ห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 15 ต.ค 2563

ห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 15 ต.ค 2563

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม ได้มาการนำเสนอผลงานแบบกลุ่ม กลุ่มละ 1 ผลงาน โดยมี 5 กลุ่มคือ กลุ่ม ยินดี, ศิลา ,เพชร, ปฐพี , พร้อมพัง ตามลำดับ ในห้องเรียนได้ใช้เวลาในช่วง 1 ชั่วโมงแรกในการตรวจผลงานและให้ความเห็นร่วมกัน ในชั่วโมงถัดไปเป็นการเตรียมสร้างผลงานใหม่ในสัปดาห์หน้า

ในโพสนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห้องเรียนสาระธรรม เช่น ผู้สอน ผู้รับชม ผู้อำนวยความสะดวก ผู้บันทึกการเรียนการสอน ได้แบ่งปันสภาวธรรม ที่เกิดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสร้างผลงานในสัปดาห์นี้จนจบการนำเสนอผลงาน โดยไม่จำกัดทักษะการเขียนหรือการเรียบเรียง สามารถเขียนบรรยายได้ตามอัธยาศัย โดยมีหลักพุทธพจน์ 7 (1.ระลึกถึงกัน 2.รักกัน 3.เคารพกัน 4.เกื้อกูลช่วยเหลือกัน 5.ไม่วิวาทกัน 6.พร้อมเพรียงกัน 7.เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ) เป็นกรอบในการถ่ายทอดความคิดเห็น

Leave a Reply

Your email address will not be published.

7 thoughts on “ห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 15 ต.ค 2563”

  1. นงลักษณ์ สมศรี (ลายใบไม้)

    สรุปสภาวธรรม การทำงานห้องสาระธรรม การบ้านเป็นภาพเดี่ยวทำคนเดียว จะเห็นอัตตาตัวเองที่จะทำทั้งที่ไปเคยมีพื้นฐาน เพียงได้ตัวอย่างและคำแนะนำ
    – พอมาทำงานกลุ่มก็แน่ใจมากขึ้น เห็นผลงานเพื่อนมีทั้งชอบมาก ชอบน้อย น่าชื่นชม เห็นฉันทะ เห็นพลังจากการทำงานโดยใช้มติหมู่ ได้ขัดใจกัน ยอมกัน แลกเปลี่ยน และเสนอดี สลายอัตตาให้ได้
    – การสร้างผลงานจากคำคม ทำให้ได้ทบทวนธรรม เพื่อทำความเข้าใจได้อย่างละเอียดขึ้น ยังมีเหลี่ยมมุมที่พี่น้องคิดได้ชัดกว่า เพิ่มปัญญาได้ทุกครั้งที่มาตรวจงานกัน
    – เห็นความจริงใจ จากคุรุที่จะสอน เทคนิค การทำโฟโต้ช็อป และหาข้อมูลมาให้ได้เรียนรู้ เตรียมวัตถุดิบให้ และพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การจัดเตรียมโปรแกรมเรียนแต่ล่ะสัปดาห์
    -สละเวลามานั่งฟัง การเสนอผลงาน ฟังสภาวะของพี่น้องด้วยความเต็มใจ มีการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
    -เปิดใจรับพี่น้องได้ทุกฐานด้วยความเป็นมิตร ให้โอกาสการเรียนรู้เท่าที่ ทำได้ ไม่เน้นผลงานดีงาม ว่าสวยหรือ เท่ากับการได้ล้างใจจากผัสสะที่เกิดขึ้นในยามทำงาน
    – หากเลือกเข้ากลุ่มที่คบคุ้นกัน ทุกอย่างจะอยู่พื้นฐานของความเชื่อใจกันไม่ถือสากัน ไม่ต้องปรับจูนกันมาก ทำให้วางใจเรื่องงานไปได้ ยามพบอุปสรรค พี่น้องในกลุ่มยังสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กัน เพื่อนำเสนอผลงานด้วยความวางใจกันและกัน
    -ยิ่งเรีบนกันไปก็ลงลึกเข้าไปถึง การสื่อสารภาพคำคมเพื่อใครที่จะได้ประโยชน์ เวลาวิจารณ์งานก็ประมาณได้ดี
    -มีเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ในบรรยากาศผ่อนคลาย เพราะคบคุ้นกันในระดับนึง ที่สัมผัสได้จากพลัง มีแรงเหนี่ยวนำที่ดี จากคุรุที่พร้อมให้และผู้เรียนที่พร้อมรับจึงเกิดความเชื่อมั่นศรัทธาต่อกัน โดยไม่จำกัด ผลงานหรือตัวบุคคลมากเกินไป พร้อมเพรียงกันเข้าห้องzoom
    แต่ไม่ค่อยอยากลาจากกัน
    อนุโมทนา สาธุ

