630920 ความจริงและความลวง (4/2563) [7]

630920 การบ้าน ความจริงและความลวง (4/2563)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน ความจริงและความลวง ประจำวันที่ 14 -20 กันยายน 2563 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

สัปดาห์ที่ 4 นี้ มีผู้ส่งการบ้านรวม 7 ท่าน

  1. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม
  2. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  3. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  4. ปิ่น คำเพียงเพชร
  5. นงลักษณ์ สมศรี
  6. อรวิภา กริฟฟิธส์
  7. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

7 thoughts on “630920 ความจริงและความลวง (4/2563) [7]”

  1. มาลิน จุ้ยทรัพย์เปี่ยม

    เรื่อง ความฟุ้งซ่าน ขี้น้อยใจ

    ผัสสะ เพื่อนน้อยใจที่เราไม่โทรหา ไม่ติดต่อจากที่เคยโทรหาทุกวัน แล้วก็ไปพาลฟุ้งซ่านเรื่องอื่น พาลเพื่อนคนอื่น มองตัวเองว่าด้อยค่า ตัวเองก็เจ็บป่วยเพราะใจตัวเอง ยังโง่เอาทุกข์ทับถมตนอีก

    ความลวง ไม่ชอบพฤติกรรมนี้ เพื่อนคนนี้ เราไม่ชอบเลย น่ารำคาญ ไม่ไปไหน วนเวียน ฟุ้งซ่าน ไม่ลดกิเลส ไม่อยากยุ่งด้วยเพราะเสียเวลา พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เหมือนเดิม เวลายิ่งมีน้อยอยู่ ทำไมไม่รีบบำเพ็ญ

    ความจริง มันคือตัวเราในอดีตที่เคยเป็น ทำให้เห็นว่า นิสัยแบบนี้ทำให้คนอื่นเดือนร้อนแค่ไหน ความขี้น้อยใจ คิดมาก หยุมหยิม เบียดเบียนอื่น เขามาให้เราเห็นว่าพฤติกรรมนี้มีโทษยังไง
    ส่วนเพื่อนก็ต้องเมตตาเขา

  2. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

    ศพ ผี

    ไปงานศพญาติผู้ใหญ่ ไปรดน้ำศพ เอาศพเข้าโลงเย็น เอาออกมาใส่โลงไม้ จนถึงไปใส่เตาเผา

    ผัสสะ : ได้ยินคนบอกว่ากลัว (ผี)
    ความลวง : ผี
    ความจริง : ผีไม่มี มีแต่ความกลัวที่เป็นของจริง จิตที่กลัวกังวลหลอกหลอนตัวเอง จนสามารถสร้างภาพ เสียง กลิ่นขึ้นมาหลอกหลอนได้ ผมเคยมีประสบการณ์ได้ยินเสียงเพื่อนที่รู้จักมาเรียกตอนที่นอนอยู่ ซึ่งบ้านเรากับบ้านเขาก็อยู่ห่างกันมาก แต่เสียงเขาใกล้เหมือนกับยืนอยู่ใกล้ ๆ ที่นอนเรา การนอนตอนนั้นเป็นสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น จิตที่ปรุงไปก็เป็นกึ่ง ๆ สติที่มีก็กึ่ง ๆ เลยเกิดสภาพสับสน

    แต่ก็มาแกะได้ว่าเสียงที่เราได้ยินคือจิตที่เราปรุงขึ้นมาเอง ปรุงเสียงเพื่อนขึ้นมาในหัวตามสัญญาที่ฟุ้งซ่านไปตามสติที่เลื่อนลอย การเจอผีก็เป็นองค์ประกอบเดียวกัน ผีไม่มี มีแต่จิตที่สร้างผีขึ้นมาแล้วรับรู้ด้วยวิญญาณของตัวเอง เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้กลิ่นด้วยจมูก แต่สิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง และไม่เคยเกิดขึ้นในความจริง มีเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตตนเท่านั้น

