ห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 12 พฤศจิกายน 2563

ห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 12 พ.ย. 2563

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม ได้มาการนำเสนอผลงานแบบกลุ่ม มีโจทย์ร่วมกันคือ “กสิกรรมไร้สารพิษ” โดยไม่กำหนดจำนวนชิ้นของผลงานที่นำมาส่ง มี 5 กลุ่มคือ กลุ่ม ยินดี, ศิลา ,เพชร, ปฐพี , พร้อมพัง ในห้องเรียนได้ใช้เวลาในช่วงประมาณ 2 ชั่วโมง ในการตรวจผลงานและให้ความเห็นร่วมกัน ในลำดับถัดไปเป็นการเสนอโจทย์สร้างผลงานใหม่ในสัปดาห์หน้า

ในโพสนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห้องเรียนสาระธรรม เช่น ผู้สอน ผู้รับชม ผู้อำนวยความสะดวก ผู้บันทึกการเรียนการสอน ได้แบ่งปันสภาวธรรม ที่เกิดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสร้างผลงานในสัปดาห์นี้จนจบการนำเสนอผลงาน โดยไม่จำกัดทักษะการเขียนหรือการเรียบเรียง สามารถเขียนบรรยายได้ตามอัธยาศัย โดยมีหลักพุทธพจน์ 7 (1.ระลึกถึงกัน 2.รักกัน 3.เคารพกัน 4.เกื้อกูลช่วยเหลือกัน 5.ไม่วิวาทกัน 6.พร้อมเพรียงกัน 7.เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ) เป็นกรอบในการถ่ายทอดความคิดเห็น

11 thoughts on “ห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 12 พฤศจิกายน 2563”

  1. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    631112 ห้องเรียนที่มีมนต์ขลัง
    วันนี้เป็นวันพฤหัส ที่นัดหมายมาพบกันเข้าสู่เดือนที่ 5 จากหน้าฝนที่กำลังจะแตะมือกับลมหนาว เราได้เรียนรู้การทำภาพประกอบสาระธรรมไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้กระบวนการทำงานกลุ่มอย่างเข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เข้าใจชัดขึ้นเรื่อย ๆ กับ คำว่า หมู่มิตรดี ที่เป็นองค์ประกอบแรกใน แสงอรุณ ช่วยทำให้เราได้เดินอริยมรรคได้ดีขึ้น กราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์และหมู่มิตรดี ทุก ๆ ท่านค่ะ

  2. นางบัณฑิตา โฟกท์ แบม มุกแสงธรรม

    เจริญธรรม สำนึกดี มีใจไร้ทุกข์ค่ะ
    สภาวะธรรมประจำสัปดาห์นี้ คือ
    1.วางใจได้ แม้เราจะไม่ได้ช่วยพี่น้องตรวจคำผิดในคำคมก่อนนำเสนอก็ไม่ทุกข์ใจ เนื่องจากมีการบำเพ็ญอย่างอื่นที่ต่อเนื่องกันและเวลากระชั้นชิด จึงตั้งจิต สำนึกร่วมรับผิดชอบกับพี่น้องหมู่กลุ่ม แม้จะถูกวิพากษ์ ใดๆ ก็ขอรับส่วนนั้นเพื่อจะแก้ไขด้วยกัน
    2.ปลื้มใจจนน้ำตาไหลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อได้ห็นพี่น้องจากเยอรมนีสองท่าน กล้านำเสนองาน ผลงาน ของตัวเอง และท่านสามารถวางใจและเบิกบานใจได้ ไม่หวั่นไหวต่อคำถามและคำวิพากษ์ใดๆ ท่านมีแต่ความสนุก เราก็พลอยได้สภาวะธรรมสนุกไปด้วย เบิกบานใจยิ่งนัก และบรรยากาศวันนี้มีพลังและอบอุ่นจริงๆอีกวันหนึ่งค่ะ สาธุ

