630830 การบ้านอริยสัจ (3/2563) [7]

630830 การบ้านอริยสัจ (3/2563)

นักศึกษาสถาบันวิชชารามส่งการบ้าน อริยสัจ 4 ประจำวันที่ 24 – 30 สิงหาคม 2563 (อ่านที่มาและรายละเอียดเพิ่มเติมของการบ้าน)

รวมผู้ส่งการบ้านในสัปดาห์นี้ 7 ท่าน

  1. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์
  2. สุณิชานันท์ กาชัย
  3. จิราภรณ์ ตันใจเพชร
  4. วิลาวัลย์ ลือเรือง
  5. บัณฑิตา โฟกท์
  6. รวม เกตุกลม
  7. พรรณทิวา เกตุกลม

!?ปิดรับการบ้านวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้วันที่ 30 สิงหาคม 2563 ก่อนเที่ยงคืน ตามเวลาในประเทศไทย

?กรอกข้อมูลในช่องความคิดเห็นด้านล่าง

7 thoughts on “630830 การบ้านอริยสัจ (3/2563) [7]”

  1. ตรงพุทธ ทองไพบูลย์

    นอนดึก นอนไม่พอ

    ช่วงนี้นอนดึกขึ้นจากเดิม 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากมีการเรียนการสอนผ่านโปรแกรมออนไลน์ ร่วมไปถึงมีการประชุมออนไลน์ทำให้ช่วงนี้นอนดึก แล้วก็ตื่นสายขึ้น แต่นอนเท่าไรก็รู้สึกไม่พออยู่ดี ตื่นมาก็ไม่ค่อนสบายตัว มึนๆหัวเล็กน้อย งัวเงีย

    ทุกข์ : มีอาการง่วง ไม่สดชื่น
    สมุทัย : ไม่ชอบอาการที่ตัวเองไม่ค่อยสดชื่น ไม่ตื่น อยากได้ความสดชื่น นอนเต็มอิ่ม สบายตัว
    นิโรธ : จะสดชื่น หรือไม่สดชื่น ก็ไม่สำคัญ เท่ากับใจที่ไม่กังวลอะไร มีโอกาสทำดีก็ทำไปเท่าที่ทำได้ เท่าที่ทำไหว ไม่ยึดมั่นถือมั่น
    มรรค : พิจารณาเหตุตามความเป็นจริงว่าสิ่งที่เป็นเหตุให้นอนดึก คือเราทำสิ่งดีนะ ร่วมกับหมู่กลุ่มทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ จะเกินเวลาเล็กน้อยไปก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญ อาการที่เป็นมันก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดหรอก เรารู้เพียรรู้พัก ถึงเวลาพักก็ให้เต็มที อาการเหล่านั้นก็ดีขึ้นเอง ไม่อยู่กับปัจจุบันเอง เวลานี้ทำประโยชน์ได้ก็ทำไป เท่าที่ไว้ เท่าที่ได้ ก็ไปทำ แล้วถึงเวลาพักก็พักให้เต็มที่ก็มีอยู่แค่นี้ ทำประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน สลับกันไป ไม่ตึดไม่ยึดว่าจะเพียรหรือพัก ทำตามองค์ประกอบ ณ เวลานั้น