    ถึงจะเห็นจริง แต่ไม่ใช่ของจริงก็ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร เคยได้ยินครูบาอาจารย์สอนว่าล้างกิเลสไปเรื่อย ๆ ผีหรือภาพหลอนเหล่านี้จะหายไปเองตามความเจริญที่เราเข้าถึงได้

  3. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    ต่อทะเบียนรถไม่ทัน

    ให้บริษัทประกันต่อ พรบ.รถให้แต่เขาทำเอกสารผิดเลยช้า

    ผัสสะ : เอกสารที่แก้ไขไม่มาสักที ใกล้ครบกำหนดทะเบียนรถหมดอายุแล้ว
    ความลวง : เขาทำเอกสารให้เราหรือยังนะ ทำไมช้าเหลือเกิน ระยะเวลาเป็นเดือนแล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันก็พอดี ต้องไปเสียเงินค่าปรับเพิ่มอีก
    ความจริง : ก็ไม่ต้องไปคิดเอง แค่สอบถามเขาไปก็เท่านั้น ไม่ต้องไปเดาอะไร เลยติดต่อบริษัทประกันไปว่าเป็นอย่างไร บอกปัญหาของเราไปว่าทะเบียนรถจะหมดอายุนะ ก็ได้คำตอบมาว่าเขาดูให้อยู่ กำลังทำบิลให้อยู่และส่งสำเนาเอกสาร พรบ.รถให้เราไปดำเนินการต่อทะเบียนได้ก่อนเลย เดี๋ยวเอกสารของจริงส่งตามมาให้ทีหลัง จากเรื่องนี้ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องการไม่เดาใจ มีอะไรก็ถามกัน ก็จะช่วยให้ไม่เข้าใจผิดกัน แถมได้ช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย คิดเองส่วนมากจะคิดผิดอยู่แล้ว เราคิดไปตามกิเลสเรายังไงก็ผิด

  4. ปิ่น คำเพียงเพชร

    กังวลเรื่องการตั้งศีลไม่เสพคนคู่

    เนื่องจากชวนพ่อบ้านตั้งศีลช่วงเข้าพรรษา ว่าเราจะไม่เสพคนคู่กัน และได้เล่าให้เขาฟังว่าในทางพุทธศาสนาสอนว่าจะทำให้เจริญ ซึ่งพ่อบ้านก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ทีนี้ความกังวลเริ่มเกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลาแห่งการเข้าพรรษาล่วงเลยมาใกล้จะครบ 3 เดือน ก็จะออกพรรษาแล้ว หมายความว่าช่วงเวลาของการตั้งศีลเรื่องไม่เสพคนคู่กับพ่อบ้านก็จะสิ้นสุดลงแล้ว

    ความลวง : ยังอยากตั้งศีลเรื่องไม่เสพคนคู่ต่อ ไม่อยากให้พ่อบ้านมาเบียดเบียนเรา  เพราะอยู่แบบนี้ก็รู้สึกสบายใจสบายกายดีอยู่แล้ว อยากอยู่กันอย่างพรหมอย่างพี่น้องอย่างเพื่อน ฯลฯ โดยไม่ต้องมีเรื่องเสพคนคู่กันเลย อยากให้พ่อบ้านเข้าใจธรรมะที่ครูบาอาจารย์สอนเรื่องคนคู่ให้ลึกซึ้งอย่างที่เราเข้าใจ จะได้ไม่ต้องหลงเบียดเบียนกันในเรื่องการเสพคนคู่

    ความจริง : มันยังไม่ใช่เวลาของเรา แต่ไปอยากได้ในสิ่งที่ยังเป็นไปไม่ได้ ณ เวลานี้  ก็สถานะของเราตอนนี้ ยังอยู่ในสภาพคนคู่อยู่ ฟ้ายังไม่เปิดขนาดนั้น เราทำดียังไม่มากพอ ยังลดกิเลสเหตุแห่งการมีคู่ก็ยังไม่มากพอ วิบากเรื่องคนคู่ของเรายังไม่หมด