  3. นาง โยธกา รือเซ็นแบรก์

    นาง โยธกา รือเซ็นแบรก์ แจ้งศีล

    สภาวะธรรมห้องเรียนสาระธรรม ประจำสัปดาห์ 11/11/2563

    ตลอดสัปดาห์ทำงานด้วยใจเบิกบาน พลังของพี่น้องหมู่กลุ่มอบอุ่นหัวใจ คำคมก็หาแบบสบายๆและพี่น้องหมู่กลุ่มก็ช่วยกัน ก็ได้มาหลายคำ.
    เย็นวันอังคารเห็นพี่ทำอาหารแล้วเขียนคำลงบอกว่าทำง่ายมากในมือถือจึงลองทำตาม ทำแล้วสนุกทำให้อยากทำต่อ จึงขอให้พี่น้องใส่เครดิตให้ พี่น้องก็ใส่ให้และพี่น้องก็เมตตามาก(ทั้งที่ไม่สบาย) ชี้แนะหลายอย่าง ทำจนเพลิน แม้จะแก้แล้วแก้อีก ก็ไม่เบื่อที่ทำ ที่คิดมาทำก็เพื่อภาพเสริมกำลังใจของว่าเราก็พยายามทำนะและให้พี่น้องหมุ่กลุ่มดูเท่านั้นไม่คิดจะเสนอในห้องเรียนสาระธรรมแต่อย่างใด . แต่พี่น้องเมตตาและหวังดีอยากให้เรามีส่วนร่วมกับงานด้วยกัน เราก็บอกพี่น้องขอให้เสนอภาพที่พี่น้องทำก่อนดีกว่า เรารู้ว่าภาพที่เราทำยังไม่เข้าขั้นและไม่ผ่านแน่นอน เห็นว่างานที่พี่น้องทำดีมากเพื่อจะนำเสนอ เห็นความเมตตาและตั้งใจของพี่น้องจึง ว่าไงว่ากัน และพร้อมน้อมรับคำติชมที่ท่านคุรุและพี่น้องทุกท่าน วิพากษ์ด้วยความยินดี และเบิกบานใจ ประโยชน์ที่ได้คือเห็นตัวเองมีความมั่นใจ มีความกล้าพูดตามความรู้สึกและบอกเหตุผล ว่าทำไมคิดมาทำภาพทั้งที่ทำไม่เป็น และยิ้มรับความเมตตาจากคุรุและพี่น้องทุกๆท่านค่ะ.
    กราบขอบพระคุณท่านคุรุและพี่น้องทุกๆท่านค่ะที่ให้โอกาส.
    กราบสาธุค่ะ

  4. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    ขออนุญาตขอโอกาสแบ่งปันสภาวะธรรม ในห้องเรียนสาระธรรม 12.11.2020

    บรรยากาศของการทำงานกลุ่มยินดี พวกเราก็ดีเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ครั้งนี้พวกเราได้หัวข้อเรื่องกสิกรรมพวกเราได้คัดเลือกคำคมได้ 5 คำคม จากทั้งหมด 8 คำคม กระบวนการทำงานเหมือนเดิมเหมือนทุกสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยความสงบ ร่มเย็น เบิกบาน ราบรื่น แจ่มใส่ ดีค่ะ คงหาบรรยากาศการทำงานอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว งานพวกเราเสนอได้เพียง 3 งาน อีก 2 งานพวกเราก็จะส่งเข้าโหวตในกลุ่มใหญ่ต่อไปค่ะ สัปดาห์นี้ไม่มีสภาวะอะไรที่ มีผลต่อจิตใจค่ะ ใจยังปกติสบายดี ถึอว่าตัวเองเริ่งมีพัฒนาการ ในการล้างใจได้ เพิ่มมาเป็นอีกระดับหนึ่งค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับตนเอง ท่านคุรุและพี่น้องทุกท่านค่ะ สาธุ

  5. นงลักษณ์ สมศรี (ลายใบไม้)

