แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (กรกฎาคม – กันยายน 65)

แบ่งปันการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน

นักศึกษาสถาบันวิชชาราม แบ่งปันสภาวธรรมจากการเรียนรู้การใช้หลักอริยสัจ 4 ประจำเดือน กรกฎาคม-กันยายน 2565

?กรอกข้อมูลในช่องความคิดเห็นด้านล่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

10 thoughts on “แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (กรกฎาคม – กันยายน 65)”

  1. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ไม่อยากให้พ่อผ่าตัด
    คุณพ่อเข้าโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วพบว่า มีเส้นเลือดตีบตันอยู่ 3 เส้น มีเส้นหนึ่งอยู่ติดขั้วหัวใจ การผ่าตัดทำบายพาสก็เป็นการเสี่ยงอยู่เหมือนกัน ผ่าตัดเสร็จก็ต้องมาพักฟื้นอีกนาน ถ้าไม่เสียชีวิตในห้องผ่าตัด เมื่อได้รับฟังข่าวใจมีความรู้ไม่อยากให้พ่อต้องผ่าตัดเลย ได้โทรคุยกับพ่อว่ามีเจ็บมีปวดหรือเปล่า พ่อบอกว่าไม่ได้มีความเจ็บปวด แต่เดินไกลไม่ได้ มีอาการเหนื่อยหอบ ก็ถามพ่อว่าพ่อกลัวตายหรือเปล่าพ่อก็ว่าไม่กลัว งั้นเรากลับบ้านไปปรับสมดุลอาหารดีกว่ามั้ย ถ้ามันจะตายก็ยินดีตาย ตายก็ไปเกิดใหม่เอาร่างใหม่กลับมาทำดีต่อ พ่อก็ฟังดูเข้าใจตกลงเราจะกลับบ้าน ปรับพฤติกรรม ทำสมดุลร้อนเย็นอยู่บ้านไม่ต้องมาผ่าตัดให้เจ็บเนื้อเจ็บตัว แต่พอพยาบาลเข้ามาก็มาพูดพ่อกลับอยากผ่าตัด

    ทุกข์ รู้สึกสลดใจที่พ่อจะผ่าตัด

    สมุทัย ไม่อยากให้พ่อผ่าตัด เพราะมีความเสี่ยงสูง ค่าใช้จ่ายสูงและต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย กว่าจะฟื้นถ้าไม่เสียชีวิตขณะผ่าตัด ยึดว่าถ้าพ่อไม่ผ่าตัดจะสุขใจชอบใจ

    นิโรธ พ่อจะผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัดก็ไม่ชอบไม่ชัง ยินดีชดใช้ตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิตจะให้ผล

    มรรค ได้พิจารณาเรื่องกรรมวิบาก วิบากกรรมมีจริงเราหรือใครจะได้รับอะไร ก็มาจากวิบากรรมสังเคราะห์จากอดีตและปัจจุบัน ได้พิจารณาความอยากในปัจจุบันของเราที่ไม่อยากให้พ่อผ่าตัด เป็นวิบากใหม่จึงได้ล้างความอยากของเราพ่อจะผ่าตัดหรือไม่ก็ให้เป็นสิทธิของพ่อและวิบากดีร้ายของเราและพ่อ ยินดีรับยินดีให้หมดไป ไม่มีอะไรคาใจไม่เอาอะไร เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นยุติธรรมเสมอ พอเราวางใจน้องสาวก็โทรมาเล่าขั้นตอนเตรียมการผ่าตัด ซึ่งก็มีหลายอย่างที่ต้องเตรียมทั้งห้องผ่าต้ด เลือดที่จะใช้ซึ่งต้องใช้เลือดเป็นจำนวนมาก ตอนนี้มีไม่พอก็เลยคงให้พ่อกลับบ้านก่อนแล้วนัดกันอีกที เหตุการณ์ครั้งนี้เราได้เห็นชัดเจนในวิบากกรรม เราไม่สามารถไปกำหนดอะไรให้เป็นดังใจเราหมายได้เลย ทุกชีวิตมีวิบากร้ายไล่ล่าอยู่ตลอดเวลา เขาจะให้ผลอย่างไร เราก็พร้อมที่จะยอมรับทั้งกุศลและอกุศล เรามีหน้าที่ทำทุกอย่างให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้แล้ววางผล ที่สำคัญใจไร้ทุกข์ สาธุค่ะ

