630927 การบ้าน ความจริงและความลวง (5/2563) [8]

630920 การบ้าน ความจริงและความลวง (5/2563)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน ความจริงและความลวง ประจำวันที่ 21-27 กันยายน 2563 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

สรุปสัปดาห์นี้มีผู้ส่งการบ้านทั้งหมด 8 ท่าน

  1. ปิ่น คำเพียงเพชร
  2. อรวิภา กริฟฟิธส์
  3. นางนงลักษณ์ สมศรี
  4. มั่นศีลขวัญ. นางสนทยา กันทะมูล
  5. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  6. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์
  7. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  8. ชุติวรรณ แสงสำลี

 


8 thoughts on “630927 การบ้าน ความจริงและความลวง (5/2563) [8]”

  1. ปิ่น คำเพียงเพชร

    “ความจริงและความลวง”

    เรื่อง: อึดอัดร้อนรนใจ

    เนื้อเรื่อง : ทำภาพประกอบงานคำคมธรรมะพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ แล้วมีจุดผิดพลาดที่ควรแก้ไข คือรูปพ่อครูสลับด้าน ทำให้คนมองแล้วเข้าใจผิดว่าพ่อครูครองผ้าผิดด้าน มีพี่น้องหมู่มิตรดีเอาภาระช่วยบอกช่วยให้ข้อมูลและแนะนำ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี  

    แต่มีพี่น้องอีกท่านหนึ่งเอาภาระมากๆเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าท่านเป็นห่วงมาก ก็เลย บอกให้แก้ไขหลายๆรอบติดๆกัน และให้ลบโพสต์ไปก่อน เพราะห่วงว่า จะมีคนเซฟงานที่ไม่สมบูรณ์ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ไปเก็บไว้ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเราจะตามไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว 

    ตอนที่ท่านบอกครั้งแรก ก็ยังไม่รู้สึกทุกข์ใจอะไร เนื่องจากได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่า เมื่อเราเปลี่ยนรูปหรือแก้ไขจากต้นทางแล้วปลายทางก็จะอัพเดทเป็นข้อมูลล่าสุดตามต้นทางทันทีเลยอยู่แล้ว ดังนั้นทางเพจปลายทางที่แชร์ไปจึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไรก็ได้ เพราะข้อความที่ลงไว้ในเพจปลายทางก็ไม่มีส่วนไหนต้องแก้ไข มีแต่รูปเท่านั้นที่ต้องแก้ไข ซึ่งพี่น้องหลายท่านก็เห็นเช่นนั้น 

    แต่พี่ท่านนั้นก็ยังบอกให้ลบอยู่อีก ในขณะที่เราก็เริ่มลงมือทำการแก้ไขอยู่แล้ว ซึ่งคิดว่าไม่นาน แป๊บเดียวก็น่าจะเสร็จทันแก้ไขให้เร็วทันใจพี่เขาอยู่ พอพี่แจ้งมาหลายๆครั้งติดต่อกันเข้า เริ่มรู้สึกอึดอัด และจิตใจเริ่มร้อนรนเร่งรีบตามไปด้วย ทั้งๆที่เราไม่ควรเร่งรีบตามที่พี่แจ้งมาก็ได้ แต่กลับไม่มีสติปล่อยให้กิเลสตัวอึดอัดและเร่งรีบที่จะแก้งานให้เสร็จเร็วๆตามจังหวะความถี่ที่แจ้งมาให้แก้ของพี่เขาตามไปด้วย แม้จะแก้ไขงานเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกอึดอัดร้อนรนก็ยังไม่ลดลงไม่หายไป จนมาตั้งสติและหาเหตุว่าเป็นอะไร ทำไมเพราะอะไรจึงอึดอัดร้อนรน ทำไม่ต้องอึดอัดและร้อนรนด้วย 

    ผัสสะ :  มีพี่ท่านหนึ่งบอกให้รีบแก้ไขงาน หลายๆรอบติดๆกัน

    ความลวง :  ทำไมพี่เขาใจร้อนบอกหลายรอบจัง ใจเย็นๆก็ได้ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องลบโพสต้นทางก็สามารถแก้ปัญหาได้ ไม่เห็นต้องส่งมาบอกให้แก้ไขหลายๆรอบติดๆกันขนาดนี้เลย นี่พี่เขายึดงานมากเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ทำเอาเรารู้สึกอึดอัดร้อนรนและต้องรีบๆทำตามไปด้วยเลย ก็กำลังแก้ไขอยู่ แป๊บเดียวก็จะเสร็จอยู่แล้วเนี่ย

