แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (ุมกราคม 65) [35]

แบ่งปันการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน

นักศึกษาสถาบันวิชชาราม แบ่งปันสภาวธรรมจากการเรียนรู้การใช้หลักอริยสัจ 4  ประจำวันที่ 1-31 มกราคม 2565

!?ปิดรับบทความในวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2565 เที่ยงคืน ตามเวลาในประเทศไทย

?กรอกข้อมูลในช่องความคิดเห็นด้านล่าง

35 thoughts on “แบ่งปันการเรียนรู้อริยสัจ 4 (ุมกราคม 65) [35]”

  1. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง เลิกเป็นผู้จัดการ
    ในช่วงคริสมาสต์ ได้รับเชคของขวัญจากคุณพ่อคุณแม่ แล้ววิญญาณของความอยากเป็นผู้จัดการเงินจำนวนนั้นเกิดขึ้น กิเลสกลัวว่าพ่อบ้านจะใช้เงินไปในทางฟุ้มเฟือย เราไม่อยากให้ท่านใช้เงินไปในทางนั้น เห็นความกลัวกังวลเกิดขึ้น

    ทุกข์ กลัวพ่อบ้านใช้เงินในทางฟุ้มเฟือย

    สมุทัย อยากเป็นผู้จัดการการใช้จ่ายเงิน กลัวว่าพ่อบ้านจะใช้จ่ายในทางที่ไม่จำเป็นฟุ้มเฟือย ชอบถ้าเราได้ควบคุมการใช้จ่าย

    นิโรธ จะได้ควบคุมการใช้จ่ายหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ กล้าให้เกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นได้

    มรรค พิจารณาโทษความอยากได้ดั่งใจหมายของเราว่ามันเป็นทุกข์เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดี ทำตัวเป็นขโมย ขโมยเอาดีจากคนอื่น แม้ว่าเราได้ดังใจหมายก็เป็นสุขชั่วคราว เก็บไม่ได้ กิเลสอัตตาของเราก็โต พออยากได้มาก ๆ ก็กลัวจะไม่ได้ กิเลสมักหลอกบอกเราว่า ถ้าไม่ได้ดูแลการใช้จ่ายจะเกิดความเสียหาย เพ่งโทษว่าพ่อบ้านจะเอาเงินไปใช้ในทางที่ฟุ้มเฟือย ที่จริงท่านจะใช้แบบนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้

    ความจริงเราหรือใครจะได้รับอะไรก็เป็นกรรมของผู้นั้น เขาทำดีก็ได้รับสิ่งดี ถ้าเขาทำกรรมชั่วเขาก็ได้รับสิ่งชั่วเอง เราช่วยเขาได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็ปล่อยวาง จึงได้สวนลำกิเลสไปว่า ต่อให้เขาเอาไปทำเสียหายจนหมดเลย แต่เราจะไม่ให้ความกลัวเกิดขึ้นในใจเรา เราจะยินดีรับแม้ร้ายสุด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม เมื่อคิดได้ดังนี้ก็คลายความอยากที่จะเป็นผู้จัดการเงินจำนวนนั้น จึงบอกกับพ่อบ้านว่าใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นนะ อย่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ท่านก็รับปาก

    ตั้งศีลจะไม่จัดการชีวิตใคร ไม่เอาดีจากใคร ให้ทุกชีวิตได้อิสระในการดำเนินชีวิต ทำความผาสุกที่ตนช่วยคนที่ศัทธา เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนได้รับล้วนเกิดจากการกระทำของตนเองเท่านั้น เมื่อรับผลดีร้ายจากการกระทำแล้ว ผลนั้นก็จบดับไป และสุดท้ายเมื่อปรินิพพานทุกคนก็ต้องสูญจากทั้งดีและร้ายไป ไม่มีอะไรเป็นของใคร เพราะสุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องดับไป จึงไม่ต้องยึดมั่นถือมั่น ไม่ต้องทุกข์กับอะไร

  2. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง อย่าไปอยากได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
    ได้คุยกับน้องสาวคนเล็ก ซึ่งเขาดูแลเด็ก ๆ ก็เลยให้ข้อคิดกับน้องสาวว่า ควรสอนเด็ก ๆ ทำสวนหรือกิจกรรมต่าง ๆ พาเด็กเข้ามาคบคุ้นหมู่มิตรดี เพราะเดียวนี้มีซูมให้ติดต่อถึงกันได้สะดวก สมัครเรียนและเข้าค่ายออนไลน์กับแพทย์วิถีธรรม เพียงแต่เราจัดเวลาเข้ามาเรียนรู้ แล้วน้องสาวก็เลยตอบกลับมาว่า ตอนนี้พี่ก็ไม่ได้ทำงานแล้วน่าจะกลับมาอยู่บ้าน มาช่วยพาพวกเราทำสิ เกิดความคิดอยากกลับบ้าน คิดว่าถ้าได้กลับบ้านจะเกิดประโยชน์มาก จะได้พาเด็ก ๆ เข้าซุม เรียนรู้การทำกสิกรรมต่าง ๆ แล้วก็เกิดอาการฟุ้งในหัวว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้(เรื่องดี ๆ ทั้งนั้น) แล้วก็นำเรื่องมาอปริหากับพ่อบ้าน พ่อบ้านบอกว่าก็ดี แต่ช่วงนี้โควิดระบาดมากอยู่ เอาไว้สักปี สองปีแล้วพิจารณาอีกที เห็นอาการจิตไม่แช่มชื่น ไม่โปร่งไม่โล่ง

    ทุกข์ ไม่แช่มชื่น ไม่โปร่งไม่โล่ง

    สมทัย อยากกลับบ้านที่เมืองไทย คิดว่าการได้กลับบ้านจะเป็นประโยชน์มาก พาเด็ก ๆ มาคบคุ้นหมู่มิตรดี

    นิโรธ จะได้กลับบ้านที่เมืองไทยหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ ยินดีได้ในทุกสถานการณ์

    มรรค เมื่อเกิดอาการจิตไม่แช่มชื่นไม่โปร่งไม่โลง รู้แล้วมารเข้า มันเอาสุขมาล่อว่าถ้าได้กลับบ้านสมใจอยากจะสุขใจชอบใจ แล้วก็ฟุ้งไปด้วยว่าจะได้ทำกิจกรรมดี ๆ กับเด็ก ๆ (ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ เขาจะเอาด้วยหรือเปล่า)เห็นกิเลสตัวยึดดีถือดีหลงดีของเรา ว่าได้สมใจจะสุขใจชอบใจ พอพ่อบ้านคัดค้านมันเลยออกอาการไม่แช่มชื่น ไม่โปร่งไม่โล่ง

    ได้พิจารณาโทษของความอยากว่ามันเป็นทุกข์ ความอยากได้สมใจอยากเป็นกลลวงของกิเลส มันลวงให้หลงโดยการเอาสุขที่ไม่มีจริงมาล่อ คือหลอกว่าถ้าได้กลับบ้านที่เมืองไทยจะทำประโยชน์ให้กับเด็ก ๆ ได้มากกว่า แต่ความจริงมันก็ไม่แน่หรอก แม้ได้สมใจอยากมันก็สุขชั่วคราว ไม่มีจริง ไม่เที่ยง ชั่วเดี๋ยวเดียวมันเปลี่ยนแปลง ก็ดูเพียงพ่อบ้านคัดค้านมันแสดงอาการไม่แช่มชื่นเสียแล้ว เพราะมันไม่ได้ดังใจ ชีวิตจะเอาอะไร สุข ๆ ทุกข์ ๆ ๆ ๆ ๆ อยู่อย่างนี้เหรอ

    คิดทำดีน่ะดีแล้ว แต่ดีไหนที่ทำไม่ได้เราก็ต้องพร้อมวาง ไม่ต้องไปอยาก กล้าที่จะไม่ให้ดีเกิดดังใจเราหมายได้ ยินดีพอใจในทุกสถานการณ์ให้ได้ ทำแต่ดีที่ทำได้ด้วยใจไร้ทุกข์

    พิจารณาเรื่องกรรม เข้าใจตอนนี้ไม่ใช่กุศลของเราและเด็ก ๆ จะบำเพ็ญร่วมกัน ณ เวลานี้ทุกคนอยู่ในที่ของตัวเองปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าเด็ก ๆ เขาสนใจเขาก็สามารถเข้ามาในซูมได้ เราก็สามารถทำกิจกรรมผ่านออนไลน์ได้ แต่เราก็ไม่ได้ไปคาดหวังเอาดีจากใคร เพียงแต่จะชี้แนะเท่านั้น ส่วนเขาจะทำหรือไม่ก็ให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต

    กิเลสมักหลอกให้เราหลง ความยึดมั่นถือมั่นในใจเรา เพราะความจริงไม่มีใครทำดีทำร้ายเราได้ นอกจากวิบากดีร้ายของเราเอง ใจก็คลายความยึดมั่นถือมั่นลง เกิดความปิติเบิกบานยินดี พุทธะเกิด เลิกอยากได้ดีที่เป็นไปไม่ได้ ณ เวลานั้น ๆ

  3. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    อริยสัจ 4

    เรื่อง ไม่รับงาน
    เมื่อเช้าไปทำงานทำความสะอาดให้เจ้านาย ท่านได้ถามข้าพเจ้าว่าสนใจจะรับงานเพิ่มหรือไม่ ทันที่ที่ได้ยินคำถามใจข้าพเจ้าก้เต้นตุ่มๆ มีอาการตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะข้าพเจ้าได้ตั้งศีลไว้ว่าจะไม่ทำงานเพิ่มอีกแล้วเพราะงานที่ทำอยู่ก็พอที่จะเลี้ยงชีพของตัวเองได้เพียงพอแล้ว แต่อาการของใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นว่ากิเลสมันดิ้นมันอยากรับงานเพิ่ม แต่จิตที่ตั้งมั่นแน่วแน่ก็ได้สวนขึ้นมาทันทีว่าไม่เอาแล้ว พอแล้วรู้ไหมว่าพอ เข้าใจความหมายคำว่าพออยู่ใช่ไหม เธอก็ไม่ได้โง่ที่จะไม่เข้าใจคำว่าพอแล้วนะพรพรรณ จิตพุทธะบอกข้าพเจ้า จึงได้ตอบเจ้านายไปว่าไม่ค่ะ พอแล้ว !

    ทุกข์ : มีอาการหวั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเจ้านายถามว่าสนใจรับทำงานเพิ่มไหม?

    สมุทัย : อยากล้างกิเลสตัวที่เคยอยากได้ อยากเป็นอยากมีออกไปจากใจให้เกลี้ยง ไม่อยากให้อาการหวั่นไหวเกิดขึ้นเมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้จากเจ้านาย ถ้าหากไม่มีอาการหวั่นไหวจะชอบใจและเป็นสุขใจ

    นิโรธ : ข้าพเจ้าจะขอพากเพียรล้างกิเลสความหวั่นไหวตัวนี้ ไปเรื่อย ๆ แม้ไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็จะขอพยายามตามให้รู้เท่าทัน และพิจารณาถึงโทษของกิเลส แม้ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะแพ้และไม่ทันกิเลสก็จะไม่ทำทุกข์ทับถมตัวเอง

    มรรค : ท่านอาจารย์หมอเขียวได้กล่าวว่าความหวั่นไหวเป็นโรคเมื่อใดที่มีความกลัว กังวล หวั่นไหว จะทำให้ปัญญาดับคิดอะไรไม่ออก ฉะนั้นแล้วข้าพเจ้าจะพยายามพากเพียรฝึกฝน พิจารณาถึงประโยชน์ของความไม่มีความหวั่นไหว เพื่อจะได้ไม่สูญเสียพลังงานไปโดยไม่มีประโยชน์ ครั้งนี้ข้าพเจ้ามีความทุกข์อยู่ไม่ถึง 5 นาที เพราะได้พิจารณาถึงการไม่มีกิเลสตัวนี้และมีศีลที่ได้ตั้งเอาไว้คุ้มครอง จึงทำให้ไม่หลงไปกับกิเลส จากนั้นใจก็เบาสบายหายเป็นปกติค่ะ

  4. ทิษฏยา โภชนา (ในสายธรรม)

    การบ้านอริยสัจ 4
    เรื่อง : ไม่น่าพูดเลย
    เพื่อนมาปรับทุกข์ให้ฟัง เมื่อฟังแล้วก็จับประเด็นได้ว่า ที่เขาทุกข์เพราะความไม่ได้สมใจอยากตามที่เขาต้องการ จึงชี้ขุมทรัพย์ให้เขาไป ซึ่งเขาก็รับฟังโดยดี แต่เมื่อพูดไปแล้ว ความคิดของกิเลสมันก็เข้ามาแทรกว่า สิ่งที่เราบอกเพื่อนไปจะทำให้เขาไม่พอใจเรารึป่าว เราไม่น่าแนะนำเขาแบบนี้เลย กิเลสมันไม่อยากให้เราเจ็บตัว มันบอกว่าอยู่เฉย ๆ น่าจะดีกว่า จะพูดออกไปให้เปลืองตัวทำไม