    อ่านสภาวธรรมของพี่น้องที่อยู่ ฝั่งเยอรมัน ฝั่งไทย ฝั่งไหนๆก็เกิดสภาวะคล้ายๆกัน. ที่ว่าเราได้ล้างกิเลส ล้างใจระหว่างทำงานกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ เป็นไปในแนวทางที่ค่อนข้างเบิกบาน แจ่มใส
    อาทิตย์นี้กลุ่มเพชร แกร่งขึ้น แข็งขันและสู้งาน ช่วยกันทำช่วยกันปรับ ช่วยกันแก้ เลือกที่จะทำ แล้วกล้าเสนอผลงาน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็เต็มใจรับว่าเราผ่านความยากง่ายของการทำอะไรใหม่ๆไปด้วยกัน ภาพอาจจะไม่ได้ออกมาสวยที่สุด แต่มีค่าต่อใจคนร่วมทำร่วมเสนอผลงาน ระหว่างฟังพี่น้อง วิพากษ์ไปก็ยิ้มกับตัวเอง เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเจอผัสสะใดๆกันก็ตาม พองานจบเราก็หันหน้าเข้าหากันยิ้ม หัวเราะให้กันได้
    การได้ดูแลใส่ใจกัน เป็นเรื่องที่ดี หากทุกคนก้าวข้ามความหลงบ้าในอัตตา นั้นไปได้ เราสามารถ ช่วยช้อนพี่น้องได้ในยามที่พี่น้องโดนกิเลสซัด เพราะระลึกถึงความดีของกัน ด้วยความเอ็นดูและความเข้าใจกัน การเจริญในธรรมไปด้วยแรงเหนี่ยวนำ จากหมู่มิตรดีนั้น เหมือนเราทำกสิกรรมแบบยั่งยืน มีองค์ประกอบครบ ที่ทำให้เราเติบโต ด้วยพลังศีล พลังปัญญา เราทำดี แล้ววางดีนั้นได้ ถือเป็นเรื่องที่ประเสริฐสุดแล้ว
    แม้การเรียนรู้การทำงานจะยังไม่สมบูรณ์ ตามเป้าหมายที่คุรุ เสนอแนวคิดไว้ ว่าการแบ่งงาน แบ่งหน้าที่กันทำงาน เสนอมาแล้วก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดวางงานศิลปะจากคำคม ได้ทำเพื่อจะได้ผลิตผลงานที่ดีที่สุด ผ่านขบวนการกลุ่ม
    ณ เวลานั้น เห็นฉันทะความพยายามของพี่น้องใจเพชรแล้ว ก็ยังต้องวางงานคำคมที่กำลังฝึกทำร่วมกับพ่อบ้าน มาช่วยสนับสนุนพี่น้องด้วยใจที่อิ่มเอิบเบิกบาน ได้พลังสุดๆ
    แม้หมู่ใหญ่จะให้กลับมาแก้ไข ไม่ผ่าน แต่ใจพวกเราน่าจะผ่านไปพร้อมๆกัน ยังปรารถนาดีต่อกัน ไม่ถือโทษถือสากัน ใจไร้ทุกข์เป็นเรื่องๆไป มันรู้สึกเบาสบาย แบบนี้เอง
    ขอคาราวะความดีของทุกท่านในวันนี้ วันวาน และวันต่อๆไป สาธุ

