640418 การบ้าน อริยสัจ 4 (16/2564) [39:64]

640418 การบ้าน อริยสัจ 4 (16/2564)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน อริยสัจ 4 ประจำวันที่ 12 – 18 เมษายน 2564 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

สัปดาห์นี้มีผู้ส่งการบ้านทั้งหมด 39 ท่าน 64 เรื่อง

  1. โยธกา รือเซ็นแบร์ก
  2. นางสาวนาลี วิไลสัก (2)
  3. Mongkolwat Rattanachon
  4. รมิตา ซีบังเกิด (2)
  5. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์
  6. จาริยา จันทร์ภักดี (2)
  7. นางจิราภรณ์ ทองคู่
  8. ณ้ฐพร คงประเสริฐ
  9. สุมา ไชยช่วย (2)
  10. นางภัคเปมิกา อินหว่าง (2)
  11. นปภา รัตนวงศา (5)
  12. นางสาวเสริมศรี ชวานิสากุล
  13. จิรานันท์ จำปานวน (3)
  14. น.ส.ทิษฏยา โภชนา (นุ้ย)(ในสายธาร) (2)
  15. นส.พวงผกา​ โพธิ์กลาง (2)
  16. ปิ่น คำเพียงเพชร (2)
  17. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้าน้อมศีล) (2)
  18. นางพรรณทิวา เกตุกลม (3)
  19. ธัญมน หมวดเหมน(มั่นแสงธรรม)
  20. อรวิภา กริฟฟิธส์
  21. อรุณรัตน์(หม่วย) ไกรลาศศิริ
  22. นางสาว สำรวย รัตตนะ
  23. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)
  24. นางสาวสันทนา ประวงศ์
  25. แสงสว่าง ฤทธิช่วย
  26. สำรวม แก้วแกมจันทร์ (2)
  27. พิมพ์พศินา สิทธิประเสริฐ (น้าหมู-เพียรเย็นพุทธ)
  28. นางจีรวัลย์ วัฒนสิน
  29. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์ (6)
  30. เสาวรี หวังประเสริฐ
  31. จิตรา พรหมโคตร
  32. นางสาวศิริรักษ์ พรมเล็ก
  33. สาวิตรี มโนวรณ์ (3)
  34. พวงบุปผา หนูรัก
  35. ภาคภูมิ ยอดปรีดา (สร้างแก่นศีล)
  36. อภินันท์ อุ่นดีมะดัน (ก๊อบ สื่อศีล)
  37. Ruam ketklom
  38. พรพิทย์ สามสี
  39. ประคอง เก็บนาค

Tags:

66 thoughts on “640418 การบ้าน อริยสัจ 4 (16/2564) [39:64]”

  1. โยธกา รือเซ็นแบร์ก

    คิดไม่ออก

    เข้าร่วมสอบในงานปลุกเสกฯ ร่วมกับพี่น้องด้วย
    อีก 20 นาทีจะหมดเวลา มีคำถามที่คิดไม่ออก ทั้งที่ได้ฟังพ่อครูในงานปลุกเสกฯทุกวัน ตอนที่ฟังก็เข้าใจแต่พอถึงจะเวลาจะตอบกลับคิดไม่ออก เวลาเกือบจะหมดแล้วเห็นใจที่อยากตอบคำที่ได้ฟังแต่คิดไม่ออกสรุปความเข้าใจของตนเองในคำถามนั้น ตอนที่เขียนคำถาม10ข้อลงไว้ก่อนมาจะตอบทีหลัง คิดว่าตอบได้นะเพราะได้ยินได้ฟังมา และพยายามพากเพียรปฏิบัติอยู่.

    ทุกข์ : มึนตื้บ คิดไม่ออก
    สมุทัย : ชอบที่คิดออกจะสุขใจ ชังที่คิดไม่ออก
    นิโรธ : วางใจ แม้คิดไม่ออก และตอบไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ใจ
    มรรค : พิจารณาความที่อยากคิดออกและตอบได้ เพราะฟังมาหลายรอบแล้วจะต้องตอบได้ แต่มีวิบากกั้นไม่ให้คิดออกมึนตื้บ จนหมดเวลาสอบ
    ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบทำได้เพราะนี้ก็ดีมากแล้วและไม่ทำทุกข์ทับถมตน และก็ดีที่เราจะได้ไปทบทวนฟังใหม่ฟังซ้ำอีกเพราะฟังแต่ละครั้งความเข้าก็จะไม่เหมือนกัน ตอบไม่ได้ก็ยินดีได้ จะฝึกฝนพากเพียรปฎิบัติต่อไป.

  2. นางสาวนาลี วิไลสัก

    เรื่อง : อยากทานข้าวก่อนเที่ยง
    เหตุการณ์ : ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรากำลังฝึกเคร่งครัดกับมื้ออาหารในแต่ละวัน ถึงเราจะกินมื้อเดียวได้แบบเด็ดขาด คล่องตัวแล้ว แต่กิเลสก็ยังไม่เลิกสั่งการเรา

    ทุกข์ : อึดอัดใจเมื่อไหร่จะเที่ยงว่ะ จะได้ทานข้าวสักที

    สมุทัย : ชอบถ้าได้ทานข้าวตามเวลาที่เราอยากทาน ชังที่ต้องรอให้เที่ยงจึงจะได้ทานข้าว

    นิโรธ : จะได้ทานข้าวตามเวลาหรือไม่ ทานตอนไหนก็ได้ ตามสบายๆ ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค : มาตรวจใจดูที่รีบอยากทานข้าวเร็วๆ ก็เพราะโดนกิเลสสั่งการจนหัวตื้อ เดินวนในครัวตั้งหลายรอบ ไม่ยอมไปไหน เราก็เลยมานั่งคุยกับมารตั้งแต่ 09.00 – 11.05 น.
    มาร : เอ! ตั้งแต่เรานอนตื่นขึ้นมาก็นานแล้วนะ ทำงานอะไรก็เสร็จหมดแล้ว น่าจะถึงเวลาทานข้าวแล้ว ทานข้าวเถอะ
    เรา : ยังไม่รู้สึกหิวอ่ะ ดูนาฬิกาพึ่ง 09.00 น. เอง รอให้ถึงเที่ยงค่อยทานข้าว
    มาร : จะรอให้หิว จะรอให้เที่ยงทำไมว่ะ ก็วันนี้เป็นวันหยุดอยากทานตอนไหนก็ทานเลย
    เรา : ฮั่นแน่! มารรีบอีกแล้ว ฉันจะไม่ทำตามแกหรอก ช่วงนี้เป็นช่วงเคร่งครัดกับมื้ออาหาร จะรอทานข้าวตอนเที่ยงตามปกติจ้า
    มาร : งั้นก็ขูดมะละกอไว้ ถึงเวลาก็จะได้ตำเลย ไม่ต้องเสียเวลา
    เรา : ยอมขูดมะละกอ แต่ก็ยังติดตามจับดูมารอยู่ และสู้กับมันต่อไป
    มาร : บ่นๆๆ อึดอัดจังเมื่อไหร่จะหิว เมื่อไหร่จะเที่ยง จะได้ทานข้าวสักทีว่ะ เอ! น่าจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อให้ท้องว่าง เดี๋ยวก็จะรู้สึกหิว แถมกินอาหารได้เยอะด้วย
    เรา : 555 มาร แกนี่มีมุขเยอะจริงๆ เลย ฉันพยายามสู้กับแกเต็มที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ 11.05 น. แล้วฉันยอมทานข้าวก่อนเที่ยงตามแกสั่ง แต่ฉันจะไม่ตีตัวเอง อย่างน้อยฉันก็เห็นแก และได้สู้กับแก ถึงจะสู้ไม่ไหว ฉันก็จะหย่อนลงมา เดี๋ยวฉันได้พลังจากหมู่มิตรดี ฉันก็จะเพ่งเพียรสู้ต่อไป นักรบก็ต้องมีชนะ มีแพ้บ้าง แต่ที่สำคัญคือ ใจไร้ทุกข์
    สรุป พอเราเข้าใจความจริงตามความเป็นจริง ว่าการสู้กับมารต้องล้มลุก คลุกคลาน เราก็ไม่เร่งไม่รีบกลับเก็บบทเรียน ที่ได้จากความพลาดไว้ในคลังปัญญาแบบนี้ อาการหัวตื้อก็หาย ใจเราก็สบายตรงกับ บทธ ข้อ 117 ตอนหน้าไม่รู้ ตอนนี้สู้ไม่ถอย สู้กิเลสอย่างรู้เพียรรู้พัก

  3. Mongkolwat Rattanachon

    เรื่อง โควิดรอบ 3
    เหตุการณ์ ลูกสาวคนเล็กเรียนอยู่ที่หัวหิน ช่วงสงกรานต์กลับบ้าน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.64 วันนี้เพื่อนที่เรียนในคลาสเดียวกันแจ้งมาว่า ตัวเขาเข้าไปตรวจแล้ว พบว่าติดเชื้อโควิด ลูกสาวกังวลว่าอาจจะติดเชื้อโควิดมาจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้
    ทุกข์ : ว่าทุกคนในบ้านอาจติดเชื้อโควิดจากลูกสาวคนเล็ก
    สมุทัย : ยึดว่าจะไม่ติดเชื้อ เพราะเราระวังตัวเต็มที่ไม่ไปในที่ๆ เสี่ยง
    นิโรธ : ไม่ทุกข์ แม้ว่าจะติดเชื้อโควิด หรือไม่ติดเชื้อ
    มรรค : พิจารณาเรื่องกรรมวิบาก ถ้าวิบากร้ายมาถึงจะมีเหตุปัจจัยให้ต้องรับวิบากร้ายนั้น ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มศีลให้ยิ่งขึ้นมั่นคงมากขึ้น พิจารณาการตั้งศีลที่ผ่านมา แม้ตั้งศีล 5 ประจำตัว ขึ้นมาเพื่อสังวรที่อธิยิ่งขึ้น แต่ที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องพร่องต้องด่างพร้อย เนื่องจากการต้องสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ทั้งเรื่องงานและกิจกรรมของครอบครัวใหญ่ที่บ้าน ต้องมาเพิ่มเจโตให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มอิทธิบาทยิ่งๆ ขึ้นให้
    1. งดอาหารมื้อเย็น
    2. ทำการบ้านอริยสัจ 4
    3. ออกกำลังกาย เดิน วิ่ง มาร์ชชิ่ง โยคะ กดจุดลมปราณ ฝึกหายใจร้อนเย็น
    4. นอน 22.00 น. ตื่นนอน 04.00 น.
    5. ล้างกิเลสตัวรำคาญ บำเพ็ญงานส่วนรวมตามโอกาส
    ก็วางใจความทุกข์ คลายได้พลังเบิกบาน วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล เย่ เย่ เย่

  4. รมิตา ซีบังเกิด

    รมิตา ซีบังเกิด
    เรื่อง : หว่านพืชหวังผล
    เหตุการณ์ : ปลูกทุเรียนไว้ในสวนเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ออกดอกดกมากๆ หวังว่าคงติดผลมากแน่ๆเลย แต่มาเดือนเมษายนนี้ กลับติดผลไม่มากเท่าที่ควร ทั้งที่เอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี แต่ให้ผลผลิตไม่เป็นที่พอใจ
    ทุกข์ :
    ทุเรียนให้ผลผลิตน้อยเกิดความขุ่นหมอง ไม่พอใจ ไม่ได้ดั่งใจ
    สมุทัย :
    ชอบถ้าทุเรียนให้ผลผลิตมาก ไม่ชอบถ้าทุเรียนให้ผลผลิตน้อย
    นิโรธ :
    ทุเรียนจะให้ผลผลิตน้อยหรือมากก็ไม่ชอบ ไม่ชัง
    มรรค :
    รู้ทั้งรู้ว่าการปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตมากๆนั้น ต้องใช้สารเคมีมาบำรุงดูแลจำนวนมาก เป็นระยะๆ ค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูง แต่ในเมื่อเราปลูกทุเรียนปลอดภัยไร้สารเคมี ยังจะอยากได้เหมือนคนอื่น มันก็ไม่ใช้แล้วนะ และเราปลูกไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือน ที่เหลือคิดไว้แล้วว่าจะแบ่งปันให้กับใครบ้าง ทั้งที่ตอนนี้ผลก็ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ด้วยซ้ำไป จะคิดทำไมให้เสียเวลา ได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น อาจารย์ก็ย้ำเสมอว่าทุเรียนเป็นผลไม้แห่งกิเลส ยังจะอยากได้อะไรนักหนานี่ ทำให้เห็นเหตุแห่งความทุกข์ทึ่เกิดขึ้นซึ่งพิจารณาพบว่าตรงกับบททบทวนข้อที่ 74ว่า
    ” ให้ตรวจดูว่าในชีวิตเรายังมีเรื่องอะไรที่เกิดขึ้นหรือเสียหายแล้ว ทำให้ใจเราเป็นทุกข์ได้ ถ้ามีอยู่แสดงว่า ยังมีกิเลส…..เหตุแห่งทุกข์อยู่ ให้กำจัดกิเลส ความยึดมั่นถือมั่นนั้นเสีย”
    สุดท้ายก็วางใจได้ ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่า งานที่ทำ ผลที่ได้รับ จะดีหรือไม่ดี ก็ไม่ทุกข์ ไม่หวั่นไหว มีความสุข โล่ง เบา สบายใจ

  5. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    อริยสัจ 4

    เรื่อง ยินดีรับสิ่งที่ท่านให้ ณ เวลานั้น

    เมื่อวานนี้ (10 เมษายน 2564) ได้สอบงานปลุกเสกฯ กับพี่น้องผ่านซูม ครั้งนี้ตัวเองไม่มีอาการตื่นเต้นและกังวลใจเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะรู้ตัวเองดีว่าจะทำข้อสอบตามภูมิปัญญาที่มีและให้ดีที่สุดก็พอ แต่ความทุกข์กลับมาเกิดขึ้นหลังจากได้ผ่านการสอบไปเรียบร้อยแล้ว คือได้เปิดยูทูปฟังแล้วในคลิปนั้นท่านพ่อครูท่านได้เทศน์เรื่องที่เพิ่งสอบไปและในข้อนั้นตัวเองก็ตอบไม่ได้ซึ่งในคลิปนี้มีคำตอบครบหมดเลย เห็นอาการทางกายเกิดขึ้นคือหน้าร้อนผ่าว และเกิดอาการร้อนวูบวาบกับร่างกาย เสียดายจังน่าจะได้ฟังคลิปนี้ก่อนสอบ นะคะ

    ทุกข์ : เสียดาย

    สมุทัย : อยากให้ตัวเองเจอคลิปที่ท่านพ่อครูเทศน์คลิปนี้ก่อนสอบจะได้ตอบคำถามได้ ไม่ชอบที่มาเจอคลิปที่ท่านพ่อครูเทศน์หลังสอบ

    นิโรธ : ถึงแม้ตัวเองจะเจอคลิปที่ท่านพ่อครูเทศน์หลังสอบก็จะไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : เข้าใจเรื่องวิบากกรรมของตัวเองว่าบุญยังไม่ถึงรอบ ยังทำดีไม่มากพอสิ่งที่ตัวเองควรจะได้ก็เลยยังไม่ได้ ก็ขอยอมรับว่าต้องทำความดีต่อไปลดกิเลสความอยากให้ได้ดั่งใจในตัวให้ได้มากกว่าที่ทำอยู่แบบไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะการสอบที่ได้คะแนนมาก ๆ ไม่ได้หมายความว่าความทุกข์ตัวเองจะลดลงได้ ซึ่งตรงกันข้ามอาจจะไปเพิ่มกิเลสตัวความได้ดั่งใจให้มากขึ้นก็เป็นได้ ตัวเองจะยอมรับและยินดีรับสิ่งที่ตัวเองได้ในเวลานั้นอย่างยินดีพอใจคะ เพราะนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตัวเอง ดั่งคำสอนที่ท่านอาจารย์หมอเขียวสั่งสอนและได้ให้สัมมาทิฏฐิไว้ พอคิดได้เช่นนี้ความทุกข์ที่มีอยู่ก็สลายหายไป และดูคลิปที่ท่านพ่อครูเทศน์ต่อไปได้อย่างเบิกบานคะ สาธุ

  6. จริยา จันทร์ภักดี

    ส่งการบ้านอริยสัจ4ชื่อจริยา จันทร์ภักดี
    เป็นจิตอาสาพวธ.สังกัดสวนป่านาบุญ2 อ.ชะอวด จ.นครฯ รหัสนศ.6012007003
    เรื่อง: น้ำมูกใหล
    เหตุการณ์: เนื่องจากไปคัดกรองโควิด 19 ในงานศพทุกคืนเลยทำให้อ่อนล้า มีไข้ต่ำกับมาถึงบ้าน มีน้ำมูกไหล5ปีแล้วไม่เคยเจอน้ำมูกใหล เลยรู้สึกกังวลหวั่นไหว
    ทุกข์ : กังวลที่น้ำมูกใหล
    สมุทัย : ชังที่มีน้ำมูกใหลและมีไข้
    ชอบถ้าสบายดีน้ำมูกไม่ใหล
    นิโรธ : ถึงน้ำมูกใหลหรือน้ำมูกไม่ใหลกก็ไม่กังวลใจ
    มรรค : ในเมื่อเรารู้แล้วว่าไม่ไม่ได้พักผ่อน แล้วยังไปให้กิเลสหลอก ทำให้กังวลหวั่นไหว
    ช่วงที่เข้าไปในห้องซูมเลยปิดไม่ ปิดวีดีโอนอนฟังพักผ่อน ได้ใช้ยาเม็ดที่9 รู้เพียรรู้พัก ได้ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 153 ” มาเป็นหมอดูแลตัวเองกันเถอะแล้วอาการดังกว่าวก็หายไป ได้ความเบิกบานไร้กังวลไม่หวั่นไหวใจเป็นสุขเข้ามาแทนสาธุค่ะ

  7. นางจิราภรณ์ ทองคู่

    รื่อง วิบากดีออกฤทธิ์

    เนื้อเรื่อง ได้กลับไปบ้านที่อุบลราชธานี โดยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อทำภารกิจกับครอบครัว เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 และกลับมาถึงเชียงใหม่วันที่ 7 เมษายน 2564 อยู่ๆพ่อบ้านก็ถามว่า แม่อยากไปภูผาไหมเราตอบว่าอยากไป จะได้ไปช่วยงานอาจารย์และแบ่งเบาภาระงานหมู่กลุ่ม พ่อบ้านก็บอกว่าก็เหมือนกันกับเขานั่นแหละเขาก็อยากจะไปสวน ถ้าเขาได้ไปสวนเขาจะมีความสุขมากและถ้าแม่ได้ไปค่ายแม่ก็จะมีความสุขจริงไหม เราก็บอกเขาว่า ไปค่ายก็มีความสุขอยู่บ้านก็มีความสุข พ่อบ้านบอกว่าถ้าจะไปค่ายเขาก็ยินดีไปส่งนะ และจะชวนลูกสาวกับลูกเขยไปส่งด้วย พอพ่อบ้านบอกลูกแล้วทุกคนก็ยินดีจะไปส่ง เราจึงบอกเขาว่าต้องขออนุญาตอาจารย์และหมู่กลุ่มก่อนนะ ว่าจะอนุญาตให้ขึ้นไปหรือไม่ ดังนั้นวันที่ 8 เมษายน 2564 จึงเข้าzoom เพื่อร่วมอปริหานนิยธรรมและได้ขอโอกาส ขออนุญาตอาจารย์และหมู่กลุ่มว่าจะขอขึ้นมาร่วมบำเพ็ญที่ภูผาฟ้าน้ำ อาจารย์และหมู่กลุ่มจะอนุญาตไหมแล้วอาจารย์ก็ได้ให้ปัญญาว่าการเดินทางไปอุบลราชธานีโดยรถส่วนตัวก็จริงแต่เราแวะปั๊มมีโอกาสติดเชื้อโควิด 19 ได้ ถ้าเราขึ้นมาเราจะสุขใจหรือทุกข์ใจเราก็ตอบอาจารย์ไปว่าทุกข์ใจค่ะ อาจารย์ก็พูดว่าใช่แล้วเราควรกักตัวอย่างน้อย 14 วันก่อนนะแล้วค่อยขึ้นมาบำเพ็ญร่วมกับหมู่กลุ่ม เราเข้าใจและยินดีปฏิบัติตามคำแนะนำของอาจารย์ วันที่ 21 เมษายน 2564 ก็จะครบ 14 วันของการกักตัวแต่วันที่ 21 เมษายน 2564 ไม่ใช่วันหยุดราชการ วันหยุดราชการเป็นวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2564 ลูกสาวและลูกเขยจึงจะว่างก็ไม่เป็นไรเรารอได้และได้กักตัวนานขึ้นก็ยิ่งปลอดภัย ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรดีกว่าไม่ได้มา

    ทุกข์ อยากมาบำเพ็ญกับหมู่กลุ่ม

    สมุทั ถ้าได้มาบำเพ็ญร่วมกับหมู่กลุ่มจะสุขใจแต่ถ้าไม่ได้มาบำเพ็ญร่วมกับหมู่กลุ่มจะทุกข์ใจ

    นิโรธ เราจะได้มาบำเพ็ญร่วมกับหมู่กลุ่มหรือไม่ได้มาบำเพ็ญร่วมกับหมู่กลุ่มก็สุขใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ก็สุขใจได้

    มรรค เราเชื่อเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งว่าถ้าวิบากดีออกฤทธิ์คงไม่มีอะไรกีดขวางเราได้ แล้วก็เป็นจริงโดยพ่อบ้าน ลูกสาว ลูกเขยก็ยินดีให้มาบำเพ็ญร่วมกับหมู่กลุ่มและยินดีมาส่งโดยที่เราไม่ได้ร้องขอเลย เหตุการณ์ครั้งนี้เรารู้สึกปราบปลื้มและขอบคุณเขามากๆที่เขาเห็นความสำคัญในการมาบำเพ็ญ จิตใจ ก็เบิกบานแจ่มใสที่มีเหตุการณ์ดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้น จึงตั้งจิตว่าจะขอทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติและจะปฏิบัติตามคำสอนของสัตบุรุษสืบไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

  8. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    เรื่อง บททดสอบ สอบ ว.บบบ.

    เข้าสู่ยุคNew normal ชัดเจนขึ้น ก็เพราะเจ้าเชื้อโรคไวรัส ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าCOVID-19 นี่เอง เราโชคดีกว่านั้นอีกที่มีโอกาสได้พบสัตบุรุษ บำเพ็ญงานร่วมกับหมู่มิตรดี ทำให้ได้มีโอกาสเห็นเชื้อโรคร้ายที่ฝังแน่นในจิตวิญญาณตนเองอีกด้วย มาเล่าถึงกิเลสเรื่องการสอบ ที่มีความไม่ปกติเกิดขึ้นในใจ แม้จะไม่ตื่นเต้น ไม่กลัวว่าจะได้คะแนนมากน้อยเท่าใด เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็รับรู้ได้ถึงความไม่ปกติ 100 % ในการสอบคราวนี้ จึงตั้งสติที่จะดูอาการเท่าที่ทำได้ และจะฝึกอ่านใจให้ชัดขึ้น ตั้งศีลในการสอบครั้งนี้โดยไม่หวั่นไหวว่าจะทำได้หรือไม่ ขอเพียงให้ได้ร่วมสอบก็พอ คราวนี้ไม่ได้ทบทวนฟังธรรมที่พ่อครูเทศน์ในงานปลุกเสกเลย

    ทุกข์ : กังวลใจที่ไม่ได้สอบพร้อมเพื่อน

    สมุทัย : เห็นตัวยึดที่อยากสอบพร้อมเพื่อนจะสุขใจ ไม่ได้สอบพร้อมเพื่อนจะทุกข์ใจ

    นิโรธ : จะได้สอบพร้อมเพื่อนหรือไม่ได้สอบพร้อมเพื่อนก็ผาสุกใจได้

    มรรค : เมื่อก่อนเราไปเข้าใจผิดว่าการสอบได้คะแนนมากน้อย นั้นคือตัวชี้วัดทุกสิ่ง ว่าดีมาก ดี พอใช้ หรือควรปรับปรุง ตามสมมุติโลกที่เขาพากันสมมุติตาม ๆ กันมา พอได้มาเรียนรู้สัจจะที่ถูกตรงจากพ่อครู อาจารย์หมอเขียว ทำให้เข้าใจถูกตรงมากขึ้นตามลำดับ และฝึกปฏิบัติให้เห็นจริง รู้ผลที่เกิดว่าเป็นอย่างไร อยู่ในฐานะไหน ใน แต่ละเรื่อง ๆ ทำให้เกิดจิตตัวใหม่ที่เบา สบาย มีพลังในการช่วยบำเพ็ญกุศลมากยิ่งขึ้น การร่วมสอบก็เป็นการบำเพ็ญกุศลอย่างหนึ่ง จะได้ร่วมทำหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครมาบังคับเลย มีแต่กิเลสที่หลงไปยึดมั่นถือมั่นเอาเองว่าจะต้องอย่างนั้น จะต้องอย่างนี้ ในบททบทวนธรรม ข้อที่ 89 กล่าวว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง มีมีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจาก ใจที่ไม่ทุกข์ของเราเท่านั้น พิจารณาไปใจก็คลายจากความทุกข์ที่ยึดว่าจะได้สอบพร้อมเพื่อนไปได้หมด

    1. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

      บททบทวนธรรม ข้อที่ 89 กล่าวว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจาก ใจที่ไม่ทุกข์ของเราเท่านั้น

  9. สุมา ไชยช่วย

    เรื่อง เกือบไปแล้ว

    เหตุการณ์ วันเสาร์อาทิตย์ส่วนใหญ่ลูกชายลูกสะใภ้หลานจะมาเยี่ยมอยู่เป็นประจำ ก็จะทำอาหารกิน เมื่อวานเย็นก่อนกลับบ้านลูกสะใภ้ได้ทำกับข้าวกินวางกะทะไว้บนเตาแก๊สโดยที่ปิดแต่ถังแก๊สไม่ได้ปิดหัวแก๊ส แก๊สยังซึมอยู่ทำให้กะทะไหม้อยู่นานจนเสียหาย ถ้านานกว่านั้นคงเสียหายมากกว่านั้นแน่ ดีที่ลูกชายก่อนกลับไปเห็นเข้า ซึ่งเราก็ทำแบบลูกสะใภ้บ่อยครั้ง

    ทุกข์ ไม่พอใจลูกสะใภ้ลืมปิดหัวแก๊ส

    สมุทัย ชอบถ้าลูกสะใภ้ปิดถังแก๊สและหัวแก๊ส
    พร้อมกัน ชังปิดถังแก๊สอย่างเดียว

    นิโรธ ลูกสะใภ้ปิดถังแก๊สอย่างเดียวก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค เกิดอาการร้อนผ่าว
    ที่หน้าเมื่อรู้ ตั้งสติได้ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาหรอก แต่เมื่อเกิดแล้วก็ทำใจ เสียกะทะแค่ใบเดียวแต่ใจอย่าเสีย ทุกอย่างพร่องอยู่เป็นนิตย์
    นำบททบทวนธรรมข้อ82
    จงฝึกอยู่กับความเป็นจริงของชีวิต
    ที่พร่องอยู่เป็นนิตย์ อย่างผาสุกให้ได้
    บททบทวนธรรมข้อ89
    ในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยง
    ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้
    ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้
    มีแต่ใจไร้ทุกข์ของเราเท่า
    นั้นที่เรากำหนดได้
    สรุปเหตุการณ์นี้มาเตือนให้เรามีสติ
    ให้เราระมัดระวัง อาการร้อนผ่าวที่หน้าก็หายไปใจก็เป็นสุข

  10. นางภัคเปมิกา อินหว่าง

    เรื่อง:หนอนลงแปลงผัก

    เหตุการณ์ :ปลูกผักกวางตุ้งไว้กิน เหลือกินจึงแบ่งปันและขาย พอผักเริ่มจะตัดกินได้มีหนอนมาช่วยเรากิน แรกๆก็มาไม่เท่าไหร่ เราก็ยังไม่เกิดอาการชัง เวลาผ่านไปสัปดาห์สองสัปดาห์ หนอนก็ลงเยอะทั่วทั่งแปลง

    ทุกข์: ชังที่หนอนมากินผักทั่วแปลง

    สมุทัย: ชอบหากหนอนไม่มากินผัก ชังที่หนอนมากินผักทั้งแปลง

    นิโรธ: หนอนจะกินผักหรือไม่ เราก็ไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์ใจผาสุขได้

    มรรค: แรกๆปลูกผัก ผักก็งอกงามดี พอผักเริ่มตัดกินได้ ขายได้ แบ่งปันได้ หนอนก็เริ่มมา มามากขึ้นจนทั่วแปลง เอาละซิ มารมันก็ทยอยผุดขึ้นมา “ว่าจะกินของฉันทั้งแปลงเลยหรือ ไม่เว้นไว้ให้ฉันได้กินได้ขายได้แบ่งปันกันเลยหรืองัย ชักโมโหแล้วนะ มาจากไหนกันเยอะแยะ ไม่เกรงใจเจ้าของกันมั่งเลยเหรอ.
    เราเก็บผักไป มารมันก็บ่นพึมพำๆ
    เราก็เถียงกับมารว่า ชั่งเขาเถอะ เขามาอาศัยเราก็แบ่งๆให้เขากินบ้าง เรากินบ้างแบ่งปันกันกิน มารมันก็ไม่ยอม มารมันก็เถียงขึ้นมาอีก “ว่า ก็มันมากันเยอะ พอเราใจดีหน่อยก็ยกกันมาเป็นขโหยง แรกๆพอรับได้ หลายวันเข้ามากินกันเกือบเกลี้ยง
    ชักไม่พอใจแล้วนะ เธอต้องเสียเวลาปลูกเสียเวลารดน้ำ กว่าจะได้กิน มันเหนื่อยนะ
    อ้าว!ไปกันใหญ่แล้วเธอ คิดแบบเธอนี่มันมารชัดๆ เราเลยต้องรีบไล่มารออกจากเราให้ได้โดยเร็ว ไม่งั้นเราจะยิ่งเพิ่มทุกข์ใจ โดยใช้บททบทวนธรรมข้อที่๔๖ ว่า”เกิดอะไรขึ้น จงท่องไว้”กู-เรา-ฉัน”ทำมา ในเมื่อเธอเคยทำมาทั้งนั้นแล้วจะเอาอะไรอีกละ ชาติก่อนๆเธอก็ไปกินเขา ชาตินี้เขาก็มาเอาคืนแล้วจะไปทุกข์ใจทำไม และเธอต้องทำดีให้มากๆเพื่อจะให้ดีออกฤทธิ์แทนร้าย ที่เราเคยพลาดทำมา ในชาตินี้หรือชาติก่อนๆ จะได้มีดีไว้ใช้ในปัจจุบันและอนาคตในชาตินี้และชาติอื่นๆ สืบไปตามบททบทวนธรรมข้อที่๓๔
    สรุปว่า เมื่อเรา คิดได้เช่นนั้นเราก็พ้นทุกข์ได้ โดยไม่ชอบไม่ชัง ใจก็เป็นสุข ยกให้หนอนกินผักด้วยใจไร้ทุกข์ได้..

