640109 วิชา อริยสัจ 4 | ห้องเรียนวิชชาราม

ห้องเรียนออนไลน์ วิชาอริยสัจ 4 ครั้งแรกของปี 2564 ซึ่งมีนักศึกษามาขอตรวจการบ้านหน้าชั้นเรียนจำนวน 4 ท่าน สามารถกดรับชมเนื้อหาได้ในวีดีโอที่แนบมาได้เลย ส่วนข้อความการบ้านกรุณาเลื่อนไปอ่านด้านล่าง

ตรวจการบ้านวิชาอริยสัจ 4

ปิ่น คำเพียงเพชร
เรื่อง: ชอบอะไรในละคร

หลังจากที่ได้ศึกษาธรรมะที่ถูกตรง จากอาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน ความรู้สึกอยากเที่ยวอยากดูละครก็หายไป และคิดว่าตัวเองไม่ได้ไปติดการดูละครแล้ว เพราะเห็นโทษเห็นความไม่มีประโยชน์ของการเสียเวลาไปดูละคร ก็เลิกดูละครไปนาน 2-3 ปี แต่มีช่วงหนึ่งมีละครที่โด่งดังมากที่ใครๆก็พูดถึง ก็เกิดความอยากรู้ว่ามันขนาดไหนเชียว เลยไปดู พอดูไปดูมาก็ดูจนจบเรื่องอยู่ดี แม้ความรู้สึกจะไม่ได้ยินดีหรืออินไปกับละครเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เราก็ยังไปดูอยู่ แล้วนานๆก็กลับไปดูอีก พอดูอีกก็มีตัวอยากติดตามตั้งแต่ต้นจนจบอีก

และล่าสุดช่วงโควิดระบาดใหม่ๆก็ไปดูอีก โดยกิเลสมันก็อ้างว่าดูเป็นเพื่อนพ่อบ้าน ทีนี้พอดูไปดูมาจากที่คิดว่าดูเล่นๆ กลายเป็นถลำลึกไปเลยคือดูจนเสียสุขภาพ วิบากเข้าเจ็บป่วย เพราะไม่รู้จักประมาณในการดู สาเหตุเพราะพระเอกตีบทแตก และไปหลงชื่นชมและติดตามพระเอกคนนั้นทั้งๆที่ไม่เคยติดตามดาราคนไหนเป็นพิเศษมาก่อนเลย เหตุผลก็เพราะเห็นว่า ประวัติเขาเป็นคนดี นิสัยดี ให้เกียรติผู้หญิง ที่ผ่านมาไม่เคยมีข่าวเสียหาย วางตัวดี มาตลอด

หลังจากเจ็บป่วยคราวนั้นมาก็รู้สึกละอายและสำนึกผิดและได้ทบทวนหาเหตุว่า ทำไมจึงอยากติดตามพระเอกคนนั้น จนล้างความอยากติดตามพระเอกคนนั้นไปได้ และตั้งแต่ตอนนั้นมาก็ยังพยายามหาเหตุต่อว่า ที่ผ่านมาที่เรามีจิตตัวแว๊บอยากไปดูไปติดตามละครอยู่นี่ ตกลงว่าเราชอบอะไรในละครกันแน่ เพราะฉากแบบโลกีย์ๆในละครทั้งหลายเราก็ไม่ชอบ ตบจูบเราก็ไม่ชอบ ฉากพระเอกนางเอกสวีทกันหวานแหว๋วเราก็ไม่ชอบ ฉากเลิฟซีนเราก็ไม่ชอบ ฉากแย่งชิงกันตบตีกัน แย่งลาภยศสรรเสริญกันแย่งทรัพย์สมบัติกันเราก็ไม่ชอบ

ทุกข์: คาใจ สงสัย หาเหตุไม่เจอว่าตกลงว่าชอบอะไรในละครกันแน่

สมุทัย: ชอบเนื้อเรื่องตรงที่ พระเอกเป็นคนดี เก่ง มากความสามารถ เป็นสุภาพบุรุษ ปกป้องและให้เกียติผู้หญิงเสมอ ซื่อสัตย์รักนางเอกคนเดียว เสียสละทำทุกอย่างเพื่อนางเอก อ๋อตรงกับเสป๊กเรา เราเองก็ชอบและอยากเจอผู้ชายแบบนี้