  2. ปิ่น คำเพียงเพชร

    เนื่องจากการบ้านสัปดาห์นี้ห่างหายกันไปถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ไม่ได้ประสานกับพี่น้องหมู่กลุ่ม ประกอบมีเหตุการณ์ต่างที่เข้ามา(กิเลสเข้า) จึงทำให้ไฟเริ่มมอดคือไม่มีพลังมากพอที่จะกระตือรือล้นที่จะทำงานกลุ่มกับพี่น้อง

    แต่เนื่องจากพี่น้องมีมติหมู่ให้ทำการบ้านร่วมกับพี่อีกท่านหนึ่ง ถึงวันที่จะเข้าคลาสเรียน จึงทักไปที่พี่เขา ว่าพี่เขาจะดวกเวลาไหนก็ให้บอกเรา เราเอาตามที่พี่เขาสะดวก ซึ่งตอนนั้นในใจยังคิดว่านัดเวลาเพื่อที่จะทำการบ้านร่วมกับพี่เขาตามมติหมู่

    แต่พี่เขาตอบกลับมาเหมือนว่าจะทำให้เสร็จแล้วค่อยส่งมาให้พี่น้องดู และถ้าเราสนใจเทคนิคการทำงานก็จะมาเล่าให้ฟังหรือบอกเราอีกที ซึ่งตอนนั้นก็เข้าใจแล้วว่าพี่เขาสะดวกที่จะทำคนเดียว ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก็เลยวางใจ และคิดพี่เขาคงเข้าใจว่าเราหมายถึงว่าสะดวกแบบไหนก็ทำแบบนั้น คือสะดวกทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยส่งมาให้พวกเราดูก็ได้ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ตรงกับที่เราเข้าใจ คือเราเข้าว่าการทำการบ้านร่วมกันคือการทำพร้อมกันเลยสองคน

    ซึ่งตอนนั้นก็ได้ปรับใจใหม่ว่า พี่เขาสะดวกแบบนี้ก็ทำแบบที่พี่เขาสะดวกนี่แหละ เราก็วางใจไปทำอย่างอื่นแทน ส่วนเรื่องการบ้านนั้นไม่ห่วงเลย เพราะเรามั่นใจในฝีมือพี่เขาอยู่แล้ว ว่าอย่างไรก็ออกมาดีอยู่แล้ว

    แต่พอพี่เขาส่งงานมาก่อนเวลาเข้าเรียนไม่นาน เราเองก็กำลังงุ่นอยู่กับการทำครัวอยู่จึงได้ดูแค่แว๊บๆ และมีความคิดแว๊บหนึ่งอยู่เหมือนกันว่ารูปจะผ่านไหม แต่เนื่องจากเราวางใจวางงานไปแล้ว ประกอบกับกำลังยุ่งกับการทำครัวอยู่ก็เลยปล่อยผ่านไปโดยที่ไม่ได้ทักอะไร

    ทีนี้พอถึงเวลาส่งการบ้าน ผลปรากฏว่างานไม่ผ่าน ด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงรูปไม่ผ่านด้วย ทีนี้ก็มารู้สึกผิด ว่าเราไม่ค่อยเอาภาระเท่าที่ควรเลย ว่าตอนนั้นทำไมเราไม่ทักพี่เขาไป ถ้าเราทักไปอาจจะดีกว่านี้ การที่เราไม่เอาภาระ มันทำให้เกิดความเสียหายต่อหมู่กลุ่ม ก็รู้สึกสำนึกผิดในส่วนนี้ และพร้อมนำไปปรับปรุงตัวเอง ว่าต่อไปจะเอาภาระให้มากกว่านี้