    ทุกข์ : กลัวเพื่อนจะไม่พอใจ

    สมุทัย : อยากให้เพื่อนพอใจในสิ่งที่เราพูด

    นิโรธ : เพื่อนจะพอใจหรือไม่พอใจ ก็ไม่ต้องทุกข์ใจ

    มรรค : พิจารณาว่า เมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังคิด พูด ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะตัวเขาเองก็ทุกข์ และเป็นจุดที่เขาติดเรื่องนี้มานานแล้ว หากมีโอกาสก็ควรบอกกล่าว เพื่อให้เขาได้เห็นและได้แก้ไข เราไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวโทษ/ซ้ำเติมให้เพื่อนเสียใจเลย ถ้าเรารักและปรารถนาดีกับเขา เราก็ควรที่จะบอกกล่าว ดีกว่าเพิกเฉย หรือพูดเพื่อส่งเสริมกิเลสเขา เพราะเราคือหมู่มิตรดีของเขา ในเมื่อเราทำดีเต็มที่แล้วในฐานะเพื่อน จะไปทุกข์ใจทำไม

    ตรงกับบททบทวนธรรมข้อที่ 115 “ ทำดีเต็มที่ทุกครั้งก็ชนะทุกครั้ง”

    สรุป พิจารณาแบบนี้แล้วใจโล่งขึ้น เพื่อนจะเข้าใจเราหรือไม่เข้าใจเราก็ไม่ทุกข์ใจ

  5. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง วางเร็ว สุขเร็ว
    เหตุการณ์ : เห็นพ่อบ้านปลูกต้นชมพู่ข้างบ้านพอเห็น มารชิงเสนอหน้าทันที รู้สึกขุ่นใจ จึงถามไปว่า ทำไมปลูกไกลออกไปน่าจะปลูกชิดขอบๆเผื่อสร้างโรงเรือน พ่อบ้านตอบกลับว่า ยังไม่รู้จะได้สร้างหรือเปล่า ปลูกไปก่อน ได้ฟังก็เงียบเพราะถ้าไม่หยุดคงยาว หยุดที่เราเถอะ ปลูกแล้วก็แล้ว
    ทุกข์ : รู้สึกขุ่นใจ ที่พ่อบ้านปลูกชมพู่ตรงนั้น

    สมุทัย : ยึดมั่นถือมั่นว่าพ่อบ้านต้องปลูกชมพู่ตรงที่เราคิดไว้ ถ้าพ่อบ้านปลูกตรงกับความคิดเราแล้วจะชอบใจ สุขใจ พอพ่อบ้านปลูกผิดจากที่คิดไว้ จึงทุกข์ใจ ไม่ชอบใจ

    นิโรธ : พ่อบ้านจะปลูกตรงที่เราคิดไว้ หรือ ปลูกออกไป ปลูกตรงไหน ก็ได้ ใจไร้ทุกข์

    มรรค : พอจับความรู้สึกขุ่นใจได้ รู้ว่าเกิดเพราะเรามีความยึดมั่นถือว่าต้องปลูกตรงนั้น รีบปิดปากเงียบหันมาวางที่ใจต้วเองทันที รู้ว่าตัวเองอยากให้พ่อบ้านปลูกชิดขอบๆ แต่พ่อบ้านก็มีเหตุผลแย้งมาจึงชิงยอมดีกว่าก่อนจะชักหอกปากใส่กัน ทำใจว่าไม่เป็นไรปลูกแล้วก็แล้วเพราะปลูกเกือบเสร็จเหลือต้นสุดท้าย อีกอย่างเราเองมีตัณหาล้ำหน้าไปเผื่อโน่นเผื่อนี่ ไม่ยอมรับความจริงในปัจจุบันเพราะต้นชมพู่สมควรปลูกแล้วต่อไปข้างหน้าค่อยว่ากันตามเหตุปัจจัย พอคิดได้ ความรู้สึกขุ่นใจหายไปทันที ความผาสุกกลับมาตามปกติ ตรงกับบททบทวนธรรมข้อ 101 ที่ว่า”ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่นให้ได้ “จึงจะได้” หลังจากที่เราวางความยึดมั่นถือมั่นลงได้จริงๆเราจึงได้ เพราะวันรุ่งขึ้นพ่อบ้านมาบอกว่าจะย้ายต้นชมพู่ที่ปลูกเรียบร้อยแล้วมาปลูกตรงที่เราคิดไว้ เพราะเขากลับไปคิดแล้วว่าหากโตขึ้นจะย้ายคงยาก เลยย้ายเสียก่อน จากนั้นก็ช่วยกันย้ายต้นชมพู่ทีละต้นจนสำเส็จ
    สรุป ความ ยึดมั่นถือมั่น ทำให้ขุ่นใจ ทุกข์ใจ วางใจได้ กล้ารับสิ่งดี สิ่งร้าย ที่จะเกิดให้ได้ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป

  6. น.ส.จาริยา จันทร์ภักดี

    เรื่อง เปิดปิดไมค์
    เหตุการณ์ วันจันทร์ที่ผ่านมา ตัวได้เองได้ยกมือจองคิวอ่านบททบทวนธรรม พอใกล้จะถึงคิวได้เอามือลงพี่น้องทุกท่านอ่านมาถึงคิวที่ตัวเองจะอ่าน ก็เปิดเสียงแตะแล้ว ก็เปิดไม่ได้ มีเสียงพิธีกรพูดว่าน้องจาริยาหลุดออกไปแล้วให้ท่านอื่นอ่านแทนไปก่อนรู้สึกหวั่นไหวนิดหนึ่ง
    ทุกข์ : หวั่นไหว
    สมุทัย : ชอบถ้าเปิดเสียงได้ อ่านบททบทวนธรรมกับพี่น้อง
    รู้สึกหวั่นไหวที่เปิดเสียงไม่ได้
    นิโรธ : จะเปิดเสียงได้ไม่ได้หรือไม่ ก็จะไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค : ได้เปลี่ยนความคิด ก็ดีเหมือนกันนะ ที่เราเปิดเสียงไม่ได้ เป็นโจทย์ให้เราได้ทำการบ้านเลย กิเลส บอกว่าบททบทวนธรรมข้อที่เราอ่านมันสั้นดีนะไม่ต้องจ้องมองจอนาน เลยตอบกิเลสไปว่า ถึงข้อที่เราจะอ่านสั้นก็ไม่เป็นไรให้พี่น้องท่านอื่นอ่านแทนก็ดีเหมือนกัน เราก็ได้ประโยชน์เป็นผู้ฟังที่ดีได้ กิเลสตัวติดดีเลยสงบ ได้เทียบเคียงกับบททบทวนธรรมข้อที่ตัวเองได้คิวอ่านข้อที่ 112″ สุขจากการให้ ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่กว่าการเอา
    ได้พิจารณาแล้วทำให้อาการหวั่นไหวหายไป ได้สภาวธรรมตรงๆใจกลับมาเบิกบานแจ่มใส

  7. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันที่ 7 มกราคม 2565

    เรื่อง กิเลสเยอะมาก

    เหตุการณ์ พยายามจะตั้งศีลขึ้นมาปฏิบัติสู้กับกิเลส แต่กิเลสมันเยอะมาก เลยรู้สึกท้อ ไม่รู้จะสู้กับกิเลสตัวไหนก่อน

    ทุกข์ รู้สึกท้อเมื่อรู้ว่ามีกิเลสเยอะมาก

    สมุทัย อยากไม่มีกิเลส

    นิโรธ จะไม่ท้อไม่ว่าจะมีกิเลสมากหรือไม่มีกิเลส

    มรรค จะพยายามพรากเพียรตั้งศีลมาสู้กับกิเลสไปเรื่อยๆ ท่านอาจารย์หมอเขียวสอนว่าให้กำจัดมันทีละตัว ตัวไหนที่มีกำลังออ่นสุดให้กำจัดมันก่อน

    สรุป เมื่อเราเห็นกิเลสเยอะมาก ทำให้เรายินดีเราจะได้ตั้งศีลกำจัดเขาไปทีละตัว เราต้องหาประโยชน์ให้ได้ในทุกเรื่อง เราจะค่อยๆพรากเพียรตั้งศีลมากำจัดมันเป็นลำดับๆไป

  8. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง ให้ไม่จริง

    เหตุการณ์ เนื่องจากมีน้องเลี้ยง ที่ต้องดูแล ท่านเป็นอัมพฤกษ์ ไม่ได้ทำงานอยู่ในความดูแลของแม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ฟังธรรม และใช้ยา 9เม็ดจึงคิดจะช่วยเหลือท่าน โดยชื้ออุปกรณ์สวนล้างลำไส้ ไม้กัวซาน้ำมันกัวซา และหนังสืออาหารให้
    มีเหตุของถึงพื้นที่แล้ว แต่ติดต่อเพื่อส่งของปลายทางไม่ได้

    ทุกข์ ขุ่นใจ ไม่พอใจที่ติดต่อส่งของปลายทางไม่ได้

    สมุทัย ชอบ ถ้าติดต่อส่งของปลายทางได้สามารถรับของได้ทันที ชังถ้าติดต่อส่งของปลายทางไม่ได้

    นิโรธ จะติดต่อได้หรือไม่ได้ก็ยินดีได้ ในทุกสถานการณ์ ไม่ขุ่นใจ ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค ตั้งศีลมาพิจารณาไตรลักษณ์ ความยึดมั่นถือมั่นว่า ถ้าติดต่อได้เลยทันทีที่พนักงานส่งของติดต่อมานั้นดี แต่เมื่อติดต่อไม่ได้ก็ดี จะได้ล้างในสิ่งที่ทุกอย่างต้องสมบูรณ์ ต้องสำเร็จ ต้องไม่มีปัญหา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ในโลกนี้พร่องอยู่เป็นนิตย์ ต้องอยู่กับความพร่อง ความพลาดให้ได้ในทุกสถานการณ์ เราทำชั่วมาหาที่ต้นที่สุดไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกุศล อกุศลที่ทำมา ในเมื่อให้แล้วก็วางใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นดีที่สุดแล้ว ทุกคนไม่มีใครอยากพลาดอยากพร่อง เมื่อใจเริ่มขุ่นใจ ไม่พอใจผิดทางพุทธะแล้ว คิดใหม่ให้แล้วคิดที่จะไม่เอาอะไรให้ได้ เหตุการณ์ที่เกิดมาเพื่อให้เราได้ล้างในสิ่งที่ไม่สมบูรณ์
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 82 จงฝึกอยู่กับความเป็นจริงของชีวิตที่พร่องอยู่เป็นนิตย์ อย่างผาสุกให้ได้

    สรุป หลังพิจารณาแล้ว ก็คิดได้ว่าเคยมีเบอร์แม่ ของน้องที่ติดต่อเพื่อรับของได้ การส่งของจึงสำเร็จ ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะโกรธที่ติดต่อไม่ได้ ซื้อของให้แล้วทำไมไม่ใส่ใจติดต่อไม่ได้ แต่ครั้งนี้มาทำใจที่เราไม่มองออกไปนอกตัว นั่นคือเราไม่ใช่เขา เราทำมามากกว่านั้น เมื่อวางใจได้ ก็ส่งของได้สำเร็จ หรือถ้าส่งของไม่สำเร็จ ใจก็ไม่ทุกข์ได้..สาธุ

  9. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง ไม่อยากเจอ
    เหตุการณ์ : ขณะคุยธุระอยู่ที่บ้านเพื่อน มีโทรศัพท์มาถึงเพื่อนได้ความว่าจะมีคนมาที่บ้าน พอเพื่อนบอกว่าเป็นใคร รู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที เนื่องจากเป็นคนที่ไม่อยากเจอเพราะเคยคุยกันแล้วเข้าใจผิดกันมาก่อน

    ทุกข์ : รู้สึกกังวลใจ ที่จะต้องเจอคน คนนี้

    สมุทัย : กลัวเกิดการผิดใจกับเขาอีก ถ้าไม่เจอเขาจะชอบ พอจะได้เจอเขาจึงชัง

    นิโรธ : จะเจอเขา ก็ได้ ไม่เจอก็ได้ ใจไร้ทุกข์ ไม่ชอบ ไม่ชัง

    มรรค : ล้างความกลัวด้วยความกล้า กล้าที่จะเจอเขา กล้าที่จะให้เกิดเรื่องเข้าใจถูกหรือผิดให้ได้ ยินดีรับทุกเรื่องให้ได้เขาอาจเปลี่ยนไปแล้ว แต่คนที่ยังไม่เปลี่ยนกลายเป็นเรานี่แหละที่ยังยึดว่าเขาจะเป็นอย่างที่เคยเป็น เราต้องกล้าที่จะคุยกับเขา กล้ารับทั้งดีหรือร้าย ที่จะเกิดขึ้นอย่าคิดฟุ้งไปก่อน อาจไม่เป็นตามที่กังวลก็เป็นได้ แล้วจะกังวลให้ทุกข์ไปใย โง่ไม่เสร็จจริงๆจึงล้างใจด้วยบททบทวนธรรมข้อที่ 42 ว่า”ยินดีในความไม่ชอบไม่ชัง ได้พลังสุดๆ ได้สุขสุดๆ ยินดีในความชอบชัง เสียพลังสุดๆ ได้ทุกข์สุดๆ”เมื่อพิจารณาและล้างความรู้สึกกังวลก็หายไป ได้พลังสุดๆ ได้สุขสุดๆ พร้อมเจอเขาด้วยความยินดี ในที่สุดก็ได้เจอเขาพูดคุยกันด้วยดีไม่เป็นอย่างที่คิด ท่าทีของเปลี่ยนไปจริงๆ
    สรุป เมื่อล้างความกลัวด้วยความกล้าและพร้อมรับสิ่งดีสิ่งร้าย ความกังวลหมดไป ใจก็มีพลังและสุขสุดๆจริงๆ

