พุทธะชนะทุกข์ : ภาคอื่น ๆ (ตุลาคม 2565)

นักศึกษาวิชชารามและจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ร่วมบันทึกเรื่องราวจากชีวิตจริงของตนเองที่ได้เรียนรู้และปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือคำสอนของครูบาอาจารย์ …อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โจทย์ พุทธะชนะทุกข์

!สำหรับนักศึกษาสังกัดภาคอื่น ๆ คือ

  1. ภาคเหนือ สวนป่านาบุญ8 ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ ฯลฯ
  2. ภาคอีสาน สวนป่านาบุญ1 สวนป่านาบุญ4
  3. ต่างประเทศ
  4. ฯลฯ

นักศึกษาพิมพ์เรื่องราวหรือคัดลอกข้อมูลส่งในส่วนแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

4 thoughts on “พุทธะชนะทุกข์ : ภาคอื่น ๆ (ตุลาคม 2565)”

  1. พุทธะชนะทุกข์

    เรื่อง ทุกข์ที่พ่อบ้านไม่ตั้งใจฟัง
    เนื้อเรื่อง พ่อบ้านและผู้เขียนมีความจำเป็นต้องไปติดต่องาน ณ ที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น ณ เมือง Boston, Massachusetts, USA

    เราได้เตรียมตัววางแผนการเดินทางเป็นที่เรียบร้อย โดยที่พ่อบ้านเป็นผู้ขับรถส่วนผู้เขียนจะเป็นผู้ช่วยดูทางอีกแรงหนึ่งเนื่องจากการจราจรคับคั่งและเบียดเสียดกันมาก

    เมื่อถึงเวลาการเดินทางก็เป็นไปด้วยความราบรื่นดีพอสมควร รถเยอะแต่ก็ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ ที่น่ากังวล ผุ้เขียนคิดว่า ก่อนจะถึงที่หมายตั้งใจจะบอกพ่อบ้านแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้มีเวลาในการหาที่จอดรถได้อย่างไม่กีดขวางการจราจรผู้ใช้รถใช้ถนน

    อย่างไรก็ดี เมื่อถึงที่ที่ควรจะจอดพ่อบ้านกลับขับเลยไปเป็นครึ่งกิโลเมตร ทำให้เกิดความยุ่งยากในการหาที่จอดรถ ต้องวนกลับมาใหม่ซึ่งก็ทำให้เสียเวลายิ่งขึ้น ช่วงเวลานั้น ผู้เขียนเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาทันที เพ่งโทษพ่อบ้านว่าไม่ใส่ใจฟังที่เราพูดทำให้เสียเวลาเลยเถิดเกิดความยุ่งยากตามมา แต่สักพักหลังจากที่บ่นพ่อบ้านในใจแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า “เอ๊ะ นี่เราทุกข์นี่นา” พอผู้เขียนฉุกใจได้แบบนั้นก็เริ่มคิดใหม่ทันที “ไม่เป็นไรหรอก ทำเท่าที่ทำได้ เอาเท่าที่วิบากให้เรา อย่าไปอยากได้เกินกว่านั้นมันทุกข์”

    ผู้เขียนถือว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่ความคิดในแบบทุกข์ๆ โง่ๆ ของตัวเองไม่ได้ออกมาเป็นคำพูด ไม่งั้นคงต้องมีวิวาทะกับพ่อบ้านเป็นแน่แท้ ทำให้วันนั้นได้ทำธุระเสร็จสรรพเรียบร้อยโดยไม่ได้สร้างความขุ่นมัวทางคำพูดจากการขับรถเลยเถิดของพ่อบ้านแต่ประการใด

    อริยสัจสี่
    ทุกข์ หงุดหงิด น้อยใจ เซ็งที่พ่อบ้านไม่ตั้งใจฟัง
    สมุทัย อยากให้พ่อบ้านตั้งใจฟัง
    นิโรธ พ่อบ้านจะตั้งใจฟังหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ
    มรรค พิจารณาความสุขของการได้ดั่งใจที่พ่อบ้านจะค้องตั้งใจฟังเราเท่านั้นถึงจะทำให้เราเป็นสุขได้ พิจารณาว่าถึงเราจะได้สุขนั้นมา มันก็อยู่กับเราได้ไมานาน ไม่ยั่งยืนอะไรหรอก มันเป็นอาการของกิเลสมารที่ครอบงำเรามาหาที่ต้นที่สุดไม่ได้ทำให้เราอยากให้พ่อบ้านฟังเราตลอดเวลา แท้จริงแล้วมันคือทุกข์ ถึงจะได้มาแต่มันก็จะหมดไปอยู่ดี สู้ดีเรามามีความสุขกับการที่พ่อบ้านจะตั้งใจฟังหรือไม่เราก็มีสุขได้ดีกว่า เป็นสุขที่ไม่มีทุกข์เจือ ดีที่สุดในโลก อย่าเอาความสุขของเราไปแขวนไว้กับใคร เราต้องสุขได้ด้วยตัวเราเองดีกว่า

    จุฑามาศ วรรณา วอล์กเกอร์

    ประวัติโดยย่อ
    นักศึกษาสถาบันวิชชาราม อริยะปัญญาตรี หลักสูตร 7 ปี ชั้นปีที่ 1 และเป็นผู้สำเร็จการศึกษา/นักศึกษาหลักสูตร 6 เดือน แพทย์แผนไทยวิถีธรรมคำ้จุนโลก
    รหัสนักศึกษา 64009
    ชื่อทางธรรม กล้าพ้นทุกข์
    ชื่อเล่น สา
    อายุ 51 ปี
    จิตอาสาคบคุ้นสวนป่านาบุญ 6 ประเทศสหรัฐอเมริกา

