640123 สภาวธรรม พี่น้องทีม รวงข้าว

กลุ่ม รวงข้าว  ได้พากเพียร รวมพลังฝึกงานเขียน ทุกสัปดาห์ ที่คุรุได้สอนไป หมู่เห็นว่าควรนำมาส่งคุรุ ขออนุญาต นำผลงานนักศึกษา นำส่งคุรุค่ะ


ผลงานสัปดาห์5

640123 สภาวธรรม พี่น้องทีม รวงข้าว

สภาวธรรมที่ได้จากการทำงานกลุ่ม เป็นการฝึกงานเขียนที่คุรุสอนไปในตัว คนละอย่างน้อย 3-5 บรรทัดขึ้นไปค่ะ

1.. พรพรรณ เอ็ทสเลอร์ (พร) อายุ 48 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ-อาศัยอยู่ ประเทศ เยอรมนี

การบ้าน 640122
สภาวะธรรมของข้าพเจ้าหลังจากที่กลุ่มรวงข้าวได้อปริหานิยธรรมในวันที่ 23 มกราคม 2564 คือ พวกเรารู้หลักในการทำงานไปในทางเดียวกันมากขึ้น เริ่มรู้ทิศทางและระบบของการทำงานในกลุ่มพี่น้องท่านที่ยังไม่เคยลอง ทำการบ้านใน เว็บ ก็เริ่มมีฉันทะที่จะลองฝึกฝน ส่วนพี่น้องท่านที่ร่วมบำเพ็ญนำการบ้านของพี่น้องมาลงในเว็บ ก็เริ่มทำงานคล่องและรู้งานมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้าพเจ้าได้ขอสภาพผิด ขอโทษขออโหสิกรรมต่อพี่น้องหมู่กลุ่ม เพราะเนื่องมาจากสัปดาห์ที่ผ่านมางานไม่เดิน เพราะกลุ่มรองานแก้ไขจากข้าพเจ้า พี่น้องก็รอ รอ แล้วรอ จนข้าพเจ้ามารู้ตัวว่าที่งานไม่เดิน เพราะพี่น้องรองานแก้ไขของข้าพเจ้านี่เอง รู้สึกผิดมากค่ะ ไม่มีพี่น้องท่านใดพูดให้ได้รู้เลยว่าพี่น้องรองานจากเราอยู่นะ ! แต่สุดท้ายพอวิบากกรรมหมด เลยมีปัญญาถึงบางอ้อว่า โอ้..พี่น้องเอ๋ย ข้าน้อยผิดไปแล้ว ทำผิดโดยไม่รู้ตัว

ประทับใจพี่น้องกลุ่มรวงข้าวทุกท่านค่ะ พวกเรามีเป้าหมายอันเดียวกันค่ะ ช่วยงานกลุ่มตามฉันทะ ทำให้ดีที่สุด พยายามให้เป็นภาระของหมู่กลุ่มน้อยที่สุด เพื่อปลายทางจะได้ไม่ต้องเป็นภาระของท่านคุรุในการแก้ไขมาก งานของพวกเราจะพยายามเน้นคุณภาพของงานให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวทุกท่านค่ะ สาธุ

2. ณัฐพร คงประเสริฐ (ต้อม) ร้อยรักธรรม อายุ 53 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ3 จ.ปทุมธานี อาศัยอยู่ กทม

ส่งการบ้านสภาวธรรม
640122 จากการประชุม หารือกับพี่น้องในทีม “รวงข้าว” ในสัปดาห์นี้ หมู่เห็นว่า เราเริ่มทำงานได้คล่องขึ้นบ้างแล้วเราควรปรับการพบกันบ่อยทุกวัน ลง และใช้ห้องไลน์ในการสื่อสาร กันแทน เพราะพี่น้องบางท่านไม่มีเวลาพูดคุยกับครอบครัวเท่าที่ควร เราเห็นใจกันและกัน

เราจึงลงมตินัดพบกันทางซูม ทุกวันเสาร์ เพราะเป็นวันที่ส่วนใหญ่สะดวก เพื่อมาตรวจงานตรวจใจกัน