    เราเจอพ่อบ้านที่ไม่ได้หมกมุ่นในเรื่องนี้ก็ดีมากแล้ว ก็เขาฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องจะให้ไปฟังธรรมะเรื่องคนคู่หรือเรื่องอื่นๆให้เข้าใจลึกซึ้งเท่าเราได้อย่างไร ถ้าเรายังมีชอบมีชังเรื่องคนคู่อยู่ เมื่อไหร่เราจึงจะหลุดพ้นสภาพคนคู่นี้ได้เสียทีล่ะ เอาเข้าจริงๆเราเองก็ยังตัดเขาได้ไม่ขาดเสียทีเดียวหรอก มาแอ๊คทำเป็นเก่ง ที่เรายังไม่หลุดพ้นสภาพคนคู่นี้ได้เสียทีนั้น ความจริงก็คือเราเองนั่นแหละที่ยังไม่ทำเหตุแห่งการหลุดพ้นได้มากพอได้ดีพอ

    อยากหลุดพ้นเร็ว ก็ปฏิบัติที่ตัวเราเป็นหลักสิ คือปล่อยวางเรื่องคนคู่ให้ได้มากที่สุดด้วยใจที่ไม่ทุกข์ ตั้งจิตลดละความยึดมั่นถือมั่นในคู่ ลดละการจะเอาจากเขา ฯลฯ อันเป็นเหตุที่จะผูกยึดเราไว้กับเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้ได้ก่อน เมื่อเราพากเพียรลดละได้มากพอ เหตุปัจจัยลงตัว วิบากคนคู่หมด ฟ้าเปิด ทุกอย่างลงตัว ถึงตอนนั้นเราก็จะเป็นอิสระจากเรื่องคนคู่ได้เอง สรุปคืออยู่กับปัจจุบัน ลดกิเลสเหตุแห่งการหลุดพ้นจากคนคู่ในปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จริง ด้วยใจที่ไม่ทุกข์

    ปิ่น คำเพียงเพชร

  5. นงลักษณ์ สมศรี

    หัวข้อเรื่องสุขลวง
    ความลวง คือ เราไปคิดว่าถ้าได้ช่วยเหลือให้คนอื่นสมหวัง เค้าจะได้รับสิ่งดีๆและมีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้น จึงพยายามทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ มีข้อเสนอให้และมีการชักนำต่างๆนาๆเพื่อที่เพื่อนจะได้โอกาสเหมือนเรา เพราะคิดว่าเค้าเป็นคนดี สมควรที่จะได้รับสิ่งเหล่านี้และหวังว่าถ้าเค้าได้งานดีๆทำ ในสภาพแวดล้อมที่ดีในหมู่คนดีเค้าจะได้มีความสุข แต่ในความเป็นจริง คือเราคาดหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างที่คิดวาดหวังว่าเราเองจะได้สบายใจ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่คิด ใจเราก็ยังดิ้น มันต้องมีทางออกสิพอจะเห็นหนทาง เพื่อนก็ไม่ทำตามที่เราให้ข้อมูลไป วิบากดีร้ายก็เหมือนจะมาเตือนแล้วว่า เราทำเกินหน้าที่และไปแบกความทุกข์คนอื่น ที่ยังไม่ลดละกิเลสยังยึดวัตถุมากกว่า พอมาพิจารณาตนเองเราก็ยังมีกิเลสละเอียดๆและมีอัตตาว่าบอกไปขนาดนี้แล้วเพื่อนน่าจะกล้าตัดสินใจก่อนที่ปัญหาต่างๆจะมาถึงจุดที่แก้ไปก็ยิ่งยุ่ง เพราะเราไม่ยอมวาง ครั้นพอสำนึกได้ว่าเราก็เคยทำมาแบบนี้แหละก็ล้างใจไปแต่เพื่อนไม่รับรู้ด้วย ก็เริ่มบีบคอให้เราช่วยต่อไปจนกว่าจะได้สมดังใจ
    สุดท้ายเราก็ได้เห็นว่าหากเรายังไม่เข้าใจวิบากดีที่มาเตือน เราคงยุ่งวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น เมื่อเข้าใจสาเหตุที่ได้ทำลงไปเพราะอะไร ก็มาลดกิเลส ลดอัตตาและล้างใจที่เรา อาการลีลาต่างๆของเพื่อนที่แสดงออกมายามไม่ได้ดังใจ ก็ไม่ส่งผลอะไรมากนัก ทำดีที่สุดแล้วก็วางใจทุกครั้ง
    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายๆเคส ที่เราไปแบกชีวิตคนอื่น คิดว่าถ้าเขามีความสุขเราก็มีความสุขด้วย ก็ได้คลายใจล้างกิเลสกันไปในครั้งนี้ และตั้งหน้าบำเพ็ญความดีต่อไปเรื่อยๆหากเจออีกก็ตรวจกิเสอีก น่าจะแววไวกว่าเดิมค่ะ