  10. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้ำน้อมศีล)

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่
    เรื่อง.บำเพ็ญค่าส่ง (ฆ่าส่งกิเลส)
    เหตุการณ์.เนื่องจากได้สั่งถั่วจากพี่จิตอาสาท่านหนึ่งตอนแรกจะสั่ง 10 กก.เพื่อจะแบ่งปันไปที่ภูผาฟ้าน้ำให้พี่น้องได้ทานถั่วกัน แต่เมื่อพี่ได้รวบรวมราคาแล้วก็รู้สึกว่ามันเกินกำลังของตัวเอง จึงได้บอกท่านไปว่าขอสั่งแค่ 5 กก.ก็แล้วกัน
    และท่านก็บอกว่าเดี๋ยวท่านจะบำเพ็ญค่าส่งให้
    ตัวเองก็บอกว่าไม่เป็นไรค่ะยังพอส่งได้อยู่ แต่ขณะนั้นจับได้ว่าเรากำลังมีกิเลสอยู่ และได้มาทำใจในใจ จากที่คิดว่าจะต้องเป็นคนเสียค่าส่งเองจะไม่รบกวนพี่ท่าน แต่ก็มาประมาณแล้ว ก็ตัดสินใจเปลี่ยนคำที่จะส่งข้อความไปหาท่าน เป็นคำว่า ขอบคุณและอนุโมทนาบุญในส่วนที่ร่วมกันแบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์ค่ะ

    ทุกข์.รู้สึกเกรงใจ พี่จิตอาสาที่ต้องบำเพ็ญค่าส่งให้ที่จะส่งถั่วไปที่ภูผาฟ้าน้ำ

    สมุทัย.ไม่อยากรบกวนพี่จิตอาสาเรื่องที่บำเพ็ญค่าส่งให้ ถ้าได้จ่ายค่าส่งเองจะชอบใจสุขใจ แต่เมื่อต้องให้พี่ท่านมาบำเพ็ญค่าส่งให้จึงรู้สึกเกรงใจ ทำให้ ทุกข์ใจไม่ชอบใจ

    นิโรธ. เมื่อสิ่งทีเราทำคือ การแบ่งปันที่บริสุทธิ์ จะส่งของไปให้ผู้มีศีลทาน ก็ยินดีไม่ว่าตัวเองจะซื้อเองแล้วเสียค่าส่งเองหรือจะให้พี่ท่านได้ร่วมบำเพ็ญในกุศลครั้งนี้ ก็สุขใจไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค.ตั้งศีลพิจารณาเห็นอาการที่ทำให้ทุกข์ ทำให้ยึด ทำให้โง่ ของกิเลส ก็มาทบทวนกับตัวเองว่า แล้วเราจะทุกข์หรือเกรงใจทำไม เมื่อพี่ท่านก็ประมาณแล้ว ขณะเราเองก็ยังบอกกับพี่ท่านเลยว่าตอนแรกจะสั่ง 10 กก.แต่เมื่อดูแล้วการที่เราจะแบ่งปันอะไรอย่างไรก็ต้องทำตามฐานฐานะที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง พี่ท่านก็เช่นกันท่านก็ประมาณแล้วว่า ไม่ได้เบียดเบียนท่านเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราก็มาลดอัตตาตัวตน แล้ววางความยึดของตัวเองลง และมาร่วมกันบำเพ็ญในการสร้างบุญลดกิเลสที่ตัวเอง และร่วมกุศลในการส่งถั่วไปให้อาจารย์และพี่น้องด้วยใจที่ผาสุขค่ะ
    สรุปว่า.หลังที่พิจารณาไปเรื่อยๆกิเลสก็จางคลายใจก็โล่งไร้ทุกข์ไร้กังวลราบคาบค่ะ
    และอนุโมทนาบุญพี่ด้วยตอนนี้ถั่วส่งถึงภูผาฟ้าน้ำเรียบร้อยแล้วค่ะ
    สาธุค่ะ..

  11. กาญจนา คงภูชงค์

    ขออนุญาตส่งการบ้านคะ
    เรื่อง..แพ้ เพื่อชนะ เหตุการณ์…ได้ตั้งศีลว่า จะกินข้าวมื้อเดียวแต่ก็ แพ้กิเลส ใน ตอนเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทำกับข้าว
    ทุกข์…ไม่เบิกบานใจเพราะ..แพ้กิเลส
    สมุทัย ..ชอบที่ ตั้งศีลไว้แล้วทำได้ ชัง ที่ตั้งศีล แล้วทำไม่ได้
    นิโรธ… เมื่อเราตั้งศีลแล้วเราทำไม่ได้ เราแพ้กิเลสเราก็ไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค… เมื่อเราได้พิจารณาถึงเหตุให้แพ้กิเลส ทำให้เราไม่เบิกบาน กลายเป็นคนไม่รักษาคำพูด ที่ว่าจะไม่กินข้าวตอนเย็นให้ได้ และเหตุที่ทำให้เราหิว เพราะเราต้องเข้าครัวทำอาหารตอนเย็นให้พ่อบ้านและลูก กิเลสก็เลยทำให้เราแพ้ มันต่อรองว่ากินข้าวสักช้อนก็ยังดีนะๆ แต่เมื่อแพ้เราก็มาอ่านใจตัวเองว่า เราได้ฝึกลองปฎิบัติมาหลายวันแล้ว วันนี้จะลองตามใจกิเลส เพื่อจะได้อ่านใจตัวเอง หลังจากที่ได้กินตามที่อยาก แล้วใจเป็นไง เลยตั้งจิตถึงพระพุทธเจ้าว่า ลูกขออนุญาตลองผิดศีลที่ตั้งไว้สักครั้งนะคะ กับเรื่องที่ว่าจะไม่กินข้าวเย็น ขอรับโทษเต็มใจรับโทษเพื่อว่าจะได้อ่านใจว่าหิวจริงมั้ย มานึกๆดูแล้วทำไมไม่ห้ามกิเลส ว่าค่อยกินพรุ่งนี้ดีมั้ย รู้เห็นเป็นใจกันทำผิดพลาดแบบนี้ไม่ดีแน่ เดี๋ยววันอื่นก็จะมีข้ออ้างอีกแหละ พอคิดทบทวนแล้วคือได้กินไป1คำ ใจมันก็บอกพอได้แล้ว แค่นี้ดีเยอะแล้ว ต่อไปต้องพูดกับกิเลสว่าเรามาตั้งศีลให้มั่นคงทุกวันดีกว่านะ เพื่อชืวิตที่ดีขึ้น
    เมื่อเห็นความพลาด ความพร่องของเราชัดขึ้น จึงใช้ปัญญามาดับทุกข์ได้ทัน จะไปทุกข์ทำไมให้เบียนเบียนตัวเองละ ใจไร้ทุกข์ใจดีงามคือสุขยิ่งกว่า ความเบิกบานใจก็ปรากฎให้เราได้สัมผัส ตรงตาม บททบทวนธรรมข้อที่73 เมื่อเรามุ่งหมาย
    และพยายามหยุดชั่ว
    มุ่งหมายให้เกิดดี
    และพยายามทำดีอย่างเต็มที่แล้ว ยอมหรือกล้าให้เกิดสิ่งเลวร้ายสุดๆ ทุกเรื่องให้ได้
    ชีวิตก็ไม่มีอะไรทุกข์ใจ

  12. เสาวรี หวังประเสริฐ ( สืบสานศีล )

    เรื่อง อยากได้ดั่งใจหมาย
    วันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้พี่สาวมารับชวนไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน พี่สาวคนโตการเดินทางก็ราบรื่นดี ระหว่างที่อยู่บ้าน
    พี่สาวคนโต ชวนให้มาซื้อบ้านเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆกันและจะได้ช่วยดูแลแม่ซึ่งอายุมากก็อยากให้ลูกหลานมาอยู่ใกล้ๆกัน
    ทุกข์ อยากย้ายมาอยู่ใกล้ๆแม่
    สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ชอบที่ได้มาอยู่ใกล้ๆแม่ ชังที่ไม่ได้มาอยู่ใกล้
    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังไม่ว่าจะได้มาอยู่ใกล้แม่หรือไม่ได้มาก็ตาม
    มรรค วิธีดับทุกข์พิจารณาประโยชน์ที่จะได้มาอยู่ใกล้กับแม่ ทบทวนว่าถ้ามาอยู่ใกล้แม่ๆจะสุขใจไม่ได้มาจะทุกข์ใจ การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเราไม่ได้ดั่งใจเราเป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่าที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลสคือความหลงชิงชังรังเกียจหลงยึดมั่นถือมั่นในใจเราและทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา ทบทวนซ้ำๆทำให้วางใจได้ ไม่ทุกข์ไม่กลัวแม้จะได้มาหรือไม่ได้มาอยู่กับแม่ก็ตาม

  13. พรณพิมพ์ ทองหล่อ

    เรื่อง หวงโต๊ะทำงาน (มาก)

    เหตุการณ์ : มาทำงาน เห็นเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานตัวเองเลื่อนไม่เหมือนเดิม ปกติถ้ามีใครมาขยับจะรู้ทันที ถามน้องที่สนิทเลยทราบว่า มีคนมานั่งที่โต๊ะทำงานเรา

    ทุกข์ :โกรธมากที่มีคนมาใช้โต๊ะทำงานเรา โต๊ะในห้องมีตั้งมากมาย นี่มันโต๊ะส่วนตัวนะมานั่งทำไม อุตส่าห์เอาที่กั้นมากั้นแล้วยังจะเข้ามานั่งโดยไม่ขออนุญาตอีก

    สมุทัย : ชอบที่ไม่มีคนมายุ่งกับโต๊ะทำงานเรา ชังที่มีคนมาใช้โต๊ะทำงานเรา

    นิโรธ : เค้าจะมานั่งโต๊ะเราก็ได้ จะไม่มานั่งก็ได้ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : จับอาการโกรธ เมื่อรู้ว่ามีคนมาใช้โต๊ะทำงานเราโดยไม่ขออนุญาต ค่อยๆพิจารณาตามว่า ถ้าคิดแบบนี้ใจเรานั่นแหละที่จะทุกข์ เราก็เคยไปเอาของคนอื่นมาใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตเหมือนกัน ถ้าเรื่องแค่นี้ยังยึดติดว่าเป็นของๆเรา แล้วเรื่องอื่นๆจะปล่อยวางได้อย่างไร พอคิดได้แบบนี้ก็คลายใจขึ้นมา แต่ไม่ทั้งหมดเพราะความหวงของมีเยอะต้องค่อยๆล้างออก

    สรุป : ความโกรธลดลงครึ่งนึง อีกครึ่งนึงจะพากเพียรต่อ ได้ปัญญาว่ายึดเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้น ตอนนี้ใจเบิกบานเป็นสุขมากขึ้น

  14. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)

    ชื่อเรื่อง พูดละเอียดเกิน

    เหตุการณ์ ที่ทำงานนัดประชุม เตรียมความพร้อม หัวหน้าฝ่ายมาใหม่ พนักงานอย่างเรา ต้องมาพรีเซ็นต์ เนื้องานที่ตัวเองทำในฝ่ายบัญชี ผัสสะเกิดเมื่อน้องท่านหนึ่งได้พูดอธิบายงานตัวเองแบบละเอียดเกินไป ซึ่งจริง ๆ ไม่ต้องละเอียดขนาดนั้นก็ได้ มีอาการกระตือรือร้นและรับปากทุกอย่าง แต่ความเป็นจริงยังไม่สามารถทำได้ พอฟังแล้วเกิดอาการหงุดหงิดในใจ แต่ไม่มีอาการทางกายออกมา

    ทุกข์ หงุดหงิด รำคาญใจ น้องคนนี้พูดจาไม่จริง พูดโอเวอร์ อธิบายงานละเอียดเกินไป ไม่จำเป็น