  3. นาง โยธกา รือเซ็นแบรก์

    สรุปสภาวะธรรม ห้องเรียนสาระธรรม
    อาทิตย์ ที่ผ่านมาเตรียมตัวหาคำคมเรื่องความรัก ไม่รอวันสุดท้ายเหมือนที่เคยทำ ก็ได้คำคมที่โดนใจตัวเอง แล้วส่งให้พี่น้อง เสนอดี สลายอัตตา สามัคคี นี้ผาสุกเย่!! .จะเอาก็ได้ไม่เอาก็ได้และ รู้ว่าพี่น้องกลุ่มงานมากทำงานหลายอย่าง ก็วางใจ มีงานส่งก็ได้ ไม่มีงานส่งก็ได้ ถึงวันพี่น้องมีงานส่ง รู้สึกดีใจที่มีโอกาส ได้เข้ามาเรียน ถึงแม้จะไม่ค่อยมีส่วนร่วม อะไรมากมาย แต่ก็ไม่ทุกข์เพราะเรา มีความสุขนะที่ได้มานั่งฟัง คุรุ ,พี่น้องที่มีความเห็นต่างกัน ถึงจะคอมเม้นท์กันแรงๆแต่พี่น้องทุกๆท่านมีเป้าหมายเดียวกัน คือใจไร้ทุกข์ จึงมีแต่เสียงหัวเราะ และรอยยึ้ม ความเบิกบานแจ่มใส .
    ส่วนตัวเองได้ประโยชน์ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ส่วนตัวเองมานั่งดูใจตัวเอง (ตอนเข้ามาใหม่ๆ ถามตัวเองว่าเราจะทำอะไรได้ ไม่มีพื้นฐานอะไรเลย) ถึงวันนี้ ก็ทำได้ทำเป็นในมือถือ และหาคำคม แต่ความสุข มากค่ะ
    กราบขอบพระคุณ คุรุ พี่น้องทุกๆท่านค่ะ
    กราบสาธุค่ะ.

  4. อรวิภา กริฟฟิธส์

    สภาวะธรรมที่ได้จากการร่วมบำเพ็ญกับพี่น้องหมู่มิตรดีในห้องสาระธรรมโดยผ่านงาน ภาพประกอบสาระธรรม ตัวเองรู้สึกได้ประโยชน์มาก ได้เรียนรู้เสนอดีสลายอัตตา เมื่อเราทำหน้าที่เต็มที่ที่สามารถทำได้และได้นำเสนอหมู่กลุ่มแล้วเราก็เอาตามมติหมู่ ย่อมรับความเห็นต่างได้ และยังได้รับพลังเหนี่ยวนำจากพี่น้องทุกท่านที่มารวมกันทำสิ่งดีสื่อสารออกไป การได้มารวมกันในห้องเรียน ก็ทำให้ได้คบคุ้นกันมากขึ้น และได้ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนสภาวะธรรมโดยใช้สื่อคือรูปภาพและสาระธรรม ทำให้ได้เห็นความแตกต่างหลากหลายมุมมองของคนในสิ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นมุมที่เรามองไม่เห็นแต่พอได้ฟังสภาวะที่พี่น้องอธิบายก็ทำให้เราเห็นตามได้ มันทำให้เข้าใจบททบทวนธรรมที่ว่าการกระทำเดียวกันมีเหตุผลกว่าล้านเหตุผลเราจึงควรประมาณการกระทำของเราให้เหมาะสม ตัวเองก็จะคอยดูใจตรวจสอบใจของตัวเองอยู่เสมอว่าเรายังมีความยินดีอยู่มั้ย มีจิตเพ่งโทษมั้ย ถ้ามีก็รีบล้างออก ซึ่งตัวเองจะมีวิบากเรื่องเวลาพอสมควรก็จะคอยดูว่าใจยังยินดีอยู่มั้ย เบียดเบียนตัวเองหรือเปล่า แต่คุรุก็เมตตาท่านก็คอยบอกถ้าไม่ไหวก็ออกก่อนได้นะ แต่ส่วนใหญ่ที่อยู่ก็เอาประโยชน์ได้อยู่นะคะ ขอบคุณคุรุทุกท่านและพี่น้องที่ให้โอกาสร่วมบำเพ็ญค่ะ

