กระดานแบ่งปัน (มกราคม ๒๕๖๕) [4]

กระดานแบ่งปัน สังคมแห่งการเรียนรู้วิชชาราม (vijjaram learning society)

ประจำเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2565 นักศึกษาวิชชารามทุกชั้นปี ทุกหลักสูตร นักศึกษาเก่า นักศึกษาใหม่ สามารถแบ่งปันการเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย โดยพิมพ์ ชื่อ นามสกุล (รหัสนักศึกษา หรือ (ภาคสมทบ) หรือ (นักศึกษาเก่า) หรือ ฯลฯ) หรือจะใช้นามปากกาก็ได้เช่นกัน

โดยสามารถแบ่งปันเรื่องราวได้มากมายหลากหลาย เช่นดังต่อไปนี้…

  • แบ่งปันสภาวธรรม
  • สรุปสาระธรรม
  • เรื่องราวในชีวิต
  • การดูแลสุขภาพ
  • การเรียนรู้สิ่งใหม่
  • การทบทวนเรื่องเก่า
  • ร้องเรียน ร้องทุกข์
  • บันทึกประจำวัน
  • ทบทวนธรรม
  • ฯลฯ

โดยจะเปิดพื้นที่นี้ใหม่ทุกสัปดาห์และจะไม่สามารถย้อนไปบันทึกหรือแบ่งปันในสัปดาห์เก่าได้

4 thoughts on “กระดานแบ่งปัน (มกราคม ๒๕๖๕) [4]”

  1. อรวิภา กริฟฟิธส์

    ปีใหม่ชีวิตใหม่ 2565
    ชีวิตเมื่อได้มาพบกับแพทย์วิถีธรรม ได้พบสัตบุรุษหมู่มิตรดี ได้พบธรรมที่ถูกต้องถูกตรง ทำให้ได้เข้าใจการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายคือลดกิเลสเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง ก็ได้เริ่มต้นจาการเรียนรู้การตั้งศีลลดละเลิกสิ่งที่เป็นโทษเป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่น

    ตอนแรกได้ตั้งศีลเลิกการรับประทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งตอนนั้นก็ทำได้ไม่อยากไม่รับบาก จึงได้เพิ่มอธิศีลการกินมื้อเดียว ซึ่งการกินมื้อเดียวเป็นการตั้งอธิศีลที่ยากและลำบากมาก จากการตั้งศีลทำให้เห็นอาการของกิเลสเยอะมาก

    การกินมื้อเดียว ตอนแรกตั้งแล้วล้มตลอดเวลา ก็มีการทำทุกข์ทับถมตนเหมือนกัน เราก็ได้เรียนรู้ว่าได้สมใจมันก็ทุกข์ไม่สมใจอยากมันก็ทุกข์ก็ชัง ก็ได้ล้างชอบล้างชัง จากกิเลสความอยากที่ไม่ได้สมใจอยาก ได้เรียนรู้กรรมอย่างแจ่มแจ้ง เมื่อกินอาหารมื้อเดียวได้ด้วยใจยินดีได้ ทำให้ชีวิตพบความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต พึ่งตนได้

    จากปี 2564 เราพากเพียนลดกาม ในปี 2565 จะพากเพียรลดกิเลสตัวอัตตา ตัวยึดดีถือดีของเรา และตัวที่คอยที่คิดจะเอาดีจากคนอื่น เลิกทำตัวเป็นขโมย สาธุ

  2. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง การประมาณการกิน
    ขณะที่รับประทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อเดียวที่เรารับประทานในแต่ละวัน ได้ฝึกเคี้ยวอาหารและอ่านใจตัวเอง เห็นความใจร้อนจะรีบกลื่นแล้วกินคำต่อไป ตั้งสติได้อ่านเวทนาความรู้สึกในใจของเราว่าที่รีบกลืนเพราะอะไร