  6. อรวิภา กริฟฟิธส์

    คนจุกจิก ขี้บ่น
    วันนี้เลิกงานจะกลับบ้านเจอลูกค้าเขามาเยี่ยมแม่เขาซึ่งอยู่ที่ทำงานของเรา เราก็ทักทายพอเป็นมารยาทเพราะต้องเดินผ่านตรงที่เขานั่งคุยกัน แล้วเขาก็พูดเชิงตำนิว่า กางเกงแม่เขาสกปรก เราดูแลแม่เขาไม่ดี เขาจ่ายเงินแพงมากนะ แล้วเขาก็ชี้นิ้วให้เราดู เราก็ดูตามแต่มันแทบจะมองไม่เห็นรอยเปื้อนเลย เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างจุกจิก ขี้บ่น
    ความลวง ไม่ชอบคนจุกจิก ขี้บ่น
    ความจริง เราเป็นเช่นนั้นมาก เราเคยส่งเสริมมา เราก็เข้าใจว่าเขาไม่ได้ดั่งใจเขาก็ต้องการระบาย เราก็ให้โอกาสเขาได้ระบาย ยิ้มรับแล้วกล่าวลาเดินจากไป

  7. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    ลูกรักของแม่
    แม่เป็นห่วงพี่ชายเดินทางมาจากสระบุรีเพื่อมาร่วมงานสวดอภิธรรมศพคุณน้าที่วัดแถวท่าพระ ว่าจะมาถูกไหม ทันเวลาเป็นเจ้าภาพไหม เราได้รู้ชัดเมื่อเรามีลูกว่าความรักแบบผูกพันธ์ที่แม่มีต่อลูก เป็นความลวงที่สร้างความกังวล หวั่นไหว เป็นห่วง ที่เป็นทุกข์ เป็นบ่วงมารที่ผูกมัดจิตวิญญานความเป็นแม่ไปตลอดกาลนาน หากเราไม่รู้จักว่ามันเป็นกิเลส ความจริงคือ ทุกชีวิตเกิดมาด้วยกรรมของตน เราไม่ต้องไปแบกชีวิตใครไว้เลย เราเพียงทำหน้าที่ที่เป็นแม่เป็นลูก เป็นต่างๆนา อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ววาง ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต เพราะทุกชีวิตก็ต้องสูญจากทั้งดีและร้ายไปสักวันหนึ่ง เรามีหน้าที่พากเพียรล้างกิเลสตน ช่วยเหลือผู้คนที่ศรัทธา ลด ละ เลิก ความผูกพันธ์ เป็นสัมพันธ์ เท่านั้นพอ แค่คิดก็ผาสุกแล้ว

Comments are closed.