กระดานแบ่งปัน ๓ (๒๕๖๔) [5:16]

กระดานแบ่งปัน สังคมแห่งการเรียนรู้วิชชาราม (vijjaram learning society)

สัปดาห์ที่ 3/2564 ประจำวันที่ 18-24 ตุลาคม พ.ศ.2564 นักศึกษาวิชชารามทุกชั้นปี ทุกหลักสูตร นักศึกษาเก่า นักศึกษาใหม่ สามารถแบ่งปันการเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย โดยพิมพ์ ชื่อ นามสกุล (รหัสนักศึกษา หรือ (ภาคสมทบ) หรือ (นักศึกษาเก่า) หรือ ฯลฯ) หรือจะใช้นามปากกาก็ได้เช่นกัน

โดยสามารถแบ่งปันเรื่องราวได้มากมายหลากหลาย เช่นดังต่อไปนี้…

  • แบ่งปันสภาวธรรม
  • สรุปสาระธรรม
  • เรื่องราวในชีวิต
  • การดูแลสุขภาพ
  • การเรียนรู้สิ่งใหม่
  • การทบทวนเรื่องเก่า
  • ร้องเรียน ร้องทุกข์
  • บันทึกประจำวัน
  • ทบทวนธรรม
  • ฯลฯ

โดยจะเปิดพื้นที่นี้ใหม่ทุกสัปดาห์และจะไม่สามารถย้อนไปบันทึกหรือแบ่งปันในสัปดาห์เก่าได้

สัปดานี้มีผู้แบ่งปัน 5 ท่าน 16 เรื่อง

  1. เรือนแก้ว สว่างวงษ์ นก แก้วเย็นศีล
  2. จางคลาย (2)
  3. ชุติวรรณ แสงสำลี (11)
  4. อรวิภา กริฟฟิธส์
  5. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

16 thoughts on “กระดานแบ่งปัน ๓ (๒๕๖๔) [5:16]”

  1. เรือนแก้ว สว่างวงษ์ นก แก้วเย็นศีล

    การได้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งการบ้าน ทำให้เราได้เห็นการพัฒนาด้านจิตวิญญาณของผู้เข้ารับการอบรม มันเป็นตัวกระตุ้นให้หันมาดูตัวเองว่าเรายังด้อยด้านไหน ยังมีกิเลสตัวใดที่ต้องลดละเลิก และการได้ฟังเรื่องของคนอื่นทำให้ได้เห็นกิเลสตัวเอง ถือเป็นการได้รับโอกาสที่ดีที่ได้ทำงานร่วมกับหมู่มิตรดี จะต้องใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาตนเองด้านจิตวิญญาณต่อไป สาธุ

  2. จางคลาย

    “กายนี้มีไว้เพื่อดับทุกข์ใจเท่านั้น กิจอื่นนอกจากนี้ ไม่มี”
    บททบทวนธรรม ข้อ ๖๖

    ระหว่างที่ฟังนักศึกษาวิชชารามส่งการบ้านในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าคนเรานี้มีเรื่องให้ทุกข์ใจได้สารพัดเรื่องจริง ๆ บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เราแส่หามาเองด้วย ทำให้นึกถึงบททบทวนธรรมข้อที่ ๖๖ ข้างต้น และคิดตามไปว่า ยิ่งเรามี “กิจอื่น” มากเท่าไร ก็ยิ่งมีเรื่องให้ทุกข์ใจได้มากเท่านั้น

    คำว่า “กิจอื่น” ในความรู้สึกของผมคือ เรื่องทุกเรื่องที่เราคิด พูด ทำ หรือเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยไม่เป็นไปเพื่อการลดกิเลส ไม่ว่าจะเป็นการเสพกาม เสพอัตตา หลงเที่ยวเล่น หาความเพลิดเพลินจากสิ่งนั้นสิ่งนี้ ตลอดจนการทำตัวขี้เกียจอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็ถือว่าเป็นกิจอื่นทั้งสิ้น กิจอื่นเหล่านี้แหละที่ทำให้เราเสียเวลา เนิ่นช้าอยู่ วนเวียนอยู่กับสุขลวงและทุกข์จริงไม่สิ้นสุด

    ดังนั้น หน้าที่ของเราคือการพยายามเอา “กิจอื่น” ออกจากชีวิตให้ได้มากที่สุด เรื่องอะไรที่ไม่เป็นไปเพื่อการลดกิเลส ไม่เป็นไปเพื่อการดับทุกข์ เราต้องหาทางหยุด หาทางเลิกมันเสีย เราต้องพยายามตรวจสอบตัวเองตลอด ๑,๔๔๐ นาทีในแต่ละวันว่า ยังเอาเวลาไปทำ “กิจอื่น” อยู่หรือเปล่า แม้แต่การนั่งเล่นเฟซเล่นไลน์เพื่อความเพลิดเพลินเพียง ๕ นาที ก็ยังนับว่าเป็น “กิจอื่น” อยู่

    เข้าถึงความไม่มี “กิจอื่น” ได้เมื่อไร ก็พ้นทุกข์ได้เมื่อนั้น

  3. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปันสรุปสาระฟังธรรม
    🍀เรื่อง บุคคล ๓ จำพวกเป็นไฉน
    🌻เนื้อหา อยากเป็นทุกข์ มีวิบากร้าย ไม่อยากเป็นกุศลเป็นวิบากดี อยากเป็น บาป ไม่อยากเป็นบุญ กุศลออกฤทธิ์แรง ทำดีนี้ได้สำเร็จ ถ้าอกุศลออกฤทธิ์ ทำดีนี้ไม่สำเร็จได้
    🌳สรุปตรวจสอบบุคคล ๓ จำพวก
    1 ไม่เอาภาระ
    2 เอาภาระ แบบทุกข์ใจ
    3 เอาภาระแบบสุขใจ
    หรือ
    ปุถุชนไม่เอาภาระ
    แบบเป็นทุกข์
    กัลยาณชน เอาภาระแต่ทุกข์ใจ กลุ่มคนทำดีแต่มีทุกข์
    และอริยชนกลุ่มคนทำดีแบบมีสุข
    19 ตุลาคม 64

  4. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปันสรุปสาระฟังธรรม
    🍀เรื่อง ทุกข์กับไม่ทุกข์อะไรดีกว่า

    🌻เนื้อหา
    ถ้ามีวิบากร้ายมาเราแพ้ ถ้าเราเข้าใจสัจจะ มันพลาดทำมาหาที่ต้นที่สุดไม่ได้มันก็ต้องมีพ่ายแพ้เป็นธรรมดาให้เราสบายใจได้เลยแบบสบายใจได้ คนมีปัญญาจะสบายใจว่าเราต้องแพ้ได้ สักวันเธอจะไม่ได้ดีอย่างใจ หมายสักวันเราต้องแพ้ รับแล้วก็หมดไปแล้วก็ชนะเราก็ได้ แล้วสักวันหนึ่งเราต้องชนะได้ดั่งใจหมาย สักวันหนึ่งเราก็ต้องแพ้ ไม่ดั่งใจหมาย
    🌳สรุปมันไม่เที่ยงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ทุกข์ตายเลย มันก็จะเกิดแบบนี้อยู่อย่างนั้น ถ้าเราไปยึดมั่นถือมั่น มันโง่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอย่าไปกำหนดยึดมั่นถือมั่นในสุขภาพดีๆในเหตุการณ์ดีๆให้ได้ดั่งใจหมาย จะสุขใจไม่ได้ก็ทุกข์ใจไม่ชอบใจกังวลอยู่แบบนี้ระหว่างได้กลับไม่ได้กลัวว่าจะไม่ได้มันก็วนอยู่แบบนี้สุดท้ายก็พ่ายแพ้ไม่ชนะเลย
    ตกลงสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตคืออะไรใจไร้ทุกข์กับสภาพนั้นๆต่างหากเราชนะชั่วในทุกข์ใจ ในเหตุการณ์นั้นได้ต่างหาก ที่มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเพราะทุกข์กับไม่ทุกข์ในใจของเราใครเป็นคนรู้สึกเราเป็นคนรู้สึก ทุกข์หรือไม่ทุกข์ในใจเรามันมีความแรงเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน เราเป็นคนรู้สึกระหว่างความรู้สึกทุกข์ก็ไม่ทุกข์ในกายกับใจ ในใจมีฤทธิ์แรงกว่า เท่ากับดินทั้งแผ่นดินแต่ในใจเราสามารถปฏิบัติเพื่อให้มันหายทุกข์ใจได้ตลอดดีกว่าไปเน้นทุกข์กายกับทุกข์เหตุการณ์ที่เอาเป็นเอาตาย
    เมื่อพยายามทำเต็มที่แล้ว ถ้าเสียหายเกิน ทรมานเกิน ทุ่มโถมเกิน ควรเลิกอยาก

