630920 การบ้านอริยสัจ (6/2563) [20]

  • vijjaram 

630920 การบ้านอริยสัจ (6/2563)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน อริยสัจ 4 ประจำวันที่ 14 กันยายน – 20 กันยายน 2563 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

สรุปผู้ส่งการบ้านสัปดาห์นี้ รวม 20 ท่าน

  1. พิเชษฐ์ บุญย์วิรุฬห์
  2. ขวัญจิต เฟื่องฟู
  3. นงลักษณ์ สุวรรณคีรี
  4. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  5. แสงสว่าง ฤทธิช่วย
  6. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์
  7. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  8. พรพิทย์ สามสี
  9. คำเพียงเพชร
  10. ชรินรัตน์ ชุมจีด
  11. พรนภา บุรณศิริ
  12. โยธกา รือเซ็นแบรก์
  13. สำรวม แก้วแกมจันทร์
  14. นงลักษณ์ สมศรี
  15. จิตรา พรหมโคตร
  16. อรวิภา กริฟฟิธส์
  17. รวม เกตุกลม
  18. พรรณทิวา เกตุกลม
  19. ชุติวรรณ แสงสำลี
  20. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

แนะนำบทความที่มีเนื้อหาใกล้เคียง

Tags:

22 thoughts on “630920 การบ้านอริยสัจ (6/2563) [20]”

  1. พิเชษฐ์ บุญย์วิรุฬห์

    ทำเต็มที่ สุขเต็มที่ ไม่มีอะไรคาใจ ไม่เอาอะไร

    เมื่อคืน (13 ก.ย. 63) มีเพื่อนคนหนึ่งโทรมาถามว่าจะมีค่ายหมอเขียวที่ไหน เขาอยากไปเข้าค่ายเพราะไปตรวจสุขภาพมาพบว่าอาจจะเป็นโรคมะเร็ง ผมตอบไปว่าตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาดก็ไม่มีการจัดค่ายอีกเลย… แล้วเราก็ได้พูดคุยรายละเอียดกันถึงที่มาและอาการต่าง ๆ ของเพื่อน สุดท้ายผมกับแม่บ้านก็ช่วยกันให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการทำใจและวิธีการต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพ เท่าที่เรารู้และพูดได้ ระหว่างนั้น ในใจก็มีความรู้สึกลำบากใจอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะปกติเราไม่ค่อยได้มีโอกาสให้คำปรึกษากับใคร และรู้ตัวเองดีว่าไม่เก่งในทางให้คำปรึกษารักษาโรคเลย มีความกังวลใจอยู่บ้างว่าจะแนะนำได้ไม่ดีหรือทำให้เพื่อนเข้าใจผิด แต่สุดท้ายผมกับแม่บ้านก็ช่วยกันแนะนำเพื่อนคนนี้ผ่านทางโทรศัพท์เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จนทำให้เพื่อนรู้สึกว่าสบายใจมากขึ้น และมีความตั้งใจจะปฏิบัติตามแนวทางของแพทย์วิถีธรรมต่อไป

    ทุกข์ : มีความกังวลใจว่าเราจะแนะนำเพื่อนได้ไม่ดี
    สมุทัย : อยากให้คำปรึกษาที่ดี อยากให้เพื่อนได้คำแนะนำที่ดี อยากให้เพื่อนพ้นทุกข์ได้เร็ว
    นิโรธ : แนะนำเพื่อนได้ดีก็สุขใจ แนะนำได้ไม่ดีก็สุขใจ และเพื่อนพ้นทุกข์ได้เร็วก็สุขใจ เพื่อนพ้นทุกข์ได้ช้าก็สุขใจ ทุกอย่างเป็นไปตามวิบากกรรม
    มรรค : ทำใจในใจให้ยอมรับเรื่องวิบากกรรม ทำความเข้าใจว่าเพื่อนจะพ้นทุกข์ได้เร็วหรือช้าก็เป็นวิบากกรรมของเพื่อน เราจะแนะนำได้ดีหรือไม่ดีก็เป็นวิบากกรรมเรา พยายามทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ณ เวลานั้น มีความรู้ความจริงในตัวเองเท่าไรก็แบ่งปันให้เพื่อนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คิดว่าทำดีเต็มที่แล้วก็สุขใจได้แล้ว ไม่มีอะไรคาใจ ไม่เอาอะไร

  2. ขวัญจิต เฟื่องฟู

    อริยสัจ 4

    เรื่อง ทุกข์ที่พูดให้เเม่ไม่สบายใจ

    ทุกข์ ทุกข์ที่พูดให้เเม่ไม่สบายใจ
    สมุทัย ระหว่างที่โทรศัพท์คุยกับเเม่ ท่านก็เล่าให้ฟังว่าหลานที่เรียนเงินไม่พอ ข้าพเจ้าก็เลยบอกเเม่ว่า เงินที่มีในธนาคาร เเม่เบิกออกมาเเบ่งหลานใช้ด้วยก็ได้นะ เเม่จะเก็บเอาไว้ทำไม ท่านตอบมาว่าไม่
    เสียงท่านเเข็งขึ้นมา ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร

    พอวันต่อมาได้โทรหาพี่ที่ดูเเลแม่อยู่ พี่ก็เล่าให้ฟังว่า แม่น้อยใจที่ข้าพเจ้าไปพูดอย่างนั้น ท่านรู้สึกว่าข้าพเจ้ากระเเนะ กระเเนท่าน เห็นกิเลสตัวความห่วงเเม่ ว่าท่านจะรู้สึกอย่างไรเเละรู้สึกไม่สบายใจที่เเม่รู้สึกอย่างนั้น

    นิโรธ ไม่หวั่นไหว ไม่กังวล ใจไร้ไร้ทุกข์ เบิกบาน

    มรรค ตั้งสติ ทำอริยสัจ4 ความกลัว กังวลก็หายไปทันที เเล้วขอโทษเเละสำนึกผิดที่ได้พูดอะไรให้เเม่ไม่สบายใจเเละอธิบายว่าที่พูดไปนั้นหมายถึงอย่างที่พูดจริงๆไม่ได้ตั้งใจพูดให้ท่านไม่สบายใจ และบอกกับท่านว่า ต่อไปนี้ลูกจะตั้งศีลไม่พูดเล่นกระเเนะกระเเนให้คนอื่นไม่สบายใจ ทั้งในความคิดและการกระทำ เเม่ร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยคะ

  3. ขวัญจิต เฟื่องฟู

    ชื่อเรื่อง กลัวว่าพี่น้องจะตำหนิ

    ทุกข์ กลัวว่าพี่น้องจะว่า จะตำหนิ

    สมุทัย ที่เก็บข้อมูลในมือถือใกล้เต็มเเล้ว ข้อความเตือนขึ้นที่มือถือของข้าพเจ้า ก็เลยนั่งลบข้อมูลที่กลุ่มพี่น้องจิตอาสาไปเรื่อยๆ พอลบเสร็จก็มาเข้ามาตรวจดูใหม่ ว่าลบได้ไหม ก็เห็นว่าข้าพเจ้าได้ไปลบรูปของในอั้มบั้มพี่น้องที่ท่านส่งเข้ามาเก็บไว้ ตกใจเเละกลัวเป็นอย่างมาก กลัวว่าพี่น้องจะว่า จะตำหนิ รีบกดออกจากกลุ่มทันที รีบหนี โดยไม่ทันกิเลส

