พุทธะชนะทุกข์ : ภาคกลาง (ตุลาคม 2565)

นักศึกษาวิชชารามและจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ร่วมบันทึกเรื่องราวจากชีวิตจริงของตนเองที่ได้เรียนรู้และปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือคำสอนของครูบาอาจารย์ …อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โจทย์ พุทธะชนะทุกข์

!สำหรับนักศึกษาสังกัดภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก

นักศึกษาพิมพ์เรื่องราวหรือคัดลอกข้อมูลส่งในส่วนแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

3 thoughts on “พุทธะชนะทุกข์ : ภาคกลาง (ตุลาคม 2565)”

  1. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    อาสาทำงานแต่ไม่ได้ดังใจหมาย

    เหมือนทุกวันมีหน้าที่ทำของสดวันนี้ไม่มีผลไม้ที่ต้องปลอกหั่นเลยแค่ขูดมะละกอจึงเสร็จเร็วแจ้งรุ่นพี่จะให้ขูดหรือหั่นอะไรช่วยงานทำกับข้าวของท่านหรือไม่แต่เช่นเดิมไม่มีเสียงตอบรับหน้ามึนๆแม้ครั้งที่สามจึงเลิกถามวางมือมาอยู่หน้าโน้ตบุ้ค

    ทุกข์ : ขุ่นใจทุกครั้งที่ท่านเงียบไม่ให้คำตอบว่าจะให้ช่วยหรือไม่

    สมุทัย : สุขใจถ้ามีเสียงตอบคำถาม ทุกข์ใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบคำถาม

    นิโรธ : สุขใจได้ไม่ว่าจะได้รับคำตอบหรือไม่ก็ตาม

    มรรค : กลับมาอ่านใจว่าเกิดจากตัณหาความอยากของตนเองที่จะไปเร่งให้รุ่นพี่วางงานที่ท่านเตรียมแผนว่าจะทำขนมหัวผักกาดที่จะต้องขูดหัวไชเท้าจึงคิดว่าเป็ยงานที่ช่วยทำได้แต่ท่านอาจเปลี่ยนใจจึงเลิกเพราะเป็นความอยากกินของตัวเองตั้งแต่เห็นหัวไชเท้าถุงใหญ่ที่ซื้อมาดลยตั้งภพไว้ก่อน ผสมโรงความชังที่ท่านเงียบไม่พูดกับเราในตอนเช้า จึงทำให้เห็นภาพว่าเราเองก็ทำมาสมัยที่มีคนงานมาถามซอกแซกหรือรุ่นน้องที่เข้าพื้นที่ถามเซ้าซี้ว่าให้ช่วยอะไรบ้างจึงวางใจเปลี่ยนความคิดที่ชอบหาสุขที่ไม่มีจริงมาเพิ่มความทุกข์ทับถมกับตัาเองอยู่ร่ำไปไม่เสียพลังอีกต่อไป

    พิจารณาโทษของการอยากได้คำตอบรอยยิ้มจากท่านแล้วจึงเข้าใจกฏไตรลักษณืที่ไม่ได้มีอยู่จริงให้จิตเศร้าหมองผิดศีลหลงขโมยในสิ่งที่ไม่ควรได้เมื่อไม่ได้ก็เพ่งโทษถือสาเกิดเป็นวบากร้ายเหนี่นวนำให้ท่านเป็นในสิ่งตรงข้ามกับที่เราอยากได้ พิจรณาประโยขฯ์มัมกลับมามองตนเองว่าวางดีเลิกอยากได้คำตอบหรือรอยยิ้มจากท่านซะดีเห็นก็คือไม่เพ่งโทษจิตใจผ่องใสมีสติไม่โกรธคิดพูดทำดีกับท่านอย่างสบายไม่หนีห่างท่านอีกต่อไป สุดท้ายเราคิดไปเองท่านทำขนมหัวผักกาดได้กินอยู่ดี

    มาเขียนการบ้านส่งคุรุเกิดความสงบหายขุ่นใจเริ่มต้นที่เราที่จะไม่ส่งคลื่นกิเลสตัณหาความอยากอีกต่อไป