    ความรู้สึกไม่ทุกข์ใจเป็นความสุขสงบที่สุดแล้วชนะทุกข์ใจได้สงบจากสงครามในใจได้มันสงบสันติอหิงสา มันยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ที่สุดมีค่าที่สุดเอาชนะทุกข์ในใจมีค่ายิ่งกว่าเอาชนะโรคเรื่องร้าย เกิดเป็นคนควรจะรู้ตามความเป็นจริง อะไรที่เราทำได้อะไรที่เราทำไม่ได้ถ้าเราไม่อยากอยู่แบบนั้น
    สิ่งที่เราควรตามรู้อันดับแรกคือใจไร้ทุกข์ชนะทุกข์ในใจเป็นสภาพที่หน้าได้หน้าเป็น
    หน้ามีที่สุดคือชนะทุกข์ใจให้ได้
    1.เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง
    2.ยินดีรับไม่ทุกข์
    ไม่ยินดีรับมันทุกข์
    🌳สรุปวิบากเรายินดีรับด้วยใจเบิกบานแช่มชื่นแจ่มใจแรงเท่าไหร่ยอม โปร่งโล่ง สบายใจ รู้จักในอริยสัจดับนิโรธ อยากได้สิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์ไม่อยากได้สิ่งใดได้สิ่งนั้นก็เป็นสุข

  5. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปันสภาวะธรรม
    🍀เรื่อง ไม่หลง ติดยึดดีที่ไม่เกิดให้ได้ดั่งใจหมาย
    🌻 เนื้อหา เมื่อเราได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆให้ยุติในสิ่งที่เรายังทำไม่ได้ที่เป็นกุศลเราก็ยอมรับได้มันมีวิบากร้ายมาขวางไม่ให้เราทำดีนั้นให้เกิดดั่งใจหมาย มันทำให้ตัวเองเดือดร้อนและผู้อื่นเดือดร้อน
    เราก็ยอมรับความจริง ดีไหนทำได้เราก็ทำดีไหนทำไม่ได้ก็หยุดทำ มันเหตุการณ์ที่อะไรเกิดขึ้นมันต้องมาจากหมู่กลุ่มดีแล้ว
    ใจโล่งไปอีก 1 เรื่อง
    🌳สรุปสลายอัตตา ล้างกิเลสวิภวตัณหาตัวใจร้อน เข้าใจความจริงตามความเป็นจริงทุกอย่างเป็นเครื่องมือให้เราได้อาศัยในการบำเพ็ญ.
    18ตุลาคม 64

  6. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปันสภาวะธรรม
    🍀เรื่องล้างโลกธรรม

    🌻เนื้อหา เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อน ได้ถามเพื่อนว่าจะนำธรรมะบรรยายไปโพสใน Facebook ส่วนตัวได้ไหมเพื่อนบอกว่าไม่ได้ไม่ควรทำไม่เห็นมียอดคนเข้ามาดูเท่าไหร่มากดถูกใจเท่าไหร่ เราก็คิดว่า ทำไมมันเป็นส่วนตัวของเราๆ น่าจะมีสิทธิ์ทำได้ มันเป็นสิ่งที่ดีที่เราทำมาตลอดที่แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ยังกลับไปโปรดญาติๆให้พ้นทุกข์และได้บรรลุธรรม

    ใจเราคิดว่า
    แม้ไม่มีใครรู้แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร เพื่อมวลมนุษยชาติเพื่อพี่น้องในครอบครัวบ้างที่ท่านยังไม่เชื่อมั่นในตัวเราและสิ่งที่เราปฏิบัติว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแตกต่างจากโลกีย์อย่างไร เราก็ใช้ธรรมะบรรยายนี้แชร์โพสต์ต่อส่งยังไปถึงท่านได้หากท่านมีกุศลมีโอกาสได้เข้ามาเห็นก็เป็นเรื่องที่ดีก็แล้วแต่ท่านหรือใครๆที่กำลังติดตามเราอยู่ ว่าจะกดถูกใจหรือไม่ ก็ไม่ได้ไปหวังไปยึดมั่นถือมั่นตรงนั้น

    ให้ท่านได้เห็นความเพียรของเราที่ขยันโพสต์อยู่ได้

    สิ่งที่เราทำได้เราเชื่ออย่างนั้นว่าบางครั้ง
    ท่านได้อ่านและผ่านตา

    เรารับรู้เรื่องราวว่าว่าญาติท่านป่วยท่านเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่เราก็ยังส่ง
    ธรรมะผ่าน Facebook ส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ
    เมื่อวานนั้นเองท่านได้กดถูกใจธรรมะที่เราแชร์ไว้
    ท่านจะอ่านหรือไม่ได้อ่าน เราก็ไม่เดาใจท่านหรอก เรารู้แต่ว่าขอทำดีบนพื้นที่ส่วนตัวนี้ได้
    นิดหน่อยก็น่าจะทำได้
    ใจก็ตรวจสอบตนเองเข้าใจความปราถนาดีของเพื่อนแต่ละคนมีมุมของตนเองที่ได้อาศัยได้ยึดมั่นถือมั่น ธรรมะบรรยายก็ถูกเปิดเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว ใครมีกุศลก็รับได้ ใจพ้นทุกข์ ไม่ติดใจคำพูดของเพื่อนแต่ยังไม่ได้อธิบายพูดคุยกันต่อถ้ามีเวลาก็จะไปพูดกับเพื่อนว่าเรามีความคิดเห็นอย่างนี้เพื่อนจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ได้.เราก็ฟังความคิดเห็นเพื่อนนำมาปรับปรุงตนเองต่อไป รู้สึกขอบคุณเพื่อนที่ให้เราได้เห็นยังยึดมั่นกิเลสตัวไหนอยู่ แต่ตอนนี้ยังวางไม่ได้ขออาศัยไปเผยแพร่ธรรมะก่อนเพื่อมวลมนุษยชาติค่ะ
    🌳ให้เป็นไปตามพลังวิบากดีร้ายที่เกิดจากการกระทำ กาย วาจา ใจ สังเคราะห์กันอย่างละ1ส่วน

  7. อรวิภา กริฟฟิธส์

    รักทุกคน แต่ไม่ห่วงใคร
    ขณะที่ออกกำลังกายโยคะวันนี้แล้ว ก็คิดถึงคำที่พี่น้องท่านพูดว่า “รักทุกคน แต่ไม่ห่วงใคร”แล้วภาพหน้าคนในครอบครัวก็ลอยมา จริงสินะเรามีห่วงอะไรมั้ย เรายังห่วงแสดงว่าเรายังอยากอยู่ อยากให้คนนั้นเป็นอย่างนั้น อยากให้คนนี้เป็นอย่างนี้ อยากได้ตามที่อยากพอไม่ได้ตามที่อยากก็ทุกข์ใจ แสดงว่าเราไม่กล้ายอมรับความจริง เราต้องกล้าที่จะไม่ได้ตามที่อยากให้ได้ เราต้องกล้าให้สิ่งดีสิ่งร้ายเกิดขึ้นกับเราหรือใคร ตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต เราต้องไม่ทำตัวเป็นขโมยและโกหกต่อความจริง แต่ละชีวิตก็ควรได้เรียนรู้วิบากกรรมของเขาเอง จากบททบทวนธรรมข้อที่ 13 ที่ว่า ไม่มีใครทำดีกับเราได้ นอกจากตัวเราเองไม่มีใครทำร้ายเราได้ นอกจากตัวเราเอง เราเป็นทายาทของกรรม เรามีกรรมเป็นกำเนิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราจักทำกรรมอันใดไว้ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักได้รับผลของกรรมนั้นอย่างแน่นอน ไม่มีอะไรดลบันดาลสิ่งดีสิ่งร้ายให้เราได้ นอกจากวิบากดีร้ายของเราเท่านั้นที่ดลบันดาลสิ่งดีร้ายให้เราได้ เราทำดีก็ได้รับผลดี เราทำชั่วก็ได้รับผลชั่ว เรามีหน้าที่ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วปล่อยวาง ความจริงทุกชีวิตได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิตอยู่แล้ว everything happen for the best รู้สึกใจมีความเบิกบานยินดี “รักทุกคนนะ แต่ไม่ห่วงใคร”