    นิโรธ มีใจไร้ทุกข์ ถ้าพี่น้องจะตำหนิเรา ยินดีรับความผิดของตนเอง

    มรรค ตั้งสติ พิจารณาว่าสิ่งเราทำไม่ถูก ที่เราหนีความผิดออกมาเฉยๆโดยที่เราไม่อธิบายหรือชี้เเจงเลย เราทำผิดโดยไม่ตั้งใจเพราะไม่รู้ว่าการที่เราลบข้อมูล รูปภาพในมือถือเรา จะไปลบข้อมูล รูป ที่พี่น้องแชร์มาได้ ตั้งจิตขอโทษ ขออภัยพี่น้องที่ข้าพเจ้าได้กระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดได้อย่างนั้น ความทุกข์ ความกลัวที่มีอยู่ก็หายไป
    และมีโอกาสได้เล่าและขอโทษพี่น้องหมู่กลุ่มฟัง ขณะที่ประชุมอปริยหาธรรมกันซึ่งพี่น้องก็เจริญอภัยให้ เเละได้เชิญเข้าหมู่กลุ่มอีกครั้ง ข้าพเจ้าก็ได้เขียนชี้แจงพี่น้องไปคะ ว่ากระทำผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สาธุคะ

  4. นางนงลักษณ์ สุวรรณคีรี

    ทุกข์จากความโกรธ
    เมื่อวาน ในขณะพิมพ์งานในคอมฯ เสร็จสิ้นแต่จัดระเบียบเข้าแบบฟอร์ไม่ถูกจึงขอให้เพื่อนร่วมงานมาทำให้ เขาก็บอกว่าได้ แต่เราต้องไปทำงานที่เขากำลังทำอยู่ให้ด้วยแลกกัน ในใจเรารู้สึกโกรธ และมารในใจเราบอกกับตัวเองว่าเพื่อนคนนี้ไม่น่าคบเป็นคนไม่มีน้ำใจ ทำไมต้องใช้วิธีแลกเปลี่ยนหมูไปไก่มา ฉันจะทำงานให้เธอก็ต่อเมื่อเธอทำประโยชน์ให้ฉัน ในใจเราจึงรู้สึกชิงชังรังเกียจแล้วผูกใจโกรธว่าจะไม่พูดคุยกับเพื่อนคนนี้อีก
    ทุกข์: โกรธเพื่อน
    สมุทัย : ตั้งความหวังว่าเพื่อนยินดีมาช่วยเราด้วยความเต็มใจไม่มีข้อแม้
    นิโรธ : ชอบ/ยอมรับทุกพฤติกรรมที่เขาแสดงกับเรา
    มรรค : การไปร้องขอโดยที่คนอื่นไม่ได้ให้ เท่ากับเราได้ไปเบียดเบียนเวลาที่เขาทำงาน(เขากำลังทุกข์กับงานที่ทำ) เรากำลังทำบาปผิดศีลข้อที่1,2 ทุกสิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมา
    จึงได้ไหว้พระกราบขอโทษขออโหสิกรรม ขอตั้งจิตจะไม่โกรธและกล่าวโทษต่อผู้อื่นอีก

  5. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

    หลงทาง

    ไปธุระที่โคราช หลังเสร็จธุระก็จะไปเยี่ยมญาติตามคำเชิญชวน แต่พอถึงเวลาไป net ก็ไม่เสถียร ทำให้ใช้ gps ไม่ได้ แม้จะเก็บรูปมาแล้ว แต่โคราชก็ยังเป็นเมืองที่รายละเอียดเยอะ แถมถนนเฉียงไปมาเยอะด้วย ก็เลยหลง… และหลงวนมาที่เดิม ตอนแรกคิดว่าจะตีรถกลับบ้านเลย แต่ก็ฉุกคิดอีกทีว่า ถ้าหลงกลับมาที่เดิม ก็ยังได้ลองใหม่อีกรอบไง ว่าแล้วก็เลยขับวน ๆ หลง ๆ ไปอีกสักพักจนถึงจุดหมาย

    ทุกข์ : ความอึดอัด กดดัน บนท้องถนนที่ไม่คุ้นชิน
    สมุทัย : ความคาดหวังว่าจะต้องไม่หลงมาก ถึงจุดหมายไม่ยากไม่ลำบากนัก
    นิโรธ : หลงก็ได้ ไม่ไปก็ได้ และไปก็ได้เช่นกัน ใจจะต้องไม่ทุกข์ตลอดเวลาที่หลง หลงมากหลงน้อย เดี๋ยวก็ถึงสักวันถ้าไม่เลิกพยายาม
    มรรค : เลิกใช้ความเห็นตัวเอง พึ่งพาหมู่มิตรดี คือญาติพี่น้อง คอยให้รายละเอียด แม้ตอนแรกจะติดต่อญาติที่จะไปหาไม่ติด แต่ก็ติดต่อไปหาลูกเขา สุดท้ายแม้จะอธิบายกันยาก เขาก็แนะนำให้ถามจากคนแถวนั้น ซึ่งก็ได้ผลดี ถ้ากำหนดจุดเป้าหมายที่คนรู้จักไว้ จะไปง่าย เราก็ทิ้งความเห็นตัวเอง พึ่งพาคนอื่น พื้นที่นี้เราไม่เก่ง เราก็ต้องเรียนรู้จากคนอื่น ปล่อยวางความคาดหวังจากตัวเองได้ มันก็เบาลงไปเยอะเลย ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง

  6. แสงสว่าง ฤทธิช่วย

    ชื่อเรื่อง​ อยากมีอยากได้อยากเป็นอยากจะพูดเก่งแบบเขา
        เมื่อวันที่17 ณ​ ภูผาฟ้าน้ำผมได้ไปทำงานที่สวนสตอเบอรรี่กับพี่น้องในตอนเย็นๆพอไปถึงสวนสตอเบอรี่และได้ขุดดินไปสักพักใหญ่ๆก็ได้เห็นพี่น้องท่านหนึ่งคุยไปทำงานไปและพอเราได้สังเกตุเขาก็จะพูดได้เยอะคล่องแคล่วพูดดีทำให้เกิดกิเลสในใจผมว่ามีความอิจฉาอยากจะพูดได้แบบเขาอยากจะพูดคล่องแคล่วแบบเขาทำไมเราไม่พูดได้แบบเขามั้งเพราะที่ผ่านมาผมจะเป็นคนเงียบไม่ค่อยพูดต่อยจาพอเห็นใครทำได้ดีแล้วมักจะมีความอยากเป็นอยากมีในใจ แต่พอมารู้จัก อ.จ.หมอเขียวก็ได้ทำตามคำสอนท่านปฏิบัติตามท่านมาตลอดก็ได้เข้าใจเรื่องกรรมแจ่มแจ้งมากขึ้นเชื่อในเรื่องวิบากกรรมก็ทำให้เราคลายใจหายสงสัยในบางเรื่องมากขึ้น กลับมาเหตุการณ์ ณ สวนสตอเบอรี่ พอผมทุกข์ทำไมพูดไม่ได้แบบเขา ผมก็นึกถึงคำที่ อ.จ.สอนได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจงท่องไว้กูทำมา จะพูดก็ได้ไม่พูดก็ได้ เข้าใจเรื่องกรรมให้มากขึ้น สิ่งที่เราได้รับคือสิ่งที่เราทำมาในอดีตทำใจยอมรับสิ่งที่เป็น ถึงเราจะไม่ได้พูดเราก็สามารถทำประโยชน์โดยการณ์ขุดดินของเราไป ไม่พูดแต่ข้างในเบิกบานใจวิบากร้ายตรงนี้ก็หมดไปวิบากดีก็เข้ามาทำใจในใจยอมรับวางใจกับสิ่งที่เกิดยินดีกับสิ่งที่เข้ามาเราเคยทำไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไรเราก็ต้องรับผลในปัจจุบั​นกับสิ่งที่ทำจนทำให้ผมคลายใจทำงานอย่างเบิกบานใจความอยากก็คลายหายไป
    ทุกข์:กังวลใจทุกข์ใจที่พูดไม่ได้แบบเขา
    สมุทัย:อยากพูดได้แบบเขาทำไมเราพูดไม่ได้แบบเขาบ้างนะอยากเก่ง
    นิโรธ:เข้าใจเรื่องกรรมว่าเราเคยทำชั่วมากจนหาที่สุดไม่ได้เราก็ต้องได้รับผลของกรรมนั้นรับแล้วก็หมดไปแล้วดีจะเกิดขึ้นทุกวินาทีคือการใช้วิบากถึงเวลาให้พูดเขาก็ให้พูดเอง
    มรรค:อ่านจิตอ่านใจบอกเหตุผลกับกิเลสบ่อยๆว่าคิดแบบนี้มันไม่ดีมันโง่มันทุกข์น่ะ เราเป็นแบบนี้พากเพียรทำดีตั้งศีลบ่อยๆแล้วดีจะเกิดขึ้นเอง

