การบ้าน อริยสัจ 4 (2/2564) [44:55]

640110 การบ้าน อริยสัจ 4 (2/2564)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน อริยสัจ 4 ประจำวันที่ 4 – 10 มกราคม 2564 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

สรุปสัปดาห์นี้มีผู้ส่งการบ้านรวม 44 ท่าน 55 เรื่อง

  1. นางสาวสันทนา ประวงศ์
  2. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์
  3. นางจิราภรณ์ ทองคู่
  4. samruai nakanon
  5. sirikwun saelim
  6. นปภา รัตนวงศา (7)
  7. ณ้ฐพร คงประเสริฐ
  8. นางพรรณทิวา เกตุกลม
  9. ธัญมน หมวดเหมน(มั่นแสงธรรม)
  10. จรัญ บุญมี
  11. สำรวม แก้วแกมจันทร์
  12. Metha Wongwiwatwaitaya
  13. จิตรา พรหมโคตร
  14. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้ำน้อมศีล)
  15. Sompial limtrakul
  16. โยธกา รือเซ็นแบร์ก แจ้งศีล (2)
  17. jariya janpakdee (2)
  18. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)
  19. Sureenat. Ratchapan. สุรีนารถ ราชแป้น (2)
  20. พิเชษฐ์ บุญย์วิรุฬห์
  21. นาง เอมอร ศรีทองฉิม (เย็นน้ำคำ) (2)
  22. วิภาภรณ์ กอจรัญจิตต์
  23. ขวัญจิต เฟื่องฟู
  24. น.ส จรรญา ชุมจีด (สร้างกลิ่นศีล)
  25. นางกานดา ศักดิ์ศรชัย
  26. พรพิทย์ สามสี
  27. จรูญ สุยะ
  28. ศิริพร คำวงษ์ศรี
  29. นาง สาคร รอดรัตน์ (2)
  30. อรวิภา กริฟฟิธส์
  31. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  32. ประคอง เก็บนาค
  33. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  34. ปิ่น คำเพียงเพชร
  35. แสงสว่าง ฤทธิช่วย
  36. นมลชนก แก้วเกษ
  37. นางจีรวัลย์ วัฒนสิน
  38. วรรณา พลรบ(ธรรมแสงดาว)
  39. นายรวม เกตุกลม
  40. มุกแสงธรรม รู้แก่นศีล
  41. ชนกนันท์ ฉัตรทอง
  42. นฤมล ยังแช่ม
  43. เสาวรี หวังประเสริฐ
  44. ธิติมา จันทภักดี

Tags:

57 thoughts on “การบ้าน อริยสัจ 4 (2/2564) [44:55]”

  1. นางสาวสันทนา ประวงศ์

    เรื่อง : วิบากต้องรับ กิเลสต้องล้าง พุทธะจึงจะเกิด

    เหตุการณ์ : จะไปล้างจาน หารองเท้าไม่เจอ อ้าว! จำได้ว่าถอดไว้ตรงนี้น่ะ เลยเดินเท้าเปล่าไปล้างจาน ระหว่างที่ล้างจานอยู่ พี่ท่านหนึ่งใส่รองเท้าเรามายืนข้างๆ ก็บอกไปว่านี้รองเท้าโอ ท่านบอกว่ายืมไป… เห็นว่างอยู่ข้างโต๊ะ… โน้น นี้ นั้น ยาวไป เราอืม! (ในใจเราเริ่มขุ่นขึ้นมา) คิดในใจนี้เราเลย กูทำมา ทำมาจริง ๆ เมื่อก่อนพอทำผิดก็หาเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาอธิบายอย่างนี้เลย และก็เคยใส่รองเท้าของผู้อื่นไปห้องน้ำด้วย ก็สมควรแล้วที่ได้ผลของวิบากกรรมนั้น

    ทุกข์ : ทุกข์ใจรองเท้าหาย ทุกข์ใจไม่ชอบคนพูดมาก

    สมุทัย : กิเลสอุปาทานยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นรองเท้าเรา ตัวเรา ของของเรา
    กิเลสชอบ-ชัง ตัวชัง ไม่ชอบคนพูดมาก พูดเยอะ พูดยืดยาว

    นิโรธ : ยึดมั่นถือมั่น ชอบ-ชังเป็นทุกข์ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ชอบไม่ชังไม่เป็นทุกข์ สงบ เบิกบาน แจ่มใส ไร้กังวล ไร้ทุกข์ดีกว่า

    มรรค : คำนี้เอาอยู่ “หยั่งกะไม่เคยทำ” พิจารณากรรมและผลของกรรม พี่เขาทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์มาส่งของให้เรา เขาเอามาส่งให้ถูกคนแล้ว ถูกตัวถูกตนเลย ยินดียิ้มรับเลย ของๆ เรา ก็เราทำมา ทำมาจริง ๆ ก็ต้องได้รับ ถูกที่สุดแล้ว ขอบคุณที่ทำให้เราได้ใช้วิบาก รับแล้วก็หมดไป
    เย่ ๆ โชคดีแล้ว ร้ายหมดไปอีกแล้ว ต่อไปเราต้องสำรวมระวังคำพูด สังวรศีลให้มากขึ้น การใส่รองเท้าผู้อื่นโดยที่เจ้าของยังไม่ได้อนุญาต ผิดศีลข้อ ๒ สาธุค่ะ

  2. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    อริยสัจ 4

    เรื่อง ลืม..

    วันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมาตัวเองได้สอบ ว.บบบ. เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สอบข้อสอบกับพี่น้องผู้มีศีล และเป็นครั้งแรกที่สอบทางออนไลน์ เห็นใจตนเองว่าไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรสบาย ๆ แต่พอมาเจอคำถาม 1 ใน 10 ข้อสอบซึ่งเป็นคำภาษาบาลี และเป็นข้อสอบอัตนัย อ่านแล้วเหมือนจะนึกออก แต่ก็นึกไม่ออก ก็คำนี้เราก็ผ่านหูบ่อยอยู่นะ ! ทำไมเรานึกไม่ออก แต่วิบากดียังมี สัญญาเก่าบอกว่าน่าจะตอบไปประมาณนี้แหละ ลองตอบดูเผื่อถูก ..

    ทุกข์ : อึดอัดใจ ที่นึกคำแปลของคำภาษาบาลีไม่ออก

    สมุทัย : ไม่ชอบที่ตัวเองลืม นึกไม่ออก ทำให้เกิดความอึดอัดใจ ไม่รู้ว่าจะเขียนคำตอบอย่างไร ชอบที่ตัวเองจะจำได้ไม่ขี้ลืมแบบนี้

    นิโรธ : นึกไม่ออกก็ไม่เป็นไร ลองตอบตามความเข้าใจตัวเองดู ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่เห็นเสียหายอะไร อย่างมากก็ไม่ได้คะแนนเท่านั้นเอง

    มรรค : หลังจากวางใจได้แล้วว่า ตัวเองจะตอบคำถามตามที่เข้าใจถึงแม้จะไม่ถูก 100 % แต่ก็จะลองตอบไปดู เห็นได้ชัดเลยว่าใจได้คลายความอึดอัดลงทันที่ สามารถที่จะเขียนอธิบายคำตอบได้อย่างราบรื่นไม่สะดุดสักนิดเดียว ความทุกข์หายไปสิ้นเกลี้ยง รู้สึกถึงใจที่สบายไร้กังวลทำให้ไม่เสียพลังไปกับกิเลส สามารถทำข้อสอบข้อต่อไปได้อย่างเบิกบานเลยค่ะ พอใจไร้ทุกข์ ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น เช่นนี้เองค่ะ สาธุ

  3. นางจิราภรณ์ ทองคู่

    เรื่อง ไม่พร้อมสอบ
    เนื้อเรื่อง วันที่ 1 มกราคม 2564 ได้สมัครสอบ ว. บบบ. กับเพื่อนและจะสอบวันที่ 2 มกราคม 2564 ยังอ่านหนังสือเปิดโลกบุญนิยมไม่จบ ก็เกิดความไม่อยากสอบสักเท่าใดนัก ได้ปรับจิตโดยตั้งใจฟังพ่อครูเทศน์และฟังย่อยธรรมะ พอถึงวันสอบก่อนสอบก็มีการติวข้อสอบ โดยอาจารย์หมอเขียวและเพื่อนๆ ทำให้มีความรู้และเข้าใจขึ้น ลดความไม่พร้อมลงได้ ถึงเวลาสอบก็สุขใจในการทำข้อสอบ วันต่อมาตรวจข้อสอบก็ได้คะแนนเกินครึ่ง

    ทุกข์ ไม่พร้อมสอบ

    สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) ถ้าพร้อมสอบจะสุขใจถ้าไม่พร้อมสอบจะทุกข์ใจ

    นิโรธ(สภาพดับทุกข์) จะพร้อมหรือไม่พร้อมสอบก็สุขใจ

    มรรค(วิธีดับทุกข์) อยู่กับสัตบุรุษและหมู่มิตรดีไม่ต้องกลัว ทุกคนช่วยเหลือกันและเราก็ได้ฟังธรรมมะของพ่อครูและอาจารย์หมอเขียวทุกวัน ทำข้อสอบเต็มที่ก็สุขเต็มที่ ไม่มีอะไรต้องทุกข์ใจ ไม่มีอะไรคาใจ จิตก็สงบ อิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใสไร้กังว

  4. เรื่อง : ความชิงชังอาการป่วยที่เกิดกับร่างกาย
    ทุกข์ :ไม่สบายมีอาการปัสสาวะบ่อย รู้สึกอ่อนเพลีย มีไข้ ปวดเมื่อยตัวสาเหตุจากพิษที่กินหมี่ซั่วทำให้ปัสสาวะบ่อย เคยมีอาการแบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อกินหมี่ซั่วเพราะพิษในเส้นหมี่น่าจะเป็นผงชูรส ครั้งนี้พอเห็นเส้นหมี่ซั่วกิเลสก็อยากกินโดลืมถึงพิษที่เกิดขึ้น
    สมุทัย :ไม่ชอบ(ชัง)อาการไม่สบาย ชอบให้หายเร็วๆ
    นิโรธ : อาการไม่สบายจะหายอยู่ก็ได้ จะหายเร็วก็ได้ หายช้าก็ได้ เรายินดีรับแบบไม่ชอบไม่ชัง
    ถอนพิษด้วยการกดจุด ดีท๊อกซ์ หยอดตาหยอดจมูก หยอดหู กัวซา
    ยอมรับว่าสิ่งที่ได้รับคือสิ่งที่เราทำมา จะหายก็ได้ ไม่หายก็ไม่เป็นไร
    มรรค : ยอมรับว่าสิ่งที่ได้รับคือสิ่งที่เราทำมา จะหายก็ได้ ไม่หายก็ไม่เป็นไร สำนึกผิดยอมรับผิดที่ไปเสพกิเลสมา จากนั้นก็ ถอนพิษด้วยการกดจุด ดีท๊อกซ์ หยอดตาหยอดจมูก หยอดหู กัวซา
    ตั้งศีลต่อไปไม่กินหมี่ซั่วอีกแล้วเมื่อได้ถอนพิษร่างกายอาการก็ดีขึ้น ใจก็โล่งเบาสบาย

  5. เรื่อง : ช่วยน้องลดกิเลสคนคู่
    มีน้องเขียนเรื่องราวความคิดถึงมาให้ฟัง เราก็ช่วยน้องเต็มที่ แต่น้องก็มีแอบไปพบกัน แล่วยังคุยกันทางไลน์ นัดพบกันไปเที่ยว
    และมาเล่าให้ฟังว่ายัชื่นใจ ปลื้มใจเขาดีกับเราเขาห่วงเรา
    ทุกข์ : จากที่น้องเขาแอบไปพบกันไปเที่ยวด้วยกันทั้งๆที่เราสอนไว้ตั้งเยอะ
    สมุทัย:ชอบที่จะให้น้องเขาลดกิเลสได้ ชังที่เขายังแอบไปพบกันแล้วมาเล่าให้ฟังว่าชื่นใจปลื้มใจ
    นิโรธ: น้องไม่ชอบไม่ชังพฤติกรรมน้อง น้องจะลดกิเลสได้หรือเสพกิเลสก็ไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค:พิจารณาโทษบอกกิเลสว่า ไม่เคยทำรึ 555แกชั่วกว่าอีกมั้ย ชั่วกว่า เลวกว่า แล้วน้องเขาก็เดินตามรอยแกไงแกทำไว้ ไม่ใช่เขาหว่ะ นี่ลีลาของมึง5555
    ผล: ใจเบาสบาย เข้าใจความจริงว่ากิเลสเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย น้องเขาก็ตั้งใจสู้แต่เขาไม่ไหว พลาดบ้างเขาจะได้ทุกข์เหมือนเราทุกข์มาก่อน จะได้หาทางออก แล้วก็หาทางช่วยกันตามฐาน

  6. นปภา รัตนวงศา

    ลูกชาย
    สืบเนื่องจากลูกชายคนเล็ก จบการศึกษามา 2ปีแล้ว มาอยู่บ้านมีงานรับทำที่บ้านบ้าง ช่วยทำงานในสวนบ้าง ส่วนลูกชายคนโตทำงานกับญาติที่ กทม.ทำงานไม่ได้เงินเดือน ดีที่ได้ฝึกฝนงานให้ชำนาญมากขึ้น มีที่อยู่ที่กินก็ดีแล้ว เดือนมิถุนายนนี้งานคงจะหมด ใจอยากให้ลูกมาทำงานกสิกรรมไร้สารพิษ ที่ได้ศึกษามาจากท่านอาจารย์หมอเขียวหรือมาทำงานเล็กๆน้อยๆที่บ้าน แต่งานต้องถูกศีล
    ทุกข์ ลูกไม่มีงานทำ
    สมุทัย ถ้าลูกมีงานทำจะสุขใจ ไม่มีงานทำจะทุกข์ใจ
    นิโรธ ลูกจะมีงานทำหรือไม่มีงานทำก็สุขใจให้ได้ อย่าละโมบอยากได้ในสิ่งที่ยังไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่ใช่เวลา ทุกคนมีกรรมเป็นของของตน ถ้าวิบากดีที่ลูกทำมาดี เขาก็จะมีงานหรือมีสิ่งดีเอง ซึ่งสิ่งที่ดีอาจจะไม่ใช่งานก็ได้ จะทุกข์ใจไปทำไม
    มรรค ทำดีที่เรา นับ1ที่เรา ตัวเราต้องตั้งศีลให้สูงขึ้น จะได้เลื่อนฐานขึ้นไป ให้ลูก คนในครอบครัวหรือคนอื่นๆได้เลื่อนฐานตามขึ้นมา ลูกเขาก็พยายามตั้งศีลในเรื่องเนื้อสัตว์โดยตั้งศีล”ไม่กินสัตว์ใหญ่” เรื่องออกกำลังกาย” ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่ชอบเที่ยว ก็ดีมากแล้ว ก็ไปตามฐานจิตของเขา เราอย่ารีบอย่าเร่งให้เขาทำได้ ก็ตัวเรากว่าเจอแพทย์วิธีธรรมก็ปาไป 50ปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังล้มๆลุกๆอยู่เลย ลูกถึงแม้จะไม่เคยเข้าค่าย เขาก็รู้ก็เห็นว่าแม่ปฎิบัติอย่างไร ร่างกายแข็งแรง หายป่วยอย่างไร อาการโกรธ หงุดหงิดดีขึ้นอย่างมาก ทุกอย่างเขาบันทึกไว้แล้ว มีทำตามบ้างเมื่อมีแผล หรือสัตว์กัดต่อยจะเรียกหาน้ำปัสสาวะใช้ แต่ยังไม่ทำตามทุกเรื่องเท่านั้น ไม่ต้องทุกข์เรื่องไม่มีงานทำ แค่เขาไม่ทุกข์ใจ ลดกิเลสได้บ้างก็ดีแล้ว มันยากมากๆ ในการทำได้แต่ละเรื่อง ตัวเราต้องตั้งศีลให้สูงขึ้น ตั้งศีลออกจากอบายมุกดูหนังสั้นในมือถือ และการชื้อของทางออนไลน์ที่ไม่จำเป็นไม่มีใช้ก็ไม่ตาย ตามอ่านใจมันมีทุกข์อะไรอยู่ไหมในทุกช่วงเวลา ฝึกอ่านและกำจัดกิเลสที่ตรวจพบ อย่าปล่อยให้มันลอยนวลเหมือนปีที่ผ่านมาอีก

  7. นปภา รัตนวงศา

    อยากให้ลูกอยู่บ้าน
    ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ลูกชายได้มีโอกาสพัก ได้กลับมาบ้าน มาอยู่ได้ 5-6วัน ช่วงนี้ทั่วประเทศมีสถานการณ์โควิท โดยเฉพาะ กทม ซึ่งลูกต้องเดินทางกลับ อยากให้ลูกอยู่ที่บ้านไม่ต้องกลับไปทำงาน ลูกบอกว่าถ้าทางราชการสั่งล็อกดาว ก่อนกลับ ลูกจะไม่กลับ แต่เป็นไปไม่ได้
    ทุกข์ ไม่อยากให้ลูกกลับกทม.
    สมุทัย ถ้าลูกอยู่ที่บ้านจะสุขใจ ถ้าไม่อยู่ที่บ้านจะทุกข์ใจ
    นิโรธ ลูกจะอยู่ที่บ้านหรือไม่อยู่ที่บ้านก็สุขใจให้ได้ ถึงแม้โควิทจะระบาดขนาดไหน ถ้าเราดูแลตัวเองดีก็ไม่มีอะไรน่ากลัว อยู่ที่ไหนถ้าวิบากเข้าจะติดโรคอยู่ที่ไหนก็ติด ไม่ต้องห่วงใครในโลกใบนี้ จะกลัวไปล่วงหน้าทำไม
    มรรค โควิทมาเพื่อมาเอาคนชั่ว คนอบายมุข คนไม่ดี มาทำให้โลกสะอาดขึ้น มาก็ดีแล้ว ถ้าลูกเราเป็นคนดีเพียงพอก็ไม่ต้องกลัว ต้องกังวล ถึงแม้จะยังกินเนื้อสัตว์อยู่ ก็พยายามพากเพียรลด ละ อยู่ถึงแม้จะทำได้น้อยเพราะเขาไม่ได้อยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ทำได้ก็ ทำเท่าที่ได้ ด้วยใจไม่ทุกข์ ไม่กังวล ถึงจะอยู่ที่นครศรีฯ ถ้าวิบากร้ายเข้ามาก็เป็นโรคได้ ไปกลัวกังวลให้โง่ ให้ทุกข์ทำไม ทำทุกข์ทับถมตนทำไม
    กลัวเท่าที่โง่ โง่เท่าที่กลัว
    ทุกข์เท่าที่โง่ โง่เท่าที่ทุกข์
    ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทุกข์ใจ ความทุกข์ใจไม่ได้แก้ปัญหา มีแต่เพิ่มปัญหา สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับไป จะทุกข์ใจไปทำไม เบิกบานแจ่มใสดีกว่า
    ในโลกนี้ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการดับทุกข์ใจ ให้ได้
    วิปัสสนาถึงโทษของทุกข์ใจ ซ้ำๆๆๆๆหายทุกข์ หายกังวลแล้วค่ะ