  2. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันที่ 09|07|2565

    เรื่อง เรียนทางโลก เรียนทางธรรม

    เหตุการณ์ อยู่ๆก็ได้เข้ามาเรียนปริญญาโทโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นคนที่ไม่ชอบเรียน ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบงานเอกสาร มีอยู่วันนึงมีพี่น้องพูดถึงเรื่องเรียนปริญญาโท เราก็พูดขึ้นมาว่า เราเป็นคนไม่ชอบเรียน ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบงานเอกสาร พี่น้องบอกว่าอันนี้ก็ต้องล้างนะ อันนี้มันก็เป็นกิเลสตัวนึงนะ ท่านบอกว่าเราไม่ได้เรียนไว้ไปทำมาหากินทางโลกภายนอก แต่เราเรียนไว้เพื่อ ไว้ช่วยเหลืองานท่านอาจารย์ และไว้ช่วยเหลือคน และสังคมภายหน้า กิเลสเขาชอบตรงนี้ และท่านบอกว่า ไม่เรียนชาตินี้ก็ต้องเรียนชาติหน้า กิเลสเขากลัวตรงนี้เพราะเราไม่รู้ว่าชาติหน้าเราจะไปเกิดนะตรงไหน เรารู้ว่าถ้าเราเรียนคนเดียวคงจะหนัก แต่ถ้าเราเรียนกับหมู่กลุ่มนี้ เราจะช่วยกันได้ และไม่ต้องเรียนหนักมาก พอตัดสินใจเรียนแล้วก็ได้เห็นกิเลสหลายตัวมากเช่นตัวกลัว ตัวกังวล ก็ล้างได้บ้างไม่ได้บ้าง พี่น้องช่วยล้างบ้าง พอมาได้เรียนแล้วก็ได้มาเห็นกิเลสอีกหลายตัวมากเช่น ตัวยึดจะเอาดี เอาให้ได้มาก ตัวอิจฉา ตัวงอน ตัวเศร้า ตัวเสียใจ พออาจารย์ให้การบ้านมาเราทำได้ก็ดีใจ วันไหนอาจารย์ชมก็ฟู วันไหนอาจารย์ไม่ชมเราแต่ชมคนอื่นก็เสียใจ ก็ได้ล้างเป็นระยะๆ พอมาเมื่อคืนวันที่ 08|07|2565 ก็ทุกข์ที่อาจารย์ไม่ชมเรา เราเห็นว่ากิเลสเขาคอตกเลยนะ เศร้า เสียใจ แต่เราก็ล้างว่าในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว ได้แค่นี้พอใจแค่นี้ เราต้องยินดีซิ ได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ ได้หมดกรรม เราไม่ได้เรียนมาเพื่อเอาคำชม หนรือมาเอาคะแนนสูงๆ เขาก็ยอม โล่ง หลับอย่างสบาย พอเช้าเราก็มาคุยกับพี่น้อง พี่น้องช่วยล้างท่านพูดดีมากค่ะ เรามีกุศลและอกุศลแค่นี้ ที่กิเลสเขาทุกข์แสดงว่าเขาอยากได้คำชมจากอาจารย์ พี่น้องบอกว่าชมก็ได้ไม่ชมก็ได้ ท่านพูดอีกหลายอย่างตอนนี้จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่รู้ว่า ตอนนี้เราเบาไปเยอะมากเลยเราวางไปตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้ว แต่พอมาคุยกับพี่น้องแล้วเราเบาและยอมหมดเลย ปรากฏว่า ได้เกิดปฏิหาริย์ขึ้นหลังจากที่เราวางได้แล้ว ก็ได้มาเปิด iPad จะมาดูว่า อาจารย์ส่งงานมาให้ใหม่หรือยัง ปนรากฏว่า อาจารย์ได้เขียนคำชมมาว่า presentation นี้เป็นประโยชน์มากเลย เราก็ได้ไปบอกพี่น้องที่ได้ให้สัมมาทิฏฐิกับเราแล้วเราก็บอกว่า ไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรเหมือนจะร้องไห้เพราะ เรามีความรู้สึกว่าเหมือนจะดีใจ เหมือนจะร้องไห้ เพื่อนบอกว่าเป็นปิติ ที่เราทำดีที่สุดแล้วแต่เราไม่ได้คำชมนั้นเป็นเพราะตัวอยากได้ของเรา มันเป็นพลังงานมาปิดกลั้นเอาไว้ พอเราวางได้แล้ว พลังงานอกุศลมันหายไป เราได้เห็นคำสั่งสอนของอาจารย์หมอเขียว ที่ท่านสอนแล้วเรายังสงสัยอยู่เข้ามามาก เช่นความชอบความชัง ความไม่ได้ดั่งใจ ความยึดดี มันก็เป็นกิเลสทั้งนั้น ให้เราค่อยๆล้างไปทีละตัว จะเป็นอุเบกขา ก็จะทำให้เราล้างกิเลสได้ไปเป็นลำดับๆค่ะ

