“สายด่วน ค่ายสุขภาพพึ่งตนวิถีธรรม วิถีไทย” ครั้งที่ 3 ถาม-ตอบ วันที่ 1

รายการ “สายด่วน ค่ายสุขภาพพึ่งตนวิถีธรรม วิถีไทย” ครั้งที่ 3
ช่วง ถามตอบ ปัญหาสุขภาพตามหลักการการแพทย์วิถีธรรม
โดย กลุ่มแพทยแผนไทยช่วยไทย
วันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2564 (ค่ายวันที่ 1 )
เวลา 18.15 – 20.25 น.

ประเด็นเด่นจากรายการ

  • โรคกรดไหลย้อน และโรคแพนิค
  • มาทำความรู้จัก “ความกลัว”ของตนเอง
  • “นอนไม่หลับ” บางครั้งเป็นเรื่องที่ดีนะ
  • วิธีดูแลผู้ป่วยห้อง ICU ช่วงโควิด
  • กลืนแร่แล้ว แต่ยังเป็น “มะเร็งไทรอยด์”
  • ปวดศีรษะ เพราะอุบัติเหตุ จริงหรือ?

วันนี้มีพี่น้องทั้งจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมทั่วโลก และชาวค่ายเข้าร่วมรายการทั้งหมด 143 ท่าน ดำเนินรายการ โดย แพทย์หญิงกานดา ศักดิ์ศรชัย และคุณประภัสสร วารี (กุ้ง)


เริ่มต้นด้วยการใช้ยาเม็ดที่ 6 มาร์ชชิ่ง [คลิกเพื่อชมคลิปมาร์ชชิ่ง] ลุกขึ้นบริหารร่างกายตามเพลง ยืดเส้นยืดสายให้ร่างกายแข็งแรง จากนั้นร่วมกันอ่านบททบทวนธรรม คือ ยาเม็ดที่ 8 ตั้งแต่หน้าที่ 3 – 10 และ ข้อที่ 22 [คลิกเพื่ออ่านบททบทวนธรรม

“ช่วงแบ่งปันความประทับใจในบททบทวนธรรม ที่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อดับทุกข์ใจ”

บททบทวนธรรมหน้าที่ 10 คือ “ปัญญาที่ใช้ในการพัฒนา จิตวิญญาณให้ดีงาม และผาสุกที่สุดในโลก จึงเป็นสิ่งที่แต่ละชีวิต จะได้มีโอกาสเรียนรู้ และได้พัฒนาตนให้มีคุณค่า และผาสุกสืบไป”
เมื่อได้อ่านแล้ว รู้สึกน้อมรับ และได้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า และอาจารย์หมอเขียวที่ได้นำปัญญามาสู่ตน

บททบทวนธรรมข้อที่ 22 คือ “ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น ตั้งจิตทำความดีให้มาก ๆ คือ ลดกิเลสให้มาก ๆ เกื้อกูลผองชนและหมู่สัตว์ให้มาก ๆ”
เพื่อนร่วมงานชิงชังตนเอง แต่เมื่อถึงเวลาที่เพื่อนร่วมงานท่านนี้ป่วย ตนเองจึงได้ไปเยี่ยม และมีใจเมตตาทำสิ่งดีให้ท่านด้วยความรักและจริงใจ จนความดีล้นแล้ว สิ่งดี ๆ จึงกลับมาหาตัวเราเอง


“ช่วงถาม-ตอบปัญหาสดในรายการ”

