แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (มิถุนายน 65) [8]

แบ่งปันการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน

นักศึกษาสถาบันวิชชาราม แบ่งปันสภาวธรรมจากการเรียนรู้การใช้หลักอริยสัจ 4 ประจำเดือน มิถุนายน 2565

?กรอกข้อมูลในช่องความคิดเห็นด้านล่าง

8 thoughts on “แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (มิถุนายน 65) [8]”

  1. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันจันทร์ที่ 06|06|2565

    เรื่อง ล้างไม่ทัน

    เหตุการณ์ ตอนนี้เห็นกิเลสเยอะมาก แต่ล้างไม่ทัน บางทีเหตุการณ์เดียว มีกิเลสหลายตัวมาก บางทีก็ไม่รู้ว่าเป็นกิเลส บางทีรู้แต่ล้างไม่ทัน แต่เมื่อได้มาคุยกับหมู่กลุ่มแล้ว ท่านได้ชี้แนะให้เห็น เราก็เข้าใจและได้เห็นและรู้ว่านั่นคือกิเลส

    ทุกข์ ชังล้างกิเลสไม่ทัน

    สมุทัย ชอบที่จะล้างกิเลสให้ทัน

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังที่ล้างกิเลสทันหรือไม่ทัน

    มรรค เราก็พยายามพากเพียรเต็มที่แล้ว เราก็ต้องยินดีและยอมรับเท่าที่เราทำได้ และเราก็ตั้งจิตที่จะพากเพียรต่อไป และจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและคำสอนของท่านอาจารย์ ไปทุกภพทุกชาติตราบจนปรินิพพาน

    สรุป เราต้องยินดีให้ได้ทุกสถานการณ์ และเอาประโยชน์ให้ได้ทุกเรื่อง ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และคำสอนของท่านอาจารย์ และเราได้เห็นประโยชน์ของการมีครูบาอาจารย์ดี มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี

  2. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ฟุ้งซ่านรำคาญใจ
    วันนี้คิดอยากทำบะจ่างเจ พอคิดก็หาดูวิธีทำ ดูวิธีนั้นวิธีนี้ แต่ยังไม่ได้ลงมือปรุงเพราะมันเลยเวลากินมาแล้ว และถ้าทำแล้วใครจะกินกับเรา เราเองถ้ากินก็คงไม่เกินห่อหรอก แล้วถ้าทำแล้วไม่มีใครกิน ก็จะตกเป็นเราที่ต้องกิน อย่าทำดีกว่า

    ทุกข์ ใจไม่แช่มชื่น ยังฟุ้งซ่านรำคาญใจ ยังอยากทำบะจ่างเจอยู่
    สมุทัย อยากทำบะจ่างเจ ถ้าได้ทำจะสุขใจชอบใจ
    นิโรธ จะได้ทำบะจ่างหรือไม่ได้ทำก็ไม่ทุกข์ใจ ใจมีความเบิกบานยินดี
    มรรค เห็นความอยากเป็นทุกข์ อยากทำ อยากกิน เป็นทุกข์ ทุกข์คิดวนอยู่หาวิธีทำ เราเสียเวลาคุ้นคิดว่าจะทำต้องมีอะไรบ้าง หลายขั้น หลายตอน ต้องเสียทุนรอนแรงงานและเวลา มาปรุงมาแต่ง เราคิดวนเวียนอยู่นี่ ทำให้ไม่แซ่มชื่นเบียดเบียนตัวเอง อาหารที่จะทำก็มีฤทธิ์ร้อน วิธีทำก็ยุ่งยาก เราจะเอาภาระมาให้ตนเองทำไม แม้เราได้ทำได้ปรุงจริงก็เป็นสุขชั่วคราว ทำตามอยากกิเลสก็โต สุขไม่เที่ยงไม่มีตัวตนอยู่จริง เราไม่ทำตามกิเลสนั้นแหละสุขกว่า เราไม่เอาสิ่งที่เกินความจำเป็นมาใส่ตัว เราใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็นเพื่อบำรุงบำเรอความต้องการของตนเอง เอามามาก ๆ โลกขาดแคลน เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดี ดึงสิ่งร้าย วิบากร้ายมาให้ ทำให้ไม่สบายใจไม่แช่มชื่น เราจะโง่คิดปรุงฟุ้งซ่านอยู่ทำไม ไม่เอาหรอก สำนึกผิดขอโทษ ขออโหสิกรรม ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดี(คิดปรุงฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น ยุ่งยาก เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น) พอพิจารณาไปสักพักก็เห็นความอยากมันจางคลายลงไป ยินดีละเลิกความคิดที่จะปรุงแต่งการทำบะจ่าง เห็นชัดเจนว่ามารมันหายไป ได้ความยินดีเบิกบานมาแทน ทุกข์ย่อมไม่ตกถึงผู้ที่เข้าใจ เชื่อและชัด เรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง สาธุ

