แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (พฤษภาคม 65)

แบ่งปันการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน

นักศึกษาสถาบันวิชชาราม แบ่งปันสภาวธรรมจากการเรียนรู้การใช้หลักอริยสัจ 4 ประจำวันที่ 1-31 พฤษภาคม 2565

!?ปิดรับบทความในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เที่ยงคืน ตามเวลาในประเทศไทย

?กรอกข้อมูลในช่องความคิดเห็นด้านล่าง

Leave a Reply

Your email address will not be published.

4 thoughts on “แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (พฤษภาคม 65)”

  1. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้าน อริยสัจสี่ วันที่ 9|5|2565

    เรื่อง ชังแดดร้อนตอนออกไปทำกสิกรรม

    เหตุการณ์ เวลาต้องออกไปทำกสิกรรม ถ้าแดดร่มจะมีกำลังทำงาน และทำงานไปได้เรื่อยๆ แต่พอมีแสงแดดร้อนๆ แรงจะตก อึดอัด หมดแรงที่จะทำงาน และจะต้องหาร่มเข้าบังแดด

    ทุกข์ ชังเมื่อแดดร้อนตอนต้องออกไปทำงานกลางแดด

    สมุทัย ชอบเมื่อแดดร่มตอนต้องออกไปทำงาน

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังว่าแดดจะร้อนหรือจะร่มตอนออกไปทำงาน

    มรรค แดดเขาก็มีทั้งร้อนทั้งร่มของเขาอยู่อย่างนั้นเอง เราก็สอนเจ้ากิเลสว่า แต่มีแกเจ้ากิเลส ทำให้เราต้องร้อนทั้งกายทั้งใจ มีทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลหาที่ต้นที่สุดไม่ได้ เราจึงใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 89 มาพิจารณา ว่า ในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจากใจที่ไร้ทุกข์ของเราเท่านั้น เราจึงคลายใจในความชังลงไปได้

    สรุป ใช่ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจากใจที่ไร้ทุกข์เท่านั้น

  2. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันอังคารที่ 10|05|2565

    เรื่อง เพื่อนสอนให้ล้างกิเลสกลัวทากเกาะ

    เหตุการณ์ ขึ้นไปทำกสิกรรมที่ภูผาฟ้าน้ำในตอนบ่าย พอตอนเย็นลงมาอาบน้ำ เห็นมีอะไรสีดำๆเหมือนก้อนดินติดอยู่ที่หน้าขา แต่จิตแว๊บไปถึงว่าเป็นตัวทาก จึงร้องออกมาลั่นห้องน้ำเลย และได้กั้นใจเอาเสื้อหยิบดึงเขาออก เขาเกาะแน่นมาก ต้องดึงถึง 2-3 ครั้ง เขาถึงจะออก เราจะรู้สึกหวาดระแวง และขยะแขยง อยู่เนืองๆ พอมีความรู้สึก แป๊ปป๊าป ตามร่างกายจะต้อง ตรวจดู อยู่เนืองๆ เหมือนคนเป็นโรคจิต จนเพื่อนบอกว่า ให้ล้างกิเลสตัวนี้เสีย เพื่อนจึงพาสอนว่าล้างอย่างไร

    ทุกข์ ชังเมื่อทากเกาะ

    สมุทัย ชอบเมื่อทากไม่เกาะ

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังเมื่อทากจะเกาะหรือไม่เกาะ

    มรรค เพื่อนได้สอนให้ล้างกิเลสตัวนี้ว่า เขาเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆเท่านั้น เป็นเพราะว่าเขาทำผิดศีล เขาถึงได้เป็นอย่างนี้ เขาไม่อยากเป็นอย่างนี้หรอก ถ้าเราเกลียดเขาเราจะต้องไปเป็นแบบเขา ให้เมตตา อุเบกขากับเขา และจงเพิ่มศีลขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยเขา และบอกเขาว่าขอให้เขาคิดถูกเร็วๆ ทำถูกเร็วๆ และให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดีๆ และมีศีลดีๆ และเราได้ใช้ ญาณ 7 พระโสดาบัน สำนึกผิด ยอมรับผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม เต็มใจรับโทษ จะตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีจะทำแต่สิ่งที่ดี ช่วยเหลือ เกื้อกูล ผู้อื่น เราจึงคลายความกลัวลงไปบ้าง

    สรุป เมื่อผิดศีล ก็จะทำให้เป็นทุกข์ และไปเกิดในอบายภูมิ เราต้องรีบปฎิบัติศีล และลด ละ เลิก ล้างกิเลสให้หมดไปเป็นลำดับๆ จะได้พ้นทุกข์ในที่สุด