  8. นปภา รัตนวงศา

    ลุ้น
    เนื่องจากพ่อท่านมีโรคประจำตัวคือ ถุงลมโป่งพอง ท่านถนัดที่จะใช้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่ ยอมใช้แพทย์ทางเลือกบ้าง เช่น การอ่านหนังสือของอาจารย์บ้าง สวนล้างลำไส้ แช่มือแช่เท้า ลดอาหารที่มีเนื้อสัตว์ลงบ้าง
    แต่ช่วงนี้ตอนพบแพทย์ครั้งสุดท้าย แพทย์บอกอาการดีมาก ปวดดี ผลเลือดปกติก็เริ่มละเลยไม่ทำอะไรเลย จนน้องที่ดูแลกังวล พี่! ดูสิต้มน้ำร้อนให้แล้ว ใส่กาละมังแล้วไม่ยอมแช่ เอาน้ำใส่ขวดดีท็อกซ์แล้วบอกว่า พ่อถ่ายแล้ววันนี้ขอไม่ทำนะ ก็บอกน้องไปว่า ท่านยอมทำบ้างก็ดีแล้ว อย่าไปบังคับ เอาเท่าที่ได้ น้องทำดีที่สุดแล้ว ลุ้นกันตลอดช่วงสิ้นปี พ่อจะเข้ารพ.ฉลองปีใหม่อีกไหม
    วันนี้ให้น้องโทรมาตอนเช้า ช่วยพาไปรพ.หน่อย แต่พ่อกลัวต้องนอน รพ. ก็บอกท่านไปว่า พ่อไม่ต้องกลัวยิ่งกลัวนั่นละ ยิ่งจะต้องนอนรพ.จะนอนหรือไม่นอนก็ดีทั้งนั้น แต่กิเลสก็มาหลอก ใจตัวเองก็เริ่มกังวลคงต้องนอนรพ.อีกไหม
    ทุกข์ พ่อเริ่มมีอาการหอบกำเริบอีกแล้ว
    สมุทัย ถ้าพ่อไม่หอบไม่นอนรพ.จะสุขใจ ถ้าท่านหอบจนนอนรพ.จะทุกข์ใจ
    นิโรธ ท่านจะหอบ ท่านจะไม่หอบ จะต้องนอนรพ.หรือไม่นอนรพ.ก็ไม่ทุกข์ใจ เป็นไปตามวิบากดีร้ายของเราของพ่อสังเคราะห์กัน และทุกอย่างที่จัดสรรให้มันดีที่สุดแล้ว ในเมื่อทุกวันทำเต็มที่แล้ว แต่ถ้ายังทำได้ไม่ดีพอก็เริ่มใหม่ ทำใหม่ด้วยใจที่ไม่ทุกข์
    มรรค มาวิปัสสนาดู วินาทีนั้นใจเริ่มทุกข์ เริ่มกังวลปีใหม่ พ่อต้องเข้ารพ.อีกแล้ว เข้ารพ.ตั้งแต่อาการไม่มากก็ดีแล้ว ในเมื่อพ่อดูแลตัวเองมาได้ตามฐานของท่านก็ดีที่สุดแล้ว มีใครอยากเข้ารพ. ยิ่งช่วงนี้โควิทระบาด ยิ่งไม่ใช่สถานที่ที่สมควรเลย แต่ถ้าถึงคราวจำเป็นและท่านมาใช้ทางแพทย์วิธีธรรมยังไม่มาก ท่านมีสิทธิ์ได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ท่านทำได้ ท่านก็ต้องใช้สารเคมีไป ใจเราต้องไม่ทุกข์จริงๆ มิใช่แค่ลมปาก อย่าอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ มันไม่ใช่เวลา ณ.เวลานั้น
    พาพ่อไปด้วยใจไม่ทุกข์ ไม่กังวล รู้ได้ถึงพลังที่เรามีส่งผลถึงพ่อจริงๆ หมอให้กลับบ้านหลังพ่นยา และฉีดยา
    พ่องง! ปกติไปรพ.ก็ต้องนอนทุกครั้ง
    นี่คือใจที่ทำได้จริง เห็นอานิสงส์นี้จริง จะพากเพียรตามท่านอาจารย์หมอไปเรื่อยๆ และตั้งศีลให้สูงขึ้นๆค่ะ

  9. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    โควิดระบาดรุนแรงขึ้น

    จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ในช่วงนี้ ดูท่าจะบานปลายใหญ่โตเหมือน ๆ ในประเทศต่าง ๆ ที่มีข่าวออกมา ทำให้การรับข่าวสารต่อเนื่องเพื่อความไม่ประมาท และดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่ หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลตนเอง เว้นระยะห่าง แต่ก็อดเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศในเร็ว ๆ นี้อยู่

    ทุกข์; มีความกังวลใจ เป็นห่วงน้องสาวที่จะเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้

    สมุทัย:มีความยึดที่อยากให้น้องสาวไม่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินโดยสารเป็นเวลานาน เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตัวนี้สูงขึ้นจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

    นิโรธ; การที่น้องสาวต้องเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้หรือไม่ก็ไม่ก็ไม่กังวลใจ สุขใจได้

    มรรค; การที่น้องสาวต้องเดินทางไกลในช่วงนี้ก็ต้องมีความจำเป็นในส่วนตัวเขาเพราะเขาก็โตมากแล้ว แต่เป็นผัสสะที่ดีทำให้เราได้เห็นตัวยึดในใจเราที่อยากให้เป็นไปตามที่กิเลสต้องการเมื่อเห็นความทุกขใจนี้เกิดขึ้นจึงพิจารณาว่าทุกคนมีกรรมเป็นของ ๆ ตนที่แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่อาจรู้ได้ มีเพียงกรรมใหม่ที่เราควรทำแต่กรรมดีสั่งสมไว้เท่าที่จะทำได้เท่านั้น เมื่อทบทวนดังนี้แล้วก็ใจก็คลาย จนหายกังวลใจ และช่วยเหลือเท่าที่เราทำได้อย่างดีที่สุด

  10. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง ลูกหนี้ปากแข็ง
    ได้คุยกับลูกน้องกรีดยางเรื่องตัดหญ้าในสวนด้วยการถามว่า น้องจะตัดหญ้าเมื่อไรก็บอกนะ แต่น้องเขาตอบว่า ผมไม่ว่าง จึงบอกเขาไปว่า ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรค่ะแต่ในใจยังขุ่นนิดๆที่ถามเพราะจะช่วยค่าน้ำมันใส่เครื่องตัดหญ้าต่างหาก เนื่องจากเป็นธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างเจ้าของสวนกับคนกรีดยางที่ตกลงกันในกรณีแบ่งรายได้กันคนละครึ่งหน้าที่ตัดหญ้าเป็นของคนกรีด พอกลับมาพิจารณาดูใจตัวเองต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ที่ทำให้เราได้เห็นกิเลสที่ยังขุ่นอยู่ ได้ใช้หนี้ที่ไม่ได้ดั่งใจ(วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล)หากเขาไม่ปฏิเสธเราก็ได้ดั่งใจ ซวยแน่ๆ(วิบากเพิ่ม กิเลสพอก งอกอกุศล)จึงวางใจได้ในเมื่อเขากรีดยางได้โดยที่ไม่ตัดหญ้าก็ไม่เป็นไรนี่

    ทุกข์:ขุ่นใจนิดๆที่ลูกน้องไม่ตัดหญ้า

    สมุทัย:หลงยึดมั่นถือมั่นว่า ถ้าลูกน้องตัดหญ้าเราจะสุขใจ ถ้าลูกน้องไม่ตัดหญ้าเราจะทุกข์ใจ ขุ่นใจ

    นิโรธ:ลูกน้องจะตัดหญ้าหรือไม่ตัดหญ้าเราก็ไม่ทุกข์ใจ ไม่ขุ่นใจมีแต่ใจไร้ทุกข์ตลอดเวลา

    มรรค:พิจารณาจิตตัวเองด้วยบททบทวนธรรมที่ว่า “การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเราเป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส คือความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเราและทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา”จากวันนั้นจนวันนี้หญ้าในสวนก็ยังไม่ได้ตัดแต่ใจไร้ทุกข์แล้วค่ะ

  11. ธัญมน หมวดเหมน(มั่นแสงธรรม)

    อริยสัจ 4(the four Noble truth)
    ชื่อเรื่อง
    สอบสภาวะ
    เนื้อเรื่อง
    จากที่ได้ร่วมบำเพ็ญกับอาจารย์และพี่น้องหมู่กลุ่มอยู่ที่ภูผาฟ้าน้ำนี้เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว พอดีช่วงงานเพื่อฟ้าดินของพ่อครูและพี่น้องชาวอโศกที่ผ่านมาก็มีข้อสอบมาให้ได้สอบสภาวะกัน ก่อนสอบก็ไม่ได้อ่านหนังสือเลยพระอาจารย์พาเร่งทำกสิกรรมเพราะเป็นวาระเร่งด่วน ก็ใช้การอ่านจิตและตั้งจิตของตัวเองแทนเพราะไม่ได้อ่านหนังสือ
    ทุกข์(The Truth of suffering)
    รู้สึกกังวลใจ
    สมุทัย(The Truth of cause
    of suffering)
    กลัวไม่เข้าใจข้อสอบเพราะไม่ได้อ่านหนังสือเลย
    นิโรธ (The Truth of state to end of suffering)
    วางใจว่าจะเข้าใจข้อสอบหรือไม่เข้าใจข้อสอบก็ไม่เป็นไร เมื่อเราทำดีที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรต้องทุกข์ใจ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามสภาวะจริงเราจะได้รู้ว่าเราเข้าใจธรรมะที่อาจารย์สอนได้มากน้อยแค่ไหน
    มรรค(The Truth of the path to end of suffering)
    พอจับได้ถึงความรู้สึกกังวลที่เกิดขึ้นในใจ แม้ไม่แรงมากแต่ก็ยังมีกวนๆในใจอยู่
    จึงบอกตัวเองว่ากลัวทำไมล่ะ ทำศีลให้ดีสิ แล้วก็วางใจและตั้งจิตว่าผลการสอบจะออกมาดีหรือไม่ดีก็ขอให้เป็นไปตามสภาวะจริงของตัวเอง ถ้าออกมาดีก็แสดงว่าเราเข้าใจในธรรมะที่อาจารย์ทุ่มเทสอนอยู่ทุกวัน และจะขอน้อมนำมาปฏิบัติเพื่อให้เกิดมรรคผลกับตัวเองต่อไป ถ้าผลออกมาไม่ดีเราก็จะได้เพิ่มความเพียรใส่ใจขวนขวายในการที่จะฟังธรรมที่อาจารย์พร่ำสอนให้มากขึ้นและนำมาพิจารณาในใจให้ลึกซึ้ง เพื่อนำมาปฏิบัติให้ถูกตรง

  12. จรัญ บุญมี

    การบ้านอริยสัจ ๔
    เรื่อง นักรบพ่อลูกอ่อน ตอนทำการบ้า
    + ทุกข์.(ความไม่สบายกายไม่สบายใจ)ทุกข์เพราะบีบคั้นตัวเองให้เขียนการบ้านให้ได้ ฉุน รำคาญ เครียด
    +สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) ยึดเขียนการบ้านให้ครบ จะสุขส่งไม่ครบจะทุกข์ อยากได้ดังใจ ชังอุปสรรค
    +นิโรธ(สภาพดับทุกข์)ได้ทำก็ดีไม่ได้ทำก็สุข ทำดีที่สุดก็พอแล้วก็สุขแล้ว สิ่งใดเป็นประโยชน์กว่าก็ไปทำ ไม่ได้ทำอะไรเลยก็สบาย ชีวิตได้ล้างทุกข์สุขแน่ โชคดีอีกแล้ว
    +มรรค (ทางปฏิบัติสู่ความพ้นทุกข์) เพราะความยึดของเราแท้ๆ อยากทำให้ดีใครบสมบูลย์ มันอยากจึงโดนขวาง งานบำเพ็ญอื่นจำเป็นกว่าก็มาก อุปสรรคการทำการบ้านก็โถม โทรศัพท์ ก็รวน สัญญาณก็หาย พิมพ์ได้เผลอลบหมด โอยรำคาญสุดๆ ยังจะดันทำต่อ ฉุนใส่ลูกอีก เป็นบ้าง่ายๆเลย พอสติมา เอ้ย! เราเป็นอ่าไรไป เราจะเอาอะไร เอาความสำเร็จ เอาสมบูลย์ สัจจะคือมันไม่ได้ดังใจตลอดหลอก เราไม่อยากเจอปัญหาอุปสรรค สัจจะคือปัญหาและอุปสรรคไม่เคยหมดไปจากโลก เราต้องเจอและไม่ทุกเพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำมาแน่ๆ รับแล้วก็หมดก็น้อยลงไป ดีก็ยิ่งออกฤทธิได้ ยิ่งพบก็ยิ่งหมด ยิ่งดียิ่งชำนาญการแก้ ได้ล้างกิเลสได้หายจากความโง่ ชั่วทุกข์ บ้า หมดวิบากแล้วการบ้านฉบับนี้จะส่งครับ วันนี้จะขอ”หยุดทำการบ้า”ก่อนสาธุ

  13. สำรวม แก้วแกมจันทร์

    เรื่อง โทรศัพท์หล่น..หาย…. ได้คืน!

    เนื้อเรื่อง เหตุการณ์เกิดขึ้น ที่บนทางเท้าริมถนนใหญ่ ในระหว่างที่กำลังเดินอย่างรีบเร่ง เพื่อรีบจะไปทำธุระให้ทัน ก็ได้หยิบโทรศัพท์ออกจากถุงผ้า ต้องการโทรคุยกับลูก โทรครั้งแรก ลูกไม่ได้รับสาย ผ่านไปประมาณ 5 นาที จึงโทรอีกครั้ง ลูกก็ไม่รับสายอีก ต่อจากนั้นก็ยังเดินเร็วอยู่ ยิ่งเร็วขึ้น รีบเร่งกว่าเดิม เดินบ้าง วิ่งบ้าง แต่ทันใดนั้น มองไปเห็นขยะอยู่บนถนนทางขวามือ เป็นถุงพลาสติกใสและใหม่ด้วย (คิดในใจว่า “เก็บหรือไม่เก็บ เก็บก็ได้ยังใหม่อยู่ นำไปใช้ได้”) ใจก็สั่งให้รีบย่อตัวก้มลง พร้อมกับสั่งมือขวาให้รีบเก็บถุงพลาสติกทันที ณ วินาทีนั้น เป็นไปอย่างอัตโนมัติ แล้วก็รีบยัดลงใส่ถุงผ้าที่สะพายอยู่บนไหล่ขวา และ ณ วินาทีต่อมา ก็ยังเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เช่นกัน มือข้างขวาสัมผัสถุงพลาสติกแล้วว่าลงอยู่ในถุงผ้าแล้ว จึงรีบเดินต่อไป พอเดินไปได้ ประมาณ 4-5 ก้าว ก็มีผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถสองแถว (จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก) ตะโกนดังๆ ว่า “เห็นอะไรของป้าหล่น ใช่ไหม ให้กลับไปเอา” แต่ตัวเองมีความมั่นใจว่า ไม่มีอะไรหล่น หันไปมองแล้ว ก็ไม่เห็นอะไร มีความมั่นใจมากๆ ว่า ไม่มีอะไรหล่น จึงส่ายหน้า พร้อมโบกมือและพูดว่า “ไม่มี ๆ ไม่ใข่ๆ ไม่ใช่องป้า” ยังคงรีบเดินอย่างเร่งเร็วต่อไป ประมาณ 3 นาที ก็ถึงที่หมาย วางถุงผ้า แล้วนั่งลง รีบหาโทรศัพทฺ์เพื่อต้องการโทรหาลูกอีกครั้ง แต่หาโทรศัพท์เท่าไหร ก็ไม่เจอ “โทรศัพท์หาย” จริงๆ ตามที่ผู้หญิงในรถสองแถวบอก “เอ๊ะ!” ตะโกนเสียงดัง บอกตัวเองในใจว่า “มันเป็นไปได้อย่างไร” ก็ความรู้สึกเราตอนนั้น บอกว่า ถุงพลาสติกลงอยู่ในถุงผ้าแล้ว แต่ทำไมตอนนั้นเราไม่คิดถึงโทรศัพท์เลย แม้แต่นิดเดียว ไม่คิดถึงโทรศัพท์เลย จริงๆ คิดไม่ได้เลย ไม่คิดเลยว่าโทรศัพท์ จะหล่นตอนก้มลงเก็บถุงพลาสติก จับความรู้สึกได้ว่า ใจหายวูบ นิดหนึ่ง พอตั้งสติได้ ก็ยังคงยีนงงอยู่กับตัวเอง อยู่กับที่ ประมาณ 30 วินาที เกิดมีคำถามขึ้นในใจมากมาย ว่า ตกใจมั้ย? กังวลมั้ย โทรศัพท์หายแล้วหรือ? มีใครพบเห็นแล้วยัง? แล้วทำไม เราไม่เชื่อคนที่เขาบอก? โทรศัพท์หาย จะทำอย่างไร? จะแก้ปัญหาอย่างไร? ต้องทำอะไรก่อนล่ะ? จึงค่อยๆ ก้าวเท้าออกเดินอย่างช้าๆๆๆ ย้อนหลังกลับมายังที่เกิดเหตุ (ภาพจังหวะ ลีลา ท่าทางการเดิน ณ เวลานั้น ถ้ากล้องสามารถถ่ายไว้ทัน เหมือนภาพ Slow motion อย่างไรอย่างนั้น) สติมา ปัญญาเกิด “วางใจได้ ทันที” “หายก็ได้ ไม่หายก็ดี” ไม่กังวล หายสงสัย หายแล้วก็ดี ขัอมูลในโทรศัพท์ ก็ไม่เห็นสำคัญอะไร ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมติขึ้นทั้งนั้น เดินกลับไปกว่าจะถึงที่เกิดเหตุ ประมาณ 5 นาที เดินแบบมีสติ รู้ตัวถ้วนพร้อม เดินแบบสบายๆ ถึงเวลาต้องแก้ปัญหา ก็ต้องรีบแก้ไข จึงไปถามแม่ค้าขายผลไม้ ว่าเห็นโทรศัพท์ บ้างมั้ย เขาตอบว่า ก็เมื่อกี้ มีคนในรถบอกแล้ว ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมป้าไม่เชื่อเขาล่ะ เราฟังแล้วเงียบไม่พูด แต่ขอยืมโทรศัพท์ของเขา โทรหาของตัวเอง คิดว่า มีคนรับ-ไม่มีคนรับก็ได้ เพราะว่าได้ วางใจแล้ว ในที่สุด ก็มีคนรับ เขาบอกว่า มีคนเก็บได้หน้าร้านของเขาเอง ให้ป้า มารับได้เลย ภายใน ประมาณ10 นาที โทรศัพท์ที่หล่นหาย.. จึงได้คืน “ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ”

