ส่งการบ้านอริยสัจ ๔ ( ๒ ก.พ. ๒๕๖๓ )

ส่งการบ้านอริยสัจ ๔ และสภาวธรรมประจำสัปดาห์ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

*รวมทุกภาค
ผู้ส่งการบ้านในสัปดาห์นี้ (12 เรื่อง)

  1. 6112008115 พรพิทย์ สามสี
  2. *ไม่ได้ใส่รหัสที่ถูกต้องและชื่อจริง
  3. 6110008067 ศิริพร คำวงษ์ศรี
  4. 5911006012 นางจิราภรณ์ ทองคู่
  5. 6211009031 ธัญมน หมวดเหมน
  6. 6115008051 นางโยธกา รือเซ็นแบรก์
  7. 6115008052 ขวัญจิต เฟื่องฟู
  8. 6113008117
  9. 6112008115 พรพิทย์ สามสี
  10. *ไม่ได้ใส่รหัสที่ถูกต้องและชื่อจริง
  11. 6115008049 นางบัณฑิตา โฟกท์
  12. 6115008051 นาง โยธกา รือเซ็นแบรก์

1). 6112008115 พรพิทย์  สามสี

สภาวธรรมวันที่:2/2/2020

หัวเรื่อง:แม่ตีลูก

ทุกข์ คือเห็นแม่ท้องแก่ตีลูก

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือไม่ชอบที่ตีลูกแบบอารมณ์ร้อนชังมากที่ตีลูกแรงมาก

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือ แม่คนนั้นจะตีไม่ตีลูกเขาเราก็ต้องวางใจว่ามันไม่ใช่เวลาดีที่จะบอกตักเตือนแม่ว่าไม่ตีลูกด้วยอารมณ์มีโอกาสเมื่อไหร่แล้วค่อยบอก ใจไร้ทุกข์ไร้กังวลเบิกบานแจ่มใส
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
เราออกไปซื้อของร้านค้าใกล้บ้านมีเหลนเจ้าของร้านอายุซักประมาณ 6 ขวบได้เป็นเด็กซนหน่อยได้แสดงอาการยกก้นหลอกเด็กอายุ 2 ปีและหลอกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่บริเวรนั้นด้วย แม่ของเด็กวัย 6 ขวบก็หาไม้ใหญ่มาตีลูก และผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็สนับสนุนว่าต้องสั่งสอนต้องตีให้หลาบจำเราฟังแล้วสังเวทคิดว่าตีทีเดียวแล้วเด็กจะดีขึ้นหรือที่เราภาพที่ไม่ดีและเห็นผู้ใหญ่คิดไม่ถูกต้องนะนั้นคือเงาของเรารับเรื่องไม่ดี ไม่ใช่เวลาดีที่จะพูดให้เป็นไปตามวิบากดีร้ายของแต่ละคน เบิกบานแจ่มใสดีกว่า

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):เราต้องรู้ว่าแต่ละคนมีฐานจิตที่แตกต่างกัน  เราจึงควรประมาณการกระทำ

ให้เหมาะสมกับฐานจิตของเรา  และฐานจิตของผู้อื่น  คิดดี  พูดดี  ทำดีไว้ก่อน ดีที่สุด


2).6110000000 สถาบัน วิชชาราม

สภาวธรรมวันที่:2/2/2020

หัวเรื่อง:กินตามกิเลส

ทุกข์ คือกินจนมี อาการจุกที่ท้อง

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือกินตามใจปาก

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือยอมรับในวิบาก
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
พิจารณาโทษของการกิน


3).6110008067 ศิริพร คำวงษ์ศรี

สภาวธรรมวันที่:2/2/2020

หัวเรื่อง:อึดอัดกับการเร่งรีบ

ทุกข์ คือ อึดอัดกับการเร่งรีบในการทำอะไรๆก็ตามร่วมกับผู้อื่น

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือ ไม่อยากให้มีการเร่งรีบในการทำอะไรๆทั้งนั้น อยากทำงานช้าๆ อยากทำตามใจตัวเอง