ป่วยมีปัญหากรดไหลย้อนระยะที่ 4 และโรคแพนิค เป็นถึงขั้นสันนิบาต รู้สึกว่าตนเองไม่ได้มีความกลัวหรือตื่นเต้นอะไร แต่มีความเครียดสะสม รักษาแพทย์แผนอื่นมา อาการดีขึ้น 80% สนใจศึกษาเรื่องอาหารฤทธิ์ร้อนและเย็น จึงอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม
คำแนะนำ : แบ่งปันกรณีศึกษาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันไม่สูง แต่แพทย์สั่งให้รับประทานยาความดันโลหิตสูง ยาป้องกันไตเสื่อม แต่สุดท้ายก็มาป่วยเป็นโรคไตเสื่อม และยังได้ยาลดไขมันมาเพิ่มอีก แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีความเครียด จึงมีอาการเหมือนโรคกระเพาะอาหาร และเมื่อมีอาการหนักขึ้น จึงกลายมาเป็น “โรคกรดไหลย้อน” มีอาการแน่นหน้าอก จนหายใจแทบไม่ได้ บางวันต้องไปโรงพยาบาลถึง 2 รอบ เพื่อไปรับออกซิเจน รับน้ำเกลือ สุดท้ายผู้ป่วยไม่กล้าเข้าโรงพยาบาล เพราะกังวลว่าจะเสียชีวิต แต่ได้ทำตามกระบวนการต่าง ๆ ของโรงพยาบาล ก็ยังไม่สามารถวินิฉัยอะไรได้ เสียค่าใช้จ่ายไปเยอะมาก จากนั้นได้ลองปฏิบัติตามแพทย์วิถีธรรม มีอาการดีขึ้น จึงหยุดยาเคมีทั้งหมด แต่ผู้ป่วยนั้นประมาท เพราะเมื่อมีอาการดีขึ้นแล้ว ก็ไม่ยอมดูแลตนเองให้ดี  จึงทำให้กลับมาเป็นโรคเดิมอีกครั้ง ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า “ยาเม็ดที่ 8 คือ ธรรมะ” จึงมีความสำคัญมากที่สุด เพราะจะทำให้การรักษานั้นยั่งยืน ด้วยใจที่ศรัทธาว่า “อาหารเป็นยา” ถ้าเราทำอาหารให้เป็นยาได้จริง ๆ จึงจะสามารถรักษาโรคได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี
– ใช้ยาเม็ดที่ 8 คือ อ่านบททบทวนธรรมเป็นประจำ จริง ๆ แล้ว “ความเครียดเกิดขึ้นจากความกลัว ซึ่งไมใช่การกลัวผี ฯลฯ” แต่เป็นความกลัวที่จะไม่ได้ “สิ่งที่เราอยากได้” เช่น กลัวว่าจะไม่ได้คะแนน Top 5 ฯลฯ ให้ลองตรวจสอบความอยากที่ตนเองมี ว่าอยากให้สิ่งใดเกิดขึ้น และรู้ชัดว่า “ความอยาก” จะสร้าง “ความกลัว” ในจิตวิญญาณ เมื่อพบแล้ว ตัดความอยากให้สิ้น สิ่งที่เราอยากได้นั้น จะสำเร็จหรือไม่ก็ได้ หากความกลัวกังวลในจิตใจลดลง อาการป่วยก็จะบรรเทา ให้ลองอยากแบบไม่ยึดมั่นถือมั่น สิ่งใดจะเกิดขึ้นก็ได้ และสำนึกผิดที่ได้เคยเบียดเบียนชีวิตอื่นไว้ น้อมรับวิบากกรรมด้วยใจผาสุก “คิดให้พ้นทุกข์ ทำไมไม่กล้า? ทีคิดให้ทุกข์ ทำไมถึงกล้า?”
– ใช้ยาเม็ดที่ 3 คือ การล้างลำไส้ จะทำให้โล่งขึ้น
– ใช้ยาเม็ดที่ 7 คือ ใช้อาหารให้เป็นยาให้ได้ รับประทานอาหารปั่นแทน
– ใช้ยาเม็ดที่ 1 คือ “ทำน้ำให้เป็นยา” ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุลให้ได้เกือบทุกวัน

ดูแลคุณพ่อที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคไตเสื่อม มะเร็งตับ หายใจไม่สะดวก ตอนนี้อาการทรุดหนักอยู่ในห้อง ICU ใส่เครื่องช่วยหายใจ ไม่ได้ใส่สายเข้าจมูก คุณพ่อพอสามารถพูดได้บ้าง จะมีวิธีแก้หรือดูแลท่านด้วยหลักแพทย์วิถีธรรมอย่างไรได้บ้าง?
คำแนะนำ : ผู้ป่วยที่ต้องอยู่ในห้อง ICU ในช่วงมีเชื้อโควิด 19 ระบาด อาจมีความยากลำบากพอสมควรในการดูแลผู้ป่วยตามหลักแพทย์วิถีธรรม
– ใช้ยาเม็ดที่ 8 คือ อ่านบททบทวนธรรมให้คุณพ่อฟังเป็นประจำ เท่าที่ทำได้ เลือกบทที่น่าจะถูกจริตของคุณพ่อ รู้ชัดว่าบางครั้งอาจไม่ใช่หน้าที่ของเราในการดูแลท่านได้อย่างเต็มที่ วางใจว่าโรคที่ท่านเป็น ท่านอาจจะอยู่หรือไปก็ได้ ทำใจไร้กังวล ลองหาหนังสือ “วางร่างวางขันธ์” อ่านให้ท่านได้ฟังและเตรียมจิตวิญญาณ หากได้อยู่ ก็ทำความดีต่อ แต่ถ้าต้องจากไป ก็จะไปด้วยใจสบาย ปล่อยวางให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลดูแล ส่งกำลังใจให้ญาติดูแลผู้ป่วย เมื่อผู้ดูแลทำใจ วางใจได้ จะสามารถเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อได้อย่างมากเช่นกัน เพียงอย่าทำเกินหน้าที่ตนเอง ทำเท่าที่ทำได้ หากกังวลมากเกินไป จะเป็นการ “ทำทุกข์ ทับถมตน”
– ใช้ยาเม็ดที่ 1 คือ กลั่นน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น (ย่านาง ใบเตย บัวบก) 70 ส่วน และสมุนไพรฤทธิ์ร้อน 30 ส่วน ผสมดื่มแทนน้ำ สัดส่วน 1 : 1 ดื่มแทนน้ำ และอมบ้วนปาก หรือจะดื่มน้ำมันเขียว 1-3 หยด ผสมน้ำสะอาด
– ใช้ยาเม็ด 5 คือ ใช้น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น 3 ส่วน ผสมน้ำธรรมดา 1 ส่วน เช็ดทั่วทั้งร่างกายทุกส่วน ทุกบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ แผ่นหลัง ให้เช็ดเข้าหาหัวใจ ย้อนรูขุมขน จะสามารถลดอาการไข้ได้ดี ผู้ป่วยจะรู้สึกดีด้วยกลิ่มหอม
– ใช้ยาเม็ดที่ 2 คือ การกัวซาด้วยน้ำมันเขียว โดยใช้นิ้วลูบทั่วทั้งร่างกาย ทั่วท้องไปจนถึงแผ่นหลัง เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายกาย

ผู้ป่วยอายุ 52 ปี มีอาการนอนไม่หลับ ชอบตื่นตอน ตี 4 บ่อย ๆ พยายามนอนอย่างไร ก็ไม่สามารถนอนได้ ตรวจสอบแล้ว มีความกังวลที่ได้ไปลงทุนในตลาดหุ้น ขอคำแนะนำค่ะ
คำแนะนำ : ตรวจสอบว่ามีความกังวลอะไรในการไปลงทุนในตลาดหุ้น ใช้ปัญญาทำความเข้าใจว่า ทุกเหตุการณ์ย่อมเกิดขึ้นตามธรรม ถึงจะกังวลใจไป  ก็ไม่ได้สามารถกำหนดผลลัพธ์ของเหตุการณ์ใดได้ สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้เท่านั้น คือ “ใจของเราเท่านั้น” ยินดีน้อมรับผลของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยใจที่ผาสุกให้ได้
– ใช้ยาเม็ดที่ 8 คือ ความทุกข์ คือ เกิดจากการอยากหลับ “ตัดความอยาก ในการอยากนอนหลับให้ได้” หมดอยาก ก็หมดทุกข์ เมื่ออายุมากขึ้น การนอนของร่างกายจะสั้นลง หากเพลียช่วงระหว่างวัน อาจจะงีบสักนิด วางใจ เพราะอาจเคร่งเครียดกังวลอยู่จนทำให้นอนไม่หลับ ลองฝึกทำสมถะสมาธิก่อนนอน โดยหายใจเข้าลึก ๆ และปล่อยร่างกายให้สบายจนหลับไปเอง “การตื่นตอนตี 4 ถือเป็นเรื่องที่ดีต่างหาก” แสดงว่าร่างกายสดชื่นแล้ว ทำให้มีเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น อ่านหรือฟังบททบทวนธรรมเพื่อเข้าใจสัจธรรมของชีวิต
– ใช้ยาเม็ดที่ 9 คือ ถ้าร่างกายไม่หลับ ก็ไม่จำเป็นต้องนอน ทำสิ่งนั้นนี้ เช่น ออกกำลัง ทำงานบ้าน ฯลฯ สักพักจะหลับไปเอง

ปวดศีรษะส่วนหน้า มึนหัว รู้สึกไม่โล่ง ตึงศีรษะมาก เคยประสบอุบัติเหตุนานมาแล้ว เพราะกระแทกถูกเหล็กที่ธนาคาร ขอคำแนะนำ
คำแนะนำ : น่าจะเกิดจากความเครียดมากกว่า อยากให้ลองศึกษาบททบทวนธรรม เพราะมีคุณค่ามาก สามารถไขรหัสความเครียดของตนเองได้อย่างดี เมื่อเราเข้าใจในสัจธรรมชีวิตได้ ก็จะทำให้เราสามารถรักษาตนเองได้ และมีอาการที่ดีขึ้น
– ใช้ยาเม็ด 5 คือ ใช้ขี้ผึ้งย่างนางใบเตยฤทธิ์เย็น นำมาใส่ฝ่ามือและถู จากนั้นสูดเข้าจมูก 3 รอบ และใช้ปลายนิ้วกัวซาตั้งแต่ปลายผมไปทั่วจนรอบศีรษะ และดึงนวดใบหู นวดท้ายทอย
– ใช้ยาเม็ดที่ 6 คือ กดลมปราณจุดท้ายทอย ดึงผมให้ตึงค้างไว้ 3 วินาที และปล่อย จะทำให้โล่งโปร่งสบายศีรษะ
– ใช้ยาเม็ดที่ 3 คือ การสวนล้างไส้ใหญ่ จะทำให้เย็นโล่งจนถึงศีรษะ เพราะเป็นจุดลมปราณที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย

ตอนนี้ป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ มีก้อนบริเวณคอ 2-3 ก้อน แพทย์แผนปัจจุบันต้องการให้ผ่าตัด แต่อยากรักษาด้วยแพทย์วิถีธรรมมากกว่า เพราะได้ลด ละ เลิกรับประทานเนื้อสัตว์ และเริ่มดื่มน้ำปัสสาวะ กำลังฝึกลดอัตตาอยู่ แต่ยังไม่ค่อยมีความรู้ในการปรับสมดุล เคยทำงานอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ พากเพียรน้อมรับวิบากกรรม ขอคำแนะนำเพิ่มเติม
คำแนะนำ : กรณีศึกษาของผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์ ที่ได้รักษาโดย “การกลืนแร่” ไป ๆ มา ๆ กลายเป็น “มะเร็งไทรอยด์” รับประทานอาหารนิดหน่อย ก็จะใจสั่น ค่าตัวเลขของผลตรวจ ไม่สำคัญเท่ากับ “การวางใจไม่ทุกข์กับโรคที่เป็น” มะเร็งไม่ใช่โรคร้าย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่ามะเร็ง คือ “ความกลัวเป็นโรคมะเร็ง” ให้มีความสุขในทางรักษาที่เลือก ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ยอมรับทุกอย่าง ทุกคนไม่สามารถที่จะแข็งแรงหรือป่วยไปได้ตลอด หากใจทุกข์เครียดก็สามารถเป็นได้ทุกโรค ตรวจสอบว่า “ยังกลัวตาย กลัวโรค เร่งผล หรือไม่?” ให้กำจัดความกลัวออกไปจากใจเท่าที่ทำได้ หากยังมีความยึดมั่นถือมั่น ก็ให้วางใจ ว่าจะหายหรือไม่หายก็ได้ ปรับวิธีคิดด้วยการมองชีวิตในแง่บวก ให้เชื่อชัดเข้าใจเรื่องกรรมและผลของกรรม ลองพิจารณาระลึกดูว่าเคยได้เบียดเบียนชีวิตอื่นในอดีตหรือไม่? เช่น ชอบรับประทานคอหมูย่าง ซึ่งจะทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานมาก หากเราได้ทำกรรมนี้ไว้ เราต้องได้รับทุกข์บ้าง เพราะเป็นสิ่งที่เราเคยได้ทำมา ใช้ยาเม็ดใดก็ได้ที่รู้สึกสบาย
– ใช้ยาเม็ดที่ 7 คือ การลดปริมาณอาหาร เหลือรับประทานเพียง 1 มื้อ จะทำให้อาการดีขึ้น
– ใช้ยาเม็ดที่ 3 คือ การสวนล้างลำไส้วันละ 2 รอบ ต่อวัน
– ใช้ยาเม็ดที่ 2 คือ การกัวซา โดยทาด้วยว่านหางจระเข้ หรือขี้ผึ้งย่านางใบเตย และใช้ไม้ขูดรอบดวงตาเบา ๆ แต่ไม่ควรกัวซาในบริเวณที่เป็นมะเร็ง
– ใช้ยาเม็ดที่ 5 คือ พอกหน้า หรืออบตัวด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น
– อื่น ๆ คือ แนะนำให้ติดตามเพจทาง Facebook ของคุณสร้างแก่นศีล คือ ผมดีใจที่เป็นมะเร็ง เพราะเป็นผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ ที่รักษาตนเองจนอาการดีขึ้นแล้ว

สรุปเนื้อหาสาระในวันนี้ คือ ชาวค่ายมีความยินดีที่ได้พบแนวทางการรักษาแพทย์วิถีธรรม และรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้มีบุญสัมพันธ์ ทำให้ได้มาติดตามเส้นทางการปรับสมดุลทั้งกายใจแนวทางนี้ การต่อสู้โรคใจโรคกายไปด้วยกันกับหมู่มิตรดี มิใช่ว่าทุกท่านจะเข้าใจและสามารถมาร่วมปฏิบัติได้ แต่หากชาวค่ายได้ติดตามองค์ความรู้ที่ทางโครงการได้จัดเตรียมไว้เป็นประจำทุกวัน ก็จะสามารถได้พบคำตอบที่มีในใจให้ได้กระจ่างมากขึ้นตามธรรม

รายงานข่าวโดย :
ศิริพร คำวงษ์ศรี (มั่นผ่องพุทธ) / สวนป่านาบุญ ๙ สังกัดภาคกลาง

Leave a Reply

Your email address will not be published.