  6. นางมัณฑนา ชนัวร์ร เตี้ย ศีลประดับ

    เจริญธรรมสำนึกดี ไม่โทษใคร มีใจไร้ทุกข์ค่ะ
    สรุป สภาวะธรรมที่ได้ในการทำงานอาทิตย์นี้
    จากหัวข้อที่พวกเราได้ กสิกรรมไร้สารพิษ และไม่กำหนดจำนวนงานก็เห็นพี่น้องร่วมกันทำแต่ใจเราก็เห็นว่าเราไม่ได้ช่วยอะไรพี่น้องเยอะเลย และเห็นพี่แจ้งส่งรูเข้ามาหลายรูปสวยๆทั้งนั้น เห็นพี่น้องทำก็มีพลังกำลังอยากทำขึ้นมาและก็อยากให้พี่น้องเห็นว่าเราก็ทำเหมือนกันนะ ก็ทำด้วยความเบิกบานและผาสุข ทำไปประมาณ2ชั่วโมงได้รูปหนึ่งรู้สึกว่าสวยสุด ดีสุดสำหรับตัวเองแล้ว ก็ส่งเข้าห้องกลุ่มเผื่อให้พี่ๆดูและต้องการบอกว่าหนูก็ทำเหมือนกันนะค่ะ และพี่ๆก็ได้เมตตาชี้แนะให้ไปแก้ไขหลายรอบ จนเป็นเห็นว่าใช้ได้(รูปนี้ใช้เวลาประมาณ4ชั่วโมง) บอกกับตัวเองพอแล้วละ แต่ก็เบิกบานตลอดเบิกบานกับความอดทน เบิกบานกับการเสียเวลา เบิกบานกับพัสสะจากคนใกล้ตัว แต่เหนือความคิดพี่ๆให้โอกาสส่งรูปโหวดในกลุ่มใหญ่ แต่ใจเราไม่อยากส่งเพราะเรารู้ในงานของเรา แต่เราก็เคารพในความเมตตา ความปราถนาดี เคารพในคุณวุฒิของท่าน และมติกลุ่มสองต่อสอง ก่อนจะส่งงานกล้าส่งก็กล้ารับ และได้รับด้วยใจที่เบิกบานและผาสุข ( งานด้านฝีมือถ้าไม่หมั่นเพียรฝึกฝนก็จะอยู่กับที่หรือไม่ก็ถอยหลัง )ฝีมือทางงานก็เป็นไปตามความสามรถ แต่ฝีมือทางใจจะขอเพียรยอมรับยิ้มรับกับเหตุการทั้งดีและร้ายด้วยใจที่ผาสุขเบิกบานแจ่มใส ขอขอบพระคุณคุรุและพี่น้องทุกท่านที่ชี้แนะและให้โอกาสได้ร่วมบำเพ็ญ สาธุค่ะ

  7. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม (เมฆลมฟ้า)