  7. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์

    การบ้านเรื่องทุกข์อริยสัจ
    ทุกข์ เพราะแม่ฟังเรื่องการเมืองมากเกินไป
    สมุทัย แม่ชอบฟังนักการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายไม่รักประเทศไทย และแม่ก็เชียร์และพูดว่าเขาดี เขาช่วยประเทศไทย เขารักคนจน แล้วทำไมคนดี ๆ อย่างนี้ต้องโดนไล่ออกนอกประเทศ ข้าพเจ้าฟังแล้วรู้สึกว่าพูดไม่ออก ชอบที่จะให้แม่รู้ความจริงว่าใครเป็นคนรักประเทศ รักคนไทย หรือ คนช่วยประเทศชาติ ไม่ชอบที่แม่ไปเข้าใจว่าคนไม่ดี คือคนดี
    นิโรธ แม่จะชอบคนดีหรือคนไม่ดี ก็ได้ เพราะนั่นคือความสุขของแม่ เราก็ดูห่างๆ และยิ้ม
    มรรค การที่แม่ชอบฟังนักการเมืองที่ไม่ดีก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแม่ และเป็นความสุขของแม่ เราจะไม่ไปก้าวก่าย ล่วงล้ำ สิทธิของแม่ แต่ก็เพียงพูดว่า “แม่อย่าดูมากนะจ้ะเด๋วความดันจะขึ้น เพราะเรื่องการเมืองเป็นเรื่องหนัก ไปฟังหมอลำ และ พระเทศน์ จะดีกว่า” แต่เราก็ดีใจที่แม่ทันสมัยและมีความสุขที่ได้ฟังและไม่เหงา นะคะ สาธุ

  8. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    คิดงานไม่ออก

    ได้รับการประสานให้ช่วยทำภาพประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องการเมือง คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ว่าให้ช่วยกันทำสื่อออกมาให้มาก และเราก็เห็นว่าก็มีการทำออกมาแล้วประมาณหนึ่ง เนื้อหาก็ใช้ได้แล้ว และยังไม่รู้ว่าจะต้องไปทำเสริมตรงไหนดี

    ทุกข์ : อยากทำงานนี้
    สมุทัย : พอเป็นงานแนวเร่งด่วน ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ ก็เห็นความสำคัญเป็นเรื่องที่น่าจะต้องช่วยกัน แต่ก็เห็นว่าภาพรวมที่พี่น้องทำกันมาก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ไม่รู้จะเสริมส่วนไหน คิดงานไม่ออก
    นิโรธ : จะได้ช่วยทำงานก็ได้ ช่วยได้ก็ดี ช่วยไม่ได้ก็ได้ คิดออกก็ทำ คิดไม่ออกก็ไม่ทำ สำคัญอยู่ที่ใจไม่ทุกข์ว่าจะได้ทำหรือไม่ได้ทำก็ได้
    มรรค : ไม่รีบ ไม่เร่ง วางใจ ติดตามข้อมูลไปก่อน คิดไม่ออกก็วางไปก่อน ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมมากพอที่จะมาสังเคราะห์ได้ค่อยว่ากัน พอวางไปก่อนว่าไม่ทำก็ได้ไม่เห็นเป็นไรเลย งานที่มีอยู่ก็พอเป็นพอไปแล้ว สุดท้ายพอวางไปแล้วก็ได้มาสังเกตว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องของทางกองทัพธรรมที่ออกมาประกาศคัดค้าน ยังไม่มีงานภาพของแพทย์วิถีธรรมเลย ก็เลยทำภาพประกอบของแพทย์วิถีธรรมไปนำเสนอหมู่ สรุปคือเมื่อเราวางไม่ยึดมั่นว่าต้องทำไปก่อน แต่พอคิดงานออกก็กลับมาทำได้ พร้อมทำ พร้อมวาง พร้อมปรับเปลี่ยน ไม่ยึด เป็นความเบาสบาย

  9. พรพิทย์ สามสี

    เวลามีงานศพตอนเย็นเจ้าภาพก็นิมนต์พระมาสวดศพพระต้องมาสวดทุกวันสวดทุกครั้งก็ต้องใส่ซองให้พระที่สวดทุกครั้งบางวันมีญาติเพื่อนฝูงผู้ตายมาร่วมในงานศพแจ้งว้าจะสวดให้ผู้ตายบางวันสวด2-3 ครั้งเขาเรียกอีกชื่อว่าสวด 2-3 เตียง ก็ต้องใส่ซองให้ทุกเตียง เรามีความรู้สึกว่าเศรษกิฐแบบนี้คนยังไม่เข้าใจการทำบุญ ทำกุศลที่ถูกต้องถูกตรง ทำมานมนานทำให้คิดไปว่าจะต้องใช้เงินเป็นสะพานส่งให้คนตายกระนั้นหรือถึงจะทำให้คนตายได้บุญ แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
    ทุกข์ # ไม่มีใครมาช่วยแก้
    สมุทัย # ชอบที่จะให้ทำบุญด้วยเงินแบบพอดี ๆ สงสารและเห็นใจชาวบ้านบางคนที่ไม่ค่อยมีเงินแต่คิดอย่างเดียวว่าจะต้องทำบุญส่งให้คนตาย
    นิโรธ # การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเรา
    เป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออันล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส
    คือความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา
    และทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา ช่วยอะไรใครไม่ได้ก็วางให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละคน ใครจะคิดเป็นไม่เป็นใจเราก็ยินดีในความไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์ไร้กังวล
    มรรค # เดียวนี้อะไรๆชาวโลกเขาก็คิดเป็นเงินหมดดีนะที่เราได้มาพบแพทย์วิถีธรรมได้เข้าใจธรรมะที่ถูกต้องถูกตรง
    เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง ให้อยู่สภาพที่ดีที่สุด
    เท่าที่พึงทำได้ ให้โลกและเราได้อาศัย
    ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับไปเท่านั้น จงเบิกบาน เบิกบาน
    และเบิกบาน .อย่างเป็นอมตะธรรม