เมื่อวานเราก็มาเจอกันตามนัดหมาย รู้สึกถึงความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องและความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ความเอื้อเฟื้อต่อกันและกัน ทำให้สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในการ ร่วมด้วยช่วยกันทำงานกลุ่มคอนเทนท์แอดมินเป็นอย่างดีไม่รู้สึกว่าเป็นงานที่หนักเป็นงานที่เหนื่อยเลยแต่รู้สึกว่าเป็นการสานพลังร่วม นำความสามารถความรู้มาแบ่งปันกันเพื่อทำกิจกรรมการงานที่ดีร่วมกันและยังได้เห็นได้ล้างกิเลสในตนไปด้วยซึ่งเป็นประเด็นหลักที่เรามารวมกัน ได้เห็นความยึดมั่นถือมั่น ได้เห็นความพร่อง ได้เห็นความพลาด ได้เห็นการฝึกฝนความเอาใจใส่ แบ่งปัน บริสุทธ์ใจที่พร้อมจะให้โดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมรับแม้จะพลาดเมื่อเราทำดีที่สุดแล้วทำเต็มที่ไม่มีอะไรคาใจไม่เอาอะไรเป็นสุดยอดแห่งความอิ่มเแอบเบิกบานแจ่มใส เห็นความไม่เที่ยงในสภาพดี ๆ ที่มีที่เป็น

บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงและรอยยิ้มจากความผาสุก สาธุค่ะ

3. อรวิภา กรฟฟิธส์ (อร)อายุ 52 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ-อาศัยอยู่ ประเทศ ออสเตรเลีย

สภาวธรรม 630122
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากส่งการบ้านเสร็จพี่น้องตกลงกันว่ารอแก้งานเก่าให้เสร็จก่อนอย่าเพิ่งส่งงานใหม่ตอนนั้นรู้สึกกังวลเล็กน้อยกลัวว่าตัวเองจะช่วยงานหมู่ได้น้อยเพราะว่าเป็นสัปดาห์ที่ต้องทำงานทุกวัน แต่ก็วางใจทำเท่าที่ทำได้

จากการที่ได้อปริหานิยธรรมกับพี่น้องวันที่23 มกราคมที่ผ่านมา พี่น้องกลุ่มรวงข้าวทุกท่านก็ทำงานกันด้วยความสุขตามฉันทะของแต่ละท่านไม่มีการเพ่งโทษถือสากันต่างยินดีรับผิดชอบงานร่วมกันเป็นนำ้หนึ่งใจเดียวกันค่ะ

ตนเองนั้นมีความเบิกบานยินดีในการทำงานกับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวค่ะ อนุโมทนาสาธุกับพี่น้องทุกท่านค่ะ

4. ขวัญจิตร เฟื่องฟู (สร้างสงบ) อายุ 42 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 6 ต่างประเทศ-อาศัยอยู่ ประเทศ เยอรมนี

สรุปสภาวธรรม 23 มกราคม พ.ศ 2564
สรุปจากการ ทำงานเเละประชุมหารือกับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวในสัปดาห์นี้ เห็นการทำงานของพี่น้องกลุ่มรวงข้าวคล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งด้านใจที่หลวมรวมกันโดยมีงานเป็นตัวประสานให้เรารู้จัก พูดคุยเเละเชื่อมความสัมพันธ์กันเเน่นเเฟ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งเเต่ละท่านมีฉันทะความเอาใจใส่ในงานกลุ่ม เห็นการทุ่มเทเเรงพลัง การช่วยเหลือเกื้อกลูเเละความเมตตาที่พี่น้องเเต่ละท่านที่ให้กัน

ข้าพเจ้ารู้สึกดีเเละขอบพระคุณที่พี่น้องที่ทุกท่านที่ได้บอกกล่าว ชี้แนะ ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ เเละไม่ถือสาในความพร่องของข้าพเจ้า