  11. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง เพื่อนหญิงลูกชายช่วยแม่ฆ่ากิเลส

    เหตุการณ์ ช่วงนี้ลูกชายได้คบกับเพื่อนผู้หญิงมา 5-6เดือน ลูกต้องการพามาให้พ่อแม่รู้จัก ทางบ้านก็ตกลงและให้ไปรับเพราะกลัวโควิทที่กำลังระบาด เพื่อนลูกก็ดูดี เป็นเด็กดี มีสัมมาคารวะ แต่ใจแม่รู้สึกหมองๆไม่เต็ม ขุ่นๆ

    ทุกข์ ใจหมอง ขุ่นๆลูกและเพื่อนลูก

    สมุทัย ชอบถ้าลูกไม่คบเพื่อนหญิง
    ชังถ้าลูกคบเพื่อนหญิง

    นิโรธ ลูกจะคบเพื่อนหญิงหรือไม่คบเพื่อนหญิงก็ไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์

    มรรค เมื่อลูกได้พาเพื่อนหญิงมาบ้านก็รู้สึก มึนหัว ใจหมองไม่เต็ม ก็รู้แล้วละว่ามารมาอีกแล้ว มาทำให้ใจทุกข์ผิดทางแล้ว มาคุยกันหน่อยสิมาร
    มาร :จะรีบคบไปไหน ยังไม่ได้ทำงานให้เลี้ยงตัวเองได้เลย หาเรื่องแล้วลูกฉัน
    เรา :ว่าแต่คนอื่น แล้วแกละดีนักหรือไง เริ่มชอบผู้ชายตั้งแต่วัยรุ่น ไม่ใช่หรือ?
    มาร :ก็ใช่ แค่ชอบแต่ไม่ได้คบหาไปบ้านผู้ชายขนาดนี้นี่
    เรา :นั่นมันสมัยแก โบราณ ตอนนี้โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว ทันสมัยตามโลกบ้างอย่าจมอยู่กับอดีต ปวดหัวตาย ลูกเขาโตแล้ว เขาคบกันบอกกล่าวมาทำความรู้จักก็ดีแล้วนี่ ดีกว่าไปแอบคบกันใช่ไหม?
    มาร :ก็ดีอยู่หรอก แต่ยังไม่มีรายได้เลย จะเอาอะไรกินกันละ
    เรา :เขาแค่คบกัน ยังไม่ได้จะอยู่ด้วยกันสักหน่อย ตอนนี้ลูกก็ช่วยทำสวน ยังจะทำกิจการที่เขาชอบ ก็แกนั่นแหละทำตัวอย่างให้ดู คบกันมากี่คนละ และแต่งงานมากี่ปีละ 30กว่าปีแถมไม่ค่อยจะมีปัญหาให้ลูกเห็นอีก ซวยเลย ทำมาทั้งนั้นแล้วพอลูกจะมีเพื่อนบ้างไม่ได้ จะชั่วไปถึงไหน จะเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว กล้าทำก็ต้องกล้ารับสิ เรามีคู่รัก และคู่ครองมาเพราะไม่รู้ ตอนนี้ลูกก็เหมือนกันเขาก็ต้องเรียนรู้ตามวิบากเขา ให้เขาเห็นทุกข์จึงเห็นธรรมไง อาจารย์ท่านสอนนั่นมันสัจจะความจริง เขาต้องรู้ด้วยตัวเขาเอง ทุกข์เร็วทุกข์แรงก็จะออกได้เร็วขึ้นไง
    มาร :ก็จริงนะ เขามาให้เรารู้จักก็ดีแล้วนะ เราก็ดูกันไป สอนกันไป
    เรา :ก็ใช่ ให้โอกาสลูกได้เรียนรู้ เหมือนเราที่ได้โอกาสมาแล้ว ต้องขอบคุณลูกและเพื่อนหญิงเขาที่ทำให้ได้เห็นกิเลสตัวนี้ที่ได้ล้าง ถึงมันจะเล็กลงแต่ก็ยังเหม็นมาก

    สรุป หลังพิจารณาด้วยตัวเองและคุยกับหมู่กลุ่มที่ช่วยให้ปัญญาก็โปร่งโล่งไปถึงจะเหลืออีก 10-20%ก็เบาโล่งมากมายแล้ว เพราะทำวิบากตัวนี้ไว้มากก็ค่อยพากเพียรล้างต่อไป..สาธุ

  12. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง อินเทอร์เน็ตล้างใจ

    เหตุการณ์ ช่วงนี้ลูกต้องใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากงานที่เริ่มทำ จึงไปเพิ่มตัวดูดสัญญาณแต่เมื่อช่างมาติดตั้งแล้วมีปัญหาในการใช้มาก บางช่วงใช้ไม่ได้เลย จึงขุ่นๆใจ

    ทุกข์ ขุ่นใจใช้อินเตอร์เน็ตบ้านไม่ได้

    สมุทัย ชอบถ้าใช้อินเตอร์เน็ตได้ ชังถ้าใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้

    นิโรธ อินเทอร์เน็ตจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค พิจารณาโทษของความทุกข์ใจจะมีอาการปวดเกร็งต้นคอ มึนหัว หัวตื้อคิดอะไรไม่ออก ไม่ใช่แล้วผิดทางแล้ว มารมาทำให้ทุกข์แล้ว มารมาคุยกันหน่อย
    มาร :อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้อีกแล้ว จะฟังอาจารย์อย่างไงละ แล้วถ้าพี่น้องโทรไลน์กลุ่มจะทำอย่างไร
    เรา :จะทุกข์ไปทำไม ก็ยังมีอินเตอร์เน็ตของค่ายให้ได้ใช้อยู่ ก็ใช้ไปสิ
    มาร :ของค่ายใช้ได้แป็บเดียวก็หมดแล้ว หลังจากนั้นก็ใช้ไม่ได้
    เรา :ไอ้เจ้ามาร ไอ้ตัวร้าย ใช้ไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้ ยังมีวิธีการอื่นอีกตั้งเยอะที่จะทำเช่น อ่านหนังสือของอาจารย์ ของพ่อครูก็ได้นี่ บางเล่มซื้อมาไม่ได้อ่านเลย ครั้งนี้ได้โอกาสอ่านแล้ว หรือจะใช้วิทยุฟังธรรมะจากค่ายพระไตรปิฎกก็ได้ หรือออกไปเพาะพันธุ์ผักนอกบ้านก็ได้ ดีสิจะได้ฝึกความอดทน ฝึกความใจร้อนที่ร้อนรนมาตลอดชีวิตและยังไปเหนี่ยวนำให้คนอื่นเป็นตามอีก ตอนนี้ที่รับมายังใช้ไม่หมดเลย จะรับเพิ่มใช่ไหม
    มาร :ไม่ ไม่เอาแล้ว เอ!ทำไมครั้งนี้ไม่ร้อนรนเลยละ นี่ถ้าเป็นแต่ก่อนจะวุ่นวายโทรไปแจ้งศูนย์แล้ว ไม่อยู่แล้วรู้ทันด้วย ไปดีกว่า
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 148 ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ไม่มีข้อดี มีข้อดีได้หมด มีประโยชน์ได้หมด ต้องหาข้อดีหาประโยชน์ให้ได้ในทุกเรื่อง
    หลังพิจารณาแล้ว จะไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ก็ไม่มีปัญหา ใช้อินเตอร์เน็ตเสริมไป สลับกับฟังธรรมะจากวิทยุไป อาการปวดเกร็งต้นคอ มึนหัว หัวตื้อก็หายไป ใจเบิกบานแจ่มใส
    ไม่นานลูกโทรแจ้งช่าง ท่านมาแก้ไขจนใช้ได้ปกติ..สาธุ

  13. นางสาวเสริมศรี ชวานิสากุล

    เรื่อง ไม่รู้ว่าจะประมาณการกระทำอย่างไรจึงจะพอเหมาะ
    แม่เดินสายทำบุญทั่วประเทศในช่วงที่โควิดระบาดหนัก ด้วยความเป็นห่วงจึงโทรไปให้ข้อมูลกับแม่ว่า ตอนนี้โควิดระบาดไปทั่วประเทศ แม่น่าจะกลับบ้านดีไหม แม่ตอบว่าไม่เป็นไรนี่ทำบุญอยู่ จึงบอกให้แม่ดูแลสุขภาพ พอวางสายก็มาพิจารณาว่า เราควรจะให้ข้อมูลแม่เพิ่มหรือไม่ ในแง่ที่ถ้าเราเดินทางไปแล้วไปติดโควิดจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เหมือนที่แม่เคยบ่นว่าคนที่ไปเที่ยวแล้วไปติดโควิด เมื่อคิดว่าถ้าเราได้ส่งข้อความไปทางไลน์ แม่และพี่น่้องท่านอื่นก็จะได้ตระหนักในเรื่องนี้ด้วย จึงตัดสินใจส่งข้อความไปในห้องไลน์ครอบครัว ส่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ดี เอ…แต่ทำไมเรารู้สึกไม่เบิกบาน

    ทุกข์ อยากให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
    สมุทัย ยึดมั่นถือมั่นว่าถ้าได้ให้ข้อมูลทั้งหมดที่เรามีจะสุขใจ ถ้าให้ข้อมูลไม่หมดจะทุกข์ใจ
    นิโรธ เราจะได้ให้ข้อมูลหรือไม่ได้ให้ข้อมูล มากหรือน้อยหรือแม้แต่ว่าไม่ได้ให้เลย เราก็ไม่ทุกข์ใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
    มรรค เมื่อเราได้โทรให้ข้อมูลแม่ไปแล้ว เราควรจะเคารพการตัดสินใจของแม่ ว่าแม่มีความสุขที่จะเดินสายทำบุญต่อแม้ว่าเหตุการณ์โควิดจะระบาด แม่ก็จะได้ไปเดินสายทำบุญอย่างสบายใจ แต่ด้วยกิเลสที่อ้างว่าเป็นห่วงแม่ จึงอยากให้ข้อมูลแม่ให้หมด จึงต้องส่งข้อความไปในไลน์ครอบครัวอีก เมื่อมีกิเลสความอยากแล้วไม่ได้ล้าง เราจึงรู้สึกผิดทีเหมือนเป็นการไปกดดันแม่
    ให้กลับบ้านอยู่ในที ที่เรามีความอยากให้แม่กลับบ้านเพราะเราไม่เชื่อไม่ชัดเรื่องกรรม ว่าไม่ว่าแม่จะอยู่ทีไหนถ้าวิบากร้ายที่แม่เคยทำมาให้ผลแม่ก้จะต้องติดโควิด แต่ถ้าวิบกาดีที่แม่เคยทำมาให้ผลแม่ก็จะไม่ติดโควิด เราต้องให้อิสระกับทุกชีวิตได้มีโอกาสเรียนรู้ตามฐานจิต เหมือนที่เราได้รับโอกาสเรียนรู้มาตามธรรมเหมือนกัน แล้วที่เหลือการที่เราจะได้ให้ข้อมูลมากน้อย หรือไม่ได้ให้ข้อมุูลเลย ก็ปล่อยให้เป็นไปตามเหตุปัจจัย นี้คือพลังอนัตตาที่เราจะสามารถสร้างพลังสนิทานสูตรเพื่อช่วยทุกชีวิตได้ดีที่สุด

  14. จิรานันท์ จำปานวน

    เรื่อง : ไม่กล้วยเลย
    เหตุการณ์ : เราตั้งใจไว้ว่าจะไปปั่นกล้วยน้ำว้ากิน พอเดินไปถึงครัวกล้วยน้ำว้าไม่เหลือเลย เพราะแม่เอากล้วยน้ำว้าไปต้มทั้งหมดเลย เมื่อเห็นอย่างนี้มารก็ดิ้น

    ทุกข์ : เสียใจที่แม่เอากล้วยน้ำว้าไปต้มทั้งหมดเลย

    สมุทัย : ชอบที่แม่เหลือกล้วยน้ำว้าสดไว้ ชังที่แม่เอากล้วยน้ำว้าไปต้มทั้งหมดเลย

    นิโรธ : แม่จะเหลือกล้วยน้ำว้าสดไว้ หรือจะเอาไปต้มทั้งหมด ก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค : พอคิดแบบมาร เสียใจเหมือนจะร้องไห้ แล้วก็ไม่ยอมกินกล้วยน้ำว้าที่แม่ต้มไว้ ด้านร่างกายก็ตึงมึนที่หัวชะมัด เหตุการณ์พยายามหลบหน้าแม่ ไม่พูดกับแม่ เห็นอาการมารแล้วต้องมาคุยกันหน่อย เริ่มรู้สึกว่าจะเนรคุณกับผู้มีพระคุณแล้ว
    มาร : ฮะ! เอากล้วยทั้งหมดไปต้มเลยรึ กะว่าวันนี้จะกินปั่นกล้วยน้ำว้าสักหน่อย
    เรา : แล้วไง ไม่ได้กินกล้วยน้ำว้าแบบสด แล้วกินแบบต้มสุกไม่ได้รึ
    มาร : ฮือๆๆ ไม่ได้อ่ะ อยากกินกล้วยน้ำว้าแบบสดแล้วปั่น รสจะหวาน หอม เหมือนข้าวเด็ก (ซีรีแล็ค) อยากกินๆ แบบนี้
    เรา : ปัดโธ่ อยากกินมากขนาดนั้นเลยเหรอ ดูสินี่อาการที่อยากกินมากๆ มันทุกข์แล้วนะ เสียใจถึงขนาดจะร้องไห้เลย หัวก็มึนก็ตึง แถมพาลไม่พูดกับแม่อีก จะยึดในรูป ในรสอะไรนักหนา จะติดอีกนานไหม มีแบบไหนก็กินแบบนั้นจะเรื่องมากอะไรนักหนา จะฝึกเป็นคนเลี้ยงง่ายไม่ใช่รึ
    มาร : ก็กล้วยที่เราปลูกเองมันลูกโตๆ หวีนี้สุกเหลืองคาเครือด้วยนี่ รสชาติคงจะหอมมาก หวานมาก
    เรา : พุทธะสอนว่าไง ไม่ให้ติดในรูป ในรส ถ้าติดแล้วไม่ได้กินดั่งใจหมาย เธอก็ดิ้นก็ทุกข์แบบนี้ ถ้าครั้งนี้ได้กินสมใจ ครั้งหน้ามาเวลาอยากกินก็จะทุกข์แบบนี้อีก
    มาร : ทำไมต้องต้มหมดด้วยล่ะ เหลือไว้สักลูกสองลูกก็ยังดี หวีอื่นก็ยังเขียวๆ อยู่ กว่าจะได้กินแบบสด ก็อีกหลายวัน
    เรา : ใครกัน ที่ชอบกินกล้วยน้ำว้าต้มสุก วันนี้ทำมาเป็นแสดงอยากกินแบบสด แม่ต้มไว้ให้ก็เพราะเห็นเธอชอบกินไม่ใช่รึ
    มาร : นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ไม่อยากกินแบบต้มแล้ว
    เรา : อ้าว ก็แล้วทำไมไม่บอกแม่ไว้ว่าไม่ต้องต้มกล้วยนะ จะกินแบบสดก็พูดไปสิมีปากอยู่ไม่ใช่รึ จะเนรคุณอีกนานไหม จะไม่พูดกับท่านเพียงเพราะเรื่องกล้วยน้ำว้านี่รึ ชั่วไปแล้วมารเอ๋ย
    มาร : โอ้โห นี่กำลังทำชั่วเหรอ เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ ไม่เอาแล้ว
    สรุป เมื่อมารเปลี่ยนมาคิดแบบพุทธะ อาการที่เสียใจเหมือนจะร้องไห้ก็หายไป อาการตึงมึนที่หัวก็หายไป โปร่งโล่งเบาสบายทั้งกายและใจ กลับไปพูดกับแม่ และกินกล้วยน้ำว้าที่แม่ต้มไว้ ต้องขอบคุณแม่ที่เอากล้วยน้ำว้าไปต้มทั้งหมดเลย ทำให้เห็นกิเลสที่ติดยึดในรูป ในรสของกล้วยน้ำว้า ตรงกับ บทธ ข้อ 58 เย่ๆ ๆ ดีใจจัง ไม่ได้ดั่งใจ (วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล) แย่ๆ ๆ ซวยแน่เรา เอาแต่ใจ (วิบากเพิ่ม กิเลสพอก งอกอกุศล)

  15. รมิตา ซีบังเกิด

    รมิตา ซีบังเกิด
    เรื่อง : สำนึกผิดเพราะผิดศีล
    เหตุการณ์ :
    ไปร่วมงานทำบุญที่วัด ญาติๆนำอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์มารับประทาน เรารับประทานผลไม้แทน หันไปเห็นขนมสอดไส้จึงหยิบมารับประทานไป 2 ห่อ
    ตกใจว่าแย่แล้วเราตั้งศีลว่าปี 2564 จะไม่รับประทานขนมที่ทำจากแป้ง สำนึกได้ว่าเรา ” ผิดศีล” เสียแล้ว วันนี้มีประชุมจะต้องขออโหสิกรรม ต่อหมู่กลุ่ม ก่อนเข้าประชุมกวนน้ำยาล้างจาน น้ำยากระเด็นเข้าตาแสบมากๆ คิดในใจว่าวิบากชดใช้เร็วมากไม่ทันข้ามคืน
    ทุกข์ :
    กลัวได้รับวิบากกรรมเพราะผิดศีล
    สมุทัย :
    ชอบที่จะไม่ได้รับวิบากกรรม ชังที่จะได้รับวิบากกรรม
    นิโรธ :
    จะได้รับวิบากกรรมหรือไม่ ก็ไม่ชอบ ไม่ชัง
    มรรค :
    เมิ่อน้ำยาล้างจานกระเด็นเข้าตาแล้วแสบมากๆนั้น สำนึกเลยว่าเขามาเตือนเราแล้ว ต้องรีบสำนึกผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรมต่อหมู่กลุ่มให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นจะได้รับวิบากอะไรที่เลวร้ายไปกว่านี้แน่ๆ ซึ่งตรงกับบททบทวนข้อที่ 16 ว่า “มาตาลีเทพสารถี คือวิบากดีร้ายที่สร้างสิ่งดีร้ายให้ชีวิต เป็นสิ่งเตือนสิ่งบอกว่า อะไรเป็นกิเลส เป็นโทษ ให้ลดละเลิก อะไรเป็นบุญกุศล เป็นประโยชน์ให้เข้าถึง อะไรเป็นโทษ ให้เว้นเสีย” ตั้งแต่วันนั้นพยายามเตือนสติตนเองก่อนทำอะไรให้ระมัดระวังให้มากๆ แต่ก็ยอมรับไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทั้งดีและร้ายก็ยินดีรับวิบากกรรมที่กระทำทั้งในชาตินี้และชาติอื่นๆสืบไปด้วยความยินดี ทำให้ความกลัวความวิตกกังวลได้จางคลายไป ใจกลับมาเป็นสุข ไม่ทุกข์ ไม่หวั่นไหว ท่องไว้ว่า”วันหน้าไม่รู้ วันนี้สู้ไม่ถอย”

  16. น.ส.ทิษฏยา โภชนา (นุ้ย)(ในสายธาร)

    13/04/64
    ชื่อ : น.ส.ทิษฏยา โภชนา
    ชื่อทางธรรม : ในสายธรรม
    จิตอาสาสังกัดสวนป่านาบุญ 2
    เรื่อง : ไม่มาตามนัด
    ทางบ้านผู้เขียนต้องไปรับรถมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ห่างกันหลาย 10 กม. น้าของผู้เขียนจึงไปบอกหลานให้ช่วยขับรถกระบะไปให้ ซึ่งเขาก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ น้าก็รออยู่เกือบชั่วโมงก็ยังไม่มา จึงโทรไปตามหลานอีกครั้งแต่หลานยังทำภารกิจไม่เสร็จให้รออีกหน่อย ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มา จึงขับรถไปตามที่บ้านหลาน ปรากฎว่าหลานเปลี่ยนใจจะไม่ไปตามที่บอก โดยให้เหตุผลว่าต้องพาหมาไปหาหมอ เมื่อได้ฟังจากที่น้ามาเล่าผู้เขียนจึงเกิดอาการขุ่นเคืองใจ ไม่ใช่โกรธที่เขาไม่ขับรถให้ แต่ไม่พอใจที่เขาไม่ไปแล้วทำไมไม่โทรมาบอก ต้องให้ผู้ใหญ่อีกหลายคนคอยเสียเวลา
    ทุกข์ : ขุ่นใจที่หลานไม่มาตามนัด
    สมุทัย : ชอบใจถ้าหลานจะโทรมาบอก ไม่ชอบใจที่หลานไม่โทรมาบอกว่าติดธุระ จะได้ไม่ต้องคอย
    นิโรธ : หลานจะโทรมาบอกหรือไม่บอกก็ได้ใจไร้ทุกข์
    มรรค: ผู้เขียนอยู่ให้เหตุการณ์ที่รู้ว่าต้องไปรับรถ เนื่องจากทางบ้านผู้เขียนไม่มีรถกระบะจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากหลาน ซึ่งหลานก็ตอบรับ ถ้าหลานปฏิเสธมาตั้งแต่แรกก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็จะได้ไปขอให้ญาติคนอื่นช่วยขับรถไปให้แทน แต่เมื่อต้องรอนาน และไม่มีวี่แววว่าหลานจะมาสักที ถ้าจะให้ประมาณเวลาให้หลานเตรียมตัวก็ไม่น่าจะนานเกือบ 2 ชั่วโมง บ้านหลานก็ห่างกันไม่ถึง 1 กม. ซึ่งหลานก็รู้ว่าทางเรารีบ แต่ไม่โทรมาบอกและโทรไปก็ไม่รับสาย และเมื่อได้ฟังเหตุผลที่หลานตอบปฏิเสธน้ามา ก็เกิดอาการไม่พอใจ กิเลสมันก็เริ่มทำงาน
    มาร “ รับปากไว้ไม่เป็นคำพูด ทำตัวเหมือนเด็กเลี้ยงแกะ นิสัยแย่จริง ๆ”
    “ ไม่ไปแล้วทำไมไม่โทรมาบอก ให้ผู้ใหญ่ต้องคอย ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่ “
    “ เวลามีปัญหาอะไรมา ก็ไม่เคยพ้นครอบครัวเราสักที ขอความช่วยเหลือแค่นี้ก็ไม่ได้ “
    “ คอยดูนะอย่าได้มีเรื่องมานะ จะเมินให้เลยคอยดู”
    กิเลสมันเริ่มไปกันใหญ่แล้ว มันพาลไปถึงการทวงบุญคุณกันเลยทีเดียว จึงตอบกลับไปว่า
    เรา “ ยังจะมีหน้าไปทวงบุญคุณเขาอีก นิสัยแย่ ๆ มันไม่ใช่เขา..แต่มันคือแก”
    “ เขาไม่ไปก็ดีแล้ว ถ้าเขาต้องไปกับเราแล้วทำให้เขาเป็นทุกข์ ก็เท่ากับว่าเราไปบังคับเขา นั่นคือ
    การเบียดเบียนนะ ใครเบียดเบียนแกยังไม่ชอบเลย ”
    “เขาจะมาตามนัดหรือไม่มันเป็นสิทธิ์ของเขา หน้าที่เราคือต้องไม่เบียดเบียน”
    “ ไม่เบียดเบียนคือ ไม่ต้องทำกรรมเพิ่ม ไม่ดีรึไง?
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 53 “ศีลคือ ไม่เบียดเบียนตนเอง คนอื่น สัตว์อื่นเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อคนอื่น ต่อสัตว์อื่น”
    ให้เหตุผลแบบนี้ไปแล้วกิเลสมันเลยยอม ใจก็โล่งขึ้น ขอบคุณหลานที่มาให้ได้ใช้วิบาก