    สมุทัย ชอบ ถ้าน้องจะไม่พูดแบบนี้ ชังถ้าน้องจะพูดแบบนี้

    นิโรธ น้องจะพูดอย่างไร ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค เห็นอาการใจตัวเอง เลยนั่งมองตอนที่น้องคนนี้พูดไป ถามตัวเองว่าเราไม่ชอบอะไร แต่เราเห็นสภาพพร่อง สภาพที่ไม่เป็นไปดังใจเราอยากจะให้เป็น จริงๆ น้องทำดีที่สุดแล้วเท่าที่น้องเข้าใจ น้องพยายามอธิบาย วนเวียนๆ ทำให้เห็นความตั้งใจจริงของน้อง สภาพที่เราอยากได้ดังใจ มันก็หายไป เข้าใจมากขึ้น เข้าใจว่าทุกคนทำดีที่สุดของแต่ละคนแล้ว กิเลสตัวอยากได้ของเรามากกว่า จะไปเอาอะไรจากเขา กิเลสตัวไม่ชอบสภาพพร่องที่มองเห็น

  15. นฤมล ยังแช่ม

    ทุกข์กับการลดกิเลส

    เริ่มต้นที่ลด ละ เลิก การกินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ต่อมาก็เป็นขนมที่ชอบคือ กล้วยฉาบ กล้วยตาก สารพัดกล้วย ข้าวเหนียว ลดการกินถั่วเหลือแค่ 2 ช้อนโต๊ะ ผลไม้ก็เหลือแค่กล้วย เพราะผลไม้ที่ซื้อมากินมีสารเคมีก็แพ้ กินไม่ได้มีตุ่มขึ้นที่ตัว กินข้าวเคี้ยวละเอียดบ้าง บางวันกิเลสเข้าก็ทำไม่ได้ กินอาหารตอนสาย ๆ ได้บ้าง บางวันกิเลสก็ไม่ยอมก็ต้องกินข้าวแต่เช้าตั้งแต่ 6 โมงเช้าหรือไม่ก็ตั้งแต่ตี 4 ตี 5 กินมื้อเดียว กิเลสมีความโลภกินเเกิน นอนเป็นงูหลาม ก็หลายครั้ง ตอนที่ทุกข์ก็บอกว่าจะไม่ทำอีกแล้ว แต่พอครั้งใหม่กิิเลสก็ชวนกินเกินก็หลายรอบ เป็นสภาพวนซ้ำ วัฎฎะ ที่ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ไม่เข็ด ไม่หลาบ โง่ ชั่ว ทุกข์ ซ้ำซาก ไม่รู้จะโง่ไปถึงไหน ไม่มียางอาย หน้าด้าน เสพแล้วเสพอีก กิเลสมันถามว่านี้จะไม่เหลืออะไรไว้ให้มันเสพบ้างเลยเหรอ จะลดทั้งหมดเลยใช่ไหม ปัญญายังไม่มากพอที่จะออกจากทุกข์บางครั้งก็รู้สึกท้อ แต่จะให้กลับไปกินเหมือนเดิมก็คงไม่ไหว เพราะมันทุกข์มากกว่านี้ ถึงตอนนี้จะทุกข์ แต่ถ้าผ่านไปได้ก็ไม่ต้องกลับมาทุกข์อีก

    ทุกข์ ทุกข์ใจที่ต้องลดในสิ่งที่ชอบ

    สมุทัย สุขใจที่ได้กินในสิ่งที่ชอบ ทุกข์ใจที่ไม่ได้กินในสิ่งที่ชอบ

    นิโรธ ได้กินหรือไม่ได้กินในสิ่งที่ชอบก็สุขได้

    มรรค พิจารณาว่าที่ผ่านมาก็กินมาตั้งกี่ปีแล้ว ยังทุกข์ไม่พอหรือไง ตายไปก็ไม่มีร่างให้เสพแล้ว จะรอให้ตายก่อนหรือไงถึงจะเลิกกิน ความอร่อยก็ไม่มีเก็บไม่ได้ไม่มีตัวตน แค่อยากก็ทุกข์แล้ว ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องทุกข์ ฝึกทำตามกิเลสก็ทำมานานแล้ว ทำไมไม่ฝึกแบบพุทธะบ้าง อาหารกินได้แค่ชาตินี้ แต่ใจที่ไม่ทุกข์จากกิเลส สุขไม่มีวันสิ้นสุด นี่้คือจุดหมายของเรา มีความสุขไปทุกปัจจุบันที่ทำได้ ไม่ต้องรอให้ไปถึงจุดหมาย เริ่มต้นที่เรา นับหนึ่งที่เรา สู้ ๆ

  16. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง เลิศ หลัก เสริม
    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมาได้มีโอกาสบำเพ็ญรายการสายด่วนกับพี่น้องหมู่มิตรดี ในช่วงตอบคำถามมีพี่น้องท่านป่วยเป็นมะเร็งเข้ามาถามคำถาม ท่านมีอาการกลัวกังวล หวั่นไหวมาก พอพี่น้องยกมือขึ้นตอบคำถาม ตอบไม่ตรงใจเราเน้นไปในทางวัตถุมากเกินไป (ในความคิดของเรา) เราเกิดความอยากให้พี่น้องพูดเรื่องใจ คือยาเม็ดเลิศก่อน ตัวเองก็ได้ยกมืออยากจะตอบคำถามนั้นด้วย แต่พอพิธีกรไม่เรียกเรา ก็เลยเอามือลงก็คอยฟังว่าพี่น้องจะตอบอย่างไร ตอบอยู่นานมากก็ยังวน ๆ อยู่ในเรื่องวัตถุ กิเลสมันดิ้นอยากเอาดีจากเพื่อน ไลน์บอกเพื่อนตัดรอบเถอะ แต่พี่น้องก็ไม่เห็นด้วย เห็นใจมันดิ้นรนจะพยายามส่งสัญญาณให้พี่น้องพูดตามหัวข้อเม็ด เลิศ หลัก เสริม โดยการแชร์สกรีน ได้เห็นความอึดอัดใจ ก็เลยมาทำใจตัวเอง นี่เรากำลังจะเอาดีจากคนอื่น

    ทุกข์ อึดอัด ร้อนใจ อยากให้พี่น้องพูดเน้นหัวข้อยาเม็ดเลิศก่อน

    สมุทัย อยากให้พี่น้องพูดเน้นหัวข้อยาเม็ดเลิศก่อน ค่อยพูดเม็ดหลัก เม็ดเสริม ถ้าพี่น้องพูดเน้นเม็ดหลักจะสุขใจชอบใจ

    นิโรธ พี่น้องจะพูดเน้นเม็ดไหนก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค เมื่อได้พิจารณาเห็นความอึดอัด ร้อนใจ กิเลสความอยากเอาดีจากผู้อื่นอย่างยึดมั่นถือมั่น ก็ได้พิจารณาโทษภัยของความอยากอย่างยึดมั่นถือมั่นของเรา ว่าถ้าได้สมใจอยากจะสุขใจชอบใจ ก็เป็นเพียงสุขเพียงชั่วคราวเก็บไม่ได้ พอไม่สมใจอยากก็ทุกข์ใจไม่ชอบใจ อยากได้มาก ๆ ทำชั่วได้ทุกเรื่อง มันก็ดิ้นรน ร้อนใจ พยายามส่งสัญญาณให้พี่น้อง ทำตามที่เราต้องการ ยกมือขอแสดงความเห็นบ้าง โดยการแชร์สกรีนบ้าง ส่งไลน์ไปหาเพื่อนบ้าง

    พอเพื่อนไม่ทำตามที่ตนเองต้องการได้สติ รู้สึกละอาย รู้สึกสำนึกผิด ตั้งจิตขอโทษ ขออโหสิกรรม ตั้งใจหยุดสิ่งที่ไม่ดี ทำใจพิจารณาเรื่องกรรมว่าเราหรือใคร ได้รับอะไรขึ้นอยู่กับกุศล อกุศลของแต่ละท่าน ที่จะออกฤทธิ์ในเวลานั้น ๆ และพี่น้องท่านนี้ ท่านก็มีกุศลที่จะได้เรียนรู้ตามที่เป็นจริงของท่าน ณ เวลานั้น

    ได้พิจารณาเห็นใจคลายความยึดมั่น ถือมั่น ที่จะเอาดีจากผู้อื่น ยินดีรับแต่ของที่เขาให้ ทำให้เห็นความไม่เที่ยง ไม่มีตัวตนแท้ของกิเลส ที่มันเกิด ดับ ตอนที่มันไม่ได้ดังใจก็ดิ้นรนจะเอา สร้างทุกข์อึดอัด ร้อนใจ
    แต่พอเราเข้าใจได้พิจารณาเห็นความจริง ตามความเป็นจริง เข้าใจวิบากกรรมอย่างแจ่มแจ้ง ในกุศลอกุศล แล้วความอึดอัด ร้อนใจก็คลายลง ใจคลายความอึดอัด รู้สึกเบิกบานยินดี พอเราวางใจแล้วพี่น้องก็ให้โอกาสเราได้แสดงความคิดเห็น

  17. พรทิพย์ ไทยเอียด

    เรื่อง อสูรกายตัวแม่คือเรา

    ทุกข์ มีอาการทุกข์ใจ เครียด กังวล จากพฤติกรรมความไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงออกของตัวเอง

    สมุทัย ภาวะการขาดความกล้า ขาดความมั่นใจในการพูดของตัวเองต่อที่สาธารณะ

    นิโรธ กล้าและมั่นใจในการพูดต่อที่สาธารณะให้ได้ด้วยใจที่เป็นสุข สงบ ผ่อนคลายจากความเครียดกังวล

    มรรค บอกสอนตัวเองว่าถ้าหากเราต้องการความเจริญในธรรม เราต้องมีความกล้าหาญ การไม่พูด เก็บงำความรู้ไว้คนเเดียว ไม่แบ่งปันผู้อื่นจะยิ่งทำให้เราปัญญาดับ อัตตายิ่งโต ประโยชน์ตน ประโยชนืท่านไม่เกิดแก่ใครเลย แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะยังรักษาความโง่นี้ไว้ให้อยู่กับตัวเราไปตลอด ้เราศึกษาธรรมะเพื่อการบรรลุธรรมมีชีวิตที่ผาสุข แต่สิ่งที่เรากำลังทำ คือทำทุกข์ ทำความเครียด ความกังวล ให้กับตัวเอง เลี้ยงอสูรกายไว้ในตน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำแบบนี้กับตัวเอง เมื่อบอกสอนตัวเองได้แบบนี้แล้วจังตัดความกลัวออกสร้างพลังงานในจิตใจใหม่แล้วยกมือส่งการบ้าน โดยมีการพิจารณาใจที่มันคลายทุกข์ได้เมื่อถูกเรียกชื่อให้ส่งการบ้าน เริ่มรู้สึกว่าใจเราไม่เครียด ไม่กลัวได้แล้วระดับหนึ่ง เหลือความตื่นเต้นหน่อยๆที่ต้องล้างต่อให้จบต่อไป

    สรุป ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ ใจที่กล้า ใจที่ไม่กังวล ไม่หวั่นไหวมันสร้างสุขให้กับชีวิตได้จริงๆ ส่วนใจที่มันกลัว กังวล หวั่นไหว มันก็สร้างทุกข์ให้กับชีวิตเราตลอดได้เช่นกัน ถ้าเราไม่มีปัญญาแก้ไข สาธุค่ะ

  18. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    ส่งการบ้านอริยสัจสี่ วันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565

    เรื่อง กิเลสมันน้อยใจเพื่อน
    เหตุการณ์ มีเพื่อนเดินผ่านมา เพื่อนท่านนี้ท่านจะแนะนำสภาวะธรรมในการชำระกิเลสได้ดีมาก ด้วยความเกรงใจท่านเราจึงไม่ได้เรียกท่าน แต่ใจอยากให้ท่านหันมามองเรา เราจะได้คุยกับท่าน เรื่องสภาวะธรรม แต่ท่านไม่ได้หันมา เจ้ากิเลสจึงน้อยใจ

    ทุกข์ น้อยใจเพื่อน

    สมุทัย อยากให้เพื่อนมาคุยสภาวะธรรมด้วย

    นิโรธ เพื่อนจะมาคุยสภาวะธรรมด้วยหรือไม่ก็ไม่น้อยใจ

    มรรค เราได้มาตรวจใจดูว่าจะน้อยใจอะไรนี่ คำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คำสั่งสอนของท่านอาจารย์หมอเขียว ได้ให้ไว้เป็นแนวทางมากมาย ทั้งบททบทวนธรรมอีก 165 ข้อ ของท่านอาจารย์ ก็ศึกษาให้หมดเถอะ ไม่ต้องไปหวังพึ่งคนอื่นหรอก พึ่งตัวเองให้มากๆเถอะ พอเราคิดได้ดังนั้นเราก็ได้เกิดปัญญาคลายทุกข์ลง