    เรื่องการยอมให้เขาเข้าใจผิดให้ได้ วันนี้เริ่มทั้งวันด้วยผัสสะตัวนี้ แม้กระทั่งห้องเรียนสาระธรรมก็ยังเป็นแบบนั้น กระบวนการทำงาน พี่ๆเสนอคำคม หาภาพ คนทำ PS ทำอย่างเดียว ตอนแรกก็คันหัวใจ ภาพเล็ก ภาพไม่สวย(ในมุมของเรา) แต่ก็ลองทำท่ามกลางความพร่อง ได้มา1ภาพที่ทำเสร็จ เหตุปัจจัยให้รอกันไปรอกันมา ไม่ได้คุยกันเสียที ซึ่งก็ไม่มีใครผิดใครถูก เป็นเพราะจังหวะมันไม่ได้จริงๆ จนกระทั่งวันพุธ นัดกันดิบดี พอพี่น้องทางต่างประเทศเข้า เราดันได้เวลา มันดึกมาก เลยไม่ได้ร่วมคุยกับพี่น้อง เปิดมาอีกที พี่น้องทำกันไปสนุกสนานมากๆ รู้สึกดีใจที่พี่ๆบางคนที่ไม่เคยทำได้ทำงานPSด้วยความีฉันทะ โดยขอให้เราใส่เครดิตให้ เหมือนได้มีส่วนร่วม แต่ละคนทำภาพของตัวเอง พี่ท่านหนึ่งเสนอ ขอทำคำคมนี้เพราะได้ยินอ.มาแล้วโดนใจ หาภาพ แล้วทำ ส่วนอีกท่าน ก็เช่นกัน ขอทดลองทำเองในมือถือ พอตอนสรุป ได้คุยไลน์กัน มติเสนอให้ เราลองนำเสนอเป็นแบบนี้ไหม เสนอของแต่ละคน ตัวเราเองก็เห็นด้วยว่า ดีค่ะ มันเห็นทั้ง2แบบคือ งานต่าย พี่ๆเลือกคำให้ หารูปให้ ต่ายทำPSคนเดียว ส่วนงานพี่ๆ พี่่ๆหาคำคมเอง หาภาพเอง แต่เวลาทำPS พี่ๆทำPSร่วมกัน มันเหมือนรอบด้าน เห็นความสามัคคีของพี่น้องในกลุ่ม เพราะอาทิตย์นี้ เราคุยกันเยอะมากๆๆๆๆ หลังผ่านมรสุม แต่ไปๆมาๆ พอมาเสนอในหมู่ใหญ่ ดูไม่เหมือนใจเราคิดหวังไว้ หรือแม้แต่คุรุเอง ยังเข้าใจอีกแบบเลย สุดท้ายวันนี้ ทำที่ใจอย่างเดียว คือ ยอมให้คนอื่นเข้าใจผิดให้ได้ค่ะ เราทำมาเยอะ ตอนแรกๆที่ฟังคุรุ นี่ก็คันๆๆๆ อยากจะกดไมค์พูดชี้แจงกันเลยทีเดียว ดีที่ได้คุยกับพี่จุก ขอบคุณพี่ที่ช่วยซัปพอร์ท หรือแม้แต่เรื่องคำคม มีความรู้สึกว่ากิเลสนี่มาทุกอาทิตย์เลย 555 แสดงว่าเรายังไม่ผ่านตรงคำติ กิเลสบอกทำไมคนอื่นทำไม่โดน พอเราทำแล้วโดน ไม่อยากเข้าแล้วห้องเรียน เบื่อๆเซ็งๆ เอ่อเนาะ กิเลสมันก็ใส่ๆๆๆๆเอาตอนที่เราอ่อนแอ นี่แหละ พอได้คุยกับหมู่มิตรดี ถึงได้โงหัวขึ้นมาได้ กลับมาสภาพปกติ เอาประโยชน์จากเหตุการณ์ให้ได้

  8. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

    สัปดาห์นี้เป็นการส่งงานแบบหลายชิ้น เป็นเวอชั่นเน้นงาน คือทดลองเรียนรู้และนำเสนอกันด้วยงานปริมาณมาก ๆ ซึ่งในชีวิตจริงก็จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เป็นช่วง ๆ เช่น ตอนที่อาจารย์หมอเขียวกำลังเน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ เราก็จะมารวมพลังกันทำสื่อสาระธรรมเรื่องนั้น

    ในห้องเรียนสาระธรรมนี้ เป็นการฝึกกันไว้ก่อน หนึ่งในโจทย์สัปดาห์นี้คือ ไม่ทำสาระธรรมข้อเดียวกัน คือให้ทำหลากหลาย ไม่กระจุก ให้เนื้อหามีหลายแนว แบ่งกันทำ โดยใครคิดจะทำเรื่องไหนก่อนก็มาแจ้งกันในกลุ่ม จะได้ไม่ชนกัน

    สภาพรวมในห้องเรียนสัปดาห์นี้จึงเป็นการเน้นงาน เน้นวัตถุ ส่วนใจก็ตรวจกันไปเอง หรือเอาไปพิมพ์ในการบ้านอริยสัจ เพื่อไม่ให้สภาวธรรมดี ๆ หล่นหายไป ดีที่เรามีช่องทางอื่นในการเผยแพร่สภาวธรรมในการทำงาน แม้เวลาในห้องเรียนสาระธรรมจะมีไม่มาก อาจจะมีเวลาพูดสภาวธรรมบ้าง ไม่มีบ้าง แต่เราก็ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ พากันดำเนินต่อไป

