วิชา อริยสัจ 4 “ภาคกลางสู้กิเลส” ครั้งที่ 2 l ห้องเรียนวิชชาราม

ห้องเรียนออนไลน์ ห้องเรียนวิชชาราม ตรวจการบ้าน วิชา อริยสัจ 4 “รวมพลัง ภาคกลางสู้กิเลส” ครั้งที่ 2 ในวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 19.00 น. – 21.00 น.

ตรวจการบ้านวิชาอริยสัจ 4

1. เรื่อง : เกรงใจเพื่อน

สมทรง นาคแสงทอง (ป้าติ๋ม พ้นทุกข์)

เรื่อง ความเจ็บป่วยเกิดจากมีตัวไรอ่อนมากัดที่คอจึงทำให้เป็นไข้ป่าอย่างฉับพลัน (ข้อมูลนี้ได้จากโรงพยาบาลเชียงใหม่ในระหว่างที่ย้ายเข้ารักษาพยาบาลนานถึง 1 สัปดาห์   เหตุการณ์ต่อไปจะขอเล่าต่อจากข้อมูลที่ได้ใหม่ จากพี่น้องจิตอาสาที่กรุณาเล่าให้ฟังแม้เพียงบางส่วนก็เป็นประโยชน์มาก กว่า 3 สัปดาห์ที่นอนป่วยเป็นไข้ป่าหนัก ไข้หนักร่างกายทรุดลงอย่างเร็ว ไม่มีแรง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม้แต่ใครทำอะไรให้ก็ไม่รู้สึก ไม่ทุกข์ไม่สุขอะไร เหมือนว่าตัวเองนอนหลับอยู่แต่ขณะหลับก็หลับไม่สนิท เหมือนว่าหลับ ๆ ตื่น ๆ มี2ช่วงที่จำได้ว่าอาจารย์ท่านมาให้ธรรมะถึง 2 ครั้งพอจะจำได้ว่ามีความอิ่มใจเมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์ท่านให้ธรรมะ แต่น่าเสียดายสมองไม่ได้บันทึกความจำเลย ที่จำได้และมีพลังก็คือ คำว่า (วันหน้าไม่รู้ วันนี้สู้ไม่ถอย)ได้ยินแล้วมีพลังจริงๆ ส่วน ที่นอนเจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พี่น้องต้องมาคอยดูแลช่วยเหลือป้อนข้าวป้อนน้ำ คิดแล้วรู้สึกไม่ดีเลยที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ ทำให้พี่น้องหลาย ๆ คนต้องมาลำบากเพราะเรา ต้องมาเดือดร้อนเพราะเรา ต้องมาเสียเวลาเพราะเรา ตั้งกว่า3สัปดาห์คิดดูแล้วไม่ง่ายเลย ที่จะมีใครมาคอยดูแลช่วยเหลือตลอดเวลาแต่คิดมุมกลับกัน ก็คงเป็นกุศลร่วมกันที่ต้องมาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่างไรก็ตามก็เป็นการทำทุกข์ให้พี่น้องอยู่ดี ในความรู้สึกลึก ๆ

ทุกข์ :  ทุกข์ที่ใจ ไม่เบิกบานที่มีพี่น้องหลายท่านต้องมาเดือดร้อนเพราะเรา มาลำบากเพราะเรา มาเสียเวลาเพราะเรา

เราก็ไม่ชอบใจ แต่ถ้าพี่น้องไม่มาเดือดร้อนเพราะเรา ไม่มาลำบากเพราะเรา ไม่มาเสียเวลาเพราะเรา เราก็จะชอบใจ

สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ : อยากพึ่งตัวเองได้ อยากให้พี่น้องไม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะเรา ไม่ต้องมาลำบากเพราะเรา แต่ ส่วนประกอบต่างๆเราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็ต้องอุเบกขา ยินดีเข้าใจในกุศลร่วมกันได้อาศัย

นิโรธ สภาพความดับทุกข์ : อุเบกขา ยินดีในความไม่ชอบ ไม่ชัง ไม่สุข ไม่ทุกข์ อะไรแล้ว ด้วยความยินดีในกุศลร่วมกันที่เกี่ยวข้องกันที่ต้องอาศัย

มรรค หนทางเดินสู่ความพ้นทุกข์ : ไม่อยากได้อะไร ยินดีที่จะไม่อยากได้อะไร เป็นอุเบกขาไปหมดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดจะด้านดีก็ตาม ด้านไม่ดีก็ตามเอาประโยชน์ให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรเอาประโยชน์ให้ได้นี้คือหนทางสู่ความพ้นทุกข์


2. เรื่อง : เรื่อง ทุกข์ที่ต้องเขียนการบ้านอริยสัจ 4

สำรวย เดชดี (รักศีล)

ฉันเป็นนักเรียนวิชาราม ฉันมีหน้าที่ต้องทำการบ้านส่งไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เห็นพี่น้องหลายท่านเขียนกันได้ดีและดีมากเช่นน้องนารีที่อยู่สปป. ลาว ขนาดเขายังไม่ได้เป็นจิตอาสาเขายังเขียนและสื่อสารสภาวะได้ดีเห็นความจริงใจและความตั้งใจของเขา เขาเป็นครู เป็นตัวอย่างให้เราได้ดี ฉันจะสื่อสภาวะอย่างไรดีให้ได้มากที่สุดจึงเกิดทุกข์ อึดอัดใจ กังวลใจ หวั่นไหวเพราะยังไม่ชัดในสภาวะของตนเองเท่าไหร่ จึงเกิดความทุกข์มาตลอดแล้วยังไม่กล้าเขียน แต่ได้เห็นตัวอย่างและได้ฟังคำแนะนำจากพี่น้องกำลังใจที่จะเขียนและพยายามจะเขียนให้ได้ดีนึกถึงคำสอนที่ว่าตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอนด้วยค่ะ