  10. ปิ่น คำเพียงเพชร - Nang Khan Noon

    เรื่อง : ไม่อยากเป็นแรงเหนี่ยวนำให้คนอยากมีลูก

    เนื่องจากหลานสาวส่งการ์ดเชิญมา เชิญให้ไปร่วมงานฉลองต้อนรับและครบรอบ 1 เดือนของลูกสาว (งานออกเดือน) ซึ่งปกติจะหลีกเลี่ยงการไปร่วมงานต่างๆ ที่จะทำให้เป็นแรงเหนี่ยวนำทำให้คนอยากมีตามเป็นตาม เช่น เรื่องครอบครัว เรื่องแต่งงาน เรื่องลูก เป็นต้น เพราะรู้ว่าเราก็จะได้รับวิบากด้วย แต่ประเมินดูแล้ว ถ้าไม่ไป หลานสาวจะน้อยใจเพราะเราเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวของเขาที่นี่ แล้วเขาก็นับถือเราเหมือนพี่สาวแท้ๆคนหนึ่งที่สนิทกันมานาน ก็เลยคิดใหม่ว่า เราไปเพื่อเชื่อมจิตวิญญาณของหลานสาว เราไม่ไปเพื่อจะไปยินดีในการมีลูก ไม่ได้ไปเพื่อส่งเสริมให้คนอยากมีลูก สรุปก็เลยไป

    ทุกข์ : ไม่อยากไปร่วมงานออกเดือนหลาน
    สมุทัย : ไม่อยากเป็นแรงเหนี่ยวนำให้คนอยากมีลูกมีครอบครัวตาม เพราะรู้ว่ามันจะมีวิบากผูกรัดทำให้เป็นอิสระจากชีวิตคู่ได้ยากยิ่งขึ้น
    นิโรธ : ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ เราจะไม่กังวลไม่ทุกข์ใจ
    มรรค : ตั้งจิตว่า เราไปเพื่อเชื่อมจิตวิญญาณของหลานสาว เราไม่ได้ไปเพื่อฉลองเพื่อยินดีแสดงความยินดีที่เขามีลูก เมื่อไปถึง ก็วางใจไม่ชอบไม่ชอบไม่ชัง พูดคุยกันพอประมาณ เมื่อเขาเอาหลานมาให้อุ้มก็รับมาอุ้ม แต่ไม่ปรุงต่อว่าน่ารักหรือน่ามีตามจัง อุ้มพอให้รับรู้น้ำใจกันแล้วก็ส่งคืน สักพักก็ขอตัวกลับ ส่วนเรื่องใจเราที่ไม่อยากเป็นแรงเหนี่ยวนำไม่อยากมีวิบากที่จะทำให้คนอยากมีลูกมีครอบครัวตามนั้น ก็วางใจ ทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว หากจะมีวิบาก ก็จะเบาบางที่สุด เพราะเราชัดเจนว่าเราไม่ได้ไปเพื่อส่งเสริมกิเลสเขา ไม่ได้พูดจาหรือทำอะไรที่เป็นการส่งเสริมทำให้คนอยากมีอยากเป็นตาม เราไปเพื่อเชื่อมจิตวิญญาณหลานสาว ทำดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จริงเท่าไหร่ก็วางใจเท่านั้น เมื่อพิจารณาอย่างนี้ ก็รู้สึกสบายใจขึ้น ทุกข์ลดลง หากจะมีวิบากบ้างก็ยินดีรับด้วยใจที่ไม่ทุกข์ เพราะเราก็เคยเป็นมาเคยส่งเสริมมา อย่าไปพูดถึงชาติก่อนๆเลย แค่ชาตินี้ก็เคยเป็นมาเคยส่งเสริมมาอยู่แล้ว

  11. น.ส ชรินรัตน์ ชุมจีด (น้ำน้อมศีล)รหัส 6112008004

    ส่งการบ้าน ทุกข์อริยสัจ
    เรื่อง อยากช่วยให้พี่คนหนึ่งให้ได้ไปบำเพ็ญค่ายพระไตรปิฎกที่ภูผาฟ้าน้ำ
    มีพี่ท่านนึงเราเห็นถึงความตั้งใจของท่านว่ามีความปสงค์ที่จะไปภูผาฟ้าน้ำ(อยากไปมาก)และคิดว่าถ้าชาวยให้พี่เค้าไปค่ายได้จะสามารถช่วยพี่เค้าได้เรื่องทางอารมณ์และเรื่องต่างๆ(พี่เค้ามีภาวะเรื่องอารมณ์สองขั้ว)จากการที่ได้คุยกันท่านบอกว่าโรคดีขึ้นได้เพราะได้ฟังธรรมะอาจารย์ค่ะจึงได้สังเคราะห์กันของมติหมู่กลุ่มของจ.ตรังว่าพวกเราจะช่วยให้พี่แกได้ไปค่ายจึงโทรสังเคราะห์กับพี่น้องหลายท่านและแจ้งไปในหมู่กลุ่มใหญ่(สวน2)หมู่กลุ่มใหญ่ๆสังเคราะห์กันแล้วก็ได้อนุมัติให้ไปได้
    แต่หลังจากหมู่กลุ่มอนุมัติเหมือนมีมาตลีเทพสารถีมาเตือนพวกเราอยู่2เรื่องเพราะแทมก็ได้โทรไปคุยกับพี่เค้าๆพูดคุยออกมาแล้วทำให้เรารู้สึกได้ว่าถ้าพี่เค้าไปกับเราแล้วเราฐานของเราน่าจะเอาพี่เค้าไม่อยู่จากที่เมื่อก่อนเราพูดอะไรท่านจะหยุดฟังและเรื่องที่สองคือพี่แกได้ส่งข้อความบางอย่างไปในไลน์ของพี่จิตอาสาจ.ตรังอีกท่านซึ่งพี่แกส่งให้ผิดคน
    พวกเราจึงสังเคระห์กันอีกครั้งมติหมู่กลุ่มจึงเปลี่ยนให้พี่แกบำเพ็ญอยู่รอบนอกไปก่อนพี่แกก็ยินยอมดีค่ะ
    ทุกข์. เกิดจากความอยากความยึดมั่นถือมั่น
    สมุทัย.ถ้าเราช่วยเค้าได้ก็สมใจสุขใจช่วยไม่ได้้ก็ทุุกข์ใจ
    นิโรธ.ช่วยได้ก็ได้ช่วยไม่ได้ก็วางใจได้ใจก็ไม่ทุกข์วางดีให้ได้ ใครจะได้รับผลอย่างไรก็อยู่ที่อุกศอกุศลของแต่ละชีวิตตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวต
    มรรค.พิจารณาโทษของความอยากความยึดมั่นถือมั่นวางดีทำดีที่ทำได้อย่างไม่ยึดมั่นถือมั่น
    อย่าแบกชีวิตคนอื่น อย่าทำผิดหน้าที่ อย่าทำเกินหน้าที่ ถ้าเขาไม่ฟังเราให้เขาเป็นให้เขาทำอย่างที่เขาต้องการจะทำปล่อยวางให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิต ถ้าเราพยายามแล้ว สอนแล้ว เตือนแล้วแต่เขายังไม่ฟังเราไม่ใช่สัตบุรษของเขา หน้าที่เรา คือ ทำเต็มที่เต็มแรงอย่างรู้เพียรรู้พักแล้วปล่่อยวางให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละชีวิติ
    และเราเองก็ตั้งศีลเพิ่มศีลให้ยิ่งขึ้น ทำดีทีตน ช่วยคนที่เขาศรัทธา
    สาธุ.