  5. Sriprasom Sirikanya

    โดยปกตินอกจากงานหน้าที่ประจำ การทำงานจิตอาสาที่ได้มีโอกาสบำเพ็ญโดยเฉพาะงาน PhotoShop งานออกแบบ website งานตัดต่อวีดีโอ หรือทำ special effects ต่างๆ จะเป็นงานทำคนเดียว โดยเฉพาะการทำงานออกแบบ วางแผนงานทุกอย่างจะสำเร็จที่ตัวเอง ดังนั้นจึงเห็นโอกาสอันดีในการเข้าร่วมกิจกรรมของการทำสาระธรรมว่า จะได้เป็นการขัดล้างกิเลสตนในการทำงานร่วมกับหมู่มิตรดีค่ะ
    -โดยเฉพาะกิเลสตนของเรื่องของความไม่ได้ดั่งใจ ความยึดมั่นถือมั่น และที่สำคัญ สภาวะธรรมในใจลึก ๆ รู้สึกว่า ถึงแม้ตัวเองอาสามาทำงานฟรี โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนในลักษณะของเงิน มาเป็นเวลานานหลายปี ไม่เฉพาะงานของชาว พวธ แต่งานด้านอื่น ๆ ของหลาย ๆ สถานที่ ในหลายประเทศตามแต่โอกาส แต่มองลึก ๆ ให้ละเอียดเข้าไปถึงขั้นจิตวิญญาณ มันยังมีความจะ “เอา” นอนเนื่องอยู่ เช่น การยอมรับ การต้องการให้คนอื่นเข้าใจในงานที่เราทำ
    -สภาวะธรรมนี้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากเข้ามาร่วมกิจกรรมทำงานในกลุ่มสาระธรรมค่ะ ทำให้เห็นถึงความหยาบ ความละเอียดของอัตตาของตัวเองชัดเจนขึ้น ต้องใช้ใจที่ซื่อสัตย์ในการอ่านสภาวะ และการ “ยอม…และ ยอมรับ” อย่างแท้จริงที่ก้าวผ่านสภาวะนี้ไปค่ะ

  6. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    เรามาไกล…
    10 ปีที่ผ่านมา เริ่มรู้จักหนังสืออาจารย์หมอเขียวในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซื้อมาอ่าน ๆ แล้ว รู้สึกว่าดีจังศาสตร์นี้ แต่ไม่มีพลังทำตาม
    8 ปี ที่ผ่านมา ได้เข้าไปพูดคุยกับจิตอาสาท่านนึงจากหนังสือเล่มนั้น ท่านได้ชักชวนให้มาค่าย 1วัน ยิ่งรู้จักยิ่งอยากเจออาจารย์ 1 เดือนต่อมา พาครอบครัวและพี่สาว ดั้นด้นมาเจออาจารย์ที่สวนป่านาบุญ1จนได้ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตก็เปลี่ยน เช่น เริ่มพากเพียรลดละเลิกเนื้อสัตว์ก่อนเลย นำความรู้ที่ได้ไปทดลองทำตามเท่าที่ได้..
    6 ปี ที่ผ่านมาคิดว่าถึงเวลาแล้ว มาเป็นจิตอาสาเพื่อตอบแทนคุณร่วมเข็นกงล้อพระธรรมจักร ฝึกฝนขัดเกลาตนร่วมกับหมู่มิตรดี
    4 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเรียนทำภาพประกอบโดยเหตุปัจจัยวิ่งชนพบกันอาทิตย์ละครั้ง กับกลุ่มย่อยพี่น้องหมู่มิตรดีที่สมัครใจมากันเอง
    2 วันก่อน มีการบ้านใหม่ ให้เขียนเล่าสภาวะหรือความรู้สึกตนเองในช่วง2อาทิตย์ที่ผ่านมาที่เกียวข้องกับการเรียนรู้
    ในช่วงแต่ละอาทิตย์ก่อนเข้าห้องเรียน มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น หลายเรื่องวนเวียนผ่านเข้ามาซ้ำๆ บางเรื่องเป็นเรื่องใหม่ แต่ทุกเรื่องหนีไม่พ้นกิน อยู่ หลับนอน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในบริบทที่เข้าไปเกี่ยวข้องของการกระทำกรรมกิริยาคิด พูด ทำ เพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ตามองค์ประกอบเหตุปัจจัยของวิบากดีร้ายสังเคราห์กันนั้น เราพยายามมีสติพากเพียรลดกิเลสในตนเป็นงานหลัก เช่นเดียวกันไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ฝึกรับฟังอย่างไม่มีอคติไม่ชอบไม่ชังให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฝึกจับประเด็น ฝึกเห็นความจริงตามความเป็นจริง ฝึกคิด พูด ทำ ตามกำลังปัญญาที่มี ฝึกทำใจในใจ ฝึกแยกแยะว่านี่เป็นกิเลส นี่เป็นความจริง ฝึกล้างกิเลสชอบชังที่เกิดขึ้นเท่าที่ได้แม้น้อยแม้นิด ก็เห็นพลังที่ไม่เสียไปให้กิเลส เก็บพลังวิเศษนั้นมา ทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเท่าที่สามารถทำได้ นี่เป็นงานหลัก ส่วนงานที่เป็นผลพลอยได้ที่มีคุณค่าไม่น้อยเลย คือได้ย่นชาติการเวียนวนของกิเลสในตน จากการเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน ฝึกการรับฟังมติหมู่ ฝึกการประมาณการกระทำจากการรับฟังประสบการณ์ที่มาแลกเปลี่ยนจากมิตรดีสหายดีด้วยใจที่ผาสุก และเรียนรู้ดูใจล้างใจตนเองไปด้วย ได้ประโยช์มากค่ะ สรุปว่าที่เล่าไม่ค่อยจะตรงโจทย์เท่าไหร่ ได้ฝึกอีกเรื่องคืองานเขียน 555 แต่ที่ลืมไม่ได้คือกราบขอบพระคุณผู้มีพระคุณที่มาเกี่ยวข้องทุกๆท่าน สาธุค่ะ