นิโรธ: ไม่ว่าผู้ชายในละครหรือในโลกนี้คนไหน จะเป็นคนดีหรือชั่วแค่ไหน เราก็ไม่ควรมีจิตไปหลงชอบ หลงชังเขา

มรรค: อ๋อที่เราไปชอบดูละครนี่ ก็เพราะว่าเราชอบตรงที่พระเอกเป็นคนดี เก่ง มากความสามารถ เป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียติผู้หญิงเสมอ ซื่อสัตย์รักนางเอกคนเดียว ปกป้องและเสียสละทำทุกอย่างเพื่อนางเอก เพราะมันตรงกับชายในอุดมคติของเรา เราเองก็ชอบและอยากเจอผู้ชายแบบนี้เหมือนกันนี่เอง แต่นั่นมันผู้ชายในนิยายที่เขาเขียนขึ้นมา มันไม่ใช่ความจริงมันไม่มีอยู่จริงและไม่มีทางจะมีอยู่จริงได้เลย เพราะความจริงของคนมันมีกิเลสแต่นิยายที่เขาเขียนขึ้นมาเขาเขียนจากจินตนาการ แต่เราดันโง่ไปหลงเพ้อฝันว่าจะมีอยู่จริงอยู่ได้

และความจริงเราก็ได้พิสูจน์ด้วยตัวเราเองแล้วนี่ไง ขนาดว่าสามีเราว่าเป็นคนดีและเป็นสามีที่ดีพอสมควรคนหนึ่ง แต่มันก็ยังไม่เห็นจะเป็นเหมือนในนิยายเลย เราก็ยังเห็นมุมพร่องมุมด้อยของเขาอยู่ ก็ยังมีมุมให้เราต้องทุกข์ใจอยู่ และเราก็ชัดเจนแล้วด้วยว่า คุณค่าและความผาสุกของชีวิตของการได้เกิดมาในชาตินี้ของเรา ก็คือการหลุดพ้นจากทุกข์ การเป็นอิสระจากทุกข์ของคนคู่ไปตามลำดับนี่แหละ คือเป้าหมายสูงสุดของเรา…

สรุป: ความทุกข์ความคาใจในครั้งนี้ ก็สลายไปได้ 100 %


จิตรา พรหมโคตร
เรื่อง:ทำได้แค่นี้ก็ดีมากแล้ว

เนื้อเรื่อง: ขณะฟังโจทย์ท่านอาจารย์อ่านข้อสอบเสียงไม่ค่อยชัดแม้จะใส่หูฟัง ข้าพเจ้าตั้งใจฟังมาก วิบากก็ไม่ยอมปล่อยคนหลังบ้านพูดคุยกันเสียงดังและหน้าบ้านก็มีเสียงรถยนต์ทำให้ฟังไม่ชัด รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็ปรับใจได้เพราะไม่ได้หวังในการสอบแต่เห็นเป็นประโยชน์ในการสานพลังกับหมู่มิตรดี

ทุกข์: รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย มีอาการร้อนรนใจกับเสียงของคนหลังบ้านและหน้าบ้าน

สมุทัย: อยากให้เสียงดังนั้นหายไป ชอบถ้าเสียงดังนั้นหายไปแล้วจะสุขใจ ชังถ้าเสียงดังนั้นไม่หายไปก็ทุกข์ใจ