    ทุกข์ : รู้สึกตกใจ ใจหายวูบ กังวลด้วย

    สมุทัย : ถ้าเจอโทรศัพท์จะสุขใจ ถ้าไม่เจอโทรศัพท์จะกังวล จะทุกข์ใจ

    นิโรธ : วางใจได้แล้วว่า เจอโทรศัพท์ หรือไม่เจอ ก็สบายใจได้ ทุกเวลา

    มรรค : ตั้งสติ ทบทวนเหตุการณ์ อย่างช้าๆ “ทำใจในใจ” จนเกิดปัญญา แก้ไขปัญหา พอเห็นทุกข์ จึงเห็นธรรมได้จริง เคารพมิตรดีให้เพื่อนช่วยแก้ปัญหา ไม่แก้ปัญหาคนเดียว เมื่อเจอเหตุการณ์ สิ่งเลวร้ายขึ้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ เพราะเราอาจเคยทำมามากกว่านั้น “วิบากต้องรับ กิเลสต้องล้าง” ยอมรับเต็มๆ ร้ายจะได้หมดไป ได้ตั้งศีลขึ้นใหม่ทันทีว่า กับการวางใจว่า โทรศัพท์จะหายหรือไม่หายก็ได้ แต่จะ “ไม่โทษใคร” “ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น” “พูดเปิดเผยความจริงออกไป” “พึ่งตน” จึงเกิดเหตุการณ์ที่เป็น อาจินไตย ตามที่เล่ามา วิบากกรรมดี ตามทัน เราจึงโชคดี ที่ได้โทรศัพท์กลับคืนมาในช่วงเวลา เพียงไม่กี่นาที่ เพราะเชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม อย่างชัดเจน เชื่อมั่นในกฏของไตรลักษณ์ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดา ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใคร เพราะในที่สุด ทุกอย่างก็หมดไป มีแต่ความว่างเปล่า คือ “ไม่ทุกข์ ไม่สุข” กับอะไร

  14. Metha Wongwiwatwaitaya

    เรื่อง : ไม่ชอบตัวด้วงที่มาสร้างความเสียหายให้ต้นมะพร้าว

    เหตุการณ์ : วันนี้มีโอกาสได้เข้าสวนมะพร้าวทีปลูกเอาไว้เพื่อใส่เกลือ แต่พอไปถึงกลับเห็นยอดมะพร้าวกุดด้วนไป เลยเข้าไปดูใกล้ๆพบว่าเป็นตัวด้วงมากัดกินยอดมะพร้าวอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเอาลูกเหม็นหยอดเอาไว้ เพราะไม่อยากไปเบียดเบียนชีวิตเขา พวกเขาก็หายไปสักระยะ แต่ตอนนี้ก็กลับมาสร้างความเสียหายอีกแล้ว

    ทุกข์ : ใจเป็นทุกข์ที่ได้เห็นต้นมะพร้าวเสียหาย กลัวว่ามันจะตายและไม่ได้รับผลผลิต

    สมุทัย : ชังเพราะเห็นตัวด้วงมากัดกินยอดมะพร้าวจนเกิดความเสียหาย

    นิโรธ : จะเสียหายก็ได้ ไม่เสียหายก็ได้, ต้นมะพร้าวจะตายก็ได้ ไม่ตายก็ได้, จะได้รับผลผลิตก็ได้ ไม่ได้รับก็ได้

    มรรค : พิจารณาดูแล้ว ว่าเราเคยทำชั่วมาเยอะ หาที่ต้นที่สุดมิได้ เมื่อก่อนเราก็เคยเบียดเบียนชีวิตพวกเขาเอาไว้เยอะ พอโดนพวกเขาเบียดเบียนบ้างก็ยุติธรรมดีแล้วนี่ จะทุกข์ใจไปทำไม ทุกอย่างที่เราทำไว้ เราได้ใช้แล้ว ก็หมดไป เราก็จะโชคดีขึ้นเอง

  15. จิตรา พรหมโคตร

    เรื่อง:ทำได้แค่นี้ก็ดีมากแล้ว

    เนื้อเรื่อง: ขณะฟังโจทย์ท่านอาจารย์อ่านข้อสอบเสียงไม่ค่อยชัดแม้จะใส่หูฟัง ข้าพเจ้าตั้งใจฟังมาก วิบากก็ไม่ยอมปล่อยคนหลังบ้านพูดคุยกันเสียงดังและหน้าบ้านก็มีเสียงรถยนต์ทำให้ฟังไม่ชัด รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็ปรับใจได้เพราะไม่ได้หวังในการสอบแต่เห็นเป็นประโยชน์ในการสานพลังกับหมู่มิตรดี

    ทุกข์: รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย มีอาการร้อนรนใจกับเสียงของคนหลังบ้านและหน้าบ้าน

    สมุทัย: อยากให้เสียงดังนั้นหายไป ชอบถ้าเสียงดังนั้นหายไปแล้วจะสุขใจ ชังถ้าเสียงดังนั้นไม่หายไปก็ทุกข์ใจ

    นิโรธ: เสียงดังนั้นจะหายหรือไม่หายก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค: พิจารณากรรมและเข้าใจเรื่องกรรมว่า”วิบากก็ต้องรับ กิเลสก็ต้องล้าง พุทธจึงจะเกิด” การจะเข้ามาร่วมสอบว.บบบ.ไม่ใช่ใครก็สอบได้นะถ้าไม่มีความดีถึงรอบ นี่!เป็นวิบากแค่ฟังเสียงอาจารย์ไม่ค่อยชัดเป็นบางช่วงก็หงุดหงิด!ซะแล้ว ก็ไหนบอกว่าไม่ได้หวังในการสอบ แต่มาเพื่อสานพลัง ยังจะโลภอยากได้มากเกินความเป็นจริงของตัวเองเดี๋ยวจะผิดศีลเพิ่มลักขโมยสิ่งที่ไม่ใช่ของเราอีกอย่าประมาทเด็ดขาดนะ! เราได้เข้ามาร่วมในยัญพิธีครั้งนี้ได้ถึงแม้ไม่ได้สอบ ได้มาสานพลังกับหมู่กลุ่มใหญ่ของพ่อครู”ได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว”เมื่อคิดได้ก็รู้สึกผ่อนคลายความหงุดหงิด และพิจารณาต่อไปว่า เออ!จริงนะการสอบ ว.บบบ.ครั้งที่ 8 นี้เป็นการทดสอบผู้เป็น”พุทธะ”ซึ่งแปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วเรายังไม่รู้ ไม่ตื่น ไม่เบิกบาน เราก็จะไม่สามารถเข้าสอบได้เช่นกัน เมื่อคิดได้ก็ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นว่าอะไรจะเกิดก็ยอมรับทุกอย่าง ความรู้สึกโล่งใจขึ้นมาประมาณ70% อีก30% ก็ยังมีความหงุดหงิดเป็นระยะๆมาขณะฟังเสียงอาจารย์อ่านข้อสอบจนครบทุกข้อ
    ผลก็คือได้ทำข้อสอบแม้ไม่ได้ครบทุกข้อแต่ก็ผาสุก เพราะได้สู้กับความยากลำบากที่จะให้ใจผาสุกได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราจะพากเพียรปฏิบัติต่อไป

  16. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้าน้อมศีล)

    ส่งการบ้าน. ทุกข์อริยสัจ
    เรื่อง.อยากอยู่สอบ
    (เหตุการณ์).เนื่องจากงาน เพื่อฟ้าดิน (ที่ทะเลธรรม)จากตอนแรกคิดว่าได้อยู่ต่อบำเพ็ญและได้สอบ วบบบ.แต่ยังมีสัมภาระวิบากอยู่คือต้องกลับ
    บ้านเพื่ออยู่กับย่าเพราะอาไปทำธุระต่างจังหวัดและได้คุยสังเคราะห์กันว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ตามฐานะที่จะเป็นไปได้ จึงตกลงว่าจับสลากกัน ขณะตอนที่จับสลากได้ตั้งจิตว่าจะได้อยู่ตรงไหนจะได้ทำอะไรก็ให้เป็นแระโยชน์ต่อโลกมวลมนุษยชาติต่อผู้อื่นและต่อตัวเองให้มากที่สุด แล้วก็เป็นตัวเองที่ต้องกลับบ้าน

    ทุกข์.ทุกข์เพราะอยากอยู่สอบ วบบบ.

    สมุทัย.ยึดมั่นถือว่าอยากได้สิ่งดีที่ดีกว่าคือถ้าได้อยู่ต่อเพื่อจะได้สอบแล้วจะสุขใจ เมื่อได้อยู่ต่อไม่ได้สอบจึงทุกข์ใจ

    นิโรธ.จะได้อยู่ต่อจะได้สอบหรือไม่ได้สอบก็สุขใจ

    มรรค.ล้างความชอบชังความยึดมั่นถือมั่นพิจารณาความโทษและประโยชน์ของความ
    ชอบชังที่ความอยากได้สภาพที่ดีแบบยึดมั่นถือมั่นแม้เป็นสิ่งที่ดีแต่สิ่งดีที่ดีกว่าคือวางใจทำสิ่งดีที่ทำได้ตามกาละนั้นๆ
    และขอบคุณเหตุการณ์นี้ที่ได้เห็นกิเลสถ้าได้อยู่ต่อก็ได้คืออัตตาโต แต่เมื่อไม่ได้อยู่ต่อก็โชคดีได้กลับมาอยู่กับย่าได้ทั้งกุศลได้ทั้งเห็นกิเลสได้ล้างกิเลส แต่ถึงแม้อยู่บ้านก็ได้สอบ วบบบ.ทางไลน์ค่ะ
    และได้เอาบททบทวนมพิจารณาบทที่ว่า
    ยึดอาศัย “ดี”ที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง”
    “นั้นดี”แต่ยึดมั่นถือมั่นว่า ต้องเกิด “ดี”ดั่งใจหมาย ทั้งๆที่องค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น
    “ไม่สามารถทำให้ดีนั้นเกิดขึ้นได้จริง” “นั้นไม่ดี”
    สาธุค่ะ.

  17. นปภา รัตนวงศา

    สนามสอบ วบบบ.ครั้งแรก
    หลังจากรู้จักท่านอาจารย์หมอเขียว และพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ มาประมาณ 5ปี ยังไม่เคยกล้าที่จะทำข้อสอบเลย
    เมื่อปีที่แล้วเข้าไปดูตอน เฉลยข้อสอบ รู้สึกว่ามันยากมากเลย
    ปีนี้คิดว่าจะเข้าไปดู ไม่สอบนะ กลัวทำไม่ได้ ไม่ได้อ่านหนังสือเลย กลัวคนอื่นหาว่าโง่ สารพัดที่กิเลสมาหลอก
    แต่กลับใจขอสู้กับกิเลส กลัวใช่ไหม ยิ่งกลัวยิ่งต้องสอบ ได้สัก 1ข้อก็สำเร็จแล้ว หรือแค่ได้ทำก็สำเร็จแล้ว
    ทุกข์ กังวลใจจะสอบได้ไม่ดี
    สมุทัย ถ้าทำคะแนนสอบได้ดีจะสุขใจ ถ้าทำได้ไม่ดีจะทุกข์ใจ
    นิโรธ จะทำคะแนนสอบได้ดีหรือไม่ได้ดีก็สุขใจให้ได้ ไม่ชอบไม่ชัง สบายๆนับ1ที่เราไง เริ่มต้นตอนนี้เดี่ยวนี้ ขอให้ได้ทำข้อสอบ ด้วยใจที่เป็นสุขก็พอแล้ว
    มรรค พิจารณาความจริงความลวง ทุกคนมีจุดเริ่มต้นทั้งนั้น คุณจะเป็นอรหันต์โดยที่ไม่ต้องบำเพ็ญใช่ไหม มีความรู้แค่ไหนก็มาใช้ ทำให้ดีที่สุด ตั้งใจฟังคำถามและตอบตามที่เข้าใจ ส่วนผลจะออกมาอย่างไงมันดีที่สุดแล้ว ในเมื่อความรู้ การอ่านหนังสือและความตั้งใจเราแค่นี้ จะเอามากกว่านี้ไม่ได้ เป็นขโมย เขาให้แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้วแค่ก้าวผ่านความกลัว ความกังวลก็สำเร็จแล้ว
    ความสำเร็จของงานไม่ใช่ความสำเร็จของงาน
    ความสำเร็จของใจคือความสำเร็จของงาน ใจที่ไร้ทุกข์ ใจที่ยินดี ใจที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่า งานจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จเมื่อเราได้พยายามทำเต็มที่แล้วเพราะเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง
    ถ้าเราดับทุกข์ใจได้ ก็ไม่มีอะไรที่ดับไม่ได้
    ดีระดับ 10เป็นความลวง มีดีระดับ 11คือใจไร้ทุกข์ ที่ต้องเอา
    ผลการสอบอัตนัยได้ 41 ข้อ แต่ข้อเขียนยังไม่ทราบแต่ไม่ได้กังวล ใจไร้ทุกข์ค่ะ
    สาธุ

  18. เรื่อง ไม่ได้ไปทะเลธรรม
    เหตุการณ์ :มีงานเพื่อฟ้าดินที่ทะเลธรรม แต่ไม่ได้ไปเพราะลูกกลับบ้านมาเยี่ยมแม่ช่วงวันหยุดนัดกันว่าจะไปขอกองทุนโค่นยางพาราเพราะเป็นชื่อของแม่
    ทุกข์:ไม่ได้ไปร่วมงานเพื่อฟ้าดินที่ทะเลธรรม
    สมุทัย :ถ้าได้ไปร่วมงานที่ทะเลธรรมจะชอบใจ ไม่ได้ไปจะชัง
    นิโรธ : ไปร่วมงานทะเลธรรมหรือไม่ได้ไปก็ไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค : ฟ้าให้อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น งานเดี๋ยวก็มีอีก ปีหน้าค่อยว่ากันแต่ปีนี้อยู่ตรงนี้ดีที่สุด ใจโปร่งโล่งสบาย

  19. โยธกา รือเซ็นแบร์ก แจ้งศีล

    สอบ

    พี่น้องลงชื่อเพื่อจะเข้าสอบหลายท่านคึกคักน่าสนุก อยากจะลงสอบบ้างจึงมาถามพี่น้องมิตรดีว่าจะสอบประมาณใหนเพราะอยากเตรียมตัวเอาไว้ พี่น้องแซวว่ายังไม่ลงชื่อเลยทุกข์รอแล้ว ข้าพเจ้าลงชื่อเข้าสอบร่วมกับพี่น้องด้วย มีท่านพี่น้องจิตอาสาเมตตาติวให้พี่น้องก่อนถึงวัน แต่พอเห็นหนังสือที่จะออกข้อสอบไม่เคยอ่านเลยุขณะที่ฟังพี่น้องติวอ่านให้ก็ไม่สะดวกฟังเต็มที่เพราะทำอาหารให้ลูกด้วย เห็นใจตัวเองอยากจะขอถอนตัวเพราะยึดดีว่าต้องได้เตรียมตัวอ่านทบทวนก่อนไม่มีความมั่นใจถ้าจะสอบโดยไม่ได้อ่านหนังสือก่อน และมีเวลาแค่2วัน แต่รู้ว่าการมาร่วมสานพลังกับพี่น้องมิตรดีๆกว่า จึงหยุดความคิดจะถอนตัวและเข้าสอบร่วมกับพี่น้องด้วย.

    ทุกข์ : ไม่แช่มชื่น ขาดความมั่นใจ ในการสอบ
    สมุทัย : ยึดดี ชอบ-ที่จะได้เตรียมตัว/อ่านหนังสือให้พร้อมก่อนสอบ ชังที่ไม่ได้เตรียมตัว/ไม่ได้อ่านหนังสือก่อนสอบ
    นิโรธ : วางใจ แม้ไม่ได้เตรียมตัว/อ่านหนังสือก่อนก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : พิจารณา คิดทบทวนนี่เราจะมาเอาอะไรกัน บททบทวนธรรมก็อ่านก็ท่องทุกวัน ว่าไม่ยึดมั่นถือมั่น ยึดเป็นทุกข์ ,ไม่เอาอะไร สักแต่ท่องๆๆแต่ไม่ได้ทำให้เข้าถึงจิตวิญญาณเลย สนทนาธรรม กับพี่น้องมิตรดี ให้ชี้ขุมทรัพย์ให้มองเห็นว่าเรายังติดโลกธรรมพอมีคำว่า”สอบ” ต้องทำได้ดี นั่นมันทางโลกๆ เขาทำกัน นี่เรามาเดินทางธรรมแล้วพิจารณาเห็นว่าใช่จริงๆพอมีคำว่า”สอบ”ทุกครั้งทุกข์รอเลย พี่น้องมิตรดีเมตตา ขยายต่ออีกเราเข้าไป เพื่อสานพลังร่วมกับพี่น้อง ,เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ในสิ่งที่ไม่รู้ แม้ทำข้อสอบผิดเราก็ได้กลับมาทบทวนใหม่ มีแต่ได้ไม่มีอะไรเสียเลย ,,และที่สำคัญอย่าลืมจิตวิญญาณงานในของเรา
    ซึ่งก็เคยฟังท่านอาจารย์หมอเขียวเทศน์ บ่อยๆว่างานนอกไม่เน้น เอางานในใจ พอวิบากเข้าคิดไม่ออกเลย เชื่อกิเลสเลย มาตาลีเทพสารถีส่งข้อสอบมาอีกแล้วเพราะยังสอบไม่ผ่าน แต่โชคดีดี ที่ได้เห็นตัวเองว่ายังมี อัตตาตัวใหญ่ ที่จะต้องรีบสลายอัตตาตัวเป้ง ออกแม้จะต้องใช้เวลาก็ขอจะต่อสู้ต่อไปค่ะ
    กราบขอบพระคุณพี่น้องมิตรดีค่ะ

    สรุปวันที่สอบมีแต่ความแช่มชื่นใจ เบิกบาน อบอุ่นและมีพลังรวมของพี่น้องทั่วโลก แม้จะไม่เข้าใจความหมายคำถามและตอบไม่ได้,ตอบผิด ทำข้อสอบด้วยใจไร้ทุกข์ค่ะ
    กราบสาธุค่ะ.