  3. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันพฤหัสบดีที่ 12|05|2565

    เรื่อง ป่วยครั้งนี้สาเหตุมาจากป่วยใจ

    เหตุการณ์ เกิดอาการป่วยทางร่างกายมาหลายวันแล้ว ก็มาคิดพิจารณาดูแล้วว่า เราหาวิธีแก้ไข ภายนอกใช้ยา 9 เม็ดบ้าง แก้ไขเรื่องการกินอาหารบ้าง นอนพักหยุดทำงานก็แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกเพลีย และมึนหัว แรงตก เหนื่อยง่าย แต่เราลืมมาพิจารณาที่จิตใจเลยว่า เป็นเพราะใจนี่เองที่ทำให้เราทุกข์ ทั้งๆที่ฟังธรรมะจากท่านอาจารย์ทุกวัน ก็ยังไม่มีปัญญา เหมือนปัญญาดับ มันกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว ไม่ได้ดั่งใจไปหมด เช่นกลัวทาก กลัวเห็บ ชังแมลงต่างๆ กินอาหาร หรือผลไม้ ก็กลัวแพ้กลัวป่วยไปหมด วันนี้เลยมาใช้โยนิโสมนสิการ ตรวจดูถึงเหตุ จึงได้รู้ชัด

    ทุกข์ ชังที่ป่วยไม่หาย

    สมุทัย ชอบที่จะหายป่วย

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังว่าจะหายป่วยหรือไม่หายป่วย

    มรรค เมื่อเรารู้สาเหตุว่าป่วยครั้งนี้มาจากใจ เราก็ได้นำคำสอนของท่านอาจารย์มาใช้ คือให้กล้า 8 ประการเลย อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ แม้เหตุการณ์ดี หรือ เหตุการณ์ร้ายจะเกิด ก็กล้าเลย เลิกความกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว จะหายป่วยก็ได้ ไม่หายก็ได้ เราทำชั่วมาหาที่ต้นที่สุดไม่ได้ ยินดีให้ได้ทุกสถานการณ์ จึงได้ใช้ญาณ 7 พระโสดาบัน สำนึกผิด ยอมรับผิด รับโทษ ขออโหสิกรรม จะตั้งจุดหยุดสิ่งไม่ดี จะทำแต่สิ่งที่ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น

    สรุป พระพุทธเจ้า และท่านอาจารย์หมอเขียว ได้สอนว่า ทุกข์กายเท่ากับฝุ่นปลายเล็บ ทุกข์ใจเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน

  4. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันศุกร์ที่ 20|05|2565

    เรื่อง ไม่ชอบอ่านหนังสือ

    เหตุการณ์ ข้าพเจ้าเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่ชอบงานเรื่องเอกสาร(วิทยานิพนธ์) ข้าพเจ้าได้ตั้งใจไว้ตลอดว่าจะไม่เรียนต่อ แต่วันนี้พี่น้องได้มาพูดเรื่องท่านอาจารย์มีนโยบายให้จิตอาสาเรียนต่อได้ เราก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบทำงานเอกสาร พี่น้องพูดว่าให้ล้างเสีย ไม่เรียนชาตินี้ก็ต้องเรียนชาติหน้า และเรียนครั้งนี้เพื่อเอาความรู้มาช่วยงานอาจารย์ เพื่อช่วยเหลือคน เราก็เริ่มเปลี่ยนใจ และคิดว่าถ้ามีเพื่อนเรียนด้วยกันก็จะเรียนก็ได้

    ทุกข์ ชังที่จะต้องอ่านหนังสือ

    สมุทัย ชอบที่ไม่ต้องอ่านหนังสือ

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังที่จะอ่านหนังสือหรือไม่

    มรรค จิตเราไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบทำงานเรื่องเอกสาร เพื่อนบอกว่าต้องล้างนะ ไม่เรียนชาตินี้ก็ต้องเรียนชาติหน้า และเพื่อนบอกว่า เราเรียนครั้งนี้เพื่อที่จะมาช่วยท่านอาจารย์ทำงานช่วยเหลือผู้อื่นและช่วยเหลือสังคม จิตเราก็มีพลังที่คิดว่าจะเรียนก็ได้ไม่เรียนก็ได้ และกิเลสการไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่ชอบงานเอกสาร ก็คลายลง เบาลง

    สรุป ทุกอย่างไม่เที่ยง จิตเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าเราอยู่ในหมู่มิตรดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี และมีครูบาอาจารย์ที่ดี จิตเราก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ คือ คิดดี พูดดี ทำดี ไปสู่ที่ดีๆ