    สรุป เราได้น้อมเอาคำสั่งสอนของอาจารย์ และบททวนธรรมของท่านอาจารย์มาศึกษา และฟังซ้ำๆ และนำมาปฏิบัติไปเรื่อยๆ

  19. น.ส.จาริยา จันทร์ภักดี

    เรื่อง แตนต่อย
    เหตุการณ์ ตอนสอยมะพร้าวอ่อนโดนแตนต่อยที่คิ้วข้างใบหน้าทำให้บวมที่ใบหน้าแล้วหัวคิ้วมาก ซึ่งตัวเองจะแพ้แตนเคยต่อยที่หลังเข่าจะมีอาการแผลเป็นหนองครั้งนี้ต่อยบริเวณหน้าทำให้กังวลใจจะมีแผลหนองที่ใบหน้า
    ทุกข์ : กังวลใจจะเกิดเเผลหนองที่หน้า
    สมุทัย : ชอบถ้าไม่โดนแตนต่อยจะไม่ต้องปวดและมีแผลหนอง
    ชังที่ถูกแตนต่อยจะเจ็บและไม่ชอบมีแผลหนอง
    นิโรธ : จะถูกแตนต่อยหรือไม่ก็ จะไม่ชอบ ไม่ชัง เพราะวิบากเราต้องรับ
    มรรค : กิเลสกลัว เพราะเคยโดนแตนต่อยที่ขาจะมีแผลหนองทุกครั้ง เลยคุยกับกิเลสว่า ถึงแตน ไม่ต่อยเมื่อวานก็มีวิบากอื่นให้รับอยู่ดี แค่แตนต่อยที่คิ้วกับข้างใบหน้าทำเป็นกังวลมันไม่ต่อยตาเราก็โชคดีแล้ว วิบากต้องรับเพราะเราเคยไล่แตนออกจากสวนทำให้มันต้องหนี้ไปเลยตั้งจิตขออโหสิกรรมกันไป ได้มาเทียบเคียงบททบทวนธรรมข้อที่ 8 “สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใ
    ดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา”รับด้วยความยินดีได้พิจารณาทำให้ความกังวลใจจางหายไป ใจกลับมาเบิกบานทำหน้าที่เป็นหมอดูแลตนเองต่อ

  20. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง ยังอยากเอาดีจากพ่อบ้าน
    พ่อบ้านรับประทานอาหารเสร็จก็มักวางชามไว้ที่อ่างล้างจาน เราทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ หมดแล้วท่านมารับประทานอาหารทีหลังจึงบอกท่านว่าไม่ต้องแช่ล้างขึ้นมาเลย ท่านก็ล้างโดยดี แต่เรายังอยากได้ดีกว่านั้นคืออยากให้ท่านใช้น้ำน้อย

    ทุกข์ ขัดเคืองใจที่พ่อบ้านใช้น้ำเปลือง

    สมุทัย อยากให้พ่อบ้านใช้น้ำน้อย ถ้าท่านใช้น้ำน้อยจะสุขใจชอบใจ

    นิโรธ ท่านจะใช้น้ำมากหรือน้อยก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค เห็นอาการกิเลสที่อยากได้ดังใจหมายว่าถ้าพ่อบ้านใช้น้ำน้อยจะสุขใจ ชอบใจ พอท่านใช้น้ำเยอะก็รู้สึกขัดเคืองใจ เห็นความโง่ของเรากิเลสหลอกให้ชังพ่อบ้านที่ทำไม่ถูกใจเรา ก็ท่านคงไม่รู้วิธีล้างจานแบบประหยัดน้ำ เราทำตัวเป็นขโมยจะเอาดีจากผู้อื่น ท่านทำได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เราเองก็เคยเป็นเช่นนั้นมาเคยส่งเสริมมา เราผิดไม่ยินดีในกุศลที่ควรได้ เพ่งโทษถือสาท่านอยากจะได้มากกว่าที่เป็นไปได้จริง รู้สึกสำนึกผิด ที่ทำผิดศีลคิดจะเอาดีที่ไม่ใช่กศลของเราและคนที่เกี่ยวข้อง ถ้าเรายังไม่เข้าใจผู้อื่นแสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง พอคิดได้อย่างนี้ก็เข้าใจและคลายความยึดมั่นถือมั่นที่จะเอาดีจากผู้อื่น ยินดีรู้ความจริงตามความเป็นจริง

  21. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    อริยสัจ 4

    เรื่อง กลับเมืองไทยในยุค COVID-19 โอมิครอน

    เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2564 ข้าพเจ้าได้ทำเรื่องเอกสารต่าง ๆ เพื่อจะขอกลับเมืองไทย ในระหว่างวันที่ 12 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2565 จากนั้นก็ได้เข้าไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวและเตรียมพร้อมเอกสารต่าง ๆ ผ่านทางเวปไซต์ของกงศุลไทยเยอรมนี เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยหมด เหลือชิ้นสุดท้ายที่สำคัญและจะต้องมี คือ Thailand Pass หรือ QR code เหลือเวลาอีก 4 วันก่อนจะเดินทางยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับอนุมัติเลย เริ่มเห็นความกังวลใจที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่เป็นอันทำงาน กระสับกระส่าย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีอาการวูบ ๆ วาบ ๆ ที่บริเวณใบหน้า

    ทุกข์ : กลัวเสียหน้า กลัวโดนว่า

    สมุทัย : อยากให้เอกสารทุกอย่างอนุมัติให้ทันเวลา ตามที่วางเอาไว้เพื่อจะได้ดั่งใจของตัวเอง ไม่อยากให้มีอุปสรรคใด ๆ เกิดขึ้น หากไม่มีอุปสรรคใด ๆ จะชอบใจพอใจ

    นิโรธ : แม้จะมีอุปสรรคทำให้เอกสารไม่ทันเวลาก็จะขอยอมรับวิบากกรรมของตัวเอง เพราะถือว่าได้ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว จะเต็มใจรับวิบากกรรมด้วยความยินดีเต็มใจ

    มรรค : เมื่อเห็นว่าข้าพเจ้ากำลังมีความทุกข์เกิดขึ้น จึงเริ่มค้นหาสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ค้นไปค้นมาจึงพบว่าสาเหตุทุกข์จริง ๆ ก็คือข้าพเจ้ากลัวเสียหน้า กลัวโดนว่า ว่าทำงานไม่เรียบร้อย ไม่มีความรอบคอบ กลัวคนรอบข้างจะผิดหวัง คือมีอัตตาตัวตนมากอยากให้คนอื่นมีความสุข ไม่อยากให้คนอื่นจะต้องมาทุกข์ใจกับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำผิดพลาด
    พอรู้สาเหตุแห่งทุกข์แล้วจึงได้ล้างถูกตัว ว่าจริง ๆ แล้วความผิดพลาด หรือความพร่องสามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ อยู่ที่ว่าเราจะเข้าไปยึดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราหรือไม่ก็เท่านั้นเอง พิจารณาไปเรื่อย ๆ ความทุกข์ก็ลดลงเพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าเลยโทรไปเล่าให้แม่และพี่สาวฟัง ว่าอาจจะไม่ได้กลับบ้านนะเพราะถ้าเอกสารออกไม่ทัน ไม่ครบ สายการบินก็ไม่ให้บิน พอท่านทั้ง 2 ได้รับทราบเรื่องราวของข้าพเจ้าหลังจากนั้นความทุกข์ใจ และความกังวลต่าง ๆ ที่มีอยู่ก็หายไปปลิดทิ้ง

    กราบขอบพระคุณเหตุการณ์ต่าง ๆ และวิบากกรรมที่มาแสดงให้ข้าพเจ้าได้เห็นและจับกิเลสตัวที่ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง แต่พอมีผัสสะมากระทบทำให้ได้เห็นชัดเจนมากขึ้น และที่สำคัญทำให้ข้าพเจ้าได้ล้างกิเลสตัว “ความไม่กล้าเผชิญกับความไม่ได้ดั่งใจ” ทำให้กล้าที่จะไม่ได้สมใจ ไม่ได้ดั่งใจก็ได้ พอมีความกล้าจึงทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ กลับมาเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้ทุกอย่างสำเร็จดั่งใจที่ต้องการทุกประการ ค่ะ สาธุ

  22. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    อริยสัจ 4

    เรื่อง ติดเชื้อ COVID-19 โอมิครอน

    ข้าพเจ้าเดินทางมาถึงเมืองไทยด้วยความสวัสดิภาพ เมื่อมาถึงสนามบินก็ได้รับการตรวจเชื้อ หาเชื้อโควิดเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเข้ามาพักอยู่ที่โรงแรม 4 วันก็ได้ไปตรวจหาเชื้ออีกเป็นครั้งที่ 3 วันต่อมาข้าพเจ้าก็ได้รับแจ้งว่าติดเชื้อ COVID-19 โอมิครอน
    ทุกข์ : มีอาการงง ๆ สงสัยนึกว่าเป็นเพียงหวัดธรรมดา ไม่น่าจะติดเชื้อโควิด

    สมุทัย : ไม่อยากให้ตัวเองติดเชื้อโควิด ถ้าไม่ติดเชื้อจะมีความสุขใจ ชอบใจ

    นิโรธ : ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่แก้ไขไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้ ติดเชื้อแล้วก็ต้องกักตัวต่อ ทำได้เวลานี้คือเลื่อนตั๋วเครื่องบินที่มีอยู่ทุกเที่ยวออกไป ยอมรับวิบากกรรม สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมาทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุและมีผลทั้งนั้น

    มรรค : กลับมาเมืองไทยครั้งนี้ก็ต้องการอยากมาพักผ่อน และมาเห็นหน้าแม่ ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ นี่คือวัตถุประสงค์ที่กลับเมืองไทยในครั้งนี้ ส่วนเรื่องที่ได้แถมเข้ามาคือ ติดเชื้อโควิด ซึ่งเป็นของแถมที่ไม่ค่อยประสงค์เท่าไหร่ แต่ก็ไม่เป็นไรจะได้พักผ่อนในโรงแรมนานขึ้น จะได้ทำงานตัดต่อ และส่งการบ้านวิชชาราม หลังจากที่ไม่ได้ส่งมาหลายสัปดาห์ และที่สำคัญได้กลับมาเยียบผืนแผ่นดินไทยแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะได้เห็นหน้าแม่เป็น ๆ แล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นความทุกข์ที่มีอยู่ก็หายไปในทันที
    จากนั้นก็ได้แจ้งข่าวให้แม่ พี่สาว และเพื่อน ๆ พร้อมทั้งพี่น้องหมู่มิตรดีได้ทราบ ทุกท่านก็ได้ให้กำลังใจ และแนะนำการดูแลตัวเองให้แข็งแรงขึ้นโดยเร็ว กำลังใจพี่ที่น้องให้มาอย่างล้นหลามทำให้ อาการไม่สบายของข้าพเจ้าถึงวันนี้ก็ดีขึ้นมากค่ะ
    กราบขอบพระคุณ คุณงามความดีของครูบาอาจารย์ และหมู่มิตรดีทุกท่านที่เป็นแรงเหนี่ยวนำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจ และสามารถผ่านพ้นวิกฤตเหล่านั้นมาได้ด้วยความผาสุก ราบรื่น กราบขอบพระคุณค่ะ

  23. น.ส.จาริยา จันทร์ภักดี

    เรื่อง ยื่นมือถือให้หลาน
    เหตุการณ์ ตัวเองได้รอติดรถหลานไปทำหน้าที่อสม.หลานบอกขอมือถือใช้หน่อยหลานนำไปกด ไลท์ ในเพจเครื่องสำอางทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดขัดใจไม่สบายใจซึ่งตัวเองไม่ได้ใช้เพราะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและเป็นกิเลสที่คนโลกๆทั่วไปใช้
    ทุกข์ : อึดอัดไม่สบายใจ
    สมุทัย : ชอบถ้าหลานไม่ขอมือถือไปกดไลท์เพจเครื่องสำอาง
    ชังที่หลานขอมือถือไปกดไลท์เพจเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มยอดขาย
    นิโรธ : หลานจะยืมมือถือเราใช้กดไลท์เพจเครื่องสำอางหรือไม่ จะไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค : กิเลสบอกว่าให้เขาไปเองกดเพลิน เอ้าหลานขอมือถือใช้หน่อยไม่ให้ก็ใจดำสิ ที่เรานั่งรถเขาทุกครั้งล่ะเขาไม่บ่นเลยดีเหมือนกันที่หลานยืมมือถือเราจะได้รู้ครั้งหน้าจะได้ปฏิเสธได้ว่าเราไม่สนับสนุนสิ้นที่เพิ่มกิเลสได้มาเทียบเคียงกับบททบทวนธรรมข้อที่61″ให้”ให้ แล้วคิดที่จะไม่เอาอะไร จากใครให้ได้ …
    ได้พิจารณาทำให้อาการอึดอัดขัดใจหายไปใจกลับมาเบิกบานได้ ไปทำหน้าที่อสม.ต่อ