    ทุกข์ เสียใจที่ไม่ได้คำชมจากอาจารย์

    สมุทัย อยากได้คำชม

    นิโรธ จะได้คำชมหรือไมได้ก็ไม่ทุกข์

    มรรค ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามกุศลและอกุศล ที่เราได้ทำมา

    สรุป เมื่อเราได้เห็นกิเลสนี้กลับเป็นประโยชน์มาก และเราได้มาอยู่ในหมู่มิตรด้วย ทำให้เราได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ และได้ชดใช้วิบาก เราได้โชคสามชั้นเลยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียว และพี่น้องหมู่มิตรดีทุกท่านค่ะ สาธุค่ะ

  3. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    อริยสัจสี่ วันอาทิตย์ที่ 10|07|2565

    เรื่อง ต้องป่วยก่อนถึงจะตั้งศีล

    เหตุการณ์ ตอนนี้กิเลสกินผลไม้หวาน และของหวานโตมากเลย จะตั้งศีลลดละเลิก ก็เสียดายเอาไว้ก่อนๆ พอกินของหวานเข้าไปแล้ว จะรู้สึกปากขมตลอดพุทธะจะบอกตลอด ให้หยุดกินได้แล้ว ต้องรอให้ป่วยก่อนหรือจึงจะหยุด ช่วงเช้ามืด ร่างกายจะอ่อนเพลียมากไม่อยากตื่นเลย และขมปากตลอด แต่ก็ฝืนตื่นขึ้นมาออกกำลังกายตอนเช้าตลอด จนได้กลิ่นเหม็นออกมาจากลำคอ ก็เลยรู้สึกว่า มาตาลีเขามาเตือนแล้วนะ วันนี้ก็เลยตั้งศีลหยุดกินของหวาน และผลไม้หวาน พอเราตั้งศีลหยุดกิน เขาก็ไม่ดิ้น ไม่ได้ทรมารอะไรมากเลย รู้สึกเพลียน้อยลงด้วย

    ทุกข์ ชังที่ร่างกายป่วย

    สมุทัย ชอบที่จะร่างกายแข็งแรง

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังร่างกายจะป่วยหรือแข็งแรง

    มรรค ก็ดีเมื่อร่างกายป่วยเราก็จะได้ลด ละ เลิก กิเลสซะที ถ้ายังแข็งแรงอยู่ กิเลสเขาก็ยังไม่ยอมหยุดกินหรอก ดั่งดั่งที่เพลงท่านอาจารย์ร้องไว้ว่า ไม่เห็นโรงศพ ไม่หลั่งน้ำตา และที่ท่านอาจารย์หมอเขียว ได้ให้สัมมาทิฏฐิไว้ว่า ใจถึงๆหน่อยแล้วจะไม่ทุกข์หรอก ใจถึงธรรมจะหายทุกข์ วันนี้ก็รู้สึกเบาสบายดี

    สรุป ดั่งที่ท่านอาจารย์หมอเขียว ได้ให้ปัญญาไว้จริงๆ ว่า ใจถึงๆหน่อยจะไม่ทุกข์หรอก ใจถึงธรรม จะหายทุกข์ สาธุค่ะ ต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียวมากๆค่ะ

  4. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ฝึกวางดี
    มีกิจกรรมเย็บกระเป๋าผ้าเพื่อแบ่งปันที่ชุมชนเวลา 9.15-12.00น แต่เรามีรายการอาหารเวลา10.45-11.45น ใจก็ลังเลว่าเรามีเวลาอยู่ 1 ชั่วโมงนะที่เราน่าจะไปร่วมกิจกรรมเย็บกระเป๋าได้ มันก็เป็นกิจกรรมที่เป็นกุศลทั้งนั้น เห็นใจลังเล ใช้เวลาอยู่นานพิจารณาว่าเหตุการณ์นี้มาเพื่อให้เราได้เรียนรู้อะไร เขามาเพื่อให้เราเรียนรู้การตัดการวาง บางอย่างแม้ดีแต่ถ้ามันฝืดฝืนเกินแสดงว่าเราต้องวางดีนั้น มันไม่ใช่กุศลของเราและคนที่เกี่ยวข้อง