    ความจริง :  ต้องขอบพระคุณพี่เขามากๆสิ ที่เอาภาระมาก เป็นห่วงมาก เอาใจใส่มาก ก็เพราะให้ความสำคัญกับงานพ่อครูมากไง  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี พี่เขาก็มีเหตุผลของพี่เขา เราก็เข้าใจได้ ส่วนพี่เขาจะยึดงานมากไปหรือไม่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ที่สำคัญคือเรานี่แหละ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องไม่ทุกข์ใจสิ ทำไมต้องไปรู้สึกอึดอัดตาม ปล่อยจิตใจร้อนรนเร่งรีบตามไปด้วยทำไมเล่า ปล่อยให้กิเลสเข้าทำไม ตั้งสติ ๆ ทำไมถึงต้องร้อนรนตามด้วย เป็นอะไร เพราะอะไร พี่เขาจะแจ้งหลายครั้งก็เรื่องของพี่เขาสิ ไม่เห็นเป็นไรนี่ เราก็ทำในส่วนของเราให้เต็มที่ เท่าที่ทำได้ก็พอที่สำคัญไม่ต้องทุกข์ใจ นี่สิถึงจะเรียกว่าสำเร็จทั้งใจและงาน ก็อาจารย์สอน ความสำเร็จของใจคือความสำเร็จของงานไง ถ้าใจยังทุกข์อยู่ยังร้อนรนอยู่ ทำไปใจไม่ได้ผาสุกเบิกบานแบบนี้ แม้งานจะสำเร็จแต่ใจไม่สำเร็จ จะเรียกว่าสำเร็จได้อย่างไร โง่ๆๆ หายโง่ได้แล้ว 

    กราบขอบพระคุณคุณพี่ที่มาเป็นผัสสะให้ปิ่นได้เห็นกิเลสตัวเองในวันนี้ และต้องกราบขอเจริญอภัยคุณพี่ท่านนั้นด้วยค่ะที่คิดไปตามความลวงของกิเลสในช่วงแรก ขอสำนึกผิดค่ะ สาธุ

    ปิ่น คำเพียงเพขร
    21 กันยายน 2563
    การบ้านวิชชาราม เรื่อง ความจริงและความลวง

  2. อรวิภา กริฟฟิธส์

    ความไม่รู้จักการประมาณ
    เมื่อคืนวันที่ ๒๑ กันยายน ที่ผ่านมาพี่น้องทางสวน ๖ นัดประชุมดูคลิปกันเวลา ห้าทุ่มเมืองไทย ซึ่งตรงกับเวลาที่ออสเตรเลีย ตีสอง วันนี้เลิกงานมาก็สี่ทุ่มกว่าแล้วก็นั่งดูไลน์และก็ฟังรายการ โสเหล่โลกุตระ กับพ่อครู แล้วเตรียมตัวเข้านอนเพราะตั้งใจว่าจะตื่นขึ้นมาประชุมกับพี่น้อง พอจะกำลังจะหลับก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ดังครั้งแรกไม่รับ พอสักครู่ก็ดังอีกเลยลุกขึ้นรับ เป็นน้องเขาโทรมาเรื่องงาน พอคุยกับน้องจบดูเวลา เที่ยงคืนกว่าแล้ว อีกชั่วโมงกว่าๆก็จะเป็นเวลาประชุมแล้ว เลยคิดว่าจะไม่นอนจะรอเข้าประชุม แต่ร่างกายก็แย้งว่าไปนอนดีกว่าเหนื่อยประชุมก็ไม่รู้เรื่องแน่เลย แต่กิเลสมันแย้งว่าเราต้องเอาภาระรอประชุมก่อน กำลังเถียงกันอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี อยู่ๆก็คันผื่นแดงก็ขึ้นเต็มตัวเลย ก็เลยตัดสินใจเข้านอน
    ความลวง คือกิเลสมันหรอกว่าการได้เข้าประชุมกับพี่น้องเป็นการเอาภาระ เป็นสิ่งดี
    ควรทำ
    ความจริง คือการประชุมกับพี่น้องนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อร่างกายไม่ไหว มันก็เป็นการ
    เบียดเบียนตนเอง การที่ร่างกายมีผื่นแดงขึ้นมานั้นแสดงว่าเขาเตือนแล้ว ก็
    เลยตัดความกังวลใจที่ไม่ได้เข้าประชุม โดยทำใจเพื่อตัดความกังวลใจว่า
    ไม่ได้เข้าประชุมก็ไม่เป็นไรเพราะเราก็เอาตามมติหมู่มิตรดีอยู่แล้ว ก็เลย
    เข้านอนด้วยใจเป็นสุข
    ตื่นเช้าขึ้นมาผื่นแดงก็หายไป ก็คิดถึงคำสอนของอาจารย์ ตั้งตนอยู่บน
    ความลำบากกุศลธรรมเจริญยิ่ง แต่ต้องรู้จักการประมาณที่พอเหมาะอย่างรู้
    เพียรรู้พัก ทำในขีดที่เบิกบานแต่ไม่ทรมารจนเบิกบูด สาธุ

