630906 ความจริงและความลวง (2/2563) [2]

630906 การบ้าน ความจริงและความลวง (2/2563)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน ความจริงและความลวง ประจำวันที่ 31 สิงหาคม – 6 กันยายน 2563 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

รวมผู้ส่งการบ้านในสัปดาห์นี้ 2 ท่าน

  1. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
  2. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

2 thoughts on “630906 ความจริงและความลวง (2/2563) [2]”

  1. ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

    รับแต่ของที่เขาให้

    ไปตลาดในเมือง เห็นแผงขายกล้วย ที่ขายอยู่เป็นประจำ ปกติไม่ได้ซื้อแผงนี้เพราะราคาค่อนข้างแพง แต่มีกล้วยเยอะ ก็คงมีอำนาจต่อรองสูงเลยล่ะนะ พอมองไปก็เห็นกล้วย 10 บาท ขนาดและความสุกก็พอสมราคาอยู่ แต่พอไปซื้อจริงเขาก็ว่า 10 บาท ฝั่งด้านนี้ (เปลือกเริ่มดำ) ดู ๆ ไปก็เหมือนการลวงอยู่เหมือนกัน แต่เขาอาจจะไม่ได้เจตนาวางป้ายให้สับสนก็ได้ ฟังแล้วก็พิจารณาเอาว่า 10 บาทกับผลไม้รองท้องระหว่างเดินทาง ปริมาณเท่านี้ มันก็ซื้อได้อยู่

    ผัสสะ : ราคาที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง
    ความลวง : ที่เราเหมือนจะเห็นว่ากล้วยที่พอดูได้นั่น (เปลือกยังไม่ดำ) มันไม่จริง ความจริงมันบิดเบี้ยวไปตามเหตุปัจจัยของเขาและเรา เราก็ดูเขาไม่ออก ลวงตัวเองไปในตัว คิดแง่ดีว่าคงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง
    ความจริง : ความจริงคือกล้วยสุกงอมคล้ำ 10 บาท ส่วนกล้วยเหลืองแพงกว่านั้น แม้ขนาดหวีจะเล็กเท่ากัน แม้ว่าป้ายราคาจะตั้งอยู่ระหว่างกล้วยทั้งสองรายการก็ตาม

    เหมือนกับหลาย ๆ อย่างในชีวิตที่มันมีความจริงและความลวงในตัวของมัน ที่เราเห็นว่าเขาให้ เอาเข้าจริงเขาอาจจะไม่ได้ให้จริงขนาดนั้นก็ได้ อาจจะมีขยับเล็ก ขยับน้อยจนถึงมากไปจากเดิมที่คุยไว้ อันนี้เราไม่มีวันรู้ได้เลยว่าใจของอีกฝ่ายคิดอะไร เราจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะความจริงที่อยู่ตรงหน้าอาจจะเป็นสิ่งที่ลวงก็ได้ แล้วเราก็หลงเชื่อไป เชื่อว่าคนอื่นเขาคนจริงใจ ไม่หลอก ไม่หมกเม็ด ฯลฯ พอเชื่อไป เราก็จะต้องเสียพลังงานส่วนหนึ่งในการลงทุนทำตามความเชื่อนั้น เช่น เชื่อว่าเขาดี เราก็ช่วยเขา สนับสนุนเขา ฯลฯ แต่ความจริงก็คือความจริง ความลวงก็คือความลวง ดังประโยคที่ว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” เราจะรีบปักใจเชื่อว่าใครจริงไม่ได้ตั้งแต่แรก หรือแม้แต่เขาแสดงความจริงใจ เชื่อใจ ศรัทธาเราก็ตามที ก็ใช่ว่ามันจะจริงอย่างที่เราเข้าใจ และถึงแม้มันจะจริง มันก็ไม่ได้จริงตลอดไป อย่างที่ใคร ๆ อยากให้มันเป็น

    ถ้าเราจะไปเอากล้วยสุกเหลือง 10 บาท นั่นแหละคือเรายึดติดกับความไม่จริง เพราะความจริงเขาจะขายกล้วยสุกงอมให้เราในราคา 10 บาท ต่างหาก ก็เหมือนกับความสัมพันธ์ การคบหา เกื้อกูลกัน มันก็จริงตามที่เขาให้นั่นแหละ จริงเท่าที่เขาให้จริงที่สุด นอกนั้นไม่จริง ดังนั้นถ้ายินดีในการรับแต่ของที่เขาให้เราแล้ว ก็จะไม่ทำให้ตัวเองทุกข์เลย

  2. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    ทางของเรา ที่ไม่ใช้ของเรา

    ระหว่างขับรถไปทำงาน พอถึงไฟแดงมีรถจอดรอเลี้ยวขวา เราเบี่ยงซ้ายเพื่อไปต่อได้ ซึ่งเป็นปกติของแยกนี้ ก็เปิดไฟเลี้ยวรอให้มอเตอร์ไซค์ผ่านไปก่อน พอจะเริ่มเบี่ยงมีรถมาด้วยความเร็วบีบแตรไล่เราไม่ยอมให้ทาง ซึ่งตอนแรกก็มองแล้วเห็นว่าเขาอยู่ไกลมาก แต่เขาเร่งมากเร็วและไม่ยอม เลยบีบแตรเพื่อเตือนเขาไป 1 ที แล้วรถคันนี้ก็ไปเบียดแย่งทางคันอื่นต่อ เพื่อตัวเองจะไปให้ได้เร็ว

    ผัสสะ : โดนเขามาแย่งทางไม่ยอมให้เราไปก่อน
    ความลวง : ถนนก็เล็ก เขาไม่ควรขับเร็วขนาดนั้น แล้วเราก็มาก่อนเราก็น่าจะได้ไปก่อน เขาแซงคิวนิ นิสัยไม่่ดี ต้องเตือนเขา
    ความจริง : เราไม่รู้เหตุผลเขาหรอกทำไมต้องขับเร็วขนาดนั้น เขารีบก็ปล่อยเขาไปเถอะ เราจะไปเอาอะไรจากเขาละ แก้เขาไม่ได้หรอก ดูที่เราดีกว่า เราทำถูกก็ดีอยู่แล้ว การไปบีบแตรเตือนเขาเขาอาจจะไม่พอใจก็ได้ อาจจะมาทำร้ายเราก็ได้ ก็แค่ยอมให้ได้ มันกรรมของเรา

Comments are closed.