  17. นส.พวงผกา​ โพธิ์กลาง

    ​เรื่อง​ ปลุกคนให้ตื่นอน

    ทุกข์ไม่อยากมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้​

    เนื้อเรื่อง​ มีพี่ท่านหนึ่งพูดว่าทิพย์ไปเรียกอาคนนี้ด้วย​ คน​และรถพร้อมเดินทางแล้ว​ ในใจก็ไม่อยากไปทำตามที่ท่านบอก​ แต่เรารีบบอกตัวเองว่า​ ทำไปเถอะทำแบบไม่ชอบไม่ชัง​ ทำใช้วิบาก​ พอเราพลิกจิตคิดแบบนี้เราก็เดินไปปลุกท่านนั้นแบบโล่งใจ

    สมุทัยเหตุแห่งทุกข์​ ไม่อยากมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นี้​ เพราะไม่อยากมีวิบากในการส่งเสริม​ ท่านนี้จะกลับบ้าน​

    นิโรธ​ จะมีวิบากร่วมก็ได้ไม่มีวิบากร่วมก็ได้ใจเป็นสุข

    มรรค​ ให้ปัญญากับกิเลสว่า ทำตามเหตุปัจจัย​ณปัจจุบัน​ เป็นการช่วยผู้อื่นตามฐานของแต่ละท่าน​ แบบไม่ชอบไม่ชัง​ ทุกอย่างเป็นแค่เครื่องมือให้เราได้ล้างความยึดมั่นถือมั่นในใจเราเท่านั้น​ กิเลสเขาก็มาทำหน้าที่ของเขา​ เขามีหน้าที่มาทำให้เรา​ทุกข์ใจ​ แต่เราก็มีหน้าที่รู้เท่าทันความคิดของตัวเองที่จะไม่คิดตามกิเลส​ เพราะเชื่อกิเลสเมื่อไหร่เราก็ทุกข์เมื่อนั้น​ ฉันไม่เชื่อเธอแล้วนะกิเลส​ ฉันกับเธอแยกทางกันแล้วนะ​

  18. นางภัคเปมิกา อินหว่าง

    เรื่อง:คอยเก้อ

    เหตุการณ์:ทุกวันอังคาร จะมีอปริหานิยธรรมช่วงเวลา18.30น.วันนี่ก็เช่นกัน วันอังคารที่13เมษายน รีบทำภาระกิจให้เรียบร้อย มานั่งรอเข้าZOOM

    ทุกข์: ขุ่นใจข้องใจ ที่เข้าZOOMไม่ได้

    สมุทัย: ชอบหากเข้าZOOMได้ ชังที่เข้าZOOMไม่ได้

    นิโรธ: จะเข้า ZOOMได้หรือไม่ก็ได้ ไม่ชอบไม่ชัง ไม่ขุ่นใจ ไม่ข้องใจ

    มรรค: ได้เวลา 16.30 น.มานั่งรอ link
    เพื่อเข้าZOOM อปริหานิยธรรม รอแล้วรอเล่าlinkไม่มาสักที มันเกิดอะไรขึ้นหรือนี่
    จิตปรุงไปต่างๆนาๆ วันนี้ เขาไปไหนกันหมด ช่องไลน์โรงเรียนของหนูเงียบผิดปกติ หรือเขาติดภาระกิจสำคัญอะไรน้อ ผู้ตรวจการบ้านก็เงียบ เอ้.เกิดอะไรขึ้นกันนะ จิตก็ปรุงไปเรื่อย เปิดดูช่องไลน์โรงเรียนของหนู อ้าว!ไม่ใช่แค่เรานี่ที่เข้าไม่ได้ยังมีคนอื่นด้วยที่เข้าZOOMไม่ได้
    พอสักพักเปิดดูไลน์อีกครั้ง เห็นมีรูปภาพที่ถ่ายหมู่ เลยไลน์ไปถามเพื่อนว่า เขาหายไปไหนกันหมด ช่องไลน์เงียบกริบ ได้คำตอบจากเพื่อนว่า เขาส่งlink เข้าอีกห้องหนึ่ง มารมาเลยค่ะ อ้าว! แล้วทำไมไม่มีใครบอกกันมั่งเลยปล่อยให้เรารอ รอแล้วรอเล่า ตั้งใจจะเข้าอปริหานิยธรรมด้วย เลยรีบทำภาระกิจการงานประจำวัน แล้วมานั่งรอ เห้อ! มารมันไม่พอใจ เว้าใจแหว่งใจที่ ไม่ได้เข้าร่วมอปริหานิยธรรม แต่เราก็บอกมารไปว่า ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ไม่ได้เข้า วันหน้ายังมีอีกเยอะ ว่าแต่เธอเถอะอย่ามาบ่อย ฉันไม่ชอบเธอเลย มาทีไรฉันเดือดร้อนใจทุกข์ใจทุกที รีบๆไปซะ
    เมื่อใช้บททบทวนธรรมข้อ๘๙ ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจากใจที่ไม่ทุกข์ของเราเท่านั้น ที่เรากำหนดได้
    และบททบทวนธรรมข้อ๑๐๑ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่นให้ได้”จึงจะได้”

    สรุป:ว่าเมื่อใช้บททบทวนธรรมมารก็หายไป ใจก็เป็นสุข ไร้กังวล

  19. ปิ่น คำเพียงเพชร

    รับไม่ได้กับความชั่วของตัวเอง : ปิ่น คำเพียงเพชร

    ได้รับโอกาสให้ได้ฝึกบำเพ็ญเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับคุรุอีกท่านหนึ่ง ซึ่งบทบาทนี้ใหม่สำหรับเราจึงยังมองภาพไม่ออกว่าควรประมาณอย่างไรจึงจะดี แต่ก็ได้ตั้งจิตว่าจะพยายามทำให้ดีและไม่พูดให้ดูเด่นกว่าคุรุ หลังจบการบำเพ็ญก็จะสรุปงานสรุปใจและขอคำแนะนำเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อพร่องตัวเองทุกครั้ง

    และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้รับการชี้ขุมทรัพย์หลายเรื่องมาก ซึ่งโดยภูมิของเราก็รู้สึกว่าวันนี้เราทำได้ไม่ค่อยดีหลายจุด แต่ก็มองได้ไม่ละเอียดขนาดนั้น คุรุก็ถามว่า ที่พลาดตอนนั้น เช็คดูดี ๆ ว่าเสพอะไรอยู่หรือเปล่า ดูตั้งใจไว้อย่างหนึ่ง แต่ทำตรงกันข้าม ประมาณว่าจะเช็คดูว่า เรามีจิตหลงโลกธรรม หลงใหญ่หลงโต อยากเด่นเกินหน้าเกินตาท่านอื่นหรือเปล่า (ซึ่งปกติก็จะสังวรศีลเรื่องนี้มาเสมออยู่แล้ว แล้วก็รู้สึกชังคนที่มีพฤติกรรมดังกล่าว แต่ก็พากเพียรล้างความชังนี้มาได้โดยลำดับ จนเบามากแล้วแต่ก็ยังไม่หมด

    ทุกข์ : อัดอั้นใจ น้ำตาไหล เมื่อรู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมแย่แบบนั้น

    สมุทัย : รับไม่ได้ ตีตัวเองซ้ำ ที่กลับทำพฤติกรรมที่แย่ที่ไม่ดีแบบที่ตัวเองชังเสียเอง อยากให้หมู่เข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ยึดว่า ถ้าเราไม่ทำพฤติกรรมแบบนั้น และหมู่เข้าใจ จะดี

    นิโรธ : เมื่อเราเจตนาบริสุทธิ์และได้พยามทำให้ดีอย่างเต็มที่ตามภูมิแล้ว แต่ยังพลาดทำพฤติกรรมที่เราเห็นว่าไม่ดีเสียเองหรือไม่ก็ได้ หมู่จะเข้าใจหรือไม่ก็ได้ เราก็ไม่ทุกข์ใจ ควรวางใจและยิ้มรับความผิดพลาดอย่างเบิกบานให้ได้

    มรรค : การที่ทำอะไรพลาดไปแล้วมีหมู่มิตรดีเอาภาระคอยบอกคอยชี้นี่มันก็ดีมากที่สุดแล้วนะ ควรจะดีใจที่ได้รู้ รู้ เราก็ปรับปรุงแก้ไขไปตามกำลังสิ ไม่ใช่มาโง่ทำทุกข์ทับถมตนด้วยการตีตัวเองซ้ำและรับไม่ได้อยู่แบบนี้
    ความยึดมั่นถือมั่นว่าเราจะต้องไม่พลาดและอยากให้หมู่เข้าใจนี่มันเป็นทุกข์ ผิดศีล เบียดเบียนกายใจตัวเอง เมื่อเราบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำไม่ดี (ตามภูมิ) หมู่จะเข้าใจหรือไม่ก็ไม่เป็นไร อีกอย่างที่ท่านถามแบบนั้นก็เพื่อต้องการเช็คให้แน่ใจว่าเราไม่ได้หลงไปตามกิเลสโลกธรรมริง

    ก็เรายังมีกิเลสอยู่ มันก็ต้องพลาดต้องพร่องเป็นธรรมดา ให้มีสัญชาตญาณแห่งคนตรง ทำใจยอมรับความจริงตามความเป็นจริง ว่าตอนนี้ทำได้แค่นี้ ยินดีพอใจเท่าที่ได้จริง อย่าอยากได้เกินกว่าที่เป็นไปได้จริง ส่วนหนึ่งเกิดจากวิบากที่เรายังล้างความชังในสิ่งนี้ไม่หมด เหลือความชังอยู่เท่าไหร่ แสดงว่าเราก็ยังโง่ยังชั่วอยู่เท่านั้นแหละ อยากหายโง่หายชั่วก็รีบพากเพียรล้างความชังนี้ให้หมดไปเร็ว ๆ เท่าที่สามารถทำได้จริงตามกำลัง

    สรุป เมื่อพิจารณาดังนี้ ความทุกข์จากความยึดมั่นถือมั่นในครั้งนี้ ก็คลายลงได้ ยิ้มเบิกบานยอมรับข้อพร่องได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์

  20. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้าน้อมศีล)

    ส่งการบ้าน อริยสัจ4

    เรื่อง.กิ่งไม้กิ่งเดียว

    เนื้อหา.เนื่องจากตัวเองได้ไปงานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ ที่ทะเลธรรม หลายวันกลับมาถึงบ้านก็ได้เดินดูบริเวณบ้าน ก็เห็นว่ากิ่งลูกท้อที่ได้ตอนกิ่งไว้หายไป จึงได้ถามน้าสาวว่าใครเอาไปแล้ว น้าสาวบอกว่า น้าชายได้ตัดให้ญาติที่ได้มาเยี่ยมย่า ไปแล้ว ตัวเองเลยพูดออกไปว่า อ้าว ไม่เห็นบอกกันก่อน ยังไม่ได้อนุญาตเลย

    ทุกข์. รู้สึกเสียดายกิ่งลูก

    สมุทัย.เรายึดมั่นว่าอยากเอาไว้ปลูกเพราะมีอยู่กิ่งเดียว ถ้ากิ่งลูกท้อยังอยู่จะชอบใจ เมื่อกิ่งลูกท้อไม่อยู่จึงไม่ชอบใจ

    นิโรธ.วางใจ กิ่งลูกท้อจะยังอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค. ตั้งศีลมาพิจารณาไตรลักษณ์ พิจารณาโทษของความยึดมั่นถือมั่น ได้เห็นถึงความขุ่นในใจ ทำให้ไม่เบิกบานแจ่มใส และยังไปเพ่งโทษน้าชายว่าเอาไปให้คนอื่นโดยไม่บอกไม่ขออนุญาตก่อน และเมื่อได้สนทนากับพี่ๆจิตอาสาในไลน์กลุ่มพี่ๆ ได้ให้สัมมาทิฏฐิ ว่าที่เราไปเพ่งโทษน้าชาย เพราะเราเห็นแต่ความไม่ดีของท่าน ทำให้เราไม่ศรัทธาในตัวท่าน เราต้องเปลี่ยนมาคิดว่า น้าก็มีสิ่งดีที่ท่านเคยทำให้เราเคยช่วยเราในเรื่องต่าง ยกตัวอย่าง เช่น ท่านมาช่วยซ่อมเครื่องไฟฟ้าให้นะท่านก็เสี่ยงต่อชีวิตเลยนะ เราแค่เสียแค่กิ่งไม้กิ่งเดียวมันช่างเทียบกันไม่ได้เลย จึงทำให้ตัวเองตาสว่างขึ้น และได้ตั้งจิตขอโทษขออโหสิกรรม น้าชาย ตั้งจิตหยุดทำสิ่งไม่ดี ตั้งจิตจะไม่เพ่งโทษผู้อื่นอีก
    พิจารณาเห็นประโยชน์ของการวางใจล้างความชอบชังความยึดมั่นถือมั่นทำให้เบาใจมีสติมากขึ้น และโชคดีที่มีเหตุการณ์นี้ทำให้ไห้เห็นกิเลสตัวห่วงที่ยังเหลืออยู่และได้สำนึกผิดในสิ่งที่เราเคยพลาดทำมา เราก็เคยไปเอาของคนอื่นโดยที่ไม่บอกไม่ขออนุญาตมาก่อน รับแล้วก็หมดไปเราก็จะโชคดีขึ้น

  21. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้าน้อมศีล)

    ส่งการบ้านอริยสัจ4

    เรื่อง.ฟ้าผ่ากิเลส

    เหตุการณ์.เมื่อวานที่บ้านฝนตกหนักและมีฟ้าร้อง และฟ้าผ่า ตัวเองได้ชาร์ตโทรศัพท์ไว้ ก่อนได้ยินเสียงฟ้าผ่าก็ได้ปิดเครื่องโทรศัพท์แล้วตอนฟ้าผ่าก็ได้หันไปเห็นว่าเรายังไม่ได้ถอดสายขาร์ตออก เห็นแสงที่โทรศัพท์ แต่ตอนนั้นฟ้าร้องฟ้าผ่าเสียงดัง อยู่นาน จับได้ว่าเริ่มกังวล

    ทุกข์. กังวลกลัวโทรศัพท์เสียเพราะฟ้าผ่า

    สมุทัย.ยึดมั่นถือมั่นอยากให้โทรศัพท์อยู่ในสภาพดีจะชอบใจถ้าโทรศัพท์เสียโดนฟ้าผ่าจะทุกข์ใจไม่ชอบใจ

    นิโรธ.วางใจว่าโทรศัพท์จะเสียหรือไม่เสียก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค.พิจารณาเห็นถึงโทษของความยึดมั่นถือมั่น ทำให้ทุกข์ใจ ทำให้ขาดสติ จิตก็ปรุงไปว่าถ้าโทรศัพท์เสียทำเราขาดการติดต่อเลยนะ เพราะมีอยู่เครื่องเดียว ยิ่งคิดยิ่งทุกข์
    ตั้งศีลมาพิจารณาเห็นถึงการวางใจ วางความยึดมั่นถือมั่น ทำให้มีสติ สมาธิ มีปัญญาเห็นกิเลส ว่าเรากำลังปรุงไปถึงอนาคตสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลย จิตเราต้องอยู่กับปัจจุบัน วางใจทำใจในใจ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นฟ้าหยุดร้องแล้วก็ลองเปิดดู ผลของการวางใจโทรศัพท์ก็ยังปกติดีอยู่
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่๑๒๓ มาพิจารณา คือ
    เจอผัสสะไม่ดี ได้โชค ๓ชั้น
    คือได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ และได้ใช้วิบาก
    ได้ใช้วิบากกรรมที่ไม่ดี ร้ายนั้นก็จะหมดไป
    ดีก็จะออกฤทธิ์ได้มากขึ้น

  22. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง สงสารน้องสะใภ้

    เหตุการณ์ ช่วงนี้พ่อไม่สบาย มาระยะหลังนี้เข้ารพ.เกือบทุกเดือน การนอนรพ.ยาวนานขึ้น โดยปกติตัวเองจะเฝ้ากลางวันวันแรกต่อกลางคืน วันต่อไปจะเฝ้ากลางคืนพร้อมน้องผู้ชายอีก2คน กลางวันจะมีน้องสะใภ้คนเดียวที่เป็นคนเหมาช่วยดูแลให้ทุกวัน
    เมื่อวานตั้งใจจะไปนอนเฝ้าพ่อ แต่น้องชายแจ้งว่าเขาจะไปนอนกับพ่อ ก็วางใจตื่นมาตี3.30น ก็รีบส่งข้อความไปบอกน้องสะใภ้ว่า เช้านี้จะไปดูแลพ่อให้น้องได้พัก เช้าเข้าไปรพ.เจอน้องสะใภ้เฝ้าพ่อยาวตั้งแต่กลางวันแถมกลางคืนอีกก็รู้สึกเศร้าใจที่ดูแลน้องไม่ดี น้องให้เหตุผลว่าน้องชายมาช้า มา2ทุ่มกว่า เขาไม่สะดวกขับรถกลับ เลยโทรไปแจ้งขอนอนเฝ้าพ่อต่อดีกว่า เจอภาพน้องที่ตาบวมแดงเป็นหนอง เสียงแหบก็สงสาร

    ทุกข์ เศร้าใจที่ดูแลน้องไม่ดี

    สมุทัย ชอบใจถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่ชอบใจที่ไม่เป็นไปตามแผน

    นิโรธ จะเป็นไปตามแผนหรือไม่เป็นไปตามแผนก็ไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์

    มรรค เมื่อไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ใจเริ่มขุ่นๆ ปวดหัว เกร็งที่ต้นคอ มารมาอีกแล้ว พาไปผิดทางเรื่อยเลยนะมาร มาคุยกันหน่อยนะมาร
    มาร :อ้าว!อะไรเนี่ยทำไมรับปากแล้วไม่มา ให้น้องแถมเป็นสะใภ้อีกมาดูแลพ่อตัวเองทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ได้อย่างไร ไม่เห็นใจกันบ้างเลย บ้าจริงๆเลย
    เรา :เฮ้ยๆฟังก่อน เขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้ ก็น้องเขาเกรงใจไม่กล้าบอกน้องชายให้มาก่อนค่ำ และไม่กล้าบอกให้เรารู้เพราะถ้ารู้ก็ต้องมานอนกับพ่อแน่ๆ เขาอยู่ต่อดีกว่าขับรถกลับกลางคืน ตาไม่ค่อยดีแถมขับไม่ค่อยถนัดด้วย นอนรพ.ปลอดภัยกว่า
    มาร :แต่ไม่ใช่ให้ทุกอย่างไปเป็นภาระของน้อง แถมเป็นสะใภ้ด้วย แต่ลูกๆไม่ได้ใส่ใจกันเลย
    เรา :ใช่ก็เพราะตัวแกนี่แหละที่ทำอะไรเอาแต่ใจ ไม่ค่อยคิดไม่ค่อยทำอะไรให้รอบคอบ ไม่กล้าบอกและตัดสินใจ หรือถามความเห็นของน้องๆ ให้เข้าใจตรงกัน แถมยังเหนี่ยวนำให้คนอื่นเป็นตามอีก เกิดเรื่องมาแบบนี้กี่ครั้งแล้วละ แทนที่จะพูดคุยกับน้องๆตัวเองให้เข้าใจก็ไม่คุย แล้วยังมาทายใจน้องทั้ง2อีก แถมทายใจผิดอีกต่างหาก ใช่ๆพูดคุยกับน้องๆได้แล้ว
    มาร :คุยได้แล้ว ไม่งั้นผู้ดูแลตายแน่ เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ
    เรา :ได้ๆ พูดคุยกับน้องๆ ให้เข้าใจ จะได้ไม่เป็นภาระของคนใดคนหนึ่ง
    ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 119 ปัญหา คือเครื่องมือฝึกใจที่ดีที่สุดในโลก 120 ปัญหาไม่เคยหมดไปจากชีวิตของเรา มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่หมดไปจากใจของเรา ต้องขอบคุณที่ไม่ไปตามแผนกิเลส แต่ไปตามแผนพุทธะ

    สรุป หลังพิจารณาได้พูดคุยกับน้อง ก็จะปรับการดูแลพ่อให้ดีขึ้น ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแล อาการขุ่น ปวดหัว เกร็งต้นคอก็หายไป ใจเบาสบายขึ้น..สาธุ

  23. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง ไม่บันเทิง
    เหตุการณ์ : ในขณะเดินแต่งต้นไม้ในสวน ได้ยินเสียงจากเครื่องเสียงดังมากๆรู้สึกได้ถึงพื้นดินสะเทือนจากสวนข้างๆ

    ทุกข์ : รู้สึกรำคาญ ที่เสียงดัง

    สมุทัย : ชอบ เสียงจากเครื่องเสียงที่ดังค่อยๆ ชังเสียงที่ดังมาก

    นิโรธ : เครื่องเสียงจะมีเสียงดังมาก หรือ ค่อย ใจก็ไร้ทุกข์

    มรรค : เมื่อรู้สึกรำคาญ รู้ว่าโง่แล้วที่หลงเชื่อมาร พาให้ชั่ว ให้ทุกข์ด้วยยึดมั่นถือมั่นว่าเสียงค่อยๆไม่ดังเกินจะชอบ พอเสียงดังมากๆจึงชัง หากเรายังรำคาญเสียงแบบนี้อยู่แสดงว่าเรายังยึดมั่นถือมั่น มีชอบ มีชังแล้วจะได้ล้างทุกข์ ได้ใช้วิบาก ได้อย่างไร จึงรีบทำใจพร้อมยอมรับความจริงว่าเครื่องเสียงต้องดังอย่างนี้แหละ รีบล้างใจด้วยการพิจารณาด้วยบททบทวนธรรมข้อ 21 ที่ว่า”การได้พบกับเหตุการณ์ ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเรา เป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส คือ ความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา และทำให้ได้ล้างวิบาร้ายของเรา” หลังจากพิจารณาเข้าใจความหลงชิงชัง รังเกียจ ความหลงยึดมั่นถือมั่น การไม่ได้ดั่งใจชัดขึ้น ที่จริงเขามาให้เราได้ฝึกล้างกิเลส ล้างความชิงชังรังเกียจ ความยึดมั่นถือมั่น และได้ใช้วิบาก เสียงนี้เป็นเครื่องมือที่ล้ำค่าแล้ว ในช่วงที่รู้สึกรำคาญจะตัดก้านกล้วยแต่กลับฟันถูกเท้าจนรองเท้าบูชขาดและโดนเท้าเป็นแผลเลือดออก สำนึกทันทีที่คิดไมคิดผิดแล้ว ได้ใช้วิบาก ที่มาเร็วอย่างติดๆเลย สุดท้าย ความรำคาญก็หายไป
    สรุป เมื่อรู้ว่ายังชังเสียงดังมากๆ รีบทำใจด้วยบททบทวนธรรมจนเข้าใจ ความรำคาญหายไป ใจสดชื่น เบิกบาน ไร้ทุกข์ ทันที

  24. ธัญมน หมวดเหมน(มั่นแสงธรรม)

    ชื่อเรื่อง:ฝึกการประมาณในการวางดี
    เนื้อหา:การได้ร่วมบำเพ็ญในหมู่กลุ่มพี่น้องหมู่มิตรดี ทำให้เห็นว่าการบำเพ็ญทุกอย่างในแดนโพธิสัตว์นี้ล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น เห็นงานอะไรก็น่าทำไปหมด มันมีฉันทะความยินดีที่จะทำอยู่ตลอดเวลาจนบางทีรู้สึกเมาๆงงๆไม่รู้จะทำอะไรก่อนอะไรหลังดี ทำงานก็อยากทำ เรียนก็อยากเรียน เพราะเห็นว่าทุกอย่างล้วนมีสาระประโยชน์ต่อการพัฒนาจิตวิญญาณตนเองและร่วมสร้างกุศลกับหมู่กลุ่มทั้งนั้น พอมีสติก็นึกขำตัวเองว่าเราจะเอาอะไร บอกตัวเองว่า อย่าโลภ อย่าตะกละแม้แต่การจะทำความดีที่เรารู้ว่าดีเราก็ทำได้แค่กำลัง เวลา และโอกาสที่เปิดให้ทำได้แค่นั้นแหละ ค่อยๆเรียนรู้ไปอย่าใจร้อน
    ทุกข์: ใจร้อน สับสนตัวเอง อยากทำให้ได้ทุกอย่างที่เห็นว่าดี
    สมุทัย:โลภ อยากทำอะไรที่เกินกำลัง และเกินกว่าความจริงที่ทำได้จริง
    นิโรธ:จะทำอะไรได้แค่ไหน เท่าไหร่ก็มีสุขใจในสิ่งที่ได้ทำ เพราะรู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้จริงอย่างเต็มที่ เต็มกำลังแล้ว
    มรรค:มีสติและใช้หลักธรรมการประมาณของพระพุทธเจ้าที่อาจารย์นำมาสอน อย่างมีปัญญาคือทำในสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงให้ดีที่สุดเท่าที่ฟ้าเปิดให้ทำอย่างเต็มที่แล้ววางใจในผลที่จะเกิดคือไม่ว่าผลจะออกมาดีได้มากน้อยแค่ไหนก็สุขใจ สบายใจให้ได้

  25. อรวิภา กริฟฟิธส์

    อยากให้ช่วยกันบำเพ็ญ
    เมื่อวันพุธที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการรวมพลังกันกับพี่น้องหมู่มิตรดี มาทำการบ้านวิชาภาษาอังกฤษและการบ้านอริยสัจสี่ ในช่วงแรกเป็นการทำการบ้านภาษาอังกฤษ พี่น้องก็มีปัญหาเกิดความไม่มั่นใจในการอ่านออกเสียง เราก็เกิดอาการหวังดีเห็นเป็นโอกาส อยากให้พ่อบ้านได้มีส่วนร่วมในการบำเพ็ญด้วย ก็ได้เอ่ยปากขอร้องท่านว่ามาช่วยพาอ่านภาษาอังกฤษให้หน่อย แต่ท่านก็ปฏิเสริฐ

    ทุกข์ รู้สึกเสียดาย อยากให้พ่อบ้านร่วมบำเพ็ญ

    สมุทัย อยากให้พ่อบ้านท่านร่วมบำเพ็ญได้เพิ่มกุศล ถ้าพ่อบ้านมาร่วมบำเพ็ญจะสุกใจ ชอบใจ

    นิโรธ พ่อบ้านท่านจะมาร่วมบำเพ็ญหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค พิจารณาโทษของการคิดแบบกิเลสที่จะเอาดีจากผู้อื่น กิเลสมักหลอกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งดีควรทำ แต่เจ้าของเขาไม่ยอม พ่อบ้านเขาไม่พร้อมที่จะบำเพ็ญ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งดีก็ตาม แต่มันไม่ใช่เวลา เห็นอาการที่เรากำลังทำตัวเป็นขโมย เป็นการผิดศีลข้อสอง เราจะรักษาศีลของเรา ยินดีรับแต่ของที่เขาให้ อย่าไปอยากได้สิ่งที่เขาไม่ได้ให้ เมื่อพิจารณาเห็นอย่างนี้ก็มีใจยินดี ไม่เสียดายที่ท่านไม่บำเพ็ญในครั้งนี้ เราจึงบำเพ็ญกันกับหมู่มิตรดีตามกำลังที่เราทำได้ด้วยใจที่เป็นสุข

  26. น.ส.ทิษฏยา โภชนา (นุ้ย)(ในสายธาร)