ทุกข์ : เรื่องทำการบ้านส่ง ไม่อยากเขียนการบ้านอริยสัจส่งเพราะกลัวว่าจะเขียนไม่ได้ดี มีอาการอึดอัด กังวลใจ ลังเล สงสัยว่าจะเขียนดีหรือไม่

สมุทัย : เพราะกลัวว่าจะเขียนไม่เข้าประเด็น (ย่อไม่ค่อยเป็น) กลัวเขาไม่เข้าใจ
ชอบที่จะเขียนให้เข้าประเด็นและให้เขาเข้าใจได้ง่าย

นิโรธ : จึงมีกำลังใจ พลังใจที่จะเขียนและมีตัวอย่างจากพี่น้องที่แนะนำช่วยพาเขียนที่ดีจึงปล่อยวาง จะเข้าประเด็นก็ได้ ไม่เข้าประเด็นก็ได้ จะมากก็ได้ จะน้อยก็ได้ เราก็ไม่ทุกข์ใจ

มรรค : จึงลงมือเขียนอย่างยินดีเต็มใจ เอาใจพาเขียนอย่างตั้งใจตามสภาวะที่รู้ที่เห็นอยู่จริง เท่าที่ทำได้งานเขียนจึงสำเร็จได้อย่างมีความสุขเพราะเราได้ทำอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้วและได้ระลึกถึงคำสอนของครูหมอที่ว่า
“จงทำเต็มที่ เหนื่อยเต็มที่ สุขเต็มที่”
“ไม่มีอะไรคาใจไม่เอาอะไรคือสุดยอดแห่งความอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส”
“ทีทำชั่วยังมีเวลาทำ ที่ทำดีทำไมไม่มีเวลาทำ”
“ยินดีในความไม่ชอบไม่ชังได้พลังสุดๆ”
“ยินดีในความชอบ-ชังเสียพลังสุดๆ”
“อย่ากลัว อย่ากังวลอย่าระแวง อย่าหวั่นไหว ทำดีที่ทำได้อยากรู้เพียรรู้พักล้างความยึดมั่นให้ถึงที่สุดใจร้ายถูกใจดีงามเป็นสิ่งที่มีฤทธิ์มากที่สุด”


3. เรื่อง : คลิปนี้แพงมาก

กิ่งแก้ว ฉัตรมณีวัฒนา (เมย์ ประทีปบุญ)

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ผู้เขียนได้มีโอกาส เป็นผู้ดำเนินรายการ “ภาคกลาง รวมพลังสู้กิเลส” ในขณะจัดรายการผู้เขียนฟังเรื่องราวของจิตอาสาท่านหนึ่งแล้วก็นึกขำและหัวเราะพูดไปหัวเราะไปแล้วเสียงพูดก็ดังมากเนื่องจากวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ ๆ ตัว เพราะทั้งเสียงที่ดังมากน้ำเสียง ลีลาที่ล่าซ่ามากเลย โดยในวันนั้นท่านอาจารย์หมอเขียวได้เข้ารายการมาตอบปัญหาพี่น้องด้วย และในวันที่ 22 เมษายน ผู้เขียนได้มีโอกาส ดูรายการที่จัดไว้เมื่อวาน รู้สึกอายมาก คลิปนี้แพงมากจริง ๆ เพราะมันแลกมาด้วยความน่าอายของผู้เขียนรู้สึกรับตัวเองไม่ได้  อายมาก เสียหน้า เสียความมั่นใจ

ทุกข์ : เสียใจที่ทำพฤติกรรมล่าซ่า พฤติกรรมไม่ดี มีอาการทุกข์ใจอาย เสียความมั่นใจ​

สมุทัย : ชอบ ถ้าดำเนินรายการแล้วดูดี จะสุขใจ ชัง ถ้าดำเนินรายการออกมาไม่ดี จะทุกข์ใจ  อุปาทาน ตัวโลกธรรม สักกายะต้องดูดี

นิโรธ : จะดำเนินรายการออกมาดี มีพฤติกรรมดีไม่ดี ก็ไม่ทุกข์ใจ

มรรค : พิจารณาถึงเหตุเกิดจากการเตรียมตัวไม่ดี และเพ่งโทษผู้อื่นเคยฟังเพื่อนรายงานอาจารย์ไปหัวเราะไปรู้สึกไม่ชอบ  จิตคิดรายงานเฉยๆจะดูดีกว่า ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าแม้นมโนกรรมก็มีผลมาก การเพ่งโทษผู้อื่นดูจากเป็น ปรมัตถ์ของผู้เขียนจะได้เพ่งโทษท่านใดเลย เหตุการณ์​จะมาเกิดกับตนทันที เป็นความโชคดีในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ พิจารณาพฤติกรรมที่ไม่ดี ความล่าซ่า มีของเดิมเป็นพิธีกรสันทนาการ  ละลายพฤติกรรม​ ตั้งศีล สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ อยากปรับปรุงตัว พิจารณาเหตุการณ์นี้ ทำให้เราได้ประโยชน์ จะได้ปรับปรุงตัวเอง ระลึกได้ว่าเคยเพ่งโทษเพื่อนที่พูดไป หัวเราะไป ตั้งจะไม่เพ่งโทษผู้อื่น + ใช้อุเบกขา เบิกบาน ผาสุกให้ได้ในความบกพร่องที่ผ่านมา​แล้วไม่มีประโยชน์​อะไรที่จะตีตัวเอง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เหมาะสมที่สุดแล้วดีที่สุดแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.