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือ ใครจะทำอะไรเร่งรีบ หรือมีอะไรจะบีบให้ต้องเร่งรีบ เราก็ยินดี พอใจ ไร้กังวล เข้าใจและยอมรับทุกอย่างอย่างเต็มใจ ไม่เอาใจไปพัวพันกับอะไร ไม่ชอบไม่ชัง
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
พิจารณาลีลาที่เราเคยไปเร่งรีบในแง่นั้นเชิงนี้มามากมาย และไปเหนี่ยวนำผู้อื่นให้อยากทำอะไรรีบๆตามอีก ไม่โทษใคร ใจไร้ทุกข์ ใช้ดุลพินิจว่าอะไรควรทำให้เร็วจะเป็นประโยชน์ ก็ทำอย่างมีสติ แต่หากอะไรจำเป็นต้องเร่งรีบ ก็ค่อยๆทำไปตามธรรม ไม่คาดหวังอะไรจากใครให้ต้องไม่รีบ และไม่เร่งตนเองให้รีบตามใคร ยินดียอมรับลีลาและวิบากดีร้ายทั้งหมด โชคดีอีกแล้ว ร้ายหมดไปอีกแล้ว ขอขมาทุกท่านที่เคยทำ เคยคิด เคยเหนี่ยวนำสิ่งนี้ไว้ ก็รับเต็มๆ หมดเต็มๆ ยิ้มรับ เบิกบานผาสุก ไร้กังวล จิตพุทธะคือน้อมรับทุกสิ่งอย่างผาสุกด้วยปัญญา


4).5911006012 นางจิราภรณ์  ทองคู่

สภาวธรรมวันที่:2/2/2020

หัวเรื่อง:การเขียนโครงการวิจัยป.โท

ทุกข์ คือไม่ชอบทำงานวิจัย

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือค่ายพระไตรปิฎกที่ชะอวด 19-25 มกราคม 2563 อาจารย์ได้แสดงความเห็นในช่วงเวลาที่อปริหานิยธรรม ว่าทุกคนควรอัปเดทตัวเอง อย่าติดแป้น ถ้าไม่มีทุนเรียนอาจารย์จะจัดการให้ขอให้บอก และบอกพวกเราว่าพ่อครูบอกว่าจัดสรรเวลาไปเรียนได้ควรไปอย่าอยู่เฉย ๆ

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือจากคำกล่าวของอาจารย์ พวกเราจึงได้รวมตัวกันในค่ายนั้นเพื่อศึกษาต่อระดับป.โทที่มสธ.โดยได้ขอโอกาสผู้รู้คืออาจารย์อำนวย คลี่ใบ ให้ช่วยเป็นที่ปรึกษาแก่พวกเรากลุ่มภาคเหนือซึ่งมีประมาฌ 10 คน เรานัดกันไปบ้านอาจารย์อำนวยที่ฮอมบุญอโศก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 มีคนไป 7 คน  นอกนั้นติดภาระแต่เราก็ได้สื่อสารกันทางไลน์ ทุกคนได้หัวข้อวิจัยและฝึกเขียนจนได้ชิ้นงาน
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
วิธีดับทุกข์ ไม่ชอบไม่ชังที่จะทำงานวิจัยพยายามเข้าหาหมู่กลุ่มมีอะไรหมู่กลุ่มช่วยเราได้ ซึ่งก็เป็นความจริง ทุกคนได้หัวข้อวิจัยและมีจิตเบิกบานแจ่มใสก่อนกลับบ้าน  เราจะพากเพียรทำดีเรื่อยไปใจเย็นข้ามชาติ ทำตามอาจารย์สอนจะพาพวกเราไปสู่ความเจริญ


5).6211009031 ธัญมน หมวดเหมน

สภาวธรรมวันที่:2/1/2020

หัวเรื่อง:ความไม่ยึดมั่นถือมั่น

ทุกข์ คืออึดอัด รำคาญใจ ไม่ชอบใจ

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือมีคนวิจารณ์เรื่องส่วนตัว

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือสบายใจ หายอึดอัด ไม่ถือสากับสิ่งที่มากระทบอีก เพราะเข้าใจความเป็นจริงของเราและความเป็นจริงของผู้อื่น
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
ล้างความอึดอัด รำคาญใจด้วยการมองความจริงตามความเป็นจริง เข้าใจตนเองและผู้อื่นว่าแต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน ความคิดและมุมมองจึงแตกต่างกัน แก้ได้ด้วยการทำดี ไม่มีถือสาไปเรื่อยฯ ไม่โทษใครใจไร้ทุกข์