    เพราะชอบจึงรีบกลืนจะได้กินคำใหม่ถูกใจในรสชาติ มีความสุขที่ได้กินของชอบใจก็ได้พิจารณาล้างชอบว่าเป็นสุขหลอก สุขลวงเก็บไม่ได้ ดูสิมันหายไปเร็วจนรีบคว้าที่จะกินคำใหม่ มันไม่เที่ยง ไม่มีตัวตนจริงเก็บไม่ได้ ได้พิจารณาเห็นความจริงตามความเป็นจริง มีสติเท่าทัน

    และได้ตรวจดูใจอีกว่ามีชังอยู่ในคำข้าวนั้นหรือเปล่า ที่รีบกลืนน่ะเพราะอยากให้มันพ้น ๆ ไปหรือไม่ เพราะกิเลสมักจะให้เราผลักสิ่งที่ชังออกไป กลัวจะเข้ามา ทำให้เกิดทุกข์กายทุกข์ใจเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ได้พิจารณาล้างชังว่าเรากินอาหารนี้เพื่อประโยชน์ เพื่อดับความหิวไม่ได้กินเพื่อเล่น เพื่อความเพลิดเพลิน

    การกินอาหารดำเนินมาพร้อมกับการพิจารณาล้างชอบล้างชัง เคี้ยวและตรวจสอบความละเอียดก่อนกลืนลงคอ จนกระทั้งอ่านเห็นอาการความฝืดฝืน สากปาก สากคอขึ้น ร่างกายส่งสัญญาณว่าพอแล้ว สำหรับอาหารมื้อนี้

    ได้พิจารณาเห็นอาการจิตใจที่ยังอยากจะกินต่อด้วยเห็นว่า อาหารที่ตักมาแล้วเหลือเล็กน้อย น่าจะกินต่อให้หมด จึงบอกกิเลสไปว่าเสียในจานก็เอาไปทำปุ๋ยได้ เป็นประโยชน์ต่อพืชผัก แต่ถ้ากินเกินเข้าไปจะทำให้ร่างร่ายต้องทำงานหนัก เสียพลังงานขับเอาพิษออกอีก ร่างกายพังหมด ขับออกไม่หมดสะสมในร่างกายทำให้เกิดโรคได้ แถมเป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดี ดึงวิบากกร้ายมาสู่เราและโลก เพราะสร้างจิตวิญญาณที่โลภ เอามามากเกินพอดีทำให้โลกขาดแคลน คนอื่นเดือดร้อน เมื่อได้พิจารณา เห็นดังนี้ใจก็คลายจากที่จะกินต่อไป จึงหยุดการกินของอาหารมื้อนี้ลงด้วยใจที่เบิกบานยินดี สาธุค่ะ

  3. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ถ้าล้างกิเลสไม่ได้ สู้ตายดีกว่า
    สิ่งที่นำความเดือนร้อนมาสู้คนเราไม่มีอะไรนอกจากกิเลส ถ้ากิเลสเข้าหลงทำตามจะโง่ทันที พระพุทธเจ้าตรัสว่ากิเลสแม้น้อยก็เหม็นมาก กิเลสน้อยให้ทุกข์มากต้องกำจัดให้เกลี้ยง อย่าเลี้ยงกิเลส ให้เอาจริงเอาจังกับการล้างกิเลส
    จากอาจารย์บรรยาย วันที่อาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565
    หัวข้ออุปกิเลส16 ตรวจสอบ กิเลส 16 ลิลา ต้นเหตุของโรคและโชคร้ายต่างๆ อย่าให้กิเลสหลอก ให้กล้ารับวิบากดี ร้ายของเรา อย่าเป็นคนดื้อเอาแต่ใจตัวเอง ไม่ยึดดีถือดีหลงดี
    อย่าเป็นคนดีที่โลกเกลียด รำคาญ น่าเบื่อหน่าย ให้แก้ด้วยการทำตัวเพียงดังพรม เป็นผู้ทำดีไม่มีทุกข์ด้วยการทำตัวเป็นพรม 4 หน้าทำดีแล้วปล่อยวาง สุขสบายใจไร้กังวล