    ทุกข์ กังวล ลังเลใจ

    สมุทัย อยากบำเพ็ญการงานหลายอย่างด้วยใจเป็นสุข

    นิโรธ จะได้ทำกิจกรรมการงานอะไรก็ยินดีทำ และยินดีวางได้ด้วยใจไร้ทุกข์ เมื่อองค์ประกอบไม่เหมาะสม

    มรรค ได้พิจารณาเห็นใจที่ยึดอยากให้ดีเกิดอย่างใจหมาย พอเห็นอย่างนี้จึงได้คลายความยึดมั่นถือมั่นในใจเรา เมื่อมีดีให้บำเพ็ญเราก็ควรทำถ้าเราทำได้ แต่ถ้ามันฝืดฝืนเกินเราก็ควรต้องวางดีนั้นเสีย เราได้พิจารณากรรมและเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งว่าไม่ใช่กุศลของเราและคนที่เกี่ยวข้อง ณ เวลานั้น ใจก็ยินดีวางดีได้ด้วยใจไร้ทุกข์
    ดังบททบทวนธรรม ข้อ 135 โลกนี้มีสิ่งดีให้เราได้อาศัย มีอุปสรรคให้เราได้ใช้วิบาก มีอุปสรรคให้เราได้ล้างทุกข์ใจ

  5. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    การบ้านอริยสัจสี่ วันอาทิตย์ที่24|07|2565

    เรื่อง ตั้งศีลพูดแต่ที่จำเป็น

    เหตุการณ์ เป็นคนกิเลสชอบพูดเยอะเกินความจำเป็น และหลังจากพูดแล้วชอบกลับมาตีตัวเอง ทำให้ทุกข์ตลอด ก็เลยตั้งศีลพูดแต่ที่จำเป็น ตั้งมา 4 วันแล้ว แต่ก็ยังทำไม่ค่อยได้เลย กิเลสเขาดันขึ้นมาเวลาที่จะพูด เรารู้ทันบ้างไม่ทันบ้าง บางวันพูดมากว่าเดิมอีก จนเพื่อนสะกิดว่ แกตั้งศีลพูดน้อยไม่ใช่หรือ ทำไมพูดมากจัง เราก็จึงได้สติ

    ทุกข์ พูดมาก

    สมุทัย อยากพูดเท่าที่จำเป็น

    นิโรธ จะพูดมากหรือพูดเท่าที่จำเป็นก็ไม่ทุกข์

    มรรค เราก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว เราทำได้แค่นี้ เราก็พอใจแค่นี้ ท่านอาจารย์ได้เคยให้สัมมาทิฏฐิว่า อย่าใจร้อน อย่าตีตัวเอง ค่อยๆตั้งศีล ลด ละ เลิก กิเลสไปเรื่อยๆ รู้แล้วแก้ไข เราก็ตั้งจิตสำนึกผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม ที่เราผิดศีล และเราก็จะตั้งศีล ลดละเลิก กิเลสตัวนี้ต่อไป

    สรุป เราต้องพอใจกับสิ่งที่เราทำได้ ถ้าเราได้พยายามดีแล้ว ต้องทำความยินดีให้ได้ทุกสถานการณ์ อย่างที่ท่านอาจารย์ได้สอนไว้