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):มีเพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งช่วยตัดผมให้ พอเพื่อนคนอื่นเห็นทรงผมก็พากันวิพากวิจารณ์ หัวเราะขบขันกันใหญ่ ถามว่าใครตัดผมให้ คิดยังไงไปตัดทรงนี้ ถึงเขาไม่ได้เรียนตัดผมมาเขาก็ตัดให้ได้สวยกว่านั้น เราก็บอกเขาว่าเราไม่ได้เน้นที่จะต้องตัดให้ออกมาสวยหรือดูดีอะไร แค่ให้รู้สึกสบายไม่รุงรังเวลาทำงานเท่านั้น แต่เพื่อนก็ยังวิจารณ์อย่างขบขันแนะนำให้ทำโน่น นี่ นั่นทำให้รู้สึกไม่ชอบใจนักว่าจะมายุ่งกับหัวฉันทำไมวะเนี้ย แต่พอระลึกได้ว่าคงเป็นความหวังดีที่เพื่อนอยากให้เราดูดี หรือเป็นไปอตามที่เขาคิดเท่านั้นเอง พอคิดได้อย่างนั้นก็ไม่คิดถือสาอะไรเพื่อนอีก ความรู้สึกอึดอัด ไม่พอใจก็คลายไป


6).6115008051 นางโยธกา รือเซ็นแบรก์

สภาวธรรมวันที่:1/31/2020

หัวเรื่อง:อริยสัจ๔

ทุกข์ คือยึดดี บอกพี่คนรู้จักว่าจะไปเยี่ยม

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือพี่คนรู้จักจะต้องผ่าตัด ได้บอกกับพี่เดี๋ยววันอังคารหรือวันพุธ จะเข้าไปเยี่ยมนะนอนอุ่ยโรงพยาบาลใหน บอกใกล้ๆนี้แหละ แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะงานมาก วันพฤหัสไม่มีงานเช้า จึงเตรียมดอกไม้,ผลไม้ไปเยี่ยม โรงพยาบาลแรกใกล้ๆไปถามเคาน์เตอร์บอกไม่ใช่ที่นี่ ไปอีกโรงพยาบาลแต่หาที่จอดรถไม่ได้ วนหลายรอบ ยอมแพ้ใจก็คิดว่า คงเป็นวิบากกรรมเรา,วิบากกรรมพี่ไม่อยากให้เรามา กลับไปทำงานดีกว่า ขับรถมา ก็คิด หรือพี่เขาจะได้กลับบ้านแล้ว แวะเข้าไปดูทีบ้านหน่อยดีกว่า เลี้ยวรถเข้าไปทางวันเวย์ ไปไม่ได้รถตัดต้นไม้ขวาง ต้องถอยออกมาบอกตัวเองไม่ใช่แล้ว กลับๆตรวจ เห็นใจตัวเองชอบ-ที่ได้ไปเยี่ยมพี่เขา ไม่ชอบ ที่ไม่ได้เยี่ยม

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือแม้จะได้ไปเยี่ยมก็ได้ไม่ได้ก็ได้ ไม่ชอบ,ไม่ชัง
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
ตั้งสติ  พิจารณา เพราะเราไปติดดียึดดี รักษาคำพูด ไม่ปล่อยวาง ทำให้ได้พบเหตุการณ์ไปผิดโรงพยาบาล หาที่จอดรถไม่ได้ , ทางตัน ได้ใช้ บททบทวนธรรม ทุกเสี้ยววินาทีทุกอย่างไม่เที่ยงอย่ายึดมั่นถือมั่น ต้องพร้อมรับพร้อมปรับพร้อมเปลี่ยนตลอดเวลา คลายความกังวลใจลง ขณะที่เขียนการบ้านคุณพี่โทรมาบอกว่ากลับบ้านแล้วแข็งแรงดี ไม่ต้องมาเยี่ยมก็ได้สาธุค่ะ

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):ติดดี ยึดดี หลงดี เป็นกิเลสแม้น้อยก็เหม็นมาก กิเลสละเอียดเห็นยาก ,กว่ากิเลสตัวชัง


7).6115008052 ขวัญจิต เฟื่องฟู

สภาวธรรมวันที่:1/5/2020

หัวเรื่อง:อริยสัจ4

ทุกข์ คือทุกข์: เพราะจำที่เพื่อนสอนไม่ได้

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้เรียนการใช้มือถือตัดต่อรูปกับเพื่อนมา วันนี้เลยมานั่งทบทวนดูและพยายามทำอย่างที่เพื่อนสอนแต่ทำไม่ได้ เห็นกิเลสตัวชอบ:อยากทำได้ ตัวชัง:ที่ลืม อาการคุ่นใจเกิดขึ้น มีโมโหไม่ได้ดั่งใจตามมาด้วย