ได้เห็นตัวเองใจเย็นมากขึ้น อาทิตย์นี้ระหว่างที่ที่นั่งทำรูปประกอบคำคม กิเลสมันมาเยี่ยม เเละบอกว่าพอเเล้ว เลิกได้เเล้ว ขณะที่ทำภาพประกอบบททบทวนธรรมหัวข้อเรื่อง ทุกอย่างล้มเหลวได้ เเต่ “ใจ” ล้มเหลวไม่ได้ ก็บอกกับกิเลสว่า ดูหัวข้องานที่ที่ฉันทำอยู่สิ ถ้าฉันเชื่อเเกฉันก็เเพ้เเกน่ะสิ นั่งทำงานต่อจนเสร็จ เห็นตัวเองมีฉันทะที่จะทำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่ทำเเล้ว อนุโมทนาสาธุกับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวทุกทท่านคะ

5 ศิริพร คำวงษ์ศรี (หมู) อายุ 35 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 9 จ.สุพรรณบุรี อาศัยอยู่ กทม

สรุปสภาวธรรม จากการทำงานเเละประชุมหารือ
กับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวในสัปดาห์นี้
วันที่ 23 มกราคม พ.ศ 2564

มีความรู้สึกผิดเบาๆที่จำเวลาประชุมผิด จนเข้าช้า และต้องออกมาทำภารกิจนอกบ้าน จึงต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตจากมือถือ ลยทำให้ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เสียงที่พูด ก็ส่งเข้าไปในซูมไม่ถึง แต่ก็วางใจได้ เพราะมั่นใจใหมู่มิตรดี ที่พร้อมจะเข้าใจ จึงพิมพ์เสนอข้อมูล และควาคิดเห็นไปทางไลน์แทน เท่าที่สามารถทำได้ และสุดท้ายไม่ได้กังวลสิ่งใด เพราะเชื่อมั่นในมติหมู่ คือ คำตอบและข้อสรุปที่ดีที่สุด ถึงประชุมนั้นจะมีเราหรือไม่ ทุกอย่างดีที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดแล้ว แน่นอน

6 ประคอง เก็บนาค (คอง)อายุ 44 ปี สังกัด สวนป่านาบุญ 8 ภาคเหนือ อาศัยอยู่จ.เชียงราย

สรุปสภาวธรรม จากการทำงานเเละประชุมหารือ
กับพี่น้องกลุ่มรวงข้าวในสัปดาห์นี้
วันที่ 24 มกราคม พ.ศ 2564
ในสัปดาห์นี้ รู้สึกได้ว่าการทำงานของกลุ่มมีความยืดหยุ่น สบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ทุกคนดูผ่อนคลาย งานที่ออกมาจึงดูจะเรียบร้อยขึ้น ไม่ค่อยมีจุดบกพร่องหรือแก้ไขมากนัก อาจเป็นเพราะได้รับผลตรวจชิ้นงานของคุรุในสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่น้องจึงมีความรอบคอบ ระมัดระวังข้อพร่องของงานได้ดีขึ้น จากการนัดหมายการประชุมตรวจ สรุปงานสัปดาห์ละครั้งตามความพร้อมและการจัดสรรเวลาที่ลงตัวของพี่น้องในกลุ่ม บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น พร้อมเพรียง พร้อมเสนอดี พร้อมวางดี แม้จะต้องเข้า ๆ ออก ๆ การประชุมออนไลน์หลาย ๆ ครั้ง เนื่องจากหมดเวลาตามกติกาของแอพพลิเคชั่น พี่น้องก็ไม่หวั่นไหว ยังคงตั้งใจเข้าร่วมทุกครั้ง แสดงให้เห็นพลังหมู่มิตรดีที่ร่วมกันสานพลังให้เกิดสิ่งที่ดี ๆ ซึ่งจะสั่งสมเป็นวิบากดีและกุศลต่อตนเองและผู้อื่นต่อไป