  3. นางนงลักษณ์ สมศรี

    เรื่อง ;ใจหวั่นไหว
    เนื้อเรื่อง ; การประชุมค่ายออนไลน์ ในยามที่ไม่มีพี่น้องทางเมืองไทยเข้าร่วมประชุมด้วย จะเห็นอัตตา และกิเลส ของพี่น้องบางท่าน ทำให้พบความยากลำบากในการทำงานหรือพูดคุยกัน หากเป็นคนในครอบครัวเมื่อก่อนอาจจะไม่ชอบแล้วเดินหนี พอนานๆจะพบกันที ก็ยอมและไม่ถือสากันได้อยู่ แต่พอเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าผู้ปฎิบัติธรรม ก็รู้สึกผิดหวัง กับการใช้วาจา การกระทำที่ส่อไปในทางก่อกวน ไม่มีเหตุผลมากกว่าจะสานพลัง
    เมื่อพบเหตุการณ์ แบบนี้หลายๆครั้งในการประชุมพูดคุยผ่านzoom จึงคิดว่าควรจะแสดงความบริสุทธิ์ใจที่แท้จริงออกไป คือวางหน้าที่ๆต้องทำ แล้วขอมติหมู่ว่าจะให้ทำต่อไปหรือมอบหน้าที่นี้ให้ท่านอื่นสานต่อดี
    ผัสสะ ; ใจร้อน หัวเริ่มร้อน ไม่ชอบ รู้สึกชิงชังรังเกียจ ลีลาแบบนั้น
    ความลวง; เพราะกิเลส ที่บอกว่ามันชัง คนเมา ที่ไม่พูดคุยกันตรงๆ ลัดเลาะเรียบค่าย สื่อสารไม่ชัดเจน ว่าต้องการอะไร
    ความรู้สึกเหล่านี้ มันคือเงาอดีต ที่กดข่มความผิดหวังไม่พอใจเอาไว้
    ความจริง; คือ ท่านมาแสดงลีลาให้เราได้ล้างใจ จากอดีตที่กดข่มมันไว้ ให้อภัยไม่หมด ได้โอกาสก็ควรตั้งจิตอโหสิกรรมต่อเรื่องราวในอดีตที่เป็นพิษร้ายสะสม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงบททดสอบจิตใจเราเท่านั้น
    พอวางใจได้ก็ใช้มติหมู่กลุ่ม ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ
    สุดท้ายก็สำนึกได้ว่า ไม่มีใครเอาอะไรจากใครไปได้ หากว่าจะต้องตายจากโลกนี้ไป จะไปแบกทุกข์ของเพื่อนทำไม ได้ใช้วิบากก็ดีแล้ว ท่านจะพูดจะทำอะไรกับใครอื่นอีก ก็เป็นเรื่องของท่าน ถ้าเตือนกันไม้ได้ก็ปล่อยให้ทุกข์สอนเค้าเอง