  6. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันจันทร์ที่ 25|07|2565

    เรื่อง กิเลสซ้อนไม่เห็น เลยยังทุกข์อยู่

    เหตุการณ์ เมื่อวานเพิ่งส่งการบ้านอริยสัจสี่ ไปว่า ตั้งศีลพูดแต่สิ่งที่จำเป็น แต่ก็ยังพูดเกินความจำเป็นอยู่ บางครั้งพูดมากกว่าเดิม เราเห็นก้อนที่เขาดันขึ้นมาอยากพูด ถ้าเรามีสติเราก็จะรู้ทัน เห็นและหยุดได้ แต่ถ้าเราไม่มีสติ เราจะไม่เห็น หรือบางครั้งเห็นแต่ไม่มีสติที่จะหยุดเขา ตอนพูดนี่กิเลสเขาก็ดันขึ้นมาและบอกว่า สิ่ง ทีจะพูดนี้ดีแล้ว ตอนพูดไปนะก็เห็นว่าดีและสมควรแล้ว แต่พอหลังจากนั้น บางทีผ่านมาครึ่งวันแล้ว หรือเช้าอีกวันนึง กิเลสเขาก็บอกมาว่า คำนั้น คำนี้พูดออกไปทำไม ไม่ดีนะ ไม่สมควรเลย ก็มาคิดแล้วก็ทุกข์แต่เราก็ล้างเขาแล้วว่า แกไม่ต้องมาทำให้ฉันทุกข์เลย ตอนจะพูดแกก็ว่าดีแล้ว ตอนนี้แกอย่ามาหลอกให้ฉันทุกข์เลย เพราะมีแกนี่แหละเลยทำให้ฉันทุกข์ แต่มันก็ยังไม่หายทุกข์ มันก็ยังขึ้นมาเรื่อยๆ พอมาวันนี้คุยกับพี่น้องหมู่กลุ่ม เล่าให้ท่านฟัง ท่านพูดออกมาตรงประเด็นมากเลย ทำให้เราโล่งเลยหายทุกข์เลย ท่านพูดว่าเป็นเพราะมีกิเลสซ้อนเราไม่เห็นเลยตามไม่ทัน มันมีกิเลสซ้อนว่าจะไปแก้กิเลสที่มันผ่านไปแล้ว คือเราพูดไปแล้ว เราทำไปแล้ว ไม่ดีเลยไม่น่าพูดเลย ไปทุกข์กับเรื่องที่ผ่านมาแล้วจะไปแก้ตรงนั้น แต่ไม่ได้ดูกิเลสที่กำลังเกิดขึ้นมาใหม่คือ มาตีตัวเองทำให้เราทุกข์ ท่านบอกว่า ล้างให้ถูกตัว และตรงประเด็นจะได้หายทุกข์ ท่านบอกว่าเราก็ทำดีที่สุดแล้ว คือ ได้ตั้งศีลที่จะลด ละ เลิกแล้ว แต่เราทำได้แค่นี้ เราก็ต้องยินดีในสิ่งที่เราทำได้ ไม่ใช่มาตีตัวเอง

    ทุกข์ ชังเมื่อมีกิเลสซ้อนแล้วไม่รู้

    สมุทัย ชอบที่จะรู้เมื่อมีกิเลสซ้อน

    นิโรธ จะรู้หรือไม่รู้เมื่อมีกิเลสซ้อน ก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้วแต่เราก็ยังตามกิเลสไม่ทัน เราก็จะไม่ทุกข์ เพราะเราก็ยังมีอาจารย์ มีพี่น้องหมู่กลุ่มอยู่ เมื่อทุกข์เราก็เข้าปรึกษาหมู่กลุ่ม ถ้าหมู่กลุ่มช่วยไม่ได้เราก็จะขอสัมมาทิฏฐิกับท่านอาจารย์ และเราก็จะตั้งศีลลด ละ เลิก กิเลสตัวนี้ต่อไป

    สรุป นี่แหละคือประโยชน์ของการมี อาจารย์ และหมู่มิตรดี ทำให้เราพ้นทุกข์ได้

  7. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง อยากทำขนมกิน
    คิดอยากทำขนมกิน ซึ่งก็ไม่ได้ทำมานานแล้ว เพราะต้องใช้เวลามากในการปรุง เราก็กินอาหารมื้อเดียวด้วย แม้ได้ทำตอนนี้ก็ไม่ได้กินเพราะมันเลยเวลากินแล้ว และมันก็ไม่จำเป็น จึงไม่ทำตามที่คิด แต่ในใจยังมีความคิดว่าถ้าได้ทำจะสุุขใจชอบใจ

    ทุุกข์ ฟุ้งซ่านคิดอยากทำขนมกิน ไม่โปร่งไม่โล่ง

    สมุทัย อยากทำขนมกิน ถ้าได้ทำจะสุขใจชอบใจ ไม่ได้ทำจะทุกข์ใจไม่ใชอบใจ

    นิโรธ ได้ทำขนมกินหรือไม่ได้ทำขนมกินก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค ได้พิจารณาเห็นว่าความอยากทำขนมเป็นทุกข์ ทุกข์ที่ต้องคิดแสวงหาวัตถุดิบมาทำ เสียทุนรอนแรงงานและเวลา และสุขสมใจอยากเป็นสุขลวงสุขหลอก สุขไม่มีจริง แม้ได้ทำขนมขึ้นมากินก็ไม่ใช่สุุขที่แท้จริง เก็บไม่ได้ ไม่มีตัวตน เราก็เคยทำขนมกินมาตั้งมากมายแต่สุขเหล่านั้นก็ไม่อยู่กับเรา เราจะไม่หลงทำตามกิเลสความอยากของเรา มันไม่ตายหรอกถ้าไม่ได้ทำตามกิเลส แต่ถ้าทำตามใจ ทำตามกิเลสก็มีแต่จะทำให้กิเลสโต มันเอาเราตายแน่ เพราะถ้าทำตามกิเลสก็มีแต่ทุกข์และทุกข์ เป็นคุกที่กักขังใจเรา ทำให้ไม่โปร่งไม่โล่ง ขาดอิสระ

