึกดี มีใจไร้ทุกข์ค่ะ
ภูเพียรธรรม กล้าจน
ผู้จดบันทึก

Leave a Reply

Your email address will not be published.