  3. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันศุกร์ที่ 10|06|2565

    เรื่อง เสียดาย

    เหตุการณ์ วันพฤหัสบดีที่09|06|2565 มีโรงทานที่ภูผาฟ้าน้ำ เราตั้งศีลกินมื้อเดียว หลังจากที่เราทานอาหารเสร็จแล้ว ได้มีก๋วยเตี๋ยวหลอดมา กิเลสเขาเห็นเต้าหู้ดำๆ โปรตีนเกษตร เห็ดหอม เขาอยากกิน แต่เราอิ่มแล้ววันนี้ กิเลสเขาบอก ให้เก็บเอาไว้กินวันพรุ่งนี้ เราก็ต่อลองกับเขาแล้ว แต่เขาก็ยังเดินวนเวียนอยู่แถวนั้น และในที่สุดก็ไปตักมา พอตอนเช้าเราตื่นขึ้นมาออกกำลังกาย เส้นที่คอตึง เพราะเมื่อวานเราก็กินกระเพาะปลาเจ ก็มีเต้าหู้ดำๆ โปรตีนเกษตร และเห็ดหอม และน้ำดำๆคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวหลอดที่เราเก็บไว้เลย เราเกิดความกลัวว่าจะป่วยอย่างที่เคยเป็นคือ เส้นที่คอตึง และเหนื่อยในหัวอก ก็เลยต่อรองกับเขาอีก ว่าถ้ากินเข้าไปแล้วจะป่วยหนัก เดี๋ยวนอนติดเตียงนะ ก็ต่อรองกับเขานาน จนเขายอม แต่เขาก็ยังเกิดความเสียดายขึ้นมาอีก พี่น้องหมู่กลุ่มก็ได้แนะนำให้ลองไปตักมากินเลย เราก็ไปตักและได้เห็นกิเลสอีกหลายตัวมาก ตัวเสียดาย ตัวหวง ตัวอยากให้คนนี้ ไม่อยากให้คนนี้ ตอนแรกเรานึกว่ามันหมดไปแล้ว

    ทุกข์ ชังที่กิเลสทำให้น่าเกลียดอีกหลายอย่าง

    สมุทัย ชอบที่จะไม่ทำน่าเกลียด

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังที่กิเลสจะทำให้น่าเกียจ หรือไม่

    มรรค เราได้คุยกับพี่น้องหมู่กลุ่มแล้วท่านบอกว่า ให้ลองไปตักมากินซิว่าที่เรายอมสละก๋วยเตี๋ยวหลอดไปแล้วนั้น ที่ว่าเราบ้างกิเลสแล้วนั้นกิเลสมันยอมและลดหรือหมดไปจริงไหม ปรากฏว่า เขายังมีอยู่ ถ้าเราไม่ไปตักมาเราจะไม่รู้เลยว่ากิเลสเขายังมีอยู่ เราก็เกิดความยินดีที่ได้เห็นกิเลสเยอะมาก และพี่น้องหมู่กลุ่ม ก็ได้ให้ความรู้ และให้ปัญญาเยอะมาก