    ได้พิจารณาเห็นว่าขนมก็คืออาหารอย่างหนึ่ง ที่ทำจากแป้งและน้ำตาลผ่านกรรมวิธี ทำให้สูญเสียคุณค่าทางอาหารและพลังชีวิต ซึ่งเราต้องเสียเวลาทุนรอนและแรงงานมาปรุงแต่งเพื่อเสพ เมื่อได้เสพก็สุขแป็บเดียวไม่อยู่นาน ไม่ได้จำเป็นต่อร่างกายเลย แถมไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นการเบียดเบียนต่อตนเอง ที่ต้องเสียเวลาหามาเพื่อสนองต่อความต้องการของตัวเอง แทนที่จะเอาเวลามาทำสิ่งดี ๆ และการงานที่เป็นประโยชน์ แถมเป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดีอีก เอามามาก เอามาเกิน โลกก็ขาดแคลน เป็นวิบากร้ายดึงเรื่องร้ายมาสู่ตนเองและผู้อื่น

    เมื่อได้พิจารณาอย่างนี้ใจก็คลายจากความคิดฟุ้งซ่านอยากทำขนมกิน ใจกลับยินดีที่ได้เห็นกิเลสและได้ล้างกิเลส ฝืนไว้ได้กำไร สาธุ

  8. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ไม่ชอบใจที่พ่อบ้านจะไปเล่นแบตมินตัน
    วันนี้พอทำรายการอาหารเสร็จก็ได้รับรางวัลเลย พ่อบ้านมาบอกว่าเขาจะไปเล่นตีแบตกับเพื่อน เราเห็นอาการไม่พอใจของเราเป็นอย่างมาก ขอบคุณพ่อบ้านนะที่มาชี้ขุมทรัพย์ ทำให้เห็นว่าเรายังมีความยึดมั่นถือในใจเรา ยึดว่าถ้าเขาไม่เล่นจะสุขใจชอบใจ เราเห็นว่าการละเล่นเป็นอบายมุข แต่เขาก็อยู่ในโลกของเขาในฐานของเขา เราจะไปห้ามเขาได้อย่างไร เราต้องจัดการกับใจของเราดีกว่า ใจที่มีชอบชังอยู่ เป็นใจที่ไม่อุเบกขา ยังมีเงื่อนไขให้ใจเป็นทุกข์อยู่

    ทุกข์ ขุ่นใจ ไม่พอใจที่พ่อบ้านไปเล่นตีแบตมินตัน

    สมุทัย ไม่อยากให้พ่อบ้านไปเล่นแบตมินตัน ยึดว่าการละเล่นเป็นอบายมุข ไม่ชอบใจที่เขาไปเล่น

    นิโรธ ใครเขาจะเล่นแบตมินตันหรือไม่ก็ไม่ชอบชัง ให้ทุกคนเป็นอย่างที่เขาอยากจะเป็น เพราะทุกชีวิตต้องได้เรียนรู้วิบากดีร้ายด้วยตัวของเขาเอง

    มรรค เราเห็นกิเลสความชังของเรา เป็นสิ่งที่ไม่น่าได้น่าเป็นน่ามี ความยึดมั่นถือมั่นในใจเรา เป็นสิ่งที่เราควรที่จะจัดการเอาออกไปมากกว่า เราอยากให้พ่อบ้านเห็นอย่างที่เราเห็น เราเป็นขโมย จะไปเอาดีจากคนอื่น เป็นความคิดที่ไม่ดี ผิดศีล เราขอสำนึกผิด สารภาพผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม ตั้งจิตเลิกเอาดีจากผู้อื่น พ่อบ้านเขาก็มีวิบากของเขา เขามีกิเลสของเขา เราจะไปให้คนอื่นเป็นอย่างใจเราหมายไม่ได้ เราต้องปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น วันใดวันหนึ่งในภายภาคหน้า เมื่อเขาเห็นทุกข์จนเกินทนเขาก็จะเลิกเอง แล้วเขาจะปฏิบัติธรรมสู่ความพ้นทุุกข์