  8. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปันสรุปสาระการฟังธรรม
    ยิ่งไม่ยึดยิ่งได้
    เราไม่ทุกข์
    ได้มีโอกาสสิ่งที่เห็นว่าดีมากที่สูงสุด มันจะเต็มรอบปรากฏขึ้นทำดีที่ทำได้ที่เป็นไปได้

    ถ้าเรายึดที่เราเห็นว่าดีมันยิ่งไกล ไปเรื่อยมันช้าลงๆๆ

    เราไม่ฟังกิเลสของเรา วิบากของเรา ส่วนหนึ่งวิบากของเราก็ไปเติมให้เขาไม่ฟังเป็นแรงเหนี่ยวนำ ผลที่มันเกิดขึ้นแย่ๆมันร้ายมันก็ยังทำเหมือนเดิม
    เตวิชโชพิจารณาสิ่งที่ได้บำเพ็ญ
    (มันดูอยากเพราะมีพี่น้องเอาใช้ใช้ประโยชน์)เราก็เลยไม่ได้สังเกตยิ่งยากยิ่งยึดไปเรื่อยๆๆกิเลสยิ่งโตๆๆ ยิ่งยึดใจก็ยิ่งทุกข์(บางครั้งก็สุขใจเบิกบานแจ่มใส บางครั้งก็ทุกข์และได้ล้างทุกข์เพราะเป็นสภาวะ ถอดเทปหัวข้อไหน สัจจะเขาจะให้เจอ
    ผัสสะของจริงๆตามข้อนั้นๆก่อนเมื่อล้างใจจับกิเลสได้เข้าใจชัดมากขึ้นถึงจะสามารถ
    ถอดเทปต่อไปได้สำเร็จ

    ที่เราสามารถทำให้ได้มากที่สุดมีกิเลสที่ซ่อนอยู่อีกหลายเหลี่ยมุมที่ยังไม่เห็นมันหลอก มันหลบได้เก่ง

    โชคดีนะที่เราได้กล้าตั้งศีลเพิ่มขึ้นมาปฏิบัติ เห็นทุกข์ได้เร็ว มันเป็นสัจจะที่ได้ค้นพบความจริงได้รับวิบากมาขวางไม่ให้ทำดีนั้นต่อ มันยังไม่ใช่เวลาทำให้เกิดปัญญา สัจจะให้เราวางดีอันหนึ่งไปทำดีอีกอันหนึ่งนั่นเอง
    คลายยึดคลายอยาก
    ได้สุขแท้ ได้ความสบายใจ
    เราไม่ทุกข์
    ถ้าเราเสื่อมคนในโลกจะเสื่อม
    เรามีผลเราดีขึ้นเขาดีขึ้น..

  9. ชุติวรรณ แสงสำลี

    บันทึกย่อสาระธรรมจากการฟังธรรมยามเช้า 21 ตุลาคม 2564 ทางช่อง หมอเขียว TV

    (#)สายเจโต ต้องมีผัสสะมากระทบเปรี้ยง มันถึงจะปรากฏตัวออกมา ว่าเป็นตัวไหนๆ ไม่เช่นนั้นจะมองไม่เห็นเลยว่าติดตัวไหนอยู่มันจะเบลอๆ ไม่ได้ฝึกงานจิตจะอ่านไม่ค่อยชัดมีแต่หลบหลีก
    พอเจอปุ๊บก็อ่านไม่ค่อยชัด ว่าเป็นกิเลสตัวไหนกันแน่จะงงๆมีแต่จะหลบๆไปเรื่อย ก็จะอ่านไม่เก่ง ก็ต้องฝึกมากระทบผัสสะฝึกอ่านอาการกิเลสจึงจะช่วยได้ หรือสายศรัทธาก็ด้วย

    (#) ลักษณะ สายปัญญาเป็นสายฟุ้ง ไปทำการงานจะมีผัสสะกับคนนั้นคนนี้อย่างนั้นอย่างนี้ มันก็จะเป็น สายฟุ้งสายกระทบผัสสะ ได้กิเลสตัวเองเยอะก็ไม่ได้รู้จัก ล้างกิเลสอยากไปเรื่อย อยาก
    ฟุ้งไปเรื่อยๆจนพันตัวเองไม่รู้อะไรเป็นอะไรเลยนะ จนปวดหัวหมดเรี่ยวหมดแรงลงไป ปรุงเรื่องนั้นเรื่องนี้มากเกินไปมันเยอะก็แก้ไม่ได้เหมือนกัน ไม่รู้เรื่องไหนบ้างอีกแบบหนึ่ง ก็จะไปเจอลีลาในเรื่องที่ไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจไม่ได้ดั่งใจก็ทุกข์ๆ ไปทำร้ายตัวเองไปแบบนั้น คิดไปได้เรื่อยเปื่อยคิดไปเรื่อยๆบางทีไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอกคิดไปก็หมดแรงแล้ว คิดหยุมหยิมคิดไปเรื่อย เอาไปเอามา ไม่ได้ทำอะไรเอาแต่คิด เก่งๆ เขาทำไม่ถูกใจตัวเองก็ทะเลาะไปเรื่อย เขาทำไม่ถูกใจตัวเอง มันก็ฟุ้งไปเรื่อยอยู่อย่างนี้แหละ

    ✔ วิธีแก้ของสายนี้ทำยังไง ก็ต้องหยุดคิดบ้างลด ผัสสะลงมาบ้างมันมากไปฟุ้งไปมากเกินไป ก็ลดลง ดิ่งลงมาหาเจโต
    ส่วนสายเจโต ก็ต้องออกไปกระทบ ผัสสะไปคิดไปพูดไปทำมากขึ้นอ่านอาการกิเลสล้างกิเลส

    สายปัญญา มันยากมันเยอะเกินไปกระทบผัสสะมากและตัวเองก็คุมกิเลสไม่ได้ เจออะไรมันก็อยากทั้งนั้นมันก็ชอบทั้งนั้น มันก็ชัง ที่ชอบก็อยากได้มาที่ชังก็
    อยากเอาออกไปเยอะแยะไปหมดเลย กระทบไปหมดก็ตายกันพอดีมันก็ไม่ไหวมันก็เกินกำลังมันก็ต้องลดลงมาเวลาแก้ก็ลดลงหน่อย อย่าไปมีปัญหามากเกินไป มาทางเจโตบ้างมาทางสมถะ
    บ้าง ลดกิจกรรมการงาน การคิดของตัวเองที่มันคิดมากจนเกินไปลดลงมาบ้าง เป็นเรื่องก็จะมาฝึกอดทนเอาควบคุมเอา ให้มันเหลือน้อย ชนิดที่ตัวเอง จับอาการมันได้ ให้เหลือในเขตที่ตัวเอง จับไง ว่าตอนนี้เราอยากในเรื่องไหน เรื่องไหนที่อยากได้มากตั้งศีล
    กำจัดอยากออกไป มันชอบเป็นชังเรื่องไหน สุขก็อยากได้มาชังก็อยากเอาออกไป ประเด็นไหนจับให้ชัดๆ ไม่งั้นปรุงไปหมดเลยไม่รู้เรื่องไหนบ้าง พวกนี้พวกที่โลภอะไรก็จะเอา อันนี้ก็จะเอา กิเลสนี้ก็จะลด ตัวนี้ก็จะลด