  12. พรนภา บุรณศิริ

    เรื่อง : ทำของมีค่าและจำเป็นสำหรับเราหาย

    เมื่อ 15 กค 2563 ได้ใส่เครื่องฟังหูข้างขวาแล้วขึ้นมาปฏิบัติธรรมที่ภูผาฟ้าน้ำได้ 20 กว่าวันก็มีเหตุให้ต้องลงไปทำธุระที่บ้าน แล้วก็ทำเครื่องฟังหูข้างขวาตกหายไปข้างถนนราคา16,000 บาท ต้องแจ้งความหายจึงจะทำใหม่ได้

    ทุกข์ : จากการทำของมีค่าและจำเป็นหาย และกังวลว่าจะไม่มีเงินซื้อใหม่ การได้ยินจะไม่ค่อยดี

    สมุทัย : กังวลว่าจะไม่มีเงินซื้อใหม่ การได้ยินจะไม่ค่อยดี การทำเครื่องฟังราคาแพงหายไปและมีความอายที่จะบอกหมอว่าเราทำของหาย มีความกังวลว่าจะไม่มีเงินซื้อใหม่และกลัวว่าการได้ยินจะไม่ดีพอ

    นิโรธ : ของจะหายก็ได้ ไม่หายก็ได้ ได้ซื้อใหม่ก็ได้ ไม่ได้ซื้อใหม่ก็ได้ อย่างไรก็จะใช้เท่าที่มีอย่างไม่ทุกข์ใจ

    มรรค : ทำใจว่าหายก็ไม่เป็นไร ใช้หูข้างซ้ายข้างเดียวตามเดิม ไปพบแพทย์ก็บอกราคาเครื่องและเห็นว่าเราก็ไม่อยากซื้อใหม่เท่าไหร่ แพทย์ก็บอกว่าข้างขวาก็ช่วยแค่รับฟังว่าเสียงมาทางไหนเท่านั้น และกลับมาบ้านพ่อบ้านก็บอกว่าจะให้เงินไปทำใหม่ถ้าอยากจะทำ รวมทั้ง อ.หมอเขียวเคยบอกว่าอยู่ที่ภูผาไม่ต้องใช้หูใช้แต่แรงงาน ทำใจได้ใส่เครื่องฟังข้างซ้ายข้างเดียวตามเดิมอย่างไม่กังวล ไม่หวังผลว่าจะได้ใส่อันใหม่หรือไม่ได้ใส่ คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเราทำมา แล้วกลับขึ้นมาปฏิบัติธรรมที่ภูผาฟ้าน้ำต่ออย่างผาสุข เบิกบาน แจ่มใสและไร้กังวล

  13. นาง โยธกา รือเซ็นแบรก์

    20 กันยายน 2563
    สภาวะธรรม/ทุกข์อริยสัจ
    อริยสัจ ๔ ปฏิบัติอริยศีล จนเกิดอริยปัญญา
    ทุกข์:เพราะ สังขารไม่ไหวแต่ใจยังห่วงงานที่ทำค้างอยู่ไม่อยากให้เป็นภาระของพ่อบ้าน
    สมุทัย : ก้มเร็วผิดท่าทำให้เป็น ยอกนาน2อาทิตย์ และต่อยาว3 และ4 อาทิตย์เริ่มีอาการ หนาวสั่นท้องเสียอาเจียนปวดท้อง แต่ไม่เป็นไข้ ประคบ ดึ่มน้ำ 4พลัง กดจุด กัวซา ยาเม็ดเลิศธรรมะรักษาโรคตั้งศีลสู้ ไม่กลัวเป็น ไม่กลัวตาย และภาวนาพุทโธ ตลอดเวลาเข้มข้น 4วัน เสาร์ -อังคาร ทานน้ำ อาหารไม่ได้เลย น้ำลงไปอาเจียนออก ปวดท้อง ท้องบวม ดีท๊อกทุกวัน ช่วยระบายพิษ วันจันทร์เย็นหมดแรงข้าวต้ม หนาวสั่นเห็นตัวเอง สั่น ชักเหมือนกบ ที่กำลังจะตายแต่ยังไม่ขาดใจ คิดทบทวนอะไร ที่เรายังไม่ได้ทำ ห่วงใยแม่ น้อง ลูก พ่อบ้าน ไม่มี แต่!!!มีงานอย่างหนึ่ง ที่เรายังไม่ได้ทำ
    และเพิ่มปัญหากับพ่อบ้านแน่นอน ถ้าไม่ทำไว้.
    ชอบ-ที่ จะทำงานให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ชอบที่งานไม่เสร็จ เรียบร้อย. หลังจาก อาการชัก พอสมควรวิบากผ่อนลงตั้งใจว่าจะทำงาน ที่ทำค้างอยู่จึงเอางานมานอนทำ คุณพ่อบ้านถามว่าทำอะไร ? ตอบงานค้าง ไม่อยากมีอะไรค้างคาใจ ทำงานไป ประมาณ 30-40นาที อาการหนาวสั่น เริ่มเหงื่อออก ท่วมตัว ทำงานต่อแต่ยังไม่เสร็จ อย่างที่ตั้งใจ .
    นิโรธ: งานจะเสร็จก็ได้ ไม่เสร็จก็ได้
    มรรค: พิจารณา และบอกใจตัวเองว่าจะไม่ทิ้งภาระและปัญหาให้พ่อบ้านเป็นบาป ผิดศีล .แต่ก่อนไม่เคยกลัวบาปกลัวผิดศีล นึกถึง สัตว์มากมายโดยเฉพาะ กบ อิ่ง ที่เราทำร้าย เอาชีวิตเขามาต่อชีวิตเรากินไข่ ลูก ของเขาด้วย และกว่าเขาจะตาย เจ็บปวด ทรมาน เหมือนเรา ตอนนี้ ชีวิตใครๆก็รัก เขาไม่มีโอกาสต่อรองเลย กราบขอโทษ ขออโหสิกรรมแก่ สัตว์ที่เรา คิดเอาเองเองว่าเขาเป็นอาหารของเราและเราได้รับรู้ความเจ็บความปวด กำลังจะตายว่าเป็นเช่นไร. เจริญภาวนาและบททบทวนธรรมไม่โกรธ ไม่กลัวเป็น ไม่กลัวตาย ไม่กลัวโรค ไม่เร่งผล ไม่กังวล ไม่หวั่นไหว ตายก็ให้มันตาย ไปเกิดใหม่จะทำดีต่อ ,สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา .และเจริญภาวนาตลอด และได้เห็นการพัฒนาทางจิตวิญญาณของตัวเอง เข้มแข็งขึ้น ไม่ห่วงใคร เพราะสุดท้ายเราก็ไปคนเดียวจริงๆนอนเป็นผักทำอะไรไม่ได้มีข้าว มีน้ำ ก็กินไม่ได้. แต่ทำเต็มที่แล้ว **ที่สำคัญคือ”ใจ”ที่ไม่กลัวตาย
    วันรุ่งขึ้นลูกชายพาไปหาหมอ หมอฉีดยา แก้อาเจียน ก็ดีขึ้นตามลำดับ .
    กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอเขียวที่สอนยาเม็ดเลิศ ธรรมะรักษาโรค
    กราบขอบพระคุณพี่น้องหมู่มิตรดีที่ส่งพลังใจ
    กราบขอบคุณตัวเองที่มีชีวิตใหม่ จะพากเพียรทำดีต่อไป .กราบขอบคุณวิบากร้ายที่ได้ชดใช้
    กราบสาธุค่ะ เจริญธรรมสำนึกดีค่ะ.