    15/04/64
    ชื่อ : น.ส.ทิษฏยา โภชนา
    ชื่อทางธรรม : ในสายธรรม
    จิตอาสาสังกัดสวนป่านาบุญ 2
    เรื่อง : ไม่อยากฟังคนพูดไร้สาระ
    ญาติของผู้เขียนมานั่งคุยด้วยที่บ้าน เขาจะพูดตลอดเวลา จะหาเรื่องมาหยิก หยอก กระแหนะกระแหนคนข้างๆ จบเรื่องนั้นก็มีเรื่องนี้มาเล่าต่อไม่เคยเงียบ ดูผิวเผินเหมือนเป็นคนคุยสนุก แต่ผู้เขียนรู้สึกรำคาญญาติคนนี้มาก ไม่ชอบที่เขาพูดไม่หยุด พูดไร้สาระไปเรื่อย จนต้องเดินหนี
    ทุกข์ : รำคาญไม่อยากฟังญาติพูด
    สมุทัย : ชอบใจถ้าญาติจะพูดเฉพาะเรื่องที่มีสาระ ไม่ชอบใจที่ญาติพูดตลอดเวลาจนรู้สึกรำคาญ
    นิโรธ : ญาติจะพูดเรื่องมีสาระหรือไม่มีสาระก็ได้ใจไร้ทุกข์
    มรรค : เวลาญาติคนนี้มาที่บ้านของผู้เขียน เขาจะพูดตลอดเวลา พูดเสียงดัง ฟังดูแล้วเหมือนตลก สนุกสนาน แต่ใจผู้เขียนรู้สึกรำคาญญาติคนนี้มาก รู้สึกเหมือนเขาเรียกร้องความสนใจ เพราะเขาจะพูดเสียงดังตลอดเวลา พูดอยู่คนเดียว พอฟังนาน ๆ แล้วจะหงุดหงิดรำคาญ กิเลสพอมันได้ฟังญาติเริ่มพูดมันก็เริ่มทำงาน
    มาร : พูดอยู่ได้ น่ารำคาญ มีแต่ละเรื่องไร้สาระทั้งนั้น
    ไม่รู้ตัวบ้างรึ ทำตัวเรียกร้องความสนใจ อยากเด่นรึไง
    เรื่องดี ๆ มีสาระตั้งมากมายไม่รู้จักพูด ไม่รู้รึไง พูดไร้สาระมันผิดศีล
    ถ้าไม่มีเรื่องจะพูด เงียบซะก็ได้ ไม่มีใครหาว่าเป็นไบ้หรอก
    เมื่อกิเลสเริ่มแสดงอาการ มันเริ่มหงุดหงิด ใจเต้นรัว เลยพาตัวเองเดินออกมาแล้วก็บอกกับมันว่า
    เรา : ตัวแกเองสิ…ที่น่ารำคาญ เที่ยวไปเพ่งโทษ ไปรำคาญคนอื่น
    อยากจะฟังแต่เรื่องดี ๆ มีสาระ แล้วตัวเองพูดแต่เรื่องดี ๆ ได้รึยัง
    ไปดูแลกาย วาจา ใจ ตัวเองให้ดีก่อน อย่าเที่ยวไปเพ่งโทษคนอื่น
    ศีลคือการไม่เบียดเบียน ไม่เพ่งโทษคนอื่น
    ถ้าเราอยากให้เขาเป็นแบบที่เราต้องการนั่นแหละคือ…เราผิดศีล
    ให้เหตุผลแบบนี้ไป กิเลสมันก็เริ่มยอม มันอยากฟังแต่เรื่องดี ๆ ชิงชังคนพูดเรื่องไร้สาระ มันไม่ชอบที่เขาผิดศีลข้อ 4 มันอยากจะเอาดีจากคนอื่น แต่มันลืมไปว่าการที่มันไปอยากได้จากคนอื่นนี่ก็คือ ตัวมันเองนั่นแหละที่ผิดเต็ม ๆ
    ตรงกับบททบทวนธรรมข้อที่ 9 “ ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่นแสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง” และข้อที่ 21 “การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดังใจเราเป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส คือความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา และทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา ”
    ญาติเขาเป็นแบบที่เขาควรจะเป็นตามฐานจิตของเขา แต่เขาคือผู้มีพระคุณของเราที่เขามาให้เราได้เห็นความชั่วในตัวเรา และให้เราได้ล้างกิเลส พิจารณาแบบนี้แล้ว ใจเริ่มคลายความรำคาญไปมาก วันต่อมาเมื่อมาเจอเขาอีกครั้งก็รู้สึกความรำคาญยังมีเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

  27. อรุณรัตน์(หม่วย) ไกรลาศศิริ

    เรื่องนึกเบื่อจากการต้องนั่งอ่านหนังสือสถิติการวิจัยขั้นสูง หลายๆเล่มซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาบังคับของการเรียนระดับปริญญาเอกของมสธ.
    ทุกข์ : จากการที่ต้องใช้เวลาอย่างมากในการนั่งอ่าน ทำความเข้าใจ และเขียนรายงานกับวิชาสถิติการวิจัย 13 ตัว แล้วผลที่ได้คือความไม่เข้าใจ ประกอบกับคิดว่าเป็นความรู้ที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ในชีวิต เหมือนเป็นการใช้เวลาที่เสียไปเปล่าๆในชีวิต ทุกข์ทางใจคือความเบื่อ เซ็ง
    สมุทัย : ชังความล้มเหลวที่อ่านวิชาสถิติการวิจัยไม่เข้าใจ ชอบความสำเร็จหากได้อ่านวิชาสถิติการวิจัยแล้วได้รับผลคือความเข้าใจ ชอบที่จะเพียรทำแต่ในสิ่งที่ตัวเองเห็นประโยชน์จากการทำสิ่งนั้นเพราะยึดว่ามันคุ้มค่าในการทำ
    นิโรธ : เราได้เพียรอ่านอย่างเต็มที่แล้วจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจสถิติการวิจัยก็ไม่ทุกข์ใจ
    กิจกรรมที่เราทำทุกอย่างจะมีประโยชน์หรือไม่มีก็ไม่ทุกข์
    มรรค :
    1. ทำเต็มที่แล้วได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ใจร้อนว่าต้องเข้าใจเร็วๆ
    2.หาความยินดีให้ได้จากการที่ได้นั่งอ่านวิชาการวิจัยสถิติที่ไม่เข้าใจนั้น โดยถือเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง ให้เราได้เห็นความชอบ /ชัง อีกแง่มุมหนึ่งในตน เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเราได้เรียนรู้ ได้เห็นอาการของกิเลสช่วงระหว่างเรียนต่างหากที่ควรยินดี งานล้มเหลวหรือสลาย แล้วอัตตาสลายได้ ก็คุ้มเกินคุ้ม
    3.ประโยชน์หรือไม่ เป็นแค่สิ่งลวง(อยู่ที่เรามอง)ถ้าเราอวิชชาอยู่ต่อให้สิ่งนั้นเป็นประโยชน์ก็คิดว่าไม่เป็นประโยชน์
    4.กิจกรรมที่เราคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ จริงๆแล้วเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเป็นสิ่งที่วิบากดีร้ายเราเองที่ดึงเข้ามาหาเรา ทุกอย่างสมควรที่จะเป็นแบบที่มันเป็นแล้ว ใจเราเองที่โง่ไปตัดสินผิดๆทำให้เกิดความเบื่อ / เซ็ง ประกอบกับงานโลกุตระไม่ใช่งานที่จะประเมินเรื่องความคุ้มค่าจากผลสำเร็จของงานเป็นหลัก
    5.ตั้งศีลในการที่ จะไม่หยิบ ชิม อาหาร ระหว่าง เตรียม วัตถุดิบ ในการทำครัว เพราะเป็นการสร้างและสะสมถึงความใจร้อนทำอะไรตามใจ รอไม่ได้ ซึ่งมีผลต่อความเบื่อหน่าย เวลาที่นั่งอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจ เพราะมีความใจร้อนอยากที่จะเข้าใจ
    6.ทบทวนธรรมข้อที่๗๘ ความสมบูรณ์หรือความสำเร็จของกิจกรรมการงานคือความลวง ลวงให้ยึดลวงให้ทุกข์ ส่วนความสำเร็จของใจที่พ้นทุกข์พ้นความยึดมั่นถือมั่นคือความจริง

  28. นางสาว สำรวย รัตตนะ

    นางสาว สำรวย​ รัตตนะ
    เรื่อง​. ทำไม่สำเร็จ
    เหตุการณ์.​ สืบเนื่องจากคืนหนึ่งโทรศัพท์
    หาแม่​  แล้วแม่บอกรู้สึกเวียนหัว อยากไปหาหมอ​ ตื่นเช้าก็รีบไปหาแม่ที่ต่างอำเภอพาไปหาหมอคลีนิกที่แม่อยากไป​  ปรากฏว่าทั้งสองคลีนิกที่แม่บอกปิด​  เราก็บอกแม่​ว่าไปโรงพยาบาลดีกว่าไหม​ แต่แม่ไม่อยากไปนั่งนาน​  ขอกลับบ้านก่อน​เราก็ทำตามที่แม่ต้องการด้วยการพากลับบ้าน​  ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจที่แม่ยังไม่ได้พบหมอ  

    ทุกข์.​ ไม่สบายใจที่พาแม่ไปหาหมอ​
    ไม่สำเร็จ

    สมุทัย​.  ชอบที่พาแม่ไปหาหมอได้สำเร็จ
    ชังที่พาแม่ไปหาหมอไม่สำเร็จ

    นิโรธ​. แม่จะหาหมอได้สำเร็จหรือ
    ไม่สำเร็จก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค​.มาพิจารณาดู​  แม่จะไปหาหมอคลีนิกที่แม่ต้องการก็พาไปแล้วจะพาไปโรงพยาบาลแม่ก็ไม่ไป​  เราก็ทำดีที่สุดแล้วในเวลานั้น​ มันไม่ใช่เป็นความผิดของเราแต่เป็นความต้องการของแม่เอง จะทุกข์ใจไปทำไมให้เป็นไปตามธรรม​ ทำได้เท่าไรก็พอใจเท่าน้ันเราก็ไม่เคยทอดทิ้งแม่ทำหน้าที่ลูกได้เต็มที่ตลอดมา​ ตามเวลาและโอกาส​  น้องสาว​ก็บอกจะพาไปคลีนิก
    อื่นอีกครั้งในตอนเย็น​  แล้ว​เราจะทุกข์ใจให้สุขภาพเราแย่ลงทำไม​ เมื่อคิดได้ก็รู้สึกโล่งใจ​ ใช้บททบทวนธรรมข้อที่​ 33 มาดับทุกข์ใจ​   ทำดีเต็มที่ทุกวันก็สุขใจเต็มที่ได้ทุกวันได้เท่าไหร่พอใจเท่าน้ัน​  และข้อที่​ 149  ความสุข​แท้​ คือไม่ทุกข์ ไม่ว่าจะ
    เกิดอะไร​ ในสถานการณ์ใด
    สรุป.​เมื่อพิจารณาใจ  ก็รู้สึกโล่ง​ ไม่ติดไม่ยึดพอใจที่ได้ทำเต็มที่แล้ว

  29. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)

    เรื่อง กิเลสน่ากลัวกว่าโควิด (วันที่ 15เมย. 64)
    ตลาดที่ขายของอยู่ประจำในตัวเมืองหัวหิน ประกาศจะขายช่วงสงกรานต์ 10 วัน ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 9-ถึงวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564แต่พอเอาเข้าจริงๆ ไม่เป็นแบบนั้นเพราะมีข่าวว่ามีพนักงานออฟฟิศของตลาดติดโควิด ทำให้ต้องหยุดขายทั้งที่ขายไปได้แค่เพียงวันเดียว

    ทุกข์ : ตอนแรกคิดว่าตัวเองกังวลใจว่าจะติดโควิด แต่พออ่านใจตัวเอง พบว่าไม่ได้กลัวว่าจะติดโควิด ไมได้กลัวโรคโควิด แต่แว้บแรก กลัวจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน ถ้าเราติดโควิก มีอาการทุกข์ใจ กังวลใจ แต่พอพิจารณาลึกๆ พบว่าเรากลัวโดนคนอื่นตำหนิ ถ้าติดโควิดแล้วเดินทางไปทั่ว มีอุปาทานว่า ปวดหัว ตัวร้อน ว่าตัวเองเป็นโควิดตามมา

    สมุทัย : มีกิเลส ความกลัว โลกธรรม กลัวคนอื่นต่อว่า กลัวคนอื่นตำหนิ เหมือนที่เราเคยไปตำหนิ คนที่ติดแล้วเดินทางไปทั่ว เลยทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย
    ตัณหา/ชอบ/ชัง ชัง ถ้าเราติดโควิดแล้วคนอื่นตำหนิ ต่อว่า เราทำให้คนอื่นเดือดร้อน ชอบถ้าจะไม่ถูกตำหนิ อุปาทาน ยึดว่า เราไม่อยากได้คำตำหนิ ต่อว่าจากคนอื่นไม่ว่าจะสถานการณ์ใดๆ

    นิโรธ : ถ้าเราจะติดโควิดแล้วเจอคนรอบข้างตำหนิ ใจเราก็ไม่ทุกข์

    มรรค : พิจารณาเรื่องกรรม เพราะเวลาได้ข่าวโควิดแล้วดูไทม์ไลน์ของผู้ป่วย ใจก็คิด แหม เดินทางไปทั่วเลย พอถึงตอนนี้ ทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้น ใครจะรู้ ถ้ารู้ก็คงจะไม่ทำ และด้วยเหตุปัจจัยที่เราต้องไปขายของซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องทำ ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในตลาดจะมีกฏข้อบังคับให้ใส่หน้ากากตลอดเวลา
    เชื่อชัดเรื่องกรรม คือ ถ้าเราจะติดก็จะติด ถ้าคนจะตำหนิ ก็ต้องทำที่ใจเรา เพราะเราไม่ได้เจตนา
    พิจารณาคำตำหนิถ้าเราจะต้องรับ มันคือสมบัติของเรา เป็นวิบากที่เราต้องได้รับ ถ้าเราติดโควิดแล้วโดนคนตำหนิ พูดถึง คำตำหนิหรือคำชม ก็เป็นแค่เหตุการณ์ที่เราจะต้องรับ เป็นสมบัติหรือวิบากที่เขาจะให้เราชดใช้ มาทดสอบว่าเราผ่านไหม เราไปเอาเวทนาไปใส่เองว่า ถ้าได้คำตำหนิใจจะเหี่ยว ได้คำชม ใจจะฟู พิจารณาร่วมกับไตรลักษณ์ของความอยากและไม่อยาก คำติ คำชม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป จะไปทุกข์ทำไม เหนื่อย

  30. นางสาวสันทนา ประวงศ์

    เรื่อง : อัตตาตัวใหญ่ กับความเกรงใจตัวบิ๊ก

    เหตุการณ์ : มีน้องจิตอาสา จะมาบำเพ็ญกัวซาให้ เรารู้สึกเกรงใจ และรู้สึกว่าไม่เป็นไรน่ะ เราดูแลตัวเองได้ เพราะน้องท่านนั้นก็ทำงานหนักอยู่แล้ว รู้สึกเกรงใจมาก น้องก็ยินดีบำเพ็ญให้ และถามว่าอาบน้ำหรือยัง ให้ไปอาบน้ำก่อน ระหว่างที่ไปอาบน้ำและทำดีท็อกซ์นั้น มีจิตคิดว่าไม่อยากกัวซาเลย จิตหนึ่งก็คิดว่ากัวซาก็ได้ ไม่กัวซาก็ได้ ตามธรรมตามเหตุปัจจัย แต่มีไอ้หวัง มีความหวังว่าเดี๋ยวน้องเขาต้องติดธุระก็ไม่ต้องกัวซา เดินกลับมาจากห้องน้ำเห็นอาจารย์กำลังจะออกไปทำงานในรอบบ่าย จิตนั้นดีใจว่าเดี๋ยวน้องต้องออกไปทำงานตามอาจารย์แล้ว พอมาถึงถามน้องว่าอาจารย์จะไปแล้วน่ะ น้องไม่ไปกับอาจารย์เหรอ น้องบอกไม่ไป ไอ้หวังเลยดับ ก็เลยยอมโดยดี และก็มีจิตชอบ ขณะกัวซา ผ่อนคลาย สบาย ชอบมีคนบริการทำให้อยู่น่ะ รู้เลยว่าจะเคลิ้ม ๆ แต่ทัน ว่านี้กิเลส หลงใหลไปตามไม่ได้ทุกข์ วันไหนไม่ได้จะทุกข์ เมื่อกัวซาเสร็จสบายตัวจริง ๆ หายใจโล่ง และหายใจได้ลึกเต็มปอดมากขึ้น สดชื่นขึ้น จิตรู้สึกระลึกถึงความดีที่น้องเขาทำเขามีจิตวิญญาณเสียสละมาก มาช่วยให้เราสบายขึ้น ให้เรามีแรงพลังทำกุศลต่อมากขึ้น แต่กิเลสในตัวเรานี้ละที่ขวางสิ่งดีไว้ ไม่ให้เกิดสิ่งดีนั้น

    ทุกข์ : ทุกข์ใจ ไม่อยากให้น้องจิตอาสากัวซาให้

    สมุทัย : กิเลสอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น อัตตาตัวตน เราพึ่งตนเองได้ ไม่ต้องมาทำให้เราก็ได้ เราดูแลตัวเองได้
    มีกิเลส ๒ ตัว เกิดขึ้น กิเลสไม่ชอบที่น้องจะมากัวซาให้ เพราะเกรงใจไม่อยากรบกวน กิเลสชอบความสบาย ชอบคนบริการ ขณะที่กัวซาและรู้สึกสบาย

    นิโรธ : ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่มีอัตตาความเกรงใจ ว่าน้องจะทำกัวซาให้ก็ได้ ไม่ทำกัวซาให้ เราก็ไม่ทุกข์ใจ เราก็สุขใจได้ ไม่ชอบไม่ชังที่ต้องถูกกัวซา หรือไม่ถูกกัวซา จิตใจเบิกบานแจ่มใสได้ตลอดเวลา

    มรรค : พิจารณาโทษของการมีกิเลสอัตตา ความยึดมั่นถือมั่น กิเลสหลอก ใช้ความเกรงใจมาเป็นเครื่องมือปิดกั้นสิ่งดี ๆ ที่จะเกิด ความดีของเราที่เราทำมาก็ไม่ได้รับ กิเลสให้บอกว่าเกรงใจว่างั้ง ความดีที่น้องเขามีจิตวิญญาณเสียสละจะทำกุศลใหม่ก็ไม่เกิด เพราะกิเลสตัวอัตตาความเกรงใจของเรากระโดดขว้าง เกรงใจไม่อยากรบกวน ดูแลตัวเองได้ ไปโน้นเลย ข้ออ้างของกิเลสฟังดูมีเหตุผล เป็นที่น่าเชื่อถือ แต่มีความยึดนี้ละที่ทุกข์ ทุกข์ตั้งแต่ไม่อยากกัวซาแล้ว การมีกิเลสทำให้เราทุกข์ และทุกข์ และทุกข์ ไม่มีกิเลสซิดีกว่า ไม่ทุกข์ ไม่อึดอัดขัดเครืองใจ เบิกบาน แจ่มใส เบาสบายกว่าเยอะ

    พิจารณาเรื่องกรรมและผลของกรรม ที่สังเคราะห์กันมาให้แล้วว่า เราควรได้อะไร ไม่ได้อะไร ตอนไหน เวลาไหน เชื่อในกรรมดีของเรา เราได้รับสิ่งดี ก็เพราะเราทำดีมา น้องเขามาทำดีกับเรา ก็เป็นดีของเขา เขาก็จะได้รับดีนั้นตอบแทนเหมือนกัน เชื่อชัดเรื่องกรรม เราทำมาเองเราเป็นผู้กำหนดเอง กรรมเราเอง ให้ผลดีร้ายกับเราตลอดเวลา

    พิจารณาความไม่เที่ยงของกิเลสเรา พิจารณาไตรลักษณ์ ความไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน การเกิดดับของกิเลส จะโง่ให้กิเลสหลอกปั่นหัวเล่นอีกนานไหม จะทุกข์แบบนี้อีกนานไหม บอกกับตัวเอง สาธุค่ะ

  31. ปิ่น คำเพียงเพชร

    ขัดใจ

    ร่วมบำเพ็ญกับพี่น้องในรายการ นักศึกษาชวนติวการบ้าน ครั้งที่ 2 เนื่องจากมีพี่น้องร่วมบำเพ็ญหลายท่าน มีทั้งท่านที่เป็นจิตอาสาที่บำเพ็ญมานานทั้งวัยก็เป็นผู้ใหญ่กว่า และมีท่านที่บำเพ็ญมาพอประมาณ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากทีมคุรุว่าควรจะให้เกียรติท่านที่เป็นภันเตหรือผู้ที่ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญมานานกว่า (ตามธรรมเนียมของนักบวช) ให้ท่านได้บำเพ็ญเป็นหลัก และพี่น้องท่านอื่น ๆ ก็ช่วยกันสลับไปมา แต่ เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด กลับมีพี่น้องอีกท่าน (ซึ่งท่านไม่ได้รู้เรื่องและเข้าใจกับเรา) ด้วยเจตนาดีของท่าน ท่านก็เอาภาระโดยการพยายามช่วยพี่น้องมากกว่า แต่ท่านที่เราตั้งใจว่าจะให้ท่านได้บำเพ็ญเป็นหลัก กลับปิดไมค์ไว้ ไม่พูดจนกว่าเราจะเสนอให้ท่านพูด จึงมีหลาย ๆ ฉอด ที่เราก็จะเสนอให้ท่านได้บำเพ็ญ เพื่อให้ได้สลับกันไปมา

    ทุกข์ : ขัดใจเล็ก ๆ เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างใจหมาย

    สมุทัย : ยึดว่า ถ้าพี่น้องท่านที่เป็นผู้ใหญ่กว่าได้พูดได้บำเพ็ญเป็นหลักอย่างที่ตั้งใจไว้จะดี เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่บำเพ็ญมานานกว่า เราควรเคารพและให้โอกาสท่านได้บำเพ็ญเป็นหลัก

    นิโรธ : พี่น้องท่านที่เป็นผู้ใหญ่กว่าจะได้บำเพ็ญเป็นหลักดั่งใจหมายหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : ถ้าท่านที่ปฏิบัติมาก่อนและเป็นผู้ใหญ่กว่าได้บำเพ็ญเป็นหลักตามที่คุรุแนะนำมาได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ยึดมั่นถือมั่นว่าต้องแบบนี้เท่านั้นจึงจะดี นั้นไม่ดี เมื่อเราได้พยายามจะเอื้อให้ท่านได้บำเพ็ญอย่างเต็มที่เท่าที่สามารถเป็นไปได้จริงแล้ว แม้ผลจะไม่เป็นดังที่ใจเราหมายไว้ก็ไม่เป็นไร ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามธรรม อย่าอยากได้เกินกว่าที่เป็นไปได้จริง พี่น้องแต่ละท่านก็มีเจตนาดีและตั้งใจบำเพ็ญกันอย่างเต็มที่ อีกอย่างพี่น้องอีกท่านก็ยังไม่ทราบด้วยว่าเรามีเจตนาอย่างไร เอาไว้ถ้ามีโอกาสบอกท่านก็ค่อยบอก เพื่อจะได้ช่วยกันประมาณให้ดีขึ้นในการบำเพ็ญร่วมครั้งต่อไป

    สรุป เมื่อพิจารณาดังนี้ ความรู้สึกขัดใจในครั้งนี้ก็คลายลงได้หมด

  32. แสงสว่าง ฤทธิช่วย

    เรื่องการกินนอกมื้อ
    เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้ทำการตั้งศีลโดยจะกินมื้อเดียว โดยเริ่มจากวันที่ผิดศีลนั้นในช่วงเช้าเราก็มีอาการรู้สึกหิวเล็กน้อยแต่ก็ทนอาการหิวนั้นได้จะมีกิเลสแทรกมาหน่อยๆว่ากินเถอะสักนิดก็ดีหนา แต่พอเราใช้ปัญญาไม่กินดีกว่ายังไม่ถึงเวลาในมื้อเลยกินไปก็หนักตัวเปล่าๆมีแต่ปัญหาเพิ่มขึ้นตัวเราทดลองมาหลายครั้งแล้วนี้สุดท้ายก็มีทุกข์กายตลอด กิเลสก็ค่อยๆหายไป ในช่วงเช้าวันนั้นก็ไม่ไปกินนอกมื้อได้ก็ได้ไปช่วยงานอาจารย์ตามปกติ มีอาการหิวเล็กน้อยแต่เราก็รู้ว่าเป็นเวทนาทางกาย พอทำงานเสร็จก็มากินข้าวตามปกติในช่วงเที่ยง พอมาถึงช่วงค่ำก็รู้สึกหิวมากๆเลยผมก็ไม่รู้ว่า เรากินน้อยไปรึเปล่าในมื้อเดียว กิเลสก็หาเหตุผลมาว่ากินเถอะวันนี้เรากินน้อยไปทำงานมาทั้งวันกินไปเถอะ ทั้งที่จริงผมก็น่าจะอดทนมากกว่านี้เพราะวันที่ที่ผ่านๆมาที่ผมสามารถกินมื้อเดียวมาตลอดมาได้หลายวันแต่พอมาวันนี้รู้สึกหิว พอมาสักพักหนึ่งก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง พอคิดได้สักระยะก็เห็นพี่น้องมาทำกับข้าวในครัวเพื่อจะกินในช่วงเวลานั้นเหมือนกัน ทำให้ผมคิดว่ามีเพื่อนมาร่วมกินด้วยแล้ว
    จึงทำให้ผมไปตักข้าวมากินโดยไม่พิจารณาให้แหยบคายกว่านี้เลย ผมก็ได้จัดไปสองจาน+ขนม2ชิ้น พอกินเสร็จก็ไปนอน พอมาตื่นมารุ้งเช้าก็เกิดอาการเป็นหวัดขึ้นและจามอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้ผมระรึกรู้เหตุได้เลยว่าต้องเป็นเหตุจากการที่เรากินอาหารนอกมื้อ และเกิดอาการธาตุอาหารเกิน จึงทำให้ผมเป็นหวัดทั้งวันและร่างกายรู้สึกไม่สมดุลทั้งวันในวันนั้น จากวันนั้นผมได้เห็นการเตือนของมาตาลีพลังวิบากดีที่คอยมาเตือนให้มีอาการหวัด เห็นความวิปปลาส4 เห็นสุขลวงแต่ทุกข์นาน กับความสุขที่แลกมาแปปเดียวแต่ทุกข์ต้องมาแก้อยู่หลายวัน นี้คือสิ่งที่เราไปคิดแบบกิเลสจึงเกิดผลเช่นนี้ ทำให้เราชัดเจนยิ่งขึ้นว่าถ้าเราเชื่อพุทธะทำตามแบบพุทธะเกิดผลดีกว่าชัดเจนกว่าแน่นอน พ้นทุกข์แน่นอนแม้หนทางจะยากลำบากแต่ก็คุ้มที่จะกล้าเสี่ยงเราก็ต้องเปรียบเทียบ2สภาวะอยู่เสมอเปรียบเทียบทำแบบไหนดีกว่า พอผมคิดได้แบบนี้ก็เลยตั้งศีลกินมื้อเดียวมีจุกจิกเล็กน้อยแต่จะพยายามจะไม่กินตอนเย็นเลย จะตัดมื้อตอนเย็นไปเลย อาการหวัดอาการไม่สบายเนื้อตัวก็ดีขึ้นเป็นลำดับเพราะเรากินมื้อเดียว ผลคือพ้นทุกข์พอเราเชื่อพุทธะ
    ทุกข์:มีอาการเป็นหวัดไม่ค่อยสบายรู้สึกร่างกายไม่สมดุล
    สมุทัย:เกิดจากการกินนอกมื้อ กินเกิน มีความอยากในการเสพ และกินมั่วไม่ได้สังเกตุอาการกิเลสเพราะกินแต่ของอร่อย กลัวระแวงหวั่นไหวที่คิดว่าเรากินไม่พอ จึงทำให้เราไปกิน ชอบใจที่จะได้กินอย่างสมใจ ถ้าเราไม่ได้กินจะทุกข์จะหิวหนักกว่านี้
    นิโรธ:แม้ไม่ได้กินมื้อเย็นนั้นเราก็ยินดีเบิกบานได้ตลอด แม้อาการหิวมากวนเราก็ไม่ไปเชื่อมันมันมาหลอกให้เราทุกข์ วางใจแม้จะกินก็ได้แต่ต้องกินอย่างมีปัญญา
    มรรค:พิจารณาโทษภัยที่ทำให้เกิดอาการไม่สบาย พิจรณาไตรลักษณ์ความไม่เที่ยงอาการอยากที่เข้ามาพอมันเข้ามาสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ตลอดเดียวก็หายไป ทีนี้ก็ตั้งศีลกินมื้อเดียว อาการหวัดไม่สบายตัวก็ดีขึ้นมาเป็นลำดับเพราะเราได้พิสูจน์แล้วว่าตั้งศีลมาสู้ดีกว่า อาการที่หิวลองที่จะอดทนและบอกกับความหิวนนั้นว่าหิวสิดีจะได้ดึงพลังงานเก่าไปใช้เซลล์จะแข็งแรงขึ้นร่างกายแข็งแรงขึ้น ทำแบบอาจารย์หมอเขียวดีหมด เดินตามสัตบุรุษมีแต่พ้นทุกข์