    ไม่ดูถูกตัวเอง และคนอื่น ไม่ทำทุกข์ทับถมตน ให้ยินดีที่รู้ความพลาด ความพร่อง ยินดีชดใช้วิบากกรรม เต็มใจรับเต็มใจให้หมดไป

    อย่าปฏิบัติธรรมติดแป้นเมื่อทำลงตัวแล้วให้เพิ่มศีล ตรวจความอยากอย่างยึดมั่นถือมั่นในแง่ไหนเชิงไหน ตรวจสอบความกลัว ล้างให้หมด กลัวอะไรก็ให้ดับด้วยความกล้า เมื่อมีผัสสะมากระทบ อ่านอาการขอกิเลส ความอยากได้ในสุข หลอก สุขสมใจอยาก พิจารณาความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ พิจารณาโทษของการมีกิเลส ประโยชน์ของการไม่มีกิเลส

    ไม่ประมาท เพิ่มอริยศีล ฝึกการประมาณให้พอเหมาะ กิเลสแม้น้อยทุกข์มาก กำจัดให้หมดไปเป็นลำดับ จากกามภพ รูปภพ อรูปภพ เผากิเลสให้เกลี้ยง กิเลสนิดเดียวก็มีโทษมาก ต้องกำจัดให้หมด จะแววไว มีปัญญาไม่ทำชั่วเพราะเชื่อชัดเรื่องกรรม ก็ยิ่งมีพลังในการรักษาศีล มั่นใจในศีล ชีวิตจะชัดเจนไม่หวั่นไหว ชัดเจนว่ามีกิเลสเป็นทุกข์ ไม่มีกิเลสแล้วดี ปฏิบัติให้สมบูรณ์แล้วประมาณให้พอเหมาะ จะมีแต่ดี แม้มีเรื่องร้ายก็เป็นเรื่องร้ายเก่าเท่านั้น ก็กล้ารับดีร้ายที่เกิดขึ้น อะไรแก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้

    ศีล

    ปฏิบัติให้อธิศีลยิ่ง ๆ ขึ้นไป ไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น โดยเฉพาะความอยากความกลัวที่จะไม่ได้ตามที่อยากในแง่เชิงต่างๆ

    อานิสงส์การกินอาหารมื้อเดียว

    ทำให้ได้กำจัดกิเลสได้มาก คนที่กินมื้อเดียวไม่ได้เพราะมีกิเลสมาก ทำให้เสียพลัง ทำให้หิวเร็ว ถ้ากินมื้อเดียวได้จะไม่เสียพลัง ไปอยาก ไปกลัว ทำให้ได้พลังกลับมา สร้างความแข็งแรงให้เรา

    คนที่กินมื้อเดียวได้มีกิเลสเบาบาง หรือไม่มี

    การกินมื้อเดียวทำสมดุลร้อนเย็นได้ง่ายระบบประสาททำงานดี ระบบย่อยดี ไม่เป็นโรคกระเพาะอาหาร พลังงานเต็มไม่เสียพลังงานย่อยหลายครั้ง

    ทำให้เจ็บป่วยน้อย เบากายมีกำลังเป็นอยู่ผาสุก ใจไร้ทุกข์ ปัญญาดี
    ตรวจสอบอะไรถูกกันไม่ถูกกันได้ดี

    กินพอดีพลังเต็ม กินเกินพลังตก กินน้อยพลังไม่เต็ม ฝึกประมาณไปเรื่อย จะเข้าสู่ภาวะที่สมดุล