  4. มั่นศีลขวัญ. นางสนทยา กันทะมูล

    ความเอาแต่ใจตัวเอง ความอยากเอาชนะ พรหม 3 หน้า อยากได้ดีเกินดี ละโมบเพ่งเล็งอยากได้
    เหตุการณ์
    ลูกไม่ชอบเข้าสวน ห้องลูกรกรุงรังเสื้อผ้าลูกเปียกเหงื่อถอดแล้วไม่ผึ่งลมใส่จะตะกร้าผ้าเลย ลูกนอนดึกลูกกินเนื้อสัตว์เยอะกว่ากินผัก ลูกไม่กินผลไม้ที่แม่เตรียมให้ ฯลฯ
    เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจดังที่ว่ามาข้างต้น
    ความคิดมารบอกว่า เอาอีกแล้วบอกเท่าไหร่ไม่เชื่อไม่ฟังไม่ทำตาม
    ปากก็พูดออกไปว่า
    ทำไมไม่……แม่บอกกี่ครั้งแล้ว
    ทำไมไม่……..ไม่รู้หรือว่ามันจะ…….
    ไปเลย ไปทำเดี๋ยวนี้เลย
    อย่าให้แม่เห็นอย่างนี้อีกนะ
    เฮ่อ เหนื่อยจริงๆ ไม่รู้ต้องบ่นจนตายรึเปล่า
    ฯลฯ
    แววตา ลีลา ท่าทาง น้ำเสียงพูดออกไปมีแต่ความเกรี้ยวกราด โมโห รุนแรง ไม่น่าฟัง กดดัน ข่มขู่
    เราคิดว่าที่ทำทั้งหมดนี้คือความรัก ความจริงใจและความตั้งใจดีที่แม่มีต่อลูก เป็นวิธีการที่จะสร้างลูก ให้เป็นคนดีมีความสุข บางทีลูกก็ฝืนใจทำตามที่สั่งไปอย่างนั้นอย่างนั้น แม่ก็รู้สึกพอใจขึ้นมานิดนึงเข้าใจผิดคิดว่านั่น ทั้งแม่และลูกเป็นสุข แต่บางทีลูกก็ไม่ทำตามเลย บางทีทำเป็นไม่ได้ยิน แม่ยิ่งโกรธโมโหใหญ่เลย บ่อยครั้งที่ต้องลงมือทำสิ่งต่างๆนั้นเองพร้อมๆกับความไม่พอใจต่างๆนานา ยิ่งทำยิ่งทุกข์ใจทุกข์กาย
    วนไปอย่างนี้ ตอนที่ลูกทำตามใจเราเราก็รู้สึกพอใจมาแว้บนึง แต่ยังคาใจ ยังไม่พอใจ ลูกจะต้องทำให้ดีกว่านี้อีก กดดันเขาอีก ลากจูง ถูลู่ถูกังกันทั้งแม่ทั้งลููก ให้ถึงจุดหมายพอถึงจุดหมายปาดเจ็บใจกายกันทั้งคู่
    ถ้ายังไม่พบสัตบุรุษ ยังไม่ได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ ยังคงจะวนอยู่อย่างนั้น หาทางออกไม่เป็น แม้อยากจะออกจากทุกข์นั้น แต่ก็ออกไม่เป็น
    เมื่อพบสัตบุรุษ ฟังธรรมจากสัตบุรุษ
    รู้จัก อริยทรัพย์ ๗ คือทรัพย์อันประเสริฐของมนุษย์
    (อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน)
    ๑. ศรัทธา เกิดจากได้ฟังสัจธรรมจากสัตบุรุษ แล้วได้ทดลองทำ เกิดรูปรอย เกิดปัญญา ทำให้ตั้งศีล
    ๒. ศีล จะปฏิบัติศีลด้วยปัญญาอย่างตั้งมั่น
    ถึงขั้นเข้าใจในเรื่องวิบากกรรมอย่างแจ่มแจ้ง จะมีหิริละอายต่อการกระทำผิด
    ๓. หิริ ได้เห็นกับตัวเอง
    มีญาณปัญญาเกิดกับตัวเองจริง
    ๔.โอตัปปะ เกรงกลัวต่อการกระทำผิด
    ๕. สุตะ ตั้งใจฟังเสมอ เพียรฟังเพิ่ม ทำเพิ่ม ฝึกเพิ่ม
    ๖. จาคะ เสียสละ แบ่งปัน
    ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจที่บริสุทธิ์
    เดิมคิดว่า ไม่เอาจะสุขยังไง?
    แต่พอได้ฟังจากสัตบุรุษแล้ว ล้างชอบ/ชังได้ ยินดีในความไม่ชอบ/ไม่ชัง
    ให้แล้วไม่หวังจะเอาอะไร จะสุขกว่าอีก
    เกิดเรื่องดีขึ้น ใจไร้ทุกข์ ทำให้เป็นสุข เห็นผลชัดเจน
    ๗.ปัญญา รู้แจ้งเห็นจริง ชำแรกกิเลสได้