  24. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    เรื่อง โทษของการหมิ่นพระอริยะ

    เหตุการณ์ เราได้เคยปฏิบัติธรรม สวดมนต์ และนั่งสมาธิหลับตามานาน10 ปี และก็ยังทำต่อมาเรื่อยๆ เคยได้ยินคำเทศน์ของพ่อครูว่า พวกนั่งสมาธิหลับตา เป็นพวกโมฆะบุรุษ เรารู้สึกชังคำนี้ และประมาณกลางเดือนธันวาคม 2564 เราก็ได้นั่งสมาธิในตอนเช้าเหมือนเดิม และที่ศาลาดอยฟ้าได้มีการเปิดเสียงตามสายเวลาประมาณ ตี 3-ตี4ครึ่ง ทุกเช้า และเราได้ยินเทปการเทศน์ของพ่อครู 3 วันติดกันว่า พวกนั่งสมาธิหลับตาเป็นโมฆะบุรุษ เราเลยรู้สึกชังคำนี้มาก และจิตกิเลสได้หมื่นคำเทศน์ของท่าน ก่อนหน้านี้เราฟังธรรมมะทุกเช้า ได้เข้าใจธรรมมะถึงจิตถึงใจมากและชอบมาก แต่พอหลังจากได้หมิ่นคำเทศน์ของพ่อครูนั้น ก็ปรากฏว่าลำโพงเสียงตามสายที่ดอยฟ้าเบามากจนทำให้เราไม่ได้ยินเสียง เราก็เลยไปฟังใน Facebook แต่เสียงก็ขาดหายตลอดฟังไม่รู้เรื่องเช่นกัน ทำให้เรา หงุดหงิดมาก ก็พยายามหาสาเหตุ และแก้ไข ก็ไปเพ่งโทษพี่น้องอีกหาว่ามีใครมาปิดลำโพง เราไม่ได้ฟังธรรมมะเสียงตามสายอยู่ประมาณสามอาทิตย์ และเราแปลกใจว่าทำไมเราฟังธรรมะของอาจารย์ไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจเลย ทุกข์มากและไม่ทราบสาเหตุ จนเข้าไปส่งการบ้านในโรงเรียนของหนู คุรุบอกว่านี่เป็นวิบาก11ประการที่ไปหมิ่นพระอริยะ ทำให้ปัญญาดับ ฟังธรรมมะไม่เข้าใจ เราอึดอัดใจมากเกิดสภาวะร้องไห้ออกมา คุรุและพี่น้องได้ให้สัมมาทิฏฐิท่านก็เคยเป็นแบบนี้ และแนะนำให้ใช้ ญาณ7พระโสดาบัน สำนึกผิด ขอขมาลาโทษ ขออโหสิกรรม กับหมู่กลุ่ม หลังจากนั้นประมาณ 2-3 อาทิตย์ เราก็ได้รู้สาเหตุที่ไม่ได้ยินเสียงตามสายและก็กลับมาได้ยินธรรมมะปกติ และเริ่มฟังธรรมเข้าใจเหมือนเดิม

    ทุกข์ ชังเมื่อไม่ได้ฟังธรรมมะตามสายในตอนเช้า

    สมุทัย ชอบเมื่อได้ฟังธรรมมะตามสายในตอนเช้า

    นิโรธ จะได้ฟังธรรมมะหรือไม่ได้ฟังธรรมมะตามสายในตอนเช้าก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค เคยฟังธรรมมะตามสายจากดอยฟ้าในตอนเช้าได้สภาวะธรรมเข้าใจชัดมาก แต่เมื่อหลังจากหมิ่นพระอริยะและเพ่งโทษพี่น้อง ทำให้ได้รับวิบาก 11 ประการ ทำให้ไม่ได้ฟังธรรมตามสายที่เราเคยฟัง และฟังธรรมมะก็ไม่เข้าใจ เหมือนปัญญาดับไปเลย ทุกข์มาก จึงได้นำญาณ7พระโสดาบัน ตั้งจิตสำนึกผิด ขอขมาลาโทษ ขออโหสิกรรม ต่อหน้าคุรุและพี่น้องในโรงเรียนของหนู ความทุกข์ของเราก็เบาบางลง และหลังจากนั้นประมาณ2-3อาทิตย์ก็ได้ฟังธรรมมะตามสายในตอนเช้าปกติ และเริ่มฟังธรรมมะเข้าใจมากขึ้นความทุกข์ของเราก็หมดไป

    สรุป โทษของการหมิ่นพระอริยะและเพ่งโทษพี่น้องทำให้ได้รับวิบาก11ประการ และทำให้ปัญญาดับ ฟังธรรมไม่เข้าใจ ทำให้ทุกข์มาก และหลังจากใช้ญาณ7พระโสดาบัน ตั้งจิตสำนึกผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม จึงได้ฟังธรรมมะตามสายปกติ และฟังธรรมเข้าใจตามปกติ

  25. ทัศนีย์​ จันทา

    22/1/65
    ทัศนีย์​ จั​นทา​(แตงไทย)
    อายุ​ 49ปี​ 64086
    เรื่อง​ หวงหน่อไม้​
    เหตุการณ์​เมื่อวานไปธุระกันกับเพื่อนและแวะเยี่ยมอาของพ่อบ้าน ไปกัน3คนมีเรากับพ่อบ้านและเพื่อนอีกคนหนึ่ง​ ขากลับท่านฝากหน่อไม้ให้มาหลายถุง​ และแบบดองใส่ขวดห้าขวด​ พอมาถึงบ้านเพื่อนลงรถพ่อบ้านก็เรียกให้เพื่อนคนนั้นเอาหน่อไม้ไปกินกิเลสไม่พอใจที่พ่อบ้านให้หน่อไม่ไป2ถุงและแบบดองอีก2ขวด

    กิเลส:บ่นเบาๆให้ทำไมอาให้เรานะไม่ได้ให้เขา

    เรา:เออน่ะแกจะบ่นไปทำไมของแค่นี้แบ่งกันกินบ้างจะเป็นไรไป

    กิเลส:บ่นต่อให้แค่อย่างละถุงก็พอนี่อะไรให้ไปตั้ง4ถุง

    เรา:แกเงียบเลยเขาอุตส่าห์​ไปเป็นเพื่อนเขาก็เสียเวลาทั้งวันเลยนะ​ เลิกบ่นได้แล้ว

    กิเลส:อือมันก็จริงว่ะ

    ทุกข์​:ขุ่นใจ​ ไม่พอใจที่พ่อบ้านเอาหน่อไม้ให้เขาหลายถุง

    สมุทัย​:ชอบหากพ่อบ้านไม่แบ่งหน่อไม้ให้เขา​ ชังที่พ่อบ้านให้หน่อไม้เพื่อนไป

    นิโรธ​:อ่านใจแล้วบอกกิเลสไปว่าจะหวงทำไมต้องยินดีพอใจสิที่พ่อบ้านแบ่งปันเพื่อน​ เป็น​โอกาสดีที่ท่านจะได้สร้างบุญ​ พ่อบ้านจะให้เพื่อนเท่าไหร่ก็ยินดีไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค​:เมื่อพิจารณา​ได้ดังนั้นจึงใช้บททบทวนธรรมข้อที่112สุขจากการให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์​ ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่​กว่าการเอา และ113 สุขจากการให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์​ สุขสบายใจที่สุดในโลก​ เป็น​สุขที่สุขที่สุดในโลก
    สรุป​:นี่คือการให้และแบ่งปันและได้เห็​น​กิเลสและได้ล้างใจค่ะ

  26. กาญจนา คงภูชงค์

    การบ้านเรื่อง…ยอมให้เกิดเรื่องดีหรือเรื่องร้ายก็ได้
    เหตุการณ์…
    ได้มีโอกาสไปร่วมงานศพ แม่ของพี่จิตอาสาที่สนิทท่านหนึ่งคนละจังหวัดกับที่เราอยู่ ได้พูดขออนุญาตพ่อบ้านก่อนที่จะไปแล้วท่านอนุญาต ได้บอกลูกชายว่าไปนอนค้างคืนนะ แต่ไม่ได้บอกลูกสาว พอหัวค่ำ ลูกสาวก็โทรมาโวยวายกลัวว่าถ้าเราไม่กลับภายในวันนั้น เราอาจจะโดนพ่อบ้านดุเอาได้ เราก็ฟังแล้วใจเย็นไม่ถือสาที่เขาโวยวาย เขาจะคิดยังไงก็ได้ สาเหตุหลักก็เพราะเขาห่วง กลัวว่าจะมีปัญหากะพ่อเขา
    ทุกข์ .ขุ่นใจที่ลูกโทรมาโวยวาย
    สมุทัย .. ชอบที่ลูกไม่โทรมาโวยวาย ชังที่ลูกโทรมาโวยวาย
    นิโรธ. . ลูกจะโทรมาโวยวายก็ไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค. .เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา เราก็ต้องสอนตัวเองให้นิ่งขึ้น ลูกจะโวยวายก็เพราะเขาหว้งดีต่อเรา เราจะไปถือสาเขาได้อย่างไร เราต้องขอบใจเขาที่เขาหวังดี ไม่อยากให้เราเดือดร้อน ก็เลยยอมให้ลูกพูดไปใจก็ไม่ทุกข์กังวลอะไร กับเหตุการณ์ที่ลูกคาดคะเน ยอมถูกด่าให้ได้ ยอมให้เกิดสิ่งดี สิ่งร้ายให้ได้ มามองดูเหตุการณ์ที่เรามาในครั้งนี้คือเราได้ขออนุญาตเรียบร้อย และเราได้มีโอกาสเจอพี่ๆจิตอาสา หมู่มิตรดีหลายท่าน ถ้าเราไม่ได้มาเราก็อาจจะไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ง่ายๆแน่นอน บางสิ่งเราก็คิดว่า การที่เราหัดพรากจากครอบครัวมาบ้างก็ดีนะ เขาได้ไม่ยึดติดกับความเป็นเรา ที่อยู่ติดบ้านไม่ไปไหน พอเราออกไปไหน ทุกคนก็เดือดร้อนเราก็ต้องยอมปล่อยให้เขาเป็นไปตามเรื่องราวของเขา ส่วนเรามีหน้าที่ทำใจให้ไม่ทุกข์ตามก็พอ (เมื่อเกิดเรื่องร้ายกับเราไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ เพราะเราเคยทำเรื่องร้ายมามากกว่านั้น)เมื่อคิดทบทวนแล้วใจก็โล่งสบายผาสุขคะ

  27. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย

    เหตุการณ์ 3-4วันมานี้ มีอาการปวดหัว ปวดขมับทั้ง2ข้าง ปวดตื้อๆมึน ปวดเมื่อยตัวหนาวๆร้อนๆ อ่อนเพลียไม่ค่อยมีแรง อยากนอนพัก

    ทุกข์ ไม่ชอบใจที่มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง

    สมุทัย ชอบถ้าร่างกายสบายดีไม่ปวดหัว ไม่เมื่อยตัว แข็งแรงดี ชังถ้ามีอาการไม่สบาย ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย

    นิโรธ ร่างกายจะสบายดีหรือจะเจ็บป่วยก็ไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์

    มรรค ตั้งศีลมาพิจารณาไตรลักษณ์ ความยึดมั่นถือมั่นว่า ถ้าร่างกายสบายดี ไม่เจ็บไม่ป่วยจะชอบใจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ขนาดพระพุทธเจ้าท่านก็ยังมีอาการไม่สบาย แล้วเราเป็นใคร ก็ยอมรับด้วยความเต็มใจ ทำใจยินดี ที่มีอาการไม่สบายจะได้ชดใช้วิบากกรรมที่ไปกินเนื้อสัตว์มา เขาเจ็บปวด กลัว ทรมานและตาย โชคดีอีกแล้วร้ายหมดไปอีกแล้ว ปวดหัวมาก ปวดเมื่อยตัวมากเท่าไหร่ วิบากร้ายก็หมดไปมากเท่านั้น เต็มใจรับ รับแล้วก็หมดไปแล้วจะโชคดีขึ้น มีความใจร้อนอยากให้ร่างกายหายเร็ว ก็กล้าที่จะให้หายช้าหรือไม่หายให้ได้
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 10เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเรา ไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ เพราะเราเคยทำเช่นนั้นมามากกว่านั้น เมื่อได้รับแล้วก็หมดไป เราก็จะโชคดีขึ้น

    สรุป หลังได้พิจารณาแล้ว ยอมรับเชื่อชัดในวิบากกรรม เมื่อใจไม่ทุกข์ก็เพียรพยายามเอาพิษออกด้วยการฟังธรรม สนทนาธรรมกับหมู่มิตรดี ปรับอาหารพืช จืด สบาย โยคะกดจุดกายบริหาร และเอาพิษออก อาการดีขึ้น อาการไม่สบายหายฉับพลัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะโทษเหตุอื่นเช่น จากการไปฉีดวัคซีนมาแน่เลย แต่ครั้งนี้เชื่อชัดในวิบากกรรมมีจริงๆ ถึงร่างกายไม่สบายแต่ใจไม่ทุกข์ ยังกินได้ ถ่ายคล่อง นอนหลับดี ก็ดีที่สุดแล้ว ที่สำคัญสุดไม่เร่งผลให้หายเร็วด้วย ..สาธุ