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือไม่ชอบไม่ชัง ใจไร้ทุกข์
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
ตั้งสติเราจะไม่เบียดเบียนตัวเองด้วยความโกรธหรือความคุ่นเคืองใจ เราจะทำบุญด้วยจิตใจผ่องใส .หมอเขียวท่านสอนว่า เบียดเบียนเป็นทุกข์ ผิดศีล จะทำไปทำไม เดี๋ยวถามเพื่อนใหม่เรื่องแค่นี้เอง ไม่เป็นไรค่อยๆเป็น ค่อยๆไป ให้กำลังใจตัวเอง เลยมานั่งเขียนอริยสัจ4 เป็นการบุญซ้อนสอง ตอนนี้หายเครียดเเล้ว 100%ค่ะ

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):การปฏิบัติธรรมหรือทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน   เราจะกระโดดข้ามขั้นไม่ได้ ไปช้า ๆแต่มั่นคงและพรากเพียร


8).6113008117

สภาวธรรมวันที่:1/26/2020

หัวเรื่อง:เมากิเลส

ทุกข์ คือหงุดหงิดที่ขาชา

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือเข้าใจผิด คิดว่าแฟนแกล้งตอนขาชา

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือทุกคนมีความเป็นห่วงและหวังดีกับเรา การปรุงแต่งความคิดในทางที่ไม่ดีนั้น เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุด ทำให้ทุกข์
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
พิจารณาวิบากกรรมจากการไปกินตามกิเลส ทำให้เกิดจิตปรุงแต่ง ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ สำนึกผิดและขอขมา จะพากเพียรไม่ทำอีก

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):กิน sizzler มา และกลับมากินขนมปังจิ้มนมข้นกับขาเห็ดต่อ อิ่มมากๆๆ แล้วลงมานอน อยู่ๆดีขาเกิดชาขึ้นมา แฟนกำลังจะง้างมือมาตีขาที่ชา เลยห้ามเขาเอาไว้ บอกว่าขาชา กลัวเจ็บ เลยโกรธและพูดไปว่า ใครสอนเธอให้มาตีตอนขาชา ตอนนั้นเราครึ่งหลับครึ่งตื่น ตวาดเสร็จแล้ว ก็ก้มหัวนอนต่อ

ต่อมาแฟนมาปลุกเราเพื่อจะออกไปสวนสาธารณะที่ได้คุยกันไว้ตอนเช้า เราก็นึกได้ และมีความรู้สึกบางอย่างว่าเราต้องทำอะไรที่ไม่ดีไว้ เลยลองถามแฟนดู  แฟนบอกว่า เขาผิดเองที่ไปยุ่ง ปกติแฟนเขาจะตีๆส่วนที่เกิดอาการชา ไม่ได้คิดจะแกล้งเรา เขาหวังดี แต่เรากลับไปพูดไม่ดีกับเขา พอรู้อย่างนั้น รู้สึกผิดมาก

ได้ถามแฟนว่า ตอนนั้นโกรธเราไหม เขาบอกว่า ก็มีนิดหน่อย แต่ก็รู้ว่าเพราะตัวเขาเองไปยุ่งเอง

เรารู้สึกผิด สำนึกผิด ขอโทษ และรู้ว่า เราต้องเจอแน่ วิบากนี้ ในอนาคตผลจากการกิน sizzler วิบากมักมาตอนเราเมาๆ ไม่มีสติเสมอ


9).6112008115 พรพิทย์  สามสี

สภาวธรรมวันที่:1/27/2020

หัวเรื่อง:เรื่องกางเกง

ทุกข์ คือซื้อกางเกงมาตอนหลังไม่ถูกใจสี

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือชอบที่จะให้สีกางเกงใส่เข้าชุดกับสีเสื้อชังเมื่อมาลองใส่ดูแล้วไม่เข้ากับสีเสื้อ

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือใส่กางเกงสีเดียวกับเสื้อก็ได้คนละสีก็ได้ไม่เห็นเป็นไรเลยแต่งใจให้งามดีกว่าดีกว่ามานั่งคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเบิกบานแจ่มใสไร้ทุกข์ไร้กังวล
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
แต่งตัวเสื้อผ้าให้เรียบร้อยไม่ต้องไปยึดติดว่าจะต้องให้เนี๊ยบล้างชอบชังให้ได้เสื้อผ้าไม่ใช่หนทางแห่งความพ้นทุกข์และไม่ใช่หนทางแห่งการลดกิเลสใจนี่ซิจะต้องเพียรฝึกฝนควรจะเพิ่มศีลให้มากๆและช่วยเหลือผองชนและหมู่สัตว์ให้มากๆดีกว่าที่จะมาทุกขใจอยู่อย่างนี้แล้วใจมันก็ค่อยๆคลายทุกข์คลายกังวลไป