    สุขใจได้แม้ไม่ได้ดังใจหมายก็สุขใจได้ในขณะปัจจุบัน

    เย็นน้อมพุทะ กล้าจน
    651027

  2. ประภาพรรณ โอษฐ์ยิ้มพราย

    พุทธะชนะทุกข์
    เรื่อง อยากได้ sd.card คำคมเพชรฯของอาจารย์มาฟัง
    เมื่อได้ยินทีมงานสื่อเปิด คำคมเพชรฯของอาจารย์ครั้งใด ก็มีความอยากได้มาฟัง เมื่อไหร่หนอทีมงานจะจัดทำมาจำหน่ายซะที จะได้ไว้เปิดฟังเวลาก่อนเข้านอน เพราะเห็นประโยชน์ในคำคมและมีความชอบที่ได้นำมาใช้กับชีวิตประจำวันในยามทุกข์ที่ผ่านมาจนคลายทุกข์ได้จริง จนเป็นเหตุสะสมกิเลสอยากได้โตขึ้นทุกวันๆ
    อริยสัจ 4
    ทุกข์ รู้สึกทุกข์ใจ อึดอัดใจที่ไม่ได้ฟังคำคมฯของอาจารย์
    สมุทัย อยากได้ sd.card คำคมฯอาจารย์
    นิโรธ จะได้สมใจอยาก หรือไม่ได้สมใจอยาก ก็ไม่ทุกข์
    มรรค แม้เห็นประโยชน์ที่ได้รับฟังมีมาก แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาจะได้ก็ไม่ได้ เราต้องสุขสมใจที่ไม่ได้ดั่งใจนั้นให้ได้ แม้ได้สุขสมใจอยากก็เป็นสุขแว๊บเดียว แล้วก็หายไป เป็นสุขลวง สุขหลอก ไม่มีจริงเก็บไม่ได้ เรายังไม่มีกุศล ในสิ่งนั้นยังมีวิบากอยู่ อยากได้มากๆทำชั่วได้ทุกเรื่อง เหนี่ยวนำให้ผู้อื่นเป็นตาม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีที่สุดแล้ว(บททบทวนธรรม ข้อ 147) เมื่อได้ทบทวนซ้ำๆได้เข้าใจ ถึงความอยากได้ จะไม่ได้ ก็เลิกจากความอยากได้นั้นและเปลี่ยนจากความอยากได้โดยหาประโยชน์ได้จากการโหลดจากคลิปคำคมฯอาจารย์ มาฟังด้วยใจที่เบิกบาน ด้วยความสุขใจที่ยินดีแม้ไม่ได้สมใจอยาก

    ประภาพรรณ โอษฐ์ยิ้มพราย
    นศ.วิชชาราม ระดับอริยะปัญญาตรีชั้นปีที่1

  3. ประภาพรรณ โอษฐ์ยิ้มพราย

    พุทธะชนะทุกข์
    เรื่อง วิบากต้องรับ
    วันที่8 ก.ย.65 เวลาตี2 เกิดอาการคันตรงเหนือเข่าข้างขวา ธาตุไฟกำเริบ คันมาก ก็ลูบขาไม่ได้เกาแล้วหลับต่อ ตื่นมาตี3ครึ่ง ตุ่มพองขึ้นเม็ดใหญ่ เป็นกลุ่มหลายเม็ด ไม่เจ็บ วันนี้ต้องเดินทางไปสวน3ปทุม เพื่อเข้าค่ายพักค้าง3วัน ระหว่างทางก็คิดไว้แล้วว่าลงของที่แบ่งปันเสร็จก็จะกลับเพราะไม่สะดวกในหลายเรื่องและต้องมารักษาแผลพุพองที่เกิดขึ้นด้วยยา9เม็ดตรวจดูใจที่เห็นตุ่มพองก็ไม่ได้ทุกข์ใจอะไร เพราะสาเหตุที่เกิดเราเป็นคนทำเอง เพราะกินเต้าหู้ทอด เต้าหู้ซื้อมาแล้วมาทอดเองแม้น้ำมันน้อยก็ทำให้เกิดพิษแก่เราได้ ก็ใช้ผงพอกมาพอกแผลทุกวัน ดีท็อกทุกวัน ใช้น้ำปัสสาวะเช็ดและใช้สำลีโปะแผลไว้ตลอดคืน ดื่มสมุนไพรในตัว และน้ำสมุนไพรสดที่ปั่น ก่อนนอนดื่มน้ำ5พลัง ช่วงอาหารกินตามลำดับ กินผักสด ข้าวโรยเกลือผักต้ม ส่วนมากจะเป็นผักฤทธิ์เย็น มีข้าวโพดต้ม ฤทธิ์ร้อนที่กินมีมันต้มลูกเล็ก1ลูก เพื่อปรับสมดุล ถั่วที่มีฤทธิ์เย็น และลูกเดือย นอกจากนี้แล้ว เม็ดที่6ก็ทำทุกวัน และเม็ดที่เลิศสุดคือเม็ดที่8คือฟังธรรมท่านอาจารย์ และ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือเชื่อเรื่องกรรม วิบากกรรมที่ได้รับคือเราทำมาจึงต้องรับผลกรรมที่ทำมาด้วยใจที่ไร้ทุกข์
    ในการรักษาด้วยยา 9เม็ดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่เร่งผล ไม่กังวล ทำไปด้วยใจไม่ทุกข์ จะใช้เม็ดไหนๆก็แล้วแต่ที่เราสะดวก เจ็บป่วยครั้งนี้ใช้เวลาดูแลรักษา5วันแผลก็แห้งหาย

