ข่าวสรุปการบ้านอริยสัจ 30 พ.ย. – 6 ธ.ค. 63

ข่าววิชชาราม
สรุปการบ้านอริยสัจ 4 ประจำสัปดาห์วันที่ 30 พ.ย.-6 ธ.ค. 2563

มีผู้ส่ง 33 ท่าน 34 เรื่อง

1. ส่วนใหญ่เขียนได้ดีและอ่านเข้าใจง่ายขึ้น เล่าเรื่องได้ตามลำดับอริยสัจ 4
2. มีคำผิดอยู่บ้าง
3. บางท่านได้อธิบายมรรค แบบความจริงความลวง ทำให้เห็นภาพในการพิจารณามรรคชัดขึ้น

การบ้านที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ (3 เรื่อง)

1. เวลาน้อย

รู้สึกว่า “เวลาตนเองมีน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรทำมากมายตอนนี้ร่วมกับพี่น้องหมู่มิตรดี” จึงคิดได้ว่า “ไม่ว่าเวลาจะเหลือน้อยหรือมากแค่ไหน เราก็จะพากเพียรทำดีเต็มที่ทุกวินาทีและพร้อมเลิกทำในทุกวินาที

ทุกข์ : ท้อใจ
สมุทัย : โลภดีและอยากได้เวลามากขึ้น เพราะรู้สึกว่า “เวลาตนเองมีน้อยจึงทำให้รู้สึกท้อใจที่จะอาจจะทำอะไรได้ไม่มาก”
นิโรธ : ไม่ว่าจะมีเวลาน้อยหรือมีเวลามากก็ไม่ทุกข์ใจในการบำเพ็ญร่วมกับพี่น้องหมู่มิตรดี
มรรค : ตอนที่รู้สึกว่า “ตนเองมีเวลาน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรทำมากมายตอนนี้ร่วมกับพี่น้องหมู่มิตรดี” จึงคิดได้ว่า “ไม่ว่าเวลาจะเหลือน้อยหรือมากแค่ไหน เราก็จะพากเพียรทำดีเต็มที่ทุกวินาทีและพร้อมเลิกทำในทุกวินาที เราสามารถต่อเวลาแต่ละวินาทีไปเรื่อย ๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการทำบุญ (ชำระกิเลสตนเอง) และทำกุศล (ช่วยเหลือผู้คนด้วยการงานต่าง ๆ) เพราะอย่างไรเวลาก็เป็นสิ่งสมมุติอย่างหนึ่งเช่นเดียวกันกับทุกอย่าง เราเลือกได้ที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้สู่ความพ้นทุกข์ ตามพระพุทธเจ้าทุกพระองค์และครูบาอาจารย์ทุกท่าน” พอคิดได้แบบนี้ความท้อใจก็เบาลงและลดลงเรื่อย ๆ จนหายไป

2. เลือกอยู่กับปัจจุบัน

เหตุการณ์ : มีงานที่เป็นกุศลมาให้บำเพ็ญพร้อมกัน ๓ งาน งานแรกไปลงแปลงงานกสิกรรมมีอาจารย์หมอเขียวนำทีมพร้อมกับพี่น้อง งานที่สองรายการหมู่มิตรดีปลูกปัญญาพาพ้นทุกข์ งานที่สามขุดหลุมปลูกไชยาหลังห้องน้ำ เอาไง เลือกงานไหนละ ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่คิดมากขนาดนี้ ก็ไปทำตามที่ชอบเลยจบ แต่ตอนนี้ต้องมาคิดพิจารณา งานที่ ๑ และ ๒ ผู้บำเพ็ญมากพอเป็นพอไปแล้ว แต่งานที่ ๓ มีพี่น้องผู้บำเพ็ญท่านเดียวเอง และท่านก็ไม่ค่อยมีแรงในการขุด เลยตัดสินใจเลือกงานที่ ๓ แต่ระหว่างทำงานนั้น ใจกลับมาอยู่กับงานที่ ๒ เฮ้ย! ใจอยากอยู่กับพี่น้องหมู่ที่คุยกันเรื่องวิปัสสนากรรมฐานในรายการ หูฟังเสียงพี่น้องพูด ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง อ้าว! สติเราอยู่ไหน? ไม่อยู่กับปัจจุบันแล้ว