  20. ชื่อ เรื่องส่มตรวจโควิด
    วันนี้ก็ร่วมกับตำรวจ ส.อ.และร.พ.ส.ต.และอ.ส.ม.ในพื้นที่เข้าค้ดกรองแรงงานประมาณสามร้อยคนส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานพม่าจบแล้วก็ไปต่อคัดแรงงานสวนปาร์มอีกสิบราย
    ทุกข์:ที่ไปคัดกรองโควิดแรงงานพม่า
    สมุทัย: ชังเพราะเครื่องคัดกรองตรวจวัดจะไม่ได้มาตรฐานชอบถ้าเครื่องวัดคัดกรองได้ตามมาตรฐาน
    นิโรธ: เครื่องคัดกรองจะได้มาตรฐานหรือไม่ก็ได้เราก็ไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค: วางใจทุกชีวิตก็ต้องรักตัวเองเช่นกันคนงานเค้าก็ลุ้นว่าตัวเขา จะเจอโรคหรือเปล่า สวนเราก็ทำตามหน้าที่เต็มที่ตามเหตุปัจจุบัน คิดว่าเค้ามาเพื่อทดสอบใจอ.ส.ม.ว่าจะถอดใจมั๊ย เราสร้างวิบากดีตามที่ทำได้เท่าที่มีกำลังเลยใช้เครื่องคัดกรองโดยไม่ทุกข์สาธุค่ะ

  21. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)

    เรื่อง : อยากจะฟังธรรมะก่อนนอน (31ธค.63)

    เหตุการณ์ : ช่วงปีใหม่ มีเหตุให้กิเลสมารครอบงำ เวลานอนจะเปิดฟังธรรมะไม่ว่าจะเป็นของอาจารย์หรือของพ่อครู เผอิญมีอยู่คืนหนึ่งเปิดธรรมะพ่อครู พ่อบ้านบ่นว่าเปิดเสียงดัง พอพ่อบ้านท่านพูดจบ เราก็หัวเราะ แต่ไม่ได้พูดอะไร อ่านใจตัวเองว่า รู้แล้ว แต่เดี๋ยวจะหรี่เสียงให้ ยังไม่ทันไร พ่อบ้านก็สวนขึ้นมา พูดอะไรไม่รู้ ไร้สาระ กล่าวว่า พ่อครูพูดเรื่องไร้สาระ ทำให้เรานึกโกรธพ่อบ้าน แต่ไม่ได้กล่าววาจาออกไป เงียบไม่พูดกันประมาณ 2-3 วัน ใจก็คิดตอนแรกกลัวพ่อบ้านจะมีวิบากร้ายจากการเพ่งโทษพระอาริยะ แต่พ่อบ้านทำไปเพราะความไม่รู้ วิบากร้ายนะมีแต่คงเบาบางไม่มาก (ยังแอบเป็นห่วงอยู่) นั่งคิดมาหลายวัน จริงที่รู้สึกขุ่นเคือง โกรธพ่อบ้านเพราะพ่อบ้านไม่เข้าใจเรา

    ทุกข์ : ขุ่นใจ หงุดหงิดที่พ่อบ้านไม่เข้าใจ แถมกล่าวว่าพ่อครู

    สมุทัย : อยากจะให้พ่อบ้านเข้าใจว่า เวลานอน จะนอนไม่หลับถ้าไม่ได้เปิดฟังธรรมะ จะให้ใช้หูฟังก็เจ็บหู ยึดว่าพ่อบ้านต้อง
    เข้าใจ ยึดว่าสิ่งที่เราคิด เราทำ ถูกต้อง

    นิโรธ : พ่อบ้านจะเข้าใจหรือไม่ เราก็ไม่ทุกข์ใจ ไม่ทุกข์ใจ ไม่ชอบไม่ชัง ถ้าพ่อบ้านจะไม่เข้าใจ

    มรรค : ฝึกความไม่ได้ดังใจ ถ้าพ่อบ้านตามใจ กิเลสเราก็จะโตขึ้นๆ ฝึกเว้นระยะห่างกับพ่อบ้าน, พิจารณาเรื่องกรรม วิบากที่เราเคยทำแบบนี้มา ท่องไว้สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราเคยทำมา ฝึกตั้งศีลให้เข้มขึ้นและพิจารณาว่าสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่น ว่าของเราถูก อาจจะไปเบียดเบียนคนอื่นก็ได้ เราอยากจะฟังธรรมแต่ไปเปิดตอนจะนอน เป็นการเบียดเบียนพ่อบ้าน ทำให้พ่อบ้านก่อวิบากใหม่ เราก็ต้องได้รับผลนั้นด้วย, พิจารณาข้อเสียของความยึดมั่นถือมั่น อยากได้ดังใจ อยากให้เขาเข้าใจ มันไม่ดี กิเลสมันจะโต เอาจริงๆ เราเอาความสุขเราไปแขวนไว้กับคนอื่น ถามไปถามมา ไม่รู้จะยึดมั่นถือมั่นให้พ่อบ้านเข้าใจเราไปทำไม ไม่ได้อะไร ถ้าพ่อบ้านตามใจ เราสมใจได้เรื่องนี้ ก็อยากได้เรื่องอื่นตามมาเรื่อยๆ มันไม่อิสระเลย พิจารณาไตรลักษณ์ เดี๋ยวความอยากให้เขาเข้าใจ ความยึดมั่น มันก็เกิด ดับ วนเวียน แต่ถ้าเราไม่ทุกข์ใจ เขาจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจเราก็ไม่ทุกข์ใจ แบบนี้อิสระกว่า

  22. Sureenat. Ratchapan. สุรีนารถ. ราชแป้น

    ชื่อเรื่อง. อยากให้พ่อได้อาหารทางสายยางครบจำนวน
    เหคุการณ์ พ่อป่วยต้องให้อาหารทางสายาง แต่มีปัญหาเรื่องรั่ว
    ซึม จากแผลที่สายยาง จึงต้องลดปริมาณการให้ลง
    ไม่ได้ตามจำนวนที่ควรรจะได้ เลยต้องให้ครั้งละน้อย
    และต้องให้บ่อยๆ
    ทุกข์. ไม่ได้ดั่งใจ. ต้องการให้พ่อได้อาหารครบจำนวน
    สมุทัย. ถ้าให้อาหารพ่อได้น้อยจะทุกข์ใจ ถ้าพ่อได้อาหาร
    ตามจำนวนต้องการจะสุขใจ
    นิโรจ. จะให้อาหารพ่อได้มากหรือน้อยก็สุจใจ
    มรรค. การที่ได้ดั่งใจซวยตายเลย ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่นให้ได้
    ดีดั่ใจหมาย. มันไม่ใช่วันเวลาของเรา. ต้องยอมรับ
    ว่าทั้งพ่อและเราก็มีวิบากดี ร้ายที่ตามไล่ล่า และต้อง
    รับทั้งนั้น ต้องทำดีไปเรื่อยๆ ทำดีเต็มที่ได้เท่าไหน
    ก็เท่านั้น. จะต้องไปทุกข์ทำไม ถึงแม้จะได้น้อยก็ยังดี
    กว่าไม่ได้เลย วางความไม่ได้ดั่งใจได้. เลยโล่ง. โปร่งสบาย

  23. พิเชษฐ์ บุญย์วิรุฬห์

    เรื่อง กลัวปัสสาวะรดกางเกงตัวเองในรถ

    ๗ มกราคม ๒๕๖๔ เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า ผมกับแม่บ้านขับรถออกไปส่งของให้ลูกค้า ขากลับแวะร้านค้าใกล้บ้านเพื่อให้แม่บ้านเข้าไปซื้อผักนิดหน่อย ส่วนผมนั่งรออยู่ในรถ ปกติจะรอจนกว่าแม่บ้านจะกลับออกมาเอง แต่วันนี้ระหว่างที่นั่งรออยู่นั้น รู้สึกว่าเริ่มจะปวดปัสสาวะแล้ว มีความกังวลใจ กลัวว่าแม่บ้านจะเลือกซื้อผักนาน กลัวว่าเราจะปวดปัสสาวะมากขึ้นจนอั้นไม่อยู่แล้วฉี่ราดในรถ จึงตัดสินใจออกจากรถเดินเข้าไปในร้านบอกกับแม่บ้านว่าให้ซื้อเร็ว ๆ เพราะว่าเราปวดปัสสาวะแล้ว แม่บ้านก็รีบซื้อ เสร็จแล้วก็ออกจากร้าน ขับรถกลับบ้านทันเวลา ได้ปัสสาวะออกเป็นปริมาณมาก

    ทุกข์ : มีความกลัวว่าถ้ารออยู่ในรถนานเกินไป อาจจะปวดปัสสาวะมากขึ้นจนอั้นไม่ไหวแล้วปัสสาวะรดกางเกงตัวเองในรถ จะกลายเป็นปัญหายุ่งยากวุ่นวายในการล้างทำความสะอาดอีกมาก

    สมุทัย : มีความชัง ไม่อยากปัสสาวะรดกางเกงในรถ ถ้าปัสสาวะรดกางเกงตัวเองจะทุกข์ใจ ถ้าไม่ปัสสาวะรดกางเกงตัวเองจะสุขใจ

    นิโรธ : สภาพที่ใจไร้ทุกข์ ไม่ชอบไม่ชัง ไม่ยึดมั่นถือมั่น จะปัสสาวะรดกางเกงก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : พิจารณาความกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นว่าเป็นกิเลส เป็นความยึดมั่นถือมั่นว่าต้องไม่ปัสสาวะรดกางเกงเท่านั้นจึงจะสุขใจ ถ้าปัสสาวะรดกางเกงแล้วจะต้องทุกข์ใจ นี่คือความลวง ส่วนความจริงก็คือ แม้จะต้องปัสสาวะรดกางเกงก็ไม่จำเป็นต้องทุกข์ใจ เข้าใจให้ได้ว่ามันสุดวิสัย ยอมรับวิบากร้าย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด แล้วเหตุการณ์มันก็จะผ่านไป โดยไม่จำเป็นต้องทุกข์ใจอะไร

    โชคดีที่เหตุการณ์ที่เรากลัวไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่อย่างไรก็ตาม ต่อให้มันเกิดขึ้นจริง เราก็ต้องพยายามทำใจไร้ทุกข์ให้ได้ มิฉะนั้น ความกลัวหรือกิเลสตัวนี้ก็จะอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ และสั่งสมเป็นความกลัวที่มากขึ้นเรื่อย ๆ

  24. นาง เอมอร ศรีทองฉิม (เย็นน้ำคำ)

    อริยสัจ
    เรื่อง.ผิดศีลข้อสอง ขโมยพฤติกรรม
    เหตุการณ์.ต่อเนื่องมาจากนั่งรถจากภูผามาถึงกรุงเทพฯ มาพักกับลูก 1คืน เช้ามืด4.00น.เดินทางต่อลงใต้ นั่งรถส่วนตัวลูกเป็นคนขับรถ เขาเปิดเพลงแร็พ(เพลงวัยรุ่นสมัยนี้ที่พูดเร็วๆฟังไม่ค่อยทัน)
    เป็นเพลงประเทศกูมี ฟังดูเนื้อหา ด่าผู้บริหารประเทศว่าไม่ดี ไม่ศรีวิไลช์เหมือนญี่ปุ่น ด่านายกลุงตู่เสียๆหายๆ…(เขาเป็นคนหนึ่งที่ไปชูสามนิ้ว ไปเชื่อคนชั่วมา)

    ทุกข์.ไม่พอใจพฤติกรรมของลูกที่เจาไม่รักประเทศชาติ เปิดเพลงในรถ ด่าคนดี

    สมุทัย.ถ้าเขาไม่เปิดเพลงไม่ด่าคนดีจะสุขใจ ถ้าเขาด่าคนดีจะทุกข์ใจ

    นิโรธ.เขาจะเปิดเพลงด่าว่าคนดีหรือไม่ด่าว่าคนดีก็วางใจสุขใจให้ได้
    เพราะสิ่งที่เรารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ไม่ดี โดยสัจจะแสดงว่าเราทำมา หรือส่งเสริมมา ส่งเสริมสิ่งที่ผิดสิ่งที่ไม่ดีมา ในขาตินี้หรือชาติก่อนๆ เมื่อทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดจะเป็นวิบากใหม่ ที่ทำให้วิบากร้ายเก่าที่ได้รับไม่มีวันหมดเกลี้ยงได้ง่าย ไม่มีวันหมดเกลี้ยงได้เร็ว แต่จะหมดเกลี้ยงได้ยากและหมดเกลี้ยงได้ช้า และวิบากร้ายใหม่ก็จะเพิ่มอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ถ้าเราไม่ยอมรับผิดว่าเคยทำมา ไม่เชื่อเรื่องกรรม จะเพิ่มฤทธิ์วิบากร้าย แต่ถ้าเรายอมจบจะเพิ่มฤทธิ์วิบากดี
    จะเป็นคนโง่รึที่ไม่ยอมรับผิด การยอมรับผิดจะทำให้เพิ่มวิบากดีดันวิบากร้ายออกได้มากที่สุด ดูดสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต แล้ววิบากร้ายก็จะหมดไปเราจะโชคดีขึ้น เพราะเป็นแรงเหนี่ยวนำให้ปฏิบัติดีที่ถูกตรงสู่ความพ้นทุกข์ เกิดเป็นคนยิ้มรับสิ่งร้ายด้วยใจเป็นสุข
    ยอม-เย็น-สงบ ให้ได้

    มรรค.ตั้งศีล ยินดี เข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งว่าสิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา รับแล้วก็หมดไปเราก็จะโชคดีขึ้น อย่าอยากได้พฤติกรรมดีๆของลูก
    อย่าผิดศีลข้อ2 อย่าขโมย เราสอนเขาไม่ได้ เราไม่ใช่สัตบุรุษของเขาตอนนี้ ปล่อยให้สัตบุรุษของเขาสอนแทนหรือทุกข์สอนแทน ปัญหาไม่เคยหมดไปจากชีวิตของเรา มีแต่ทุกข์ใจเท่านั้นที่หมดไปจากใจเรา ปัญหาเป็นเครื่องมือฝึกใจที่ดีที่สุดในโลก ให้เราได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ เพราะเราตามใจลูกจนอัตตาโต เรานี่แหละที่สร้างชั่วมา ยอมรับซะ อย่าชั่วอย่าโง่ อย่าดื้อ ยอมให้เย็นให้ได้ ศาลยุติธรรมตัดสินแล้ว ยอมรับซะดีๆ คุณเย็นน้ำคำ ขอบใจลูก แล้วล้างใจที่เรา เย่!ร้ายหมดไปอีกหนึ่ง ……..สู้เข้าไปอย่าได้ถอย………

  25. นาง เอมอร ศรีทองฉิม (เย็นน้ำคำ)

    อริยสัจ…
    เรื่อง.ห่วง (บ่วงแห่งมาร)
    เนื้อเรื่อง.เหตุการณ์
    ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ลูกกลับมาอยู่บ้านป้า เขาไปห้างเซลทรัลที่อยู่ไกล้ๆบ้านมา ไปซื้อเนื้อหมูมาทำปิ้งย่าง ฉลองปีใหม่กินกับเพื่อนที่อยู่ไกล้ๆกัน พี่สาว(ป้าของลูก)บอกว่า เขากินกันสองคนกับเพื่อน เปิดยูทูบดู”รายการเชฟกระทะเหล็ก” ทำกินกัน หมู2กิโล กินจนหมดเกลี้ยง…

    ทุกข์. ห่วงลูกว่าทำผิดศีลกินเนื้อสัตว์ ต้องรับวิบาก

    สมุทัย. ถ้าเขากินเนื้อสัตว์จะทุกข์ใจ ถ้าเขาไม่กินเนื้อสัตว์จะสุขใจ

    นิโรธ. เขากินเนื้อสัตว์เราก็สุขใจให้ได้ นั่นเป็นวิบากกรรมของเขา เขาจะไม่กินก็สุขใจเขาทำดีมีศีล อย่าแบกชีวิตคนอื่น อย่าทำผิดหน้าที่ตอนนี้เราไม่ใช่สัตบุรุษของเขา อย่าทำเกินหน้าที่ ถ้าเขาไม่ฟังเรา ให้เขาเป็นอย่างที่เขาจะเป็น ให้เขาทำอย่างที่เขาทำ ปล่อยวาง ให้เป็นไปตามวิบากร้ายของแต่ละชีวิต ถ้าเราได้พยายาม บอกแล้ว สอนแล้ว เตือนแล้วแต่เขาไม่ฟัง เราสอนเขาไม่ได้ แปลว่าการสอนไม่ใช่หน้าที่ของเรา เราไม่ใช่สัตบุรุษของเขา หน้าที่ของเราคือ ทำเต็มที่เต็มแรง อย่างรู้เพียรรู้พัก แล้วปล่อยว่างให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต

    มรรค.ตั้งศีล เพิ่มอริยศีล อุปสรรคและปัญหาคือชีวิตชีวา เย้ๆๆเขียวมีชีวิตชีวาเพราะมีปัญหาตลอดเลย มีปัญหามาฝึกใจ เพราะปัญหาเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในโลก เอาประโยชน์ให้ได้กับการที่มีลูกอย่างน้องเนว์ เอ๊า!เราทำมาก็รับซิ.. ใครจะโชคดีเท่าเรา ได้มีเครื่องมือให้ฝึกจิต ได้เห็นทุกข์ ได้ล้างทุกข์ ชีวิตแต่ละคนสุดท้ายเหลือแต่ความว่างเปล่า
    มีแต่พลังงาน เรื่องอะไรจะไปยึดโง่ว่ะ เขาก็เขาเราก็เรา ขอบคุณลูกแล้วล้างใจเรา เราทำหน้าที่ เป็นตัวอย่างที่ดีให้ดู ให้เขาเห็น เป็นตัวอย่างเขาจะเก็บข้อมูลไว้ เขาจะทำตอนไหนก็ช่างเขา เขาเห็นทุกข์จนเกินทนจะกลับมาเอง ไม่ต้องห่วงใครในโลกนี้
    เขาพ้นทุกข์อยู่แล้ว

