วิชา อริยสัจ 4 ครั้งที่ 6 | ห้องเรียนวิชชาราม

ห้องเรียนออนไลน์ ห้องเรียนวิชชาราม ตรวจการบ้าน วิชา อริยสัจ 4 ครั้งที่ 6 ในวันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลาประมาณ 20:00 น.-21:00น.

ตรวจการบ้านวิชาอริยสัจ 4

ศิริพร ไตรยสุทธิ์

เรื่อง สัญญาณเตือน

นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เยอะขึ้น นานขึ้น มีอะไรหลายอย่างให้ทำ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น แต่พอหลายวันสะสม ทั้งนั่งนานและนอนดึกกว่าปกติ ก็เกิดอาการหนักศรีษะ ตึงที่ท้ายทอย บอกตัวเองว่า นี่คือสัญญาณเตือนจากร่างกาย

ทุกข์ : อาการทางกาย คิ้วขมวด รู้สึกศรีษะโตขึ้นเหมือนลูกมะพร้าว
อาการทางใจ เฮ้อ!มาแล้วเหรอ กังวลเล็กน้อย ก็คิดว่าจะแก้อย่างไรดี

สมุทัย : เกิดอาการหนักศรีษะ ตึงที่ท้ายทอย

นิโรธ : เมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือนมาแบบนี้แล้ว ก็รับรู้ ทำใจให้สบายไร้กังวล อาการนี้จะหายเมื่อไรก็ได้ แต่เราก็จะพยายามรู้เพียรรู้พักตั้งแต่ตอนนี้

มรรค : เมื่อเริ่มมีอาการเล็กน้อย ก็คิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย เป็นธรรมดาที่นอนน้อย นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน คืนนี้ก็นานเร็วหน่อยแล้วก็ตื่นสาย เดี๋ยวอาการก็หายไปเอง ก็เหมือนจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่หายไป มีความกังวลเล็กน้อย จึงปรับตัวเองใหม่ ไม่นอนดึก ตื่นเช้า เพิ่มการออกกำลังกายที่บ้านนานขึ้น เพิ่มรอบออกเดินและปั่นจักยานช่วงเช้า จากแต่เดิมทำเฉพาะช่วงบ่าย กินอาหารประเภทแป้ง(ข้าว)น้อยลง กินผักสดเพิ่มขึ้น แค่ 2 วันร่างกายก็เบาสบาย
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ให้ฟังสัญญาณเตือนจากร่างกายให้ดี ถ้าทำอะไรที่เกินกำลังของตัวเอง อาจจะป่วยได้ รู้ปรับรู้เปลี่ยนให้เหมาะสม


จรูญ สุยะ

เรื่อง ถูกตำหนิ

วันนี้ขายพวงมาลัยตามปกติ พอดีมีลูกค้าเข้ามาซื้อพวงมาลัย ลูกค้าต่อรองขอลดราคาได้ไหมจะซื้อเยอะหลายพวง ข้าพเจ้าก็ตอบไปว่าลดได้นิดหน่อยดอกไม้ฤดูหนาวราคาแพง ลูกค้าก็บอกว่าวันนี้ร้อยพวงมาลัยได้ไม่สวยเลยหาเรื่องตำหนิพวงมาลัยเรา เราพอได้ยินว่า ร้อยพวงมาลัยไม่สวยเลยวันนี้ ใจของข้าพเจ้าก็ปี๊ดขึ้นไม่พอใจอยู่ในใจ แต่ข้าเจ้าก็รู้ทันว่าเริ่มมีอาการคันหัวใจเข้าแล้ว พอรู้เริ่มมีอาการก็กดข่มไว้ ทำหน้าปกติคุยกับลูกค้าต่อไปจนขายพวงมาลัยได้ลุล่วง แต่ขบวนการในการขายขณะต่อรองราคากัน ภายในใจของข้าพเจ้าก็ยังคันหัวใจยิบๆอยู่ ก็ได้นึกถึงคำพูดของอาจารย์ขึ้นมา เขานั่นแหละคือ เราๆๆๆ เราทำเช่นนั้นมามากกว่านั้นหาประมาณมิได้ ถึงเวลาที่เราจะได้ชดใช้แล้วความโชคดีก็เกิดขึ้น ร้ายหมดอีกแล้วเรา พอนึกถึงคำอาจารย์สอน อาการที่คันหัวใจอยู่ในใจก็สงบลงด้วยดี

ทุกข์ : เมื่อถูกตำหนิ
สมุทัย : ทุกข์ใจเมื่อถูกตำหนิ จะสุขใจเมื่อเขาชมเรา
นิโรธ : เขาจะตำหนิเราก็ไม่ทุกข์ใจ เขาจะชมเราก็ไม่สุขใจและก็ทุกข์ใจ สุดท้ายเราก็ไม่ต้องการทั้งสุขใจและทุกข์ใจ
มรรค : เมื่อเราเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง ความทุกข์ของเราก็จะลดลงเป็นระดับๆ ทุกเหตุการณ์ ทุกสถานการณ์เราเคยทำมาทั้งหมดทั้งสิ้นไม่มีสิ่งใด้เลยที่เราไม่เคยทำมา อาจารย์เคยสอนเรามาอย่างนี้ พอเราปฎิบัติตามก็เห็นผลตามเป็นลำดับๆ เกิดอะไรขึ้นจงท่องไว้ กูทำมา ความคันหัวใจของเราก็เบาบางลง พอเกิดขึ้นมาอีกเราก็จะรู้สึกตัวเร็วและกำจัดได้เร็วยิ่งขึ้น สาธุครับ


อรวิภา กริฟฟิธส์

เรื่อง อย่าผิดศีล

พ่อบ้านเตรียมตัวจะออกไปเล่นแบตมินตัน เห็นตัวเองยังมีอาการไม่ชอบใจอยู่นิด ๆ ในใจ ก็เลยบอกกิเลสไปว่า ดีก็เป็นของท่าน ชั่วก็เป็นของท่าน อย่าไปถือสาท่านเลยวันที่ท่านทุกข์จนเกินทนท่านก็หยุดเองแหละ ต้องขอบคุณท่านต่างหากที่ทำให้เราเห็นกิเลสความไม่ชอบใจ พอพิจารณาอย่างนี้ใจก็เบิกบานยินดี

ทุกข์ ไม่อยากให้พ่อบ้านไปเล่นแบตมินตัน

สมุทัย ไม่ชอบใจที่พ่อบ้านออกไปเล่นแบตมินตัน ใจยึดมั่นถือมั่นว่าถ้าท่านไม่ไปเล่นแบตมินตันจะชอบใจ สุขใจ

นิโรธ พ่อบ้านจะไปเล่นแบตมินตันหรือไม่ก็ไม่ทุกข์ใจ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต

มรรค พิจารณาเห็นความจริงตามความเป็นจริงว่า แต่ก่อนเราก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ แม่ให้ทำงานเราก็อยากจะไปวิ่งเล่น แต่ตอนนี้เรารู้ว่าการทำงานและออกกำลังกายไปด้วยกันได้ แต่พ่อบ้านท่านยังไม่เข้าใจ แล้วเราจะไปอยากให้ท่านเห็นเหมือนกันกับเราก็เป็นการขโมยเอาของที่เขาไม่ได้ให้ เป็นการขโมย ผิดศีล เราควรยินดีรับแต่ของที่เขาให้ พอเราพิจารณาอย่างนี้ใจก็เบิกบานยินดี ไม่ได้แสดงกิริยาที่ไม่ดีหรือต่อว่าพ่อบ้านเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published.