  28. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง อยากได้ดีจากแม่ (ทำตัวเป็นขโมย)
    ได้คุยโทรศัพท์กับคุณแม่ ท่านไม่ค่อยสบายเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ตอนนี้พักฟื้นตัวอยู่บ้าน นำ้เสียงแม่ก็เบิกบานดี แม่ก็รายงานว่าแม่ก็อาการดีขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ก็กินข้าวกับเกลือ ผักสดผักลวก ฟังธรรมะอาจารย์หมอเขียว ท่านเล่าว่าตอนนี้ท่านยินดีกินอาหารพิช จืด สบาย อยู่แต่ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ แม่ก็จะกินคงไม่เกินเนื้อปลาหรอก อาจารย์ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็กินได้สัปดาห์ละวัน เกิดความกลัวกังวลว่าแม่จะกลับไปกินปลา รีบบอกแม่เลยว่า ให้แม่รีบพิจารณาเลยนะว่าแม่เจ็บปวดอย่างขนาดต้องเข้าโรงพยาบาลเลย แต่เขาต้องสูญเสียชีวิตของเขาเลยนะ

    ทุกข์ กลัวว่าแม่จะกลับไปกินปลา

    สมุทัย ไม่อยากให้แม่กลับไปกินปลาอีก สุขใจชอบใจที่แม่กินอาหารพืช จืด สบาย

    นิโรธ แม่จะกลับไปกินปลาอีกหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ รู้เห็นความจริงตามความเป็นจริง

    มรรค พิจารณาเห็นอาการความกลัวของตัวเองที่จะไม่ได้เสพสมใจอยาก คือเอาดีจากแม่ที่กินอาหาร พืช จืด สบาย เรายึดว่าถ้าแม่กินอาหาร พืช จืด สบายจะสุขใจชอบใจ จึงถูกกกิเลสหลอกให้ทุกข์ได้อยู่ พอไม่ได้สมใจอยากก็เกิดทุกข์ กลัวกังวลขึ้น เราแอบเสพความได้ดังใจที่แม่ไม่กินเนื้อสัตว์ สุขใจชอบใจที่แม่ไม่กินเนื้อสัตว์ ซึ่งก็เป็นสิ่งดีเป็นกุศลของแม่ แต่เราแอบเสพความได้สมใจที่เห็นแม่ทำดี กิเลสเราโต พอแม่บอกว่าถ้าแม่ทนไม่ไหวจะกลับไปกินปลา เท่านั่นแหละ กิเลสมันดิ้นเลยกลัวไม่ได้เสพสมใจอยาก แสดงอาการออกมาทางวาจาเลย แนะนำวิธีคิดให้แม่พิจารณาวิบากกรรมเลย แย่ ๆ ๆ ซวยแน่เราเอาแต่ใจ วิบากเพิ่ม กิเลสพอก งอกอกุศล

    พิจารณาเห็นโทษของความอยากว่ามันเป็นทุกข์ ถ้าเราหลงเสพหลงยึดเข้าทำให้ทุกข์หนัก กลัวไม่ได้สมใจอยากก็ให้ทำชั่วได้ทุกเรื่อง แม้เราได้สมใจมันก็เป็นสุขชั่วคราวเก็บไม่ได้ เป็นสุขลวง สุขหลอก สุขที่ไม่มี แต่พอได้สมใจกิเลสเราก็โต เรายึดอย่างนี้เราก็ทุกข์ เพราะการที่จะให้คนอื่น ทำตามที่เราอยากเป็นไปไม่ได้ เราหรือใครจะได้รับอะไร ก็เกิดจากวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต ไม่มีใครทำทำดีทำชั่วให้ใครได้นอกจากวิบากดีร้ายของเรา และคนอื่นที่ทำดีหรือไม่ดีก็เป็นวิบากดีหรือไม่ดีของเขาเอง ส่วนเราไปหลงเสพชอบชังจากการกระทำของคนอื่นก็มีแต่จะนำทุกข์มาให้ เพราะมันไม่เที่ยง ไม่มีจริง อยากได้มาก ๆ ก็ทำชั่ว ผิดศีล เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ทำตัวเป็นขโมยเอาดีจากผู้อื่น ที่ไม่ใช่กุศลของเราและคนที่เกี่ยวข้อง เห็นความจริงตามความเป็นจริงว่า ทำชั่วผิดศีลทำให้ทุกข์หนักอย่างนี้ นี่เอง

    แต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน ถ้าฐานแม่ไม่ไหวก็ต้องยินดีให้แม่เป็นอย่างที่แม่เป็น เราจะไม่ไปเบียดเบียนท่านให้ทำดีอย่างที่ใจเราหมาย แต่เราก็รู้ว่าถ้าท่านไม่เบียดเบียนได้นั้นดี ท่านทำได้ก็เป็นกุศลของท่าน แต่เราเองก็ต้องไม่เบียดเบียนท่าน ไม่ทำตัวเป็นขโมยเอาดีท่านมากกว่าที่เป็นไปได้จริง ไม่มีใครอยากพลาดอยากพร่อง แต่ที่ยังพลาดยังพร่องอยู่เพราะไม่รู้ หรือรู้แต่ยังทำไม่ได้ ยินดี รอคอย ให้อภัยทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติ

    1. อรวิภา กริฟฟิธส์

      พิจารณาเพิ่มเติมจากคุรุป้อมสู่ร่มบุญ เราต้องกล้าให้ทุกคนได้เรียนรู้วิบากดีร้ายของแต่ละชีวิตด้วยตัวเขาเอง

      คุรุนิดหน่อยให้สัมมาทิฏฐิเพิ่มเติมว่า ความอยากของเรานั่นแหล่ะ เป็นวิบากร้ายกั้นไม่ให้ดีเกิด เราต้องเมตตาท่านและให้วางอุเบกขา พอเราไม่เอาก็ได้แล้วจะได้

      เรายังอยากได้อยู่ ก็ยังทุกข์อยู่
      ขอบพระคุณอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน คุณคุรุและพี่น้องหมู่มิตรดีทุกท่านค่ะ

  29. พรทิพย์ ไทยเอียด

    ชื่อเรื่อง เครียด กังวลที่ต้องเตรียมตัวออกรายการกสิกรรมไร้สารพิษทางซูม

    เนื้อเรื่อง จากการที่มีน้องจิตอาสาจากสวน 2 ชะอวด นครสรีธรรมราช ติดต่อเข้ามาชวนบำเพ็ญเผยแพร่ความรู้ในการเลี้ยงแหนแดงในรายการกสิกรรมไร้สารพิษทางโปรแกรมซูม เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่บำเพ็ญในลักษณะแบบนี้ ประกอบกับเวลาในการเตรียมตัวมีน้อยมาก ได้เตรียมตัวแค่วันเดียว เนื่องจากภาระกิจไปต่างจังหวัดเพิ่งกลับมาประกอบกับภาระกิจงานที่โรงเรียนที่ต้องทำแบบเร่งด่วน เลยเป็นกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี กลัวทำรายการเสียหาย

    ทุกข์ เกิดอาการไม่สบายกายคือมีอาการท้องอืด ไม่สบายใจ คือ เครียด กังวล

    สมุทัย อยากให้มีเวลาในการเตรียมตัวออกรายการที่มากกว่านี้ และอยากให้การทำรายการออกมาดี

    นิโรธ สภาพความไม่ทุกข์กายไม่ทุกข์ใจ ไม่กังวล ไม่เครียดกับการงานหรือเหตุการณ์หลังได้ทำอย่างเต็มที่และทำอย่างดีที่สุดแล้ว
    มรรค สอนตัวเองว่า ทำเต็มที่ แล้ววางใจ ทำได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับกุศลทั้งของเราและของผู้รับชมที่จะสื่อถึงกันได้ อยากได้ดีที่มากก็ทุกข์มาก ทำเกินกำลัง ทำเกินเวลาที่มี ยิ่งก่อทุกข์กาย ทุกข์ใจให้ตัวเอง จะบ้าอยากได้ดีไปถึงไหน

  30. พรทิพย์ ไทยเอียด

    เรื่อง อ่านอสูรกายในตัวเรา

    ทุกข์ มีอาการทุกข์ใจ เครียด กังวล จากพฤติกรรมความไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงออกของตัวเอง

    สมุทัย ภาวะการขาดความกล้า ขาดความมั่นใจในการพูดของตัวเองต่อที่สาธารณะ

    นิโรธ กล้าและมั่นใจในการพูดต่อที่สาธารณะให้ได้ด้วยใจที่เป็นสุข สงบ ผ่อนคลายจากความเครียดกังวล

    มรรค บอกสอนตัวเองว่าถ้าหากเราต้องการความเจริญในธรรม เราต้องมีความกล้าหาญ การไม่พูด เก็บงำความรู้ไว้คนเเดียว ไม่แบ่งปันผู้อื่นจะยิ่งทำให้เราปัญญาดับ อัตตายิ่งโต ประโยชน์ตน ประโยชนืท่านไม่เกิดแก่ใครเลย แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่เราจะยังรักษาความโง่นี้ไว้ให้อยู่กับตัวเราไปตลอด ้เราศึกษาธรรมะเพื่อการบรรลุธรรมมีชีวิตที่ผาสุข แต่สิ่งที่เรากำลังทำ คือทำทุกข์ ทำความเครียด ความกังวล ให้กับตัวเอง เลี้ยงอสูรกายไว้ในตน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำแบบนี้กับตัวเอง เมื่อบอกสอนตัวเองได้แบบนี้แล้วจังตัดความกลัวออกสร้างพลังงานในจิตใจใหม่แล้วยกมือส่งการบ้าน โดยมีการพิจารณาใจที่มันคลายทุกข์ได้เมื่อถูกเรียกชื่อให้ส่งการบ้าน เริ่มรู้สึกว่าใจเราไม่เครียด ไม่กลัวได้แล้วระดับหนึ่ง เหลือความตื่นเต้นหน่อยๆที่ต้องล้างต่อให้จบต่อไป

    สรุป ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ ใจที่กล้า ใจที่ไม่กังวล ไม่หวั่นไหวมันสร้างสุขให้กับชีวิตได้จริงๆ ส่วนใจที่มันกลัว กังวล หวั่นไหว มันก็สร้างทุกข์ให้กับชีวิตเราตลอดได้เช่นกัน ถ้าเราไม่มีปัญญาแก้ไข สาธุค่ะ

  31. วันเพ็ญ ตั้งสกุลวงศ์

    เรื่อง เมื่อมีทุกข์ก็หาประโยชน์ให้ได้

    เหตุการณ์ ตอนนี้ได้ตั้งศีลไม่กินอาหารปรุง 1 อาทิตย์ แต่กินส้มตำ ผักสด ผักลวก ผลไม้ ถั่วต้ม ถั่วคั่วได้ แต่เมื่อวันที่(27|01|2565)คือวันที่สามของการตั้งศีล ได้ไปกินsmoothies ตอนตักมาไม่ได้คิดถึงเรื่องศีล แต่ตอนจะมานั่งกิน คิดถึงเรื่องศีลได้ แต่จะมาคืนก็รู้สึกไม่ดี แต่ก็กลัวจะผิดศีล แต่ก็ไปเชื่อกิเลสก็เลยตามใจกิเลส ก็เลยกิน แต่ก็ตั้งจิตสำนึกผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม ตอนบ่ายๆไปตัดต้นไม้กวาด ลืมใส่ถุงมือ ก็โดนใบมันบาดมือเลือดหลายครั้ง และรู้สึกเหนื่อยในอกเหมือนเดิม(ปกติเราจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพประจำเรื่องเหนื่อยและเพลีย จะรู้ชัดในตอนเช้าก่อนตื่นนอนจะไม่อยากตื่น เลยพยายามหาสาเหตุ)ก็รู้สึกทุกข์มากและพยายามหาสาเหตุข้างนอกตลอดว่าทำไมละเราก็ไม่ได้กินอาหารปรุงแล้วยังป่วยอีก และก็ไปโทษกิเลสกับวิบาก ก็ยิ่งเหนื่อยมาก ออกกำลังกายไปก็ทุกข์ไป แล้วจิตพุทธะก็บอกว่า อาจารย์หมอเขียว สอนว่าให้ยินดีให้ได้ทุกสถานการณ์ เราก็เลยได้คิดว่า เออเราต้องยินดีที่ได้เห็นสภาวะนี้ เราก็เลยเกิดความยินดีขึ้นมา พอเราทำความยินดีได้ปุ๊บ ความเหนื่อยที่มีอยู่นั้นหายไปฉับพลันเลย เหลือความว่างเปล่า เบาโปร่งโล่งสบายขึ้นมาทันที ทุกข์หายฉับพลันเลย