  26. นปภา รัตนวงศา

    เอาดีจากลูก
    ช่วงนี้ส่วนใหญ่ มีลูกชายเข้าสวนด้วย วันนี้เช่นกันปกติตัวแม่เองตื่นตั้งแต่ 3.30น มาชชิ่ง โยคะ ฟังธรรมะอาจารย์ ทำกับข้าว เสร็จแล้ว ลูกจะตื่นประมาณ 7.10น ซึ่ง แม่ก็พร้อมแล้ว
    เข้าสวนได้ทำงานถางหญ้า ปูพลาสติกได้ 6ต้น ไม่ถึง ชั่วโมงครึ่งลูกบ่นปวดท้อง จะถ่ายหนัก จึงกลับมาบ้าน ใจขุ่นเล็กๆ ที่ได้งานน้อย และลูกเตรียมตัวไม่พร้อม ไม่ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนออกจากบ้าน
    ทุกข์ ได้งานน้อย และขุ่นใจที่ลูกเตรียมตัวไม่พร้อม
    สมุทัย ถ้าได้งานเยอะ และลูกพร้อมทำงานจะสุขใจ ได้งานน้อย และลูกไม่พร้อมทำงานจะทุกข์ใจ
    นิโรธ จะได้งานน้อยหรือได้งานมาก ลูกจะพร้อมหรือไม่พร้อมก็สุขใจให้ได้ ในเมื่อวิบากดีร้ายของเราของโลกสังเคราะห์แล้ว
    มรรค ลูกได้เข้าไปช่วยก็ดีที่สุดแล้ว ลูกเข้าไปเกือบทุกวันถ้าไม่มีงานส่วนตัว และส่วนใหญ่เขาก็ช่วยงานได้เต็มที่ แต่ก่อนตัวเองก็หลีกเลี่ยงงานตลอด แม่ให้ไปช่วยเก็บน้ำยาง หรือไปช่วยบนสวนก็ไม่เคยไป หรือนานๆไปช่วยสักครั้ง หรือช่วยไปบ่นไป ทำไปร้องไห้ไป แต่ลูกช่วยเหลือเราด้วยความเต็มใจ โง่จริงๆ จะเอาเกินที่ได้ ใช้วิบากไปแล้วจะโชคดีขึ้น เมื่อพยายามทำเต็มที่แล้วไม่สำเร็จดั่งใจหมาย กิเลสมันหลอกว่า ถ้าไม่สมบูรณ์ไม่สำเร็จจะเสียหาย เป็นความลวง ใช้ปัญญาหักลำกิเลส ว่าถ้าได้มากกว่านี้จะเสียหาย เพราะขณะนั้นยังไม่ใช่เวลาให้ได้มากกว่านี้ มันดีที่สุดแล้ว ตามกุศล อกุศลของเราของลูก
    กลับบ้านมาก่อนเวลา ไม่ทุกข์ใจ มันดีที่สุดแล้ว

  27. วิภาภรณ์ กอจรัญจิตต์

    ทุกข์ที่ได้ยินเสียงคนใช้ไม้ตียุงไฟฟ้าฆ่ายุงจำนวนมาก

    ตอนเช้ามืดหลังออกกำลังกายเสร็จ กำลังเดินกลับไปที่รถ ได้เดินผ่านห้องน้ำสาธารณะที่เพิ่งเปิดให้บริการช่วงเช้า ก็ได้ยินเสียงเปรี๊ยะๆ ติดกันหลายครั้ง ตอนแรกเข้าใจว่าเสียงสายไฟช๊อต แต่พ่อบ้านบอกว่าไม่ใช่ เป็นเสียงคนใช้ไม้ตียุงไฟฟ้า เสียงดังและนาน ตอนนั้นก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
    ทุกข์ ไม่ชอบใจที่เค้าฆ่ายุงในห้องน้ำสาธารณะ เค้าน่าจะมีวิธีป้องกันยุงได้ดีกว่าใช้ไม้ตียุง
    สมุทัย ชอบถ้าเค้าจะไม่ฆ่ายุง เค้าไม่ฆ่า เราจะพอใจ ชังที่เค้าฆ่ายุง
    นิโรธ เค้าจะฆ่ายุง ไม่ฆ่ายุงก็ได้ เราไม่ต้องชอบ ไม่ต้องชัง
    มรรค พิจารณาดูว่าการฆ่ายุงของเค้า มันเป็นวิบากของเค้าและของยุงที่เราจะเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ คือ เราสังวรศีลตัวเองให้มากขึ้นเรื่องการไม่ฆ่าสัตว์ การที่เราไปคิดชิงชังคนฆ่ายุง มันเป็นการสร้างทุกข์ใจ สร้างวิบากกรรมของเราเพิ่มขึ้น เราควรจะมองเห็นในอีกแง่มุมของเหตุการณ์การฆ่ายุงนั้นว่า ทำให้เราเห็นกิเลสตัวชังคนอื่นที่ยังทำไม่ดีอยู่ เราต้องตั้งใจล้างกิเลสตัวยึดดี ลดอัตตาความยึดมั่นของเราเรื่องอยากให้ได้ดีดังใจหมายนั้นไม่ดี
    อีกอย่างเราก็ใช้บททบทวนธรรมข้อที่ 10 ของอาจารย์เข้ามาร่วม คือ เราทำดีด้วยการช่วยไม่ให้ผู้อื่นทำผิดได้ก็ช่วยแล้ว-วาง- ให้เป็นไปตามวิบากดีของเค้า ช่วยไม่ได้ก็-วาง-ให้เป็นไปตามวิบากร้ายของเค้า เมื่อเค้าเห็นทุกข์จนเกินทน จึงจะเห็นธรรม แล้วจะปฏิบัติธรรมสู่การพ้นทุกข์

  28. ขวัญจิต เฟื่องฟู

    อริยสัจ 4

    เขียน หรือ ไม่เขียน

    คิดจะทำการบ้านส่งเรื่องอาหาร เเต่ก็มีความคิดว่าเราทำเมนูอาหารมาหลายเเล้ว เเต่สิ่งสำคัญคือการล้างผัก !
    เรายังไม่เคยทำเลย ใจพุทธะบอกว่าเขียนส่งเป็นการบ้านเลย มันเป็นประโยชน์ ใจกิเลสบอก หยุมหยิม เขาไม่มีใครทำกัน

    ทุกข์ : ลังเลใจ ว่าจะเขียนดีไหม
    สมุทัย : เพราะกลัวพี่น้องหรือคนอื่นว่า หยุมหนิม ติดโลกธรรม
    นิโรธ : ทำดีเเล้ว ปล่อยวาง ใจไร้กังวล
    มรรค : หลังจากที่คิดว่าจะเขียนวิธีการล้างผักส่งเป็นการบ้าน มันยังมีตัวสงสัยอยู่ เลยถามคุรุว่าทำเเบบนี้ ส่งได้ไหมคะ คุรุตอบว่าส่งได้ ใจที่สงสัยอยู่ก็หายไปทันที มาคิดทบทวนธรรมว่า เราทำดีเล้วก็ปล่อยวาง จะติดอะไรกับโลกธรรม พี่น้องท่านไหนจะเอาไปใช้ ก็เป็นบุญกุศลของท่าน ส่วนเราทำได้เเค่ไหนก็เเค่นั้น นี่เป็นกุศลของเรา เราต้องมาดูที่ใจเรา ไม่ใช่ไปดูข้างนอก พอคิดได้อย่างนี้ ใจเบาสบาย หายกังวล ได้ทั้งส่งการบ้านอาหาร ได้ทั้งการบ้านอริยสัจ 4 สาธุคะ

  29. น.ส จรรญา ชุมจีด (สร้างกลิ่นศีล)

    เรี่องไม่โทรบอกล่วงหน้า
    เหตุการณ์ น้องชายที่อยู่ที่กรุงเทพโทรมาตอนตีห้าครึ่งบอกว่าเดี๋ยวจะมารับไปทำบุญให้พ่อกับแม่ตอนนี้น้องอยู่ที่ตรังแล้วพักที่โรงแรม
    พอใด้ยินแบบนั้นใจมันก็ขุ่นทันทีว่าทำไมไม่บอกล่วงหน้าทำไมพึ่งโทรมาบอกตอนนี้
    ทุกข์ ไม่ชอบที่ต้องทำอะไรแบบไม่ทันใด้เตรียมตัว
    สมุทัย ถ้าน้องโทรบอกเร็วกว่านี้เราจะชอบใจ
    ไม่ชอบใจที่น้องโทรมาบอกช้า
    นิโรธ น้องจะโทรมาบอกช้าหรือเร็วเราก็ต้องสุขใจให้ใด้
    มรรค รู้ว่าสิ่งที่เราใด้รับคือสิ่งที่เราทำมาเราเคยทำให้คนอื่นต้องทุกข์ใจไม่ใด้ดั่งใจมาเราก็ต้องรับด้วยความยินดีเต็มใจทำใด้ก็จะไม่ทุกข์

  30. นางกานดา ศักดิ์ศรชัย

    การบ้านอริยสัจ

    เรื่อง ไม่ได้ดั่งใจ(ตอนที่ 3) ชื่อ เป็นเราอีกแล้ว เรานั่นแหละคือเหตุแห่งทุกข์
    เนื้อเรื่อง วางโทรศัพท์ติดขาตั้งไว้บนเก้าอี้ก่อนไปทำกสิกรรม กลับมาพบว่า โทรศัพท์และขาตั้งแยกออกจากกันวางอยู่บนเก้าอี้ที่เดิม เมื่อตากระทบรูปเกิดรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อพบพ่อบ้าน จึงได้ถามว่าทำไมโทรศัพท์มันจึงหลุดออกจากขาตั้ง โดยที่ในใจคิดว่าพ่อบ้านน่าจะทราบว่าโทรศัพท์หลุดออกจากขาตั้งได้อย่างไร พ่อบ้านตอบว่าไม่ได้ไปทำอะไร ใจก็รู้สึกว่าเอาอีกแล้ว ตอบไม่ตรงคำถาม แต่ก็ไม่ได้ตั้งคำถามต่อ คิดใหม่ว่าเราถามไม่ตรงคำตอบเอง ต่อมาเมื่อขึ้นรถจะกลับที่พักอีกแห่ง ได้วางแก้วน้ำไว้ในตะกร้าหาของกันแก้วน้ำล้มวางไว้ เมื่อรถเลี้ยวก็ได้ยินเสียงแก้วล้ม มองไปก็เห็นแค่เอียงไม่มีน้ำหก จึงพูดขึ้นว่าได้ไปจัดตะกร้าใหม่หรือเปล่าเพราะคิดว่าแก้วน้ำไม่น่าล้มได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไม่ได้คำตอบ แต่การขับรถดูจะผิดไปจากปกติบ่งบอกถึงความไม่พอใจ ระบายผ่านการขับรถ เหตุการณ์เกิดต่อเนื่องกัน 2 ครั้งนี้ เป็นภาวะที่เคยเกิด และความเข้าใจของพ่อบ้าน ที่แสดงให้ทราบอยู่เสมอ คือการโทษว่าพ่อบ้านเป็นผู้กระทำเรื่องที่ถาม เคยพยายามที่จะอธิบายแต่ไม่เคยสำเร็จ มักจะลงเอยด้วยวิวาทะถ้าไม่ยอมจบเรื่อง ในครั้งนี้สิ่งที่อยู่ในใจคือยอมรับว่าเป็นวิบากร้ายของตนที่ทำให้การสื่อสารเกิดการเข้าใจผิดมากบ้างน้อยบ้างมาตลอดชัดเจนขึ้น เข้าใจเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ว่าเป็นเพราะเราเองได้มากขึ้น ชัดเจนขึ้น

    ทุกข์อริยสัจ ทุกข์ใจจากเหตุการณ์ที่ถามพ่อบ้านแล้วไม่ได้คำตอบดังใจหมาย

    สมุทัย อยากให้พ่อบ้านตอบคำถามดีๆจะเป็นสุขใจ ถ้าพ่อบ้านไม่ตอบจะเป็นทุกข์ใจ

    นิโรธ พ่อบ้านจะตอบคำถามหรือไม่ตอบคำถามก็เป็นสุขใจได้

    มรรค ในชีวิตคู่ที่ดูเหมือนราบรื่น ใครพบเห็นก็ว่าเป็นตัวอย่างของชีวิตคู่ที่เป็นสุข ในความเป็นจริง ก็มีคลื่นของการวิวาทะเกิดขึ้นเป็นระยะระยะ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ตามสถานการณ์ มีเหตุการณ์ที่รุนแรงที่พอจำได้ในรอบ 43 ปี สัก 2-3 ครั้ง แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ดี
    เหตุการณ์ในครั้งนี้ เดินมรรคล้างทุกข์ด้วยการเข้าใจเรื่องกรรม ยอมรับได้ว่าทุกอย่างที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมาด้วยสัมมาทิฏฐิ เมื่อมาเรียนรู้ในเรื่องเหตุแห่งทุกข์และการดับทุกข์อริยสัจ ทำให้แม่นประเด็นขึ้นว่า เหตุการณ์ที่ไม่ชอบใจมากระทบนั้นคือกิเลส และเรานั่นแหละคือต้นเหตุ ไม่ต้องไปหาคนผิดที่ไหนอีกแล้ว สิ่งที่จะต้องทำก็คือพร้อมที่จะยอมรับว่าเป็นคนผิด ทำความเห็นให้ถูกตรงว่า การยึดความได้ดั่งใจเป็นโรคถือว่าอยู่ในขั้นร้ายแรงถ้าไม่แก้ไข เราได้เก็บรักษาเอาไว้มานานแล้วเพราะไม่รู้จักวิธีที่จะล้างความยึดนี้ออกไป คิดทบทวนซ้ำซ้ำ 2-3 รอบความรู้สึกไม่ชอบใจก็สงบลง สร้างความรู้สึกว่าถ้าจะพูดคุย จะไม่นำเอาความไม่ชอบมาติดค้างไว้และปนเปื้อนไปในการสื่อสาร สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ตอนนี้ก็เป็นอดีตไปแล้วไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาคิดไห้เปลืองสมองให้เปลืองเวลาและเป็นทุกข์ บอกกับตัวเองว่าเราเป็นต้นเหตุเรา นั่นแหละคือต้นเหตุจนใจยอมรับอย่างไม่มีข้อแม้ ไม่มีอะไรต้องสงสัยต้องถามหรือต้องรู้ให้ได้ ผลก็คือสามารถพูดคุยกันด้วยความปกติ เหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เป็นข้อคับข้องใจมาก่อน ไม่เอาความยึดว่าจะต้องถามให้รู้ให้ได้ ในครั้งนี้เห็นความรู้สึกว่าถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเช่นนี้อีกคงจะสามารถล้างได้เร็วขึ้นจนถึงกับหมดไปได้ในที่สุด
    ขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ทำให้ได้เกิดการเรียนรู้ ขอบคุณอาจารย์และมิตรดีที่ให้ปัญญาจนล้างทุกข์ได้จริง
    สาธุค่ะ

  31. พรพิทย์ สามสี

    ขอเลขที่บัญชีมาให้เพื่อนเพื่อจะสั่งซื้อที่เสียบฟังธรรมะของท่านอาจารย์หมอเขียว เพื่อนดูเฟรสดูลายไม่เป็นเพื่อนก็ต้องหาวิธีรับฟังอาจารย์โดยใช้แฟลตได เราก็บอกเลขที่บัญชีของการสั่งซื้อเพื่อนก็จดผิดตั้งหลายเที่ยวเราชักหชุ่นเพื่อนเราบอกเลขที่บัญชีทางโทรศัพท์(เพื่อนความรู้น้อยไม่รู้เพื่อนจบป.ไหน) เรานี่แย่จังต้องปรับตัวเองใหม่
    ทุกข์ # เพื่อนชักช้า
    สมุทัย # ชอบที่จะให้เพื่อนจดตัวเลขให้ถูกต้องนี่ทวนหลายรอบแล้วเพื่อนก็ยังจดผิด
    นิโรธ # เพื่อนจะจดถูกก็ได้ไม่ถูกก็ได้เรามีหน้าที่จะช่วยเพื่อนบอกย้ำซ้ำทวนให้เพื่อนจดเลขบัญชีให้ถูกต้อง
    มรรค # ขอโทษเพื่อนด้วยที่หชุ่นเพื่อนเพราะเราจะเอาให้ได้ดั่งใจ ขอสำนึกผิด ยอมรับผิด ขอโทษ ขออโหสิกรรม จะพยายามเพียรทำความดีใหม่ต่อไป

  32. พรพิทย์ สามสี

    ขอจดเลขที่บัญชีเพื่อจะซื้อที่เสียบแฟลตไดเพื่อนเปิดเฟรสเปิดลายไม่เป็นเพื่อนก็ต้องหาวิธีที่จะฟังธรรมะจากท่านอาจารย์หมอเขียว เราได้บอกให้เพื่อนจดเลขที่บัญชีทางโทรศัพทเพื่อนจดตัวเลขผิดตั้งหลายหนเราชักหชุ่นเพื่อนเรานี่แย่เอามากๆเลย(เพื่อนความรู้น้อยไม่รู้เพื่อนจบป.4 ไหม)
    ทุกข์ # ขัดใจเพื่อนบอกหลายทีก็ยังจดไม่ถูก
    สมุทัย # ชอบที่บอกเพื่อนจดถูกไม่ใช่ต้องบอกหลายครั้ง
    นิโรธ # เพื่อนจะจดถูกไม่ถูกกี่ครั้งก็ได้เราต้องใจไร้ทุกข์ไร้กังวล เรามีหน้าที่บอกเพื่อนให้เพื่อนจดจนกว่าจะถูกต้อง
    มรรค # ขอโทษเพื่อน ขอยอมรับผิดที่หชุ่นเพื่อนไม่พอใจเพื่อนเล็กน้อย ขอโทษ ขอขมา ขออโหสิกรรม จะพากเพียรสู้กับกิเลสต่อไป