    สรุป แพ้ของเราคือชนะของเรา บางครั้งการไปทำตามกิเลสก็ทำให้เราได้เห็นกิเลสตัวอื่นอีก และเกิดปัญญาที่จะลด ละ เลิก กิเลสในลำดับต่อไป

  4. พวธ.เพชรรัตน์ ราญคำรัตน์

    เรื่อง วาง
    น้องชายโทรจากระยองเพื่อขอความช่วยเหลือในการที่จะให้ไปช่วยดูแลคุณแม่ของแฟนที่กำลังป่วย
    ซึ่งโดยปกติแล้วเราเองก็เป็นลูกคนเดียวที่ดูแลพ่ออยู่คนละจังหวัด ก็ต้องคิดมากหน่อยว่าจะไปช่วยได้รึเปล่า
    เพราะพ่อก็ทิ้งไม่ได้ แต่ด้วยความที่อยากช่วยน้องก็ตอบตกลงไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วค่ะ
    การที่จะวางใจว่าจะไปได้หรือไม่ได้นี่แหละค่ะคือประเด็น

    ทุกข์…….ใจที่ไม่มีใครมาดูแลพ่อแทน ถ้าจะไประยองก็เดินทางลำบากเพราะอยู่ในช่วง
    โควิดระบาดหนักและไม่ชอบใจที่หลายคนบอกไม่ต้องไป รู้สึกว่าแต่ละคนเห็นแ่ตัว แล้งน้ำใจ
    สมุทัย…. อยากไปช่วยดูแลแม่ของภรรยาน้องชายเพื่อแสดงความรักความห่วงใยน้ำใจ
    ที่พี่มีให้ในช่วงที่น้องต้องการความช่วยเหลือจริงๆ คิดถึงน้องด้วยอยากไปหา
    นิโรธ…… จะได้ไปก็ได้หรือไม่ได้ไปก็ได้ทำใจว่า ไม่มีเราเขาก็อยู่ได้
    มรรค…….เมื่อตรวจสอบพบเหตุที่แท้จริงของทุกข์ในครั้งนี้ คือ อยากไปช่วยปรับสมดุล
    ให้คนป่วยช่วยแบ่งเบางานของน้องและแสดงน้ำใจความเป็นญาติกับครอบครัวภรรยาของน้องชาย
    แต่องค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น ไม่สามารถทำให้ดีนั้นเกิดขึ้นได้จริงเมื่อความอยากกับความ
    เป็นไปได้ไม่ลงตัวก็จึงวาง….อยาก..(ตัณหา) และอยู่กับความเป็นจริงที่เป็นไปได้ ณ ขณะนั้นอย่าง
    เข้าใจว่าทุกคนจะได้รับสิ่งใดก็ไม่มีอะไรบังเอิญ ทำดีที่สุดก็เป็นสุขที่สุดได้แล้วเหตุการณ์นี้พบว่า
    หนทางสู่ความพ้นทุกข์จริงๆคือ ดับอยาก(ดับตัณหา)ดับทุกข์(แม้อยากทำดี..วิภวตัณหา ก็ต้องวางดีนั้น
    ได้ด้วย) สอดคล้องกับธรรมะตอนหนึ่งของท่านอาจารย์หมอเขียวที่สอนไว้ว่า….ไม่อยาก ก็คืออยากนั่นแหละ