    เอาไปเอามากิเลสมันลดเรา เข้าใจไหม แทนที่เราจะลดกิเลส กิเลสมันลดความสุขของเรา อะไรก็จะเอาไปหมดเอาไปหมด กอเลสมันซัดเราตายเลยนะ กิเลสนี้ก็จะลด งานนี้ก็จะทำ แล้วก็เอาเยอะๆด้วยนะมันคิดได้มาก บันทึกว่าอะไรดีมันก็อยากจะได้จะได้ ที่นี่มันก็ทำไม่ทันมันก็ตีตัวเองแล้วก็ซ้อน อีกทีนี้ กิเลสซ้อนไม่รู้เท่าไหร่ๆ สายนี้ ไม่รู้เท่าไหร่เหมือนกัน มันคงไปมากๆมันจะกำจัดไม่ได้หรอก เรียนรู้ให้มันชัดว่าคนเรา เรากำจัดกิเลสได้ทีละเรื่อง เท่านั้นแหละ ต่อให้เรารู้มากแค่ไหน ๆ เอาแค่การงานอย่างเดียว แต่ที่จริงเราทำได้ทุกอย่างได้ไหม มันไม่ได้หรอกแรงมันไม่พอ แค่งานธรรมดาง่ายๆยังทำไม่ทันเลย การงานต้องตีกรอบลงมาเท่าที่มันเป็นไปได้

    ตรวจ ณ ปัจจุบันรู้จักสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ประมาณให้พอเหมาะ กำลังของเราจะทำเรื่องไหน องค์ประกอบมีแค่นี้ เพื่อนฝูงมีเท่านี้อุปกรณ์มีเท่านี้เอาเท่านี้เวลาเท่านี้อย่างนี้เป็นต้น

    กิเลสก็เหมือนกันตีกรอบลงมาเอาทีละเรื่องทีละเรื่อง จะไปกำจัดมดทุกเรื่องคราวเดียวเป็นไปไม่ได้หรอก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเราจะกำจัดกิเลสคราวเดียวทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ โลภจะแทงตลอด ธรรมทั้งปวงคราวเดียวเป็นไปไม่ได้หรอกให้เอาทีละเรื่องทีละประเด็น เรื่องนี้ประเด็นนี้เอาให้มันชัดทีละเรื่อง อาศัยผัสสะนี้แหละกระทบแต่ก็ลด ผัสสะ ที่มันมากเกินไป ที่มันปรุงความคิด ที่มันมากเกินไป ตีกรอบ ให้มันพอดี ตั้งศีล มากำจัดกิเลสทีละเรื่องก็จะก้าวหน้าได้เร็วอย่างนี้เป็นต้น สายปัญญาทำ สัมมาทิฏฐิดีๆจะก้าวหน้าได้เร็ว แล้วก็บรรลุได้เร็วที่สุดเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้เร็วด้วย เพราะอาศัย ผัสสะเป็นปัจจัย

    พิจารณาไตรลักษณ์พิจารณาให้แจ่มแจ้ง ถ้าขยันใช้อันนี้จะบรรลุธรรมได้เร็ว
    (#)
    สายเจโตก็ตาม ชอบหลบชอบเลี่ยงเจอผัสสะให้มากขึ้นฝึกล้างกิเลสให้มากขึ้น จะเก่งขึ้นๆ ก็จะบรรลุธรรมได้ดีอยู่เหมือนกันอย่างนี้เป็นต้น
    กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูง

  10. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    ทบทวนธรรม
    ————————————————–
    กำจัดความกลัวด้วยความกล้า 8 ประการ
    ความกล้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก กล้าสู่ความพ้นทุกข์

    1.กล้าทำดี กล้าให้เกิดดี….ถ้าวิบากดีออกฤทธิ์
    ถ้าวิบากดีของเราและคนที่เกี่ยวข้องออกฤทธิ์ ให้ได้อาศัยก่อนที่ทุกอย่างจัดดับไป

    2.กล้าให้เกิดร้าย……ถ้าวิบากร้ายออกออกฤทธิ์
    ถ้าวิบากร้ายของเราและคนที่เกี่ยวข้องออกออกฤทธิ์ เมื่อเราพยายามทำดีที่สุดแล้ว รับเท่าไหร่หมดเท่านั้น

    3.กล้าให้ดีไม่เกิด ถ้าวิบากร้ายขวาง ขวางเท่าไหร่ก็หมดเท่านั้น

    4.กล้าที่ไม่อยากทำชั่วทุกอย่าง…กล้าไม่ทำสิ่งที่เดือดร้อนเลวร้ายต่อตนเองและผู้อื่น

    5.กล้าทำสมดุล ร้อน – เย็น (กล้าทดลองทำ)

    6.กล้าที่จะประมาณ การกระทำกิจกรรมการงานให้พอเหมาะ
    ต้องกล้าฝึกประมาณกิจกรรมการงานให้พอเหมาะและเป็นประโยชน์ โดยใช้สัปปุริสธรรม ๗ และมหาปเทศ ๔ กล้าทำ กล้าทดลอง ถ้าเจอสภาพเสียหายเกินเสี่ยงเกินให้หยุด ถ้ายังทำได้อะไรไม่เสี่ยงให้หยุดทำ…กล้าบุก กล้าถอย

    7.กล้าคบเคารพและสานพลังกับสัตบุรุษและหมู่มิตรดี

    8.กล้าเกื้อกูลช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจบริสุทธิ์….ทำเท่าที่เราทำได้

    อาจารย์หมอเขียว
    ดร.ใจเพชร กล้าจน
    ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔
    ณ พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ค่ายพระไตรปิฏก ครั้งที่ ๓๔
    —————————————————————–
    ภาคทบทวน

    ความกลัวเป็นตัวกักขังเราให้อยู่กับความทุกข์ กลัวจะทุกข์กลัวจะไม่เกิดดีสุดท้ายก็ทุกข์อยู่ดี จากเนื้อหาที่ อ.หมอเขียวได้บรรยายล่าสุดทำให้ชัดขึ้นว่าเราต้องมีความกล้า ขจัดความกลัวด้วยความกล้า กล้าที่จะสู้กับกิเลส

    กล้าที่จะทำดี ทำดีอย่างเต็มที่ แล้วกล้าที่จะรับผล ไม่ว่าจะออกมาดีหรือร้ายก็ตาม เราทำดีเต็มที่ เสนอดีเต็มที่ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่คนอื่น จะรับได้ก็ยอมให้ได้ ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะได้รับ เขาจะได้รับสิ่งยากลำบาก อุปสรรคต่าง ๆ ก็เป็นผลมาจากวิบากร้าย เราจะไปเอาดีให้เกิดดั่งใจไม่ได้เพราะนั้นไม่ใช่เวลา ไม่ใช่สมบัติที่จะได้รับ

    ทำดีแล้วเกิดดีคงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากดีไม่เกิด ก็คงทุกข์ยิ่งดีมาก ๆ อย่างองค์กรจะได้รับประโยชน์มากหรือจะช่วยคนได้มาก หากเอาดีนี้ เราต้องกล้ารับหากดีไม่เกิดดั่งใจ เพราะแต่ละคนมีวิบากร้ายไล่ล่า วิบากยังไม่ให้ดีนั้นเกิด ต้องกล้ายอม กล้าวางให้

    ทำดีที่ทำได้ ไม่ทำใจให้ทุกข์ เคารพมติหมู่ หมู่ว่าไงเอาตามนั้น ไม่ดื้อ ไม่เอาแต่ใจ เมื่อทำดีเต็มที่แล้ว ก็วางใจให้ได้ กล้าให้เกิดดี กล้าให้เกิดร้าย กล้าที่จะก้าวสู่ความพ้นทุกข์

  11. ชุติวรรณ แสงสำลี

    สรุปสาระฟังธรรม
    ยามเช้า เทปเก่ารายการเฟสบุค
    22ตุลาคม 64
    🍀เรื่องดีไม่ใช่สุขแท้
    🌻เนื้อหา
    ดีไม่เกิดทุกข์ใจไม่ชอบใจจะเก็บไว้ทำอะไรและมันจะเก็บไม่ได้ตลอดเวลาเลยชีวิต มันมีวิบากเข้าของเราและของเขาคนที่เกี่ยวข้อง มันก็เกิดดีไม่ได้แล้วมันก็ต้องยินดีให้ได้ ใช้ปัญญายินดีได้ เราต้องเข้าใจเรื่องกรรมให้แจ่มแจ้ง ถ้ากลัวมันก็ทุกข์มันก็บาป

    ถ้ากล้ารับมันก็กล้าที่จะให้ดีไม่เกิดกล้าที่จะให้ร้ายเกิด รับเท่าไหร่หมดเท่านั้นดีก็ยิ่งออกฤทธิ์ได้มาก ดีมันจะออกเหลี่ยมไหนมุมไหนแล้วก็ต้องกล้าให้ได้กล้าที่จะเกิดร้าย รับแล้วก็หมดไปแล้วจะไปทุกข์อะไรยิ่งเรารู้แจ้งจริงๆแม้แต่ดีที่ได้สมใจอยาก จะไปแคร์อะไร ถ้าเราไปหลงติดอยู่อย่างนั้นจะทุกข์ไหมกลัวจะไม่เกิด เกิดแล้วก็กลัวจะหมดไปใช่ไหมมันก็เป็นทุกข์