  33. จรูญ สุยะ

    ตั้งศีลมื้อเดียว
    ได้ฟังธรรมมะอาจารย์หมอเขียวพูดถึงเรื่องอานิสงค์การทานมื้อเดียว เจ็บป่วยน้อย มีกำลัง มีความเป็นอยู่ผาสุก ผมก็เลยฝึกตัวเองจากไม่มีจำนวนมื้อ เป็นสามมื้อ เป็นสองมื้อ เหลือมื้อเดียวตามลำดับ พอทานมื้อเดียวได้นิ่งสามเดือนนึกว่าตัวเองเก่งพอ เลยตั้งศีลจะทานมื้อเดียวตลอดชีวิต ก็ทำได้ดีประมาณหนึ่งปี พอพ้นปีผัสสะเริ่มแกว่งชักโหยหา
    พอรู้ตัวแรกๆก็กดข่มแล้วใช้สติอ่านเตือนตัวเอง ไม่กินจะตายไหมเดี๋ยวก็ถึงพรุ่งนี้แล้วค่อยกิน อ่านผัสสะตัวเองว่าอยากกินเพราะร่างกายหิวหรืออยากเพราะกิเลส
    ก็พอรอดตัวไปได้ พออีกระยะหนึ่งเริ่มผัสสะอีกแล้วทำให้ตัวเองทุกข์ทั้งขึ้นทั้งล่อง ทุกข์จากเราทานมื้อเดียวไม่ได้ ถ้าเรากินอีกมื้อเราก็ผิดศีลก็ทุกข์อีก อาจารย์ก็สอนเสมอว่า ถ้าเราทุกข์แปลว่าเราผิด ผมเลยยอมผิดศีล ขอโทษ ขออโหสิกรรม ยอมรับผิด ขอขมาต่อครูบาอาจารย์และหมู่มิตรดี ตั้งศีลใหม่จะทานเท่าที่พอเหมาะต่อร่างกาย
    ทุกข์
    ต้องทานมื้อเดียวให้ได้
    สมุทัย
    ทานมื้อเดียวได้จึงสุขใจ ทานมื้อเดียวไม่ได้ทุกข์ใจ
    นิโรธ
    ทานมื้อเดียวก็โด้ ทานไม่ได้ก็ไม่เป็นไรตามฐานตามกำลังของเรา
    มรรค
    คิดตามอาจารย์สอน ถ้าเราทุกข์แปลว่าเราปฎิบัติผิด เรายึดมั่นถือมั่นเกินไปว่าต้องทานมื้อเดียวให้ได้จึงจะสุขใจ พอเราทำไม่ได้จึงทุกข์ใจ พอเรายอมไม่ยึดก็ผ่อนคลายเบากายเบาใจขึ้นมาทันที

  34. นปภา รัตนวงศา

    พ่อบ้านไม่สบาย
    ตอนสายเมื่อวาน พ่อบ้านแจ้งว่านอนพักอยู่ในรถ ที่ทำงาน อยู่ในห้องทำงานไม่ได้จะหนาวมาก ปวดหัว เริ่มมีไข้ ช่วงบ่ายอาจจะลา กลับคอนโด
    กลางคืนมีไข้ ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้ อาเจียน
    เช้ามาลาป่วย กินข้าวต้มเกลือ ดีท็อกซ์ ยังรับประทานยาลดไข้ ไม่ต้องมาดูแลยังไหวอยู่
    ตอนทุ่มโทรไปหา ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ อาการมากขึ้น ถ้ามาดูแลได้ก็ดี รู้สึกขุ่นใจ ทำไมไม่แจ้งก่อนมืดค่ำ ฝนตก ขับรถยาก
    ทุกข์ ขุ่นใจ ต้องขับรถตอนค่ำและ ฝนตก
    สมุทัย ถ้าท่านแจ้งก่อนค่ำจะสุขใจ แจ้งมาตอนค่ำๆจะทุกข์ใจ
    นิโรธ ท่านจะแจ้งตอนไหนๆก็สุขใจให้ได้
    มรรค คิดแบบพุทธะสิ ท่านแจ้งมาตอนนี้ก็ดีแล้ว ไม่แจ้งดึกกว่านี้ ยิ่งยากลำบากกว่า ท่านก็ทำดีที่สุดแล้ว อ่อนเพลียนอนพักเลยหลัยยาวไปหน่อย เราก็เคยเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ เอาแต่ใจไม่ได้ดั่งใจ โกรธไม่พอใจแต่ละครั้งไม่พูด 2-3วันก็ยังมี ท่านแค่บอกช้าไปหน่อยก็ขุ่นแล้ว จะชั่ว จะโง่ จะบ้า ไปถึงไหน เราไปทายใจท่านที่ไม่บอกเพราะไม่ให้เราทุกข์ และไม่อยากให้เดินทาง กิเลสหลอกจนได้ การกระทำเดียวกันมีเหตุผลในการกระทำกว่าล้านเหตุผล ต้องระวัง อคติหรือความเข้าใจผิด จากการคาดเดาที่ผิดของเรา
    ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่นแสดงว่ายังไม่เข้าใจตนเอง จับให้ได้ทุกเวลาเมื่อขุ่นใจ และล้างมันไปเรื่อยๆค่ะ..สาธุค่ะ

  35. ศิริพร คำวงษ์ศรี

    ชื่อเรื่อง: อยากกลับบ้านไวๆ

    พอเราอยู่กรุงเทพฯไปสักพัก จะได้พบวิบากที่เราทำมาแบบหยาบๆในรูปแบบต่างๆ เมืองหลวง คือ การรวมตัวของคนมีกิเลสหนา และเราก็เช่นกัน หนามาไม่น้อย ไม่ว่าการยื่นเรื่องทำคันชะลอ และการร้องคาราเกะเสียงดัง เพื่อป้องกันการรวมตัวของเด็กแว๊นส์ และคนเมา (ผู้มีเสรีปลดแอก) และสิ่งต้องทำในแต่ละวัน ซ่อมนั่น ทำนี่ ลิสออกมา เยอะไปหมด ติดสถานการณ์โควิด 19 อีก ยังไม่แน่ใจว่าควรจะดำเนินการอะไรต่อได้มากแค่ไหน

    ทุกข์: อยากเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จไวๆ จะได้กลับภูผาฟ้าน้ำ

    สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์): ยึดว่าต้องทำทุกเรื่องให้เสร็จให้เร็ว จะได้กลับภูผาฟ้าน้ำสมใจนึก เร่งตนเอง ใจร้อน

    นิโรธ (สภาพดับทุกข์): อยู่กับปัจจุบัน ยินดี พอใจ ไร้กังวล ไม่ชอบไม่ชังที่จะได้อยู่กรุงเทพฯหรือภูผาฟ้าน้ำ หรือที่ไหนก็ตาม ใจยอมน้อมรับ ผ่อนคลาย ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้

    มรรค (วีธีดับทุกข์): พิจารณาการใจร้อน อยากให้ทุกอย่างเสร็จได้ดั่งใจ เร็วดั่งใจนั้น มันเป็นทุกข์ ผิดศีลข้อ ๒ โลภอยากได้ดีเกินกว่าที่จะได้ ติดดี คิดว่าต้องอยู่ภูผาฟ้าน้ำจึงจะสุขที่สุด ทั้งๆที่เราก็ยังไม่สามารถพบความสุขได้ในปัจจุบัน แล้วหากไปที่อื่น จะยอมรับและมีความผาสุกได้อย่างไร ไม่พอใจสิ่งที่ตนเองมี หรือได้ พากเพียรตั้งศีลลดกิเลสเพิ่มเท่าที่ได้ ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นและเย็นข้ามชาติ จะมีหนทางกลับบ้านเอง

  36. นาง โยธกา รือเซ็นแบร์ก

    ข้อมูลไม่ครบ

    ขณะที่ฟังคุรุ บอกการบ้านของอาทิตย์ต่อไป
    ก็ทำอาหารให้ลูกและเปิดเครื่องดูดกลิ่นด้วยจึงไม่ได้ยินทั้งหมด มาถามน้องๆก็ตอบแบบที่น้องเข้าใจแต่ยังไม่แน่ใจ มาสนทนาธรรม กับพี่น้องมิตรดีจึงถามพี่น้องท่านอื่นๆด้วยซึ่งไม่ตรงกันเสียทีเดียวฟังแล้วก็เห็นใจตัวเองลังเลจะทำแบบใหน และคิดว่าเดี๋ยวจะถามคุรุใหม่ดีกว่าแต่ทำการบ้านคร่าวๆไว้ 2 แบบ แม้จะยังไม่แน่ใจ .

    ทุกข์ : ลังเล ไม่แน่ใจ
    สมุทัย : อยากเข้าใจชัดๆข้อมูลครบจะได้ทำให้ตรงตามเสต็ป
    นิโรธ : วางใจ แม้ข้อมูลไม่ครบ ก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : พิจารณาคุรุให้ทำงานเพื่อจะให้เราได้ตรวจ ใจ เราไม่ทันกิเลสความที่”อยาก”ทำให้เสร็จเป็นงานๆ เราจึงเผลอวิ่งตามงานอีกแล้วกิเลสมันเก่งจริงๆ รู้เราว่าติดอะไร นึกถึงคำพี่น้องมิตรดี ถ้าอะไรที่ไม่แน่ใจให้”วางก่อน ” อย่าไปเสียพลังพิจารณาตามจึงมาทำทุกข์อริยสัจก่อนเพราะวันๆมีทุกข์เล็ก ทุกข์น้อยให้ทำตลอด .เมื่อเช้าฟังธรรมะท่านอาจารย์หมอเขียว ” ระวัง!!กิเลสมักจะหลอกให้ยึดมั่นถือมั่นในที่สำคัญยิ่งๆขึ้นไป” ขนาดฟังธรรมะท่านอาจารย์ตอนเช้า ตกบ่ายกิเลสลากไปกิน ถึงแม้จะแพ้กิเลสบ้าง แต่ก็เป็นประโยชน์เพราะได้ มาสนทนาธรรมกับพี่น้อง ทบทวนธรรม ที่ได้ยินได้ฟังมาพิจารณา ใคร่ครวญใหม่ บอกกับตัวเองสู้ต่อไป.
    กราบสาธุค่ะ.

  37. นาง สาคร รอดรัตน์

    ทุกข์อริยสัจ..
    เรื่อง. กลัวเสียสัจจะ
    วันนี้ตั้งใจโอนเงิน ตามที่ได้รับปากไว้ แต่โทรศัพท์ใช้งานไม่ได้แบตชาร์จไม่เข้า กลัวเขาจะว่าเราไม่รักษาคำพูด
    ทุกข์. กังวลว่าจะโอนเงินไม่ได้
    สมุทัย. คือชอบถ้าโอนเงินได้ ชังโอนเงินไม่ได้ดั่งใจ
    นิโรธ. คือเราจะโอนเงินได้ก็ดี โอนเงินไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่กังวล วางใจ
    มรรค. คือ เราตั้งใจทำเต็มที่แล้ว แต่ไม่ได้ดั่งใจก็ไม่เป็นไร เขาจะว่าก็ได้หรือเขาจะไม่ว่าก็ได้วางความยึดมั่นถือมั่น หลังจากวางใจได้ก็ได้คุยอปริหานิยธรรมแล้วฝ่ายรับเงินแจ้งบอกว่าไม่เป็นไร วางความยึดมั่นถือมั่นใจไร้ทุกข์

  38. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เรื่อง นอนดึก
    ช่วงนี้มีการนัดประชุมเรียนหัวข้อต่าง ๆ ทางออนไลน์ ชึ่งเวลาส่วนใหญ่ก็จะเป็นช่วง 6 โมงเย็นของเมืองไทยและจะตรงกับเวลาในออสเตรเลียคือ 4 ทุ่ม การประชุมการจะยาวไป จนถึงเที่ยงคีนหรือตีหนึ่ง เห็นอาการจิตมันมีแว็บ ๆ เข้ามาว่านี่เราจะเสียสุขภาพหรือเปล่านะนอนไม่ตรงเวลา พอเห็นอาการนี้ก็เลยตอกกลับกิเลสไปว่า นี่แหละจะทำให้สุขภาพดีได้ฝึกความอดทนได้ใช้วิบาก ถ้าการอดนอนมีประโยชน์กว่าการไปนอน ณ เวลานั้นก็ควรอดนอน โชคดีว่าตนเองนั้นเป็นคนที่นอนหลับง่ายและร่างกายเขาจะตื่นเองเมื่อนอนได้ 4.5-5 ชั่วโมง และเวลาทำงานส่วนใหญ่จะเป็นช่วงบ่าย ก็จะนอนตื่นสายก็ได้

    ทุกข์ กลัวเสียสุขภาพ เพราะนอนไม่ตรงเวลา

    สมุทัย อยากเข้านอนให้ตรงเวลา ถ้าเข้านอนตรงเวลาจะสุขใจ ถ้าไม่ตรงเวลาจะทุกข์ใจ

    นิโรธ เราจะเข้านอนตรงเวลาหรือไม่ตรงเวลาก็ไม่ทุกข์ใจ ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าต้องเป็นเวลานั้นเวลานี้

    มรรค พิจารณาเห็นความล่วงของกิเลสมักจะมาลวงให้เราหลงว่าการที่เราเข้านอนไม่ตรงเวลาจะเสียสุขภาพ ความจริงแล้วใจที่กังวล ใจที่ยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องนอนเวลานั้นเวลานี้ต่างหากที่เป็นตัวการที่ทำให้เสียสุขภาพ เพราะแม้ว่าเราจะนอนไม่ตรงเวลาแต่เราก็นอนได้เท่าที่ร่างกายต้องการอยู่คือ 4-5 ขั่วโมงต่อวันซึ่งก็เพียงพอกับความต้องการของร่างกายแล้ว เราจึงไม่ควรมีความวิตกกังวลเพราะเป็นการเบียดเบียนตนเอง ถ้าเวลานั้นการนอนดึกมันเป็นประโยชน์อยู่เราก็ควรนอนดึกเป็นการใช้วิบากได้ทำกุศล เพราะเราอยู่ดึกเพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ได้ร่วมพลังทำความดีกับพี่น้องหมู่มิตรดี แต่ถ้าไม่เป็นประโยขน์หรือเอาประโยชน์ไม่ได้ก็ควรนอน ไม่ยึดมั่นถือมั่น พอคิดได้อย่างนี้ก็เข้าประชุมทำกิจกรรมกับพี่น้องด้วยใจที่ยินดี

  39. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    มีหลายอย่างต้องทำ
    ช่วงเปิดมาหลังปีใหม่ เป็นช่วงที่มีงานที่ต้องทำหลายอย่าง เริ้มจากต้องเก็บของที่ร้านเตรียมคืนร้านหมดสัญญา เก็บของไปก็มีงานหน้าร้านเข้าอีก ก็ต้องรับหารายได้ไปด้วย และมีงานบำเพ็ญช่วยพี่น้องอีกหลายงาน ทำให้จัดสรรเวลาไม่ลงตัว มีจังหวะทับซ้อนกัน ทำให้ทำงานไม่ต่อเนื่อง ทำงานหนึ่งอยู่มีอีกงานต้องทำแทรกเขามาอีก สลับไปมา ก็มีอาการงง ๆ กว่าจะกลับมาต่องานเดิมได้

    ทุกข์ : รู้สึกหนัก หน่วง ๆ ไม่แช่มชื่น
    สมุทัย : ไม่ชอบอาการไม่แช่มชื่น เหตุมาจากอยากจะจัดสรรเวลาการงานให้ลงตัว ทำที่ละอย่าง
    นิโรธ : จะทำงานใดสำเร็จ หรืองานใดไม่สำเร็จ จะทำงานแบบต่อเนื่องก็ได้ หรือแบบไม่ต่อเนื่องก็ได้ ก็ทำไปตามองค์ประกอบที่ทำได้ ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : นึกถึงคำสอนของ อ.หมอเขียว เรากำลังตกอยู่ในสภาพโดนงานหลอก งานมีเยอะไม่หมดก็จริง ก็ไม่เห็นต้องทุกข์นี่ งานมันไม่หมดไปหรอก ทำให้ตายก็ไม่หมด ที่ทำได้คือทำไปตามเหตุปัจจัยที่ทำได้ อะไรสำคัญเร่งด่วนก็ทำก่อน หากพอมีเวลาก็ค่อยทำงานอื่นถัดไป ทำได้เท่าไรก็เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรจะต้องไปยึดเลย ประโยชน์สูงสุดคือ ใจไม่ทุกข์

    ทำงานต่อเนื่องได้ก็ดี หรือหากสะดุดไม่ต่อเนื่องเป็นการได้ทบทวนงานเดิม ทั้งหมดนี้สรุปได้ใช้การรู้เพียรรู้พักเข้ามาช่วยเวลาทำงานก็เพียรเต็มที่ พอเริ่มฝืด ๆ ก็พัก ทำให้คลายทุกข์ในเรื่องนี้ได้ไปประมาณ 80% ที่เหลือคือการค่อยปรับเปลี่ยนการทำงานไปให้เหมาะสมมากขึ้น

  40. นาง สาคร รอดรัตน์

    การบ้านป้าหนุ่ย
    เรื่อง. ชาร์จแบตไม่เข้า เหตุการณ์ โทรศัพท์มือถือแบตหมดเร็ว 2-3 วันแล้ว คิดว่า โทรศัพท์ใช้งานมานานแบตคงเสื่อมพอดีวันนี้ตั้งใจจะทำธุรกรรมการโอนเงินก็โอนไม่ได้
    ทุกข์. กลัวจะชาร์จแบตไม่เข้า
    สมุทัย. คือชอบถ้าชาร์จแบตเข้า ชังถ้าชาร์จแบตไม่เข้า
    นิโรธ. คือ เราจะชาร์จแบตเข้าหรือไม่เข้าก็วางใจ ไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค. คือ พยายามเต็มที่แล้ว ทุกอย่างไม่เที่ยงมันเป็นเช่นนั้นเอง

  41. ประคอง เก็บนาค

    เรื่อง : ตรายาง

    เนื้อเรื่อง : ลูกน้องมาขอเบิกพัสดุ ตามปกติก็เขียนรายการที่ต้องการเบิกและเสนอผ่านมาให้เราอนุมัติ แต่รอบนี้พอเราลงชื่อนุมัติให้ไป เขากลับไปเพิ่มรายการเพิ่มเติมอีกหลายรายการนอกจากที่เราอนุมัติให้ (แบบฟอร์มขออนุมัติแบ่งเป็นช่องตารางจึงมีช่องที่ยังว่างด้านล่าง เขาจึงสามาถเติมข้อความลงไปได้) การที่เขาทำแบบนี้เหมือนกับการอนุมัติของเราไม่มีความหมายใด ๆ ลายเซ็นที่เราเซ็นไปก็เป็นได้แค่ตรายางเท่านั้นน่ะสิ แบบนี้แล้วจะมาขออนุมัติจากเราทำไมกัน

    ทุกข์ : รู้สึกไม่พอใจที่ลูกน้องไม่ซื่อสัตย์ แอบใส่รายการพัสดุนอกจากที่ได้รับอนุมติให้เบิก

    สมุทัย : ยึดว่าควรทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ควรแอบทำในสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาต

    นิโรธ : แม้ลูกน้องจะทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ซื่อสัตย์ ซึ่งเราก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ส่วนเขาจะสำนึกและเลิกการกระทำแบบนั้นหรือไม่ เราก็ไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : พิจารณาถึงฐานจิตของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน กิเลสความหลง ความลวง ความละอายต่อบาปของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แม้เราเองจะมุ่งมั่นและยึดถือปฏิบัติเรื่องความซื่อสัตย์เป็นอันดับหนึ่งของชีวิต ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาจะยึดมั่นและปฏิบัติได้เหมือนกับเรา อีกทั้งเมื่อเราถามสาเหตุของการกระทำแบบนั้นของเขา ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ตั้งใจจะเบิกรายการอื่นนั้น ๆ ตั้งแต่แรกหรอก แต่ไปเห็นในตู้เก็บพัสดุที่มีสิ่งของต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ก็เลยขอเบิกเพิ่มไป..พิจารณาเห็นจิตที่ไม่ได้ฝึกฝนเรื่องการลดละการสะสมสิ่งของที่ไม่จำเป็น กิเลสความอยากได้อยากมี ซึ่งไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ในปัจจุบัน..หากเราเผลอไปกระทำแบบนั้นวิบากที่จะได้รับในขณะปัจจุบัน คือ ถูกผู้อื่นเข้าใจและมองว่าเป็นเป็นคนโกง ไม่ซื่อสัตย์ และจะได้รับวิบากร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกแน่…จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้คิดสังวรระวัง สำรวมกายใจไม่ให้หลงไปกับกิเลสความลวงต่าง ๆ

  42. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

    ใจปรับได้ช้า

    ช่วงงานเปลี่ยนจะปรับใจได้ค่อนข้างช้า โดยเฉพาะงานใหญ่ ๆ ที่ยังไม่เสร็จ ถ้าเสร็จแล้วก็ปรับได้ไว ไม่มีอะไรค้างคา หมดรอบไปตามปกติ แต่ส่วนใหญ่ที่จะค้างคาในใจคือ มีงานเทปูน แต่เทได้ไม่เสร็จ ปูนหมดบ้าง หินทรายหมดบ้าง เวลาหมดบ้าง หรือไม่ก็มีงานไม้ แต่ไม้หมด ต้องรอรอบสั่งของที่พ่วงงานอื่น หรือไม่ก็งานปลูกต้นไม้ ก็ต้นไม้หมด

    จะรู้สึกว่ามันจะมีช่วงหน่วงระหว่างงานหนึ่งไปงานหนึ่งมากพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นการวางแผนการจัดซื้อ อีกส่วนเป็นความพะวงอยู่กับอนาคต เลยทำให้ใจปรับเปลี่ยนได้ช้า หนืด หน่วง บางทีการสลับงานใหญ่ ๆ ต้องรอสลับอีกวัน ได้แต่ทำงานเล็ก ๆ ไปพลาง ๆ

    ทุกข์ : พะว้าพะวัง รู้สึกหน่วง ไม่มาไม่ไป ไปไม่สุด รากงอก
    สมุทัย : ยึดกับความเสร็จสมบูรณ์ในงานใดงานหนึ่ง อยากจัดการให้เสร็จเป็นเรื่อง ๆ
    นิโรธ : อยู่กับความเป็นจริงว่า ในช่วง ๆ หนึ่ง เราก็ต้องทำหลาย ๆ เรื่องพร้อม ๆ กัน และไม่เสร็จสักอย่างไปพร้อม ๆ กัน ด้วยความยินดี เต็มใจ พอใจ

    มรรค : ความอยากให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ จะได้เบาสมองไปเป็นเรื่อง ๆ จริง ๆ คือเราเอามาหนักหัวเอง แล้วก็เอามาหน่วง พอจะไปงานใหม่ ใจก็วนเวียนกับงานเก่า ด้วยความที่มันมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ในหลาย ๆ ส่วน ทำให้มันไม่สามารถจัดการแยกขาดจากกันได้สมบูรณ์ สุดท้ายคือต้องยอมรับความพร่อง คือทำได้อย่างละนิดอย่างละหน่อย เหมือนทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กัน แม้จะไม่เสร็จสักอย่าง แต่ในแต่ละอย่างก็จะเสร็จไปตามที่มันเสร็จ ทีละ ?% ตามที่มันเป็น มันจะเป็นลำดับ ๆ ไป ไม่เป็นไปดั่งใจเรา แม้เราจะรีบ มีความสามารถทำได้ แต่มันจะมีองค์ประกอบให้ทำไม่ได้ ต้องรอ ปัญหาไม่มีอะไรนอกจากใจของเรา เพราะวัตถุมันก็เป็นไปของมันอย่างนั้น เราไปเร่งมันก็หน่วง เพราะมันไม่มีจริงในปัจจุบันของเรา ก็พยายามตั้งสติ ทำใจพิจารณาไปตามจริงในปัจจุบันเท่าที่มันเป็น

  43. ระหัสน.ศ.6012007003
    ชื่อจาริยา จันทร์ภักดี
    ชื่อเรื่อง คิดต่างมุม

    ได้สนทนากับคุณหมอห้องผ่าตัดท่านหนึ่งเขามองว่าโควิดมารอบนี้ก็เหตุน่าจะเหมือนกันกับที่ระบาดก่อนหน้านี้มองว่าครั้งที่แล้วเราเครืองมือไม่พร้อมเลยเจอนัอยหรือไม่ได้ตรวจดูเขาไม่ตระหนักเลยและมองเป็นเรื่องธรรมดาแต่ดิฉันมองว่าไม่ธรรมดาถ้าเป็นเรืองธรรมดาแล้วเขาไม่ป้องกันรัดกุมขนาดนี้ใช่มั๊ยค่ะเมื่อก่อนไม่ได้ตรวจเข็มงวดเลยไม่เจอ
    ทุกข์:ที่โรคมาแล้วแค่หัวกะไดมีเจ้าหน้าที่มองว่าธรรมดา
    สมุทัย :ยึดว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะคิดมุมเดียวกับเรา
    อยากให้เขาตระหนักมากกว่านี้เลยทำให้ทุกข์ใจ
    นิโรธ : ไม่ว่าท่างเจ้าหน้าที่เขา จะมองมุมไหนเราก็ไม่ทุกข์ เขาคิดจะแก้ไขสถานการ์ณเช่นเดียวกับเรา
    มรรค : วางใจได้เราทำที่สุดแห่งทุกข์ได้โดย ไม่ประมาท ด้วยแนวทางเฝ้าระวังต่อไปโดยไม่หวั่นไหว ในเมื่อวิบากที่ให้ผลแต่ละชีวิต ที่ต้องรับแล้วเปลื่อนผ่านโควิดให้ได้โดยที่ทุกๆคนให้ตามร่วมมือกันถ้าทุกคนไม่ท้อถอยดั่งที่ว่าคำที่ว่า. .คนท้อไม่แท้…คนแท้ไม่ท้อแม้นกิเลสจะมาทางเราตั้งศีลมาลดกิเลสตามลำดับได้ล้างการที่ให้เขาคิดเหมือนกันกับเราให้ได้เลยไม่ทุกข์ให้โง่

  44. ปิ่น คำเพียงเพชร

    ละอายใจ

    ร่วมบำเพ็ญอัดรายการคลายรักคลายทุกข์ผ่าน Zoom กับพี่น้องหมู่มิตรดี ซึ่งก่อนหน้านี้พี่น้องก็แนะนำเรื่องการเพิ่มแสงไว้แล้ว และเราก็ว่าจะหามาเพิ่มอยู่ แต่เนื่องจากไม่ค่อยถนัดในการสั่งซื้อของทางออนไลน์ก็เลยปล่อยเลยตามเลยมาเรื่อยๆ จนมาวันนี้ พอเห็นงานที่ตัดต่อออกมาแล้ว คือยอมรับว่า EP. นี้ เนื้อหาเข้มข้นมากๆ ทุกท่านทำได้ดีมาก ออกมาดีแทบทุกอย่าง แต่มาเสียเอาตรงที่แสงเราไม่พอ จนทำให้ภาพช่วงที่เราพูดกระพริบๆไม่ชัดเอามากๆเลย จนทำให้เรารู้สึกละอายใจ ที่ไม่รู้จักเตรียมตัวให้พร้อมเลย

    ทุกข์ : รู้สึกแย่ ละอายใจ ในความไม่เอาภาระของตนเองจนทำให้งานออกมาพร่อง เสียหาย ไม่สมบูรณ์

    สมุทัย : คิดว่าเราเป็นต้นเหตุที่ทำให้งานออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าเราเอาภาระมากกว่านี้ ใส่ใจและมีความกระตือรือร้นมากกว่านี้ งานก็จะไม่ออกมาพร่องแบบนี้ จะออกมาสมบูรณ์กว่านี้

    นิโรธ : ไม่ว่างานจะออกมาพร่องหรือสมบูรณ์ ก็ไม่ควรทุกข์ใจ

    มรรค : การที่รู้ตัวเองว่าพร่องอยู่แล้วรู้สึกละอายใจและสำนึกผิดก็ดีแล้ว แต่ไม่ควรทำทุกข์ทับถามตนด้วยการรู้สึกแย่หรือทุกข์ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนไหนที่พร่องก็พยายามแก้ไขปรับปรุงไปให้ดีขึ้นเท่าที่เป็นไปได้ แล้วก็วางใจได้แล้ว ส่วนงานที่ออกมามันก็ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จริง ณ ปัจจุบันแล้ว สรุป ก็วางใจได้

  45. แสงสว่าง ฤทธิช่วย

    อริยสัจ4 เรื่องการขัดใจกับแม่
    มักจะทุกข์ขัดใจเวลาที่แม่ มาแนะนำให้ทำอย่างนุ้นทำอย่างนี้ ความในใจของกิเลสก็คิดว่า ทำไมแม่ต้องมาจู้จี้แนะนำเราตลอดทำอย่างนี้สิทำอย่างนั้นสิ คิดว่าโตแล้วไม่อยากให้แม่มาแนะนำ แต่พอมาคิดทบทวน สิ่งที่แม่เสนอสิ่งที่แม่แนะนำให้ทั้งหมดก็มีแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อตัวเราแล้วทำ
    ทำไมเราไม่ยินดีละ ไม่คิดกลับกันละว่าถ้าไม่มีแม่ที่คอยให้กำเนิดเรามา เราจะได้มาเจอธรรมมะที่แท้จริงรึเปล่าถ้าไม่มีท่านคอยเตือนสิ่งที่ดีคอยจู้จี้เราเพื่อให้ได้ดีทำไมเราไม่เอาประโยชน์ตรงนั้นละเจ้ากิเลส!!!! ทุกสิ่งที่ท่านทำล้วนมีแต่ความปราถนาดีต่อเราทั้งนั้น เราจะมัวแต่มายึดดีอัตตาโตว่าโตแล้วไม่จำเป็นต้องมาบอก คิดอย่างนั้นมันไม่ดีเท่ากับว่าเราไม่เคารพคำสอนของท่านไม่เคารพสัตตบุรุษ เราต้องคิดดีกับท่านไม่ว่าท่านจะจู้จี้จะยังไงก็ตามก็ต้องรับสิ่งนั้นถึงบ้างเรื่องจะมากเกินไป ก็ควรที่จะวางที่เราแล้วมองย้อนดูตนเองว่าคิดอย่างไรไม่ให้เป็นทุกข์ เมตตา อุเบกขา
    กับท่านให้เยอะและไม่ควรยกตนข่มท่านไม่ควรพอกกิเลสให้หนา พอผมคิดได้แบบนี้ความคลายในการไม่ยินดีก็ลดลงๆไปเป็นลำดับๆ
    ทุกข์:ทุกข์ใจไม่ยินดีเวลาแม่มาคอยจู้จี้คอยแนะนำ
    สมุทัย:เพราะแม่มาจู้จี้มีอการไม่ชอบขุ่นๆ กิเลสก็อุปทานว่า ฉันโตแล้วไม่ต้องมาบอกฉัน ถ้าแม่มาจู้จี้จะทุกข์ไม่ได้ดังใจเหมือนมองเราเป็นเด็กไม่โตสักที
    นิโรธ:แม้แม่มาจู้จี้ก็ไม่เป็นทุกข์ปล่อยวางเบิกบาน ไม่เอาอะไรจากใครยินดีใจไร้ทุกข์ดีที่สุด
    มรรค:พิจรณาเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งว่าเราก็ไปเคยทำเช่นนั้นทั้งในชาตินี้และชาติอื่นๆ ทุกอย่างล้วนมีมาแต่เหตุ ดวงจิตที่ผูกพันธ์กันมา เราก็เลยต้องเกิดมาใช้กรรมเกิดมาเป็นลูกแม่ญาติพี่น้องกันมาก่อน เคารพท่านศรัทธาท่านเมตตากับท่าน คิดอย่างกิเลสก็เท่ากับลบหลู่ท่านคิดแบบนั้นไม่ดี ตั้งศีลบ่อยๆเวลาเจอเหตุการณ์นี้ก็ควรที่จะรับอย่างเบิกบานและยินดีกับสิ่งที่ท่านเตือนเรา ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเราโตแล้วเราายังอ่อนด้อยประสบการณ์ตั้งเยอะท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านก็รู้และเคยผ่านเรื่องต่างๆมาก่อนเลยมาสอนและแนะนำเราได้

  46. นมลชนก แก้วเกษ

    อริยสัจ 4
    เรื่องการไม่ประมาณในการกิน
    วันนี้กินอาหารหลายอย่างกินเพลินในการกินทำให้อึดอัด
    แน่นไม่สบายท้อง
    ทุกข์:อึดอัดแน่นท้องไม่สบาย
    สมุทัย:ถ้ากินสมดุลพอดีสุขใจ พอกินเกินไม่พอดีทุกข์ใจ
    ไม่ชอบใจ
    นิโรธ:จะกินน้อยกินมากกินพอดีไม่พอดีก็สุขสบายใจไร้กังวลเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่ากินน้อยนะดีฝึกกินน้อยไปหาพอดีน่ะดีแต่เมื่อพลาดกินเกินแล้วก็ทำใจมีความสุขกับการได้เรียนรู้การกินเกิน พลาดแล้วก็พลาดไปยินดีที่ได้รู้ว่าเกิดจากวิบากกับกิเลสที่ยังเหลืออยู่ ยินดีที่ได้รู้และยินดีที่ได้แก้ไข ปรับปรุงแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น
    มรรค:ตั้งศีลประมาณในการกินฝึกกินน้อยไปหาพอดี ความลวงของกิเลสหลอกว่าถ้ากินพอดีจะดี รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่า ณ.เวลานี้เราประมาณได้ไม่พอดี ก็ยอมรับความจริง ณ.ปัจจุบันเมื่อได้พลาดกินเกินแน่นท้องอิ่มเกินไม่สบายอึดอัด ก็ทำใจในใจยอมรับความพลาดความพร่องที่กินเกิน มีความสุขกับการได้เรียนรู้ว่าความพลาดที่กินเกิน คราวต่อไปจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น

  47. นางจีรวัลย์ วัฒนสิน

    เรื่อง พ่อบ้านเถลไถล
    ไปบ้านต่างจังหวัด ถึงเวลากลับตั้งใจว่าจะกลับไม่เกินหกโมงเย็น เพราะพ่อบ้านขับรถกลางคืนไม่สะดวกแต่พ่อบ้านเถลไถลจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงทุ่มครึ่งทำให้รู้สึกไม่พอใจ ขณะเดินทางกลับนั่งพิจารณาใจตัวเองว่าเราจะไม่พอใจไปทำไม จึงปรับใจตัวเองใหม่ยอมที่จะไปพูดคุุยกับพ่อบ้านเพื่อลดการเกิดวิวาทะหลังจากคุยแล้วอาการไม่พอใจก็หายไป

    ทุกข์:ไม่พอใจ ที่พ่อบ้านเถลไถลจนกลับบ้านค่ำ

    สมุทัย:เรายึดมั่นถือมั่นว่า ถ้าพ่อบ้านกลับตรงเวลาตามที่เราตั้งใจไว้เราจะชอบใจ พิพ่อบ้านกลับไม่ตรงเวลาเราจึงไม่พอใจ

    นิโรธ:พ่อบ้านจะกลับตรงเวลาหรือไม่ตรงเวลาเราก็จะไม่ทุกข์ สบายใจ

    มรรค:ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นว่าจะกลับตอนไหนก็ได้ ใจพร้อมปรับ พร้อมเปลี่ยนตลอดเวลา ด้วยใจที่อดทน รอคอย ให้อภัย ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ

  48. วรรณา พลรบ(ธรรมแสงดาว)

    เรื่องกล้วยที่ไม่กล้วย
    ไปซื้อกล้วยที่ตลาดแม่ค้าขายกล้วยแพงก็เลยเกิดสภาวะเรื่องกล้วย

    ทุกข์ : จากการซื้อกล้วยหอมแพง
    สมุทัย : อยากได้กล้วยหอมถูก
    นิโรธ : ถูกก็ได้ แพงก็ได้ เราไม่ทุกข์ เพราะรู้เรื่องกรรมว่าเราทำมา
    มรรค : พิจารณาเรื่องกรรม ไม่ชอบที่กล้วยลูกละ ๑๐ บาท ชอบที่กล้วยหอมทั้งหวี แค่ ๑๕ บาท
    ในความเป็นจริงตามสัจจะไม่ว่าเราจะได้กล้วยลูกละ ๑๐ บาท เราก็โชคดีแล้วได้ใช้วิบาก เคยขายของเกินราคาแบบนี้มา วิบาก ๑๐๐ หน่วย ก็ลดไป ๑ หน่วย เหลือ ๙๙ หน่วย เราจะทุกข์อะไร ร้ายหมดไปตั้ง ๑ หน่วย ขณะเดียวกันถ้าเราไม่ยอมรับว่าเราเคยขายของแพงมา เราก็จะได้รับวิบากเพิ่มอีก ๑ หน่วย เป็น ๑๐๑ หน่วย เพราะไปเพ่งโทษผู้อื่นว่าขายของแพง ทั้ง ๆ ที่พลังงานนี้เราเป็นคนสร้างไว้เองสมัยที่เรายังไม่รู้ธรรม จึงไปเบียดเบียนคนอื่น พอพลังงานนี้มาให้ผลกับตัวเองกลับโทษคนอื่นว่าขายของแพงให้เรา
    ในขณะเดียวกัน ถ้าเราซื้อกล้วยหอม ทั้งหวีแค่ ๑๕ บาท เรารู้สึกว่าถูก ก็เป็นผลของกรรม ที่เราเคยขายของไม่เอาเปรียบผู้อื่นมา ซึ่งราคานี้ทำให้โลกเราสวยงาม น่าอยู่อาศัย เพราะไม่เบียดเบียนกัน ซึ่งพระพุทธเจ้า ตรัสว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีการแบ่งปัน โลกนี้หามีที่พึ่งอย่างอื่นไม่
    เมื่อพิจารณาเรื่องกรรมได้แล้วเข้าถึงความไม่ชอบไม่ชัง ไม่ได้ชอบที่เขาขายถูกเพราะรู้ว่าเราลดกิเลส เราเคยทำดีมา ได้มีดีอาศัย ไม่ชังที่เขาขายของแพง เพราะเรามีกิเลสเคยเอาเปรียบผู้อื่นมา เรารับวิบากแบบหน้าชื่นตาบาน ร้ายหมดไปอีกแล้วจะทุกข์ให้โง่ทำไม