  14. สำรวม แก้วแกมจันทร์

    เรื่อง: “ชอบกินข้าวเหนียว”
    เนื้อเรื่องย่อ : เนื่องด้วยที่ตัวเองชอบกินข้าวเหนียวมากๆ มาตั้งแต่เด็กๆ แม้ว่าใช้ความพยายามในการ ลด ละ มาตามลำดับๆ แต่ยังเลิกเด็ดขาดไม่ได้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปตลาด เดินผ่านแม่ค้าขายข้าวเหนียวไก่ทอด ไม่กินไก่ทอดแล้ว คือไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิดได้แล้ว ไม่ชอบ-ไม่ชัง กับรสชาติของเนื้อสัตว์ได้แล้ว แต่ด้วยใจที่ชอบกินข้าวเหนียวเปล่าๆ จึงซี้อ 5 บาท ใส่ตะกร้าหิ้วมาบ้าน พอถึงหน้าบ้านวางตะกร้าลงบนพื้นทรายหน้าบ้าน แล้วก้มลงเก็บมังคุด2-3ผล ที่หล่นอยู่ใกล้ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็น หมากำลังคาบห่อข้าวเหนียววิ่งไป เห็นข้าวเหนียวหล่นตุ๊บลงบนพื้นทรายทันที หมาคาบได้แต่กระดาษเปล่าๆ ที่ห่อข้าวเหนียวมา ตอนนั้นใจเราก็คิดเห็นใจหมานะ ที่มันทำกิริยาเช่นนั้นเพราะมันหิว จึงไม่โกรธหมา ไม่โทษหมาแต่อย่างใด แต่ด้วยที่ตัวเองชอบกินข้าวเหนียว จึงก้มลงหยิบข้าวเหนียวอย่างบรรจงค่อยๆ เอาไปล้างน้ำ แล้วเอาไปนึ่งใหม่ ด้วยความชอบ จึงเอามาเคี้ยวกิน แต่ปรากฎว่า คำแรกก็เจอทรายกินไม่ได้ต้องคายทิ้ง คำที่สองเคี้ยวไม่ได้อีกต้องทิ้ง ถึงคำที่สามก็ต้องคายทิ้ง
    ทุกข์ : ทุกข์เพราะผิดหวังไม่ได้กินข้าวเหนียวของชอบ
    สมุทัย: ความผิดหวังที่ม่ได้กินข้าวเหนียว เป็นทุกข์
    นิโรธ : ไม่ขอบ-ไม่ขัง สบายใจเป็นพอ
    มรรค : พิจารณาใคร่ครวญ ตัวชอบ เป็นกิเลส กินก็ได้ไม่กินก็ได้ เมื่ไหร่ควรกินให้เป็นประโยชน์ เมื่อไห่กินแล้วเป็นโทษไม่ควรกิน

    เมื่อได้พิจารณาซ้ำๆๆๆ ในการต่อสู้กับ”กิเลสตัวขอบกิน” ก็สนุกดี ยังต้องต่อสู้อีกต่อไป แต่จะมีความผาสุกเบิกบานมากขึ้นตาลำดับ

  15. ขวัญจิต เฟื่องฟู

    อริยสัจ 4
    เรื่อง กังวลว่าส่งงานไม่ทัน

    ช่วงนี้มีส่วนตัวงานเยอะ และทำงานพี่น้องมาหลายอย่าง ก็เห็นกิเลสตัสเองที่อยากทำหลายๆอย่างให้เสร็จ ทั้งงานส่วนตัวเเละงานกลุ่ม และรู้ตัวเองว่าพักซักนิดน่าดีขึ้น

    ทุกข์ กัวงลว่าจะส่งงานไม่ทัน
    สมุทัย ตื่นขึ้นมาตอนเช้า เเล้วคิดว่าวันนี้ควรจะทำอะไรบ้าง ก็เห็นว่าตัวเองมีงานค้างหลายอย่างที่อยากทำ อยากส่งงาน อยากทำ ขณะที่คิดก็มีตัวกังวลว่าจะเสร็จทันไหม? จะทำทันไหม?
    เดี๋ยวเราต้องออกไปกับพ่อบ้านอีก เเล้วก็มีความรู้สึกว่าตัวเองเเรงตก มีอาการเพลีย

    นิโรธ ไม่ว่างานจะเสร็จหรือไม่ จะไม่ทุกข์ ไม่กังวล

    มรรค ตั้งสติ ดูตัวเอง เห็นว่าตัวเองเเรงตกก็ทำยาเม็ดที่ 9 คือรู้เพียร รู้พัก พอตื่นขึ้นมามีเเรงก็มาเขียนการบ้านส่งประจำหลายสัปดาห์ ที่ได้ตั้งศีลไว้ว่าจะส่งการบ้านทุกอาทิตย์
    และเตรียมทำงานที่ค้างไว้ด้วยใจเบิกบาน ทำงานไปเรื่อยๆ รอออกไปข้างนอกพร้อมพ่อบ้านด้วยใจที่ผาสุข คำสอนของท่านอ.ก็ลอยมา….ความสำเร็จของงาน ไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน ความสำเร็จของงานอยู่ที่ผลสำเร็จของใจ ขณะนี้ใจคลายกังวล หานฝยไปเเล้วคะ จะเสร็จก็ได้ ไม่เสร็จก็ได้ สาธุค่ะ

  16. นงลักษณ์ สมศรี

    เรื่อง การคาดเดาใจคนอื่น
    ได้รับหน้าที่ประสานงานค่ายสุขภาพออนไลน์ ทางต่างประเทศได้ให้ข้อมูลและแบ่งงานกับพี่น้อง ค่ายแรกทุกท่านก็กระตือรือล้น ร่วมพลังกันเป็นอย่างดี แต่มาถึงครั้งที่2 พอถึงกำหนดวันส่งคลิปกันแล้ว แต่เพื่อนบางท่านเงียบไปไม่ตอบไลน์ก็เริ่มกังวลเลยคาดเดาใจเพื่อน จนเกือบจะเข้าใจผิดกัน

    ทุกข์ เพราะยึดงาน กังวลว่าเพื่อนโกรธ
    สมุทัย กังวลว่าเพราะเพื่อนไม่พอใจเรา เลยไม่ส่งคลิป
    เราไม่มีเจตนาอย่างนั้น ติดต่อไปทางไลน์ส่วนตัว มาปรุงต่อว่า งานที่ทำเป็นกลุ่ม อยู่กัน
    คนล่ะฟากฟ้า เป็นเพราะเราประสานงานบกพร่องจึงไม่ได้ใช้คลิปครั้งก่อน ถ้าเพื่อนไม่
    ให้ความร่วมมือ งานอาจจะพังหรือจะมาเติมคลิปกันเอง ปรุงเสร็จ รสชาติมันไม่อร่อย
    นิโรธ วางใจเรื่องงาน มีคลิปก็ได้ไม่มีก็ใช้ของเดิม สำนึกผิดได้ก่อน เพื่อนจะเข้าใจผิดก็ได้
    ทำดีแล้วให้โดนด่าให้ได้