  7. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    สภาวะธรรมที่ได้จากห้องเรียนภาพประกอบสาระธรรม 15.ต.ค 2563

    1 สัปดาห์ ที่ไม่ได้เจอ คุรุและพี่น้องร่วมชั้นเรียน รับรู้ได้ว่าเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง? กลุ่มยินดีของเรามีสมาชิกด้วยกัน 4 ท่าน เป็นกลุ่มที่น่ารักและอบอุ่น พี่น้องเปิดโอกาสให้กันแสดงฝีมือต่อหน้าที่ของตนเองได้รับอย่างเต็มที่ ทำให้การบ้านของกลุ่มยินดีเสร็จเรียบร้อยทันส่ง และเป็นที่น่าพอใจของพวกเราทุกการบ้าน (ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร)แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าทุกข์ในช่วงที่รองานจากพี่น้องที่ทำหน้าที่ทำคำคมประกอบรูปภาพ คือข้าพเจ้าตั้งใจ(ตั้งศีล)ว่าจะ พยายามลดละ เลิก ความอยากให้ได้ดั่งใจ ชึ่งข้าพเจ้าก็ไม่ทันกิเลสคือ อยากให้เพื่อนทำงานให้เสร็จเร็วๆ เพื่อข้าพเจ้าและพี่น้องท่านอื่น จะได้มีเวลาตรวจความถูกต้อง และเพราะอยากให้งานเสร็จให้ทันเวลา จึงเกิดเหตุการณ์ในใจข้าพเจ้าคือ กดข่ม…อย่านะ เธออย่าไปเร่งเพื่อนนะ เพื่อนทำงานเสร็จเมื่อไหร่ เธอก็จะได้ตรวจงานเมื่อนั้นแหละ. แต่ใจมันก็ไม่ลงมันดิ้นๆๆ.. อยู่อย่างนั้นอหละ คือมันจะเอานะคะ.. กิเลสบอกว่า..ทำไมเธอไม่ถามเพื่อนเธอไปเลยละว่า รีบทำงานให้เร็วกว่านี้ได้ไหม นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วงานยังไม่เดินเลย เด๋วก็ไม่ทันเวลาหรอกเธอ.. ฮ้าาา. แต่ว่าใจอีกดวงหนึ่งก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกนะ ใจเย็นๆๆ เพื่อนเราคงมีปัญหาอะไรสักอย่างนั่นแหละทำให้ไม่มีเวลาทำรูปภาพ… ใจ ๒ ดวงสู้กันนานคะ แต่รู้สึกว่าดวงที่เป็น กิเลสจะแรงมาก คือดวงที่อยากให้ได้ดั่งใจนี่แหละ สู้กันไปสู้กันมา สุดท้ายก็มาจบอยุ่ที่กดข่มเอาไว้ คือคิดว่าข้าพเจ้าจะไม่ถามเอางานจากเพื่อน จะปล่อยให้เพื่อนทำงานไปหากเพื่อนทำเสร็จเมื่อไร ข้าพเจ้าคงจะได้เห็นงานและได้ตรวจงานเมื่อนั้น หลังจากนั้นผ่านไป ๒ วันเพื่อนก็ส่งงานเข้ามาในกลุ่มให้พี่น้องได้ตรวจงานคะ ฮ่ะ สาธุ กดข่มสู้กับกิเลสตัวอยากให้ได้ดั่งใจอยู่ตั้ง ๒ วัน ข้าพเจ้าได้ขอบคุณตัวเอง อนุโมทนาบุญกับตัวเอง ที่ได้ชนะกิเลสตัวเองในครั้งนี้ รู้สึกเป็นบุญจริงๆ ขอบพระพระคุณคุรุและพี่น้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันบำเพ็ญในครั้งนี้คะ สาธุ