  9. อรวิภา กริฟฟิธส์

    เจริญธรรมสำนึกดีค่ะ สภาวะธรรมที่ได้จากการเรียนรู้ในสัปดาห์ที่แล้วคือ มีความรู้สึกการคบคุ้นเป็นญาติอย่างยิ่ง รู้สึกคุ้นเคยกับพี่น้องมากขึ้นกล้าเปิดเผยกิเลสมากขึ้น เกิดความไว้ใจพี่น้องหมู่มิตรดี ลดโลกธรรมอัตตามากขึ้น อะไรที่ไม่รู้ก็แสดงออกไม่อายไม่ปิดบังไว้ ไม่กลัวเสียหน้า ไม่กลัวโดนต่อว่า และก็พร้อมรับฟังหมู่อยู่เสมอ สิ่งที่ชอบมากที่สุดในห้องเรียนก็คือได้รับฟังการแลกเปลี่ยนสภาวะธรรมของพี่น้องในห้องเรียนไม่ว่าจะเป็นสภาวะที่ท่านได้จากการทำงาน หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในผลงานที่พวกเรานำมาเสนอกันในแต่ละสัปดาห์ มันทำให้เราเข้าใจความหลากหลายในมุมมองและความคิดเห็นที่ต่างกัน เราเองไม่คิดหรือไม่เห็นแต่พอได้ฟังท่านแล้วก็พอได้สภาวะตามไปด้วย อนุโมทนากับพี่น้องทุกท่านค่ะ สาธุ

  10. นิตยาภรณ์ สุระสาย

    การทำงานร่วมกับสมาชิกกลุ่มยินดี รู้สึกยินดีได้ตลอดเวลา เห็นความเคารพกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สามัคคีกัน ทำตามเหตุปัจจัยเท่าที่ทำได้
    สัมผัสบรรยากาศช่วงทำงานเต็มที่ เสนอดีอย่างจริงใจ และสุดท้ายได้สัมผัสสภาวะปล่อยวางผลของพี่น้องในกลุ่ม ผลจะเป็นอย่างไรทุกคนยินดีพร้อมรับฟังมติหมู่กลุ่ม
    ช่วงมีงานอื่นเยอะไม่ได้แวะมาช่วย คิดจะขอออกจากกลุ่ม เพราะกลุ่มทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่คิดอีกที “ว่างก็ช่วยไม่ว่างก็บอกว่าไม่ว่างก็ได้ ไม่มีใครจะเอาอะไรกับเราอยู่แล้ว” ดังนั้นอยู่ด้วยกันมีประโยชน์กว่า ได้ร่วมบำเพ็ญกิจกรรมด้วยยินดีกับน้องๆ อย่างน้อยโหวต 5 เสียงย่อมได้ข้อสรุปแน่นอน
    สรุปว่า สภาวธรรมที่ได้ร่วมบำเพ็ญกับกลุ่มยินดี สงบเย็นแต่มีชีวิตชีวา ชื่มชมศรัทธาการพัฒนาตนของทุกคนในกลุ่มยินดี
    @น้องอร พร้อมทำการบ้านหาคำคมดีๆสม่ำเสมอ เหมือนเป็นงานประจำ และแสดงความเห็นอย่างประนีประนอม
    @น้องพรพรรณนักวิจารณ์ที่มีความละเอียด ชัดเจน ตรงประเด็น จริงใจ มีพลัง
    @น้องน้อย พากเพียรพัฒนาทักษะ เป็นหลักให้กลุ่มในการประกอบคำคมกับภาพ และพร้อมรับฟัง
    @น้ออภินันท์ที่เข้ากลุ่มมาใหม่ เพราะชอบชื่อยินดีที่มีความหมายตรงกับอภินันท์ ก็พร้อมเรียนรู้ เห็นความอ่อนน้อมถ่อมตนในบทบาทผู้มาใหม่และการแสดงความคิดเห็นแบบไม่ยึดมั่นถือมั่น
    สภาวธรรมจากการทำงานกลุ่มยินดีตลอดเวลา มีความยินดีที่ได้คบและเคารพมิตรดีในกลุ่มยินดีทุกคนค่ะ