  33. สำรวม แก้วแกมจันทร์

    16/04/64
    ชื่อ นางสำรวม แก้วแกมจันทร์
    ชื่อเล่น “ป้ารวม”
    ชื่อทางธรรม “ร้อยแสงศีล”
    จิตอาสา สวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง “โควิด… ระบาดหนัก เลื่อนนัดไปก่อน”

    เหตุการณ์
    วันศุกร์เพื่อนโทรนัดว่า “วันอาทิตย์ จะมารับและส่งถึงบ้าน” เพื่อพาไปชมแปลงผักไร้สารพิษ ที่เพิ่งปลูก จึงรับปากด้วยความยินดี พอใจ ได้วางแผนเตรียมพันธุ์ต้นกล้าพืชบางอย่าง ที่มีข้างบ้าน คือ มะละกอ มะยม มะเฟือง มะไฟ ตะขลบ เมล็ดพันธุ์ บวบ ถั่วฝักยาว ถั่วขอ มะเขือเทศ เพื่อจะแบ่งปันให้เพื่อนปลูกขยายพันธุ์เพิ่ม ตั้งใจว่า จะเก็บผลผลิตที่มี เช่น มะละกอ หัวปลี มะเขือพวง ผักเหลียง ไปฝากด้วย และจะนำข้าวห่อไปกินด้วยกัน วันเสาร์เวลาสองทุ่ม อ่านข้อความ ที่เพื่อนส่งมาว่า “โควิด ระบาดหนัก เลื่อนนัดไปก่อน” ตอบกลับว่า “ออ!ได้ค่ะ ดีแล้ว จะได้ไม่ประมาท และไม่ต้องเสี่ยงกับโควิด” สรุปว่า “วางแผนแล้ว ก็ต้องยอมวางแผน” ยอมได้ ก็วางใจได้

    ทุกข์ : อยากไปตามนัด ไม่ได้ไป

    สมุทัย : ยึดมั่นว่าถ้าไปตามนัด พอใจ ได้ดั่งใจ สุขใจ แต่โควิดระบาดหนัก ไม่ได้ไป ไม่พอใจ ไม่ได้ดั่งใจ ทุกข์ใจ

    นิโรธ : เมื่อยอมวางสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นได้ ว่า จะได้ไปตามนัด หรือไม่ได้ไป ก็ยินดี พอใจ เบิกบาน ไร้กังวล ไม่ทุกข์

    มรรค : ตั้งสติ ใช้ปัญญา คิดแบบพุทธะ ณ ตอนนั้น ไม่คิดตามใจกิเลสแล้ว จึงค่อยๆ พิจารณา ใคร่ครวญ หาสาเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง โดยการนำคัมภีร์ชีวิต ที่อาจารย์หมอเขียวได้สั่งสอน แนะนำ เพื่อนำมาสร้างจิตวิญญาณที่ผาสุกให้เกิดขึ้นในใจ ไม่ให้ทุกข์ ซึ่ง ตรงกับบท ททธ. :

    ที่ 99 ยึดมั่นถือมั่น ทำให้ “ใจเป็นทุกข์”…
    ที่ 100 ไม่ยึดมั่นถือมั่น จะทำให้ “ใจเป็นสุข” … เพราะว่า …

    ที่ 56 “ทุกเสี่ยววินาที ทุกอย่างไม่เที่ยง อย่ายึดมั่นถือมั่น ต้องพร้อมรับ พร้อมปรับ พร้อมเปลี่ยน ตลอดเวลา”
    ที่ 89 ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจากใจที่ไม่ทุกข์ ของเราเท่านั้น ที่เรากำหนดได้
    ที่ 90 “วัตถุไม่เที่ยง มีแต่ใจไร้ทุกข์เท่านั้น ที่กำหนดได้”

    ขอบคุณ “มาตลีเทพสารถี” ที่มาช่วยเตือนสติ ไม่เชื่อตามกิเลสที่ยึดแล้ว โดยการยอมวางสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นได้ว่า “โควิด กำลังระบาด” เกิดมีปัญญา จึงควรอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพราะถ้าออกไป เป็นการประมาท เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ไปตามนัดหรือไม่ไปตามนัด ก็ใจเป็นสุข ยินดี พอใจ เบิกบานได้ ด้วยใจไม่กังวลไม่ทุกข์ เพราะว่า “วัตถุไม่เที่ยง มีแต่ใจไร้ทุกข์เท่านั้น ที่กำหนดได้”

  34. พิมพ์พศินา สิทธิประเสริฐ (น้าหมู-เพียรเย็นพุทธ)

    ความเป็นอยู่ในครอบครัว : พิมพ์พศินา สิทธิประเสริฐ (น้าหมู-เพียรเย็นพุทธ)

    เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ได้เข้าออฟฟิศทำงาน ทำสต๊อกของตลอดทั้งวัน ก็มีหลานชายและหลานสาวทั้งสองคน มาเล่นด้วยที่บ้านปู่กับย่า (น้าหมู) เขาก็เล่นของเขาอยู่ดีดีนะ ไม่ทราบว่าวิบากร้ายจะมาเยือน มันเป็นวิบากร่วมในครอบครัว ขณะนั้นปู่ของหลานก็อยู่ด้วยกันนะคะ เห็นหลานนั่งเล่นก็อยากจะซื้อขนมให้หลานกินด้วยความรักและหวังดีแบบทางโลก ก็ได้ให้พี่เลี้ยงพาหลานไปซื้อขนม แต่หลานชายบอกว่าไม่ต้องซื้อหรอกปู่เขาไม่หิวแต่ปู่ก็ไม่ฟังต้องการที่จะซื้อให้ น้าหมูก็นั่งฟังอยู่ เพราะน้าหมูนั่งทำสต๊อกอยู่ ก็เปรยว่าอย่าซื้อให้เขาเลยหลานไม่ต้องการ การไปซื้อขนมให้เขากิน ไม่มีประโยชน์อะไรเลย น้าหมูก็เตือนพ่อบ้านว่า อากาศร้อนแบบนี้หลานกินจะทำให้เขาไม่สบาย แต่ด้วยความรักหลานของปู่ ก็ยังดื้อซื้ออยู่เหมือนเดิม ซึ่งน้าหมูไม่เคยโทษพ่อบ้านในข้อนี้ ภพก่อนน้าหมูก็ดื้อแบบนี้ บอกไม่ฟังเช่นกัน ขนมที่หลานไปซื้อกับพี่เลี้ยงก็มี KFC อมยิ้ม ไอศกรีม ซึ่งเป็นขนมที่เด็กชอบ เพราะเขาเดินไปซื้อเอง พี่เลี้ยงเป็นแค่คนพาไปไม่มีใครห้ามใคร ซึ่งมันเป็นเหตุที่ทำให้เขาไม่สบายจริง ๆ

    ปรากฏว่ายังไม่ทันข้ามคืน เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ ของวันนั้น พ่อแม่ของหลานซึ่งอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ก็แจ้งมาว่าหลานไม่สบาย มีอาการปวดหัวตัวร้อนท้องเสีย และอ้วก พอรู้ว่าเด็กไม่สบาย น้าหมูก็รู้ได้ทันทีเลยว่า วิบากร้ายมันมาแล้ว เรื่องขนมเป็นพิษแน่ ๆ จนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลเลย ใจน้าหมูเห็นเขาแล้วเป็นทุกข์ เด็กไม่สบายน่าสงสารมาก ไม่ใช่ว่าแต่หลานของเราเท่านั้น เวลาเห็นเด็กคนอื่น ๆ ไม่สบายก็น่าสงสารมาก ๆ เช่นกัน เราไม่รู้หรอกว่าความเจ็บป่วยของเขามีมากน้อยขนาดไหน น่าสงสารจริง ๆ หลานชายอายุ 5 ขวบ น้องสาว 4 ขวบ หลานทั้งสองคนเขาก็กินด้วยกันค่ะ ผู้ป่วยเป็นพี่ ส่วนน้องไม่เป็นอะไรเลย ทำให้น้าหมูต้องทุกข์ใจ ไม่สบายใจ เป็นห่วงหลานไม่แช่มชื่น เป็นกังวล

    ทุกข์ : อยากให้พ่อบ้านฟังความคิดเห็นของเรา

    สมุทัย : ถ้าพ่อบ้านฟังความคิดเห็นของเรา เราจะสุขใจหลานก็จะไม่ป่วย ถ้าเขาไม่ฟังความคิดเห็นของเรา เราจะทุกข์ใจ

    นฺโรธ : เขาจะฟังความคิดเห็นของเราหรือไม่ฟังความคิดเห็นของเรา เราก็สุขใจ

    มรรค : พิจารณาบททบทวนธรรม ข้อที่ 2 เราต้องรู้ว่าแต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน เราจึงควรประมาณ การกระทำให้เหมาะสมกับฐานจิตของเราและฐานจิตของผู้อื่น คิดดี พูดดี ทำดีไว้ก่อนดีที่สุด มันเป็นวิบากและเหตุการณ์ของหลานทั้งสองคน หลานคนหนึ่งวิบากดีออกฤทธิ์ก็ไม่เจ็บป่วย แต่หลานอีกคนหนึ่งวิบากร้ายออกฤทธิ์จึงเจ็บป่วยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เมื่อเราเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งเช่นนี้ เราก็สุขใจเพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของแต่ละคน จิตของเราจึงไม่ทุกข์ เบิกบานแจ่มใส ยินดีรับได้ทุกสถานการณ์ สาธุ เจริญธรรมสำนึกดีมีใจไร้ทุกข์

    พิพม์พศินา สิทธิประเสริฐ
    (เพียรเย็นพุทธ-น้าหมูยโสธร)
    รหัสนักศึกษา 591 10040 06

  35. สำรวม แก้วแกมจันทร์

    16/04/64
    ชื่อ นางสำรวม แก้วแกมจันทร์
    ชื่อเล่น “ป้ารวม”
    ชื่อทางธรรม “ร้อยแสงศีล”
    จิตอาสา สวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง “ข้าวต้มมัด ห่อเดียว พอแล้ว!”

    เหตุการณ์
    ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ญาติได้ส่งอาหารหลายอย่างมาให้ลูกหลาน มี “ข้าวต้มมัด” เท่านั้นที่ตัวเองกินได้ เพราะไม่มีส่วนผสมของเนื้อนมไข่ เป็น “ข้าวต้มมัดกล่องใหญ่” ตัวเองติดความอร่อยของข้าวต้มมัด ติดความหอม ความนิ่ม ความมัน ชอบมาก กินมาก กินเกิน ต่อเนื่องค่อนชีวิต ข้าวต้มมัดทำมาจากข้าวเหนียวที่มีฤทธิ์ร้อน กะทิก็มีฤทธิ์ร้อน ผัดกับไฟร้อน นึ่งนาน/ต้มนาน ร้อนมาก-ร้อนนาน กินมาก กินเกิน กินบ่อย สะสมพิษร้อนไว้มากเกิน จนร่างกายเกิดความไม่สมดุล เอาพิษออกไม่เป็น จึงเกิดเจ็บป่วยบ่อยๆ ประมาณการกินไม่เป็น ด้วยความไม่รู้ว่า ความอร่อยเป็นกิเลส คือ กามฉันทะ ติดกามคุณ 5 ยินดีพอใจใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เมื่อได้เรียนรู้แพทย์วิถีธรรม ก็ได้ต่อสู้กับกิเลสตัวนี้ แพ้บ้าง-ชนะบ้าง ผ่านการพิสูจน์ จึงรู้ชัดว่า “ต้องรู้จักประมาณในการบริโภค” ตามที่ได้ตั้งศีลไว้ วันนี้ เห็นข้าวต้มมัด รู้สึกเฉยๆ ไม่ดูด-ไม่ผลัก แต่ภพเก่ายังมี พอได้ยิน (หู-เสียง) ลูกพูด “ข้าวต้มมัดอร่อยมาก” “นึ่งนาน เหนียวดี นิ่มดี อร่อยกว่าทุกครั้ง” เกิดความพอใจในเสียง หยิบข้าวต้มมัดเปิดดู เห็น (ตา-รูป) สีสันน่ากิน หอมด้วย (จมูก-กลิ่น) ใช้ช้อนตักกิน (ลิ้น-รส) อร่อยๆ (กายผัสสะ-พอใจ) กิเลส พอใจในกาม กามฉันทะเพียบ จึงใช้วิธีปหาน 5 เพื่อละกิเลสให้หมดสิ้นไป ตอนแรก ได้แค่ ข้อ 1 คือ กดข่ม ฝืนไว้ วันนี้ต้องการตัดขาดจากกิเลส (อร่อย) เพราะกิเลสมันบอกว่า อร่อยๆ ระหว่างที่กำลังเคี้ยวช้าๆ แต่ละคำๆ พุทธะคุยกับกิเลสว่า “กินเอาประโยชน์ กินเป็นอาหาร กินเป็นยา กินเพื่ออยู่ กินเพื่อฆ่ากิเลส” กิเลสเถียงว่า อร่อยๆ กินอีกๆ พุทธะว่า ถ้างั้น! เอาอย่างนี้น่ะ กินคำต่อไป เคี้ยวให้นานที่สุด ละเอียดที่สุด แล้วคายออกมาดู (รูป) แล้วยัดใส่เข้าปากใหม่ (รส) อร่อยอยู่อีกมั้ย? กิเลสบอก “ไม่เอาๆ ไม่เอาแล้ว!ไม่อร่อยแล้ว! พอแล้ว!” จิตวิญญาณพุทธะสามารถสงบได้ สลัดกิเลสทิ้งทันที คือ ทำได้ถึงข้อ 5 โดยใช้วิธียื่นคำขาด ปหานกิเลสว่า “ข้าวต้มมัด ห่อเดียว พอแล้ว” กิเลสเงียบเลย จิตวิญญาณบริสุทธิ์ของพุทธะ “รู้จักพอประมาณในการบริโภค” วันหน้าไม่รู้ วันนี้สู้กับกิเลส ไม่ทรมาน ไม่กดข่ม สบายใจ ไม่ทุกข์

    ทุกข์ : อยากกินข้าวต้มมัดเพิ่ม

    สมุทัย : ถ้าได้กินข้าวต้มมัดเพิ่ม ตามที่กิเลสต้องการ จะพอใจ สุขใจ แต่ไม่ได้กินเพิ่ม ตามที่อยาก ไม่พอใจ ทุกข์ใจ

    นิโรธ : กินก็ได้ ไม่กินก็ได้ สบายใจจัง ไม่ทุกข์กับการกินหริอไม่กิน

    มรรค : ได้ตั้งสติมั่นว่า วันนี้ต้องสู้กับกิเลสมารให้ได้ โดยใช้พลังปัญญาของพุทธะ ปราบตัวกิเลสมารให้เด็ดขาด จำเป็นต้องชวนกิเลสคุยกันให้รู้เรื่อง มารคือ กิเลส เป็นตัวที่ทำทุกข์ มันสามารถทำทุกข์ได้ทุกเรื่อง คุยกับกิเลส โดยใช้พลังปัญญาที่เป็นจิตวิญญาณพุทธะ ซึ่งมีแต่ความเบิกบาน ไม่หนัก ไม่ทุกข์ โล่ง เบาๆ สบาย ด้วยตั้งศีลว่า “ต้องรู้จักประมาณในการบริโภค” จิตวิญญาณพุทธะบอกกิเลสว่า : พิจารณาโทษ-ประโยชน์ก่อนกิน

    เหตุผลของกิเลสว่า
    : ข้าวต้มมัดอร่อยๆ ขอกินเพิ่มอีก
    : หอม น่ากิน
    : เหนียว น่ากิน
    : นิ่ม อร่อย น่ากิน

    พุทธะ
    : อร่อยหรือไม่อร่อยก็ได้
    : กินก็ได้ ไม่กินก็ได้
    : กินเอาประโยชน์
    : กินเป็นอาหาร
    : กินเป็นยา
    : กินพอประมาณ
    : กินเพื่ออยู่
    : กินเพื่อฆ่ากิเลส

    กิเลส : อร่อยๆ ขอกินเพิ่มอีก หอมน่ากิน เหนียวน่ากิน นิ่ม อร่อยๆ น่ากิน อยากกินอีกๆๆๆ

    พุทธะ : ถ้างั้น! เอาอย่างนี้น่ะ! กินคำต่อไป เคี้ยวให้นานที่สุด ให้ละเอียดที่สุด แล้วคายออกมาดู(รูป) พิจารณาแล้ว ยัดใส่เข้าปากอีกครั้ง (รส) ยังอร่อยเหมือนเดิมอยู่อีกมั้ย?

    กิเลส : ไม่เอาๆ ไม่เอาแล้ว!ไม่อร่อยแล้ว! พอแล้ว!

    ด้วยพลังปัญญาใจที่บริสุทธิ์ของพุทธะ สงบจากกิเลสติดอร่อย สลัดทิ้งได้ทันที โดยยื่นคำขาดว่า “ข้าวต้มมัด ห่อเดียว พอแล้ว” กิเลสเงียบเลย วันนี้สู้กิเลส..ชนะ!…

    จิตวิญญาณพุทธะ “รู้จักประมาณในการบริโภค” “กินก็ได้ไม่กินก็ได้ สบายใจจัง” “ไม่ทุกข์กับการกินหรือไม่กิน”

  36. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง ตกหลุม
    เหตุการณ์ : ขณะตัดแต่งกล้วยทั้งแต่งใบ ตัดหน่อและแหวกหญ้า ถอนหญ้ารอบโคนในแต่ละแถว เกิดเสียหลักล้มลงเพราะตกหลุม

    ทุกข์ : รู้สึกหงุดหงิด

    สมุทัย : ชอบถ้าไม่ตกหลุม ชังที่ตกหลุม

    นิโรธ : จะตกหลุม ไม่ตกหลุม ก็ไม่ชอบ ไม่ชัง

    มรรค : เมื่อรู้ตัวว่าที่ล้มเพราะตกหลุมที่ขุดไว้ข้างต้นกล้วยเกือบทุกต้น มารเร็วมากเข้ามาทันที แว๊ปขึ้นว่า จะขุดทำไมนักหนา รอบนี้สติมาเร็วเช่นกัน รีบเถียงว่า อ้าวนี่มารตัวร้ายมาลวงให้โทษคนอื่นอีกแล้ว แทนจะหันมาหาตัวเองว่า เรา นะ ไม่ใช่เขา เราใจร้อนเองรีบเดินไม่ทันระวังตัว เป็นวิบากร้ายของเราเอง เต็มใจรับไปสิจะได้หมดไป มารเถียงสู้ไม่ได้รีบออกไปเลย ฃึ่งสอดคล้องกลับบททบทวนธรรมข้อ 138 ที่ว่า”จงเผชิญกับปัญหาอุปสรรค ที่มีอยู่คู่โลกตลอดกาลนาน อย่างมีชีวิต ชีวาให้ได้” หลังจากพิจารณาแล้วเข้าใจสัจจะเรื่องการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เราหนีปัญหาอุปสรรคไม่พ้นแน่นอน แล้วเราจะขี้โกงไม่ยอมรับอุปสรรค ปัญหาในการงานและชีวิตได้อย่างไร เราจึงรับด้วยความยินดี เต็มใจที่จะทำแต่ดีเพื่อจะมีวิบากดี ชิงออกฤทธิ์แทนร้ายที่เคยพลาดทำมา ใช้แล้วหมดไป โชคจะดีขึ้น ใจจึงไร้ทุกข์
    สรุป เมื่อรู้จักมาร จับมารได้เร็ว จัดการมารออกได้เร็ว ใจเป็นสุขแล้วก็สามารถเผชิญกับปัญหาอุปสรรคได้อย่างมีชีวิตชีวา ในที่สุด

  37. นางจีรวัลย์ วัฒนสิน

    การบ้าน (16/4/64)
    เรื่อง ไม่ได้เข้าซูม
    เหตุการณ์ ตั้งใจว่าจะเข้า ซูม แต่ก่อนจะถึงเวลาประมาณ 2 ช.ม.มีน้องซึ่งคบคุ้นกันมาให้ช่วยกัวซาให้เนื่องจากไหล่ติดยกแขนไม่ขึ้น ก็ได้กัวซาให้น้องจนเสร็จ น้องก็กลับบ้านไป พอได้เวลาเข้าซูมหาโทรศัพท์ไม่เจอตอนนั้นก็คิดว่าน้องน่าจะหยิบโทรศัพท์ติดไปแต่ใจก็กังวลว่าจะเข้าซูมไ่ม่ทันแน่ หลังจากนั้นประมาณครึ่ง ช.ม.น้องก็โทร.มาบอกว่าโทรศัพท์อยู่ที่เขากว่าจะได้โทรศัพท์คืนก็ไม่ทันเข้าซูมแล้ว
    ทุกข์ ไม่สบายใจที่ไม่ได้เข้าซูมรู้สึกเสียดาย
    สมุทัย ชอบถ้าได้เข้า ซูม ชังถ้าไม่ได้เข้าซูม
    นิโรธ วางใจ ได้เข้าซูมหรือไม่ได้เข้าก็ไม่เป็นไรไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค มาคิดว่าวันนี้ไม่ได้เข้าวันหน้าก็ยังมีจะเสียดายไปทำไม ได้ก็ยินดี ไม่ได้ก็ยินดีเต็มใจรับวิบากไป มาพิจารณาบททบทวนธรรมข้อ 58 เย่ ๆๆ ดีใจจังไม่ได้ดั่งใจ(วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล) แย่ ๆๆ ซวยแน่เราเอาแต่ใจ(วิบากเพิ่ม กิเลสพอก งอกอกุศล)
    ข้อ 59 เย่ ๆๆ ไม่หวั่นไหวใจเป็นสุข
    สรุป หลังจากล้างด้วยบททบทวนธรรม ความไม่สบายใจก็หายไป ได้ความสบายใจกลับมาเหมือนเดิม

  38. น.ส. พวงผกา โพธิ์กลาง (ทิพย์-พรเพียรพุทธ)

    เสียงรบกวน

    ในขณะที่กำลังฟังคำแนะนำการทำการบ้าน เรื่องอาริยะสัจ 4 เป็น ซึ่งเป็นครั้งแรกของทาง zoom ข้างๆ ก็จะมีการเข้า zoom อีก 2 ห้อง รวมกับเราก็ เป็น 3 ห้อง เสียงก็จะตีกัน เห็นจิตมารตัวเองที่มีอาการไม่ชอบสภาพแบบนี้ คือเสียงที่ดังชนกัน ต่างคนก็จะทำในสิ่งที่ตัวเองควรทำในขณะนั้น แต่ก็จะมีจิตพุทธะบอกว่า เราตั้งใจฟังให้มากหน่อย ได้แค่ไหนก็แค่นั้น เราจะไม่โทษใคร แล้วก็ฟังแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง และก็เห็นจิตที่ยังขุ่นๆอยู่ข้างใน เพราะจิตยังไม่ยินดีเต็มร้อย ยังเชื่อกิเลสอยู่ว่าถ้าได้ยินเสียงชัดเจน และได้แก้ไขในส่วนที่เราต้องแก้ไขจะดีกว่า ถ้าฟังไม่ชัดไม่รู้จะแก้ไขส่วนไหนและจะตรงประเด็นไหม

    ทุกข์ : เพราะมีความกังวล ว่าจะเขียนการบ้านไม่ตรงกับหัวข้ออยากฟังคำแนะนำให้ชัด ๆให้เข้าใจ จะได้นำไปปรับปรุง และแก้ไขต่อไป

    สมุทัย : เหตุแห่งทุกข์ ยึดว่าถ้าไม่มีเสียงรบกวนจะสุขใจ ถ้ามีเสียงรบกวนก็ทุกข์ใจ ถ้าฟังคำแนะนำเข้าใจ และได้นำไปปรับปรุงแก้ไขได้ดีจะสุขใจ ถ้าทำได้ไม่ดีจะทุกข์ใจ

    นิโรธ : มีเสียงรบกวนหรือไม่มีเสียงรบกวนก็สุขใจ จะฟังคำแนะนำเข้าใจ หรือไม่เข้าใจก็สุขใจ จะแก้ไขได้ดีหรือได้ไม่ดีก็สุจใจ

    มรรค : เชื่อ และ ชัดเรื่องของการทำผิดศีล จะมีวิบากกั้นให้เราได้รับข้อมูลไม่ชัด ที่เราได้เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ก็เพราะเราทำผิดศีลมา เพราะเราเสพของที่เราชอบมันคือการได้ดั่งใจ ทำให้เราอยากได้ดั่งใจหมายในเรื่องอื่น ๆอีก ไม่จบไม่สิ้น เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดี พอเวลาไม่ได้ดั่งใจก็ทุกข์ใจ ถ้าดับที่ใจตัวเองไม่ได้ก็จะไปเพ่งโทษผู้อื่น และทำให้เราประมาณการกระทำไม่เหมาะ มันคือกิเลสชอบชัง เมื่อไหร่ที่เรามีความชอบ เราก็จะมีความชังมันเหมือนเหรียญ 2 ด้าน เราจึงต้องพากเพียรให้ปัญญากับกิเลสบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ และใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 123 เจอผัสสะไม่ดี ได้โชค 3 ชั้น คือ ได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ และได้ใช้วิบาก ได้ใช้วิบากกรรมที่ไม่ดีร้ายนั้นก็จะหมดไปดีก็จะออกฤทธิ์ได้มาก

  39. สุมา ไชยช่วย

    เรื่อง : เป็นห่วงลูกสะใภ้

    เหตุการณ์ : ลูกสะใภ้เป็นคนชอบกินอาหารรสจัดมากๆ จนพักหลังมีโรคความดันสูงและไมเกรน หาหมอกินยาก็แค่บรรเทา ก็ได้เตือนให้กินรสออ่นลงมาหน่อยเพื่อสุขภาพ และแนะนำวิธีกัวซาให้ แต่ก็ไม่ทำตาม

