ข่าวสรุปการบ้านวิชชาราม 6 – 22 พ.ย. 63

ข่าวสรุปการบ้านวิชชาราม
24 พฤศจิกายน 2563

สรุป

1. การบ้านอริยสัจ มีผู้ส่ง 34 ท่าน 36 เรื่อง
2. การบ้านความจริงความลวง มีผู้ส่ง 23 ท่าน 25 เรื่อง
โดยภาพรวมประมาณ 80 % นักศึกษาเขียนการบ้านได้ดีขึ้น ทั้งส่วนของรูปแบบและสภาวะ (หัวข้อสมุทัยสามารถขยายเจาะลึกเพิ่มได้ว่า “ท่านชอบหรือชังอะไร อยากได้หรือกลัวอะไร เพราะว่าอะไร”) และมีนักศึกษาที่ไม่เคยส่งการบ้านเข้ามาส่งการบ้านเพิ่มขึ้น

ปัญหา

1. มีพิมชื่อผิดและลืมเว้นบรรทัดอยู่บ้าง
2. บางท่านไม่แน่ใจว่าส่งการบ้านสำเร็จหรือไม่ จึงส่งเรื่องเดิมซ้ำหลายครั้ง

ข้อเสนอแนะ

1. ก่อนกดส่งการบ้านแต่ละครั้ง ควรตรวจชื่อ อีเมล และเนื้อหาการบ้านของท่าน อย่างน้อย 1 รอบ
2. การบ้านอริยสัจ 4 จะถูกตรวจคร่าว ๆ และเผยแพร่ในเว็บไซต์วิชชารามภายใน 1-3 วัน โดยเฉลี่ยประมาณ 1 วัน
3. การบ้านกสิกรรม ฯ และอาหาร ฯ จะถูกตรวจคร่าว ๆ และเผยแพร่ในเว็บไซต์วิชชารามภายใน 1-14 วัน

*หากท่านไม่เห็นการบ้านของตนเองถูกเผยแพร่ตามกำหนดที่แจ้งไว้ สามารถแจ้งชื่อและหัวข้อการบ้านเข้ามาได้ว่า “ส่งแล้วแต่การบ้านยังไม่ถูกเผยแพร่”

อนุโมทนาความพากเพียรบำเพ็ญบุญและกุศลในการส่งการบ้านวิชชาราม

การบ้านที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้

อริยสัจ 4

1. ต้องพิมพ์ใหม่!… เบื่อ!!!

สามทุ่มแล้ว เป็ดลิงก์ทำการบ้านวิชชาราม เริ่มพิมพ์การบ้านความจริงความลวง อย่างตั้งใจ เสร็จแล้วก็กดส่งเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ก็คิดว่าส่งได้ แต่พอไปเปิดอ่านหาไม่เจอ การบ้านที่ทำเสร็จแล้วจึงไม่ได้ส่ง ข้อมูลหายหมด ต้องพิมพ์ใหม่

ทุกข์ : เบื่อ หงุดหงิด

สมุทัย : ทำการบ้านเสร็จแล้ว ส่งไม่ได้ ข้อมูลหายหมด รีบ-ใจร้อน ต้องพิมพ์ใหม่ เสียเวลา

นืโรธ : วางใจว่าไม่ป็เนไร พร่องก็ได้ ไม่พร่องก็ได้ส่งได้หรือไม่ได้ ก็สบายใจ

มรรค : ใช้ปัญญา ตั้งสติ พิจารณาไตร่ตรอง-ใคร่ครวญอย่างมีสมาธิ ค่อย ๆ คิดทบทวน ใจเย็น ๆ หาเหตุผล ทุกเสี้ยววินาทีทุกอย่างไม่เที่ยง เราอาจจะกดพลาดไป กดถูกกดผิด ไม่เป็นไร พิมพ์ใหม่ได้ ไม่โทษตัวเอง ด้วยใจที่เบิกบาน

2. ทุกข์ในครัว

เหตุเกิดในครัวกลาง ระหว่างที่นั่งหั่นผักกันอยู่นั้น มีพี่ท่านหนึ่งคุยเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับข่าวของอีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นกระแสอยู่ในโซเชียลตอนนี้ โดยข่าวนั้นได้เผยแพร่จากกลุ่มคนที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งก็อาจจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้ พอเราได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจ ขัดใจ คิดอยู่ในใจว่าข้อมูลที่ท่านกำลังพูดนั้นเป็นการพูดให้ร้ายคนอื่นอยู่นะ ทั้งที่ตนเองก็พูดเองว่า…เขาว่ามาว่า….โดยคุยกับพี่อีกคนหนึ่งที่นั่งข้าง ๆ กันด้วยท่าทีที่ออกรสออกชาติ ดูท่าว่าจะคุยกันยาวเรื่องนี้ ไปเรื่องนั้น ไปเรื่องโน้นเรื่อยไป

