วิชา อริยสัจ 4 ครั้งที่ 13 | ห้องเรียนวิชชาราม

ห้องเรียนออนไลน์ ห้องเรียนวิชชาราม ตรวจการบ้าน วิชา อริยสัจ 4 ครั้งที่ 13 ในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2564 ในสัปดาห์นี้เปลี่ยนเวลามาเป็น เวลาประมาณ 12:00 น. – 14:00 น.

ตรวจการบ้านวิชาอริยสัจ 4

เรื่อง : ไม่เปิดใจ

โยธกา รือเซ็นแบร์ก

พี่น้องฝึกภาษาอังกฤษกัน อย่างสนุกสนาน แต่ฟังไม่รู้เรื่อง ตอนแรกๆก็นั่ง ดูใจ ไม่เป็นอะไรและภาวนาไป ผ่านไป 20 นาที มีความรู้สึกว่าใจอึดอัด แน่นๆในอกและมึนหัว ถามตัวเองว่าเรานี่มานั่งทำอะไร ก็นั่งฟังพี่น้องต่อ เมื่อเห็นว่าใจยิ่งแน่นและอึดอัดมากขึ้น จึงบอกพี่น้องว่ามันคงมากไปสำหรับพี่ คงจะเรียนไปไม่ได้ พี่น้องหยุดพูดกัน และหันมาบำเพ็ญชี้แนะ บอกกับข้าพเจ้าว่า อย่าปิดกั้นตัวเองและอย่าพูดว่าทำไม่ได้ ให้เปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆพี่น้องยกตัวอย่าง ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราเริ่มต้นมันยากทุกอย่างแหละ แต่พอเราฝึกซ้ำๆทำบ่อยๆก็จะทำได้ ถึงแม้จะฟังไม่รู้เรื่องและยังพูดไม่ได้แค่เข้ามาร่วมก็ดีแล้ว ฟังพี่น้องหมู่กลุ่ม พร้อมกับน้อมจิตคิดตามรับฟังมองเห็นความเป็นจริง เห็นใจว่าเพราะเรา ปิดใจไม่ยอมรับที่จะเรียนคิดแต่ว่ามันยาก จนทำให้ใจมันแน่นอึดอัดและปวดหัว ก็เริ่มปรับใจใหม่ ที่นิ่งฟังพี่น้องฝึกพูดกันไป ความอึดอัดแน่นในอกเริ่มคลายเบาลง จึงเริ่มจะถามพี่น้องว่าคำนี้ออกเสียงยังไงฝึกไปทีละคำ พอเราเปิดใจยินดีที่จะเรียน ก็เริ่มสนุกและกล้าจะพูดออกไปแม้จะยังไม่มั่นใจว่าถูกต้องหรือเปล่า แต่ก็เรียนกับพี่น้องด้วยสนุกสนาน

ทุกข์ : ทางใจอึดอัด แน่นในอก ทางกายมึนหัว

สมุทัย : ชอบ ที่จะไม่อึดอัด แน่นในอก ฟังรู้เรื่อง ไม่ชอบ ที่ใจอึดอัด แน่นในอก ฟังไม่รู้เรื่อง

นิโรธ : แม้จะ ฟังไม่รู้เรื่องอึดอัดแน่นในอกก็ไม่ทุกข์ใจ ค่อยๆฝึกฝนเรียนรู้ไปไม่เร่งตัวเองว่าจะฟังรู้เรื่องและพูดได้ในเร็ววัน

มรรค : พิจารณา เห็นใจเราไม่อยู่กับปัจจุบัน
และสะกด ปิดกั้นตัวเองบอกว่า”ยาก /-ทำไม่ได้”มันมากเกินไปจึงทำให้ปิดหูปิดใจตัวเอง
จนทำให้เกิดมีอาการทางกายแน่นในอก อึดอัด
กราบขอโทษ ขออภัย ขออโหสิกรรมต่อตัวเอง
และสะกดจิตตัวเอง ไม่ยอมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ
บอกตัวเองค่อยๆฝึกฝนไปอย่างช้าๆ ไม่เร่งผลไม่เปรียบเทียบกับใคร

กราบขอบพระคุณพี่น้องที่มาชี้ขุมทรัพย์ทำให้มองเห็นอัตตาของตัวเอง เมื่อน้อมจิตตามจึงเห็นว่าความอึดอัด อาการแน่นๆในอกคลายเบาลง
เปิดใจ ยินดีที่จะฝึกฝนไปพร้อมกับพี่น้องด้วยความยินดีและเบิกบานใจ
ระลึกถึงบททบทวนธรรมข้อ 63 ยินดี พอใจ ไร้กังวล . ทำให้มี ความสนุกสนานกับการเรียนภาษาและเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งเห็นผลชัดเจนในนาทีนั้นเลยและถ้าทำตรงกันข้ามไม่มีความยินดีไม่มีความพอใจมีแต่ความกังวลทำให้โง่ วิบากจึงปิดกั้นทั้งหู -ใจ
ข้าพเจ้า ขอปรับใจใหม่ยินดีที่จะเรียนรู้และรับสิ่งใหม่ๆ และทำเพื่อตัวเองด้วยความยินดี พอใจ ไร้กังวล.