  11. ปิ่น คำเพียงเพชร

    การบ้านงานกลุ่มสาระธรรม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่ตอนแรกว่าจะได้ทำคนละ 2 งาน กับพี่อีกท่านหนึ่ง สรุปคือ พี่อีกท่านไม่สะดวก ก็เลยกลายเป็นว่าได้นำเสนอแต่งานที่เราทำ โดยองค์ประกอบของรูปที่ไม่มีพื้นที่ให้ใส่คำแต่เข้ากับคำคมที่เลือก ก็เลยทำไปแบบไม่ค่อยมั่นใจ และส่งให้หมู่ช่วยกันดู ซึ่งก็ไม่มีหมู่ท่านไหนเห็นต่างหรือแนะนำให้แก้ไขแต่อย่างใด จึงไม่ติดใจอะไร

    แต่ตอนนำเสนองานปรากฏว่า งานไม่ผ่าน เนื่องจากคำคมที่เลือกไม่ตรงกับโจทย์ และ ฝีมือการ gradient ไม่ผ่าน สุดท้ายหมู่ทุกท่านเห็นตรงกันว่า ยังไม่เสนอโหวต โดยขอนำงานกลับมาแก้ไขใหม่ก่อน แล้วค่อยเสนอโหวตในห้องสาระธรรมอีกที

    จากกรณีเคสงานชิ้นที่ไม่ผ่านนี้ ทำให้พี่น้องทุกท่าน มาประชุมกันมาสังเคราะห์กันใหม่อีกรอบ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะทำอย่างไรกับงานชิ้นนี้ต่อไป สรุปคือเปลี่ยนคำคมใหม่ เมื่อเปลี่ยนคำคม รูปเก่าก็ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว จึงได้หารูปใหม่ด้วย ซึ่งคำคมกับรูปใหม่ส่งผลให้การทำงานง่ายขึ้นสำหรับเรา

    ระหว่างที่ทำงานแก้ชิ้นนี้ เราทำเสร็จก็ส่งให้พี่น้องดูตามปกติ แต่ที่สังเกตเห็นได้คือพี่น้องทุกท่านออกมาเอาภาระ ช่วยกันตรวจสอบจุดผิดและความเหมาะสมต่างๆดีมากขึ้นกว่ารอบแรกมาก

    ซึ่งทำให้ได้เห็นบรรยากาศของการทำงานกลุ่ม บรรยากาศของอปริหานิยธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น มีการสังเคราะห์กันหารือกัน เสนอความคิดเห็นเสนอดีกัน แต่ละท่านก็ได้เสนอดีได้สลายอัตตาของตนไป

    สรุปเหตุจากงานที่ไม่เรียบร้อย ที่ต้องกลับมาแก้ไข เป็นเหตุปัจจัยให้หมู่ ได้มาอปริหานิยธรรมร่วมกันอีกครั้ง ทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานกันเป็นหมู่ขึ้น ซึ่งเรารู้สึกว่าได้กำไร

    ส่วนด้านจิตใจ ที่งานถูกปฏิเสธงานถูกแก้ ก็ไม่เป็นไร เพราะความสำเร็จของงานไม่ใช่ความสำเร็จของงาน ความสำเร็จของใจคือความสำเร็จของงาน งานทำผิดทำพลาดตรงไหนก็ปรับไปแก้ไปตามคำแนะนำและความเหมาะสม

    เราก็พยายามทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดตามความสามารถของเราเท่าที่เป็นไปได้จริง แต่เราก็ไม่ยึดว่าสิ่งที่เราทำดีที่สุดแล้วก็พร้อมปรับพร้อมเปลี่ยน ก็ว่าไปตามเนื้องาน ตามคำวิจารณ์คำแนะนำคุรุและหมู่กลุ่มอีกที โดยที่ใจไม่ได้ทุกข์อะไร รู้สึกงานกลุ่มรอบนี้เราสอบผ่าน…

Comments are closed.