ทุกข์ : รู้สึกขัดใจที่ท่านพูดถึงผู้อื่นในทางที่ไม่ดี

สมุทัย : ยึดว่าเราเป็นนักปฏิบัติธรรมกันนะ เรื่องที่ไม่ดีเกี่ยวกับผู้อื่นซึ่งเราเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเอง และไม่แน่ชัดหรือยังไม่ทราบเลยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก็ไม่น่าจะนำมาพูด ทั้งยังเหนี่ยวนำให้คนที่ตนเองคุยด้วยคล้อยตามเออออไปด้วย

นิโรธ : ท่านจะพูดเรื่องราวของผู้อื่นที่เป็นจริงหรือไม่จริง เราก็ไม่ทุกข์ใจ

มรรค : พิจารณาว่าสิ่งที่เราเห็น เราได้ยินนั้น.. เราก็เคยทำมาแบบนี้แหละ แต่ก่อนที่เราพูดแบบไม่สำรวมวาจา พูดทั้งเรื่องที่เป็นจริงและไม่เป็นจริงแบบนี้..เห็นตัวของเราเองได้ไวขึ้น คิดพิจารณาเห็นใจ สงสารที่ท่านยังพูดแบบนั้นอยู่ ฐานจิตคนเราแตกต่างกัน ความเชื่อ ความเข้าใจก็แตกต่างกันไปด้วย…คิดประมาณอยู่ในใจว่าควรจะบอกเตือนพี่เขาดีไหมน้อ บางเรื่องของคนบางกลุ่มนั้นไม่ควรนำมาพูดในที่สาธารณะ แม้นว่าตอนนี้จะคุยอยู่ในหมู่มิตรดีก็ตาม แต่หากท่านยังทำแบบนี้บ่อยครั้ง บางเวลาอาจจะเผลอไปพูดกับคนหมู่อื่น ซึ่งอาจจะนำเรื่องร้ายหรือเสียหายมายังตัวของท่านเองได้…เมื่อคิดพิจารณาทบทวนดูแล้วว่าพี่ท่านนี้ไม่เคยบอกเราหรือท่านอื่น ๆ ในการยอมรับให้ขัดเกลาท่านได้ และการแสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ เท่าที่ผ่านมา ท่านก็ยังมีความคิดเป็นของตนเองอีกทั้งบางเรื่องก็ยังไม่ค่อยฟังหมู่กลุ่มอยู่ เลยเลือกที่จะเงียบและไม่พูดอะไรต่อ นั่งหั่นผักต่อไปด้วยใจที่เป็นสุขได้ เริ่มที่เรา วางที่เรา….

ความจริงและความลวง

1. ติดอาหารอร่อย

เนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมา มีพี่น้องจิตอาสามาจากหลายที่ มาช่วยเกี่ยวข้าว แล้วมีอาหารหลายอย่าง หลายเมนู มากมาย ไม่เหมือนตอนทำกินเอง ที่อาหารไม่อร่อย ไม่หลากหลาย เหมือนกับวันนี้ครับ

ผัสสะ อาหารหลายเมนู แกงกะทิสัปปะรดใส่เต้าหู้ ข้าวต้มมัด ข้าวโพด ลาบเห็ด มะละกอ ซุปหน่อไม้ ผัดลิ้นฟ้า ผัดกระเพา ส้มตำ ฯลฯ

ความลวง อาหารอร่อย มีหลายเมนู ต้องกินเยอะเยอะ นานนานกินทีไม่เป็นไร นาทีทอง มารบอกว่า กินเยอะ ๆ ยัดเข้าไป ๆ อันไหนที่ชอบก็กินเยอะ ๆ ครับ

ความจริง การเสพรสชาติอาหารในการกิน ทำให้เกิดวิบากร้ายจากการเสพกิเลส ทำให้เราติด ทำให้เราทุกข์เวลาเราอยากกิน แต่ไม่มีให้กิน ทำให้เราประมาณการกินอาหารผิดพลาด ทำให้เรากินเกินความพอดี ทำให้เกิดพิษในร่างกาย ทำให้อึดอัด ทำให้เกิดโรค ดังนั้น อาหารจะอร่อยหรือไม่อร่อย อาหารจะมากหรือน้อย เราก็ควรกินตามประโยชน์ที่ร่างกายควรจะได้รับ กินเพื่ออยู่ กินเพื่อลดกิเลส กินเพื่อให้ชีวิตได้บำเพ็ญได้ลดกิเลสเพื่อที่จะพ้นทุกข์เท่านั้น และอาหารอร่อยเป็นเหตุที่ทำให้เราต้องทุกข์โดยตรง เป็นศัตรูตัวร้ายของนักปฏิบัติธรรม ดังนั้นเราไม่ควรเสพรสชาติในอาหาร ไม่ควรปรุงสุขจากการกินอาหาร ควรจะล้างความอร่อยออก ฝึกอ่านเวทนาว่าอาหารนั้นรสชาติเป็นอย่างไร เช่น หวาน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ฝึกเลิกติดความอร่อยในอาหารหรือรสชาติที่เราติดเท่าที่ทำได้ ซึ่งจะเป็นเหตุปัจจัยทำให้เราพ้นทุกข์ได้ครับ สาธุครับ