    จะดีกว่าไหมถ้าเราจะลดกิเลสที่ตัวเราเองก่อน เพืี่อให้พลังงานนี้อยู่คู่โลกต่อไปให้โลกได้มีดีอาศัย เพราะยังมีคนที่ขายของสมเหตุสมผลอยู่ เป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นทำตามได้ คิดถึง คำพระพุทธเจ้า ที่ท่านตรัสว่า เมื่อโลกไม่มีกุศลจะอาศัย มีแต่อกุศลคือการเบียดเบียนกันอย่างเดียวโลกก็จะมีแต่ความเดือดร้อน ถึงวันหนึ่ง พลังงานเบียดเบียนลามไปทั่วโลก ก็ลุกขึ้นมาฆ่ากันเพราะความไม่ได้ดั่งใจ ก็จะเกิดมิคสัญญีกลียุค พลังงานที่เราเองลดกิเลสไม่ได้ และเราเป็นผู้สร้างเอง ก็จะกลับมาให้ผลในสังคมที่เราอยู่ ถึงวันนั้นโลกคงร้อนเป็นไฟ พิจารณาโทษของกิเลสแล้ว พบว่า ไม่น่าเป็น ไม่น่าอยู่อาศัยเลยจริง ๆ

  49. นายรวม เกตุกลม

    เรื่อง รถโดนชน
    เรื่องมีอยู่ว่า ได้ขับรถเข้าไปในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ในระหว่างเดินทาง พอถึงสามแยกก่อนเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานก็ได้จอดรถ เพื่อดูรถที่กำลังวิ่งสวนมา ในขณะนั้นก็ได้มีรถที่วิ่งตามหลังมา ชนท้ายรถของเรา เราก็รู้สึกได้เลยว่าวิบากเข้าแล้ว เกิดอาการกลัวขึ้นมาในใจ เพราะกลัวว่ารถจะเสียหายมาก ทำให้เดือดร้อนตัวเองและคนอื่น จากนั้นจึงได้ลงมาดูรถ ทั้งรถของตัวเอง ทั้งรถของคู่กรณี ปรากฎว่าเสียหายไม่มาก จึงได้พูดคุยกับคู่กรณีว่าต่างคนต่างซ่อมนะ ซึ่งคู่กรณีก็ตกลง เราก็ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหาย ถือว่าได้ชดใช้วิบากร้าย ที่เราเคยพลาดทำมา โชคดีอีกแล้วร้ายหมดไปอีกแล้ว

    ทุกข์:ทุกข์ใจ กลัวรถเสียหายมาก

    สมุทัย: ยึดมั่นถือมั่นว่า ถ้ารถโดนชนก็จะไม่ชอบใจ แต่ถ้ารถไม่โดนชนก็จะชอบใจ

    นิโรธ:รถจะโดนชนหรือไม่โดนชน ใจเราก็ไม่กลัว ไม่ทุกข์

    มรรค:ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เข้าใจวิบากกรรมที่เราเคยทำมา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลก ไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ เพราะเราเคยทำเช่นนั้นมามากกว่านั้น รับแล้วก็หมดไป โชคดีอีกแล้วร้ายหมดไปอีกแล้ว เราก็จะโชคดีขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ชดใช้วิบากร้าย นี้ถ้าเราไม่ได้บำเพ็ญจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้แน่ เราไม่เรียกร้องค่าเสียหาย ถือว่าเราได้ชดใช้วิบากร้าย อดทน รอคอย ให้อภัย ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ ด้วยใจที่เป็นสุข สาธุ

  50. นปภา รัตนวงศา

    จะเอาให้ได้ดั่งใจ
    เนื่องจากพ่อบ้านไม่สบาย มีอาการมีไข้ หนาวๆร้อนๆ ปวดเมื่อยตัว มึนศรีษะ คลื่นไส้มีอาเจียนร่วมด้วย รับประทานอาหารไม่ได้ วันนี้เป็นวันที่ 4 ไข้ลดลง ยังมึนศรีษะ และคลื่นไส้อยู่ นอนพักตลอด ท่านขอยา แก้ไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยามึนศีรษะ ยาแก้อาเจียนตลอด ก็เริ่มมีอาการชังนิดๆ กินยาเยอะจัง ผลข้างเคียงเยอะนะ
    ใช้ 4คูณ 100 ไหม? ไม่เอา กลัวอาเจียน
    ดีท็อกซ์ไหม จะได้หายปวดหัว มึนหัว ฉี่พี่มีน้อย ฉี่น้อยก็ใช้น้ำเปล่าได้ ก็ไม่ทำ
    ทุกข์ ไม่อยากให้พ่อบ้านรับประทานยามากเกินไป
    สมุทัย ถ้ารับประทานยามากไปจะทุกข์ใจ รับประทานยาน้อยๆหรือไม่รับประทานเลยจะสุขใจ
    นิโรธ จะรับประทานยามาก น้อย หรือไม่รับประทานยาก็ไม่ทุกข์ใจให้ได้
    มรรค สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา แต่ก่อนก็พึ่งแต่ยาแพทย์แผนปัจจุบันมาตลอด เป็นมากี่โรคละ ก็กินมามากกว่านี้อีก เพิ่งมาหยุดตอนเจอแพทย์วิธีธรรม พอท่านไม่สบาย รับประทานยามาแค่ 4วัน ก็ไปชังเสียแล้ว โง่จริงๆ หาทุกข์ได้ตลอดเวลา จะบ้าไปถึงไหน
    ท่านไม่เคยเข้าค่าย ไม่ค่อยฟังธรรม ท่านยังไม่เข้าใจ สิ่งที่ท่านทำได้ก็ดีที่สุดตามฐานของท่าน จะไปเอาดีกว่านั้นมันไม่ใช่เวลา ก็ท่านยังรับประทานเนื้อสัตว์อยู่ ยังมีปลา มีไข่อยู่ ท่านจะได้แพทย์ที่ดีที่สุดได้แค่นั้น มันต้องตั้งศีลมาแลกเพิ่ม
    ที่ท่านทำได้คือ พยายามออกจากอบายมุก ข้อ การเสพการดูในโทรศัพท์ ซึ่งข้ออื่นออกได้ดี ยังจะเอาอะไรอีก จะเอาดีที่10อยู่เรื่อยเลย ทำไมไม่เอาดีที่11นะ โง่จริงๆ
    แย่ๆๆ ซวยแน่เรา เอาแต่ใจ
    ไม่เอาแล้วค่ะ วางใจได้หายทุกข์แล้ว…สาธุ

  51. มุกแสงธรรม รู้แก่นศีล

    อริยสัจ๔

    ง่วงนอนหงาวหาวนอน

    วันนี้(วันพฤหัสบดี ที่ 7 ม.ค.2564)เวลา19:00น.มีนัด สอน ฝึก “โยคะ – พิลาทิส กับพี่น้องชาวเยอรมันและพี่น้องชาวไทย ทางออนไลน์(มีนัดสอนทุกสัปดาห์) เราสังเกตมาหลายสัปดาห์แล้วว่า พอใกล้จะถึงเวลาฝึก จะมีอาการง่วงนอน มากวน ๆใจ และ มียังมีแว๊บคิดไปว่า แจ้งยกเลิกงดสอนดีกว่า ไปนอนดีกว่า…?

    ทุกข์ :รำคาญอาการง่วงนอน ของตัวเอง

    สมุทัย : ชังในอาการง่วงนอน ชอบที่จะไม่มีอาการง่วงนอน

    นิโรธ : ยอมรับสภาพ และ วางใจให้เป็นปกติแม้จะมีอาการง่วงนอนบ้าง ไม่ชอบไม่ชัง

    มรรค : พิจารณาว่า ง่วงนอนก็ดีนะเราจะได้เจริญสติ ให้ตั้งมั่นมากขึ้น ตั้งศีลสู้เดี๋ยวนี้เลย กิเลส กับ มาร มาทดสอบแล้ว เราจะบำเพ็ญกับร่างกายและจิตวิญญาณของเราเอง และพี่น้องที่มาร่วม เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดแล้ว ถ้ารำคาญอยู่อย่างนี้ เป็นการเปิดช่องให้กิเลส กับ มาร ทำความรู้สึกตัวใหม่สิ! ว่า ง่วงก็รู้ว่าง่วง ไปล้างหน้าล้างตาซะ !และเมื่อคิดได้อย่างนี้ก็ฮึดสู้สลัดความง่วงหงาวหาวนอนออกไป ใจที่รำคาญความง่วงนอนก็ค่อยๆคลายลง และ ขณะที่เราได้นำฝึก โยคะ พิลาทิส นั้น อาการง่วงนอนก็ค่อย ๆ หายไป ใจเบิกบานขึ้นเรื่อยๆจนจบชั่วโมงของการฝึก และหลังฝึก ร่างกายผ่อนคลายและตื่นตัวมาก แทบจะจำไม่ได้ว่าอาการง่วงนอนก่อนฝึกเป็นอย่างไร สรุป เราชนะ กิเลส และมาร เย่ ! สาธุ

  52. ชนกนันท์ ฉัตรทอง (จุ๋ม น้อมแสงศีล)

    การบ้านอริยสัจ๔ ชอบขนม
    ทุกข์..ทุกข์ใจที่ชอบกินขนมหวาน
    สมุทัย.. ชอบที่ได้มีขนมกิน ชังที่ไม่ได้กินขนม
    นิโรธ..ไม่ชอบไม่ชัง ให้เหตุผลกับกิเลสสถาพใจที่ทุกข์ ให้เห็นผลถึงขนมถ้าชอบได้กินแล้วจะ เกิดโทษต่อร่างกายอย่างไร น้ำตาลเป็นสิ่งเสพติดขั้นรัายแรง น้ำตาลที่ผสมอยู่ในขนมจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ทำให้ร่างกายเกิดภาวะร้อน ทำให้เกิดโรคหลายโรคตามมา ทำให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวโรคปวดข้อที่เป็นประจำก็จะกลับมาอีก และอีกหลายข้อที่เป็นโทษกับร่างกาย และที่สำคัญเป็นการเบียดเบียนร่างกาย เป็นการผิดศีลขัอที่1 ไม่ชอบไม่ชัง ถึงแม้ว่าจะมีข้อสอบที่ขนมมาอยู่ตรงหน้าฝึกที่จะเรียนรู้ ไม่ชอบไม่ชัง เห็นแล้วถ้าจะได้กินจริงๆก็ไม่ทุกข์ จะไม่ได้กินก็ไม่ทุกข์ เข้าถึงสภาพใจที่ไม่ยึด ไม่ทุกข์ แม้จะได้กินกรือไม่ได้กิน
    มรรค..ได้ตั้งศีลเพิ่มที่ละข้อ ในการไม่กินขนมที่ใส่กะทิ ไม่ลงไปซื้อขนมที่ร้านค้าป้าแขก ได้นำบททบทวนธรรมมาใช้ วันหน้าไม่รู้ วันนี้สู้ไม่ถอย ถ้าเราดับทุกข์ใจได้..ก็ไม่มีทุกข์อะไรที่ดับไม่ได้ …สาธุ

  53. นฤมล ยังแช่ม

    ท้อใจ

    งานที่ทำเป็นงานบัญชี อยู่กับตัวเลขในปีนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการงาน จะต้องวิเคราะห์และจับคู่บัญชี ระบบจะไม่ทำงานอัตโนมัติเหมือนเมื่อก่อน และยังต้องนำงบการเงินของหน่วยงานภายใต้สังกัดมาจัดทำงบการเงินรวมอีกด้วย แค่ฟังแล้วก็รู้สึกท้อใจ หมดแรง แล้วเราก็เป็นคนทำบัญชีเองทั้งหมด สรุปแล้วเราต้องศึกษาใหม่หมดเลย

    ทุกข์ รู้สึกท้อใจกับการเริ่มต้นใหม่ในการทำบัญชี

    สมุทัย ถ้าได้ทำบัญชีเหมือนเดิมจะสุขใจ ถ้าทำบัญชีแบบใหม่จะทุกข์ใจเพราะว่าขั้นตอนเพิ่มขึ้น

    นิโรธ จะทำบัญชีแบบเดิมก็สุขใจ จะทำบัญชีแบบใหม่ก็สุขใจได้

    มมรรค ถามตัวเองว่านี้คืองานที่เราต้องรับผิดชอบ ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ อย่ากลัวที่จะเริ่มใหม่ ทุกคนก็เริ่มใหม่หมด ไม่ใช่เราแค่คนเดียว จึงลงมือศึกษาจากยูทูปแล้วก็ทำไปด้วย กิเลสจะมาหลอกว่ามันยาก พอยากก็ไม่อยากทำ แต่พอได้ลองทำดูเราก็พอทำได้ นี่พึ่งจะเริ่มแรกอาจจะผิดๆ ถูกๆ เดี๋ยวก็กลับบัญชีได้ หรือถามเพื่อนที่ทำงานอยู่ใกล้เคียงเราก็ได้ ความสำเร็จของงานคือความลวง ความสำเร็จของใจที่พ้นทุกข์ คือความจริง ทำผิดก็ไม่ทุกข์ สะสมเป็นประสบการณ์ในการทำงานครั้งต่อไปซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาและเรียนรู้ เมื่อเราเข้าใจก็จะไม่ต้องท้อใจอีกต่อไปที่จะเข้าไปทำความเข้าใจกับระบบบัญชีรูปแบบใหม่

  54. Sureenart. Ratchapan. สุรีนารถ ราชแป้น

    เรื่อง. ขุ่นใจจากลูกมารับจากที่ทำงาน กลับบ้านช้า

    ปกติไปทำงานจะขับรถไปกลับเอง แต่วันนี้ให้ลูกเอารถไปใช้ และนัดกันให้มารับในตอนเลิกงาน นัดสถานที่ที่ไปยืนรอกันเรียบร้อย
    ทุกข์ : ขุ่นใจที่ลูกมารับช้า เพราะตนเองมายืนรอนาน
    สมุทัย : ยึดมั่นว่าถ้าลูกมารับเร็วจะสุขใจ ไม่ต้องยืนรอนาน
    ถ้าลูกมารับช้าจะขุ่นใจ
    นิโรธ : จะรอนานหรือไม่ต้องรอก็ไม่ขุ่นใจ จะรอด้วยความเบิดบาน
    มรรค : จะรีบไปไหนหละ รอนิดรอหน่อยทำไมจะต้องขุ่นใจด้ด้วยแป้บเดียวลูกก็มาถึงแล้วอ้ายกิเลสตัวใจร้อนจะโผล่มาทำไม ไม่เห็นจะต้องขุ่นใจอะไรเลย รอใจเย็นๆไปเถอะเดี๋ยวก็มา เธอจะไปไหนก็ไปเลยอ้ายกิเลสใจร้อน. ฉันจะยืนรอด้วยใจเบิกบาน

  55. เสาวรี หวังประเสริฐ

    เรื่อง ตั้งศีลข้อ4
    จากการได้ฟังอาจารย์สอนเรื่องกิเลสที่ทำให้เราเนิ่นช้าไม่ก้าวหน้าซึ่งเราก็รู้สึกตัวเลยว่ามักจะทำผิดศีลข้อ4ด้วยการตำหนิติติ่งหรือดูถูก ดูแคลนผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง
    จึงตั้งจิตขอเพิ่มการปฏิบัติศีลข้อ4ให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นทั้งกายวาจาใจ
    ทุกข์ กลัวกังวลว่าเมื่อตั้งศีลแล้วจะทำตามที่ได้ตั้งจิตไว้ไม่ได้
    สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ทุกข์ที่ยังปฏิบัติศีลได้ไม่บริสุทธิ์ทั้งกายวาจาใจ กลัววิบากร้ายจะไล่ล่าให้ชีวิตต้องพบเรื่องร้ายชอบแต่จะให้ชีวิตเราพบแต่เรื่องดีๆ
    นิโรธ สภาพดับทุกข์เมื่อตั้งศีลแล้วปฏิบัติได้ดีหรือปฏิบัติได้ไม่ดีก็ไม่ทุกข์ใจยอมรับความจริงตามความเป็นจริงเมื่อทำไม่สำเร็จก็ขอโทษขออโหสิกรรมวางใจได้
    มรรค วิธีดับทุกข์พิจารณาถึงประโยชน์ของการตั้งศีลที่จะทำให้เราเห็นอาการของกิเลสในตัวเราชัดเจนยิ่งขึ้นสามารถล้างความชอบความชังในใจเราได้ดีขึ้น
    ได้ฝึกบ่อยๆยิ่งเจออุปสรรคยิ่งทำให้เราพัฒนาจิตใจ ของเราให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นสะอาดยิ่งขึ้นเป็นทางเดียวที่จะพาเราพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง

  56. ธิติมา จันทภักดี

    พลัดพราก

    ตั้งใจจะกลับมาเมืองไทยเพื่อดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียง ชวนพ่อฟังธรรมะ ทำสมาธิ เพื่อที่จะยอมรับสภาพติดเตียงและจิตสงบขึ้น

    ทุกข์
    พ่อเสียชีวิต ในวันที่ออกจากกักตัว ไม่มีโอกาสได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารักมาก และ รักเรามาก

    สมุทัย
    เสียใจ และ เสียดาย ที่ไม่ได้อยู่ใกล้พ่อและสวดมนต์ให้พ่อจิตสงบในเวลาที่เค้ากำลังจะหมดลมหายใจ

    นิโรธ
    คิดว่าทำหน้าที่ลูกได้ดีที่สุดมาตลอดชีวิตของการเป็นลูก ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้พ่อในวาระสุดท้าย ก็ปล่อยวางได้ ไม่ทุกข์

    มรรค
    เข้าใจความไม่เที่ยงของชีวิตว่า ไม่มีอะไรแน่นอน ให้อยู่กับปัจจุบัน ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด เหมือนเป็นวันสุดท้ายของตัวเรา และ คนที่เรารัก ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าทุกสิ่งต้องเป็นไปอย่างใจคิด ไม่คาดหวังอะไรมากในชีวิตนี้ เพราะกรรมกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราและคนรอบข้างไว้แล้ว ทำใจให้ยอมรับทุกสถานการณ์

Comments are closed.