  2. สุณิชานันท์ กาชัย

    ชื่อเรื่อง : ขายน้ำสมุนไพร
    เนื้อเรื่อง : ทำน้ำสมุนไพรย่านางไปขายที่ตลาดสด เราสามารถเอารถซาเล้งเข้าไปจอดในจุดที่ขายหน้าตลาดได้ ไม่ปัญหาอะไร แต่ในไม่กีเดือนมานี้เจ้าของตลาดปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ ให้เอารถไปจอดไว้หลังตลาด แล้วเราขายของหน้าตลาดซึ่งมันไกลมาก ของเราเยอะและหนักมาก เข้าไปคุยกับเจ้าของตลาดว่่าเราขอทำแบบเดิมได้ไหมยกเว้นเราคนหนึ่งได้ไหม? เจ้าของไม่ยอมและทำท่าทางไม่พอใจเราอีก โอ้โห๋ !! ข้างในใจเรานะมีอาการขึ้นมาเลย ความขุ่นเคืองใจไม่พอใจเห็นเลยว่าใจเราคิดไม่ดีกับเจ้าของตลาด ถ้าไม่ขายก็ไม่มีรายได้ก็ต้องไปขายด้วยความไม่พอใจเจ้าของตลาดพอมาฟัง อ.หมอเขียวบรรยายว่า ความขุ่นเคืองใจ ความไม่ได้ดั่งใจ มันเป็นกิเลส เป็นเหตุแห่งทุกข์ มันไมีมีจริงหรอก มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไม่มีตัวตน แล้วในบททบทวนธรรม ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา เราต้องทำมาก่อนแน่ๆเลย พอคิดได้ดังนี้นะ ใจเราก็ผ่อนคลายความขุ่นเคืองใจ เจ้าของตลาดและมีใจให้อภัยเขา ใจเรานี้โล่งเลยเบาสบายมาก ผ่องใสไร้กังวลเลย
    ทุกข์ : เกิดอาการขุนเคืองใจ ไม่พอใจ ใจที่คิดไม้ดีกับเจ้าของลาด
    สมุทัย : มีผัสสะกับเจ้าของตลาด
    นิโรธ : อาการขุ่นเคืองใจไม่ได้ดั่งใจหายไปเกิดอาการใจผ่อนคลายโล่งเบาสบาย ผ่องใสไร้กังวล
    มรรค : พิจารณาตาม อ.หมอเขียวบรรยาย ความไม่ได้ดั่งใจ ความไม่พอใจ ขุ่นเคืองใจ มันเป็นกิเลส มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไมีมีตัวตน มันเป็นความลวง และพิจารณาว่า ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับโดยที่เราไม่เคยทำมา เราต้องทำมาแน่ๆเลย

  3. จิราภรณ์ ตันใจเพชร

    ชื่อเรื่อง : ขนมตาล
    เนื้อเรื่อง : วันหนึ่งขับรถเข้าไปทำธุระในตลาดสด ในใจไม่คิดที่จะซื้ออะไรเลยนะ ตอนเดินผ่านตลาด ตาเจ้ากรรมดันไปมองเห็นขนมตาลในถาดที่แม่ค้าวางขาย มีควันฉุยสีเหลืองทองมีมะพร้าวขูดโรยหน้า สีสันมันน่ากินมากๆเลย เท้าเดินเข้าไปใกล้ยิ่งได้กลิ่นหอมของขนมตาลอีก ปากบอกแม่ค้าทันที ขนมตาล 20 บาท คิดทีจะเอาไปกินที่บ้าน พอขับรถมาได้ครึ่งทาง กลิ่นขนมตาลโชยเข้ามาในจมูก มือก็เอื้อมไปหยิบขนมตาลทันที กำลังจะเข้าปาก มันแว๊บเข้ามาในความคิดว่ามันไม่ใช่เวลา แค่นี้วางขนมตาลเลย โดยไม่ห่วงหาอาลัยอาวรณ์ ขนมตาลอีกเลย สรุปคือ ไม่กินขนมตาลตอนขับรถ
    ทุกข์ : มีอาการอยากกินขนมตาล
    สมุทัย : มีผัสสะคือตามองเห็นขนมตาลแล้วชอบใจ
    นิโรธ : ไม่มีความอยากกินขนมตาลอีกเลย ด้วยใจทีไม่ห่วงหาอาลัยอาวรณ์ สบายวางได้ทันที
    มรรค : ทีแว๊บขึ้นมาในความคิดนั้นคือการตั้งศีลของเราในการประมาณในทุกๆเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นการประมาณในการบริโภคในเวลาที่ไม่ควรจึงทำให้เราหยุดทีจะเอาขนมตาลเข้าปากได้ ด้วยใจที่ไม่ห่วงหาอาลับอาวรณ์ในขนมตามอีกเลย