    มรรค พอสบายใจ ความผาสุกกลับมา ได้รับคำตอบว่าเพื่อนกำลังเจอวิบาก จึงได้เห็นกิเลสที่
    ไปเดาใจเพื่อน พอรีบวางและทำความเข้าใจมีความเมตตาต่อกัน ทุกอย่างมันง่ายขึ้น
    พอจับได้ว่าเรายึดดีเกินไปอยากให้ทุกอย่างได้ดังใจว่าครั้งนี้เราจะได้ทำงานง่ายขึ้น
    เสร็จทันเวลา พอไม่เอามายึด เสร็จก็ได้ไม่เสร็จก็ไม่เป็นไร ก็สัมผัสได้ว่าเบากาย
    เบาใจ เห็นความโง่ของตัวเอง ที่ไปอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา มันยังไม่ถึงเวลา
    เราโชคดีแล้วที่แม้งานจะพังแต่เรายังมีพลังของหมู่มิตรดีอยู่ ที่พร้อมจะเข้าใจและคอย
    ช่วยช้อนกัน

  17. จิตรา พรหมโคตร

    เรื่อง ชังพฤติกรรมของตัวละครผู้ชาย
    เนื้อเรื่อง ลูกสะไภ้มานอนที่บ้าน ประมาณ3ทุ่ม ลูกสะไภ้เปิดละครดู เป็นฉากแสดงผู้ชายกับผู้ชายชอบกัน ข้าพเจ้ารู้สึกชังพฤติกรรมผู้ชายในละครมาก กำลังจะหันหน้าหนีไม่ดู แต่นึกถึงคำสอนของพ่อครูว่าต้องมีผัสสะ จึงหันกลับมาดูอีกครั้งแต่ไม่ได้พิจารณา สักพักจึงตัดใจไม่ดูแล้วนอนเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้ามาฟังธรรมอาจารย์ วันใหม่ตื่นมาตี4กว่า เปิดฟังธรรมและช่วยลูกทำขนมจีบ ข้าพเจ้าทำน้ำสมุนไพรขาย ประมาณ11โมงทำกับข้าวสุขภาพและทานอาหารร่วมฟังอปริหานิยธรรม ด้วยความคิดดีทำดีในวันนี้ เป็นเหตุให้มาระลึกย้อนตรวจสอบความชังพฤติกรรมในตัวละครผู้ชายชอบผู้ชาย
    ทุกข์:ยึดดี เพราะอยากให้คนทำพฤติกรรมถูกต้อง
    สมุทัย:มีอาการชอบชังเกิดขึ้นในใจ จะชอบใจถ้าคนทำพฤติกรรมถูกต้อง ชังเมื่อคนทำพฤติกรรมไม่ถูกต้อง จึงมีอาการทุกข์เกิดขึ้น
    นิโรธ:คนจะทำพฤติกรรมถูกต้อง หรือไม่ถูกต้องก็ไม่ทุกข์ เพราะแต่ละคนมีกรรมเป็นของตน ใครก็ไม่อยากเป็น เราเมตตาขอให้คิดได้เร็วๆนะ
    มรรค:ตั้งศีลปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น พร้อมกับสู้กับเรื่องอาหาร กินมื้อเดียวเป็นบางวัน

  18. อรวิภา กริฟฟิธส์

    ความฟุ้งซ่าน
    อยู่ๆพ่อบ้านเขาก็ถามขึ้นมาว่าถ้าเทคโนโลยีเจริญกว่านี้ชีวิตมนุษย์จะเจริญกว่านี้มั้ยเราก็เลยตอบไปว่าถ้าไม่มีธรรมะมันก็มีแต่จะเสื่อมลงเท่านั้น เขาตอบกลับมาว่าไม่เห็นด้วยกับเรา แต่เขาอยากรู้ว่าอาจารย์หมอเขียวจะมีความเห็นอย่างไร เราก็ว่าอย่าว่าแต่อาจารย์เลย พระพุทธเจ้ายังหนีออกมาจากสิ่งที่ชาวโลกเขาเห็นว่าเจริญเลย แล้วก็บอกเขาไปว่าอย่าไปคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงเลยอยู่กับปัจจุบันนี้เวลานี้เถอะเพราะเป็นเวลาที่ที่มีพลังที่สุด มีฤทธิ์ที่สุด
    ทุกข์ อยากให้เขาอยู่กับปัจจุบัน ไม่ฟุ้งซ่าน
    สมุทัย ถ้าเขาเป็นอย่างที่เราต้องการจะสุขใจ ถ้าไม่เป็นอย่างที่เราต้องการจะทุกข์ใจ
    นิโรธ เขาจะเป็นอย่างที่เราต้องการหรือไม่ก็ได้เพราะเราเข้าใจเรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้ง มันเป็นวิบากกรรมเขา วิบากกรรมเรา
    มรรค ดูจิตใจของเราว่ามีอาการ ชอบชัง มั้ยที่เขามีความเห็นต่างจากเรา ก็ไม่มี คือเราก็เข้าใจว่าแต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน ช่วยได้ก็ช่วยช่วยไม่ได้ก็ปล่อยวาง เราก็ทำดีที่ทำได้ด้วยใจเป็นสุข

  19. นายรวม เกตุกลม

    เรื่อง เครื่องตัดหญ้าเสีย
    ได้ตัดหญ้าในสวนเพื่อจะได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยได้แบ่งการตัดหญ้าออกเป็น 2 ระยะช่วงแรกตัดได้เรียบร้อยด้วยดีพร้อมปลูกพอจะตัดช่วงที่ 2 ปรากฏว่าเครื่องตัดหญ้าสตาร์ทไม่ติด
    ทุกข์:หงุดหงิด ทุกข์ใจ
    สมุทัย:ยึดดี ไม่ต้องการให้เกิดข้อบกพร่อง ชอบที่งานเดินไปตามที่เราได้คิดไว้ ชังถ้างานที่ทำไม่สำเร็จพองานไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้คิดไว้จึงเกิดอารมณ์หงุดหงิด
    นิโรธ:งานสำเร็จหรือไม่ เราก็จะไม่หงุดหงิด ไม่ทุกข์ใจ
    มรรค:ต้องยอมรับความจริงตามความเป็นจริง โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ ตัวเราเองก็มีความพร่องอยู่ ทำไมเครื่องตัดหญ้าจะเสียบ้างไม่ได้เชียวหรืพลาดก็ได้ พร่องก็ได้ สบายใจจริง ฉลาดที่สุด