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):ยิ่งตั้งศืลยิ่งเห็นกิเลสมันมารุงริงที่ใจขนาดเรื่องกางเกงเรื่องไม่เป็นเรื่องมันก็ยังเก็บมาคิดคือเราติดตัวนี้มานานแล้วต้องล้างออกคือจะไม่ยึดมั่นถือมั่น


10).6110000000 สถาบัน วิชชาราม

สภาวธรรมวันที่:1/27/2020

หัวเรื่อง:กินตามกิเลสจนจุ

ทุกข์ คือกินจนมีอาการจุกที่ท้อง แน่นไปหมด กราบพระไม่ลง

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือกินตามใจปาก อยากกินจนแน่น ทำตามกิเลส

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือยินดี พอใจ ไร้กังวล ยอมรับในวิบากที่กินตามกิเลสไป ไม่ชอบหรือชังอะไร เพราะกินเอง
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
พิจารณาโทษของการกิน การตามใจกิเลส มันเป็นทุกข์แบบนี้ จะอยากทุกข์ อยากโง่อีกกี่ชาติ โลภไม่รู้จักพอ ก็รับวิบากไปเถอะ ยอมรับทุกข์ที่อยากไปเสพสุขปลอมเกินพอดี รับให้เต็มๆ เห็นทุกข์ รู้ทุกข์ ตั้งใจใหม่จะพากเพียรกินให้พอดี ไม่ทำผิดศีลข้อ 1 ในการเบียดเบียนตนเองแบบนี้


11).6115008049 นางบัณฑิตา โฟกท์

สภาวธรรมวันที่:1/26/2020

หัวเรื่อง:ปฏิบัติอริยศีลจนเกิดอริยปัญญา

ทุกข์ คืออยากกินขนมคุกกี้สีดำสอดไส้ครีมโกโก้สีดำ

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือข้าพเจ้าตั้งศีลงดกินขนมที่มีส่วนผสมของผลิตภัณท์จากสัตว์และตั้งศีลงดกินขนมที่ขายในซูเปอร์มาเกตมาประมาณปีกว่าๆ วันนี้ วันเสาร์ที่25ม.ค2563ข้าพเจ้าไปทำงาน เห็นขนมคุกกี้สีดำสอดไส้ครีมสีดำวางอยู่บนโต๊ะทานอาหารเห็นอาการกิเลสอยากจะกินขนมเกิดขึ้นในใจเล็กน้อยตรวจเจอว่ากิเลสสัญญาเก่าคือชอบในรสของโกโก้และไส้ครีมของขนมอยู่

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือคลายความชอบในรสของขนมคุกกี้และครีมของขนมรสโกโก้ลงได้ด้วยใจที่เบิกบาน/ไม่ชอบไม่ชังไแม้ไม่ได้กินขนมคุกกี้สีดำสอดไส้ครีมสีดำ
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
ตั้งสติสงบใจพิจารณาประโยชน์และโทษของขนม ขนมคุกกี้สีดำสอดไส้ครีมสีดำไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเลย (มีประโยชน์อย่างเดียวคือดูน่ากินและน่าอร่อยลิ้น )แถมยังมีโทษคือ ทำให้มีน้ำตาลสะสมในร่างกายทำให้ปวดฟัน ฟันผุได้และผิดศีลที่ตั้งมาปฏิบัติ และอาจจะเจอวิบากร้ายจากการผิดศีลได้