    เรื่องอะไรจะเป็นทุกข์ให้โง่เราก็ไม่ทุกข์มันไม่เกิดก็ช่างมันสิมันไม่ใช่สุขแท้ ไม่ติดอีกต่างหากที่สุขแท้ใช่ไหมให้เกิดดีแต่ก็ไม่ติดดีนี่แหละสุขแท้ ปรารถนาให้เกิดดีไม่เกิดเราก็ไม่ทุกข์เราก็สบาย และเราก็ยินดีที่เราไม่ติดอะไรกล้าที่จะไม่ติด ยินดีที่จะไม่ติดจะได้รู้ความจริงสุขแป๊บเดียวแล้วก็หมด

    🌳สรุปสุขแท้คือเราไม่ชอบไม่ชังไม่สุขไม่ทุกข์อะไรต่างหากไม่อยากไม่ยึดมั่นถือมั่นต่างหากมันไม่เกิดมันก็ไม่ทุกข์มันก็ไม่เห็นเป็นอะไรดีก็ไม่ใช่สุขแท้ต้องเข้าใจชัดๆ

  12. ชุติวรรณ แสงสำลี

    สรุปสาระฟังธรรม
    🍀เรื่องร้ายก็ไม่ใช่ทุกข์แท้

    🌻เนื้อหา
    เรื่องร้ายก็ไม่ใช่ทุกข์แท้ มันมาแล้วมันก็ไปแต่เราไปกลัวเองใช่ไหมมันไม่หน้ากลัวอะไรก็เราไปสร้างมันขึ้นมาเองสร้างทุกข์ขึ้นมาเอง แท้ที่จริงใครสร้างขึ้นมาก็ตัวเองนั่นแหละแต่โทษคนอื่นอยู่ได้ตัวเองสร้างความกลัวขึ้นเองแล้วใครไปทำชั่วมาถึงได้รับก็ตัวเองนั่นแหละทำมาเองอีกใช่ไหม

    ร้ายจริงๆมันก็ไม่ใช่ทุกข์หรอกมันไม่ใช่ทุกข์ในใจเราๆกลัวเอง เรายังเองเราก็ต้องกล้าลองชอบดูสิความกล้าความกลัวมันจะหายไปเลยความทุกข์ก็หายไปเพราะความกลัวความนั่นแหละมันคือความทุกข์มันกลัวจะเข้ามาแล้วก็มาก็กลัวว่าจะไม่หมดไปมันทุกข์จะบ้าไปกลัวจะชังมันทำไมเล่าเราก็เห็นชัดอยู่แล้ว เราก็ต้องกล้าต้องชอบยินดีเราก็จะสุข สุขกับทุกข์อะไรดีกว่า สุขก็ดีกว่าใช่ไหมเราอยากได้สุขหรือทุกข์ก็อยากได้สุขใช่ไหมเรื่องอะไรจะต้องไปเอาทุกข์ก็ฉลาดใช้ปัญญาแล้วก็สนุกดีกว่า ถ้าเรากล้าเรายินดีเราเห็นประโยชน์ เราก็กล้ารับเต็มใจรับเต็มใจให้หมดไป รับเท่าไหร่หมดเท่านั้น รับมากหมดมากรับน้อยหมดน้อยยังไงมันก็หมด

    รับน้อยก็ดีไม่ต้องทรมานมาก รับมากก็ดีหมดไปเยอะดีแล้วจะไปทุกข์อะไร เราก็ใจผ่องใสไร้กังวลดีก็ยิ่งออกฤทธิ์ได้มากสุดท้ายมันก็ดับไป มันใช่ตัวเราของเราทุกข์หมดไปแล้วจะไปเสียดายมันไหม เราชอบแบบใช้วิบากใช้ปัญญาแบบไม่ยึดมั่นถือมั่น มันต้องรับก็ต้องชอบมันซะเลยมันหมดไปก็ไม่ต้องไปชอบมันก็ดีอย่างนี้เป็นต้น

    ไม่มีปัญหาอะไรรับเท่าไหร่มันก็หมดเท่านั้น เราก็ชอบให้มันเกิดให้มันดับแท้ที่จริงแล้วชีวิตเราไม่ชอบไม่ชังไม่อยากไม่ยึดมั่นถือมั่นในเรื่องอะไรเราจะเอาประโยชน์ได้ทุกเรื่อง เกิดดับเกิดดับสิ่งใดมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นมีการดับไปเป็นธรรมดาเป็นอย่างนี้

    🌳สรุปต้องล้างอรติด้วยปราโมทย์ ล้างความยินร้าย เป็นความยินดี
    ล้างความกลัว ด้วยความกล้า
    ล้างความชังด้วยความชอบ
    มันจะไปเป็นกลางเองมันก็หมดทุกข์แล้วที่เหลือมันก็จะเป็นกลางเกิดดับเกิดดับเองเข้าใจไหม ถ้าเข้าใจก็มีแต่ความสุข

  13. จางคลาย

    เทคนิคการเพิ่มความกล้า ลดความกลัว

    หลีกเลี่ยงการคบหาคนที่ยังมีแต่ความกลัว อย่าไปฟังคำของคนที่มีแต่ความกลัว พยายามเข้าหาคนที่มีพลังความกล้า คบและเคารพคนที่มีความกล้า พูดคุยสนทนากับคนที่มีความกล้า เราจะได้รับพลังความกล้าไปด้วย เหมือนพลทหารที่อยู่ในกองทัพที่มีแม่ทัพและนายร้อยนายกองที่แกล้วกล้าอาจหาญ จะรู้สึกฮึกเหิมห้าวหาญไปด้วย

  14. ชุติวรรณ แสงสำลี

    641024 วันที่ 9 ค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 34 สรุปสาระธรรม การตอบความคิดเห็นจากผู้ชมทางบ้าน ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วแต่มากินขนมแทน ตบะแตกกินของหวาน เยอะมาก

    เราทำตามฐานของเรา ลดละเลิกเนื้อสัตว์ มากินพืชจุดสบาย กิเลส มันก็อยากหาอะไรที่มาทดแทน มันเป็นกิเลสส่วนที่เหลือที่ไม่มีอะไรมาสนองมัน มันก็อยากอยาก ๆ ๆ พระพุทธเจ้าถึงว่าหาอะไรที่มาทดแทนตามที่กเลสมันต้องการ ลดกิเลสอันหนึ่งมามันก็จะมาออกกิเลสอีกอันหนึ่งนะ มันลดกิเลสอฝหยาบมามันก็มาเกาะกิเลสกลาง แล้วก็มาเกาะกิเลสละเอียดเป็นลำดับเป็นธรรมดา

    แล้วทำไมกินแล้วไม่เห็นเป็นอะไรเลยแข็งแรงดี?

    # เพราะว่า มันเป็นฐานที่ดีของเราจากที่เราลดกิเลสอยากกินเนื้อสัตว์มา มากินพืชจืดสบายมันก็ต้องมีขนมนี่แหละพอให้หายใจหายคอได้ ก็ถูกแล้วก็ต้องกินอย่างนั้นไม่เช่นนั่นมันอยู่ไม่ได้ คนเรามันก็ต้องมีความสุขออกจากสุขในเรื่องกิเลสหยาบมันก็ต้องมาสู่ในเรื่องกิเลส กลาง แล้วออกจากสุขกิเลสกลางมันก็จะไปออกจากสู่ในกิเลสละเอียดมันก็สุขในความพ้นทุกข์ไปสู่นิพพานสูงสุดไปเป็นลำดับๆ อยู่เราก็ได้นิพพานไปเป็นลำดับมันก็จะเป็นอย่างนั้น

    เราก็ต้องเสพอย่างนั้นก็ถูกแล้ว เอาไว้เสพไปนานเข้าเดี๋ยวก็จะ ป่วย เอง เขาจะให้โควต้าอยู่มีระยะเวลาอยู่ระดับหนึ่งที่กินของหวานแล้วจะไม่ป่วยเป็นโรค ระยะหนึ่งจากนั้นหมดระยะเวลาโควต้าแล้ว นรกจะถามหาเองไม่ต้องห่วงนะถึงตอนนั้นนรกจะมา