  5. จิราภรณ์ ทองคู่

    ชื่อเรื่อง ได้กินอาหารแปลกแล้วเป็นไงหละ
    เนื้อเรื่องหรือเรื่องย่อ วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2565 ได้ไปถอนกล้าที่แปลงวิริยะและไปดำนาที่แปลงสันโดษกับอาจารย์และเพื่อนๆ เวลา 12.10 น.กลับมากินข้าวรู้สึกมีอาการไม่สบายหนักเนื้อหนักตัว หิวมาก ถึงดอยฟ้าได้ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นแล้วไปอาบน้ำก่อนจึงมากินข้าว หลังกินข้าวมีอาการไข้ ปวดหัวตัวร้อนมากจึงแจ้งเพื่อน เพื่อนๆให้ความช่วยเหลือช่วยดูแลเป็นอย่างดี หมอก็ให้ยาลดไข้ ฟ้าทะลายโจรและน้ำสกัดรางจืดมากิน คนอื่นก็ช่วยทำป่าก้วน กัวซา หาอาหารมาให้กินเช่นน้ำผักปั่น ข้าวต้ม และดูแลตัวเองโดยการดีทอกซ์ แช่ตัว อบตัว กัวซา เจ็บป่วยนาน 3 วันจึงหาย อาการช่วงที่ป่วยจะมีไข้สูงหนาวมาก ถ่ายเหลว ปวดหัว วันที่ 4 หลังจากเจ็บป่วยมาแล้ว 3 วัน รู้สึกหิวข้าวตั้งแต่ 02.30 น. ไปกินข้าวเองได้แต่ก็มีอาการวิงเวียนอยู่บ้าง อาการเจ็บป่วยต่างๆหายหมด
    ทุกข์ ทุกข์จากการเจ็บป่วย
    สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ อยากกินอาหารที่มีรสจัดจากโรงทานที่ญาติธรรมนำมาในวันเกิดอาจารย์วันที่ 11 มิ.ย. 2565 เช่น สะเต๊ะที่ทำจากโปรตีนเกษตร ยำผักเฮือด ยำแคนา ไส้อั่ว น้ำเงี้ยว แกงไตปลา เป็นต้น อาหารสุขภาพจากครัวกลางก็มีมากมายแต่กิเลสของเราไม่อยากกินมันอยากกินวัคซีนก็เลยแพ้กิเลส อาหารที่กินมาออกฤทธิ์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2565
    นิโรธ สภาพดับทุกข์ แจ้งหมู่มิตรดีให้รู้ถึงความเจ็บป่วย เพื่อนๆจะได้ช่วยเหลือได้ และวางใจกับการเจ็บป่วยจะหายเร็วก็ได้ จะหายช้าก็ได้ จะหายชาตินี้ชาติหน้าหรือชาติอื่นๆสืบไปก็ได้ ทำใจไร้ทุกข์ และได้บอกกิเลสว่านี่เพราะเราไม่ประมาณในการบริโภคและไม่พิจารณาถึงโทษภัยของอาหารรสจัด ซึ่งเราไม่ค่อยได้กินและกินด้วยความโลภแล้วผลตามมาเป็นยังไง ต่อไปให้ระมัดระวัง กิเลสก็ยอม
    มรรค วิธีดับทุกข์ ยินดีที่ได้ชดใช้วิบากกรรม ยินดีรับยินดีให้หมดไปแล้วจะได้โชคดีขึ้นพร้อมกับใช้ญาณเจ็ดพระโสดาบันข้อที่ 4 คือรีบสำนึกผิด พอสำนึกผิดจิตและกายก็โปร่ง โล่งเบาสบาย

  6. เสาวรี หวังประเสริฐ ( สืบสานศีล )