  20. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง ยุ่งจริงๆ
    ใกล้วันเดินทางไปภูผามีการเตรียมงานต่างๆทั้งในสวนและในบ้านซึ่งมีหลายสิ่งหลายอย่างมากงานนั้นก็ต้องทำ งานนี้ก็จำเป็น งานโน้นก็น่าทำ งานค้างก็ยังมีอยู่ แถมมีงานเร่งด่วนเข้ามาเป็นระยะๆจนไม่รู้จะทำงานไหนก่อนดีเพราะในความเป็นจริงทำได้ไม่สำเร็จทุกงานในเวลาเดียวกันและจำกัด
    ทุกข์:อึดอัดใจ ไม่เบิกบาน
    สมุทัย:ยึดดีให้ได้ดั่งใจว่างานต้องทำได้สำเร็จไปทุกๆอย่าง ทั้งงานในบ้านในสวนตามที่คิดไว้แต่ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ตามที่คิด
    นิโรธ:งานจะสำเร็จ หรือไม่สำเร็จก็สบายใจ เบิกบานใจ ไม่อึดอัด
    มรรค:ตั้งไว้ว่าจะทำงานในทุกส่วนให้สำเร็จในเมื่อทำได้ไม่สำเร็จทุกงานเราก็ยินดีแม้งานนั้นจะทำไม่สำเร็จหรือบางงานยังไม่ได้ทำเพราะงานทำสำเร็จหรือทำไม่สำเร็จแต่ใจไม่อึดอัดถือว่างานสำเร็จแล้ว

  21. ชุติวรรณ แสงสำลี

    เรื่อง มือหายชาเพราะผลดีการบำเพ็ญกิจตน-กิจท่าน
    เนื้อเรื่องย่อ รู้สึกมีปิติที่มีพี่น้องพวธ.จิตอาสาภาคกลางเข้ามารวมพลังบำเพ็ญกันที่สวนป่านาบุญ9ในวันที่ 18-19กันยายนนี้มีกิจกรรมจัดบันทึกสาธิตยาเม็ดที่2ทำเทปค่ายออนไลน์ และบำเพ็ญพื้นที่ฐานกสิกรรม พี่น้องมารวมพลังกันรวมกับพี่น้องในพื้นที่ รวมพลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นความประทับใจเหมือนมีค่ายเกิดขึันจริงๆ เป็นบรรยากาศที่รอคอย ที่จะได้ช่วยเหลือมวลมนุษยชาติอีกครั้งในรูปแบบที่เคยทำ
    รู้สึุกซาบซึ้งในคุณงามความดีของพี่น้องที่เดินทางมาไกลและยังต้องเผ้าระวังเรื่องโควิดอีก แต่พี่น้องก็มาด้วยใจผาสุกพร้อมกับรอยยิ้ม ความเบิกบาน ตัวเราเองก็มีความสุข ถึงแม้เวลาที่ผ่านมาไม่ได้จัดค่าย เราเองก็มีความสุขอยู่แล้วที่ได้มีโอกาสอยู่ในพื้นที่ได้บำเพ็ญขุดดินปลูกผัก รดน้ำต้นไม้ทุกวัน สิ่งนี้ก็เป็นกุศลที่เราพอทำได้เพื่อจะได้มีอาหารไว้กินและแบ่งปัน แต่ก็เพียรมากไปหน่อย มีอาการมือเกร็ง แข็งและชา
    ทุกข์ : มือเกร็ง แข็ง ชา 3 วัน (15-17)
    สมุทัย : รักษาดูแลตนเองใช้ยา 9 เม็ด แต่มือยังไม่หายรู้สึกทำใจเฉยๆ
    นิโรธ : ใช้บททบทวนธรรม “ทำใจว่าหายเร็วก็ได้ หายช้าก็ได้ หายตอนไหนช่างหัวมัน”
    มรรค :ตั้งศีลมาปฏิบัติ ทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส และกินอาหารสูตร1พลังพุทธ แม้ต้องทำครัวทำอาหารปรุงบ้างนิดหนึ่งให้พี่น้อง แต่เราก็ไม่ได้กินอาหารปรุงใดๆเลยเป็นการบำเพ็ญหน้าที่กิจตน -กิจท่าน ทำอาหารปรุงไปด้วย ชำระกิเลสไปด้วย
    ด้านจิตใจที่ต้องสังวรณ์ศีล เป็นช่วงเวลามีพี่น้องเข้ามาบำเพ็ญเราได้ทำความดีมากพอหรือยังที่จะให้คนดีเข้ามารวมพลังกับเรา พากเพียรกำจัดกิเลสและดูแลตนเองไม่ย่อท้อ ไม่เร่งผล ไม่กังวล หยิบไม้กัวซาที่มีเหรียญเสียบอยู่มาทำพร้อมกับน้ำมันสาบเสือมานวดที่นิ้วมือ วันนี้ตาดีจับกิเลสได้ และจึงสังเกตเห็นว่า ฝ่ามือขวาเรามันด้านตรงนิ้วนางมันนูนและกดทับร่องเส้นนิ้วข้อมือ ก็เลยกัวซาซ้ำๆไม่กีนาที รู้สึกมือหายเกร็ง แข็ง และหายชาไปเลย มือก็กลับมาเป็นปกติได้ทันเวลาวันที่มีกิจกรรมกับพี่น้องค่ะ
    ขอขอบพระคุณพี่น้องที่ได้ให้มีโอกาสร่วมบำเพ็ญในพื้นที่และอาจารย์หมอเขียวที่ได้ส่งพี่น้องเข้ามารวมพลังจัดทำบันทึกกิจกรรมเตรียมค่ายออนไลน์ และบททบทวนธรรมพาพ้นทุกข์ได้สำเร็จด้วยใจเราเองมีฤทธิ์แรงและเร็วค่ะ
    17 กันยายน 61

  22. ณ้ฐพร คงประเสริฐ

    ช่วงวันหยุดนี้ฝนตก เกิอบตลอดวัน มีนัดทำฟันตอนเช้า ให้ลูกนำผ้าขาวไปแปรงซักคราบปกเสื้อก่อนนำเข้าเครื่องซักผ้า แต่พอกลับมาถึงบ้านใกล้บ่ายโมงแล้วลูกยังซักไม่เสร็จจึงยังไม่ได้นำเข้าเครื่องซักผ้า แวบนึงใจรู้สึกหวั่นไหว ร้อนใจอยากให้รีบซักรีบตากจะได้แห้งเร็วนำมารีดได้ช่วงเย็นได้ และเพราะแดดมีน้อยด้วย
    ทุกข์;หวั่นไหว ร้อนใจ อยากให้ลูกทำตามที่ยึดที่อยากเร็วกว่านี้
    สมุหทัย;ชอบถ้าลูกทำตามที่ต้องการจะสุขใจ หวั่นไหว ร้อนใจถ้าลูกไม่ทำตามที่ต้องการ
    นิโรธ;ลูกจะทำตามไม่ทำตาม จะทำเร็วทำช้า ก็สุขใจ
    มรรค;เห็นกิเลสตัวไม่ได้ดั่งใจโผล่ขึ้นมา ตัวหวั่นไหว ตัวร้อนใจ ตัวสงสัยว่าลูกลืมหรือเปล่า คำถามในหัวเถึยงกันมากมาย แต่ใจเรากำลังดูเขากระเพื่่อม และรู้ชัดว่าเป็นกิเลส ก็รีบล้างใจ ด้วยการใช้คำคมเพชรจากใจเพชรของอาจารย์หมอเขียวว่า “….. เท่านี้ก็ดีมากแล้ว” กิเลสก็วิ่งหนีไป แม่ลูกก็ช่วยกันอย่างผาสุก แถมมีพลังขัดพื้นต่อได้อีก ไม่หลงโง่เสียพลังให้กิเลสนาน ดีใจจังไม่ได้ดั่งใจ วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล สาธุ

Comments are closed.