    ทุกข์ ชังเมื่อรู้สึกเหนื่อยและเพลีย

    สมุทัย ชอบเมื่อรู้สึกไม่เหนื่อยไม่เพลีย

    นิโรธ ไม่ชอบไม่ชังเมื่อรู้สึกเหนื่อยเพลียหรือไม่

    มรรค ตอนเช้าจะตื่นขึ้นมาออกกำลังกายตอนตี 4:10 นาที แต่จะรู้สึกเหนื่อยและเพลียบ่อยมาก เราก็เลยตั้งศีลไม่กินอาหารปรุง แต่กินส้มตำได้ พอถึงวันที่ 3 ของการตั้งศีล ไปตัก smoothie มากิน ตอนตักลืมเรื่องตั้งศีล แต่พอจะมากิน เราคิดได้ จะนำไปคืนก็ไม่กล้า ก็เลยกิน และตั้งจิตขอกินได้ครั้งนี้ และ ตั้งจิตสำนึกผิด ยอมรับผิด ขอโทษ เราก็ยังรู้สึกเหนื่อยและเพลียเหมือนเดิม เราก็ได้แต่หาสาเหตุว่า ทำไม และอะไรทำให้เราเหนื่อยอีก ได้แต่พยายามที่จะหาสาเหตุข้างนอก เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้า และอาจารย์หมอเขียวสอนว่า อย่าไปหาคนยิงธนู ให้มาดึงธนูที่อกเราออก ได้คิดดังนั้น ก็ได้คิด ถึงคำสอนของอาจารย์ที่ว่า ให้ยินดีให้ได้ทุกสถานการณ์ แม้ตกทุกข์ก็หาสุขให้ได้ เราก็เลยเข้ามาดูที่จิตแลเทำจิตยินดีที่เราได้เหนื่อยและเพลีย และ ดีใจที่เราได้เห็นอาการเหนื่อยและเพลีย ปรากฏว่า ทุกข์หายฉับพลัน ความเหนื่อยและเพลียหายไปอย่างปาฏิหาริย์ เหลือแต่ความสว่างในจิต เบาโปร่ง โล่ง สบาย

    สรุป คำสอนของพระพุทธเจ้า และคำสอนของอาจารย์หมอเขียว ถ้าเราได้นำมาปฏิบัติให้ได้ถึงจิตจะพ้นทุกข์ฉับพลัน อย่างปาฏิหาริย์ แน่นอน

  32. พรทิพย์ ไทยเอียด

    เรื่อง โลภในการฟังธรรม

    จากการที่ตัวเองเป็นนคนชอบฟังธรรม ซึ่งรายการธรรมะที่จะฟังหลายๆรายการก็จะจัดในช่วงเวลาเดียวกัน เช่นรายการธรรมพาพ้นทุกข์ของอาจารย์หมเขียวกับรายการช่วงหัวค่ำของช่องบุญนิยมทีวี หรือรายการโรงเรียนของหนูกับรายการย่อยธรรมของช่องบุญนิยมและรายการค่ายอุโบสถศีลของสมณะแสนดินก็จะเป้นช่วงเวลาที่ทับซ้อนกัน ซึ่งทุกรายการเป็นรายการที่เราสนใจ อยากฟังทัั้งสิ้น ทำให้เราไม่สามารถติดตามฟังได้ทั้งหมด

    ทุกข์ กังวลใจว่าเราจะพลาดความรู้ดีๆจากที่พ่อครู อาจารย์หมอเขียว สมณะ สิกขมาตุและหมู่มิตรดีสหายดีมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

    สมุทัย ความโลภ อยากได้ดีที่เกินจริงที่จะทำได้

    นิโรธ สภาพของจิตที่สงบจากความอยากได้ดีแม้จะเป็นการอยากได้ดีในการฟังธรรม ซึ่งสภาวะนี้ก็ยังสร้างความทุกข์ ความวิตกกังวลให้ตัวเองอยู่ ยังเป็นการเบียดเบียนตนเองอยู่ ยังไม่เป็นผู้ที่รู้ประมาณในการเป็นอยู่

    มรรค บอกสอนตัวเองให้รู้จักการประมาณในการเลือกทำหรือไม่ทำสิ่งใดๆ โดยยึดหลักการได้ประโยชน์และความสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่นให้มากที่สุด สิ่งใดที่ทำไปแล้วตัวเองทุกข์ใจแสดงว่าเรากำลังทำผิดทางให้ปรับเส้นทางคิดใหม่ เลือกดูว่าทำแบบไหน เลือกแบบไหนแล้วได้ประโยชน์มากที่สุด ได้ความรู้ใหม่เกิดสัมมาทิฎฐิใหม่ ให้เลือกทำสิ่งนั้นก่อน ทำได้แค่ไหน สำเร็จหรือไม่ เมื่อเราทำเต็มที่อย่างดีที่สุดแแล้ว เราก็ยอมรับให้ได้ว่า ณ เวลานี้วิบากของชีวิตเราเขาประมวลผลและให้ผลแก่เราแล้วเท่าที่กุศลเราพึงมี แล้วก็วางใจ จิตใจก็สงบ

  33. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง โกรธเองทุกข์เอง

    เหตุการณ์ ในวันเสาร์จะเป็นวันที่ครอบครัวได้เข้าสวนพร้อมกัน แต่วันนี้พ่อบ้านมีงานทำป้ายหน้าร้านที่ต้องทำต่อ ลูกชายจะสลับกันเฝ้าร้าน จึงมีลูกชายอีกท่านที่จะไปสวนด้วยกัน น้องตื่นสาย กิเลสน้อยใจ จะไปสวนคนเดียวด้วยใจที่ไม่ค่อยแช่มชื่น

    ทุกข์ ใจไม่ค่อยแช่มชื่น ที่ลูกตื่นสาย ไม่กระตือรือร้นที่จะเข้าสวน

    สมุทัย ชอบใจถ้าลูกตื่นเร็ว กระตือรือร้นที่จะเข้าสวน ไม่ชอบใจที่ลูกตื่นสาย ไม่กระตือรือร้น

    นิโรธ ลูกจะตื่นเร็ว ตื่นสาย จะกระตือรือร้นหรือไม่ก็ไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์

    มรรค ตั้งศีลมาพิจารณาไตรลักษณ์ ความยึดมั่นถือมั่นว่าถ้าลูกไปช่วยทำสวนด้วยจะดีกว่าการไปทำสวนคนเดียว แต่พอลูกชักช้า ตื่นสาย ไม่ค่อยกระตือรือร้นก็ไม่ชอบใจ ไม่แช่มชื่นมาพิจารณาใหม่ อ้าว! มองไปนอกตัวอีกแล้ว หันกลับมาดูใจว่า จะเอาอะไร อยากได้อะไร อยากได้เกินกุศลอกุศลที่ทำมา ถ้าวิบากดีมาลูกก็จะไปช่วย ถ้าวิบากร้ายเข้ามาก็ไม่ไปช่วย ก็ไม่เป็นไร เต็มใจรับจะออกมาอย่างไรก็เกิดจากการกระทำของเราเองทั้งหมด เจอเรื่องดีเพราะทำดีมา เจอเรื่องไม่ดีเพราะทำไม่ดีมา ถึงจะเจอเรื่องไม่ดีก็เต็มใจรับเพราะรับแล้ววิบากร้ายก็จะหมดไป เราก็จะโชคดีขึ้น ความไม่แช่มชื่นก็หายไป จะออกไปสวนด้วยใจที่เป็นสุข สดชื่น แจ่มใส
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 21 การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเราเป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่าที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลสคือ ความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา และทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา

    สรุป หลังพิจารณาแล้วกลับมาดูที่ใจตัวเองและพิจารณาไตรลักษณ์จนเชื่อชัดในวิบากกรรมอย่างแจ่มแจ้ง ใจก็กลับมาสดชื่น ไปคนเดียว หรือลูกไปด้วยก็ดีที่สุดแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะโกรธลูก ไม่พูดด้วย ทำกริยาไม่เหมาะสม แต่ครั้งนี้พิจารณาได้เร็ว พลิกจิตสุขได้รวดเร็วขึ้น อีกอย่างตั้งศีลร่วมกับหมู่ในเรื่องความใจร้อนที่ทำให้เห็นและจับกิเลสได้เร็วขึ้น หลังวางใจได้แล้วลูกก็พร้อมได้เข้าสวนไปพร้อมกันด้วยใจไร้ทุกข์ แต่มาดูใจถ้าลูกไม่เข้าสวนด้วยก็วางใจได้..สาธุ

  34. สำรวม แก้วแกมจันทร์

    31/1/65
    ชื่อ นางสำรวม แก้วแกมจันทร์
    ชื่อเล่น “ป้ารวม”
    ชื่อทางธรรม “ร้อยแสงศีล”
    จิตอาสา สวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง “เมื่อศีลมั่นคง กิเลสยอม”

    เหตุการณ์ : ตั้งศีลไม่กินระหว่างมื้อ แต่ก็ยังแพ้บ้างชนะบ้าง ยังต้องต่อสู้กับกิเลสตัวชอบ-ตัวอยาก ยังไม่ได้เด็ดขาด เพราะกิเลสมันมีเหตุผล อ้างว่า มีของกินที่ชอบเยอะมาก เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา มี กล้วยน้ำว้า ลางสาด มะขามหวาน ส้มแป้นขี้ม้า (ซึ่งไม่ค่อยมี หากินยาก ไร้สารพิษด้วย) กิเลสเกิดอยากกินในช่วงเวลา 5-6 โมงเย็น ใช้สายตาเพ่งจ้องมองไปที่ผลไม้ที่วางอยู่ กิเลสมันชอบ อยากกิน ทั้งๆ ที่ร่างกายไม่หิว (กินมื้อเดียวได้ร้อยละ 90-98 ยกเว้นว่ามีการเดินทาง หรือ ฉุกเฉิน กรณีรีบเร่ง กินไม่อิ่ม หรือกรณีไม่สบาย) กิเลสมันดิ้นๆๆๆโวยวายอยู่ในใจ มันอ้างเหตุผลสารพัด สด ใหม่ น่ากิน ชอบ อยากกิน ไร้สารพิษ เพื่อนให้มาไม่ต้องซื้อ กินเถอะ กินเถอะ ขอกินนิดหนึ่ง กินไม่มาก มันอ้อนวอน ขอร้อง ขอแล้ว ขออีก มันโยเย ยิ่งกว่าเด็กขี้อ้อน จึงบอกกิเลสพูดกับกิเลสดีดีว่า “ฉันตั้งศีลกินมื้อเดียวและอธิศีลว่าไม่กินระหว่างมื้อ” แต่กิเลสก็ไม่ยอม มันดิ้นๆๆๆ อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วกิเลสมันค่อยๆ อ่อนแรงลง หมดแรงสู้ นิ่งเงียบไปเลย ในที่สุด “เมื่อศีลมั่นคง กิเลสยอม”

    ทุกข์ : อยากกิน ไม่ได้กิน ไม่ชอบ ไม่ได้ดั่งใจ

    สมุทัย : ถ้าได้กินตามที่อยาก จะพอใจ ชอบใจ ได้ดั่งใจ สุขใจ แต่ไม่ได้กินไม่พอใจ ไม่ชอบ ไม่ได้ดั่งใจ ทุกข์ใจ

    นิโรธ : จิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ กินก็ได้ ไม่กินก็ได้ ไม่ชอบ ไม่ชัง เบิกบาน กังวล ไม่ทุกข์

    มรรค : ตอนแรกผีกิเลสเข้า พอเห็นผลไม้ที่ชอบ อยากกินทันที ไม่ได้กินทุกข์ทันที ต่อสู้กับกิเลสอยู่นานจนเหนื่อย พิจารณาใคร่ครวญ ซ้ำๆๆ จนเห็นได้ชัดว่า “เหตุแห่งทุกข์ทั้งมวล เกิดจากโง่กว่ากิเลส” ความอยาก ความชอบ คือ ตัวโง่ ชั่ว ทุกข์ ผลไม้น่ากิน อร่อย หายาก ไร้สารพิษ ไม่ต้องซื้อ ตามเหตุผลโง่ๆ ชั่วๆ ของมัน ชอบ อยากกินๆๆ ได้ทำใจในใจอย่างแยบคาย คุยกับกิเลสดีดีว่า “ฉันตั้งศีลกินมื้อเดียวและอธิศีลไม่กินระหว่างมื้อ” ในที่สุดความคิดกิเลสก็ค่อยๆ อ่อนแรง หมดแรงสู้ นิ่ง และเงียบไปในเวลาไม่นาน ความอยากกินก็หายไป

    สรุป : “เมื่อศีลมั่นคง กิเลสยอม” กิเลสยอม ด้วยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ของพุทธะ กินก็ได้ ไม่กินก็ได้ ไม่ชอบไม่ชัง เบิกบาน ไม่ทุกข์

Comments are closed.