    จึงได้พบกับสุขจริง เพิ่มขึ้นเป็นลำดับๆ
    ปัจจุบัน วางใจได้ประมาณ 80% ว่า ลูกจะเอาอย่างใจเราคิดว่าดีก็ได้ หรือเขาจะไม่เอาในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เอาเลย เขาอาจจะเข้าใจและทำตามอย่างใจเราคิด ในชาติหน้าก็ได้ ใครจะไปรู้
    หน้าที่เราคือทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ
    เบาใจ เบากาย สบาย มีกำลัง เป็นอยู่ผาสุก ทั้งแม่ทั้งลูก (หรือไม่ก็แล้วแต่เขา😊😊)

  5. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    หลงทาง

    ไปต่อทะเบียนรถ ที่ขนส่งอำเภอ แล้วคิดว่าจะกลับบ้านโดยทางลัด ไม่กลับทางถนนใหญ่เลือกไปทางที่เป็นซอย ก็เคยไปทางนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ทางก็ดูไม่ยากซับซ้อนอะไร แต่ขับรถไปเอ๊ะทำไมไม่ค่อยคุ้น อ้าวมาตรงนี้ได้ยังไงทางนี้มันอ้อมนิ

    ผัสสะ : หลงทาง เอาอย่างไรดี ไปต่อหรือหาทางกลับดี
    ความลวง : อยากหาทางใหม่ดีนัก หลงเลย อ้อมก็อ้อม เสียเวลา เสียน้ำมัน ไปทางเดิมก็ดีแล้ว
    ความจริง : อย่างน้อยได้เรียนรู้เส้นทาง ทางไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ก็ไม่ได้อ้อมไกลอะไรมาก ทางเขามีให้ก็พอไปได้ แถวนี้ก็บ้านเราไม่ได้ถึงขั้นไม่คุ้นเคย พลาดแล้วก็พลาดไป เรียนรู้จากความพลาดดีกว่า

  6. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    เรื่อง อินเตอร์เนทช้า
    อิทเตอรเนต ที่บ้านช้าอยากให้เนตเร็วๆ เพื่อจะได้ใช้ PC zoom เวลาประชุมกับพี่น้องและเรียน PS เพื่อจะได้เห็นหน้าพี่น้องทุกคนในเวลาเดียวกัน

    ความลวง เนตช้า ใช้ PC ไม่ได้เราก็ใช้ มือถึอ zoom เวลาประชุมก็ได้ ถ้าอยากเห็นหน้าพี่น้องก็เลื่อนดู ไปซ้าย ขวา ตามใจชอบ จะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อความเร็วของเนต และ จ้างช่างเพื่อเช็คว่า PC มีปัญหาหรือผิดปกติหรือไม่อย่างไร

    ความจริง ยินดียอมเสียค่าใช้จ่ายซื้อความเร็วของเนต และ จ่ายค่าช่างเพื่อเช็ต PC ว่ามีปัญหาหรือผิดปกติ เพราะมีความปรารถนาอยากใช้ PC มากกว่ามือถึอ ในการ ประชุม zoom จึงยินดีพอใจที่จะรอจนกว่า PC และเนตที่บ้าน จะเป็นปกติและประชุม zoom ได้ในเวลาอันเร็วนี้ คะ