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่วันเสาร์ที่
    25 มิถุนายน 2565
    เรื่อง วางใจไร้ทุกข์ เมื่อสามีป่วย
    ตั้งแต่วันที่31พฤษภาคม2565ที่ได้รู้ว่าสาเหตุที่สามีป่วยครั้งนี้เกิดจากการติดเชื้อเมอลิออยโดสิสเป็นเชื้อแบคทีเรียทีมากับดิน ก็มีความกลัวกังวลหวั่นไหวว่าการรักษาจะสำเร็จหรือไม่อาการเจ็บป่วยจะรุนแรงจนสามีทนไม่ได้หรือไม่เพราะสามีเป็นเบาหวาน เป็นพาหะ ธาลัสซีเมียมีภาวะซีดรุนแรงถ้ามีไข้และต่อมลูกหมากโต ปัสสาวะขัด
    ทุกข์ :อยากให้สามีหายป่วยไม่ทรมานจากการเจ็บป่วย
    สมุทัย :เหตุแห่งทุกข์ชังที่สามีป่วยชอบให้สามีหายป่วยไม่ทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย
    นิโรธ :สภาพดับทุกข์ไม่ชอบไม่ชังเมื่อสามีป่วยวางใจไร้ทุกข์ไร้กังวลแม้ขณะนั้นสามีจะป่วย
    มรรค :วีธีปฏิบัติสู่ความพ้นทุกข์พิจารณาความรู้สึกที่ใจขณะที่มีความกลัวกังวลหวั่นไหวที่ทำให้เกิดความ
    ทุกข์ใจไม่สบายใจ ใช้บททบทวนธรรม บทที่25 เมื่อเกิดทุกข์ใจ ทุกข์กาย
    เรื่องร้ายเข้ามาในชีวิตเขามาเพื่อ…ให้เราได้ชดใช้ ให้เราไม่ประมาท ให้เราเพิ่มอริยศีล ให้เราได้สำนึก
    ให้เราได้หมดวิบาก พอวางใจได้รู้สึกเบาสบายใจไร้ทุกข์ก็ทำให้มีปัญญาปฏิบัติยา9เม็ดที่ผู้ป่วยรับได้เพื่อจะช่วยปรับสมดุลและล้างพิษด้วยการต้มสมุนไพรฤทธิ์เย็นแช่มือแช่เท้า ทำน้ำสมุนไพรหญ้านางใบเตยและพืชฤทธิ์เย็นที่ปลูกไว้ในบ้าน ทำน้ำผักปั่น ทำข้าวต้มผักให้ผู้ป่วยทานซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยดูแจ่มใสมีกำลังต่อสู่โรค กลับมาดูที่ใจเราก็ดูสงบเย็นขึ้นวางใจไร้ทุกข์ไร้กังวลจากอาการเจ็บป่วยของสามีและที่สำคัญได้เพิ่มศีล ได้ยอมรับ การเจ็บป่วย ได้ใช้ยา9เม็ดไปพร้อมๆกับสามีทำให้ร่างกายเราแข็งแรง และจิตใจเข้มแข็ง เบิกบาน แจ่มใส
    ขึ้นมาอีกครั้งแม้การรักษาโรคนี้จะยาวนานหลายเดือนก็ตาม

  7. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันศุกร์ที่ 24|06|2565

    เรื่อง เสพทุกครั้งได้รับวิบากทุกครั้ง

    เหตุการณ์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 23|06|2565 ได้ออกไปธนาคาร ที่เชียงใหม่ และได้ไปซื้ออาหารที่ร้านเจที่หลังมหาลัยเชียงใหม่ เอาเข้าไปกินที่ใน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เราได้สั่งอาหารที่กิเลสเราชอบ ซื้อไปหลายอย่างมาก กินไม่หมด แบ่งให้เพื่อนกินแล้วก็กินไม่หมด ได้เช็คความชอบแล้วเรายังชอบอาหารปรุงอยู่มาก ตอนกินเราก็กลัววิบากเหมือนกันเพราะพี่น้องบอกว่าเสพทุกครั้ง จะได้รับวิบากทุกครั้ง พอกลับมาถึงภูผา ได้เปิดดู messenger ได้พบว่าพ่อบ้านได้ส่งข้อความมาว่า มี bill ส่งมาให้เราชำระ แต่ว่า bill นั้นเราไม่ได้ใช้ไปเลย เพราะเป็นบัตรของเรา แล้วเรามาอยู่ที่ประเทศไทย 2 ปีกว่า แล้ว และ บัตรก็อยู่ที่เรา เป็นจำนวนเงิน 85.82 dollars เสียค่าธรรมเนียม จ่ายช้ากว่ากำหนดอีก $40.00 และเสียค่าดอกเบี้ยอีก $1.14 เมื่อเดือนที่แล้วก็ได้ออกไปเชียงใหม่ และก็เสพเหมือนกัน กลับมาก็เกิดเหตุการณ์คือ พ่อบ้าน ส่งข้อความมาว่า เราได้จ่าย bill ผิดบริษัท อีก เป็นเงิน $1,052.63 และเสียค่าธรรมเสียมจ่ายช่าไปอีก $42.11 พยายามตามแก้ไขมา เกือบ 1 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้เงินคืน