นิโรธ: เสียงดังนั้นจะหายหรือไม่หายก็ไม่ทุกข์ใจ

มรรค: พิจารณากรรมและเข้าใจเรื่องกรรมว่า”วิบากก็ต้องรับ กิเลสก็ต้องล้าง พุทธะจึงจะเกิด” การจะเข้ามาร่วมสอบว.บบบ.ไม่ใช่ใครก็สอบได้นะถ้าไม่มีความดีถึงรอบ นี่!เป็นวิบากแค่ฟังเสียงอาจารย์ไม่ค่อยชัดเป็นบางช่วงก็หงุดหงิด!ซะแล้ว ก็ไหนบอกว่าไม่ได้หวังในการสอบ แต่มาเพื่อสานพลัง ยังจะโลภอยากได้มากเกินความเป็นจริงของตัวเองเดี๋ยวจะผิดศีลเพิ่มลักขโมยสิ่งที่ไม่ใช่ของเราอีกอย่าประมาทเด็ดขาดนะ! เราได้เข้ามาร่วมในยัญพิธีครั้งนี้ได้ถึงแม้ไม่ได้สอบ ได้มาสานพลังกับหมู่กลุ่มใหญ่ของพ่อครู”ได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว”เมื่อคิดได้ก็รู้สึกผ่อนคลายความหงุดหงิด และพิจารณาต่อไปว่า เออ!จริงนะการสอบ ว.บบบ.ครั้งที่ 8 นี้เป็นการทดสอบผู้เป็น”พุทธะ”ซึ่งแปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วเรายังไม่รู้ ไม่ตื่น ไม่เบิกบาน เราก็จะไม่สามารถเข้าสอบได้เช่นกัน เมื่อคิดได้ก็ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นว่าอะไรจะเกิดก็ยอมรับทุกอย่าง ความรู้สึกโล่งใจขึ้นมาประมาณ70% อีก30% ก็ยังมีความหงุดหงิดเป็นระยะๆมาขณะฟังเสียงอาจารย์อ่านข้อสอบจนครบทุกข้อ
ผลก็คือได้ทำข้อสอบแม้ไม่ได้ครบทุกข้อแต่ก็ผาสุก เพราะได้สู้กับความยากลำบากที่จะให้ใจผาสุกได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราจะพากเพียรปฏิบัติต่อไป


มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆ ลม ฟ้า)
เรื่อง : อยากจะฟังธรรมะก่อนนอน

เหตุการณ์ : ช่วงปีใหม่ มีเหตุให้กิเลสมารครอบงำ เวลานอนจะเปิดฟังธรรมะไม่ว่าจะเป็นของอาจารย์หรือของพ่อครู เผอิญมีอยู่คืนหนึ่งเปิดธรรมะพ่อครู พ่อบ้านบ่นว่าเปิดเสียงดัง พอพ่อบ้านท่านพูดจบ เราก็หัวเราะ แต่ไม่ได้พูดอะไร อ่านใจตัวเองว่า รู้แล้ว แต่เดี๋ยวจะหรี่เสียงให้ ยังไม่ทันไร พ่อบ้านก็สวนขึ้นมา พูดอะไรไม่รู้ ไร้สาระ กล่าวว่า พ่อครูพูดเรื่องไร้สาระ ทำให้เรานึกโกรธพ่อบ้าน แต่ไม่ได้กล่าววาจาออกไป เงียบไม่พูดกันประมาณ 2-3 วัน ใจก็คิดตอนแรกกลัวพ่อบ้านจะมีวิบากร้ายจากการเพ่งโทษพระอาริยะ แต่พ่อบ้านทำไปเพราะความไม่รู้ วิบากร้ายนะมีแต่คงเบาบางไม่มาก (ยังแอบเป็นห่วงอยู่) นั่งคิดมาหลายวัน จริงที่รู้สึกขุ่นเคือง โกรธพ่อบ้านเพราะพ่อบ้านไม่เข้าใจเรา

ทุกข์ : ขุ่นใจ หงุดหงิดที่พ่อบ้านไม่เข้าใจ แถมกล่าวว่าพ่อครู

สมุทัย : อยากจะให้พ่อบ้านเข้าใจว่า เวลานอน จะนอนไม่หลับถ้าไม่ได้เปิดฟังธรรมะ จะให้ใช้หูฟังก็เจ็บหู ยึดว่าพ่อบ้านต้อง
เข้าใจ ยึดว่าสิ่งที่เราคิด เราทำ ถูกต้อง

นิโรธ : พ่อบ้านจะเข้าใจหรือไม่ เราก็ไม่ทุกข์ใจ ไม่ทุกข์ใจ ไม่ชอบไม่ชัง ถ้าพ่อบ้านจะไม่เข้าใจ