    ทุกข์ : ขุ่นใจแนะนำแล้วไม่ทำตามสักอย่าง

    สมุทัย : ชอบถ้าเขาทำตามที่แนะนำ ชังไม่ทำตามสักอย่าง

    นิโรธ : เขาทำตามที่เราแนะนำหรือไม่ทำตามเลยก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : เกิดอาการร้อนวูบวาบที่หน้าเมื่อขุ่นใจ
    มาร เอ้ะบอกแล้วทำไมไม่ฟังเราบ้างน่ะชอบจังกินอาหารรสจัดๆนี่ ติดรสจัดมากขนาดนั้นเลยหรือนี่
    เรา ฮั่นแน่ ทำเป็นนางเอกขึ้นมาเชียวน่ะ ลูก
    สะใภ้เขาก็เหมือนแกนั่นแหละ เมื่อก่อนแกก็เคยฟังใครไหมล่ะ แกยิ่งกว่านี้อีกไม่ฟังใครแล้วยังกะฟัดกะเฟียวใส่คนมาเตือนด้วย นี่ยังดีเขายังบอกว่าพยายามอยู่
    มาร แล้วเมื่อไรล่ะ
    เรา ก็ชั่งเขาซิเมื่อไรก็เมื่อนั้นเราบอกแล้วเตือนแล้ว เราหวังดีแต่เขาไม่ฟังเราก็ให้เขาทุกข์จนเกินทนก่อน เขาขอร้องให้เราช่วยแล้วค่อยช่วยระหว่างรอเราก็กินอาหารจืดๆรอเขาไปก่อน เวลานี้เราไม่ใช่สัตบุรุษของเขา ก็ให้สัตบุรุษของเขา หรือให้ทุกข์ของเขาสอนแทน
    ใช้บททบทวนธรรมข้อ 9
    ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่น
    แสดงว่า เรายังไม่เข้าใจตนเอง
    สรุป วางใจได้อาการขุ่นใจร้อนวูบวาบก็หายไป

  40. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    เมาในอาหารปรุง

    แม้จะทานน้ำผักผลไม้ปั่นแบบสดและแบบสุกก่อนเคี้ยวข้าวและกับข้าวต่างๆที่มีปอเปี้ยแผ่นเมื่ยงสด ก์วยจั้บญวนพะโล้ ฟักทองถั่วลิสงปรุงพริกแกงห่อด้วยใบไชยานึ่งตบท้ายด้วยบะจ่างธัญพืช

    ทุกข์ : เกิดอาการไม่สบายทางกายจากอาหารที่มากเกินทั้งปริมาณและชนิด

    สมุทัย : สุขใจถ้ากินอาหารปรุงแล้วไม่เกิดอาการไม่สบายทางกาย ทุกข์เมื่อหลังรับประทานเกิดความไม่สบายทางกายรุมเร้า

    นิโรธ : สุขใจไม่ว่าจะเกิดผลข้างเคียงใดๆกับร่างกายเป็นธรรมดาที่เลือกสุขปลอมจากการเสพอาหารปรุงที่ดูดีทั้งรูปและนามปรุงใหม่สดแต่ความรู้สีกในสัมผัสที่กระทบตา จมูก ลิ้นที่ถูกใจกิเลสก็อยู่ได้ไม่นานยอมรับสภาพความไม่สบายกายที่ตามมาดุจจรวดของอาการคันเม็ดเลิมผุดขึ้นปวดเมื่อยข้อต่อต่างๆคันตาและง่วงนอนหมดพลังในตอนค่ำยินดีรับวิบากจากการกินด้วยใจที่เป็นสุข ความไมสบายทางกายแก้ไขระบายพิษตามอาการก็จางหายไป รู้สำนีกในโทษของสุขสวง

    มรรค : พิจารณาความไม่เที่ยงของอาหารปรุงที่มีรสอร่อยอยู่ได้ไม่นาน แต่ทุกข์จริงจากผลของจำนวนและปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกายย่อมส่งผลให้เจ็บป่วยเป็นธรรมดาแก้ไขอาการด้วยการดื่มน้ำสมุนไพรย่านาง กรอกตาในน้ำปัสสาวะ สวนล้างลำไส้และสำคัญที่สุดคือใจยินดีชดใช้วิบากไม่ทุกข์ทับถมตน อาการทางกายทเลาอย่างเร็วเมื่อตั้งจิตว่าจะมีสติในการรับประทานไม่ตามใจกิเลสเห็นความจริงตามความเป็นจริงในวิปลาส4ว่าสุขจากรสอร่อยไม่มีอยู่จริง

    สุขในทุกขณะปัจจุบันไม่ต้องไขว่คว้าหาที่ไหนแต่อยู่ใจตัวเองเมื่อยินดีได้กับทุกสถานการณ์หาสุขในทุกข์ให้ได้ไม่ยึดมั่นให้เป็นดังใจหมาย

    เย็นน้อมพุทธ
    640416

  41. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    ฆ่ากิเลสผิดตัว

    หลังจากไม่ได้โพลต์สื่อสารออกไปเรื่องกสิกรรมไร้สารพิษไป1วัน

    ทุกข์ : ไม่แช่มชื่นที่หยุดการสื่อสารข่าวคราวประจำวันของสวนป่านาบุญ3ออกไป1วัน

    สมุทัย : สุขใจถ้าได้สื่อสารข่าวคราวประจำวันออกไป กังวลใจถึงผู้ที่ติดตามไม่ได้รับข่าวสารและให้กำลังใจ ยิ่งได้ฟังข่วงแรกของรายการธรรมะพาพ้นทกข์ท่านอาจารย์หมอเขียวได้กล่าว”การสื่อสารเรื่องกสิกรรมไร้สารพิษเป็นแรงเหนี่ยวนำที่ดีให้ช่วยกันสือสารออกไปยิ่งในช่วงวิกฤติโตวิด-19ระาดหนักอีกครั้งจะได้ทั้งบุญและกุศล”ยิ่งรู้สึกเสียใจเกิดทุกข์ทับถมไม่ยินดีในการวางดีที่ตัดสินใจหยุดการสื่อสารประจำวัน

    นิโรธ : สุขใจได้ไม่ว่าจะได้โพสต์งานหรือไม่ก็ตาม ยินดีได้ในการวางดีครั้งนี้ ล้างความยึดมั่นที่จะได้ดังใจหมายด้วยการไม่ทะเลาะกับร่างกายและเตรื่องมือสื่อสารอยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขเกิดความแช่มชื่นลงมือถางหญ้าเก็บแตงกวาที่เริ่มแก่เก็บภาพกสิกรรมไร้สารพิษที่จะทำในวันต่อไปก็ได้อาการหูบวมดีขึ้นอย่างมหัศจรรย์ ยังได้แย่งปันแตงกวาแก่ผู้มาเยือน

    มรรค : ยินดีได้ในการวางดี มีความเบิกบานเดินมรรคด้วยความคิดว่าไม่แช่มชืนก็ผิดศีลแล้ว

    เกิดแรงบันดาลใจและกายพลังเต็มรับโทรถามทั้งวันกับการเปิดของร้านค้ากองบุญที่ยังคงทำการอยู่แต่ยกระดับไม่ให้เข้าพื้นที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์《ที่มีน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นข้าวน้ำสกัดเกลือถั่วได้อย่างสบาย) เว้นระยะห่างสวมหน้ ากากพูดคุยเท่าที่จำเป็นตามมาตรการที่อาจารย์หมอเขียวกำชับให้คุมเข้มล้อคดาวน์ทุกศูนย์ในช่วงโควิด-19แพร่ระบาดมากขึ้นเข่นนี้ ที่ยังเอื้อขายสิ่งจำเป็นปัจจัยสี่และป้องกันการติดเชื้ออย่างไม่ประมาท

    เย็นน้อมพุทธ
    640413

  42. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    ขอบคุณที่ได้บำเพ็ญแชร์สกรีนบททบทวนธรรม

    ช่วงค่ำของการเข้าร่วมรายการทบทวนนำชีวิตจิตผาสุก ได้รับโอกาสบำเพ็ญแชร์ภาพหน้าจอผ่านระบบซูมที่ไม่เคยทำมาก่อน และเพิงได้เรียนรู้เป็นครั้งแรก

    ทุกข์ : กังวลใจว่าจะทำการแชร์สกรีนได้ไม่ดี

    สมุทัย : สุขใจถ้าการแชร์สกรีนไร้อุปสรรคผ่านพ้นไปด้วยดี ทุกข์ใจถ้าเกิดข้อผิดพลาดจากตัวเรา

    นิโรธ : ไม่ทุกข์ใจไม่ว่าการได้ร่วมบำเพ็ญจะมีผลอบ่างไรวางความยึดมั่นถือมั่นที่ต้องสำเร็จสมบูรณ์แบบ ยินดีรับกับทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะมีปัญหาใดๆ จึงมีความตื่นเต็มได้อ่านบททบทวนธรรมในทุกข้อและซ้ำย้ำทวนบางข้อที่มีความผิดพลาดบางประการอย่างไม่เบื่อไม่ง่วงเหมือนทุกที่สัปหงกเหนี่ยวนำให้เพื่อนเป็นตาม ได้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน

    มรรค : พิจารณาความไม่เที่ยงของไตรลักษณ์และวิปลาส4 ในความสมบูรณ์แบบไม่มีจริง ความเร็จของงานไม่ใช่ความสำเร็จของงาน ความเร็จของงานคือความสำเร็จของใจ ใจที่วางความยึดดีให้ได้ดังใจหมายได้อย่างยินดี จึงมีฉันทะทำการเลื่อนตัวหนังสือให้หมู่กลุ่มได้อ่านจบจบผ่านอุปสรรคต่างๆได้อย่างสุขใจ

    ขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ให้ได้ล้างกิเลสความได้ดังใจหมายในทุกขณะปัจจุบันได้อย่างถูกศีลเมื่อมีสติควบคุมกรรม3ให้เป็นแบบพุทธะ

    เย็นน้อมพุทธ
    640414

  43. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    กังวลใจที่โน้ตบุ๊คพิมพ์งานไม่ได้

    แม้เป็นช่วงปิดเทอมไม่ต้องทำการบ้านส่งเว้นขาดจากการพิมพ์งานมาหลายวันแต่พอตั้งใจทำการบ้านการเขียนบทความเชิงวิชาการโปรแกรมwordกลับไม่ทำงาน

    ทุกข์ : ไม่สามารถพิมพ์งานได้ดั่งใจหมาย

    สมุทัย : สุขใจถ้าได้พิมพ์งาน ทุกข์ใจที่ไม่ได้พิมพ์งานขณะที่มีแรงบันดาลใจ

    นิโรธ : สุขใจแม้จะได้พิมพ์หรือไม่ได้พิมพ์งานเมื่อโอกาสไม่อำนวยเครื่องมือไม่พร้อมแสดงว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะทำสิ่งนี้ วางใจประสานน้องที่ช่วยบำเพ็ญดูแลโน้ทบุ้คไปต่างจังหวัดจะมาช่วยอีกไม่กี่วัน ยินดีกับการรอคอย หาข้อมูลและจดบันทีกด้วยมือแทนการพิมพ์

    มรรค : พิจารณาไตรลักษณ์ ความไม่เที่ยงของวัตถุย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดาวางความยึดมั่นถือมั่นแม้ในดีให้ได้ ไม่ตามใจตัวเอง สุขใจไร้กังวลด้วยความยินดีไม่ประพฤติตนเป็นขโมยรับแต่สิ่งที่เขาให้ วิบากร้ายจัดให้ เมื่อฟ้าเปิดคงได้บำเพ็ญความดีนี้

    การไม่ตามใจตัวเองกำจัดอารมณ์ชอบชังที่ผุดขึ้นในทุกขณะจิตไม่ปล่อยให้กิเลสลอยนวลกำกับความคิดเป็นสัมมาแบบพุทธะก็จะไม่สั่งสมความคิดแบบกิเลสมารได้ดังใจที่รอวันระเบิดในวันไม่ได้ดังใจหมาย พร้อมรับพร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนไปตามความเป็นจริงยินดีเก็บประโยชน์ได้กับทุกสถานการณ์

    เย็นน้อมพุทธ
    640415

  44. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    ความโลภอยากเก็บแตงโมไร้สารพิษไว้กินเอง

    ได้รับแบ่งปันแตงโมไร้สารพิษจากกลุ่มกสิกรเริงนกทา ที่ช่วยชุบชีวิตเพราะตั้งตบะไม่กินผลไม้ที่มีสารพิษโดยเฉพาะแตงโมกินแบบมีสารพิษจะไม่สบายทันทีจนเข็ดหลาบ ไม่กล้าแตะ จึงถนอมแบ่งส่วนทีละน้อยเก็บส่วนใหญ่เข้าตู้เย็น นำมาเป็นส่วนหนึ่งในน้ำผักผลไม้ปั่นแยกเนื้อไว้ปั่นสดแยกเลือกไว้ต้มแยกเมล็ดไว้ปลูกเพื่อให้มีไว้บริโภคนานเท่าที่จะเป็นไปได้

    ทุกข์ : หงุดหงิดใจที่เห็นผู้อื่นไม่ได้ถนอมการกินแตงโมไร้สารพิษกินทีละลูกและทิ้งเปลือก

    สมุทัย : สุขใจถ้าผู้อื่นจะกินให้น้อยลงและไม่ทิ้งเปลือกแตงโม ทุกข์ใจที่ผู้อื่นเห็นไม่เห็นคุณค่าของแตงโมไร้สารพิษบริโภคไปเรื่อยให้หมดไป

    นิโรธ : สุขใจได้แม้ว่าผู้อื่นจะกินแตงโมด้วยวิธีใดตามวิธีของท่านตัดความโลภที่อยากมีแดงโมไร้สารพิษไว้กินนานๆดีแล้วท่านกินไปก่อนที่จะเน่าวางใจว่ากุศลเรามีเพียงเท่านี้ได้กินเท่านี้ก็ดีมากแล้ว

    มรรค : พิจารณาความไม่เที่ยงว่าถ้าเก็บแตงโมนานเกินไปก็จะเน่าเสียดีแล้วที่ท่านได้กินแตงโมไร้สารพิษดีกว่าที่ท่านจะต้องไปซื้อแบบมีสารพิษมาทานเป็นประจำ ตัดความอยากตามใจตัวเองที่จะให้ผู้อื่นมากินแบบเราเพือสนองความโลภอยากเก็บไว้กินให้นานที่สุด รู้ตัวว่าผิดศีลไม่แช่มชื่นทุกครั้งที่เห็นการกินแตงโมของผู้อื่นจนเหลือ2ลูกสุดท้ายจึงไม่ละเมิดผิดศีลอีกต่อไป เมื่อตากระทบปรับความคิดให้เป็นแบบพุทธะว่ากุศลเรามีเท่านี้ไม่ประพฤติตนเป็นขโมยรับแต่ของที่เขาให้ เมื่อท่านจะกินให้หมดไปก็ไม่ทัดทานร้องขอเหมือนที่เคยทำประจำ ความโลภหมด ไป ยังมีผักไร้สารพิษไว้กินเต็มสวนเป็นการลดปริมาณน้ำตาลจะได้สุขภาพแข็งแรง

    สุขใจไร้กังวลได้เมื่อตัดความอยากยึดมั่นถือมั่นของตนเองไม่ผิดศีลที่จะออกมาทางกายวาจาใจในแต่ละวัน

    เย็นน้อมพุทธ
    640411

  45. นวลนภา ยุคันตพรพงษ์

    ขัดใจต้วเองด้วยการไม่ต้องโพสต์สื่อโซเชียลทุกวัน

    คิดเอาเองว่าการสื่อสารออกไปในเรื่องดี เผยแพร่ออกไปได้ทุกวันเป็นแรงเหนี่ยวนำที่ดี

    ทุกข์ : ใช้เครื่องมือสื่อสารมากเกินจนกายเจ็บป่วย

    สมุทัย : สุขใจถ้าได้ทำหน้าที่ทุกวันไม่มีวันหยุด ทุกข์ใจถ้าไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง

    นิโรธ : สุขใจไม่ว่าจะได้ทำโพสต์สื่อสารออกไปไม่ได้ทุกวันตามเหตุและปัจจัยเนื่องจากมีสิงมาเตือนตั้งแต่มือถือไม่ทำงาน ดับตัวเองเกิดอาการไม่สบายหูบวม จีงไม่ทะเละกับร่างกายและวัตถุ หยุดการ โพสต์งานจนกว่ามีอาการดีขึ้น หยุดเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้ดังใจหมายความยึดมั่นถือมั่นที่ต้องเผยแพร่ออกไปทางสื่อทุกวันไม่มีวันหยุด เข้าใจคำว่า” โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ”

    มรรค ; ดับทุกข์ที่ตนเองด้วยการหยุดตามใจตัวเองเข้าใจกฏของไตรลักษณ์ความไม่เที่ยงของเครื่องมือสื่อสารและความเจ็บป่วยของตน และปกิจสมุปบาทการเกิดดับต่างๆที่มาจากการกระทำของตนเองทั้งนั้น รวมทั้งวิปลาส4 เห็นดีงามกับความเพลิดเพลินในอารมณ์ของการออกสื่อ จนร่างกายเจ็บป่วยและเครื่องมือเสียหายจึงหยุดการโพสต์ทุกวันจะทำตามเหตและปัจจัยที่จำเป็นเท่านั้นเพราะแม้การตามใจตัวเองในสิ่งที่ดีก็ผิดศีลถ้าฝีดฝืนเกินทรมาณเกิน

    การบำเพ็ญมากเกินก็เป็นโมหะหลงยึดดิดว่าดีอยากได้ดังใจหมายมากขึ้นจนติดเพลิดเพลินในอารมณ์ก่อเป็นกองกิเลสไม่รู้ตัว ขอบคุณครูบาอาจารย์และหมู่มิตรดีสหายดีที่ช่วยให้สัมมาทิฐิขัดเกลากิเลสรักษาศีลยิ่งชีพควบคุมกายวาจาใจให้สุจริตในทุกวันที่ควรทำเป็นประจำมิให้ขาด

    เย็นน้อมพุทธ
    640412

  46. น.ส จาริยา จันทร์ภักดี

    ส่งการบ้านอริยสัจ4
    นส.จาริยา จันทร์ภักดี
    รหัส นศ.6012007003
    เป็นจิตอาสาพวธ.สังกัดสวนป่านาบุญ2อ.ชะอวด จ. นครฯ
    เรื่อง. เสียดาย
    เหตุการณ์.วันอังคารที่ผ่านมาได้เคลียร์ไม้เก่า เอามาทำประโยชน์นำมาซ่อมโต๊ะ ให้แม่ทำถึงเวลา2ทุ่มกว่าเลยตัดรอบไป ไม่ได้เข้ารับฟังทบทวนธรรม
    ทุกข์ : รู้สสึกเสียดายที่เข้าห้องทบทวนธรรมไม่ทันเวลา
    สมุทัย: ชอบถ้าเข้าห้องทบทวนธรรมทันเวลาจะสุขใจ ชังที่เข้าห้องทบทวนธรรมไม่ทัน
    นิโรธ : จะเข้าห้องทบทวนธรรมทันเวลาหรือไม่ก็ไม่เป็นอะไร
    มรรค : เราซ่อมโต๊ะให้แม่ ได้วางของได้สะดวก ก็ได้บำเพ็ญเช่นกันได้ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน แล้วเราจะไปเสียดายอะไรล่ะ
    เลยได้พิจรณาบททบทวนธรรมข้อ136″ชีวิตที่ลงตัวคือ ชีวิตมีแต่ความเสื่อม ชีวิตที่ไม่ลงตัวคือชีวิตที่มีแต่ความเจริญ กิเลสตัวเสียดายก็สลายไป ได้ความยินดี เบิกบานแจ่มใสค่ะ

  47. จิรานันท์ จำปานวน

    เรื่อง : ผักหวานป่า

    เหตุการณ์ : เพื่อนมารับไปชมสวนผักหวานป่า เราก็ไปได้รับความรู้ และเคล็ดลับในการดูแลผักหวานป่ามากมาย เมื่อมองไปเห็นต้นผักหวานป่าของเจ้าของสวนช่างเจริญเติบโตดีจังเลย แต่ย้อนกลับมาดูต้นผักหวานป่าที่ตนเองปลูกต้นเล็ก ต้นพี่เลี้ยงก็ไม่โต แล้วมารก็เข้ามาบงการทันทีเลย

    ทุกข์ : ใจยึดเร่งผลอยากให้ผักหวานป่าเจริญเติบโตเร็ว

    สมุทัย : ชอบถ้าผักหวานป่าเจริญเติบโตเร็ว ชังถ้าผักหวานป่าเจริญเติบโตช้า

    นิโรธ : ผักหวานป่าจะเจริญเติบโตเร็ว หรือช้า ก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค : เมื่อคิดแบบมาร ใจก็ยึดเร่งผล กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข ร่างกายก็มึนหัว ยิ่งคิดยิ่งตื้อๆ ด้านเหตุการณ์หาวิธีการเพิ่มเติมในอินเทอร์เน็ตว่าเขาทำกันอย่างไร ใช้ต้นอะไรเป็นพี่เลี้ยง แล้วต้นอะไรที่มันเหมาะกับดินที่เราปลูก ยิ่งหาก็ยิ่งงงล่ะ โอ๊ยๆๆ ไปคุยกันก่อนมาร แบบนี้ไม่ใช่พุทธะแล้ว

    มาร : โอ้โห…ทำไมผักหวานป่าที่สวนนี้เจริญเติบโตดีจังเลย ดูที่เราปลูกไว้สิต้นเล็กๆ พี่เลี้ยงก็ไม่โตด้วย อยากได้ๆ อยากให้ที่สวนเราโตเร็วแบบนี้จังเลย

    เรา : ฮั่นแน่ ความอยากได้ แล้วยึด แล้วเร่งผล ว่าต้องได้แบบนี้ ถ้าได้สมใจจะสุขใจ ถ้าไม่ได้สมใจก็ทุกข์ใจ นี่กำลังมีเงื่อนไขให้ใจเป็นทุกข์นะนี่

    มาร : ทุกข์ที่ไหน แค่อยากดูแลให้ต้นผักหวานป่าเจริญเติบโตเร็วที่สุดก็เท่านั้น

    เรา : อ้าว..ยังไม่รู้ตัวอีก ว่าคิดแบบเธอน่ะทุกข์

    มาร : แล้วมันทุกข์ยังไงเล่า

    เรา : ดูสินี่ ถ้าไม่ทุกข์ ทำไมต้องมึนหัว ยิ่งคิดยิ่งตื้อ คิดไม่ออก แสดงว่ากิลมถะแล้ว ไม่ใช่เวลาแล้ว ดูสภาพสินี่กระวนกระวาย หาวิธีการนั้นนี้ในอินเทอร์เน็ต ยิ่งหายิ่งงงไม่เห็นหรือไง

    มาร : อันนี้เขาก็เรียกว่าทุกข์อริยสัจเหรอ

    เรา : ใช่แล้วจ้า เราไม่ต้องอยาก ไม่ต้องยึด ไม่ต้องเร่งผล เมื่อเราได้ดูแลต้นผักหวานป่า ให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามวิบากกรรมว่าเขาจะให้เราอาศัยอะไร จะได้อาศัยก็ไม่ทุกข์ จะไม่ได้อาศัยก็ไม่ทุกข์

    สรุป พอพิจารณาแบบนี้ใจก็คลายขึ้น อาการมึนหัว หัวตื้อก็หายไป เหลือแต่ความเบาโล่งของกายและใจ ที่จะลงมือทำกสิกรรมอย่างไม่ทุกข์ จากนั้นก็เห็นเฟสช่างดำเด้งขึ้นมา ให้ความรู้ปลูกต้นแดงเป็นพี่เลี้ยงให้ผักหวานป่า เราก็ทำตามรู้สึกว่าวิธีนี้มันคลิกเลยมันใช่เลย จากเหตุการณ์นี้ได้เห็นตัวเองว่า ไม่ว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรก็จะยึดกับสิ่งนั้นตลอด ตรงกับ บทธ ข้อ 83 ความยึดมั่นถือมั่น จะทำให้เกิดความพร่อง ความพลาด ความทุกข์ สาธุค่ะ

  48. เสาวรี หวังประเสริฐ

    เรื่อง การใช้ของที่ผลิตด้วยตัวเอง
    ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิดจึงมีเวลาอยู่บ้านงดการเดินทาง ก็มีการทำกิจกรรมเผาถ่านไม้ไผ่เพื่อเก็บไว้ใช้แต่กิเลสก็มาสร้างความกังวลหวั่นไหวว่าเราทำจะใช้ได้ดีจริงหรือวิธีที่เราทำถูกต้องแล้วหรือเพราะปกติที่ผ่านมาใช้ถ่านที่ซื้อจากสวนป่านาบุญ1
    ทุกข์ : กลัวกังวลว่าของที่ทำใช้เองจะไม่ได้ผล อยากให้ของที่ทำเองใช้ได้ผล สมุทัย: ชอบของที่ผลิตเองใช้ได้ผลชังถ้าของที่ผลิตเองใช้ไม่ได้ผล
    นิโรธ : สภาพดับทุกข์ใช้ผงถ่านที่เราผลิตเองด้วยใจที่เบิกบานไร้ทุกข์ไร้ความกังวล
    มรรค:วิธีปฏิบัติพิจารณาถึงประโยชน์ของผงถ่านที่จะใช้ก็มีประโยชน์มากกว่าโทษและทดลองนำมาใช้ด้วยใจที่ไร้ทุกข์ตรวจสอบขั้นตอนการเผาถ่านที่ใช้เตาเผาแบบไร้ควันคาวมร้อนสูงเป็นระบบปิดแล้วนำมาบดด้วยเครื่องบดไฟฟ้า ซึ่งดูกระบวนการก็น่าจะปลอดภัย สังเกตุผลหลังจากนำมาผสมน้ำดื่มก็ทำให้มีกำลังเหมือนที่เคยใช้ของที่ผลิตจากสวนป่านาบุญ1ก็ไม่แตกต่างกัน และใช้บททบทวนทำที่ว่า ทำดีเต็มที่เหนื่อยเต็มที่สุขเต็มที่ไม่มีอะไรคาใจไม่เอาอะไรคือสุดยอดแห่งความอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส สาธุ

  49. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง ย้ายรังต่อ
    เหตุการณ์ : ตัวต่อมาทำรังที่หลอดไฟในบ้านมีขนาดเท่าเหรียญห้าบาทและมีแนวโน้มจะโตขึ้นเรื่อยๆจึงตัดสินใจย้ายออก ปรากฏว่ามีตัวอ่อนอยู่ด้วย

    ทุกข์ : ไม่สบายใจ ที่เห็นต่อตัวอ่อนๆอยู่ในรัง

    สมุทัย : ชอบถ้าย้ายรังต่อโดยไม่มีตัวอ่อนในรัง ชังที่ย้ายรังต่อแล้วมีตัวอ่อนในรัง เพราะไปพรากลูกจากแม่