ทุกข์ : ใจหวั่นไหว
สมุทัย : ตัณหาความอยาก อยากพูดคุยกับพี่น้องในรายการเรื่องวิปัสสนากรรมฐานที่ไปปฏิบัติมา
นิโรธ : ได้พูดคุยก็ได้ ไม่ได้พูดคุยก็ได้ สุขสบายใจ อิ่มเอิบ เบิกบาน แจ่มใส ใจไร้ทุกข์ ไร้กังวลได้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน
มรรค : พิจารณายินดีที่ได้ฝึก ได้เห็นใจที่หวั่นไหว พิจารณางานทุกงานมีความสำคัญเท่ากันหมด เราเลือกเองน่ะ ไม่เลือกตามกิเลสความอยากแล้ว ยินดีได้ฝึกพรากจากงานที่ชอบ งานที่ได้พูดคุย มาทำงานที่ขาดคนทำอยู่ อยู่กับปัจจุบัน การขุดได้ใช้แรง ได้ฝึกสติ ฝึกความอดทน ไม่ฝึกตอนนี้จะฝึกตอนไหน สิ่งที่เราได้รับน่ะดีแล้ว เหมาะสมกับเราแล้ว สาธุค่ะ

3. ฟุ้งซ่านกับงาน

สองวันก่อน มีงานที่จำเป็นต้องทำให้เสร็จ เพื่อความต่อเนื่องของงานอื่น นั่นคืองานเขียนแบบก่อสร้าง วางแผนการจัดซื้อ ในการก่อสร้างห้องเก็บของ ก็ใช้เวลาจนเกือบเที่ยงคืน งานก็ยังไม่เสร็จ และงานออกแบบส่วนใหญจะทำตอนค่ำ ซึ่งบางวันก็ไม่มีเวลาทำมากเท่าไหร่ ส่วนตอนเช้า – เย็น จะไปทำงานนอกบ้านเป็นหลัก

ทุกข์ : ความกระวนกระวายกับงานที่ยังจบไม่ลง จนทำให้ไม่ง่วงนอนจากความฟุ้งซ่านนั้น ๆ
สมุทัย : ความยึดว่างานจะต้องเดินไปได้เร็ว ๆ ทำงานนี้เสร็จไว ไปงานอื่นต่อ ถึงจะดี
นิโรธ : งานจะไปได้เร็วหรือช้าก็ไม่โง่ไปทุกข์ เพราะหากเราพยายามเต็มที่ก็ดีพอแล้ว ส่วนจะเสร็จเร็วหรือช้าก็เป็นเพียงความเหมาะสมที่จัดสรรโดยวิบากกรรมเท่านั้น
มรรค : นึกย้อนไปว่าจริง ๆ งานนี้ก็ล่าช้ามานาน ปีนี้ฝนตกยาวนาน ตอนแรกเรารีบสั่งของมาก่อนจนทำให้ถนนพัง เสียเงินค่าจัดการให้กลับมาพอใช้ได้ 3 พันกว่าบาท ก็ช้ามาเดือนกว่า ต่อมาก็ไปเที่ยวกับที่บ้านอีก ก็ช้าไปอีกเดือน จนมาตอนนี้ มันดี มันโล่งขนาดนี้แล้วก็น่าจะพอใจ เพราะองค์ประกอบตอนนี้เหมาะกว่าก่อนหน้านี้ ฝนก็ไม่มี ดินก็แห้ง ช่างก็ว่าง จึงพิจารณาต่อว่าความรีบให้งานเสร็จได้ดั่งใจนี่มันเป็นพิษจริง ๆ มันสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งใจเราและสิ่งแวดล้อม ถ้าเราใจเย็น ๆ ค่อยเป็นค่อยไป “ทำดีเต็มที่ พอใจเท่าที่ได้” มันก็จะสบายใจ

สรุปงานเขียนแบบก็ช้าไปอีก 1 วัน โดยใช้เวลาช่วงสายอีกวัน ไม่ออกไปทำงานสวน แต่เอาเวลามาเขียนแบบ และงานจัดซื้อให้เสร็จ แล้วงานแรกนี้ก็เสร็จไปตามลำดับ คำว่าช้าไป 1 วัน อันนี้เรากำหนดเอง ถ้ามองจากมุมคนอื่น เขาก็คงไม่ได้ใส่ใจอะไร จะผ่านไปอีกเดือนอีกปีค่อยทำหรือไม่ทำเลยทั้งชาติเขาก็คงจะไม่ได้ใส่ใจอะไร มีแต่เราเองที่ใส่ใจ เพราะมันเป็นของเรา เรากำหนดไว้ว่ามันงานของเรา เป็นประโยชน์ของเรา แล้วเราก็เข้าไปยึดมั่นถือมั่นในประโยชน์เหล่านั้น ก็กลายเป็นเรานั่นเองแหละที่โง่

Leave a Reply

Your email address will not be published.