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):แม้จะพิจารณาอย่างนี้ กิเลสตัวอยากกิน(แม้น้อยก็เหม็นมาก)ก็ยังชนะสั่งว่าชิมดูหน่อยเถอะไม่ได้กินนานแล้วนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอกลาศีลก็ได้ (กิเลส คือนายทาสผู้ทารุณ) ไม่กล้าเด็ดหัวกิเลสเห็นอาการ   ยึกยักๆ ไม่เด็ดเดี่ยวพอ ข้าพเจ้าแพ้กิเลสจึงหยิบมากินหนึ่งชิ้น ขณะกินไปก็พิจารณาไปว่าไม่มีประโยชน์ จริงๆนะและก็ไม่อร่อยเหมือนแต่ก่อนและตรวจเห็นความชอบในรสของโกโก้และไส้ครีมโกโก้ของขนมชนิดนี้คลายลงและเห็นจิตตัวเองว่าไม่ได้ชอบและไม่ได้ยึดติดในขนมนี้ซักเท่าไหร่หรอก ถ้าแม้นไม่กินขนมชนิดนี้อีกก็สุขสบายใจเบิกบานใจได้แบบสบายๆ จะมามัวยึกยักๆอยู่ทำไม เด็ดให้ขาดเลยดีกว่า จึงตั้งจิตขอตั้งศีล “เลิกกินขนมชนิดนี้ตลอดไปและงดกินขนมที่ขายในซูเปอร์มาเกตที่เป็นveganเป็นเวลาสองสัปดาห์และถ้าฐานจิตแข็งแกร่งก็จะตั้งศีลงดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ กราบขอบพระคุณผัสสะที่มาทำให้เห็นกิเลสและเร่งเพียรเพิ่มศีลเด็ดหัวกิเลสให้ขาด กราบสาธุธรรมค่ะ


12).6115008051 นาง โยธกา รือเซ็นแบรก์

สภาวธรรมวันที่:1/26/2020

หัวเรื่อง:อริยสัจ๔

ทุกข์ คือรู้สึกผิด ใจห่อเหี่ยว ไม่แช่มชื่น

สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คือเมื่อวานเลิกงานช้ากว่าเวลากำหนดไว้30นาที ไม่ได้บอกน้องพนักงาน และคิดว่าน้องเขาคงเห็น เพราะเขาก็ดูสมุดนัด ว่าลุกค้าจะนวดอะไรบ้าง ถึงเวลาเลิกงาน เขาใส่รองเท้าจะกลับสามีมารอแล้ว แต่ถามว่ายังมีลูกค้าอีกกี่คน มีคู่มั้ย เราบอกมี 30นาที เขาไปบอกสามีจะต้องทำต่อครึ่งชั่วโมง เขากลับมาก็เลยถามว่า สามีโวยวายมั้ย เขาตอบ” จะเหลือเร่อะ ” ตรวจเห็นใจตัวเองอย่างแรก คือ รู้สึกผิด ที่ทำให้สามีของเขาเสียอารมณ์ต้องวิ่งรถกลับมารับอีกรอบ เพราะคิดเอาเอง ว่า เลิกช้า 30นาทีไม่เป็นไรหรอก ทำให้ใจห่อเหี่ยว ,ไม่แช่มชื่น ชอบ-ที่ใจแช่มชื่น ชังที่ใจห่อเหี่ยว

นิโรธ (สภาพดับทุกข์) คือไม่ชอบ,ไม่ชัง ใจไร้ทุกข์ เบิกบาน
มรรค (ทางเดินสู่ความพ้นทุกข์) คือ
พิจารณา สงบใจ เจริญสติ ระลึกถึงคำสอนของท่านอาจารย์หมอเขียว คิดแล้วทุกข์จะคิดทำไม เสียพลังๆจริงๆ ,ยอมรับผิด ขอโทษตัวเองที่คิดเอาเอง และฝากขอโทษคุณสามีเธอด้วยนะพี่จะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ใจคลายลง 60%แต่ใจยังมีความห่อเหี่ยว,ไม่แช่มชื่นอุ่ยอีก ได้คุยสภาวะธรรมกับพี่น้องหมู่กลุ่มพี่น้องได้ แนะนำหลายๆอย่างใจก็คลายเบา 80% และได้เ พิ่มอริยศีล เรื่องล้างความชอบ,ชัง ในตัว ของบุคล ที่ทำให้เรารู้สึกผิด และมาพิจารณาคำพูดของน้องสาว อีกรอบความทุกข์ ในใจหายไปเลย100% กราบสาธุค่ะ

รายละเอียดสภาวธรรม (ถ้ามี):เพิ่งเข้าใจคำว่า “สงสาร ,เมตตา” ถึงจิตวิญญาณมีสภาวะธรรม เป็นช่นไร เมื่อก่อนได้แต่ ภาษา พูด ภาษาเขียนไม่เคยลึกลงไปถึง จิตวิญญาณจริงๆ เลย

การเมตตา สงสารใครสักคนมันต้องออกมาจากใจ การให้อภัยต่อ”ความไม่รู้ ความไร้เดียงสา”ของบุคคลที่ทำให้ราทุกข์ใจ จะต้องตั้งศีลล้างความชอบ,ความชังออกไปก่อน คือ ดับทุกข์ที่ใจเราก่อน จึงจะได้ “ใจไร้ทุกข์” กราบสาธุค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.