    ตอนนี้เราขอทำนาเราดีกว่า กิเลสที่จะทำให้ใจเราขุ่นมัวเป็นกิเลสของเรา เกิดที่เราเพราะเรามีความเห็นผิด คิดผิด เราอยากได้ดังใจเราหมาย อยากได้มาก ๆ ก็ทำชั่วได้ทุกเรื่อง เราก็ต้องดับที่ใจของเรา เราต้องกล้ายินดีที่จะไม่เอาสุขสมใจอยาก ใครเขาจะทำอะไรไม่ใช่สุขทุกข์ในใจเรา ได้ใช้บททบทวนธรรม ข้อที่ 2 เราต้องรู้ว่าแต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน เราจึงควรประมาณการกระทำให้เหมาะสมกับฐานจิตของเราและฐานจิตของผู้อื่น คิดดี พูดดี ทำดีไว้ก่อน ดีที่สุด

    สรุป พ่อบ้านก็ไปเล่นแบตมินตันกับเพื่อนเขา เราก็ไม่ได้ทุกข์ใจ แต่ได้บอกกับเขาว่าการละเล่นเป็นอบายมุข สิ้นเปลืองทุนรอนแรงงาน เป็นการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลือง เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดี เอามามาก ๆ ก็โลกขาดแคลน ทำให้เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่น

  9. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    เรื่อง ได้ประโยชน์จากผัสสะ

    เหตุการณ์ ตอนเช้าวันพฤหัสบดีที่ 05|08|2565 ได้มีผัสสะกับเพื่อน และได้เห็นพลังโกรธเป็นมวลสีดำอยู่ในอก มีกิเลสหลายตัวเกิดซ้อนขึ้นมาเยอะมาก เห็นแต่ล้างทันบ้างไม่ทันบ้าง มันเกิดขึ้นและตั้งอยู่นานพอสมควร แล้วมันก็ดับไป แต่มันก็จะขึ้นมาอีกเป็นระยะๆ และทำให้เราได้เกิดปัญญา และคำสอนของท่านอาจารย์ก็ได้ผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ และได้นำคำสอน ของพระพุทธเจ้าและท่านอาจารย์มาใช้ล้างกิเลสและดับทุกข์ ให้ใช้ปัญญาพิจารณาไตรลักษณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปเป็นธรรมดา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา รับแล้วหมดไป และเราได้เกิดปัญญาว่า ให้ยุ่งกับคนอื่นให้น้อยลง ให้พูดเท่าที่จำเป็น พูดมากผิดมาก พูดน้อยผิดน้อย เราตั้งศีลว่าจะพูดให้น้อยที่สุด แต่เราก็ทำไม่ได้เลย แต่พอมาเกิดผัสสะครั้งนี้ ทำให้เราได้คิด และเห็นประโยชน์ของการตั้งศีล ถ้าเราไม่ตั้งศีลอันนี้เราจะไม่เห็นกิเลสตัวโทษของการพูดมากเลย

    ทุกข์ ชังที่ชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น

    สมุทัย ชอบที่จะไม่ยุ่งกับเรื่องของคนอื่น

    นิโรธ จะยุ่งกับคนอื่นหรือไม่ยุ่งกับคนอื่นก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค ตอนนี้เราตั้งศีลแล้วว่า จะพูดเท่าที่จำเป็นแล้วแต่เราก็ยังทำไม่ค่อยได้ และเราก็จะตั้งศีลใหม่ว่า จะยุ่งกับคนอื่นให้น้อยลง แต่เราก็ได้รับประโยชน์จาการมีผัสสะครั้งนี้ เรานำคำสอนของท่านอาจารย์หมอเขียวมาใช้คือเอาประโยชน์ให้ได้ทุกสถานการณ์ คือได้ใช้วิบาก ได้เห็นทุกข์ ได้รู้ทุกข์และได้ดับทุกข์ รับแล้วหมดไป และได้เกิดปัญญารู้ว่า การพูดมาก และการยุ่งกับคนอื่นมากจะทำให้เกิดทุกข์

    สรุป เอาประโยชน์ให้ได้ทุกสถานการณ์ แม้พบทุกข์ก็หาสุขได้

  10. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    การบ้านอริยสัจสี่ วันเสาร์ ที่10|08|2565