    มันจะมีทุกข์ใจทุกข์กายเรื่องร้ายเข้ามาแล้วจะแก้ไม่ได้จนกว่าจะตั้งศีลลดละเลิกขนมของหวาน พอตั้ง ศีล ลดละเลิกทุกข์ใจทุกข์กายเรื่องร้ายจะหายไปเลย แล้วเราก็ไปติดอันอื่นแทนที่ละเอียด กว่านั้นแทนขนม บางทีไปติดความดีแทน ได้ดีสุขใจชอบใจไม่ได้ดีทุกข์ใจไม่ชอบใจอย่างนี้นะ หรือติดอาหาร ในรูปแบบธรรมชาติ ที่เราชอบ เครื่องปรุง
    อร่อยๆหน่อยเป็นกับข้าว แต่ปรุงแบบ
    อร่อยๆ แทนที่จะปรุงแบบขนมมันก็จะไปติดตัวนั้นก่อนเราก็จะมีความสุขนึกว่าหายทุกข์ใจทุกข์กายเรื่องร้ายก็จะหายไป สักระยะหนึ่ง อีกสักพักมันก็จะมีทุกข์ใจทุกข์กายเรื่องร้ายที่มันให้โควต้าระยะหนึ่งจากนั้นมันก็จะทุกข์อย่างกระหน่ำ มันเป็น ชั้นๆ อยู่

    เราก็ต้องเพิ่มศีลขึ้นไปอีก ก็ไปกินจืดที่สมดุลร้อนเย็นกับเราแล้วก็ไปติดดีแทนก็มีความสุขกินจืดกินดีจากนั้นเขาก็จะให้อยู่ระยะหนึ่งเขาก็จะให้ทุกข์จากดีแล้วมันจะไม่ได้ดีดั่งใจหมายแล้ววิบากร้ายมันจะซัดและขวางไม่ให้ได้ดั่งใจหมาย มันก็จะต้อง ล้างทุกข์จากการติดดี ก็ต้องมาจากดี ต้องมีความสุขในการติดดีและมีความสุขในการไม่ติดดีเราก็ต้องมาอาศัยความสุขที่ไม่ติดดีแทนแม่มีร้ายเข้ามาก็ต้องมีความสุขในการกล้ารับ ร้ายให้หมดไปทีละชิ้นดีให้หมดไปอย่างนี้เป็นต้นมันจะไปเป็นลำดับๆไม่ต้องกังวล ก็สบายใจพอหายใจหายคอได้ อาศัยนั้นไปก่อนแล้วก็จะค่อยๆตั้งศีลถ้าไม่อยากรอนรกมาก็ต้องตั้งศีล ลดละไปเป็นลำดับๆไม่จำเป็นต้องเลิกซะทีเดียวหรอกตั้งศีลลดเอา สมมุติว่ามันกิน 10 ชิ้นแล้วก็ตั้งศีลลดเอากิน 9 ชิ้นลดลงชิ้นหนึ่งแล้วก็ลดปริมาณมันลงตั้งแบบนี้ได้ มันเป็นฐานของเรา

    เราจะไปตัดเลยมันก็เครียดตาย มันไม่ไหวมันเกินกำลัง แล้วเราจะเก่งขึ้นก็จะเหลือ 8 หรือ 7 ค่อยๆลดระดับไปมันก็จะเจริญไปเป็นลำดับๆ ไม่ต้องไปรอให้
    นรกมาแล้วค่อยตั้งมันจะทรมานมากมันมาหนักๆมันจะซวย ถ้าเราตั้งแบบนี้ไปนรกจะไม่หนัก พอเรารู้เราก็จะ เลื่อนฐานขึ้น แล้วนรกจะมาน้อย ทุกข์ใจทุกข์กายเรื่องร้ายจะมาน้อยอย่างนี้เป็นต้น

    แล้วตัวไหนสู้ไม่ได้เราก็ต้องรู้จักวาง ถ้ามัน กิลมถะจนเกินไป หรือบางทีเราลดกิเลสได้แต่เราใจร้อน อยากจะกำจัดกิเลสให้หมดเร็วเหมือนอย่างเช่นพระอานนท์ ก็ยังไม่บรรลุพอท่านวางใจได้ก็เลยบรรลุเลิกความใจร้อน
    สรุป รู้สึกประทับใจได้ความรู้เพิ่มขึ้นจากผู้ถามและคำตอบ

  15. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปัน สาระธรรมจากการฟังธรรม
    ช่วงเช้า 641022เทปเก่าจากเฟสบุค
    หมอเขียวทีวี

    เรื่องปัญญา

    ที่เธอฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมยังความสงบ 2 อย่างคือความสงบกายและความสงบจิต กายวาจาที่เราไปละเมิดนั้นเรากำจัดได้แล้วมันก็ลดลงเราก็ควบคุมกายวาจาได้ภายในมันลดลงมันก็ยังเหลือแต่ภายในใจ ที่เป็นผัสสะรูปรถกลิ่นเสียงสัมผัสที่ยังกระทบกันอยู่เหตุการณ์ต่างๆ เราไม่ละเมิดทางกายทางวาจาแล้วแต่ยังมีอาการต่างๆในจิตอยู่ แล้วก็กำจัดกิเลสมันออกไปอีกให้มันเบา ให้มันหมดความอยาก ความกลัวกังวล หวั่นไหวเข้าไปอีก กำจัดไปมันก็จะสงบลงไปเป็นลำดับลำๆเองในเรื่องนั้น เรียกว่าความสงบกายและความสงบจิต

    ก็อยู่กับความวุ่นวายนี่แหละอยู่กับความวุ่นวายกับเรานี่แหละ แต่กายจิตของเรานั้นสงบ นี่คือความลึกซึ้งของพุทธะ เกี่ยวกับเหตุการณ์แต่ใจสงบดี นี่แหละทำให้ถึงพร้อม เพราะว่าอะไรเพราะว่าถ้ามีผัสสะมากระแทก ๆ มันจะกระแทกอาการเ
    กิเลสออกมาได้ดีที่สุด มีอะไรกระแทกได้ดีเท่ากับผัสสะไหม ไม่มีหรอก มีแต่ผัสสะเท่านั้นแหละที่มันกระแทกกิเลสได้ดีที่สุด อย่างเช่นเราไม่อยากกินสิ่งที่เป็นโทษเป็นภัย แต่พอไปเจอแล้วมันกลับอยากขึ้นมากะทันหัน นั่นแหละกิเลสตัวจริงเสียงจริง กระทบครั้งที่ 1 ยังทนได้ก็มี แต่กระทบครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 นี้หมดแรง จับเข้าปากเลยโดยเฉพาะเพื่อนกินให้ดูอร่อยๆ คิดว่ากินเป็นเพื่อนกับเพื่อนแต่ที่จริงกินเป็นเพื่อนกิเลสตัวเองใช่ไหม

    หรือบางทีเราคิดว่าจะไม่โกรธจะไม่ชังคนนี้ พอแค่ได้ยินเสียงเท่านั้นมันปรี๊ดเข้ามาข้างใน ยังไม่ทันเห็นหน้าเลยมันขึ้นมาแล้ว พอไปเห็นปุ๊บมันออกอาการเลย กิเลสมันมีจริงในโลกใบนี้ คิดว่าจะให้อภัยคนนี้มันพูดมากเหลือเกิน รำคาญเหลือเกิน กะจะให้อภัยแล้วนะ นึกว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง นึกว่าจะปรับปรุงตัวเอง เห็นผลมากมาหลายที่แล้วคราวนี้ก็เหมือนเดิมอีก พูดก็ไม่ค่อยเข้าเป้าเลยนะขี่ม้าเลียบค่ายอยู่อย่างนั้นพูดเยอะอยู่อย่างนั้นเวลาก็หมดไปเรื่อย เป็นยังไงจากที่เคยจะให้อภัยเขา แต่มันอยากจะบีบคอเขาตาย คันหัวใจ เมื่อไหร่เธอจะแก้สักที เมื่อไหร่เธอจะฝึกได้สักทีนะ พูดให้กระชับ ความจริงต้องถามตัวเองนะว่าเมื่อไหร่จะเลิกรำคาญเขาสักที เขาก็พูดตั้งไม่รู้กี่ทีแล้ว คุณก็ยังแก้ตัวเองไม่ได้สักที เขาก็พูดน่ารำคาญวนๆอยู่แบบนี้ คุณก็เจอตั้งไม่รู้กี่ทีแล้วเมื่อไหร่คุณจะเลิกรำคาญเขาได้สักทีเลิกถือสาเขาได้สักที กิเลสมันก็ไม่เห็นตัวเองนะ มันก็ไม่เอาตัวเอง
    มองเห็นโทษคนอื่นมองเห็นเท่าภูเขา โทษของเรามองเห็นเท่าเส้นผมก็ยังดีนะมองเห็นเท่าเส้นผมดีกว่ามองไม่เห็นเลย ไม่รู้ว่าจะไปพ้นทุกข์ได้ตอนไหนมันเห็นแต่ครอบครองของคนอื่นเขา แต่ตัวเองโดนๆเต็มๆชังเขาอยู่นะรำคาญเขาอยู่