    นิโรธ : จะทำผิดศีล หรือไม่ ก็ไม่ชอบ ไม่ชัง ใจไร้ทุกข์

    มรรค : รู้สึกผิด ที่เห็นตัวอ่อนในรัง เราพรากมันมาจากแม่เป็นการขโมย และมันต้องตายจึงสำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว ที่ตัดสินใจย้ายรังต่อออกเพราะเคยมีตัวต่อมาทำรังในบ้านแบบนี้ เราปล่อยไว้จนรังโตและมีตัวโตเต็มรัง สุดท้ายเราโดนต่อยบาดเจ็บ ครั้งนี้จึงว่าไม่ประมาทดีกว่า พร้อมทั้งไม่ทำทุกข์ทับถมตัวเอง รีบแก้ไขด้วยความยินดีและเต็มใจรับโทษ ตั้งจิตใหม่ โดยการตั้งศีล ทำความดี ต่อตนเอง คนอื่น สัตว์อื่น และทำจิตใจให้เบิกบาน ผ่องใส พร้อมทั้งปรับใจด้วยบททบทวนธรรมข้อที่ 95 ว่า”การไม่ยอมรับผิด ไม่สารภาพผิด จะเพิ่มฤทธิ์วิบากร้าย แต่การยอมรับผิด การสารภาพผิด จะลดฤทธิ์วิบากร้าย และเพิ่มฤทธิ์วิบากดี” เมื่อพิจารณาและเข้าใจได้ตามบททบทวนธรรมรู้ตัวว่าผิดศีล รีบสำนึกผิด สารภาพผิดจะได้ลดวิบากร้ายเพิ่มวิบากดี
    สุดท้ายความไม่สบายใจหายไป ใจกลับมาเบิกบาน ผ่องใส ไร้ทุกข์ ดังเดิม

  50. จิตรา พรหมโคตร

    ห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษสัปดาห์นี้ ก็ได้พากเพียรฝึกพูดภาษาอังกฤษหลายครั้งในแต่ละวันอย่างเต็มที่ แต่ก็จำไม่ได้ รู้สึกไม่สบายใจ กลัวกังวลว่าจะพูดไม่ได้ เมื่อถึงวันที่ต้องพูดหน้าชั้นเรียน

    ทุกข์ใจ : กลัวกังวลว่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

    สมุทัย : อยากพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ชอบ ถ้าพูดได้จะสุขใจ ชังถ้าพูดไม่ได้จะทุกข์ใจ

    นิโรธ : จะพูดได้หรือไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : พิจารณาเรื่องกรรมว่าเราจะพูดได้หรือไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ใจเพียงแค่เราเข้าร่วมเป็นมวลพลังหมู่ เท่านี้ก็ดีมากแล้ว มันยังไม่ถึงเวลาของเราถึงแม้พูดได้แล้วยังไง ทุกอย่างก็ดับไปไม่มีอะไรเป็นของใครทั้งสิ้น เราควรยินดีที่ได้อยู่กับหมู่กลุ่มที่ไม่หลุดไปเสียก่อน เมื่อคิดได้ก็ผ่อนคลายมีความสุขมีพลังที่จะสู้ต่อไปค่ะ

  51. จิรานันท์ จำปานวน

    เรื่อง : เปิดไฟ

    เหตุการณ์ : เวลาค่ำน้องจะมา แล้วบอกเราว่า “เปิดไฟ ให้หน่อย” พอได้ยินประโยคนี้ปุ๊บไฟมารก็ออกมาแจมด้วยในเวลาที่เปิดไฟ

    ทุกข์ : หงุดหงิดใจที่ต้องเปิดไฟให้น้องทุกวัน

    สมุทัย : ชอบที่ไม่ต้องเปิดไฟให้น้องทุกวัน ชังที่ต้องเปิดไฟให้น้องทุกวัน

    นิโรธ : จะต้องเปิดไฟให้น้องทุกวัน ก็ไม่ชอบไม่ชัง สบายใจได้

    มรรค : พอมีมารมาเปิดไฟด้วย ก็มีใจที่หงุดหงิด กายมีอาการหัวตื้อนิดๆ ด้านเหตุการณ์ โอ้โห…ทั้งพ่อทั้งแม่ต่างคนต่างก็มาบอกให้เรา “เปิดไฟให้หน่อย” ทยอยมา ไม่มาพร้อมกัน เอาล่ะ…แสดงว่าคิดผิดแล้ว มาตรวจใจกัน

    มาร : ไอ๊หยา! มาอีกแล้ว น้องมาเรียกบอกให้เปิดไฟห้องน้ำอีกแล้ว ทำไมต้องมาเวลานี้ด้วย

    เรา : เอาแล้ว..มารเอ๋ย จะมาตอนไหนก็เรื่องของน้องสิ เธอจะเดือดร้อนอะไรฮะ

    มาร : ก็เดือดร้อนน่ะสิ ไม่เห็นรึ ว่ากำลัง คุยไลน์กับพี่น้องอยู่ ก็แล้วทำไมไม่ถือไฟฉายตัวเองมา มารบกวนคนอื่นอยู่ได้

    เรา : ช้าก่อนมาร เธอนี่ผิดทางไปเรื่อยเลย ปฏิบัติธรรมประสาอะไรเนี่ย ผัสสะอยู่ตรงหน้าแท้ๆ ไม่ยอมจัดการกับมาร ไม่ยอมรับ
    รางวัล โง่ไปเรื่อยเลยนะ แถมไปโทษคนอื่นอีกว่าไม่รู้จักเอาไฟฉายมาด้วย ใครกันแน่ที่ไม่รู้จักเอาไฟฉายมาด้วย เธอต่างหากล่ะ ไม่เอาไฟฉายปัญญามารับรางวัลนี้ รับซะจะได้หายโง่ หายทุกข์

    มาร : เป็นอย่างนั้นรึ ที่หงุดหงิดมาทั้งหมด คือ ฉันโง่เอง

    เรา : ใช่แล้วมาร การเปิด-ปิดไฟก็เป็นการได้ตอบแทนผู้มีพระคุณเรานะเนี่ย ได้แบ่งปันแรงกายด้วย คุ้มชะมัดเลยนะ มีแต่ดีกับดี

    สรุป พอมารเปลี่ยนมาเป็นพุทธะ ยินดีรับรางวัล ยินดีลุกขึ้นไปเปิด-ปิดไฟ ใจที่หงุดหงิด หัวตื้อนิดๆ ก็หายไป เบากายเบาใจขึ้นมา วันถัดมาน้องก็บอกว่าเปิดประตูไว้ก็ได้เดี๋ยวจะเปิด-ปิดไฟเอง พ่อกับแม่ก็พากันเตรียมไฟฉายตัวเองมาด้วย ตรงกับ บทธ ข้อ 37 ปัญหาทั้งหมดในโลก เกิดจาก คน…โง่…กว่ากิเลส สาธุค่ะ

  52. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง ปวดข้อมือ ข้อเท้าไม่หาย

    เหตุการณ์ ผลจากการเป็นรูมาตอยด์จากที่ปวดมากช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ปวดทั้งตัวปวดมากตรงข้อ เวลานอนลุกนั่งไม่ได้ นั่งลุกยืนไม่ได้ แปรงฟัน เขียนหนังสือไม่ได้ สวมใส่เสื้อผ้าไม่ได้อาการอื่นๆอีกมากเมื่อ 5ปีก่อน อาการดีขึ้นมาเป็นลำดับ ตอนนี้อาการดีขึ้นมากมายแล้วโดยไม่ต้องพึ่งยา รักษาด้วยแพทย์วิธีธรรมยา9เม็ดโดยเฉพาะเม็ดเลิศที่ 8 9 ร่วมกับเม็ดหลัก 6 7 และใช้เม็ดเสริมร่วมด้วยบ้าง อาการหายไปเกือบหมดแต่ยังปวดที่ข้อมือขวาและข้อเท้าขวาที่ไม่ยอมหาย ใจบางช่วงยังอยากให้มันไม่ปวดหรือปวดน้อยลง หรือหายไป

    ทุกข์ ขุ่นใจปวดข้อมือ ข้อเท้าไม่หาย

    สมุทัย ชอบถ้าไม่มีอาการปวด ชังถ้าอาการปวด

    นิโรธ จะมีอาการปวดหรือไม่มีอาการปวดก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค ตั้งศีลมาพิจารณากฏไตรลักษณ์ พิจารณาโทษของความยึดมั่นถือมั่นได้เห็นถึงความขุ่นใจที่อาการปวดมันไม่หมด แถมบางครั้งมีอาการมากขึ้นด้วย มีการปวดตึงต้นคอและปวดหัวตื้อๆร่วมด้วย ไม่ใช่แล้วคิดผิดทางไม่ใช่พุทธะแล้ว ดูวิธีคิดกันค่ะ
    มาร :ปวดอะไรหนักหนาเนี่ย กวนอยู่ได้เมื่อไหร่จะหายเสียที ดูแลแบบนี้มาตั้ง 5ปีแล้ว
    เรา :ไอ้เจ้ามาร ไอ้เจ้าตัวร้าย ไอ้ตัวโง่ก็แกกินไก่มากี่พัน กี่หมื่น กี่แสนตัวละ ใช้วิบากไก่หมดก็ยังมีหมู กุ้ง หอย ปู ปลา และอื่นไปอีกละ ทุกตัวมันตายเลยนะ แกแค่เจ็บปวดแค่นี้จะเป็นจะตาย จะให้หายภายใน 5ปี แล้วแกกินมากี่ปีละ
    มาร :ก็กินมาตั้งแต่เด็กจน 50ปีเอง ตอนหลังๆก็กินน้อยลงแล้วเนี่ย ยิ่งตอนนี้ไม่ได้กินแล้ว
    เรา :ใครบอกแค่ 50ปีเอง กินมาตั้ง 50ปี แกกินมาไม่รู้ตั้งกี่ภพกี่ชาติแล้ว แถมยังไปเหนี่ยวนำให้ผู้อื่นเป็นตามอีก เขาให้ปวดน้อยลงยังเดินได้ กินได้ นอนได้ ทำงานได้ก็โชคดีแล้ว ที่เขาไม่เอาถึงตาย กินมาเท่าไหร่ก็ต้องรับเท่านั้น ดีแล้วที่ปวดจะได้จำไว้และพากเพียรลดละเลิกกิเลส เพิ่มศีลขึ้นไป ทำสมดุลย์ร้อนเย็นไป ขยันเข้าหมู่มิตรดีไป ยินดีให้ได้จะปวดมากปวดน้อยก็ยินดีในทุกวันให้ได้ วันไหนวิบากหนักมาก็ปวดมาก วันไหนวิบากเบามาก็ปวดน้อย มาทุกครั้งก็หมดไปทุกครั้งน่ายินดีที่สุดเลยที่ได้ใช้วิบาก ทำดีที่สุดแล้ว ก็ยินดีให้ได้ในทุกเวลาอย่าไปให้ค่าให้ราคามัน อย่าไปเร่งผล จะหายจะไม่หายก็ได้ แกเป็นใครจะให้หายไปหมดไม่ยอมใช้วิบากแม้แต่พระพุทธเจ้า พ่อครู อาจารย์ยังต้องเจ็บต้องปวด ต้องไม่สบายอยู่เลย
    มาร :ก็ใช่นะ อาการดีขึ้นมากมายแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก ยอมๆตอนนี้ดีที่สุดแล้วละ
    ใช้บททบทวนธรรมข้อ 22 ถ้าใครมีปัญญาหรือความเจ็บป่วยในชีวิตให้ทำความดี 4อย่างนี้ด้วยความยินดี จริงใจ จะช่วยให้ปัญหาหรือความเจ็บป่วย ลดลงได้เร็ว
    1) สำนึกผิด หรือยอมรับผิด
    2) ขอรับโทษ เต็มใจรับโทษหรือขออโหสิกรรม
    3) ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น
    4) ตั้งจิตทำความดีให้มากๆคือลดกิเลสให้มากๆ เกื้อกูลผองชนและหมู่สัตว์ให้มากๆ

    สรุป หลังจากได้พิจารณาและได้ปัญญาจากหมู่กลุ่ม อาการปวดลดลง แถมที่ปวดต้นคอ และหัวตื้อก็หายไปด้วย มีแต่ความยินดี พอใจ ไร้กังวล..สาธุ

  53. นางสาวนาลี วิไลสัก

    เรื่อง : เทศกาลสงกรานต์ท่ามกลางโควิด

    เหตุการณ์ : ใกล้จะถึงช่วงสงกรานต์ ก็ทราบข่าวว่ามีชาวต่างชาติที่ติดโควิดลักลอบเข้ามาประเทศเรา และประชากรในประเทศ ก็พากันเล่นสงกรานต์ อย่างสนุกสนาน โดยไม่ระมัดระวังป้องกันอะไรเลย

    ทุกข์ : ทุกข์ทางกาย หนักหัวแน่นหน้าอก ทุกข์ทางใจ กลัวกังวลว่า ชาวต่างชาติที่ติดโควิดที่ลักลอบเข้ามาในประเทศเรา จะเอาเชื้อมาแพร่ให้คนในประเทศเราในช่วงสงกรานต์

    สมุทัย : ไม่อยากให้มีการฉลองเทศกาลสงกรานต์ ชอบถ้าเขาไม่จัดเทศกาลสงกรานต์ และไม่มีใครติดโควิด ชังที่มีการจัดเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงโควิดระบาดอยู่

    นิโรธ : จะมีการจัดฉลองเทศกาลสงกรานต์ ที่อาจจะเป็นต้นเหตุของการแพร่เชื้อโควิด หรือไม่ เราก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : หันมาตรวจใจดู พอเราคิดแบบมาร ก็ป่วยฉับพลัน หนักหัวมากและแน่นหน้าอกด้วย ทั้งที่จริงเรื่องราวก็ยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่เราไปกังวลล่วงหน้าเอาเอง ว่ารัฐบาลทำไมไม่มีมาตราการล็อคดาวน์ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งๆ ที่มีตัวเลข การติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นทุกวัน ถ้าโควิดระบาดแรง ในประเทศเราหรือมีผู้ติดเชื้อเยอะ รับรองว่า เอาไม่อยู่แน่ๆ เพราะไม่มีโรงพยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์รับรองผู้ป่วยต่อเหตุการณ์นี้

    แต่เราลืมไปว่า ทุกชีวิตมีกรรมเป็นของ ๆ ตน เราต้องเชื่อและชัดเรื่องกรรม ว่าโควิดเป็นมาตาลี มาเตือนให้ชาวโลกรับรู้ว่าตอนนี้ใกล้กลียุคแล้ว วิบากของโลกหนักมาก มันถึงเวลาที่ทุกคนต้องหยุดการกระทำชั่วได้แล้ว เพราะมันเห็นได้ชัดว่า พื้นที่ไหนหรือประเทศไหน เสพกิเลสมากทำชั่วมาก ๆ โควิดจะไประบาดประเทศนั้นหนักมาก ในเมื่อเราแก้เหตุการณ์ไม่ได้ เราต้องแก้อาการทุกข์ใจของเราก่อน และเราก็ไม่ประมาท ป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนสถานการณ์โควิด จะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายร่วม ของประเทศและกลุ่มคนเหล่านั้นที่จะต้องได้รับ เพราะทุกอย่างยุติธรรมเสมอ ทุกคนจะได้รับทั้งดีและร้ายเท่าที่ตนเองได้ทำมานั่นแหละ

    ทุกวินาทีวิบากดีร้าย จะสังเคราะห์กัน บวกลบคูณหารจะส่งผลให้แต่ละกลุ่มคนหรือ พื้นที่ใดๆ จะได้รับสิ่งใดตามกุศลและอกุศล ของใครก็ของใคร ถึงแม้จะมีใครติดโควิดกับเหตุการณ์นี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราต้องเข้าใจโลกและเข้าใจตัวเอง ตรงกับ บททบทวนธรรม ข้อ ๘๙ ในโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้ ไม่มีอะไรที่เรากำหนดได้ นอกจากใจที่ไม่ทุกข์ของเราเท่านั้น ที่เรากำหนดได้

    สรุป พอเราวางใจได้ อาการแน่นหน้าอกก็หายใจก็สบายขึ้นอาการหนักหัวก็เบาลง สาธุค่ะ

  54. นางสาวศิริรักษ์ พรมเล็ก

    15  เมษายน 2564
    ชื่อ นางสาวศิริรักษ์  พรมเล็ก
    ชื่อเล่น  ป้าแต๋ว
    ชื่อทางธรรม  เกษตรศิลป์
    จิตอาสาสวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง   อยากให้หลานทำอย่างที่ใจเราต้องการ

            ได้ขอความช่วยเหลือหลาน  ให้ไปช่วยบรรทุกรถมอเตอร์ไซค์ที่คนยืมไปใช้ แล้วเกือบไม่ได้คืน หลานรับปากว่าจะไปให้  แต่พอถึงเวลาจริง  ๆ รอเป็นชั่วโมงกว่า หลานก็ยังไม่มา สงสัยจึงตามไปดูที่บ้าน  หลานกลับบอกว่า  ‘ทำไมไม่ให้คนที่ยืมไป เอามาคืนเอง”  ได้ยินดังนั้น ความรู้สึกบอกว่า ทำไมถึงพูดอย่างนี้ ทำไมไม่บอกเราตรง ๆ เสียแต่ตอนแรกว่าไปไม่ได้ ทำให้เราต้องรอ

    ทุกข์    อยากให้หลานทำอย่างที่ใจเราคิด ใจเราต้องการ

    สมุทัย    สุขใจ ถ้าหลานทำอย่างที่ใจเราคิด ที่ใจเราต้องการ ทุกข์ใจ หลานไม่ทำอย่างที่ใจเราต้องการ

    นิโรธ    หลานจะทำ หรือไม่ทำ อย่างที่ใจเราต้องการ  ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค   พอได้รับคำตอบจากหลานว่า  “ทำไมไม่ให้คนที่ยืมไป เอากลับมาคืนเอง”  มารก็ปรากฏตัวทันที  จึงได้คุยกับมาร…

    มาร  :  ทำไมพูดอย่างนี้  ปล่อยให้เรารออยู่เป็นชั่วโมง แล้วไม่ยอมบอกว่าไปไม่ได้

    เรา  :  หลานบอกว่าไปไม่ได้   ก็ไปขอความช่วยเหลือคนอื่นก็ได้

    มาร  :  ยังรู้สึกคาใจ ในการ   กระทำของหลาน

         เมื่อเห็นว่ามารยังมีความทุกข์จากการกระทำของหลาน จึงได้ตามไปค้นหาเหตุแห่งทุกข์นั้น  จึงรู้ว่าที่ทุกข์เพราะไปยึดว่า หลานเป็นของ ๆ เรา เขาก็ต้องทำให้เราได้ตามที่ใจเราต้องการ    เราไปใช้อำนาจของความเป็นอา ให้เขาทำตามใจเรา  ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่        ชีวิตของเขา เขาก็ต้องการความเป็นอิสระ แต่เราไปยัดเยียด และก้าวก่ายชีวิตของเขาเอง  

          เมื่อพิจารณาและเห็นความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่  ของ ๆ  เรา เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเหมือนละครมายา ที่มาลวง ให้เราติดกับดัก   แล้วให้เราเห็นว่า การยึดเป็นอย่างนี้นี่เอง   เมื่อเราเห็น เราจึงมีปัญญา  จนวางความยึดได้ เมื่อวางความยึดได้  ใจจึงโล่ง  เพราะหมดความสงสัยทุกอย่างในเหตุการณ์ครั้งนี้

    บททบทวนธรรมข้อที่ 142  “ยึดที่ไม่ผิด”  คือ “ยึดความไม่ยึดมั่นถือมั่น”

  55. สาวิตรี มโนวรณ์

    14  เมษายน 2564
    ชื่อ นางสาวิตรี  มโนวรณ์
    ผู้คบคุ้นสวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง  ทุกข์เพราะผิดศีล

        พี่สะใภ้ซึ่งอยู่กันคนละอำเภอ โทรมาให้ช่วยซื้อสินค้าของแพทย์วิถีธรรมไว้ให้ จะมารับของเมื่อไหร่ ค่อยส่งข่าวอีกที  แล้วก็ไลน์มากำชับ เป็นระยะ  ๆ ว่าอย่าลืม  แต่เราก็ยังไม่ได้ไปจัดการให้เพราะคิดว่าอีกหลายวัน  จนวันนี้ก่อนเที่ยง พี่สะใภ้ก็โทรมา ว่าจะเข้ามาที่บ้านของเรา ช่วง 4โมงเย็น และถามย้ำว่า  “ซื้อของที่สั่งไว้ให้รึยัง  ซื้อรึยัง” มารมันทายใจพี่สะใภ้ทันทีว่า  ถ้าบอกว่ายังไม่ซื้อ ก็คงจะมีอาการหรือคำพูดให้เราหงุดหงิดแน่  ถ้าพูดความจริงปัญหามาก ตอบไปเลยว่า    ” ซื้อแล้ว”

    ทุกข์    เดือดร้อนใจเพราะผิดศีล

    สมุทัย  สุขใจ  ถ้าไม่ทำผิดศีล
    ทุกข์ใจ  ทำผิดศีล

    นิโรธ    เมื่อได้พลาดทำผิดศีลไปแล้ว ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค  พอมารสั่งการว่า ให้ตอบพี่สะใภ้ไปเลย ว่า  “ซื้อแล้ว”

    เรา  :   เฮ้ย ตอบแบบนั้นโกหกนะ ผิดศีล 

    มาร  :   อย่าคิดมาก ตอบแบบนั้นแหละ จะได้จบ ๆ เดี๋ยวพอเขามา เราก็มีของให้เขาแล้ว เขาไม่สนใจเรื่องอื่นหรอก
          ตกลงก็เลยได้ทำผิดศีล โกหก สมใจมาร  หลังจากนั้น ก็ได้ออกไปซื้อของให้พี่สะใภ้ ยังไม่ทันได้กลับ  ที่บ้านก็โทรมา ว่าพี่สะใภ้รออยู่ที่บ้านแล้ว  มาก่อนเวลานัดไปเกือบ 2 ชั่วโมง

    มาร  :  อ้าว มาถึงซะแล้วเหรอ เรายังไม่ถึงบ้านเลย  (ช่วงกำลังเดินทางกลับ มันหงุดหงิดที่เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้)

    มาร :  เดี๋ยวพี่สะใภ้รู้ว่าเราโกหก เสียฟอร์ม อายตายเลย

    เรา  :  จะเป็นไรไป กล้าทำกล้ารับสิ  (แต่มารไม่สนใจฟังอีกแล้ว)
     
    หลังจากพี่สะใภ้กลับไปแล้ว
    มารยังไม่หายหงุดหงิด เรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่มันคิดไว้

    มาร  :  ไม่ได้ดั่งใจแบบนี้ หาอะไรกินดีกว่า

    เรา :  ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย กินแล้วทำให้อะไรดีขึ้น บอกหน่อยเถอะ แถมผิดศีลซ้ำเข้าไปอีก

    มาร :  กินก็ไม่ได้ เลยเดินเหมือนหนูติดจั่นอยู่ในบ้าน  หัวร้อนเหมือนมีไฟสุม ทุกข์จริงโว้ย  ทุกข์โว้ย

    เรา  :  ไม่เห็นอย่างที่เอ็งพูดไว้ตอนแรกเลยว่า   “อย่าคิดมาก” ” ตอบไปอย่างนั้น จะได้จบ ๆ”  เอาเข้าจริง เอ็งทั้งคิดมาก และเอ็งก็ไม่ยอมจบ
       
        ตอนกลางคืนได้นำเรื่องนี้ไปสารภาพต่อหมู่กลุ่ม คุรุได้ให้ปัญญาว่า เมื่อเรายอมเสียศีล เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น มันเป็นวิบากร้ายมหาศาล แค่วิบากร้าย ณ ปัจจุบัน เราก็เดือดใจ ร้อนกายได้ขนาดนี้  แต่วิบากร้ายในอนาคต ที่เราเป็นแรงเหนี่ยวนำให้คนทั้งโลกต้องโกหก มันจะรุมกระทืบเราให้จม  แต่เพราะเรามีสัญชาตญาณของคนตรง จึงละอายต่อการทำชั่ว และมาสารภาพผิดต่อหมู่ นี่คือวิธีแก้กลับ และนำทุกข์ครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนในการเสียบมาร
    (ตรงกับบททบทวนธรรมข้อที่  95  การไม่ยอมรับผิด ไม่สารภาพผิด จะเพิ่มฤทธิ์วิบากร้าย  แต่การยอมรับผิด  การสารภาพผิด จะลดฤทธิ์วิบากร้าย   และเพิ่มฤทธิ์วิบากดี     และบททบทวนธรรมข้อที่  67  สิ่งทึ่ดีที่สุดในโลก คือ คบและเคารพมิตรดี ไม่โทษใคร ใจไร้ทุกข์ ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ)

           การสารภาพผิดต่อหมู่กลุ่ม และการให้ปัญญาของคุรุทำให้ความทุกข์จากเหตุการณ์ครั้งนี้สลายไปสิ้น  ได้เห็นฤทธิ์ของมาร ที่ทำให้ทุกข์  และเห็นพลังของหมู่มิตรดี ที่ดึงเราขึ้นมาจากความทุกข์ได้อย่างฉับพลัน  ทำให้ยิ่งมีศรัทธา และกำลังใจที่จะสู้ต่อไป…
     

  56. สาวิตรี มโนวรณ์

    ชื่อ นางสาวิตรี  มโนวรณ์
    ผู้บำเพ็ญคบคุ้นสวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง   อยากกินอาหารนอกมื้อ

        กินอาหารมื้อเดียวมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ตอนเย็นมารก็มาปรากฎตัวเพราะอยากกินนอกมื้อ

    ทุกข์    อยากกินนอกมื้อ

    สมุทัย  ชอบ ถ้าได้กินอาหารนอกมื้อ  ชัง ไม่ได้กินอาหารนอกมื้อ

    นิโรธ    จะได้กิน หรือไม่ได้กินอาหารนอกมื้อ  ก็ไม่ชอบ ไม่ชัง

    มรรค   เห็นมารปรากฏตัวแล้ว  ได้คุยกับมาร…

    มาร  :   จะกิน ๆ ๆ ๆ

    เรา   : จะกินอะไรของเอ็ง

    มาร  :  ก็จะกินของที่มีนั่นแหละ วันนี้ตอนเที่ยงกินได้ไม่มากเท่าไหร่เลย

    เรา : วันนี้แกกินไม่น้อยแล้ว กินมื้อเดียวอย่างวันนี้ อยู่ไปได้หลายวันเลยแหละ

    มาร  : กินยังไม่ครบของที่มีเลย

    เรา   :   กินครบทุกอย่างที่มีก็ตายพอดี 

    มาร  :  ดูสิ ของบนโต๊ะ เหลืออีกเยอะเลย  เสียดาย…

    เรา  : เสียดายอะไร ของพวกนั้นเก็บไว้พรุ่งนี้ได้

           วันนี้ข้าเห็นเอ็งยังชอบสภาพความโล่งสบายในตัว เพราะกินมื้อเดียวอยู่เลย ตอนนี้อยากทำทุกข์อีกแล้วรึงัย

    มาร   :   ก็จริงนะ กินอร่อยแป๊บเดียว  แต่ทรมานเป็นวันเป็นคืน ไม่คุ้ม…

       ตกลงมารยอมแต่โดยดีที่จะไม่กินอาหารนอกมื้อ เพราะคิดแล้วว่า ถ้ากินนอกมื้อก็กลับไปทุกข์เหมือนเดิม ไม่เอาดีกว่า

          พอมารจากไปแล้ว ก็รู้สึกสบายกาย สบายใจ และมีพลังที่จะสู้ต่อไป

    บททบทวนธรรมข้อที่ 152 เสพกิเลส มีโทษ คือ ทุกข์หนัก  ทุกข์หนักมาก  ทุกข์หนักที่สุด  จะเสพไปทำไมให้ทุกข์