    อริยสัจ4
    ทุกข์ กังวลใจแผลพุพองที่เกิดขึ้น
    สมุทัย ไม่อยากให้เกิดแผล
    นิโรธ แผลจะเกิดหรือไม่เกิด
    ก็ยินดีรับด้วยใจที่
    เป็นสุข
    มรรค. เพราะกิเลสที่อยากกินๆแล้วตุ่มพองขึ้นทำให้ทุกข์เบียดเบียนตนเองและเหนี่ยวนำผู้อื่นเป็นตามทำให้เสียแรงเสียเวลาต้องมาดูแลตัวเองให้หายปรับสมดุลร่างกายแทนที่จะเอาเวลาไปทำกุศลวิบากร้ายที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทุกข์ทางกาย สิ่งที่ได้รับคือสิ่งที่เราทำมา รับแล้วก็หมดไป ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นและยอมรับผิดตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีนั้นและทางใจ เราต้องยินดีรับผลกรรมนั้น วิบากตัองรับกิเลสต้องล้างพุทธะจึงจะเกิดเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้เรียนรู้ทุกข์ที่อยากกิน เราได้ใช้วิบากด้วยใจที่เป็นสุข ใจไร้ทุกข์ เราไม่ทำทุกข์ทับถมตนเชื่อในวิบากกรรมที่เราทำมาด้วยใจที่ยินดี

    ประภาพรรณ โอษฐ์ยิ้มพราย
    นศ.วิชชาราม ระดับอริยะปัญญาตรีชั้นปีที่1

    อริยสัจ4
    เรื่อง พ่อบ้านอยากทำนา
    ข้าพเจ้าพูดหลายครั้งแล้วว่า อย่าอยากทำนานักเลย มาช่วยกันปลูกผัก ผลไม้กินกันดีกว่า ข้าวไม่ต้องกลัวไม่มีกินหรอก อาจารย์ท่านไม่ปล่อยให้ลูกศิษย์ไม่มีข้าวกินแน่ ซื้อที่อาจารย์กับบ้านราช ก็มีขาย ก็ไม่ฟัง ทำไปทำมาก็มาเอาที่สวนหลังบ้านทำนา
    ทุกข์ ไม่พอใจที่พ่อบ้านทำนา
    สมุทัย อยากให้ปลูกผัก ผลไม้
    นิโรธ พ่อบ้านจะทำนาหรือไม่ทำ เราก็ไม่ทุกข์ใจ
    มรรค. เมื่อเราบอกแล้วพ่อบ้านไม่ฟังและไม่ทำตามความเห็นของเราไม่สมใจเราที่ตั้งใจไว้ก็ดีแล้วที่เราไม่ถูกกิเลสเราหลอก เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะได้สมใจอยากปลูกผักตามความเห็นของเรา อยากให้สมดั่งใจหมายนั้นมันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ สุขแป๊ปเดียวเดี๋ยวมันก็หายไป เมื่อพิจารณาดังนั้นก็เข้าใจ มันเป็นสุขลวง เราถูกกิเลสมันหลอก ก็เลยเปลี่ยนความคิดให้ใจเป็นสุข จะเอาทุกข์เข้าตัวทำไม ทำนาก็ได้ข้าวจะมากหรือน้อยก็สุดแท้แต่ท่านตามกุศลอกุศลของท่าน เราต้องยินดีกับท่าน ล้างความยึดมั่นถือมั่น ด้วยความสุขสบายใจไร้กังวล ไม่วิวาท ยินดีที่ท่านทำนาปลูกข้าว ตามที่ท่านตั้งใจ เมื่อใจมีความยินดีกับท่านก็เบิกบาน แจ่มใส ใจเป็นสุข

    ประภาพรรณ โอษฐ์ยิ้มพราย
    นศ.วิชชารามระดับอริยะปัญญาตรี ชั้นปีที่1