  7. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

    เกินหน้าที่

    ระหว่างประชุมด้วย zoom ก็มีเสียงจากท่านที่ไม่ได้ปิดไมโครโฟน ดังรบกวนผู้ที่กำลังพูดเสนองานอยู่ แต่เราก็ไม่ได้เป็น co-host เลยทำอะไรไม่ได้ ก็คิดอยู่พักหนึ่ง เสียงรบกวนก็ยังดังอยู่เลยแจ้ง host ว่าขอให้ตั้งเราเป็น co-host ด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ผัสสะ : เสียงรบกวนที่ดังแข่งกับผู้พูด

    ความลวง : เสียงดังรบกวน คนอื่นเขาไม่ปิด เราก็ต้องช่วยจัดการปิด

    ความจริง : เสียงดังรบกวน แต่ก็ไม่ได้กวนขนาดที่เป็นปัญหา ไม่มีใครทุกข์หรือรำคาญขนาดที่แจ้งขึ้นมา มีแต่เราที่สำคัญตนผิดในหน้าที่ แม้ในห้องอื่น ๆ งานอื่น ๆ เรามักจะได้เป็น co-host แต่วันนี้ไม่ใช่ เขายังไม่กดตั้งให้ แสดงว่ามันยังไม่ใช่หน้าที่เรา เราจะไปทำเกินหน้าที่ คนพูดเขาก็ยังไม่ได้เดือดร้อนอะไร เราไปเดือดร้อนแทนเขาทำไมให้มันเมื่อยไปเปล่า ๆ

    พอคิดได้ดังนั้นก็วางใจ เพราะเข้าใจว่าอะไรที่มันไม่ใช่หน้าที่ ถึงจะขอไป เสนอตัวไป เขาก็ไม่ให้ทำ ว่าแล้วก็ไม่ทำอย่างสบายใจ

  8. ชุติวรรณ แสงสำลี

    สาระ▪▪▪ไม่ว่าจะหยิบจับทำอะไรในดินแดนบุญที่เป็นกุศลของผู้ที่ลดกิเลสได้ เราก็ได้ประโยชน์ มีคุณค่า ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นเครื่องมือให้เรา เป็นวัตถุไม่มีชีวิต จิตใจ แต่ใจเราต่างหากที่มีจิตใจ จิตวิญญาณดีหรือชั่วอยู่ที่จิตเราเองผู้เดียว
    ♤♤♤♤♤♤♤♤♤
    ความลวง: ^ . ^ เชื้อโรคเป็นสิ่งน่ากลัว ไม่น่าสัมผัส ถ้าได้สัมผัสเราอาจติดเชื้อโรคนั้นได้
    เช่นสิ่งสกปรกที่ต่างๆ ฝุ่นต่างๆ ใบไม้ที่เฉอะแฉะ กิ่งไม้ใบไม้ที่มีเชื้อรา
    ขยะที่ถูกทิ้งลงบนพื้น ขยะสด
    น้ำขัง ของใช้เก่าไม่กล้าจับ ฯลฯ
    ♧♧♧♧♧♧♧♧♧
    ความจริง :ไม่มีเชื้อโรคใดที่น่ากลัวและเป็นโทษเท่ากับเชื้อกิเลสที่เกิดขึ้นในจิตที่เป็นมารตัวชั่วตัวร้าย ที่ทำให้เราทุกข์ใจ กลัว หวั่นไหว ปรุงแต่ง หดหู่ เศร้าหมอง ฟุ้งซ่าน ลังเล กังวล บ้าบอ เพ้อเจ้อ
    ไม่สบายใจ ไม่สบายกาย
    ไม่โปร่ง ไม่โล่ง ไม่อิ่ม ไม่สุข
    มีทุกข์
    นี่ไง ตัวเชื้อโรคที่แท้จริง
    ที่ต้องรีบกำจัดออกไปจากจิต
    ให้ผ่องใส แวววาว ผาสุกที่แท้
    จริง

    ♡♡♡♡♡♡
    ถ้ารู้สัจจะความจริงตามความเป็น
    จริงแล้วอะไรเป็นเชื้อโรคที่แท้จริงก็ควรพากเพียรไม่ต่อเชื้อเพิ่มเข้าในจิตและแพร่กระจายให้ผู้อื่นติดต่อได้ ก็จะเป็นประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ประโยชน์โลกค่ะ

Comments are closed.