    กิเลสอยากได้ดีกว่านั้น แทนที่จริง เขาก็เป็นของเขาอย่างนั้น เขาจะอยากเป็นไหม เขาก็ไม่อยากเป็นใครจะอยากเป็น ถ้าเขารู้เขาก็ไม่ทำหรอก วิบาก 11 ประการยังเล่นงานเขาอยู่เขาก็ต้องยังประมาณได้ไม่ถูก วันนี้เป็นยังไงวิบากเราที่เคยเป็นอย่างนั้นมาด้วย คนเรามันจะเก่งจากการกลายเป็นสัตว์เซลล์เดียวหรือไงมันโง่มาทั้งนั้นแหละทำให้คนอื่นรำคาญมาทั้งนั้น วิบากที่เรายังปรับตัวเองไม่ได้ ก็จะไปดึงเขา ให้มาทำกับเรา เราต้องรำคาญเขา เรานั่นแหละไปทำมาไปส่งเสริมมา แทนที่มันจะยินดีรับเนาะร้ายหมดอีกแล้วรำคาญเท่าไหร่ก็หมดรำคาญเท่านั้นนั่นแหละ รับเท่าไหร่ก็หมดเท่านั้น แทนที่มันจะยินดีกลับยินร้ายเฉยเลย แทนที่จะชอบกลับไปชัง การที่จะกล้ากลับไปกลัว เราก็ต้องกล้ารับกล้าให้หมดไปยินดีรับให้หมดไปแล้วจะไปทุกข์ตรงไหน รับเท่าไหร่หมดเท่านั้น

    จริงๆแล้วเราโชคดีขึ้นนะ ร้ายหมดไปดีก็เพิ่มขึ้นเราไปห้ามเขาได้ไหมล่ะ ห้ามได้ก็ห้ามไปสิช่วยได้ก็ช่วยไปสิช่วยไม่ได้เราก็ยินดีไป ช่วยเขาแล้วเราก็ยินดีรับ ถ้ามันช่วยไม่ได้ เราก็ยินดีรับว่าเราก็เคยเป็นมาเคยส่งเสริมมารับเท่าไหร่หมดเท่านั้น กิเลสมันเก่งมันคิดอีกว่าส่วนรวมเสียหาย ก็ส่วนทำมา รับเท่าไหร่ก็หมดเท่านั้น ส่วนรวมก็จะได้ดีขึ้นมันจะเสียหายตรงไหนมีแต่ดีขึ้นเท่านั้นแหละ รับเท่าไหร่มันก็ดีขึ้นเท่านั้นแหละแต่กิเลสมันหลอกเราเสียไง คุณก็จะไปเสียตามมัน มันเหมือนเสียจริงๆใช่ไหม มันเหมือนเสียนะ พอเราคิดได้เหมือนเสียและเป็นไงเราก็จะทุกข์

    เพราะมันเป็นเรื่องไม่จริงเราต้องพ้นทุกข์เป็นความจริง จริงๆเสียได้หมดวิบากส่วนรวมก็หมดวิบากไง ก็ไปทำมา มีใครไม่ทำมาบ้างก็ทำมากันทุกคนนั่นแหละ ไม่ใช่ไม่ทำมาก็ไปทำมา ไม่เข้าท่ามาทั้งนั้นแหละ ไปทำตามกิเลสมาทั้งนั้นแหละ ก็เสียส่วนรวม มันจะเสียส่วนรวมก็ถูกแล้วนี่ ก็ส่วนรวมทำมา มันจะไปเสียส่วนตัวได้ยังไง มันก็ต้องเสียส่วนรวม แต่จริงๆเสียได้มันก็ได้หมดวิบากไง มันก็ได้ดีขึ้นไง ฟังให้ชัดสิคิดเป็นลำดับๆ กิเลสมันเก่งจะตาย จะให้อาจารย์ยกตัวอย่างหมดมันไม่ไหว กิเลสมันทำให้เราทุกข์อันหนึ่งไม่ได้มันก็จะไปทำอีกอันหนึ่ง ส่วนตัวเราไม่เป็นไรถือว่าเรารับหมดไปนะ แต่ทำกับส่วนรวมไม่ได้นะ ส่วนตัวรับได้นะเราคนเดียวไม่มีปัญหา อย่าไปเล่นส่วนรวมเชียวจะให้ส่วนรวมเสียหายกิเลสมันหลอกให้เราทุกข์ ก็ไม่ใช่ว่าส่วนรวมจะไม่ทำชั่วมา คุณแน่ใจหรือว่าแต่ละคนไม่ได้ทำชั่วมา แล้วคุณแน่ใจหรือว่าไม่ได้รวมหัวกันทำชั่ว ก็ไปรวมตัวกันทำชั่ว ไปทำชั่วข้าวของก็พังไปหมดยึดบ้านยึดเมือง ทำกับใครมาบ้างก็ยังไม่รู้เลย วิบากมามันจะรับคนเดียวได้ยังไงมันก็ต้องโดนส่วนรวมนั่นแหละ ไม่มีอื่นจากนี้หรอกอย่า ใครโดนคนเดียวก็เป็นส่วนตัวของคุณ มันโดนส่วนรวมก็ส่วนรวมโดน เราก็รวมกันทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติ นี่ก็เพิ่มไปเรื่อยๆเท่านั้นเองไม่มีอะไรแล้วก็ไม่สุขไม่ทุกข์อะไร ได้ ปัญญา 3 ข้อก็น่าจะพ้นทุกข์พอสมควรนะ

  16. ชุติวรรณ แสงสำลี

    แบ่งปัน สาระฟังธรรมยามเช้า(เทปเก่าสวนป่านาบุญ1)641022จากเฟสบุค

    เรื่องประเด็นการทายใจ

    พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาศีลปาฏิหาริย์ 3 ซึ่งท่านรังเกียจมากการทายใจ ในมหาศีลระบุไว้เลยว่าไม่ให้ทายทำนายลักษณะ ไม่ให้ไปทายใจคน ในมัชฌิมศีลก็ไม่ให้ทำนาย ทายใจ

    มัชฌิมศีล” เล่นเกมทายกันเล่นทายใจ เล่น แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง ”

    อย่าไปเล่นอย่าไปล้อเลียนมันบาปท่านไม่ให้ทำนายทายทัก

    อาจารย์ถามพี่น้องอย่างนี้ว่าเคยมีคนทายใจเราบ้างไหม เคยมีคนคาดเดา เราบ้างไหมเราทำอย่างนี้เราต้องคิดอย่างนี้แน่ๆเลย พอมีคนคิดกับเราอย่างนี้ส่วนใหญ่เขาทายใจถูกหรือไม่ถูก ทายใจผิดใช่ไหมเป็นส่วนใหญ่คนไทยผิดจะมีวิบากร้ายไหม= มี

    ประเด็นแรก คนอื่นดูลักษณะเราและเขาก็ทายใจเราว่าเราต้องคิดอย่างนั้นแน่ๆคิดอย่างนี้แน่ๆแล้วก็ผิดเยอะผิดมากกว่าถูก คนอื่นทายเราผิดมากกว่าถูกฉันใด เวลาเราทายคนอื่น ก็ผิดมากกว่าถูกฉันนั้น

    เมื่อผิดมากกว่าถูก กุศลกับอกุศลอะไรเยอะกว่า อกุศลเยอะกว่าใช่ไหม ผิดเราก็ปฏิบัติผิดเขาทายเราผิด ส่วนใหญ่จะผิดไปทางแง่ลบใช่ไหม มีวิบากไหม = มี