7 วันยา. เรียนจันทร์ (อี๊ด)อายุ 45 ปี จิตอาสาสังกัด สวนป่านาบุญ 3 จ.ปทุมธานี อาศัยอยู่ จ.สุรินทร์

สภาวธรรม ร่วมบำเพ็ญกับกลุ่มรวงข้าว
สัปดาห์นี้รู้สึกมีพลังฝ่าวิบากกรรม อะไรจะเกิดชั่งมัน ขอร่วมบำเพ็ญกับหมู่และยอมรับความจริงว่า เราพากเพียรตามโอกาสและเวลาที่มีแล้ว สุดแรงกาย สุดแรงใจ สุดแรงปัญหาที่มีแล้ว ทำได้แค่นี้ ทำมากกว่านี้ เอาสมบูรณ์ แต่ไม่ทันใช้ไม่มีประโยชน์อะไร(เพราะกว่าจะทำเป็นคงอีกนาน )
โอกาสสัปดาห์นี้ได้เรียนรู้ การทำงานร่วมกับหมู่กลุ่มทั้งทางโลกและทางธรรม เรื่องการใช้เครื่องมือสื่อสาร
หมู่กลุ่มทางโลกตนให้ข้อมูลแล้วก็พึ่งพาอาศัยหมู่กลุ่มน้องๆช่วยทำเอกสาร ส่งงาน
หมู่กลุ่มทางธรรม ก็ให้ข้อมูลในตนแล้วพึ่งพา อาศัยพี่น้องในกลุ่มรวงข้าวเอาภาระต่อ
โดยปกติแล้ว เมื่อตนไม่รู้เรื่องอะไรจะพยายาม พากเพียร เรียนรู้ จนสำเร็จ
ครั้งนี้ ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆอย่างทำให้ได้เข้าถึงสภาวะของความเป็นผู้ไม่รู้ ผู้ไม่เป็น รู้สึกว่างเปล่าในเรื่องนั้นๆ เปรียบเสมือน folder ที่ไม่มีข้อมูล เข้าไปที่ไรก็ว่างเปล่า มันรู้สึกคันหัวใจ แต่ก็ยอมรับวิบากกรรมให้ผล”เรื่องแค่นี้ ทำไมทำไม่ได้”ที่เคยลบลู่ดูหมิ่นคนในบ้าน
แต่ด้วยการให้กำลังใจ กำลังกาย ของหมู่มิตรดีทั้งทางโลกและทางธรรม ทำให้เรารู้สึกละอาย ในการกระทำของตนที่ทำกับคนในบ้านคือเมื่อคนในบ้านทำไม่ได้ในเรื่องนั้นๆก็ ยกตนข่มท่าน กระหน่ำ ซ้ำเติม ลบลู่ ดูหมิ่น ทำให้เขารู้สึกโง่ในสายตาเรา หมดกำลังใจ เป็นการทำร้ายจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน ทำให้การสานพลัง เชื่อมร้อย สร้างความสามัคคีทำได้ช้า บางเรื่องเชื่อมไม่ได้เลย ด้วยเหตุดังกล่าว
เมื่อเห็นข้อบกพร่องในตนและเห็นการให้โอกาสผู้อื่น ทำในส่วนที่เขาทำได้ ด้วยความยินดี เห็นประโยชน์ของการพึ่งพาอาศัยกัน
เชื่อมร้อยกันเป็นหมู่กลุ่ม จึงได้พบหนทาง วิธี ที่จะพากเพียรแก้ไขตนเพื่อเชื่อมร้อยจิตวิญญาณคนในบ้าน ตามฐาน ตามลำดับ ที่จะทำได้จริง เพราะเข้าใจความจริงแล้วว่าไม่มีใครอยากโง่ อยากเป็นภาระแต่ความโง่ ความไม่รู้ ภาระ ที่พอเหมาะ ทำให้เกิดการเชื่อมร้อย การพึ่งพาอาศัย การเอื้อซึ่งกัน และกัน มีน้ำใจ ทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่กลุ่ม
เจริญธรรม สำนึกดีค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.