    ทุกข์ ชังที่ต้องได้ยินข่าวว่าต้องเสียเงิน

    สมุทัย ชอบที่จะได้ยินข่าวที่ไม่ต้องเสียเงิน

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชัง จะได้ยินข่าวว่าจะเสียเงินหรือไม่เสียเงิน

    มรรค เมื่อเราเห็นแน่ชัดเรื่องวิบาก เห็นโทษเห็นภัยของความชอบชัง และของการเสพกิเลสมากขึ้น ก็ทำให้เราเกิดหิริ โอตัปปะ และเกิดความกลัวในการเสพมากขึ้น และทำให้กิเลสในการเสพของเราลดลงได้มาก เลยทำให้เรายินดียอมรับในวิบากได้อย่างไม่ทุกข์ หรือทุกข์น้อยลง เมื่อเราพยายามแก้ปัญหาอย่างดีที่สุดแล้ว เราก็ต้องยินดีและยอมรับผลที่เกิดขึ้นเหมือนอย่างบททบทวนธรรมข้อที่ 40 ว่า วิธีแก้ปัญหาง่ายนิดเดียว อันไหนแก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้

    สรุป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา ทุกสิ่งทุกอย่างยุติธรรมเสมอ

  8. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ไม่เข้าใจผู้อื่นแสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง
    หน้าที่ในตอนเช้าคือทำอาหารไว้ให้ตัวเองและพ่อบ้าน เรากินมื้อเดียวทำเสร็จก็แบ่งกินส่วนของเรา แล้วที่เหลืออยู่ก็วางไว้เมื่อพ่อบ้านตื่นมาก็จะได้มากิน วันนี้ท่านเห็นอาหารที่วางอยู่ที่โต๊ะแล้วก็บ่นว่าเยอะไปฉันกินไม่หมดหรอก พอได้ฟังอย่างนี้เกิดรู้สึกไม่พอใจ รำคาญและได้พูดออกไปว่าก็แบ่งกินเท่าที่ตนเองต้องการสิ มีมื้อเดียวที่ไหนละ แล้วก็คิดได้ว่าวิญญาณนางเวเทหิกาแสดงฤทธิ์เสียแล้ว จึงได้หัวเราะออกมา ยังมีอยู่นะเจ้ากิเลส

    ทุกข์ รำคาญใจ

    สมุทัย ไม่ชอบใจที่พ่อบ้านบ่นอาหารเยอะไป เขาควรรู้ตัวเองว่าเขาต้องเท่าไหร่ ก็แบ่งกินไปจะมาบ่นทำไม

    นิโรธ พ่อบ้านจะบ่นหรือไม่บ่นก็ไม่ชอบไม่ซัง

    มรรค เมื่อเห็นจิตเกิดความไม่พอใจชอบใจ เกิดรู้สึกตัว ก็รู้ยินดีที่ได้เห็นว่าเรายังมีตัวกิเลสผีหลอกเราได้อยู่ ก็เลยบอกกิเลสไปว่าพ่อบ้านเขาไม่รู้ เขาคิดว่าเขาจะต้องกินทั้งหมดที่เตรียมไว้ เขาก็เลยออกตัวว่ามันเยอะไปเขากินไม่หมด เขากว่าว่าเราจะไม่พอใจถ้าเขาไม่กิน เลยเข้าใจมันเรานี่เองที่บ่นไม่ใช่เขา เราเคยเป็นมาส่งเสริมมานี่เอง แต่ก่อนถ้าทำอาหารแล้วคนไม่กินเราก็จะบ่น ขอบคุณเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้ชดใช้วิบากที่เราเคยพลาดทำมา ใช้แล้วก็หมดไป พอคิดได้อย่างนี้ก็เลยหัวเราะออกมา คิดถึงบททบทวนธรรม ที่ว่าถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่นแสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง

Comments are closed.