มรรค : ฝึกความไม่ได้ดังใจ ถ้าพ่อบ้านตามใจ กิเลสเราก็จะโตขึ้นๆ ฝึกเว้นระยะห่างกับพ่อบ้าน, พิจารณาเรื่องกรรม วิบากที่เราเคยทำแบบนี้มา ท่องไว้สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราเคยทำมา ฝึกตั้งศีลให้เข้มขึ้นและพิจารณาว่าสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่น ว่าของเราถูก อาจจะไปเบียดเบียนคนอื่นก็ได้ เราอยากจะฟังธรรมแต่ไปเปิดตอนจะนอน เป็นการเบียดเบียนพ่อบ้าน ทำให้พ่อบ้านก่อวิบากใหม่ เราก็ต้องได้รับผลนั้นด้วย, พิจารณาข้อเสียของความยึดมั่นถือมั่น อยากได้ดังใจ อยากให้เขาเข้าใจ มันไม่ดี กิเลสมันจะโต เอาจริงๆ เราเอาความสุขเราไปแขวนไว้กับคนอื่น ถามไปถามมา ไม่รู้จะยึดมั่นถือมั่นให้พ่อบ้านเข้าใจเราไปทำไม ไม่ได้อะไร ถ้าพ่อบ้านตามใจ เราสมใจได้เรื่องนี้ ก็อยากได้เรื่องอื่นตามมาเรื่อยๆ มันไม่อิสระเลย พิจารณาไตรลักษณ์ เดี๋ยวความอยากให้เขาเข้าใจ ความยึดมั่น มันก็เกิด ดับ วนเวียน แต่ถ้าเราไม่ทุกข์ใจ เขาจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจเราก็ไม่ทุกข์ใจ แบบนี้อิสระกว่า


นฤมล ยังแช่ม
เรื่อง : โลภ

งานตัดต่อเป็นงานที่เริ่มหัดทำ ยังไม่คล่องในการใช้เครื่องมือในการตัด่อวีดีโอ วันหยุดพอจะมีเวลาก็ลองศึกษาจากยูทูป ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น พอดีได้รับงานมาหนึ่งชิ้น ได้โอกาสลองวิชาที่ได้มา บางเครื่องมือก็ใช้ได้ดี แต่บางเครื่องมือทำแล้วรู้สึกติดๆขัด ไม่เป็นดั่งใจหมาย ก็เกิดความหงุดหงิดว่าทำไมไม่ได้นะ อันนี้ ทำแล้วแต่ไม่ดี แก้ไขอยู่หลายครั้ง เลนเดอร์งานไปทั้งหมด 6-7 ครั้ง ในการทำงานหนึ่งิชิ้น กว่าจะได้กลับบ้าน หกโมงเย็นคะ

ทุกข์ หงุดหงิดที่ใช้เครื่องมือในการตัดต่อวีดีโอไม่ได้ดั่งใจ

สมุทัย ถ้าใช้เครื่องมือได้ดั่งใจจะสุขใจ ถ้าใช้เครื่องมือไม่ได้ดั่งใจจะทุกข์ใจ

นิโรธ จะใช้เครื่องมือได้ดั่งใจก็สุขใจ หรือจะใช้เครื่องมือไม่ได้ดั่งใจก็สุขใจได้

มรรค เห็นสภาพความหงุดหงิดที่เกิดจากการพยามจะใช้เครื่องมือในการตัดต่อวีดีโอ ที่มันไม่เป็นดั่งใจ คือทำแล้วไม่ได้เสียงที่ต้องการ ไม่ได้ภาพอย่างที่ต้องการ แล้วเป็นสภาพทุกข์ นี้เราทุกข์แล้ว พิจารณาว่าถ้าเราทำงานเสร็จสมใจหมาย แต่เราเป็นโรคเดรียด นี้มันถูกแล้วเหรือ มันผิดทาง พิจารณาว่าทำงานก็ต้องฟักไปในตัวจะได้ไม่ต้องเอาตัวไปพัก เราพึ่งจะเรียนรู้ พร่องบ้างก็ได้ จะให้สมบูรณ์ทุกอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้ ยินดีพอใจในสิ่งที่ทำได้ แค่นี้ก็ดีมากแล้วนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.