รายการ “รวมพลังภาคกลางสู้กิเลส” ครั้งที่ 12

รายการ “รวมพลังภาคกลางสู้กิเลส” ครั้งที่ 12

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564

ครั้งนี้จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเข้าร่วมรายการทั้งหมด 22 ท่าน

คุณเอ๋ ยินดีที่พี่น้องมีพัฒนาการด้านจิตวิญญาณ เป็นข้อดีของการแบ่งปันการบ้าน เพื่อช่วยให้เห็นกิเลสในมุมต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

คุณติ๋ม แบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 เรื่องความทุกข์ที่รู้สึกว่า ทำให้พี่น้องเดือดร้อนต้องมาดูแลช่วงมีอาการป่วย เพราะเกรงใจที่ต้องเป็นภาระให้ผู้อื่น

คุณต้อม แสดงความคิดเห็นว่า เนื้อเรื่องชัดเจนละเอียดดี และเสนอให้ลองรู้ทันเสียงที่ได้ยิน ไม่ปรุงแต่งต่อ

คุณต่าย เสนอว่า อาจเป็นการเห็นทุกข์จากการสูญเสียสภาพดี ๆ ของตนเองไป หรืออาจมองให้ลึกกว่านี้ ว่ามีกิเลสตัวอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ในการที่ให้พี่น้องได้ช่วยเหลือเรานั้น ทำให้ทุกท่านได้เพิ่มกุศล

คุณเอ๋ การไม่อยากให้ผู้อื่นช่วยเหลือ อาจเกิดมาจากอัตตาของเรา แต่การยอมรับในสภาพที่เราพึ่งตนเองไม่ได้ ก็จะไม่ทำให้มีทุกข์ทับถมตน

คุณปิ่น สอบถามคุณติ๋มในอาการทุกข์เพิ่มเติม เพื่อให้เห็นทุกข์อริยสัจ 4 ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้น้อมยอมรับวิบากดีร้ายที่เกิดขึ้นกับเรา

คุณป้อม การเชื่อชัดให้กุศลและอกุศลที่เกิดขึ้นกับเรา โดยไม่ชังกุศลดีที่เราได้รับ เพราะพี่น้องที่ช่วยเหลือเราไว้ ท่านก็จะได้รับกุศลดีนั้นด้วยเช่นกัน แค่ลองดูว่ากุศลนั้นเหมาะสมกับเราแค่ไหน และวันใดหากเราได้เจอเรื่องทุกข์ที่เราเคยทำไว้ทางกาย วาจา ใจ เราก็จะตระหนักเรื่องนี้ได้เช่นกัน ว่าเราก็ได้ทำมา เพราะหากยึดอยากได้แต่สภาพดี ๆ และดันสภาพไม่ดีออกไป จะทำให้ใจเป็นทุกข์ ยิ่งพี่น้องช่วยเรา จึงทำให้เรายิ่งจะได้ทำความดีต่อยอดต่อไป ในชาดกพระอานนท์ พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะที่คอยช่วยเหลือพระพุทธเจ้า ด้วยวิบากดีร้ายที่ร่วมกันมา ส่วนพระเทวทัตก็ทำสิ่งดี จึงได้มาอยู่องค์ประกอบที่ดี แต่ในด้านอกุศลที่มีกิเลสอยากเอาชนะ จึงทำให้วิบากร้ายทำร้ายตัวท่านเอง การแค่ทำใจไร้ทุกข์ ก็คือการได้ช่วยพี่น้องแล้ว

คุณรักศีล มีสภาวธรรมเช่นกัน เพราะเวลาเราทำให้ผู้อื่น เรานั้นทำได้ แต่ถ้าใครทำให้เรา เรารู้สึกไม่อยากรับ อยากพึ่งตนเอง หากเราพึ่งตนเองได้ แต่ไปให้ผู้อื่นช่วยนั้นไม่ถูกต้อง แต่หากเราไม่สามารถพึ่งตนเองได้ การยอมรับให้ผู้อื่นช่วย เป็นเรื่องที่ควรน้อมรับอย่างเป็นสุข

คุณติ๋ม กราบขอบพระคุณอาจารย์หมอเขียวในคำสอน “วันหน้าไม่รู้ วันนี้สู้ไม่ถอย” ยอมรับวิบากดีร้ายที่ได้เจ็บป่วย และขอบพระคุณน้ำใจของพี่น้องจิตอาสาทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

คุณรักศีล แบ่งปันเรื่องความทุกข์ที่ไม่อยากเขียนการบ้านอริยสัจ 4 ครั้งนี้ลองเอาใจมาเขียนส่ง เพื่อเป็นกำลังใจให้ตนเองและพี่น้องทุกท่าน ตนเองไม่ทุกข์ในการจัดสรรทำงานกสิกรรมและงานอื่น แต่รู้สึกว่าอึดอัดกับการทำการบ้าน เพราะกลัวไม่เข้าประเด็น และกลัวจะเขียนแบบเพ้อเจ้อ ตนเองเป็นนักเรียนและเป็นจิตอาสามานานแล้ว แต่คิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าท่านอื่น