สรุปวิชาอังกฤษเป็นภาษาที่ข้าพเจ้ามองผ่านไม่เคยสนใจที่จะเรียน แต่พอข้าพเจ้าเปิดใจ มีความยินดี ที่เรียนรู้ฝึกฝนภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจมาก จึงเรียนด้วยความยินดี เบิกบานใจ สาธุค่ะ

เรื่อง : เครื่องบดอาหาร หรือ บดเรา

บัณฑิตา โฟกท์ มุกแสงธรรม

มีพี่น้องที่คบคุ้นกันเล่าให้ฟังว่ามีเครื่องบดอาหารยี่ห้อหนึ่ง(มีชือเสียงทางการค้าพอสมควร)มาลงจำหน่ายที่ซูเปอร์มาเกตแห่งหนึ่ง และซูเปอร์มาเกตนี้มีสาขาอยู่ห่างจากบ้านเราเพียงสองร้อยเมตรเอง เราก็ได้ตรวจใจเห็นความหวั่นไหวอยากจะได้เครื่องบดอาหารมาเพิ่ม(มีอยู่แล้ว หนึ่งอัน ใช้งานมานานหลายปีตรงข้อต่อกับอุปกรณ์บดเริ่มหลวมแล้ว)

ทุกข์ : หวั่นไหวใจส่ายแส่ไปกับข่าวว่ามีเครื่องบดอาหารยี่ห้อหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาจำหน่าย

สมุทัย : อยากได้เครื่องบดอาหารยี่ห้อนี้ สุขใจที่จะมีเครื่องบดอันใหม่ยี่ห้อนี้ ยึดดีว่าถ้าเราได้เครื่องบดยี่ห้อที่มีชื่อเสียงจะสุขใจ ชอบใจ ถ้าไม่ได้มาครอบครองจะทุกข์ใจ ไม่ชอบใจ(ชอบก็อยากได้มา)

นิโรธ : จะมีเครื่องบดอาหาร ยี่ห้อมีชื่อเสียง หรือยี่ห้อไม่มีชื่อเสียงก็ไม่ทุกข์ใจ

มรรค : พิจารณาว่าเครื่องบดอาหารอันเก่าที่เรามีอยู่ก็ยังใช้งานได้ ถึงแม้จะใช้งานมานานหลายปีแล้ว มีช่วงข้อต่อเริ่มหลวมนิดหน่อยแต่ถ้าระมัดระวังในการใช้ก็พอไช้ได้ พิจารณาอย่างนี้ใจก็คลายลงไปบ้าง

มาร : ซื้อมาไว้สำรองไว้ก่อนก็ดีกว่านะ นะ อ้อน นิด ๆ

พุทธะ : เอาไว้พังจริง ๆ ค่อยซื้อก็ได้ เดี๋ยวกีมีมาขายเรื่อย ๆ แหละ

มาร : ซื้อไปฝากน้องชายที่กำลังมีลูกเล็ก ๆ เผื่อเค้าเอาไว้บดอาหารให้ลูกเค้า (น้องชายอยู่ไทย เราอยู่เยอรมนี )

พุทธะ : ที่เมื่องไทยก็มีเครื่องบดอาหารขาย เมื่อไหร่จะได้กลับไทยก็ยังไม่รู้ และจะแบกเครื่องบดอาหารไปไทยเนี่ยะนะ หนักกระเป๋าเปล่า ๆ

มาร : เผื่อไว้ใช้เวลามีงานเลี้ยงที่ต้องบดอาหารเยอะ ๆ (มารอ้อนต่อ)

พุทธะ : ตอนนี้ Lockdown อยู่ จะมืงานเลี้ยงอะไร ! โควิด19ยัง ไม่อนุญาตให้จัดงานอะไรทั้งนั้นเดี่ยวเชื้อโรคแพร่กระจาย !

มาร : ยี่ห้อนี้ดีนะมีคุณภาพ ซื้อไว้เถอะไม่รู้ว่าจะมีสินค้ามาลงขายอีกเมื่อไหร่( มารรู้จุดอ่อน)

สรุปพิจารณาอยางนี้ประมาณสองชั่วโมง เมื่อถึงเวลาซูเปอร์มาเกตเปิด เราก็เดินไปซูเปอร์มาเกตและได้ซื้อเครื่องบดอาหารยี่ห้อใหม่นี้มา ได้พิจารณาต่อว่าวันนี้เราแพ้เธอนะมารเธอเอายี่ห้อมาหลอก แต่ก็ขอบคุณเธอนะที่ทำให้เรารู้ว่าเรายังมีกิเลสตัวนี้อยู่

เราจึงได้พิจารณาต่อในการตั้งอธิศีลเรื่องไม่ยึดติดในยี่ห้อสินค้าใด ๆ ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียง และวางใจต่อว่า แม้เครื่องบดอาหารยี่ห้อมีชื่อเสียงนี้ก็อาจจะใช้งานได้ไม่ดี เท่าอันที่ไม่มีชื่อเสียงก็ได้ ผลจะเป็นอย่างไรก็จะไม่ทุกข์ใจไม่คาดหวังในชื่อเสียงของยี่ห้อ

ขอบพระคุณ เหตุการณ์ที่มาเป็นผัสสะให้เห็นตัวติดจะกลายเป็นกิเลส แม้น้อยนิดก็เป็นสิ่งน่ากำจัดออกไปจากใจตามที่ครูบาอาจารย์ได้สอนไว้ ข้าพเจ้าจะขอพากเพียรล้างต่อไปค่ะ สาธุ

Leave a Reply

Your email address will not be published.