    ความอยากได้เป็นวิบากร้าย ความไม่อยากได้เป็นวิบากดี

    และอาจารย์บรรยายหัวข้อ
    มิจฉาวณิชชา 5
    คือการค้าขายที่ผิด หรือไม่ชอบธรม เป็นอันตรายต่อเพื่อนมนุษย์ต่อสัตว์และต่อสภาพแวดล้อม
    1.สัตถวณิชชาคือ การขายอาวุธ
    2.สัตตวณิชชาคือ การค้าขายสัตว์เป็น
    3.มังสวณิชชาคือ การค้าขายเนื้อสัตว์
    4.มัชชวณิชชาคือ การค้าขายน้ำเมาและสิ่งมัวเมาและสิ่งเสพติดทุกชนิด
    5.วิสวณิชชาคือ การค้าขายยาพิษ

    มิจฉาอาชีวะ 5 คือการเลี้ยงชีพที่ผิด
    1.การโกง (กุหนา)
    2.การล่อลวง (ลปนา)
    3.การตลบตะแลง (เนมิตตกตา)
    4.การยอมมอบตนในทางผิด (นิปเปสิกตา)
    5.การเอาลาภต่อลาภ (ลาเภน ลาภัง นิชิคิงสนตา)

  4. พรทิพย์ ไทยเอียด

    ชื่อเรื่อง นึกว่าเป็นนางเอก

    จากการที่เราได้เข้าไปฟังการแลกเปลี่ยนความรู้ในการฆ่าและกำจัดกิเลสทางกลุ่มไลน์โรงเรียนของหนูู ซึ่งจะมีสมาชิกตั้งแต่เด็กอายุ 5ขวบขึ้นไปจนถึงวัยชราอายุ 80 กว่าๆก็ยังมาเข้ากลุ่มส่งการบ้านแลกเปลี่ยนสภาวะธรรม ซึ่งเกือบทุกสภาวธรรมที่ทุกคนได้พูดไปนั้นมันตรงกับความเป็นเราทั้งสิ้น เราก็จะได้รับประโยชน์ในการอ่านกิเลสและปรับแก้ไขกิเลสตามไปด้วย และคิดเอาเองว่าเราเข้าไปฟังแบบนี้ทุกวัน เราก็น่าจะลดกิเลสได้ดีเหมือนเพื่อนพี่น้องคนอื่นๆ
    แต่มาเมื่อเช้าวันนี้ มีคำถามจากญาติธรรมท่านหนึ่งถามเกี่ยวกับ การยกมือถามคำถามในซูมท่านบอกว่าท่านเห็นคนอื่นๆยกมือเยอะ คิวยกมือเยอะแล้ว ท่านจึงไม่พยายามที่จะยกมือถามคำถามด้วย ท่านคิดในใจของท่านเองว่าท่านทำแบบนี้เป็นการเสียสละให้คนอื่นได้รับโอกาส น่าจะได้ประโยชน์ ได้กุศลที่มากกว่า
    พอท่านได้บอกกล่าวเรื่องนี้ต่อคุรุไป ปรากฎว่าคุรุกลับสอนกลับมาว่าการทำแบบนั้นเท่ากับเป็นการส่งเสริมกิเลสตนเองให้โตขึ้นๆ ไม่ได้เป็นนางเอกที่เสียสละอย่างแท้จริงเลย มันกลับจะได้ผลลัพย์ที่ตรงกันข้าม เมื่อได้ฟังเช่นนั้นและเราเองก็มีภาวะแบบนั้นอยู่ในจิตตลอดมา ไม่ค่อยกล้าในการยกมืออยู่แล้ว แต่เรามีจิตอยากจะพัฒนาตนเองให้ได้ ให้ทันคนอื่นๆ พอได้รับคำสอนที่เป็นขุมทรัพย์ใหญ่ เราถึงได้เข้าใจ
    จากนี้ไปจะพยายามเปิดเผยตัวเองต่อหมู่กลุ่มให้มากยิ่งขึ้น เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆกับหมู่มิตรดี สหายดี สาธุค่ะ

Comments are closed.