  4. วิลาวัลย์ ลือเรือง

    ชื่อเรื่อง : ไม่หยิบหมูทอดเข้าปาก

    เนื้อเรื่อง : เช้านี้ เข้าครัวทำกับข้าวให้คนในบ้านทาน เมนู หมูทอดกระเทียมพริกไทย หยิบหมูสามชั่นมาวางที่เขียงด้วยอาการที่เหม็นคาวไม่ชอบใจไม่ถูกใจ อยากจะผลักออก แต่อีกมือก็หยิบมีดขึ้นมาหั่นหมูเป็นชิ้นพอคำ ใส่ถ้วย ตามด้วยกระเทียมทุบละเอียด ซีอิ้วขาว พริกไทยใส่ลงไปขย๋ำๆ หมักทิ้งไว้ นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆทอดจนสุกตักใส่จาน สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นคือ จากกลิ่นเหม็นคาว ดับไป กลับมาเป็นกลิ่นหอมของหมูทอดที่ปรุงเสร็จแล้ว มันหอมมากๆเลย อยากกินๆๆๆ ทำไงดี น้ำลายสอเลย ทันใดนั้น ก็มีเสียงๆหนึ่งผุดขึ้นมาว่า นีเธอความหอมมันไมีมีจริงหรอกนะ ก่อนทอดยังเหม็นคาวเลย มันไม่เที่ยงมันไม่จริงนะมันลวง เป็นไงตอนนี้กลับหอมเพราะมีการปรุงแต่ง มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ ความหอมความเหม็นมันไม่มีจริงหรอก เข้าใจไหม? เนื้อสัตว์น่ะไม่ใช่อาหารของมนุษย์ผู้มีใจสูงนะ เธออยากเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูงไม่ใช่เหรอ? ผู้มีใจสูงต้องไม่กินสัตว์ทุกชนิดเลยด้วยรู้ไหม? ชอบความสมบูรณ์แบบไม่ใช่เหรอ? ถ้าเธอกินนะ ศีลข้อ ๑ เธอไม่สมบูรณ์นะคิดดูดีๆ อีกใจหนึ่งเหรอ!! ยอม ยอมๆ ก็ได้ ไม่กินก็ได้ กิเลสตัวนี้สลายหายไปเลย
    หมูทอดกระเทียมพริกไทยไม่มีโอกาสเข้าปากอีกเลย ผ่านฉลุยเช้านี้
    เย่ เย่ เย่ ไม่ได้ดั่งใจ วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล เย่ !!
    ยิ้มออกมาด้วยใจที่ผาสุกทีเอาชนะความอยากกินหมูทอดได้สำเร็จ เย่ !!

    ทุกข์ : เกิดอาการเหม็นคาวไม่ชอบใจในหมูสด เกิดอาการหอมชอบใจหมูทอดกระเทียมพริกไทย แล้วอยากกิน
    สมุทัย : มีผัสสะเป็นปัจจุบันกับหมูทอดกระเทียมพริกไทย แล้วเกิดอาการชอบใจ
    นิโรธ : ความดับโดยไม่เหลืออาการอยากกินหมูทอด เกิดอาการโล่งใจสุขใจที่ไม่เอาหมูทอดเข้าปาก
    มรรค : การพิจารณาไตรลักษณ์ ของกิเลส ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่มีตัวตนของอาการอยากกินหมูทอด (กิเลส) ชึ่งความอยากกินหมูทอดเกิดขึ้นตั้งอยู่สักพักก็ดับไป มันไม่มีตัวตนจริง และเราจะดับตัวตนของความอยากกินหมูทอดได้อย่างหมดจด เราต้องพิจารณาตอนมีผัสสะเป็นปัจจุบันเท่านั้น