  57. สาวิตรี มโนวรณ์

    ชื่อ นางสาวิตรี  มโนวรณ์
    ผู้บำเพ็ญคบคุ้นสวนป่านาบุญ 2

    เรื่อง มารหลอกให้ชิมแตงโม
        วันนี้ตอนเช้า กำลังหั่นแตงโม เพื่อพาไปทานมื้อเที่ยงที่ทำงาน  มารเห็นแตงโม ก็แสดงอาการทันที

    ทุกข์    อยากชิมแตงโม

    สมุทัย  ชอบ ถ้าได้ชิมแตงโม   ชัง ไม่ได้ชิมแตงโม 

    นิโรธ    ได้ชิม หรือไม่ได้ชิมแตงโม  ก็ไม่ชอบ ไม่ชัง

    มรรค   เห็นอาการอยากชิมแตงโมของมาร  ได้คุยกับมาร…
    มาร  :  แตงโม มาจากแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียง ชิมซะหน่อยนะ จะได้รู้ว่ารสชาติเป็นยังงัยบ้าง

    เรา   : กินแตงโมมาตลอดชีวิต มันมีกี่รสชาติกันมาร

    มาร  :  ชะงักนิดนึง  แต่ก็รอดู ว่าเราจะว่ายังงัย

    เรา   :  อย่ามาหลอกเราเลยมาร ไว้กินตอนเที่ยง จะได้ไม่เสียศีล

    หลังจากคุยกับมาร ก็รู้ว่ามารหายไปแล้ว  เพราะไม่มีอาการอยากชิมแตงโมอีก รู้สึกมีพลัง ที่ได้คุยกับมาร จนมารยอมถอย

    บททบทวนธรรมข้อที่ 44  ทีทำชั่ว ยังมีเวลาทำ ทีทำดี ทำไมไม่มีเวลาทำ

  58. พวงบุปผา หนูรัก

    นางสาวพวงบุปผา หนูรัก (ผักบุ้ง – สู่แดนฝัน)
    ทุกข์กลัวติดโควิด (ช่วงเดินทางกลับบ้าน วันที่ 11 – 15 เม.ย.64)
    เนื่องจากช่วงสงกรานต์กลับบ้านโดยรถทัวร์ VIP 24 ที่นั่ง (เพราะคิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว) ต่อด้วยรถส่วนตัว ระว่างทางแวะตลาดซื้ออาหารสำเร็จเพื่อไปทานกับพี่น้อง ส่วนใหญ่พี่สาวเป็นคนซื้อ เราซื้อเฉพาะผัดหมี่ที่เรากินได้ (ปรุงรส) แต่ซื้อไปเยอะ 5 ห่อ (ห่อละ 10 บาท) เผื่อฝากคนอื่นด้วย สุดท้ายไม่มีใครกินของเรา เพราะเขาเห็นว่าเรากินได้อย่างเดียวจึงไม่แย่งกิน สรุปกินคนเดียว 3 ห่อ กินกับผักลวก เยอะพอสมควร ข้าวไม่ได้กิน เช้าอีกวัน ตื่นตี 5 ตามปกติ และมีอาการจามติดต่อกันหลายครั้ง น้ำมูกใสไหลรินเลย ยังไม่ทันคิดอะไรได้แค่สงสัยว่า เอ๊ะ เราติดโควิด หรือปล่าว พอคิดเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจมาก เพราะที่บ้านมีแต่พี่น้อง อายุก็มากกันแล้ว ( 3-4 คน ) ตัวเองติดโรคไม่เป็นไร ถ้าพี่น้องติดด้วย ยุ่งแน่ ๆ ว่าแล้ว ก็พยายามที่จะหยุดจาม เพื่อไม่ให้พี่น้องได้ยิน แล้วตั้งสติ ทำให้คิดได้ว่า อาการที่เป็นอยู่คืออะไร ก็เลยนึกย้อนไปว่า นี่คืออาการภูมิแพ้ที่เราเคยเป็นตอนที่ยังไม่พบแพทย์วิถีธรรม และเราก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าที่เคยเป็นอาการแบบนี้เพราะกินอาหารปรุงรสและอาหารมีเนื้อสัตว์ เพราะพอเรากินอาหารแพทย์วิถีธรรมอาการก็หายไปเลยทั้งที่ยังไม่ได้ทำยาเม็ดอื่นเลย พอคิดแบบนี้อาการตกใจก็เบาลงทันที เลยรีบดื่มน้ำปัสสาวะผสมน้ำเต็มขันเลย แป๊บเดียวมีอาการอยากขับถ่ายเลย เสร็จแล้วก็ทำดีท๊อกซ์ต่อ อาการภูมิแพ้ดังกล่าวก็หายสนิดเลย พอรู้แบบนี้มื้อต่อไปก็ต้องกินอาหารสุขภาพตามระเบียบ สาธุค่ะ
    ทุกข์ ตกใจกลัวว่าตัวเองจะติดโควิด และที่กลัวกว่า คือกลัวว่าพี่น้องจะติดโควิดจากเรา
    สมุทัย เพราะเราเผลอไปเสพกิเลสกินอาหารอร่อยที่เราเคยกิน พอกลับบ้านก็มักจะไปซื้อหมี่ผัดกิน เพราะเป็นอาหารเจ ที่เรา
    กินได้ รสชาติก็อร่อยประมาณหนึ่ง แต่ก็เจือจางด้วยผักลวกแล้ว กินในปริมาณที่มากด้วย
    นิโรจน์ พอเราตั้งสติได้ว่าอาการจามที่เป็นอยู่นั้นเป็นอาการภูมิแพ้ที่เราเคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่อาการป่วยโควิด อาการกลัวอาการทุกข์ก็ดับลงทันที
    มรรค พอเรารู้ว่าอาการที่เป็นอยู่ เป็นอาการภูมิแพ้ ก็รีบทำสมดุลร้อนเย็นเลย พอได้ขับถ่าย และทำดีท็อกซ์เอาพิษออกออกแล้ว ก็ไม่กลับไปทานอาหารอร่อยอีก ไม่เสพกามในอาหารอร่อยอีก ใจก็สงบ และก็ลองนึกย้อนกลับไปดูการเดินทางของเราก็ไม่ได้มีความเสียงที่จะคิดโควิดแต่อย่างใด และการใช้ชีวิตร่วมกับพี่น้องเรา ถึงแม้เขายังเสพกามเรื่องอาหารกันอยู่เราก็ยังไม่สามารถทำให้เขาเลิกเสพได้ ทั้งที่รู้อยู่ว่าอนาคตเขาจะป่วย และในปัจจุบันเขาก็ป่วยกันอยู่ก็ต้องวาง ที่สำคัญเราก็ไม่ไปร่วมเสพกิเลสกับเขา ที่เผลอเสพไปแล้วก็รับวิบากร้ายไปแล้ว รับแล้วก็หมดไป มาตาลีเทพสารถี ก็เตือนเราได้เร็ว สาธุค่ะ

  59. นปภา รัตนวงศา

    เรื่อง โควิทฆ่ากิเลส

    เหตุการณ์ ช่วงนี้สถานการณ์โควิทกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่สีแดงที่พ่อบ้านต้องกลับไปทำงาน ซึ่งเสี่ยงทั้งที่พักและที่ทำงาน ถ้าเข้าไปพื้นที่แล้วจะกลับมาบ้านก็ต้องกักตัว และรายงานตัวจึงกังวลเล็กน้อย ร่วมกับปวดตึงแถวต้นคอ

    ทุกข์ กังวลใจเล็กๆถ้าพ่อบ้านไปทำงาน

    สมุทัย ชอบถ้าพ่อบ้านทำงานที่บ้าน ชังถ้าพ่อบ้านต้องกลับไปทำงาน

    นิโรธ พ่อบ้านจะทำงานที่บ้าน หรือต้องกลับไปทำงานก็ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค มาพิจารณาตามกฎไตรลักษณ์ โทษของการยึดมั่นถือมั่นให้ได้ดั่งใจหมาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต ถ้าท่านทำดีมากพอ วิบากดีออกฤทธิ์ก็จะได้รับสิ่งที่ดี แต่ถ้าวิบากร้ายออกฤทธิ์ต้องไปรับวิบากก็ต้องยินดีที่จะรับด้วยความเต็มใจ ก็เห็นความพากเพียรที่ลด ละการกินเนื้อสัตว์ใหญ่ ยังมีปลามีไข่บ้าง ตั้งศีลเลิกกาแฟ ลดการกินไม่เป็นมื้อ ซึ่งก็เป็นไปตามฐานที่ปฏิบัติได้
    ส่วนตัวไม่ไปเพ่งที่คนอื่น มาพากเพียรที่ตัวเองเรื่องการกินอาหารมื้อเดียว เรื่องประพฤติพรหมจรรย์ การพากเพียรเรื่องการทำการบ้าน การทำงานร่วมกับหมู่มิตรดี ข้างนอกจะดำเนินอย่างไรก็ให้เป็นไปตามธรรม ใช้บททบทวนธรรมข้อ 3 นับ1ที่เรา เริ่มต้นที่เรา ทำความดีที่เราคือเส้นทางเพื่อการพึ่งตน และช่วยคนให้พ้นทุกข์

    สรุป หลังจากจิตสงบ ยินดีให้ได้ท่านจะอยู่ทำงานที่บ้านหรือไม่ก็ได้ ตกลงทำงานที่บ้านได้ ถึงแม้จะดูสถานการณ์เป็นอาทิตย์ๆก็ดีที่สุดแล้ว ยินดีพอใจตามที่ธรรมะจัดสรรให้ ก็ยินดี เบิกบานใจ อาการปวดเกร็งต้นคอหายไปด้วย..สาธุ

  60. ภาคภูมิ ยอดปรีดา (สร้างแก่นศีล)

    #ตัดต้นมะพร้าว

    แม่ผมได้ว่าจ้างช่างรับเหมาที่รู้จักกันว่าให้ไปช่วยหาคนมาตัดต้นมะพร้าว 2 ต้น ที่สวนที่สูงมากจนผมไม่สามารถที่จะเก็บมะพร้าวได้แล้ว และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (14/4/2564) ช่างรับเหมาก็โทรมาบอกแม่ผมว่าหาคนมาตัดต้นมะพร้าวได้แล้ว แม่ก็เลยบอกให้ตัดได้เลย ซึ่งในวันนั้นผมไม่ได้ไปคุมหน้างานด้วย และเมื่อถึงช่วงเย็นในวันเดียวกัน ผมก็ขับรถไปที่สวนและพบว่ามะพร้าวทั้ง 2 ต้นได้ถูกตัดไปเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่ตัดไม่ได้เก็บซากของต้นมะพร้าวไปทิ้งให้ทั้งหมด ยังมีบางส่วนที่วางไว้ในสวน และจากการตัดต้นมะพร้าวก็สร้างความเสียหายให้กับต้นไม้ต้นอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต้นมะพร้าวไป 2-3 ต้น ด้วยเหตุดังกล่าวผมจึงเกิดความทุกข์ใจเพราะรู้สึกไม่ได้ดั่งใจที่คนที่มาตัดต้นมะพร้าวทำงานไม่เรียบร้อยตามที่ใจผมหมายไว้

    ทุกข์ : รู้สึกทุกข์ใจเพราะรู้สึกว่าไม่ได้ดั่งใจที่คนที่มาตัดต้นมะพร้าวทำงานไม่เรียบร้อยตามที่ใจผมหมายไว้

    สมุทัย : จะรู้สึกทุกข์ใจถ้าคนที่มาตัดต้นมะพร้าวทำงานไม่เรียบร้อยตามที่ใจผมหมายไว้ แต่จะสุขใจถ้าคนที่มาตัดต้นมะพร้าวทำงานเรียบร้อยตามที่ใจผมหมายไว้

    นิโรธ : สามารถผาสุกใจได้ไม่ว่าคนที่มาตัดต้นมะพร้าวจะทำงานเรียบร้อยตามที่ใจผมหมายไว้หรือไม่

    มรรค : ในกรณีนี้ผมนำเดินมรรคโดยพิจารณาเรื่อง “วิบากกรรม” ว่าทุกสิ่งที่ผมได้รับไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือเรื่องดีก็ล้วนเกิดมาจากการกระทำของตัวผมเองในอดีตทั้งในชาตินี้และชาติอื่นๆ ก่อนหน้านี้ทั้งนั้น และก็ยังนำบททบทวนธรรมบางบทมาร่วมพิจารณาเช่น บทที่ 109 “ความเข้าใจ เชื่อ และ ชัด เรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง เป็นรหัส เป็นปัญญา ที่จำเป็นที่สุด สำคัญที่สุด มีฤทธิ์ที่สุด ในการดับทุกข์ ในการคลายความยึดมั่นถือมั่น ในการเข้าสู่ความผาสุกที่แท้จริง วิบากต้องรับ กิเลสต้องล้าง พุทธะจึงจะเกิด”

    และจากการเดินมรรคด้วยวิธีดังกล่าวส่งผลให้ความรู้สึกทุกข์ใจลดลงไปมากกว่า 90% ครับ

  61. อภินันท์ อุ่นดีมะดัน (ก๊อบ สื่อศีล)

    เรื่อง : ทุกข์ใจที่ผิดศีลจากการกินอาหารหลายมื้อ

    เรื่องย่อ : ช่วงนี้สวน4มีแขกจากข้างนอก
    มีทั้งจิตอาสาและไม่ใช่จิตอาสา
    ผมได้รับมอบหมายให้ทำอาหาร
    สำหรับให้พี่น้องรับประทาน
    ซึ่งจำเป็นต้องทำอาหาร 3 มื้อ
    และทำเป็น 2 สูตร
    คือ อาหารสุขภาพ และอาหารปรุง
    และยังมี ขนม นม เนย จากข้างนอก
    สำหรับเอื้อ ให้พี่น้องข้างนอก จึงทำให้ผิดศีล
    กินอาหารทุกครั้งที่ทำอาหาร บางวันกิน3 มื้อ
    บางวันอาหารเหลือก็เสียดายจึงกินเกิน3มื้อก็มีครับ

    ทุกข์ : เศร้าใจ หดหู่ใจ ที่ผิดศีล ที่กินอาหารหลายมื้อ กลัวบาป กลัววิบากร้าย

    สมุทัย : ชอบที่ทำได้ตามที่ได้ตั้งศีล ชังที่ทำไม่ได้ตามที่ตั้งศีล ชอบที่ได้กินอาหารมื้อเดียวได้ ชังที่กินอาหารหลายมื้อ

    นิโรธ : กินอาหารมื้อเดียวได้หรือไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ใจ ไม่ชังที่กินอาหารหลายมื้อ

    มรรค : ก่อนนี้ผมตั้งศีลกินมื้อเดียว
    ไม่กินขนม ไม่กินอาหารรสจัด
    ไม่ไปตลาด ทุกอย่างเป็นไปได้ดี
    ในองค์ประกอบเดิม ที่ทำอาหารครั้งเดียว
    หลังจากกินเสร็จแล้วก็คว่ำหม้อข้าวเลย

    แต่ตอนนี้องค์ประกอบเปลี่ยนไป
    เป็นโจทย์ใหม่ที่ยากกว่าเดิม
    คือผมต้องมาทำอาหาร ต้องชิม
    ต้องอยู่กับอาหารทั้งวัน
    และมีขนมที่ผมชอบ มาจากข้างนอกอีก

    ทำให้เป็นผัสสะ ยากที่จะต้านทานกิเลสได้
    มารมาแบบไม่รู้ตัว ทำให้หลงกล กินอาหารทุกครั้งที่ทำ ทำให้ผิดศีล จึงตั้งสติพิจารณา
    ว่าควรตั้งศีลเพิ่มตอนทำอาหาร ไม่กินอาหารตอนทำอาหาร เพียงแต่ชิมเฉยๆ แต่ไม่กลืนลงท้องครับ

    เมื่อได้พิจารณาผัสสะที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้เราได้หลงกลมาร ทำผิดศีล ว่าจริงๆแล้วการตั้งศีลแล้วล้ม เราไม่ได้แพ้อย่างเดียว แต่เราก็ได้ประโยชน์ด้วย คือได้เห็นกิเลสของเราที่หลบซ่อนอยู่ เป็นปัจจัยทำให้ได้ตั้งศีลเพิ่ม ได้มีความฉลาดมากขึ้น เมื่อเราได้ตั้งใจทำเต็มที่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องทุกข์ใจครับ

    เมื่อพิจารณาแล้วทุกข์จากการผิดศีลลดลง มีความยินดี เบิกบานใจมากขึ้น ครับ สาธุครับ

  62. เรื่อง กังวลกับการเรียนพูดภาษาอังกฤษ

    เนื้อหา: ช่วงนี้เรียนวิชาภาษาอังกฤษของวิทยาลัยชุมชน อาจารย์มีการบ้านมาให้ฝึกพูดออกเสียง

    ทุกข์ : กังวลใจ

    สมุทัย : ชอบถ้าฝึกพูดได้ตามที่อาจารย์สอน แต่ได้พยายามฝึกแล้ว ก็พูดไม่ได้ จึงเกิดความกังวลใจ

    นิโรธ : จะฝึกพูดได้ตามที่อาจารย์สอนหรือไม่ ก็สุขใจ ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค : ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น แล้วลงมือฝึกเต็มที่ เต็มกำลัง ทำให้ดีที่สุด ตามบททบทวนธรรมข้อ 36″จงทำดีเต็มที่ เหนื่อยเต็มที่ สุขเต็มที่ ไม่มีอะไรคาใจ ไม่เอาอะไร คือสุดยอดแห่งความอิ่มเอิม เบิกบาน แจ่มใส” หลังจากที่ได้ใช้บททบทวนธรรมพิจารณาเข้าใจชัดว่าเราได้ทำเต็มที่แล้ว จึงไม่มีอะไรคาใจ ไม่เอาอะไร
    สุดท้าย ใจก็เบิกบาน แจ่มใส ไร้ทุกข์ ไร้กังวล

  63. พรพิทย์ สามสี

    เรื่อง : ขุ่นใจ
    มีพี่น้องท่านหนึ่ง ชอบพูดบ่งการกับเราอยู่หลายคราว ว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ อย่างที่เขาคิด และเขาก็ไม่ใคร่สบกับอุดมการณ์ที่เราเดิน(แพทย์วิถีธรรม) ทั้งที่ไม่จำเป็นเราไม่ค่อยพูดเรื่อง แพทย์วิถีธรรม เขาเรียนสูงการทำงานรับราชการก็ไม่ด้อยในทางโลก ธรรมะเขาก็ไปปฏิบัติบ่อยๆ เรารู้สึกขุ่นนิดที่เขามองว่าเราเดินทางนี้ ทางแพทย์วิถีธรรม ไม่ค่อยถูก
    ทุกข์ : เบื่อหน่าย
    สมุทัย : ชอบเดินตามใจทางใครทางมัน ชังที่คิดว่าเราผิดเพี้ยน
    นิโรธ : ยินดีในความไม่ชอบไม่ชัง ใครจะเห็นด้วยก็ได้ ไม่เห็นด้วยก็ได้
    มรรค : มาร : มาทันทีเลย อะไรวะเบื่อไอ้คนพวกนี้เสียเหลือเกิน ชอบพูดอย่างโน้น อย่างนี้ พูดทางโลกได้เก่ง และเขาก็คิดว่าเขาเป็นนักปฏิบัติธรรมสุดๆแล้ว
    เรา : เมื่อไหรเขาจะรู้สักทีนะ ว่าทางที่เราเดินเป็นทางที่ถูกต้องถูกตรง
    มาร : ไม่ต้องโทษใคร ก็ทำมาทั้งนั้น
    ต้องทำตัวอย่างที่ดีให้เขาเห็น อดทน รอคอย
    ให้อภัย ทำดีเรื่อยไป บทธบทวนธรรม ๙๔
    เมื่อเกิดเรื่องที่เรารู้สึกว่าไม่ดี โดยสัจจะแสดงว่า
    เราทำหรือส่งเสริมสิ่งผิดสิ่งไม่ดีมา
    ในชาตินี้หรือชาติก่อน ๆ

  64. ประคอง เก็บนาค

    เรื่อง : ช่างเลือก

    เนื้อเรื่อง : วันนี้ ทำการบ้านวิชาตัดต่อคลิปวิดีโอเพื่อส่งเป็นงานประจำสัปดาห์ ก็เปิดคลิปที่ท่านคุรุสอนและทำไปพร้อม ๆ กันด้วย พอมาถึงช่วงที่ต้องใส่ตัวอักษรบรรยายประกอบในคลิป ก็เกิดอาการลังเล รักพี่เสียดายน้อง ในการเลือกรูปแบบของตัวอักษร (Font) เพราะในเครื่องคอมพิวเตอร์มีให้เลือกเยอะมาก ๆ มีแบบสวย ๆ ทั้งนั้นเลย แต่อักษรบางแบบแม้จะดูสวยงามมากแต่เมื่อนำมาใส่ในงานกลับดูไม่สวยงามอย่างที่เราคิด เพราะเกิดปัญหาสระจม สระลอย หางวรรณยุกต์ไปพันกับสระ ตัวบางไป ตัวหนาไป ตัวใหญ่อ้วนไป สารพัดมากมายจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะให้ความสำคัญและใช้เวลากับการเลือกรูปแบบตัวอักษรมากไปแล้ว สุดท้ายจึงมาลงตัวที่แบบอักษรธรรมดา ๆ อ่านพอเข้าใจง่าย…ซาบซึ้งกับกิเลสตัวยึดความสวยความงามภายนอก กิเลสตัวอยากได้ดั่งใจที่ไม่รู้จักพอใจสักที…

    ทุกข์ : เมื่อยแขนร้าวไปที่ไหล่

    สมุทัย : ชอบที่จะมีตัวอักษรรูปแบบสวยงามในงานคลิปวิดีโอ

    นิโรธ : ตัวหนังสือในคลิปวิดีโอจะสวยงามหรือไม่ก็ได้ แค่เป็นรูปแบบที่พออ่านออกสื่อสารเข้าใจได้ก็เพียงพอแล้ว

    มรรค : พิจารณาตั้งสติอยู่กับปัจจุบันว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของแบบอักษรที่ต้องเลือกคืออะไร คือเลือกแบบที่อ่านออก สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจเนื้อหาได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แล้วที่มานั่งลังเลมัวแต่เลือกแบบอักษรแบบนั้นแบบนี้ อยากได้แบบสวย ๆ นี่มันใช่เรื่องไหมนี่ ปวดแขนร้าวไปถึงไหล่แล้ว ปวดตาด้วยที่ต้องมานั่งเพ่งจอภาพ แบบนั้นก็ไม่เอา แบบนี้ก็ไม่สวย แบบโน้นก็ติดปัญหานั่นนี่ โอ๊ย…พอได้ยัง ท่านอ.หมอเขียวพร่ำสอนอยู่ทุกวัน อย่าเป็นคนดื้อ อย่ารั้นในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ งานพร่องแต่ทันการณ์ ดีกว่าสมบูรณ์แต่ไม่ทันใช้ มัวแต่มานั่งเป็นคนช่างเลือกแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้ส่งการบ้านล่ะเนี่ย…พอพิจารณามาถึงตรงนี้ เห็นกิเลสตัวอยาก ตัวจะเอาให้ได้ดั่งใจตัวเองชัดขึ้น พิจารณาคิดถึงคำพูดของพี่น้องที่เคยมาเตือนเรื่องการยึดจะเอางาน จนบางครั้งต้องเบียดเบียนตนเองหรือคนอื่นไปด้วย…กิเลสหายไปเลย ใจเบาขึ้น โล่งขึ้น พักนวดแขน ยืดเหยียด กดจุดลมปราณที่แขนก็รู้สึกดีขึ้น และนั่งทำงานต่ออีกไม่นานก็ได้ส่งการบ้านทันเวลา…

  65. นส.พวงผกา​ โพธิ์กลาง

    เรื่อง เสียงรบกวน​ (แก้ไข)​
    เนื้อเรื่อง ในขณะที่กำลังฟังคำแนะนำการทำการบ้าน เรื่องอาริยะสัจ 4 เป็นครั้งแรกทาง zoom ข้างๆ ก็จะมีการเข้า zoom อีก 2 ห้อง รวมกับเราก็ เป็น 3 ห้อง เสียงก็จะตีกัน เห็นจิตมารตัวเองที่มีอาการไม่ชอบสภาพแบบนี้ คือเสียงที่ดังชนกัน ต่างคนก็จะทำในสิ่งที่ตัวเองควรทำในขณะนั้น แล้วจิตพุทธะก็ผุดขึ้นมาบอกว่า เราตั้งใจฟังให้มากหน่อย ได้แค่ไหนก็แค่นั้น เราจะไม่โทษใคร แล้วก็ฟังแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ได้ แต่ก็เห็นจิตที่ยังขุ่นๆอยู่ข้างใน เพราะจิตยังไม่ยินดีเต็มร้อย ยังเชื่อกิเลสอยู่ว่าถ้าได้ยินเสียงชัดเจน และได้แก้ไขในส่วน7ที่เราต้องแก้ไขจะดีกว่า ถ้าฟังไม่ชัดไม่รู้จะแก้ไขส่วนไหนและจะตรงประเด็นไหม​ แต่เราก็สมารถตั้งใจฟังจนจบรายการได้

    ทุกข์  มีความกังวลในใจเล็กน้อย ว่าจะเขียนการบ้านไม่ตรงกับหัวข้อ​ อยากฟังคำแนะนำให้ชัด ๆให้เข้าใจ จะได้นำไปปรับปรุง และแก้ไขต่อไป

    สมุทัยเหตุแห่งทุกข์  ยึดว่าถ้าฟังคำแนะนำเข้าใจ และได้นำไปปรับปรุงแก้ไขได้ดีจะสุขใจ จะชอบใจ​ ถ้าทำได้ไม่ดีจะทุกข์ใจ​ ไม่ชอบใจ

    นิโรธ   จะฟังคำแนะนำเข้าใจ หรือไม่เข้าใจก็สุขใจ จะแก้ไขได้ดีหรือได้ไม่ดีก็สุจใจ

    มรรค​ พิจรณาไตรลักษณ์ เชื่อ และ ชัดเรื่องของการทำผิดศีล จะมีวิบากกั้นให้เราได้รับข้อมูลไม่ชัด ที่เราได้เจอกับเหตุการณ์แบบนี้​ เพราะเราทำผิดศีลมา เพราะเราเสพของที่เราชอบมันคือการได้ดั่งใจ ทำให้เราอยากได้ดั่งใจหมายในเรื่องอื่น ๆอีก ไม่จบไม่สิ้น เป็นแรงเหนี่ยวนำที่ไม่ดี พอเวลาไม่ได้ดั่งใจก็ทุกข์ใจ ถ้าดับที่ใจตัวเองไม่ได้ก็จะไปเพ่งโทษผู้อื่น และทำให้เราประมาณการกระทำไม่เหมาะ มันคือกิเลสชอบชัง เมื่อไหร่ที่เรามีความชอบ เราก็จะมีความชัง​ มันเหมือนเหรียญ 2 ด้าน เราจึงต้องพากเพียรให้ปัญญากับกิเลสบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ และใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 123 เจอผัสสะไม่ดี ได้โชค 3 ชั้น คือ ได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ และได้ใช้วิบาก ได้ใช้วิบากกรรมที่ไม่ดีร้ายนั้นก็จะหมดไปดีก็จะออกฤทธิ์ได้มาก

Comments are closed.