    เรื่อง รับแล้วหมดไป

    เหตุการณ์ วันศุกร์ที่ 05082565 ได้กินผัดหมี่เตี๊ยวเข้าไป 2 ชามในตอนเช้า และเมื่อประมาณ 11 am นั่งแล้วรู้สึกเจ็บปวดก้น หลังจากนั้นอีกไม่นาน รู้สึกบ้านหมุน เวียนหัวมาก เลยลงนอน พอนอนและหลับตา รู้สึกบ้านหมุน หัวหมุนอย่างแรง เหมือนจิตจะออกจากร่าง เมื่อ ลืมตา และขยับตัวเมื่อไหร่ทรมานมากเลย เวียนหัว คลื่นไส้มากๆ เลยต้องนอนหลับตา ไม่อยาก กระดุกกระดิกตัวเลย เกิดกิเลสหลายตัวเข้ามาแต่ก็ฆ่าได้บ้าง กลัวตาย อยากหาย คิดว่าจะหายเมื่อไหร่ พรุ่งนี้จะหายไหม กลัวไปทำงานไม่ได้ เพื่อนๆได้มากัวซาให้ หลังจากนั้นหนาวมากเพราะใช้ยาหม่องเย็น แต่ก็ไม่ได้บอกใคร เพราะไม่อยากแม้แต่จะพูด จะขยับเขยื้อน และจิตก็ได้ไปคิดถึง ตอนที่ไปทำมุ้งป้องกันนก และเวลามีนกเข้าก็เข้าไปจับนก แล้วเอาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงและรูดซิบไว้ และจับนกตัวต่อไปหรือบางครั้งก็ซ่อมรอยรั่วก่อน แล้วจึงเอานกมาใส่กรง ตอนที่เราทำเราก็รู้สึกว่านกเขาจะอึดอัดไหม อีกจิตนึงก็บอกว่า ไม่อึดอัดหรอก กางเกงมันนิ่ม แต่จิตก็บอกว่าวิบากนี้แหละ ก็ได้นอน ใช้ญาณเจ็ดพระโสดาบัน สำนึกผิด ยอมรับผิด ขอโทษ เต็มใจรับโทษ ขออโหสิกรรม ตั้งจิตหยุดสิ่งไม่ดี จะทำแต่สิ่งที่ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น แต่ตอนนอนก็ได้ประโยชน์มากคือได้มีสติฟังพี่น้อง ป เอก พูดเรื่องเขียนวิทยานิพนธ์ และก็ได้พิจารณาใช้บททบทวนธรรม อริยสัจสี่ และคำสอนของพระพุทธเจ้า และท่านอาจารย์หมอเขียวมาฆ่ากิเลส ว่า อย่าโกรธ อย่ากลัวเป็น อย่ากลัวตาย อย่ากลัวโรค อย่าเร่งผล อย่ากังวล อยู่ก็ได้ ตายก็ได้ หายก็ได้ไม่หายก็ได้ หายตอนนี้ก็ได้ หายตอนไหนก็ได้ชั่งหัวมัน จิตนิ่งมากเลย อยู่กับปัจจุบันได้มากที่สุด พอตอนเย็นเพื่อนมาพาไปนอนห้องพยาบาล แต่ยังเวียนหัวอยู่ เพื่อนบอกจะช่วยกันหิ้วไปห้องพยาบาล ก็เลยฝืนลุกขึ้นแต่ยังลืมตาไม่ได้ พอขยับตัวลุกขึ้น เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนออกมา อย่างแรง

    ทุกข์ ชังที่เวียนหัว

    สมุทัย ชอบที่จะไม่เวียนหัว

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังจะเวียนหัวหรือไม่เวียนหัว

    มรรค เราก็ได้ประโยชน์ จากการเวียนหัวครั้งนี้ คือได้ฟังการบรรยายเรื่องการเขียนวิทยานิพนธ์ของพี่น้อง ป เอก และได้มีสติอยู่กับปัจจุบันมาก ได้ใช้สติพิจารณาเวทนา และได้ใช้อริยสัจสี่ฆ่ากิเลสได้ ได้ชดใช้วิบาก รับแล้วหมดไป และก็ได้ใช้ญาณเจ็ดพระโสดาบัน สำนึกผิด ยอมรับผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม ตั้งจิตหยุดสิ่งไม่ดี ทำแต่สิ่งที่ดี ช่วยหรือเกื้อกูลผู้อื่นค่ะ

    สรุป เราได้นำเอาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และของท่านอาจารย์หมอเขียว มาใช้ได้คือ แม้ตกทุกข์ก็ยังหาสุขได้ เอาประโยชน์ให้ได้ทุกสถานการณ์ ยินดีให้ได้ทุกเรื่องค่ะ กราบขอบพระคุณ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านอาจารย์หมอเขียว และขอบพระคุณพี่น้องหมู่กลุ่มที่มาช่วยทบทวนธรรมและสนนาธรรม กันบ่อยๆ