  5. นางบัณฑิตา โฟกท์

    ชื่อเรื่อง : ตั้งศีลเลิกกินแตงโมจากซูเปอร์มาเก็ต
    ทุกข์ : อยากกินแตงโม
    สมุทัย : พ่อบ้านซื้อแตงโมมาฝาก เห็นอาการความอยากกินแตงโมเกิดขึ้นในใจเล็กๆยังมีความชอบในรสหวานเย็นของแตงโมแต่ก็ลดลงมากกว่าแต่ก่อน
    นิโรธ : คลายความชอบจากรสชาติของแตงโม /กินแตงโมด้วยความไม่ชอบไม่ชัง
    มรรค : ตั้งสติระลึกถึงศีลที่ตั้งมาปฏิบัติพิจารณาประโยชน์และโทษของแตงโม ประโยชน์คือ ถ้าเราจะกินก็เพื่อเอื้อจิตวิญญาณพ่อบ้านที่มีน้ำใจซื้อมาฝาก ท่านไม่รู้ว่าเราตั้งศีลเลิกกินแตงโม ท่านเคยเห็นเราชอบกินจึงซื้อมาฝาก จึงได้บอกกับพ่อบ้านว่า ขอบพระคุณมากค่ะที่มีน้ำใจซื้อมาฝาก จะกินเป็นครั้งสุดท้ายนะ เพราะรู้สึกว่าแตงโมที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาเก็ตมีสารเคมีตกค้างเยอะกินแล้วมีอาการไม่สุขสบายที่ตา จะกินผลไม้ที่ไม่มีสารเคมีตกค้างแทนเช่นแอปเปิ้ล พ่อบ้านก็เข้าใจ จึงตั้งจิตถึงครูบาอาจารย์ลาศีล ขณะกินแตงโมก็พิจารณาความชอบในรสชาตแตงโมเห็นว่าคลายความชอบลงได้กินแตงโมได้โดยไม่ชอบไม่ชังค่ะ90-95%และได้ตั้งศีลเลิกกินแตงโมสามเดือนหากจิตวิญญาณเข้มแข็งขึ้นจะเลิกต่อไปเรื่อยๆค่ะสาธุ

  6. นายรวม เกตุกลม

    เรื่อง ความไม่ยินดีในงาน
    ช่วงนี้มีงานในสวนให้ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่มีงานอื่นเข้ามาแทรก ทำให้เกิดความไม่ยินดีในงานใหม่
    ทุกข์ ไม่ยินดี
    สมุทัย ยึดมั่นถือมั่นในงานที่กำลังทำอยู่ว่า ถ้างานสำเร็จก็จะยินดี แต่ถ้างานไม่สำเร็จก็จะไม่ยินดี เมื่องานที่ทำอยู่ไม่สำเร็จ จึงทำให้เกิดความไม่ยินดี
    นิโรธ งานจะสำเร็จหรือไม่ ก็ยินดีในทุกเหตุการณ์
    มรรค อย่ายึดมั่นถือมั่นในงาน พร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นงานที่ทำอยู่หรืองานที่เข้ามาแทรก สร้างความยินดีในการทำงาน
    ในปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะเห็นประโยชน์ของงาน และมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องทำก่อนงานอื่นๆ

  7. นางพรรณทิวา เกตุกลม

    เรื่อง โง่ไม่สร่าง
    การย้ายตะไคร้ มีเพื่อนมาช่วยย้าย เราต้องการทำให้เรียบร้อยก่อนปลูก แต่เพื่อนบอกว่าไม่ต้องเรียบร้อยก็ได้ เราก็รู้สึกไม่ชอบที่เพื่อนบอกแบบนั้น
    ทุกข์ ไม่สบายใจ
    สมุทัย ช่างคำพูดของเพื่อนที่บอกว่า ไม่ต้องเรียบร้อยก็ได้ ชอบที่จะให้เพื่อนพูดว่า ทำให้เรียบร้อยก่อนปลูกก็ดี เราจึงจะสบายใจ
    นิโรธ เพื่อนจะพูดถูกใจหรือไม่ เราต้องไม่ชอบไม่ชังในคำพูดของเพื่อน และไม่ทุกข์ใจใดๆ
    มรรค วางความยึดมั่นถือมั่น ในความสมบูรณ์แบบ จะเรียบร้อยก็ได้ ไม่เรียบร้อยก็ได้ เราต้องสุขใจให้ได้ เรียบร้อยก็ได้ ไม่เรียบร้อยก็ได้ เพราะว่าโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ

Comments are closed.