  2. เสาวรี หวังประเสริฐ ( สืบสานศีล )

    เรื่อง ถูกกิเลสหลอก
    เดือนตุลาคมตั้งใจจะทานอาหารมื้อเดียวทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์เริ่ม1ตุลาคมตั้งแต่เช้าก็ผ่านไปด้วยดีจนถึงช่วงบ่ายก็ปกติหลังทานอาหารก็ทำงานตามปกติรู้สึกเบาตัวพอตอนเย็นกลับเข้าบ้าน กิเลสบอกว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อน ที่สบายๆน่าจะทานอะไรหน่อยไหม
    พอดีเหลือบไปเห็นขนมบนโต๊ะอาหารเกิดความอยากจึงหยิบเข่าปากเคี้ยวไปสักพักนึกได้ว่าวันนี้เราทานอาหารมื้อเดียวจึงหยุดทาน
    ทุกข์ :อยากทานอาหารมื้อเย็น
    สมุทัย :เหตุแห่งทุกข์ทานอาหารเพราะถูกกิเลสหลอกชังที่ทานอาหารทั้งที่กำหนดไว้ว่าจะทานมื้อเดียว
    นิโรธ :สภาพดับทุกข์ไม่ชอบไม่ชังแม้จะถูกหลอกให้ทานอาหารนอกมื้อที่กำหนด
    มรรค:วิธีปฏิบัติตรวจใจตัวเองขณะที่ทำตามกิเลส ทำความรู้สึกตัวว่าอะไรเป็นประโยชน์อะไรเป็นโทษ ยินดี พอใจ สุขใจให้ได้โดยใช้บททบทวนธรรมข้อที่22″ถ้าใครมีปัญหาหรือความเจ็บป่วยในชีวิตให้ทำความดี4อย่างนี้ด้วยความยินดีจริงใจจะช่วยให้ปัญหาลดลงได้เร็ว
    1.สำนึกผิดหรือยอมรับผิด
    2.ขอรับโทษเต็มใจรับโทษหรือขออโหสิกรรม
    3.ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น
    4.ตั้งจิตทำความดีให้มากๆคือลดกิเลสให้มากๆเกื้อกูลผองชนและหมู่สัตว์ให้มากๆ” พอพิจารณาบททบทวน
    ธรรม และตั้งศีลใหม่ จิตใจเบาสบายไร้ทุกข์ไรกังวล จิตใจเบิกบาน

    1. เสาวรี หวังประเสริฐ ( สืบสานศีล )

      25 ตุลาคม2565
      เรื่อง จับกิเลส
      ช่วงเย็นเมื่อวานนี้เดินทางไปพิษณุโลกระหว่างเดินทางกลับบ้านแวะซื้อของเกิดความอยากกินขนมและได้เห็นกิเลสความอยากรู้ทันความอยากตามทันกิเลส
      ทุกข์ :อยากกินขนม
      สมุทัย :กิเลสบอกให้กินขนมเถอะชอบที่จะได้กินขนมชังที่จะไม่ได้กินขนม
      นิโรธ :ไม่ชอบที่จะได้กินขนมไม่ชังชังที่จะไม่ได้กินขนม
      มรรค :วิธีดับทุกข์พิจารณาโทษของการกินขนมที่จะเกิดกับร่างกายถ้าเชื่อกิเลสที่บอกให้ทำจะหนักตัวหลังจากกินขนมที่ทั้งหวานมันเค็มจึงสอนกิเลสกลับไปอย่าโง่อีกเลย การกินอาหารไม่มีประโยชน์ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักจะเอาไหม ทำแล้วเสียพลังงานทำให้ทุกข์หนักเมื่อตั้งสติรู้ทันกิเลสจึงหยุดความคิดที่จะกินขนม ทำใจเบิกบาน
      ใจไร้ทุกข์

  3. เสาวรี หวังประเสริฐ ( สืบสานศีล )

    25 ตุลาคม2565
    พุทธชนะทุกข์
    เรื่อง จับกิเลส
    ช่วงเย็นเมื่อวานนี้เดินทางไปพิษณุโลกระหว่างเดินทางกลับบ้านแวะซื้อของเกิดความอยากกินขนมและได้เห็นกิเลสความอยากรู้ทันความอยากตามทันกิเลส
    อริยสัจสี่
    ทุกข์ :อยากกินขนม
    สมุทัย :กิเลสบอกให้กินขนมเถอะชอบที่จะได้กินขนมชังที่จะไม่ได้กินขนม
    นิโรธ :ไม่ชอบที่จะได้กินขนมไม่ชังชังที่จะไม่ได้กินขนม
    มรรค :วิธีดับทุกข์พิจารณาโทษของการกินขนมที่จะเกิดกับร่างกายถ้าเชื่อกิเลสที่บอกให้ทำจะหนักตัวหลังจากกินขนมที่ทั้งหวานมันเค็มจึงสอนกิเลสกลับไปอย่าโง่อีกเลย การกินอาหารไม่มีประโยชน์ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักจะเอาไหม ทำแล้วเสียพลังงานทำให้ทุกข์หนักเมื่อตั้งสติรู้ทันกิเลสจึงหยุดความคิดที่จะกินขนม ทำใจเบิกบาน
    ใจไร้ทุกข์