2. ยกเลิกการบ้านความจริงความลวง

ช่วงอปริหานิยธรรมวันก่อน มีการพูดถึงประเด็นการจะยกเลิกการบ้านในเรื่องความจริง ความลวง โดยให้นำไปรวมกับการบ้านอริยสัจ 4 ได้รับฟังดังนั้นใจก็ยอมรับ พร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนนะ แต่เอ๊ะ ! มันไม่ 100 % อะสิ เลยลองตรวจใจดูว่ามีอะไรติดใจอยู่ไหม ก็ได้พบว่าเวลาตัวเองจะทำการบ้านอริยสัจ 4 ทีไร จะต้องมาทำการบ้านความจริงความลวงก่อน เพื่อตรวจสอบ ทำเตวิขโช กับผัสสะที่มากระทบก่อน เมื่อทำตามลำดับอย่างนี้แล้ว ทำให้เราดับทุกข์ได้ดีขึ้น

ผัสสะ : ได้ยินการพูดคุยในช่วงอปริหานิยธรรม ว่าให้ยกเลิกหัวข้อการบ้านความจริงความลวง ไปรวมอยู่ในการบ้านอริยสัจ4 เลยใจก็ดูยอมและพร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนอยู่แต่ไม่100 % ตรงจพบว่ามีตัวรู้สึกเสียดายการบ้านส่วนนี้ที่เรากำลังสนุกกับการจัดการกิเลสได้ดีขึ้นตามลำดับอยู่เชียว

ความลวง : จะยกเลิกทำไม ที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้ว การจะดับทุกข์อริยสัจไม่ใข่เรื่องง่าย ๆ เลย ไม่งั้นพระพุทธเจ้าท่านคงไม่ตรัสไว้ในพระไตรปิฎกหรอก อาจารย์นำมาสอนพวกเราและเห็นว่าเป็นการทำไปตามลำดับ ๆ จิตอาสายังเข้ามาทำกันไม่เท่าไหร่เลย เป็นช่วงเริ่มต้นของหลาย ๆ ท่านด้วยซ้ำ ท่านที่เริ่มต้นการแยกความจริงความลวงยังยากเลย เราเองแรก ๆ ก็ไม่มั่นใจเลย ว่าความจริงมันเป็นแบบนี้จริงหรือ เพราะกว่าจะเชื่อและชัดเรื่องกรรมมันไม่ง่ายเลยนะ

ความจริง : ไม่ได้มีการยกเลิกการบ้านความจริงความลวงเลยนะ ฟังให้ดี เพียงแต่การทำเวปที่ผู้รับผิดชอบร่วมกันคิดขึ้นมาก็เป็นเพียงสมมุติตามความเห็น ข้อเสนอของหมู่ ของครูบาอาจารย์ แล้วมาลองทำแบบนั้นแบบนี้ดู ถ้าพี่น้องหมู่มิตรดีเห็นอย่างไร เสนอดีเข้ามา สลายอัตตา มติหมู่ว่าอย่างไรก็เอาตามนั้น พร้อมรับ พร้อมปรับพร้อมเปลี่ยน ไปตามเหตุปัจจัย ไม่มีอะไรเที่ยง ส่วนการบ้านการล้างใจก็ยังคงเหมือนเดิม และมีแต่จะอธิศีลเพิ่มไปเรื่อย ๆ ส่วนการจะไปกรอกข้อมูลรวมกันเลยก็ไม่เห็นเป็นไร เป็นการไม่ซ้ำซ้อน ผู้เกี่ยวข้องก็สะดวกขึ้นในการลงข้อมูล ส่วนเรื่องการล้างใจก็ตัวทำการบ้านของเรานี่แหละ ที่ทำ ๆ ไปตัวยึดก็โผล่หัวมาให้ได้เห็นซะแล้ว โชคดีอีกแล้ว ได้เห็นกิเลสอีกแง่มุมนึงอีกแล้ว ลุยล้าง เลยเบาสบายได้เต็ม100 % จริง ๆ แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.