    เขา ทายใจ ในแง่ลบเขาก็ต้องมีวิบาก ไปถึงจิตเลยคนส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกอย่างไร จะมีความรู้สึก 5 ขั้นตอนเวลา ทาย ใจกัน ทายใจ ใส่ร้ายโกหก ชิงชัง เบียดเบียน นรก 5 ขุม นี่เป็นฮิกส์หรือ วิบากร้ายเลย

    คนจะมีแต่เรื่องร้ายๆเข้ามาในชีวิต ขั้นตอนทายใจส่วนใหญ่มีผิดมากกว่าถูก ในแง่ลบด้วยผิดด้วย ใส่ร้ายแล้วทีนี้แล้วเขาก็ต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้แน่ๆมันก็เป็นการโกหกเพราะจริงๆเขาไม่ได้ทำเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ลีลาท่าทางมันเหมือนว่าเขาคิดอย่างนั้น ใส่ร้ายมันคือการโกหก ผิดศีลข้อ 1 ผิดศีลข้อ 4 แล้ว ทายใจผิดมหาศีล บาปหมดเลยนะผิดศีลแต่ละข้อมีวิบากร้าย เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นเราก็หาว่าเขาเป็นอย่างนั้น โกหกตัวเองโกหกผู้อื่น แล้วเราก็เข้าใจว่าเขาต้องทำไม่ดีอย่างนั้นแน่ๆเลย เราก็ชิงชัง แล้วก็เบียดเบียนทุกเหลี่ยมทุกมุม

    ก็ไม่อยากทำท่าดีๆกับเขา ทำท่าไม่ดีๆกับเขาแล้วใช่ไหม ไม่อยากพบ ไม่อยากเจอ ไม่รู้จะเหลี่ยมมุมไหนบ้าง เบียดเบีบนลีลาไหนไม่รู้ก็ได้ทุกเวลาผิดศีลข้อ 1 ทำอะไรไม่ได้ก็สายตาก็ได้ ใช่ไหม หอกปากสายตาลีลาครบ ไม่ชอบ หรือจะทำอะไรมากกว่านั้นก็แล้วแต่ เผลอๆชวนคนอื่น ฉันไม่ชอบเลยแบบนี้เธอว่าไหม เชิญคนอื่นมาทำตามอีกใช่ไหม แล้วก็พูดต่อๆ หาพวกอีก หาพวกเบียดเบียนเขา ทายใจใส่ร้ายโกหกชิงชังเบียดเบียน แล้วในโลกนี้ก็ทำกันเยอะไหมไม่ค่อยทำเลยหรือไง
    อย่ามาเถียงว่าไม่เคยเคยทั้งนั้นแหละ

    ในโลกใบนี้ ไม่มีใครไม่เคยหรอก ไม่เว้นแม้แต่พระพุทธเจ้าตามที่ยังไม่บำเพ็ญ ไม่เว้นแต่พระโพธิสัตว์ปางที่ยังไม่บำเพ็ญทำมาหมดนั่นแหละ ทั้งหมดนี้สั่งสมเป็นวิบากร้ายผิดศีล แล้วก็บอกว่าฉันปฏิบัติธรรม ฉันไปถือศีล ไปทุกทีก็ทายใจกันทุกที คนที่ฉันไม่ชอบเลยทำแบบนี้ ไปในวัดด้วยนะก็เห็นลีลาอย่างนู้นอย่างนี้ คนนี้ฉันไม่ชอบเลยเขาต้องคิดอย่างนี้แน่ๆเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็เห็นลีลาหลายอย่าง ที่เราไม่ชอบ เราก็ไปทายใจเลยนะเขาต้องคิดอย่างนั้น

    ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามนะ เวลามาถามกันจริงๆพวกเรามีอปริหานิยธรรม บางทีเราเห็นว่าพฤติกรรมอย่างนี้เหมือนจะไม่เหมาะ บางทีเราก็มาถามกันว่าที่ทำอย่างนี้คิดอย่างไรหรือ โอ้โห ! เขาไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยมันเยอะมากเลยเกือบทั้งหมดเลยที่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เหตุเพราะอะไรรู้ไหม เหตุเพราะทุกคนเคยทายใจกันมาทั้งนั้น ฟังให้ดีนะ ไม่มีใครไม่เคยทายใจ บางทีวันละหลายครั้ง บางทีทายใจครั้งหนึ่งก็ฝังไปอีกหลายชาติเลยใช่ไหม มันต้องอย่างนี้แน่ๆมันต้องอย่างนี้แน่ๆไปหาพรรคพวกอีก
    ทายต่ออีกใช่ไหมมันเท่าไหร่ล่ะ

    โอ๊ย! คนเราถึงผิดศีลเท่าไหร่คิดดูซิ พระพุทธเจ้าตรัสว่ามันนำทุกข์มาให้นะ เป็นฮิกส์ร้ายนำเรื่องร้ายมาให้ชีวิต เพราะฉะนั้นวิบากที่เราไปทายคนอื่น แล้วก็ทายผิดๆ ไปทายคนอื่นมันก็ผิดเป็นส่วนใหญ่

    ทุกคนเคยทายใจมาผิดศีลกันมาแล้วเยอะแยะไปหมดเขาจะให้ผลในภพชาตินั้นส่วนหนึ่ง ชาติต่อไปส่วนหนึ่งชาติอื่นๆอีกส่วนหนึ่ง นี่พระพุทธเจ้าตรัสในพระไตรปิฎกเล่มที่ 37 ข้อที่ 1698 แล้วทีนี้อะไรก็ตามที่ยังไม่ได้รับผลในภพชาตินั้น มันต้องข้ามภพข้ามชาติมา มันจะได้รับสิ่งเลวร้ายอันนั้น ต่อให้ไม่ได้รับ ไม่ได้ทำสิ่งเลวร้ายอันนั้นแต่มีเหตุการณ์นั้น มีความรู้สึก เหมือนกับคนนั้นทำสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น ทั้งๆที่เขาจะทำหรือไม่ทำก็ได้ พระพุทธเจ้า ไม่ได้ทำไม่ดีกับนางจิญจมาณวิกา แต่ก็ยังมีนางจิญจมาณวิกามาว่าทำเธอท้องอย่างนี้เป็นต้น ท่านไม่ได้ทำแต่ก็มีลักษณะเหมือนจะมีเค้าว่าพระพุทธเจ้าทำอย่างนี้เป็นต้น พระพุทธเจ้าเคยไปว่าพระอรหันต์นันทมาแต่ปางก่อน ลักษณะนี้ขนาดพระพุทธเจ้ายังโดนเลย
    ชาตินี้ เพราะฉะนั้นแม้ใครไม่ได้ทำชั่วในตอนนั้น ฟังให้ดีนะ แม้แต่วินาทีนั้นไม่ได้ทำชั่วในเรื่องนั้นเลย แต่มันจะมีพลังพิเศษพลังฮิกส์ ไปดลใจให้คนมีความรู้สึกว่าท่านทำไม่ดีอันนั้น ทั้งที่ผู้นั้นไม่ได้ทำ ณเวลานั้นมันก็ผิดใช่ไหมเข้าใจผิดไป แล้วคนก็ฟันธง ชิงชังไปเลยรังเกียจอย่างนี้เป็นต้น

    มันจะผิดมากกว่าถูก เอาแค่ว่าทายกันเฉยๆนี่แหละมันก็ยังทายผิดมากกว่าถูก ตั้งเยอะแยะ พอได้ถามจริงๆจึงได้รู้ว่าทายผิดมากกว่าถูก

    เมื่อทายใจผิดมากกว่าถูก เข้าใจผิดก็ใส่ร้ายแล้วก็เป็นแง่ลบโกหกชิงชัง เบียดเบียน ผิดศีลมีคนอื่นทายใจคนที่ทำผิดศีลนี้ ท่านคิดว่าจะทายถูกหรือทายผิด ก็ทายผิด เมื่อคนอื่นทายตัวเองมาผิดก็จะคิดผิดใช่ไหม ก็จะทำให้คนอื่นเป็นตาม ตกลง อกุศลก็เพิ่มเอา ๆ
    นี่ไม่นับชาติที่ทำมาจากปางไหนไปปางไหนนะ

Comments are closed.