คุณต่าย แสดงความเห็นว่า มีการเขียนที่กระชับสั้นดี แต่เสนอให้เพิ่มอาการทุกข์ว่าเป็นอย่างไร เช่น หน้าแดง ปากสั่น ฯลฯ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ให้ลองพิจารณาอุปาทานของความกลัวว่าลึก ๆ คืออะไร พิจารณาชอบชัง และการวางอุเบกขาให้ได้ว่า เราเขียนไป ใครจะคิดอย่างไรก็ได้

คุณต้อม เสนอให้ลองพิจารณาว่ามีกิเลสโลกธรรมแทรกอยู่หรือไม่ แนะนำให้เขียนยาวได้เลย และสามารถเขียนเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เพื่อให้กิเลสแต่ละตัวค่อย ๆ ชัดเจนมากขึ้น โดยนำบททบทวนธรรม หรือการเชื่อชัดในกรรมมาเดินมรรค เห็นได้ชัดเจนว่า ก่อนลงมือเขียนนั้น คุณรักศีลสามารถล้างทุกข์ไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว

คุณเอ๋ การเขียนการบ้านอริยสัจ 4 เพียงแค่เขียนตรงไปตรงมาจากใจ แต่อยากให้เพิ่มเติมเนื้อเรื่องเกี่ยวกับจิตอาสาที่เป็นต้นแบบของการทำการบ้านให้แก่คุณรักศีล

คุณปิ่น แนะนำให้เพิ่มอาการชอบชังของการอยากเขียนการบ้านให้ได้ดี ไม่เพ้อเจ้อ และให้ยินดีพอใจ

คุณรักศีล เมื่อได้ฟังพี่น้องทุกท่านช่วยแกะแต่ละประเด็น ทำให้รู้สึกคลายใจ และใจเบามากขึ้น และมีกำลังใจที่จะทำการบ้านในครั้งต่อไป ได้เพิ่มปัญญาว่าจริง ๆ แล้ว การบ้านนั้นเขียนไม่ยาก กิเลสนั้นเยอะ แต่ยังขุดได้ไม่หมด

คุณเม แบ่งปันการบ้านอริยสัจ 4 เรื่องความทุกข์อับอายกับลีลาท่าทางเสียงหัวเราะของตนเอง ในการเป็นพิธีกรดำเนินรายการ เพราะมีกิเลสอยากให้ออกมาดูดี ไม่เยอะเกินไป พี่น้องบอกว่า พูดเสียงดังเหมือนเอะอะโวยวาย ใจนั้นไม่ทุกข์ที่มีผู้ตำหนิ แต่ทุกข์จากการดูคลิป เห็นจิตที่เพ่งโทษผู้ตัดต่อคลิปว่า น่าจะตัดออกให้หน่อย คำสอนของอาจารย์ทำให้ไม่ตีตนเองและผู้อื่น มีใจพร้อมปรับปรุง กิเลสตัวเดียวกับการอยากแต่งตัวให้ดูดี

คุณเอ๋ เป็นเรื่องที่ดีมากในการเปิดเผยเรื่องจริงของตนเอง เพื่อมาแบ่งปันให้พี่น้อง

คุณต่าย เสนอให้นำโลกธรรมมาพิจารณาในเรื่องการแต่งตัวว่า ถึงเราแต่งตัวดูดีแล้ว ก็อาจมีคนบอกว่าไม่ดี เหตุการณ์นี้ทำให้เราได้สังวรศีล ว่าการใช้เสียงดัง จะทำให้เสียพลัง

คุณกุ้ง เสนอให้มองเรื่องสาระของคลิปที่เราได้สื่อออกไป เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ใจจะพ้นทุกข์

คุณหมอรัตน์ แจ้งว่าตนเองเป็นผู้ทักเรื่องเสียงคุณเมในรายการ และในอดีตเคยได้รับฟังการแนะนำของคุณเม ด้านการแต่งกายของตนเองว่าควรปรับปรุงให้ดูดีกว่าเดิม เนื่องจากเป็น “ผู้รับใช้” ซึ่งคุณหมอรัตน์คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี หากพี่น้องเข้ามาช่วยแนะนำ

คุณรักศีล แบ่งปันว่า ตนเองก็เป็นคนพูดเสียงดังและพูดเยอะเช่นกัน จึงเข้าใจหากมีผู้อยากเข้ามาเตือน เพราะทุกท่านเหมือนญาติพี่น้องกัน

คุณหมู มีกิเลสชอบลีลาปลุกเร้าใจในการเป็นพิธีกรของคุณเม เพราะเคยมีอาชีพงานขาย จึงไม่รู้สึกว่ามีเสียงดัง ขอเสนอเป็นอีกด้านหนึ่ง ว่ายังมีผู้ชอบลีลาของคุณเมเช่นกัน แต่อาจไม่เที่ยง ครั้งหน้าอาจมีกิเลสไม่ชอบก็ได้

คุณเม ขอบพระคุณทุกมุมมองชอบชังของพี่น้องทุกท่านที่ช่วยกันเอาภาระ เข้ามาบอกเตือนตนเองในครั้งนี้ มีคุณค่ามากกับการได้อยู่ท่ามกลางหมู่มิตรดี

ศิริพร คำวงษ์ศรี
ผู้บันทึก

Leave a Reply

Your email address will not be published.